ยามว่าง -กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำเวลาพักผ่อน หรือขี้เกียจ อู้งาน นั่นเอง แต่...น่าสนใจ อยากเล่าให้ฟังอ่ะ ก็อ่านเพลิน ๆ กันเนอะ จขบ. ก็เขียนเพลิน ๆ เหมือนกัน

+ พิซซ่าอย่างง่าย (Easy Pizza)

เมนูวันนี้อย่างง่ายมากค่ะ เป็นเมนูแบบเร่งรีบ แต่ว่าอร่อยใช้ได้ทีเดียว วันนี้มาทำพิซว่าอย่างง่ายกันค่ะ ที่ว่าอย่างง่ายก็คือ ซื้อพิซซ่าครัสต์ (Pizza crust) มาจากร้านน่ะค่ะ อิอิ...ง่ายจริง ๆ แต่ว่าถึงแม้ว่าเราจะซื้อแป้งมา แต่ว่าเอามาแต่งหน้าเองนี่ก็อร่อยไม่ใช่ย่อยนะคะ เราเลือกหน้าตามใจชอบได้ด้วย แล้วใช้เวลาอบไม่ถึง 15 นาที อร่อยกว่าพิซซ่าแช่แข็งหลายเท่า แต่ว่าถ้ามีเวลาจะมาทำแป้งเองค่ะ วันนี้เอาแบบง่าย ๆ มาลงกันก่อน นี่เลยค่ะ

พิซซ่าอย่างง่าย (Easy Pizza)





ส่วนผสม
พิซซ่าครัสต์ (Pizza crust) 1 ห่อ
มาซาเรลล่าชีส (Mozzarella cheese) 1 ห่อ (ประมาณ 8 oz.)
พิซซ่าซอส (Pizza sauce) 1 กระป๋อง
โอลีฟสีดำ (Black olives) 1 กระป๋อง
เห็ด 1 กระป๋อง
เปปเปอร์โรนี (Pepperoni) 1 ห่อ
เครื่องปรุง Italian seasoning โรยหน้า
พามาซานชีสตามชอบ (อันนี้ใส่เยอะค่ะ เพราะชอบมาก)
หรือถ้าชอบหน้าอื่นก็ตามชอบค่ะ


วิธีทำ
1. เปิดเตาอบที่ 450 องศาฟาเรนไฮต์ เพื่อ preheat
2. แป้งพิซซ่าด้วยน้ำมันมะกอกนิดหน่อย เพื่อให้กรอบและเหลือสวยงามค่ะ
3. ทาพิซซ่าซอส แล้วโรยด้วยมาซาเรลล่าชีส (อย่าเพิ่งใส่หมดนะคะ เหลือไว้นิดหน่อย) โรยโอลีฟสีดำและวางเรียงเปปเปอร์โรนี
4. โรยมาซาเรลล่าชีสที่เหลือ ตามด้วยพามาซานชีส และสุดท้ายตามด้วย Italian seasoning
5. ปรับเตาอบไปที่ 425 องศาฟาเรนไฮต์ แล้วอบเป็นเวลา 7-10 นาที

จะได้พิซว่าหอม กรอบอร่อยน่ากินมากค่ะ อ่อ...แป้งพิซซ่าแต่ละยี่ห้ออาจใช้วิธีการอบไม่เหมือนกันนะคะ ก็อ่านวิธีแล้วทำไปตามนั้นแล้วกัน วันนี้แค่อยากมาชวนทานพิซว่ากันค่ะ คราวหน้าจะลองทำแป้งเอง แล้วจะมาลงให้นะคะ ;-D




 

Create Date : 05 มกราคม 2552   
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 21:48:14 น.  

+ ซุปบัตเตอร์นัทสควอร์ช (Butternut Squash Soup)

ผ่านไปพักใหญ่ไม่ได้มีโอกาสมาโพสซักที วันนี้มีเวลานิดหน่อย เลยแวะมาทักทายกันค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารซักเท่าไหร่ ช่วงเร่งรีบอย่างนี้ ไม่ค่อยอยากมานั่งเฝ้าหน้าเตา วันนี้มีสูตรทำอาหารในหม้อตุ๋นมาฝาก หม้อตุ๋นนี่ที่เค้าเรียกกันว่า Slow Cooker นะคะ จะเป็นหม้อที่ให้ความร้อนแก่อาหารอย่างช้า ๆ โดยที่ความร้อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น โดยจะขึ้นไปถึงอุณหภูมิระดับนึงเท่านั้น โดยส่วนใหญจะอยู่ที่แระมาณ 170-250 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งเป็นการปรุงอาหารที่ความร้อนต่ำ เป็นการประหยัดพลังงาน แล้วทำให้เนื้อที่นำมาปรุงอาหารมีการหดตัวน้อยกว่าการปรุงวิธีอื่น ทั้งนี้อาหารจะสุกจากความร้อนที่ค่อย ๆ สะสมไว้ ซึ่งต่างจากหม้ออัดความดัน หรือ Pressure Cooker ซึ่้งเป็นการเพิ่มความดันในหม้อ เพื่อให้อาหารสุกเร็วขึ้น ที่บางคนเอามาปนกัน สับสนอยู่ อืม...เกริ่นมายาวมาก มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ วันนี้จะมาทำซุปในหม้อตุ๋นกัน

ซุปบัตเตอร์นัทสควอร์ช (Butternut Squash Soup)




ส่วนผสม
เนยชนิดไม่เค็ม 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 3 หัว (ซอยละเอียด)
แอปเปิ้ลปอกเปลือกแล้ว 2/3 ถ้วย (หั่นลูกเต๋า)
บัตเตอร์นัทสควอร์ชที่ปั่นแล้ว (puree ด้วยเครื่อง) 4 ถึง 4+1/2 ถ้วย
น้ำซุปไก่ 2+1/2 ถึง 3 ถ้วย
ขิงผง 1/2 ช้อนชา
ไวน์ขาวแบบดราย 1/4 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น นิดหน่อย


วิธีทำ
1. เปิดกะทะตั้งไฟความร้อนปานกลาง แล้วละลายเนย
2. ใส่หอมแดงที่ซอยและแอปเปิ้ลลงไปผัดประมาณ 3 นาที เพื่อให้นิ่มและคลุกเนยจนทั่ว
3. ใส่ส่วนผสมจากข้อ 2. ในหม้อตุ๋น จากนั้นใส่บัตเตอร์นัทสควอร์ช น้ำซุป ขิง ไวน์ และเกลือลงไปผสมรวมกัน
4. ตั้งไฟต่ำ (Low) ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง
5. นำซุปที่ได้มาปั่นด้วยเครื่องปั่น โรยด้วยพริกไทน แล้วเสิร์ฟทันที

จะได้ซุปที่นุ่มลิ้นมากค่ะ เนื้อละเอียด รสหวานจากบัตเตอร์นัทสควอร์ช แบบไม่ต้องใส่น้ำตาลเลย ทานตอนอากาศหนาว ๆ เหมาะมากค่ะ เป็นเมนูยอดฮิตในฤดูหนาว ลองไปทำทานกันดูนะคะ ;-D




 

Create Date : 05 มกราคม 2552   
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 21:51:30 น.  

+ ขนมปังกระเทียม (Garlic Bread)



ส่วนผสม
ขนมปังฝรั่งเศส 1 ก้อน
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
เนยละลาย 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 5 ช้อนโต๊ะ
ใบพาสลีย์สับ 3 ช้อนโต๊ะ (อาจใช้แบบแห้ง หรือ Italian seasoning แทนได้)


วิธีทำ
1. หั่นขนมปังเป็นชิ้น ๆ ความหนาตามชอบ
2. ละลายเนยในกะทะด้วยไฟต่ำ นำออกจากไฟ แล้วผสมน่้ำมันมะกอก และกระเทียมที่บดแล้ว คนให้เท่ากัน โรยด้วยพาร์สลีย์
3. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 10-15 นาที หรือจนขอบขนมปังเหลือง
4. เอาออกจากเตาแล้วนำเข้า Broiler ประมาณ 1-2 นาทีเพื่อให้สีเหลืองทองขึ้น

สูตรนี้กรอบอร่อย หอมเนยและกระเทียมมาก ๆ ค่ะ สูตรได้มาจากเจ้าประจำ อร่อยทุกสูตรค่ะคนนี้ ปูขาเกเซมารู ค่ะ ต้องขอขอบคุณแม่ปูอีกครั้งค่ะ

ได้ดัดแปลงจากสูตรนิดนห่อยนะคะ เพราะว่าเตาที่บ้านมันไม่แรงอ่ะคะ อบไป 15 นาที ยังไม่เหลืองเลยค่ะ เลยเอามา brown ในกะทะทำแพนเค้กที่บ้านค่ะ เพราะว่าคุมอุณหภูมิง่ายดีค่ะ ไม่มีใหม้ แต่ว่ายังเอาเข้าอบอยู่ค่ะ เพราะว่ามันช่วยให้ขอบขนมปังกรอบอร่อย แล้วโรย Parmesan ชีสนิดหน่อยค่ะ ออกมากรอบอร่อย

เก็บมาฝากค่ะ
มีเกร็ดมาฝากนิดนึง เค้าว่าถ้าอยากให้กรอบก็อบในเตา หรือ broiler อย่างที่กล่าวไป แต่ถ้าอยากให้นิ่ม ตอนหั่นขนมปังไม่ต้องหั่นจนขาดจากกัน แล้วเอาขนมปังทั้งก้อนห่อด้วยฟอล์ย ก่อนนำไปอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 15 นาที

แล้วยังสามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ค่ะ โดยเตรียมขนมปัง ทาส่วนประกอบตามปกติ แต่ยังไม่อบค่ะ ห่อฟอยล์แล้วเอาเข้าตู้เย็นเก็บไว้ก่อนได้ค่ะ

บางคนแนะนำไม่ต้องละลายเนยค่ะ ประมาณ 5 นาทีก่อนอบเสร็จ เอาออกมาจากเตา แล้วโรยด้วย Mozzarella ชีส นำเข้าเตาอบอีกรอบจนเนยละลาย เป็นขนมปังกรเทียมอบชีส น่าจะอร่อยไปอีกแบบค่ะ

แต่ยังไม่เคยทำนะคะ ไว้ลองแล้วได้ผลยังไง จะกลับมาเล่าให้ฟังค่ะ วันนี้อิ่มแล้ว ไปก่อนนะคะ ;-D




 

Create Date : 04 มกราคม 2552   
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 21:48:49 น.  

+ แมคคาเดเมียนัทคุ๊กกี้ (White Chocolate Macademia Nut Cookies)



ส่วนผสม
เนยจืด 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดงแบบเข้ม 1/3 ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว 1/3 ถ้วย
ไข่ 1 ฟอง
วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
แป้งอเนกประสงค์ร่อนแล้ว 1+1/8 ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ถั่วแมคคาเดเมีย 1 ถ้วย
ช็อกโกแลตสีขาว 1+1/4 ถ้วย

Ingredients
1/2 cup butter, softened
1/3 cup packed dark brown sugar
1/3 cup white sugar
1 egg
1 teaspoon vanilla extract
1+1/8 cups sifted all-purpose flour
1/2 teaspoon baking soda
1/2 teaspoon salt
1/4 cup macadamia nuts, chopped
1/4 cups semisweet chocolate chips


วิธีทำ
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 190 องศาเซลเซียส
2. ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดาและเกลือแล้วคนให้เข้ากันแล้วพักไว้
3. ตีเนยและน้ำตาลในอ่างผสมอีกอัน จนรวมกันเป็นเนื้อครีม
3. ใส่ไข่และวานิลลาสกัดตีจนเข้ากันดี
4. ค่อย ๆ ทยอยใส่ส่วนผสมในข้อ 1. แล้วคนให้เข้ากัน (ระวังอย่าตีผสมนานเกินไป จะทำให้คุ๊กกี้แข็ง ทานไม่อร่อยค่ะ)
5. ใส่ถั่วและช็อกโกแลตลงไป คนพอเข้ากัน
6. ปั้นคุ้กกี้เป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 2 นิ้ว
7. วางเรียงลงในถาดอบให้ห่างกันประมาณ 2 นิ้ว
นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 10-12 นาที

แค่นี้ก็ได้คุ๊กกี้ที่อร่อยมากเลยค่ะ ส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบทานคุ๊กกี้ แต่ว่าคุ๊กกี้แมคคาเดเมียนัทนี่ขอยกเว้นไว้อันนึง คุ๊กกี้ออกมากรอบนอกนุ่มในค่ะ เก็บไว้ 3 วันยังอร่อยอยู่เลย คอยเช็คเตาอบด้วยนะคะ ตอนที่ทำหยอดคุ๊กกี้เล็กกว่าในสูตร ประมาณ 7 นาทีก็สุกแล้วค่ะ สูตรนี้ได้มาจาก allrecipe ค่ะ ขอรับรองว่าอร่อยจริง ๆ ค่ะ เอาลงให้ดูกันอีกรูปค่ะ



อ่อ อีกอย่างค่ะ ในสูตรบอกว่าทำได้ประมาณ 36 อัน แต่ทำจริงไม่ถึงค่ะ แค่ประมาณ 20-24 อันเองค่ะ กำลังดี ทำทานแล้วอร่อย หรือไม่อร่อยก็มาเล่ากันฟังนะคะ ;-D

รูปแสดงขั้นตอนการทำ

เสาร์ที่ 31 มกราคม 2552

วันก่อนได้ทำคุ๊กกี้สูตรนี้อีกรอบค่ะ แล้วถ่ายรูปขั้นตอนเอาไว้ เลยมาลงให้ดูกัน ตามนี้เลยค่ะ

1. ส่วนผสมที่ใช้


2. ตีเนยและน้ำตาล จนรวมกันเป็นเนื้อครีม


3. ใส่ไข่และวานิลลาสกัดตีจนเข้ากันดี


4. ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดาและเกลือแล้วคนให้เข้ากัน


5. ค่อย ๆ ทยอยใส่ส่วนผสมในข้อ 4. แล้วคนให้เข้ากัน


6. ระวังอย่าตีผสมนานเกินไป จะทำให้คุ๊กกี้แข็ง ทานไม่อร่อยค่ะ คนได้เป็นอย่างนี้พอค่ะ


7. ใส่ถั่วและช็อกโกแลตลงไป คนพอเข้ากัน


8. ปั้นคุ้กกี้เป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 2 นิ้ว


อบแล้วก็ได้ออกมาน่าทานแบบนี้ล่ะค่ะ



หมายเหต จขบ. ทำคราวที่แล้วแค่ครึ่งเดียว ไม่ได้ใส่ถั่วตามสูตร คราวนี้ลองใส่ตามสูตร และพบว่ามันเยอะไปค่ะ ออกมาถั่วและชอกโกแลตเยอะไป เลยไปปรับปริมาณทั้งสองให้ลดลง แต่ความอร่อยเหมือนเดิมค่ะ ;-D




 

Create Date : 03 มกราคม 2552   
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 21:52:35 น.  

+ การวัดและตวงในการอบขนม (Measuring Techniques for Baking)

วันนี้มาสาระล้วน ๆ ค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์นะคะ สำหรับคนเพิ่งเริ่มหัดอบขนม อย่างดิฉัน บางทีไม่แน่ใจเวลาอ่านสูตรว่าควรตวงแบบไหนดี วันนี้มีมาเล่าให้ฟังค่ะ ยาวหน่อยนะคะ อย่าเพิ่งเบื่อกันไปล่ะ เริ่มล่ะค่ะ

การตวงส่วนผสม
การตวงส่วนผสมในการอบคุ๊กกี้ถือว่ามีความสำคัญมากค่ะ โดยในการส่วนผสมที่มีสถานะต่างกัน จะใช้ภาชนะในการตวงที่แตกต่างกันไปจากรูปค่ะ



ส่วนผสมที่เป็นของเหลว
จะใช้ถ้วยแก้วที่อยู่ทางด้านบน และส่วนผสมที่เป็นของแห้งจะใช้ช้อนตวงที่เห็นด้านล่างของรูป

การใช้ถ้วยตวงที่เป็นแก้วนั้นจะใช้ตวงของเหลวให้ถึงเส้นที่กำหนดไว้ โดยอ่านปริมาตรโดยให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับผิวของเหลวดังรูป



ส่วนผสมที่เป็นของแห้งหรือเป็นผง
จะใช้ตักด้วยถ้วยตวง แล้วใช้มีดปาดด้านบนให้เรียบดังรูป



ส่วนผสมปริมาณน้อย ๆ
จะตวงได้ด้วยช้อนตวง ซึ่งใช้ได้ทั้งส่วนผสมที่เป็นของเหลวและของแข็งหรือแห้ง โดยหากเป็นของเหลวจะตักให้เต็มพอดีขอบดังรูป



ส่วนของแข็งจะปาดด้านบนให้เสมอขอบช้อน ซึ่งได้แสดงไว้ในรูปที่ด้านล่างนี้



การตวงโดยประมาณ
ในสูตรต่าง ๆ บางครั้งจะใช้คำว่า "heaping" หรือ "rounded" ซึ่งคือการตักให้พูนเต็มช้อน โดยมีลักษณะเกือบเป็นทรงกลม ดังที่จะเห็นได้ในรูป



และคำว่า "scant" หรือวเปนการตักแบบไม่เต็มช้อนนั่นเอง ดุได้จากรูปค่ะ



การตวงปริมาณที่ไม่มีในช้อนตวง
เราสามารถใช้ช้อนตวงร่วมกันเพื่อตวงในอัตราส่วนต่าง ๆ ได้ เช่นการตวง 1+3/4 ช้อนชา สามารถใช้ช้อนตวงขนาด 1/2 ร่วมกับ 1/4 ช้อนชาร่วมกันได้

การเปรียบเทียบสัดส่วนตามมาตรฐานอเมริกัน
3 ช้อนชา = 1 ช้อนโต๊ะ =0.5 ออนซ์ (ของเหลว)
16 ช้อนชา = 1 ถ้วย = 8 ออนซ์ (ของเหลว)
2 ถ้วย = 1 ไพท์ = 16 ออนซ์ (ของเหลว)
สำหรับน้ำ 1 ไพท์จะหนักเท่ากับ 1 ปอนด์
4 ถ้วย = 2 ไพท์ = 1 ควอร์ต
4 ควอร์ต = 1 แกลลอน

3 teaspoons = 1 tablespoon = 0.5 fluid ounces
16 tablespoons = 1 cup = 8 fluid ounces
2 cups = 1 pint = 16 fluid ounces
(a pint of water weighs one pound)
4 cups = 2 pints = 1 quart
4 quarts = 1 gallon

ตัวย่อ
สำหรับช้อนโต๊ะจะใช้ตัวย่อว่า T หรือ Tbsp ส่วนช้อนชาใช้ว่า t หรือ tsp ขณะที่ถ้วย จะใช้ว่า c

การตวงเนย
ในการวัดเนยจะใช้ดูจากขีดที่แสดงไว้ที่กระดาษห่อ โดยตัดตามรอยขีดที่บอกเป็น Tbsp ไว้ โดยเนย 1 ก้อนจะมีปริมาณ 1/2 ถ้วย ดังรูปค่ะ



การตวงแป้ง
ในการตวงแป้งที่ดีที่สุดนั้นจะใช้การชั่ง แต่หากต้องการตวงด้วยปริมาณ ให้ทำการร่อนแป้งก่อน แล้วจึงตวงตามการตวงส่วนผสมแบบแห้งหรือผงตามปกติ นั่นคือตวงให้พอดีขอบช้อนหรือถ้วยตวง โดยใช้ขอบมีดปาดให้เรียบ

การตวงน้ำตาล
สำหรับน้ำตามทรายขาวจะใช้การตวงตามการตวงส่วนผสมแบบแห้งทั่วไป แต่น้ำตาลทรายแดงนั้น จะทำการตวงโดยใช้การกดให้แน่นในช้อนหรือถ้วยตวงดังรูป



การตวงชีสและถั่ว
จะใช้การตวงแบบของแห้งปกติ โดยตักให้เต็ทตามขอบช้อนหรือถ้วยตวง โดย "ไม่ใช้" การกด

การตวงเนยถั่ว
ใช้การตักแล้วกดให้แน่นด้วยไม้พาย จากนั้นนำออกจากช้อนหรือถ้วยตวงด้วยไม้พาย ดังในรูปค่ะ



แล้วมี tip สำหรับการตวงเนยถั่วนะคะ โดยใช้การสเปรย์น้ำมัน (non-stick cooking spray) ที่ช้อนหรือถ้วยตวงค่ะ ซึ่งจะทำเนยถั่วออกจากที่ตวงได้ง่ายขึ้นค่ะ

การตวงส่วนผสมที่เนื้อไม่สม่ำเสมอ
วิธีนึงที่อาจเลือกใช้ในการตวงส่วนผสมที่มีเนื้อไม่สม่ำเสมอ เช่น เนยถั่ว และมาการีน โดยจะใช้ในการตวงปริมาณมาก ๆ โดยจะใช้วิธีแทนที่น้ำ ซึ่งทำได้โดยใช้ถ้วยแก้วสำหรับตวงของเหลว ที่ขนาด 2 ถ้วย เช่น หากต้องการตวงเนยถั่วปริมาณ 2 ถ้วย ให้เติมน้ำ 1 ถ้วย หรือตามขีดที่อ่านง่าย แล้วจึงเติมเนยถั่วเข้าไป ซึ่ง้นยถั่วจะไปแทนที่น้ำ และจมอยู่ทางด้านล่าง เราจึงสามารถอ่านปริมาณที่ได้จากน้ำที่อยู่ทางด้านบน ในที่นี้จะอ่านปริมาณที่ต้องการได้ที่ 1+1/2 ถ้วย (เนยถั่ว+น้ำ) เมื่อได้ปริมาตรที่ต้องการแล้ว ก็เทน้ำออกและนำส่วนผสมไปใช้ได้

วิธีนี้ล้ำลึกมาก ไม่เคยใช้อ่ะค่ะ แต่เอามาลงตามที่อ่านมา เพื่อเป็นความรู้เนอะ มาต่อกันเลย

การตวงด้วย shot
เป็นถ้วยตวงที่เรียกว่า jigger ค่ะ หรือเรียกว่า shot ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการทำมิกซ์ดริ้งมากกว่า โดย 1 shot จะเท่ากับ 0.1875 ถ้วย หรือ 3 ช้อนโต๊ะค่ะ

ช้อนตวงขนาดเล็ก
การวัดอัตราส่วนขนาดเล็ก ด้วยช้อนตวงประกอบไปด้วย 4 อัตราส่วนด้วยกัน โดยมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไป ดังนี้
1/4 ช้อนชา หรือเรียกว่า tad
1/8 ช้อนชา หรือเรียกว่า dash
1/16 ช้อนชา หรือเรียกว่า pinch
1/32 ช้อนชา หรือเรียกว่า smidgen

ลักษณะช้อนตวงทั้งสี่ได้แสดงไว้ดังรูป



สุดท้ายการตวงที่เรียกว่า "dollop" ซึ่งเป็นการตวงปริมาณที่น้อยมาก เช่นก้อนขนาดเล็กมาก หรือของเหลวเป็นหยด ๆ

เฮ้อ จบแล้วค้า ยาวหน่อยนะคะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะคะ โดยข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจาก wikihow ก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ;-)




 

Create Date : 03 มกราคม 2552   
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 22:13:16 น.  

1  2  3  
Chanthida
Location :
Hanover Park United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ชื่อเล่นว่า ผึ้ง ตอนนี้อยู่อเมริกาค่ะ แต่งงานเลยย้ายมา ต้องปรับตัวเป็นแม่บ้าน จากที่ไม่ค่อยได้ทำกับข้าว ต้องมาหัดทำค่ะ สมัครสมาชิกได้ซักพัก แต่เพิ่งอัพบล็อกได้ไม่นาน เข้ามาทักทายกันบ่อย ๆ นะคะ ;-D
[Add Chanthida's blog to your web]