หลงใหลในความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด


Jap@Pro
Location :
Tokyo Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




อยากนำเสนอความรู้ในแนวทางใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน
Business Development
Enterprise Currency Marketing
Psychological Marketing
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Jap@Pro's blog to your web]
Links
 

 

Content is king

Contentis King

คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงมากนักผู้ที่มี Contentที่ดีย่อมสามารถเป็นผู้นำตลาดได้


แล้วContentที่ว่าคืออะไร


Contentถ้าแปลตามตัวก็คือ"เนื้อหา”แต่หากจะเป็นเนื้อหาที่อยู่ในรูปแบบต่างๆบนสื่อหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ซอร์ฟแวร์ เพลง หนังสือเป็นต้นโดยเนื้อหาเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่บนสื่อใดสื่อหนึ่งอีกต่อไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน


ภาพยนตร์อยู่บนยูทูปสามารถดูผ่านมือถือหรืออินเตอร์เน็ตที่บ้าน

หนังสือเป็นรูปแบบดิจิตัลสามารถอ่านผ่านแท็ปเล็ตได้

ซอร์ฟแวร์บนซีดีหรือซอร์ฟแวร์บนคลาวด์


ปรากฏการณ์ฮอร์โมนที่กำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองไม่ว่าจะไปไหนก็จะเจอแต่คนพูดถึงโดยทางแกรมมี่คาดหวังว่าละครเรื่องนี้จะช่วยดึงคนให้มาซื้อกล่องGMMZมากขึ้นปรากฏว่ายอดขายกล่องไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่แต่ยอดวิวบนยูทูป


ถล่มทลายครับ


หากจะดูบนยูทูปจะต้องรอ1วันหลังจากที่ออนแอร์ผ่านทางช่องของGMMZแต่ถึงกระนั้นคนก็ยังนิยมที่จะดูผ่านสื่ออย่างยูทูปมากกว่าที่ต้องมาซื้อกล่องติดที่บ้านอาจจะด้วยเพราะความสะดวกเคยชิน หรือไม่อยากเสียเงินเพราะต้องการดูแค่รายการเดียวไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไรก็ตามสิ่งนี้ได้สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี


โดยปกติแล้วหากละครฮิตติดลมบนขนาดนี้แกรมมี่อาจจะระงับการโหลดละครขึ้นยูทูปเพื่อให้ผู้บริโภคมารับชมรายการต่างๆผ่านทางกล่องของตนเองยอดขายกล่องก็จะมากขึ้นสามารถขยายฐานผู้บริโภคผ่านทางกล่องที่เป็นPlatformของตนเอง


ฟังดูดี


แต่แกรมมี่เลือกที่จะยังโหลดละครขึ้นยูทูปเช่นเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตอนนี้ต้องดูโฆษณานานขึ้นเหมือนดูผ่านฟรีทีวีเลยทีเดียวเรียกได้ว่ารายได้จากโฆษณาทดแทนรายได้จากการขายกล่องได้เป็นอย่างดีผมคงฟันธงไม่ได้ว่ากลยุทธ์ที่ทางแกรมมี่เลือกเป็นอย่างไรแต่ที่แน่ๆยอดวิวบนยูทูปแสดงให้เห็นจำนวนผู้ชมได้อย่างชัดเจนในขณะที่กล่องบอกไม่ได้ว่าขณะนี้มีผู้ชมอยู่กี่คน


ตัวเลขช่วยให้เจ้าของสินค้าตัดสินใจจ่ายเงินลงโฆษณาได้ง่ายขึ้นครับ


CTHทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อลิขสิทธิ์PremierLeague รายการฟุตบอลที่คนไทยชอบดูที่สุดหากคิด BusinessModelแบบง่ายๆว่าจะนำมาถ่ายทอดผ่านทางเคเบิ้ลทีวีและดึงฐานลูกค้าจากทรูวิชั่นเจ้าตลาดเพื่อให้ CTHเป็นผู้นำตลาดเคเบิ้ลทีวีโดยมีPremierLeague เป็นตัวนำ

CTHคงขาดทุนอย่างแน่นอน


หากแต่CTHไม่ได้วางตำแหน่งตนเองเป็นแค่ผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวีแต่ก้าวข้ามไปเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมโดยให้บริการทั้งรายการทีวีและอินเตอร์เน็ตบนโครงข่ายเดียวแข่งกับทรูอินเตอร์เน็ตทีโอทีและทริปเปิ้ลทรีโดยใช้ PremierLeague เป็นตัวธงเรียกได้ว่ากินรวบตลาดอินเตอร์เน็ตตามบ้านและตลาดเคเบิ้ลทีวีเลยทีเดียว


การลงทุนครั้งนี้คุ้มครับหากว่า CTHสามารถดำเนินกลยุทธิ์ได้ตามเป้าหมาย


แต่หนทางนี้ยังอีกยาวไกลปัญหาและอุปสรรคที่ CTHต้องเผชิญยังมีอีกเยอะคู่แข่งเป็นองค์กรใหญ่ย่อมไม่ปล่อยให้ลูกค้าไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆเรียกได้ว่า หืดขึ้นคอเลยทีเดียว


การที่ทั้งCTHหรือแกรมมี่พยายามผันตนเองจากผู้ผลิตหรือผู้จัดหาcontentมาเป็นผู้ให้บริการโดยดำเนินกลยุทธ์Platformไม่ว่าจะขายกล่องGMMZหรือโครงข่ายของCTHนั้นเพื่อเป็นการ Lock-inผู้บริโภคให้อยู่บน

สิ่งที่ตนเองกำหนดได้เรียกได้ว่า หากมีกล่องของCTHอยู่ประจำทุกบ้าน ผู้ผลิตรายการต่างๆก็อยากที่จะมาลงบนระบบของCTHเพื่อให้รายการของตนเองเข้าถึงผู้ชมให้ได้มากที่สุดรายได้จากโฆษณาก็ตามมาสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือเจ้าของ Platformถ้าเปรียบก็เหมือนเจ้าของช่องฟรีทีวีทั้งหลายที่สามารถกำหนดชะตาของผู้ผลิตรายการดาราหรือแม้แต่เอเจนซี่โฆษณา


กลยุทธ์Platformถ้าประสบความสำเร็จเรียกได้ว่าเงินทองไหลมาเทมาเลยทีเดียวแต่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วการเข้ามาของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกไม่ว่าจะเป็นAppleTV, Chromecast, Sumsung LGล้วนแต่เป็นผู้นำในตลาดโลกที่พร้อมลงทุนในการเป็นเป็นผู้นำและกำหนดเกมการแข่งขันเทคโนโลยีไร้สายที่ตอนนี้สามารถส่งข้อมูลได้ระดับ1Gbpsเรียกได้ว่าสายแทบไม่มีความจำเป็นเลยทีเดียวและพฤติกรรมผู้บริโภคที่คาดเดาลำบากล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้Platformที่ลงทุนลงแรงไปอาจจะสูญเปล่า


สุดท้ายหากคุณมี Contentที่ดีมีกระแสในสังคม

เจ้าของPlatformจะมาง้อคุณ

โฆษณาจะวิ่งเข้ามาหา

ผู้บริโภคจะเสาะหาวิธีดูเอง


ถึงแม้จะเสียเวลาโหลดบิตสักหน่อยอุ๊บ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2556    
Last Update : 8 สิงหาคม 2556 20:39:56 น.
Counter : 346 Pageviews.  

ความพยายาม

มีคนกล่าวไว้ว่า

99%ของมนุษย์คิดถึงอนาคตโดยมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

1%ของมนุษย์มองภาพในอนาคตเพื่อกำหนดพฤติกรรมในปัจจุบัน


หากวันนี้เราไม่เก่งวิชาคณิตศาสตร์ไม่ชอบการคำนวณเราอาจจะเลือกอาชีพที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลขมากนักเช่น งานแปล งานธุรการ งานขายเพราะเราคิดว่าการเลือกสิ่งที่ตนเองทำได้สิ่งที่ตนเองชอบ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง


เรากำลังนำความสามารถและความชอบในปัจจุบันไปกำหนดอนาคตว่าตัวเราต้องเป็นแบบนี้ แบบนั้นหรือเปล่า


กระบวนการคิดแบบนี้ถูกแล้วหรือ

อนาคตของเราควรจะถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขในปัจจุบันหรือ


อาจจะมีความคิดเห็นอื่่นขึ้นมาว่า

เราก็ต้องเลือกในสิ่งที่ตนเองถนัดและชอบสิเราถึงจะทำได้ดี


แนวคิดอย่างนี้สมควรสนับสนุนทีเดียว


แต่หลายคนเลือกที่จะ"เลี่ยง"สิ่งที่ตนเองไม่ถนัดในขณะที่สิ่งที่เลือกมาตนเองไม่ได้รักหรือถนัดแค่คิดว่าทำได้ดีกว่าเท่านั้นเอง

การวางเป้าหมายเป็นอีกวิชาสำคัญวิชาหนึ่งที่โรงเรียนไม่เคยสอน

เป้าหมายช่วยกำหนดพฤติกรรมในปัจจุบันและอนาคตเปรียบเหมือนเรากำลังออกเดินทางถ้าเป้าหมายคือเชียงใหม่เส้นทางที่เราเลือกมีทั้งรถยนต์รถไฟ หรือเครื่องบิน


เราคงไม่เดินหรือ วกไปประจวบก่อน จริงไหมครับ


หากเรามีเป้าหมายจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ก็มีหลายอย่าง เช่น การตลาดบัญชี การเงิน ภาษีหรือแม้แต่การเข้าไปหาประสบการณ์กับองค์กรสิ่งเหล่านี้จะถูกย่อยลงมาเพื่อบอกว่า


เราต้องทำอะไรบ้าง

อะไรสำคัญ

อะไรไม่สำคัญ


ถ้าเราไม่ถนัดตัวเลขถามว่าเราจะเป็นนักการเงินมืออาชีพได้ไหมตอบได้เลยว่า ณ วันนี้คงยังไม่ได้แต่เราสามารถศึกษาหาความรู้ฝึกฝน เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ความพยายามอุตสาหะสามารถเปลีี่ยนจากคนไม่เก่งให้กลายเป็นคนเก่งได้ขึ้นอยู่กับว่า


ใจคุณสู้หรือเปล่า


ผมเคยเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องสอนใครไม่เป็น เรียบเรียงประโยคไม่ถูกต้องซึ่งเป็นปัญหามากตอนช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆเพราะได้รับหน้าที่เป็นเหมือนตัวกลางระหว่างหัวหน้าคนต่างชาติลูกค้าและทีมงานคนไทยข้อมูลที่ต้องการสื่อสิ่งที่เราคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจตรงกันแต่พอดูผลงานที่ออกมาเราถึงทราบว่ายังมีช่องว่างในด้านการสื่อสารอยู่พอสมควร


ผมเริ่มสังเกตคนที่เป็นหัวหน้างานที่สอนงานและสื่อสารเก่งๆ พบว่าประโยคที่ใช้ในการสื่อสารจะชัดเจนมีการเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผลนอกจากนี้ยังใช้ภาพประกอบการอธิบายเพื่อให้ทุกคนมองภาพเดียวกันสุดท้ายมีการทวนข้อมูลกับผู้รับสารว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่


เป็นวิธีง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพมาก


ผมนำสิ่งที่สังเกตได้มาลองปรับใช้กับตนเองลองผิดลองถูกมีสติกับสิ่งที่ตนเองกำลังสื่อสารอยู่การพยายามฝึกฝนเพียงไม่กี่เดือนชีวิตเปลี่ยนจากคนที่สื่อสารไม่รู้เรื่องเป็นคนที่สามารถสอนงานคนได้จนบางคนบอกว่า


พี่น่าจะไปเป็นอาจารย์นะ

อะแฮ่มมหาวิทยาลัยไหนดีละ


คนเราเกิดมาไม่สามารถทำได้ทุกอย่างแต่ถ้าเรามีความพยายามที่จะฝึกฝนตนเองไม่ว่าอะไร เราก็ทำได้


ตัวเลข1.01กับ0.99ห่างกันแค่0.02น้อยจนเรียกได้ว่าไม่ต่างกัน

แต่เมื่อนำตัวเลข1.01มายกกำลัง365จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ37.8จากนั้นนำเลข0.99มาทำด้วยวิธีเดียวกันจะได้เท่ากับ0.03ดังสมการข้างล่าง


1.01^365= 37.8

0.99^365= 0.03


ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันถึง37.8– 0.03 = 37.77 ซึ่งประธานบริษัทมิกิทะนิแห่ง Rakutenบริษัทe-commerceที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้กล่าวไว้ในหนังสือprincipleor success ไว้ว่า1.01และ0.99ต่างกันแค่0.02 หากแต่ว่า

ถ้าในชีวิตประจำวันของเราเรามีความพยายามเพิ่มขึ้นวันละเล็กวันละน้อยก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

ในขณะเดียวกันหากว่าเราขี้เกียจหรือผลัดวันประกันพรุ่งทีละนิดทีละน้อยสุดท้ายแล้วก็ไม่เกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมา


พฤติกรรมในวันนี้จะเป็นสิ่งกำหนดตัวคุณในอนาคต

แล้วคุณมองเห็นตัวเองในอนาคตไว้ว่าอย่างไร




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2556    
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 22:26:19 น.
Counter : 378 Pageviews.  

ทีวีดิจิตัล ภาค 2(1)

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาGoogleประกาศว่าได้ออกสินค้าตัวใหม่Chomecastเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กพอเสียบทีวีปุ๊บ

ทีวีธรรมดาบ้านเราก็จะกลายเป็นสมาร์ททีวีทันทีสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตดูหนัง ฟังเพลง ผ่านไวไฟภายในบ้าน

ต่อตรงเข้าสู่อาณาจักรของGoogleทันที


นอกจากคอมพิวเตอร์มือถือ แท็ปเล็ตที่มีเจ้าตลาดแพล็ตฟอร์มอยู่แล้วการแย่งชิงหน้าจอที่ 4ของมนุษย์เรานั้นเข้มข้นทุกขณะเพราะว่ายังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าตลาดอย่างแท้จริงในอุปกรณ์พื้นๆที่มีอยู่ทุกบ้านมาเป็นเวลาหลายสิบปี


ยูทูปเป็นเครื่องมืออันทรงพลังของGoogleสำหรับการแข่งขันในตลาดนี้ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการค้นหาหรือเก็บไฟล์วีดีโอเท่านั้น


กลยุทธ์ทางการตลาดยังแยบยลอีกด้วย


ทุกวันนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือต่างก็ปวดหัวกับปริมาณข้อมูลที่วิ่งผ่านโครงข่ายโดยเฉพาะข้อมูลวีดีโอที่มีปริมาณมหาศาลและยังเพิ่มขึ้นเป็นอัตราส่วนที่รวดเร็วมากจนทำให้โครงข่ายล่มเป็นระยะๆ


แต่เราเคยสังเกตุไหมว่าทำไมทำไมเราดูยูทูปได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเล่นผ่านผู้ให้บริการมือถือหรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเจ้าไหนก็ตามทั้งๆที่ดาต้าเซ็นเตอร์ของGoogleอยู่ที่สิงคโปร์


ข้อมูลที่วิ่งมาจากสิงคโปร์ไม่ควรจะเร็วขนาดนี้จริงไหมครับ


เพราะGoogleมาตั้งCacheServerที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและผู้ให้บริการมือถือทุกเจ้าในเมืองไทยนั่นเอง

ข้อมูลที่มีการดูอยู่ประจำจะอยู่เก็บไว้ที่CacheServer ทำให้ไม่ต้องทำการเชื่อมต่อกับทางGoogleที่สิงคโปร์ตลอดเวลานั่นเองซึ่งFacebookก็ดำเนินนโยบายแบบเดียวกันเพียงแต่ว่าใช้ CacheServer ของผู้ให้บริการเจ้าอื่นอยู่


แต่ไม่ดีอย่างไร


สำหรับผู้ใช้บริการอย่างเราๆนั้นดีแน่นอนครับแต่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือต่างปวดหัวกันไปตามๆกันเพราะถึงแม้ปริมาณข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองไทยกับสิงคโปร์จะลดลงแต่ปริมาณข้อมูลในโครงข่ายโทรศัพท์มือถือไม่ได้ลดลงเลยกลับกลายเป็นว่ายิ่งดูวิดีโอง่ายรวดเร็ว ผู้ใช้บริการยิ่งชอบดูมากขึ้นทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือต้องคอยอัพเกรดโครงข่ายอยู่ต่อเนื่องโดยเม็ดเงินที่ใช้เป็นหลักหลายๆหมื่นล้านบาท


แต่Googleไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียวครับ


นี่คือตัวอย่างPowerof Content อย่างหนึ่งครับ


ย้อนกลับมาที่อุตสาหกรรมทีวีบ้างการที่ยักษ์ใหญ่อย่าง GoogleและAppleขยับมาที่เทคโนโลยีบนทีวีนั้นย่อมเป็นเรื่องของผลประโยชน์มหาศาลเหตุผลง่ายๆครับ


เพราะว่าทุกบ้านมีทีวี


แต่เทคโนโลยีทีวีในอนาคตถ้าจะทำให้ล้ำยุคต้องอินเตอร์แอ็คทีพครับหรืออีกนัยนึงคือผู้บริโภคสามารถตอบสนองต่อเนื้อหาบนทีวีได้ไม่ใช่เป็นแบบส่ง SMSตามรายการทีวีทั่วไปไม่ใช่แค่ต่ออินเตอร์เน็ตได้เอาให้ทันสมัยหน่อยสามารถตอบคำถามจากรายการทีวีโดยแค่กดปุ่มรีโมตเท่านั้น


มันไม่ใช่แค่นั้นครับ


ผู้ผลิตกล่องทีวีของเกาหลีเจ้าหนึ่งมีฟังก์ชั่นที่ก้าวล้ำกว่านั้นระหว่างที่เราดูละครอยู่เราเห็นว่านางเอกใส่นาฬิกาดูดีเรือนหนึ่งอยากใส่บ้างเราสามารถกดปุ่มที่รีโมตแล้วไปโฟกัสที่นาฬิกาของนางเอกจากนั้นระบบจะค้นหาว่ามีร้านค้าออนไลน์ไหนบ้างที่ขายนาฬิกาแบบเดียวกันจากนั้นก็มาแสดงที่ด้านขวามือของจอทีวี


เราสามารถซื้อนาฬิกาได้ง่ายๆไม่กี่คลิ๊กครับ


เมื่อข้อมูลทุกอย่างผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้วอะไรก็เรียกว่าทำได้เกือบทั้งหมดพฤติกรรมผู้บริโภคจะถูกวิเคราะห์คนที่ชอบดูกอล์ฟ ก็จะมีรายการกีฬาแนะนำคนที่ชอบดูละครก็จะมีรายการภาพยนตร์ต่างๆมาให้เลือก

การโฆษณาจะมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้ที่มีความสนใจจริงๆ


การวางกลยุทธ์บนโลกทีวีนั้นจะแตกต่างจากคอมพิวเตอร์มือถือ และแท็ปเล็ตถึงแม้ว่าจะอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตเหมือนกันแต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต่างกันบนหน้าจอที่วัตถุประสงค์ต่างกันบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองต่อโลกทีวีในอนาคต


ฤาเทคโนโลยีดิจิตัลทีวีจะเป็นแค่ทางผ่าน






 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2556 16:48:44 น.
Counter : 362 Pageviews.  

ทีวีดิจิตัล ภาคต่อ

หลายๆบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Grammy, RS, Workpoint กำลังวางแผนเข้าประมูลคลื่นความถีี่ เพื่อที่จะเป็นเจ้าของช่อง จากความอัดอั้นตันใจที่ปัจจุบันมีช่องให้ออกอากาศน้อย บางบริษัทมีไอเดียที่ดี แต่ถ้าผู้ใหญ่ของช่องไม่อนุมัติ ก็ยากที่จะแจ้งเกิด

แต่ค่าใบอนุญาตที่กำลังจะประมูล คุ้มค่าจริงๆหรือ


แน่นอนว่า บ้านเรายังรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านทางเสาก้างปลาเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

แต่ปัจจุบันการดูรายการทีวี ไม่ได้จำกัดทีีการรับสัญญานผ่านเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้งเหมือนในอดีตแล้ว หลายบ้านิดจานดาวเทียม บางบ้านติดเคเบิ้ลทีวี วัยรุ่นและคนกรุงดูรายการทีวีผ่านยูทูปบนอินเตอร์เน็ต เรียกได้ว่ามีช่องทางให้ได้เลือกมากมายเลยทีเดียว


ปรากฏการณ์ Hormone วัยว้าวุ่น ทีเป็นกระแสไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่เฉพาะแต่วัยรุ่นเท่านั้น ได้ข่าวว่า วัยคุณลุงคุณป้า ก็ติดกันงอมแงม

โดยเฉพาะท่านผู้ชมที่เป็นผู้ชายติดน้ำอัดลมกันทั่วหน้า

จากจำนวนคนที่ดู Hormone ทั้งหมด พบว่าคนเลือกที่จะดูผ่านยูทูปมากกว่าที่จะซื้อกล่อง GMMZ ไปติดที่บ้าน ถึงแม้ยอดขายกล่องจะไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น อย่างที่ทางแกรมมี่คาดหวังไว้ แต่รายได้จากค่าโฆษณาในละครชุดนี้ โตวันโตคืน ครับ


สุดท้ายแล้ว Platform สำคัญแค่ไหน


การเป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิตัลจำเป็นจริงหรือ


แต่ที่แน่ๆ  Content is King 




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2556 22:25:50 น.
Counter : 161 Pageviews.  

ทีวีดิจิตัล ภาคแรก

ช่วงนี้จะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการประมูลทีวีดิจิตัลบ่อยๆ

ทีวีดิจิตัลคืออะไร ทำไมบ้านเราต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วย

ปัจจุบันการส่งสัญญาณโทรทัศน์ยังเป็นแบบอนาล็อกอยู่ ซึ่งการส่งสัญญาณแบบนี้ มีข้อเสียเรื่องคุณภาพของสัญญาณภาพและเสียง ทำให้ทีวีที่รับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง มักเจอปัญหาภาพและเสียงหายบ่อยๆ

พอเปลี่ยนมาเป็นการส่งสัญญาณแบบดิจิตัลแล้วดีอย่างไร แน่นอนว่าสัญญาณภาพและเสียงดีขึ้น

นอกจากนี้ช่องฟรีทีวียังเพิ่มจากปัจจุบันที่มีแค่ 3 5 7 9 มาเป็น 48 ช่อง


คราวนี้แหละดูกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว


หากจะรับสัญญาณโทรทัศน์แบบดิจิตัล จำเป็นต้องมี "กล่อง" หรือทีวีเครืองใหม่ที่มีตัวรับสัญญาณครับ

แต่ยังไม่ต้องตกใจว่าจะต้องเสียเงินซื้ กล่อง หรือโทรทัศน์ใหม่ครับ ทาง กสทช กำลังวางแผนไว้รองรับเหตุการณ์นี้ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับชาวบ้านมากเกินไป


ที่น่าห่วงคือ จำนวนกล่อง ครับ


บ้านเรากำลังอยู่ในช่วงสงคราม "กล่อง" ไม่ว่าจะเป็น กล่องทีวีดาวเทียม กล่องเคเบิ้ลทีวี กล่องสมาร์ตทีวี และกำลังจะมีกล่องทีวีดิจิตัลอีกในอนาคต เรียกได้ว่า หากเราต้องการดูรายการทีวีพิเศษทั้งหมดที่ออกอากาศผ่านทางกล่องแต่ละกล่อง


กล่องคงซ้อนกันสูงกว่าทีวี


ชั้นวางกล่องและกล่องเก็บรีโมตคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า






 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2556 22:25:36 น.
Counter : 380 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.