Every ending is a new beginning ....

อีกแล้ว กับความเหนื่อยยาก

พรุ่งนี้ จะครบรอบ 1 เดือน ที่แม่จากไป เวลาผ่านไปเร็ว เราเพิ่งมีโอกาสเคลียร์ งาน หลังจากนั้น นี่ก็ปาเข้าไป 3 อาทิตย์แล้วยังไม่เรียบร้อยเลย พอดี ออดิทเข้าอีก เลยต้องกลับบ้าน ดึก เกือบทุกวัน แถมวันเสาร์ ยังต้องมาทำงาน เราเหนื่อย มากๆ อยากกลับบ้าน ไปนอนเปล ที่ผูกไว้ในครัวหลังบ้าน ที่ๆ แม่เคยนอนประจำเวลา เรากลับบ้าน บ่ายวันเสาร์ เรามักจะเห็นแม่ นอนหลับอยู่ในเปล เป้นภาพที่คุ้นเคย และติดตา อยู่ตลอด คิดถึงแม่ มาก ๆ เวลาเหนื่อยไม่รู้จะบ่นกับใครเรามีเรื่องมากมาย อยากเล่าให้ แม่ฟัง
ชีวิต ที่โดดเดี่ยว เริ่มขึ้น อย่างจริงจัง โดยที่เราไม่รู้ตัว หลังจากที่ แม่ไปแล้ว เรา ก็บังเอิญต้องทำงานหนัก ดีไปอย่างที่ทำให้เราไม่เหงา ถ้างานไม่ยุ่งเราคงต้อง คิดถึงแม่ บ่อยกว่านี้เยอะ
เฮ้อ อยากย้อนเวลา ได้อยู่กับแม่ทุก เสาร์ อาทิตย์ เราไม่ต้องการ อะไร มากกว่านี้อีก แล้ว จริงๆ




 

Create Date : 14 มีนาคม 2551    
Last Update : 14 มีนาคม 2551 17:59:41 น.
Counter : 130 Pageviews.  

คำปลอบใจของใครคนหนึ่ง

บางที เรื่องที่เราไม่เคยนึกว่าจะเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้ แปลกดี เหมือนกัน
ต้องท้าวความก่อนว่า ประมาณปี 49 ( ก่อนที่จะต้องระเห็จไปทำงานที่เกาะช้าง) เราทำงานอยู่ที่ โรงงานต่างจังหวัด กับพี่สาวของเพื่อนสนิท และมี เจ้านายเป็นคนไต้หวัน ที่พูดไทยได้ เพราะได้ long hair dictionery ที่เป็นพนักงานสาวในอ้อฟฟิศ ดูแล สอนภาษาไทยให้ จนสามารถ ด่าคนไทยได้อย่าง คล่องปากและรุนแรง 2 เดือนแรก ดูเหมือนว่า จะทำงานด้วยกันได้ดี เพราะ อายุเขากับเราไม่ห่างกันมากนัก เรียกง่ายๆ ว่า น่าจะเรียนหนังสือชั้นเดียวกันได้อย่างสบายๆ แต่หลังจากที่เราผ่านทดลองงานไม่นาน เขาก็เปลี่ยนไป เริ่มใช้นิสัยเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเองเริ่มไม่พอใจ ที่บางครั้งเราก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เพราะเราว่า มันไม่ถูกต้อง และไม่มีเหตุผลสมควร หลายๆ เรื่องที่เราไม่สามารถทำใจ ยอมรับได้ จนถึงที่สุด
เขาโกรธและไม่พูดด้วย เวลา จะใช้งาน ก็สั่งผ่านพี่สาวเพื่อนมา เหตุการณ์น่าอึดอัด จนมาถึงวันหนึ่งที่เราคิดว่า เราไม่น่าจะทำงานด้วยกันได้อีก เขาเอางานที่อยู่ในหน้าที่ของเรา ไปให้ ผู้หญิงที่เป็นล่ามส่วนตัวทำ แบบไม่เกรงใจ คล้ายๆกับการตบหน้าเราอย่างแรง เราเลยตัดสินใจลาออกมา ก้ไม่เชิงลาหรอก แค่เอาใบลา ไปวาง แล้ว เดินออกมาเฉยๆ รู้สึกสะใจเล็กๆ เราคิดว่า ถ้าเราไม่ได้ทำงานทีนี เราก็ คงไม่อดตาย ยังมีที่อื่น อีกเยอะแยะที่น่าจะดี กว่า
แล้วเราก็มีการเขียน เมลล์ ถึงกัน เป็นการสั่งลา และต่อว่ากันพอประมาณ (แบบไม่มีชิ้นดี) เพราะไงๆ เราก็ไม่มีทางกลับมาเจอกันได้อีก เขาก็เขียนตอบกลับมาด่าเราเช่นกัน ว่าเราทำอะไรเป้นเด็ก ๆ และโทษคนอื่น จริงๆ แล้วไม่มีใครแย่งงานเราไป ถ้าเรารักที่จะทำจริงๆ ( แล้วมันเอางานเราไปให้ เมียน้อย มันทำ ทำไมล่ะ ไม่เข้าใจ ....โรคจิตชัดๆ)

พอเดือน กุมภาพันธ์ 2550 เราทำงานอยู่ที่เกาะช้าง เขาก็ให้พี่สาวเพื่อนเรามาโทร ตามเรากลับไปทำงาน แต่เราปฏิเสธไป เพราะเราก็กลัวโดนแกล้ง หรือเขาอาจจะแก้แค้นที่เราเขียน เมลล์ไปด่าไว้ ตอนนั้น
หลังจากนั้นเราก็กลับมาทำงานที่ ทำอยู่ในปัจจุบัน และยังติดต่อกับพี่สาวเพื่อน อยู่ตลอด บางทีก็ ช่วยตอบเมลล์ลูกค้าให้ เพื่อฝึกภาษาอังกฤษ ผู้ชายโรคจิตคนนั้นดันจำสำนวนการเขียนของเราได้อีก บ้าจริงๆ จนวันปีใหม่ พี่สาวเพื่อนมาหาเราพร้อม ขนมคุ้กกี้ 1 กล่อง บอกว่าเจ้านายเขาฝากมาให้ เราก็ ขอบใจด้วยการส่งข้อความผ่าน มือถือไป ( พอดีมีนามบัตร แนบกล่องขนมมา) 'thanks for yr cookies but I don't like it Also don't like You' เราจินตนาการได้เลย ว่าเขา จะทำหน้ายังไงเวลาอ่าน รู้สึกดี มากๆ อิอิอิ


จนล่าสุด แม่เราจากไป พี่สาวเพื่อนมาร่วมงาน 2 ครั้ง แต่เพิ่งมีโอกาสเล่าบอกเรา เมื่อ 2 วันก่อน ว่า เขาอยากจะฝากพวงหรีด มาให้แต่กลัวเราจะส่งคืน เลยจะฝากเงินมาทำบุญ ก็ พอดีบ้านเรางดเงินช่วย งดพวงหรีด เขาเลยส่งเมลล์ มาหาเราครั้งแรกในรอบปีนี้ เขียนว่า

Dear............, Good Day. I am sincerely sorry to hear that your mother passed away and hope you can recover soon. You may not so happy for the mail is conveyed to you, but this is wording from the true heart. Hope you well ! ..................

และนี่คือ บทสรุปของหัวข้อเรื่อง วันนี้ คำปลอบใจจากศัตรู เราควรจะขอบคุณเขา แล้วกลับมาพูดกันดีๆ จะดีไหมนะ ....ไม่เอาดีก่า เดี๋ยวก็ด่ากันเหมือนเดิมอีก เหนื่อยแล้วล่ะ






 

Create Date : 07 มีนาคม 2551    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2552 16:21:10 น.
Counter : 302 Pageviews.  

เพราะเรารู้จักกัน

วันศุกร์ มาถึงอีกครั้ง เราตั้งใจ จะมาทำงานทุกวันเสาร์นับจากนี้ไป เพื่อชดเชยให้กับบริษัท และน้ำใจของเจ้านาย และเพื่อนร่วมงาน
เจ้านายคนนี้กับเพื่อนของเรา และเรา เคยทำงานด้วยกันมา ก่อนที่บริษัทจะโดนเทค แล้วเราเป็นคนแรก ที่ลาออกไป ใช้ ชีวิตเร่ร่อน เปลี่ยนงานไปเรื่อยเป็นเวลาเกือบๆ 5 ปี จนกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อปี่ที่แล้ว และได้ ทำงานด้วยกันอีกจนได้

เจ้านายเราเป็นคนต่างชาติที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยมา 8 ปี มีลูก 2 คนกับภรรยา คนไทยน่ารักคนหนึ่ง เรารู้จักกันมาตั้งแต่ ตอนที่เขา มาอยู่ประเทศไทย ใหม่ ๆ ตอนนั้นยังทำงาน เป็นพนักงานธรรมดา แต่เป็นต่างชาติ เลยได้ ตังเยอะกว่าคนไทย อย่างพวกเรา เขาเป็นคน ง่ายๆ ไม่เรื่องมาก กินอะไรก็ได้ ไม่บ่น จำได้ ว่า ตอนนั้น กินข้าวกลางวันด้วยกัน แล้วเขาฝากเราซื้อข้าว เราซื้อข้าวผัดธรรมดา ๆ มา ก็ กินได้ ไม่บ่น แถมยังเอา ตังมาวางไว้ บนโต้ะเราแล้วพยายามเขียน ขอบคุณเราเป็นภาษาไทย คงกำลังจีบกับภรรยา อยู่ ในตอนนั้น เลยหัดภาษาไทย
ตอนมาเจอกัน ปีที่แล้ว ก่อนที่เราจะเข้ามาทำงาน เขาก็สัมภาษณ์ เราไปตามเรื่องตามราว สุดท้าย สรุปเหตุผล ว่า เขาไม่อยากรับคนอื่นเพราะไม่อยากเสียเวลาไปเริ่มต้นทำความรู้จัก และเหตุผลสำคัญ เป็นเพราะว่า "you know me" แล้วเราก็ทำงาน ด้วยกัน ต่อมา เกือบๆ ปี รู้สึกเหมือนได้ทำงานกับเพื่อน เขาไม่เคยมาจี้งาน หรือทวงถามอะไรเรา ดูเหมือนจะไว้ไจ และทำงานด้วยกันแบบ เพื่อนจริงๆ
เราถึงรู้สึกดี ที่ได้ อยู่ที่นี่ บางที อะไรๆ ก้ไม่สำคัญเท่าความสุขในการทำงาน คิดดูสิ เรามีเวลาเขียน บล็อก ตอนบ่ายๆ ด้วยนะ






 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 7 มีนาคม 2551 9:08:44 น.
Counter : 127 Pageviews.  

ในที่ทำงาน เล็กๆ

กลับมาทำงาน ได้ 4 วันแล้ว มีงานหลายอย่างที่ต้องทำ เพราะออดิท กำลังจะเข้า มา ตรวจต้นเดือนหน้านี้แล้ว ยังไม่ได้คุยกับพี่ ที่ทำบัญชีเลย ว่า จะต้องเตรียมเอกสารอะไร เพิ่มเติม บ้าง ดูเหมือนว่าเรา กลายเป้นคนทำบัญชี ทั้งๆ ที่ บริษัท มีคนทำบัญชี อยู่ แล้ว แปลกดี เราว่า พี่เขาก็ไม่ค่อยได้ เข้า มาดูแล อะไรเท่าไหร่ นอกจากตรวจ รายงานให้ ตอนสิ้นเดือน ติดต่อถามอะไรก็ ไม่ค่อยว่าง ก่อนหน้า นั้น เราคิดว่า เราแค่ทำเอกสาร และส่งไปให้ เขา ปิดบัญชี โดยใช้โปรแกรมบัญชี ที่เขา มีอยู่แล้ว แต่ ทำไม สุดท้าย เขาไม่ได้ เอาเอกสาร อะไรไปเลย แถม ยังจะใช้โปรแกรม บัญชี ที่บริษัท ซื้อมา โดยมีเราเป็น คน คีย์ ข้อมูล เอง แบบต้องถามชาวบ้าน เพราะไม่ได้ จบบัญชี มาโดยตรง เอามาเป็นหลักในการ ให้ ออดิท ตรวจสอบ แบบนี้มันจะเละเทะไหม นี่ ยังกลุ้มใจ

พอถาม แกก็ บ่น ว่า น่าจะมีสมุห์บัญชีประจำบริษัท ไปเลย เพราะแกไม่มีเวลามาดู ข้อมูล ในเชิงลึก เราอยากจะพูดว่า ถ้า งั้น บริษัท ก็คง ไม่ต้องจ้าง ทั้งแก และเรา ถ้า รับสมุห์บัญชีมา เพราะบริษัทเล็กแค่นี้ คนเดียวก็ ทำได้แล้ว ไม่ต้องจ้างแก มาปิดงบ ไม่ต้องจ้างเรามาทำเอกสารใน อ้อฟฟิศ ให้เปลือง แบบนี้ ค่าจ้างแก กับเรา รวมกัน นี่ก็คงจ้างสมุห์บัญชี แพงๆ ได้สักคนหรอก ตลกดี
นี่ ยังไม่ได้ โทรคุยกับแก เลย ว่า จะเอาไง ต่อ เราเองก็เริ่มเซ็ง เล็กน้อยเหมือนกัน





 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 11:12:19 น.
Counter : 121 Pageviews.  

แล้วแม่ก็ จากไป

ในที่สุด แม่ก็ จากไป อย่างสงบ ใน วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551
นับจากนี้ เราคงต้องอยู่ ตามลำพัง อาจจะกลับบ้านน้อยลง หากิจกรรมทำให้มากขึ้น อ่านหนังสือวิชา ที่จะต้องสอบ (เราลงเรียนเพิ่ม ที่สุโขทัย ตั้งแต่ปลายๆ ปีที่แล้ว) ในเดือน เมษายน อีก 2 วิชา ตั้งแต่ แม่ป่วย เราไม่เคยได้ อ่าน หนังสือเรียนเลย รู้สึกไม่มีสมาธิ กังวล เครียด นอนไม่เคย เต็มที่ เหมือน หลับๆ ตื่นๆ และฝันร้าย

เราคงคิดถึงแม่ไป อีกนาน ถึงนานมาก เพราะ แม่เป็นเหมือน เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา มีเรื่องไรก็จะเล่า ให้แม่ ฟังตลอด นับจากนี้จะไม่มีใครโทรมาถามเรา ว่า " กลับบ้านหรือเปล่า " ในตอนสายๆ ของ วันเสาร์ จะไม่มีใคร ถามเรา ว่า " ตังพอใช้หรือเปล่าล่ะ "ตอนปลายๆเดือน และเราคงไม่มีโอกาสได้โทร บอกใครอีกว่า " แม่ หนูกลับถึงห้องแล้วนะ " ในวันอาทิตย์ เหมือนทุกทีที่ผ่านมา

ตอนนี้เรายังอยู่ในระหว่าง การปรับตัว รับสภาพ ของการใช้ชีวิต โดยไม่มีแม่ ชีวิตประจำวัน ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่ วันเสาร์หน้าเราคงไม่ได้กลับบ้าน อย่างที่เคย
กลับไปก็ คงเหงา เห็นแต่รูป พ่อกับแม่ แต่ไม่มีใคร ที่เราจะสามารถจับต้อง สัมผัสได้ อีกต่อไป

ใครที่โสด อยู่ก็ หาแฟน กันซะนะ เดี๋ยว พ่อ แม่ ไม่อยู่ด้วย แล้ว จะเหงา เป็นลูกกำพร้าแบบเรา

ชีวิต ยังคงต้องดำเนิน ต่อไป เราบอกแม่ หลาย ครั้ง ระหว่างที่แม่ป่วยหนักว่า " แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ หนูอยู่ได้ " เราก็ควรจะอยู่ให้ได้ อย่างที่เรา ตั้งใจ พ่อกับแม่ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง สัญญานะจ้ะ พ่อกับแม่ หนูจะเป็นคนดี ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีค่า รู้จักให้ และเสียสละ อย่างที่พ่อ แม่ สอน ชีวิตนี้สั้นนัก ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ทำวันนี้ให้ดี ที่สุด ก็เพียงพอแล้วล่ะ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 17:38:24 น.
Counter : 115 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  

chawarin
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hello friends,

This should be my long diary ....now it's third years for me to be member of this blog....
Thanks all of you to visit my diary :-)

[Add chawarin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.