อช.เขาสามร้อยยอด ตอน ถ้ำพระยานคร

ต่อจากตอนที่เเล้ว พรานอักษรยังอยู่ที่อช.เขาสามร้อยยอดและวันนี้คณะทำงานจะเริ่มงานหลักของทริปนี้ คือการสำรวจเส้นทางขึ้นสู่ถ้ำพระยานครเพื่อออกแบบและจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดสื่อความหมาย


เส้นทางศึกษาธรรมชาติ คือ เส้นทางเดินจากจุดหนึ่งสู่อีกจึดหนึ่งซึ่งมีสิ่งที่น่าสนใจทางธรรมชาติ อยู่ระหว่างทางและปลายทางโดยมากเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะนำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยว เช่น จุดชมทิวทัศน์ น้ำตก ถ้ำ ฯลฯ โดยที่การเดินจะต้องเดินผ่านสภาพแวดล้อมธรรมชาิติอย่างแท้จริง เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ภูเขาหิน ฯลฯ หน้าที่ของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คืออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และจำกัดแนวทางเดินเพื่อไม่ให้รบกวนธรรมชาติมากเกินไป


จุดสื่อความหมายคือ ป้าย ที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางศึกษา อันมี ข้อความ รูปภาพ หรือ สัญลักษณ์ บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติในจุดนั้นๆให้ผู้สนใจได้ศึกษา หน้าที่ของนักสื่อความหมายคือ การแปลรหัสธรรมชาติออกมาเป็นภาษามนุษย์เพื่อเป็นตัวกลางให้ธรรมชาติสื่อสารกับมนุษย์ได้เข้าใจกันนั้นเอง


เพื่อนๆที่เคยมาถ้ำพระยานคร คงจะบอกว่าเส้นทางเดินก็มีทางเดินและป้ายอยู่มากมายเเล้วนี่นา นั่นแหละค่ะ เพราะมีป้ายอยู่มากมายอย่างไม่เป็นระบบมีทั้งป้ายโฆษณาจากแหล่งต่างๆแต่ละที่ก็พูดเรื่องที่อยากพูดบางป้ายซ้ำซ้อน บางป้ายไมไ่ด้ให้ความรู้อะไรเลยทางอช.เขาสามร้อยยอดจึงขอสนับสนุนจากส่วนกลางให้ส่งเจ้าหน้าที่(อย่างพวกพรานอักษร)มาสำรวจวางแนวทางเดินและระบบป้ายสื่อความหมายเสียใหม่เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มาท่องเที่ยวและรักษาธรรมชาติอย่างยั่งยืน


เริ่มต้นการเดินทาง ซักซ้อมหน้าที่ พร้อม ลุย!!





เส้นทางที่ทอดตัวจากชายหาดสู่ทางขึ้นถ้ำ





ก่อนจะถึงทางขึ้นถ้ำ บนพื้นราบก็ยังเห็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น





ถึงทางขึ้นถ้ำแล้ว เนื่องจากถ้ำพระยานครซ้อนตัวอยู่ในภูเขาหินปูนทางที่เราจะไปถึงได้คือเดินขึ้นไปให้ถึงปากทางอันทำให้เกิดถ้ำแล้วเดินลงต่ำสู่ถ้ำด้านล้าง






ความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย แต่ในช่วงหน้าฝน ผืนป่าชุ่มชื้น จึงเห็นมอสได้ตลอดทาง







ดอกเทียนเขา (ชื่อพื้นเมือง ไม่ทราบชื่อทางการ) ขึ้นตามธรรมชาติ กระจายตามซอกหิน พบได้เฉพาะหน้าฝนเท่านั้น และแต่ละปีจะึขึ้นไม่ซ้ำที่กันเลย










กระสุนพระอินทร์ สัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งกือ ม้วนตัวได้กลมดิ๊ก






สภาพป่า เป็นเช่นนี้





เดินขึ้น ขึ้น ขึ้่น และก็ขึ้นจนเริ่มเหนื่อย ก็พอดีเจอจุดแวะพัก อันเป็นจุดชมวิวด้วย แต่ด้วยเวลาเช้าตรู่ยังไม่มีแดด วิวจึงยังไม่แจ่มพอ






พักกันสักพัก อิอิ แล้วก็ออกเดินต่อ เดินขึ้นเขาตามทางที่ธรรมชาติร่วมกับมนุษย์สร้างสรรค์ไว้ให้






ต้นไม้น้อยใหญ่ รวมทั้งไทรกลุ่มใหญ่นี้ขึ้นอยู่ได้บนเขาหินโดยใช้รากยึดเกาะและชอนไชไปตามซอกหิน ชีวิตดำรงอยู่ได้ แม้พื้นที่จะไม่อำนวย





ลานหินเท (ตั้งชื่อโดยพรานอักษร) เพราะลักษณะเป็นหินลาดเทลงต่ำ เหมือนมีใครเทน้ำจากที่สูงลงมา เนิ่นนานเข้าหินกลายเป็นร่องคล้ายทางน้ำไหลแบบนี้





ดอกของต้นมหาพรหม พืชจำพวกเดียวกับลำดวน





และแล้วก็มาถึง






แต่ยังไม่ถึงง่ายๆค่ะ ต่อจากป้ายเมื่อกี้เป็นเส้นทางลงต่ำ ผ่านผาหิน และประติมากรรมหินธรรมชาติ หนึ่งในนั้นคือ "น้ำตกแห้ง"






มองขึ้นบนจะเห็น "สะพานมรณะ" เห็นแล้วนึกถึงฉากในเรื่อง อวตาร





เริ่มเข้าสู่ตัวถ้ำ ทางที่ต้องผ่านคือ เส้นทางเล็กๆที่ชื่อว่า "สันหลังจระเข้" ตามรูปเลยค่ะ





ถึงภายในถ้ำแล้ว เป็นถ้ำโล่ง มีลานกว้าง มีช่องเขาด้านบน เป็นถ้ำที่อากาศถ่ายเทและมีแสงสว่างตลอด(ยกเว้นตอนกลางคืนอะนะ) แต่เป็นถ้ำที่ตายแล้ว(ติดตามความหมายด้านล้าง)
ถ้าเดินสำรวจรอบถ้ำจะเจอประติมากรรมหินรูปร่างต่างๆ ทั้งหินจระเข้ หินรูปกบ หินรูปสิงโต และนี่คือ หินเจดีย์






ไฮไลท์ของถ้ำ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ประวัติศาสตร์ และตำนาน ของเขาสามร้อยยอด และถ้ำพระยานครนี้ ทุกคนคงทราบดีเเล้ว จึงจะขอพูดถึงแต่สภาพธรรมชาติในถ้ำ นะคะ









พระที่นั่งสร้างในจุดใต้ปล่องถ้ำที่แสงสว่างจะผ่านลงมากระทบ ในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น.ของทุกวัน เลื่อมล้ำตามช่วงฤดูกาล










รอบๆถ้ำจะพบต้นไม้แบบนี้ขึ้นกระจายไปทั่ว






แต่อย่าเผลอไปจับเชียวนะคะ เพราะมันมีพิษ ชื่อว่าต้นแก้วสามดวง หรือต้นช้างร้อง ขนาดช้างโดนเข้ายังร้องเลยนะเออ






ประติมากรรมหินธรรมชาติ พรานอักษรว่า เหมือนกลดพระธุดง





ด้านหน้าของพระที่นั่งมีก้อนหินใหญ่และเสาหินธรรมชาติ






เมื่อเดินผ่านเสาคู่เข้ามาจะเจอที่ตั้งของอัฐิหลวงพ่อเงิน แต่ที่พรานอักษรสนใจคือ ตรงนี้เป็นซอกถ้ำที่แสงสว่างผ่านเข้ามาน้อยกว่าจุดอื่น ทำให้เวลาฝนตกน้ำจากด้านบนหยดลงด้านล่างมีโอกาสเกิดหินงอกหินย้อยได้ (เสาหินที่เห็นในถ้ำก็คือหินงอกและหินย้อยมาบรรจบกัน) แต่ๆๆๆ ใครอุตริ เอาตุ่มไปตั้งรองน้ำไว้ก็ไม่ทราบ





จุดๆเหล่านี้ คือ จุดที่น้ำหยดลง แต่ถ้ำที่แสงสว่างมากอย่างนี้ โอกาสน้อยกว่าน้อยมากที่จะเกิดหินงอกได้อีก ถ้ำนี้จึงเป็นถ้ำที่ "ตายเเล้ว" ไม่มีโอกาสที่หินผาจะขยายตัวด้วยการเกิดหินงอกหินย้อยได้อีก





ปล่องถ้ำเหนือพระที่นั่ง มองขึ้นไป คล้ายช้างสองตัวโผล่หัวออกมา





ขาตั้งที่อุตส่าห์แบกกันขึ้นมา ได้ใช้แค่ภาพเดียว






สำรวจเสร็จได้เวลาเดินทางกลับ ถ้ำนี้มีทางเข้าทางเดียวจึงต้องเดินกลับในทางเดียวกับที่เข้ามา ผ่านบริเวณสันหลังจระเข้ ในช่วงเวลาที่แสงมากขึ้นจะเห็นเสาหินและการเริ่มก่อตัวของหินย้อย





เพราะบริเวณนี้มีน้ำหยด เมื่อมองกลับไป(ในช่วงเวลาที่แดดแรง) จะเห็นหยดน้ำสะท้อนแสงแดด เหมือนดวงดาวบนผืนผา






มองใกล้ๆจะเห็นหยดน้ำจริงๆนะเออ





แต่ไม่ว่าจะใกล้แค่ไหนก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอามือไปถูกหยดน้ำเหล่านั้นไม่ว่าที่หยดจากข้างบน หรือขังอยู่ด้านล่าง อย่างในรูป หินงอกใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะก่อตัวยกสูงจากพื้นถ้ำ แต่หินงอกหลักนี้หยุดกระบวนการงอกแล้วเพราะมันบังเอิญอยู่ในทางผ่านที่ทุกคนที่มาเที่ยวจะเห็นและเอามือไปสัมผัส จนหลักหินมันเงา เกิดลวดลาย แต่ตายแล้วเพราะหยุดการก่อตัว





ช่วงเวลาแดดแรง แสงจะส่องผ่านปล่องถ้ำ มีอะไรให้เล่นกันอีก





ขากลับอย่าลืมแวะจุดชมวิว เพราะในแวลาแดดออก วิวจะสวยแบบนี้






Create Date : 20 ตุลาคม 2555
Last Update : 21 ตุลาคม 2555 17:47:24 น. 5 comments
Counter : 1100 Pageviews.

 
ตามมาชมภาพสวยๆต่อครับ
วันหยุดก่อน ไปถึงวัดสามร้อยยอด ประจวบ
ไม่รู้ว่าห่างจากถ้ำพระยานครเท่าไร
(ไปวัดห้วยมงคล วัดตาลเจ็ดยอด)


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 21 ตุลาคม 2555 เวลา:1:59:00 น.  

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 21 ตุลาคม 2555 เวลา:4:18:23 น.  

 
แวะมาชมค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 21 ตุลาคม 2555 เวลา:8:00:19 น.  

 
ว้าว...รูปสวย...

สวยมากนะคะ

ถ้ำสวยเหมือนบนสวรรค์เลย



โดย: Calla Lily วันที่: 23 ตุลาคม 2555 เวลา:6:24:16 น.  

 
ถ้าลูกชายพี่เห็นกระสุนพระอินทร์ตัวจริง คงตื่นเต้นแน่เลย (แม่ด้วยค่ะ)

พระที่นั่งฯ ไฮไลท์ของถ้ำพระยานครสวยนะคะ ดูกี่ทีก็ยังเห็นว่าสวย แสงที่ผ่านมากระทบ...ยิ่งทำให้ภาพสวยงามขึ้นไปอีก

บริเวณน้ำหยดที่บอกว่าเหมือนดวงดาวบนผืนผางามจริงๆ ค่ะ

จากบล็อก...

พี่ไปวัดเทพธิดารามหลายครั้งแล้ว ยังไม่ถึงกุฏิสุนทรภู่ซักทีเลยค่ะ ไปเช้าเกินไป เงียบเชียบไปหมด คงมีซ่อมอีกเหมือนกัน




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:14:08:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กฤษณกุล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




..........สงวนลิขสิทธิ์ งานเขียน บทกวี ภาพถ่าย ภาพวาดและผลงานทุกชนิดในบล็อกตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือทำประการใดๆกับผลงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเข้าของบล็อกเป็นรายๆไป..........
: Users Online
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กฤษณกุล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.