A ........ Z
Group Blog
 
All blogs
 
Q.E.D เรื่องอย่างงี้ต้องพิสูจน์





าย้อนพิจารณาการรีวิวตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมา
ดูเหมือนว่า ตัวผู้เขียนเองแทบจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับซีรีย์ของค่ายNHKเท่าไรนัก
ปล่อยให้หลายค่ายไม่ว่าจะเป็นฟูจิทีวี ทีบีเอส เอ็นทีวี อาซาฮีทีวี มีพื้นที่ในการนำเสนอเสียส่วนใหญ่
ค่ายNHKก็จะมีเพียงสองเรื่อง คือ Nanase Futatari กับFutatsu no Spica
ซึ่งเรื่องแรกนั้น ออกไปในทางพลังอำนาจวิเศษ ส่วนเรื่องหลังเป็นการตามฝันเป็นนักอวกาศ
ต่างก็เป็นซีรีย์พ้นระยะความโบ สู่การร่วมสมัยปัจจุบันเป็นที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่วาย
ที่จะทิ้่งแผลเจ็บๆคันๆตามมา คงพอเป็นที่ทราบว่า วัฒนธรรมของบันเทิงผ่านช่องNHKที่รับรู้กัน
มักจะได้รับความนิยมจากทำซีรีย์เทือกๆ jidaigekiหรือไม่ก็พวกTaiga drama
ที่ไม่พ้นโบราณนานโคตรเป็นของโปรดของคนรุ่นดึก ซึ่งส่วนของงานย้อนยุคถ้าเป็นพวกนั้น
การันตีได้เลยว่าช่องนี้เขาแม่นยำ-กรำศึกมานาน ดำรงกันมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
กันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่มีปัญหาสำหรับเรื่องของการดู แต่จะติดในปัญหาของการอยากเล่า
ด้วยจำนวนตอนที่ต้องนั่งเฝ้าทนดูมันไม่ใช่สิบเอ็ด-สิบสองตอนตามแบบแผนทั่วไปนี้สิ
แต่ต้องอาศัยคำว่า"มาราธอน"ทางสายตากันเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นแนวที่นอกเหนือจากที่กล่าว
อันนี้ก็เจ็บระนาวตัวกันมาไม่น้อย ไม่ใช่แค่ไม่กล้าวิจารณ์ แต่ถึงขั้นไม่อยากหยิบมาวิจารณ์
เพราะไม่ใช่หนทางในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ที่ดี ด้วยการบีบเล่าเรื่องให้เหลือหนึ่งหน้าบล็อก
มันทำได้ยากจริงๆ





Q.E.D ก็เป็นหนึ่งในซีรีย์ของค่ายเอ็นเอชเค ที่ฉายตั้งแต่ต้นปี ๒๐๐๙
ซึ่งความจริง ผู้เขียนก็ผ่านสายตารับรู้ตั้งแต่ปีที่ออกฉาย ทว่า.....ถ้าหากเป็นดาราที่รู้จักมักคุ้น
หรือลองได้เป็นของค่ายอื่นที่ไม่ใช่เอ็นเอชเค หรือมาเห็นเรตติ้งอันดับเลขเจ็ดอัพสักหน่อย
ซีรีย์แนวนักสืบตรรกวิทยาเรื่องนี้ ก็ไม่น่าจะถูกปล่อยลอยเท้งเต้ง เพราะเป็นแนวนิยมที่ผู้เขียน
โปรดปรานเป็นการส่วนตัว เพราะภาพลักษณ์จะดูดี-มีการศึกษา-พาลับสมอง-สยองกับศพเป็นระยะๆ
ประกอบกับการเข้าหน้าเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านเขาต่างครื้นเครงสาดน้ำลุยโฟมสนุกสนาน
แต่ตัวเองดันต้องมาจับเข่าคุดคู้แบบหนูไม่อยากเปียก เฉียดออกนอกประตูบ้านเมื่อไรได้เปียกตายเมื่อนั้น
จึงเป็นการดีที่จะทรมานตนเองด้วยการหยิบซีรีย์เรื่องนี้ขึ้นมาลองดี ถ้ามันสุดๆตามแบบที่ซีรีย์รุ่นพี่ของค่ายนี้
ที่เคยทำมา ก็นึกเสียว่าเป็นการสร้างภูมิต้านทานบูชาครูก็แล้วกัน






Q.E.D อย่างนี้ต้องพิสูจน์ เป็นซีรีย์วัยรุ่นสืบสวนแบบจบในตอน
โดยมีนักเรียนชายจอมอัจฉริยะวัยสิบห้า ที่มีดีกรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก MIT
"โทมะ โซ" (แสดงโดยนากามูระ อาโออิจาก Propose KyodaiและHanazakari no Kimitachi e 2011)
ปรารถนาที่อยากจะใช้ชีวิตในแบบวัยรุ่นมัธยมธรรมดา แต่ตัวเองมักจะจับพลัดจับผลูเข้าไปข้องเกี่ยว
กับปริศนาปัญหาหรือไม่ก็เหตุการณ์ฆาตกรรมต่างๆ ส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยให้โซต้องข้องแวะ
คือ การได้รู้จักกับเพื่อนสาวร่วมห้อง "มิตซูฮารา คานะ"(แสดงโดยทากาฮาชิ ไอ จากTenka Souran
และHitmaker Aku Yu Monogatari)ประธานชมรมเคนโด้และเป็นบุตรสาวของหัวหน้าสอบสวน
"มิตซูฮารา โคทาโระ" (แสดงโดยอิชิกุโระ เคน จากRESCUE และFire Boys)
ดังนั้น ไม่ว่าปริศนาจะมีความซับซ้อนเพียงไหน หรือคดีฆาตกรรมอำพรางจะแยบยลเพียงใด
การได้สติปัญญาของเด็กมัธยมดีกรีจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากรัฐ Massachusetts
ก็มักจะทำให้เรื่องยากๆ พลิกกลับมาเป็นง่าย โดยอาศัยจากหลักฐานแวดล้อมเท่าที่มี
มาผนวกเข้ากับวิธีการอธิบายในทางตรรกวิทยา (โดยมีวิทยาศาสตร์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น)
 ซึ่งหากเป็นผลสำเร็จเมื่อไร จะต้องมาพร้อมกับประโยคที่ช่วยยืนหยัดตามการพิสูจน์นั้นๆตามชื่อเรื่องขึ้นว่า ..........





with this .............Q.E.D

(เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์)

The proof is complete.

(หลักฐานได้เป็นที่กระจ่างแล้ว)






(เสริม-(ละติน: Q.E.D.) เป็นอักษรย่อที่มักใช้ตัดบทสรุปในการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์
หรือเป็นการโต้เถียงทางปรัชญาวิธี เลยมาเข้ากับชื่อแบบไทยๆว่า "ซึ่งต้องพิสูจน์"
(ละติน: quod erat demonstrandum) (อังกฤษ: which was to be demonstrated)



ผู้เขียนต้องสารภาพหลังรายการที่ว่า แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในเชิงไม่ดีขึ้นมากมาย
รวมถึงค่าเฉลี่ยโดยรวมสิบตอน เพียงร้อยละห้า แต่โดยภาพรวมแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับ
ซีรีย์แนวDetective&mystery ของเจ้าอื่นๆแล้ว  Q.E.Dดูจะฉีกรูปแบบความจำเจทั่วไป
ไปสู่ความหลากหลายที่ไม่ค่อยจะลงตัวสักเท่าไรนัก (แต่ก็ช่วยความเลียนในทางเดียวได้เยอะ)
ดำเนินเรื่องบลิ้วอารมณ์อย่างเรื่อยๆเฉื่อยๆไม่วืดหวา-ท่ามาก แบบโปรดักชั่นค่ายเอกชนเขาทำกัน
ซีรีย์จึงก้ำกึ่ง ไปทางหนึ่งทางใดไม่ชี้ชัดความเป็นตัวตนของตัวเองที่ชัดเจน (คล้ายๆความคลุมเครือ
ของสถานีNHKอยู่เหมือนกัน ที่ครั้งหนึ่งอเมริกาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดฐานะของNHKว่าเป็น
วิสาหกิจของรัฐ หรือเป็นวิสาหกิจของเอกชนกันแน่ แม้จะส่งแบบสอบถามเทียบเชิญถึงสามครั้ง
ก็หาได้คำตอบ ด้วยสถานะที่ประหลาดจึงอาจเป็นสาเหตุไม่ถูกทลายองค์กรในฐานะศูนย์กระจายข่าว)
และในเกือบทุกตอน วิธีการนำเสนอกลับให้น้ำหนักกับโครงเรื่องในแง่ของ "มูลทางคดี" มากกว่า
"ความสัมพันธ์ของตัวละคร" ดังนั้นในแง่ของเนื้อหาสาระที่ให้ต้องขบคิดและตีความ
เรือ่งนี้จะต้องใช้เอนเนอร์จีพาวเวอร์สูง เพื่อที่จะได้คิดตามไปกับจุดเชื่อมโยงค่อนข้างมาก
ให้เวลาพอสมควรกับการอธิบายไล่เรียงเหตุการณ์ ตลอดจนการใช้เวลาเพื่อคำเฉลย
เมื่อเทียบกับละครซีรีย์สืบสวนอื่นๆทั่วไป ถือว่าเป็นซีรีย์ที่มีตัวแปรเชื่อมโยงค่อนข้างมาก
(บอกตามตรง บางตอนขนาดซีรีย์ได้เฉลยไปเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนก็ยังไม่เก็กเอาสักเลย)







อีกทั้งรูปแบบของปริศนาที่เป็นโจทย์ของเรื่อง ออกไปเชิงวาไรตี้ดาวกระจาย
ไม่มุ่งเน้นในสายฆาตกรรมใดเป็นหลัก หรือแสวงหาขุมทรัพย์หาความรวยเป็นสำคัญ
มันจึงมีทั้งเรื่องเคสต์กรณีใหญ่ๆ อย่าง ฆาตกรรมอำพราง ปริศนาขุมทรัพย์เจ้าคุณพ่อ
โจรกรรมซ้อนแผน สตอล์กเกอร์ดารา ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ อย่างคลี่คลายตัวป่วนในชมรม
ไขความลับแคปซูลกาลเวลา การจำลองไต่สวนฝ่ายอัยการ ไปจนเคสต์เเฟนตาซีหลุดโลก
อย่าง การย้อนเวลาสู่ยุคเอโดะ หรือการโจรกรรมตู้เซฟบนตึกระฟ้า ซึ่งอันนี้มันก็มองได้สองทาง
ถ้าหากไม่ได้มองโลกในแง่ดีก็ต้องบอกว่า เรื่องมันเละเทะเตลิดไปเรื่อยสุดแท้แต่จะบรรเจิดผ่านไป
แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากก็มองได้ว่าเป็นการแก้เลียนจากความซ้ำซากที่ปรากฎมีทั่วไป
เอาใจต่อตลาดของคนทุกกลุ่ม มีความสร้างสรรค์ในการคิดนอกกรอบ ยากแก้การคาดเดา
ถ้าเป็นค่ายอื่นๆ เขาเปลี่ยนแค่สถานอาชีพของตัวละครกับเป้าประสงค์เพื่อดำเนินทิศทางของตัวเรื่อง
อย่าง Puzzleก็เป็นเรื่องครูจอมงกกับนักเรียนหัวไบร์ท  ในKiina ก็เป็นเรื่องของ
นักสืบตำรวจกึ่งออติสติกกับตำรวจรุ้กกี้ ในGalileoก็เป็นเรือ่งของอาจารย์ฟิสิกส์
กับตำรวจสาวไฟแรง หรือในControlอันนี้เป็นเรื่องของอาจารย์จิตวิทยากับ
ตำรวจสาวจอมมุ่งมั่น ซีรีย์พวกนี้ทิศทางเรื่องเขาชัดเจน โครงเรื่องถูกปูให้มีความข้องเกี่ยว
กับความชำนาญเฉพาะทางที่จะช่วยไขปริศนาทางคดี ผิดกับQ.E.D ที่ดูจะมีความสามารถในการ
ไขปริศนาได้ครอบจักรวาล ไม่มีข้อจำกัดทางวิชาชีพ โจทย์ของตัวละครก็ไม่ผูกมัดไปทางใดทางหนึ่ง  
 และที่สำคัญ คือ ไม่ได้มีคลื่นออร่าเชงเม้งโทสโค้ป ที่ไปข้องเกี่ยวกับใครเป็นต้องตายทุกราย ถึงแม้ว่า
โผล่มาตอนแรกฆาตกรรมปริศนาบนเครื่องบิน ก็ทำอีท่าว่าจะมาไม่พ้นแนวบังเอิญอยู่ในเหตุการณ์
(และทำได้เสมือนจะกระโหลกกะลาตามวิถีประสงค์ที่ผู้เขียนคาดหมาย)  แต่พอถึงตอนต่อไปที่เหลือ
รูปแบบปริศนาก็ค่อยๆกระจายไปแบบเกินคาดเดา ไปแตะเรื่องโน้นมั้ง เรื่องนี้มั้ง
ซึ่งถ้าเอาในแง่ภาพรวมของปริศนา ทั้งแง่การตั้งโจทย์และการอธิบายก็ถือว่าเข้าท่าดี 
มีความซับซ้อน ลุ่มลึก และไม่ตายน้ำตื้น เหมือนกับบางเรื่อง
เพียงแต่.........................ข้อที่น่าแก้ไขสำหรับเรื่องนี้ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน เท่าที่นึกได้ตอนนี้
ก็มีถึงหลายข้อด้วยกัน (ซึ่งถ้าให้คิดอีกสักชั่วโมงคงได้สักสิบ แต่ก็รักษาน้ำใจกันเพียงเท่านี้ไว้ก่อน
เพราะความดี เขาก็มีให้พอประมาณอยู่เหมือนกัน)





อย่างแรกที่อยากพูดเลย คือ เคมีของตัวละครเอกระหว่างโซกับคานะ
ช่างทำปฏิกิริยากันยากเสียจริงๆ อันนี้น่าจะเป็นเรื่องแรกที่กล้ารีวิวเลยมั้ง ถึงสูตรทางเคมีที่ไม่ลงตัว
ความที่Q.E.D สร้างมาจากต้นฉบับการ์ตูนของอ.โมโตฮิโร่ คาโต้ (มีแปลไทยโดย
สนพ.วิบูลย์กิจ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่เคยได้อ่านสักหน้าหรอก) ถ้าถามว่าคุณพี่อาโออิกับน้องไอ
เล่นใช้ได้ไหม? ถ้าถือเอาตามความเป็นนักแสดงหน้าใหม่ ก็ถือว่าใช้ได้อยู่ แต่อย่างที่ทราบ
เคมีทางการแสดง มันหาได้ใช้ดัชนีใดเป็นเครือ่งชี้ชัดถึงเป็นรูปธรรมได้ยาก นอกเสียจาก
การแสดงให้ดูอะคลิกๆกันแบบคู่ดูโอเดเทกชั่นเจ้าอื่น ยิ่งมาเป็นแนวคู่หูนักสืบด้วยแล้ว
รู้สึกถึงความห่างเหินของสองตัวละคร ซึ่งโดยปกติตัวละครหนึ่งที่มองโลกอย่างสดใส
อีกตัวละครหนึ่งที่มองโลกอย่างเป็นไป สูตรนี้น่าจะส่งผลเกื้อกันได้เสมอ แต่คราวนี้่ไม่แหะ
เหมือนต่างคนต่างเล่นตามบทที่ได้รับ แต่จุดเชื่อมโยงมันไม่ได้ประสาน มีเพียงจุดบังคับ
ไม่กี่ฉากที่พยายามทำให้มันเป็นเรื่องของมิตรภาพ ความรัก และความห่วงใย
ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจาก ซีรีย์ให้ความสำคัญของแบบแผนและวิธีการเฉลย
มากกว่าการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร ความเป็นเรือ่งราวจุดนี้เลยน้อยถนัด
เมื่อเทียบตามสัดส่วนทั้งหมดของเรื่อง (ยังดีว่าเป็นเรื่องที่จบในตอน)
แม้บทพยายาม ที่จะช่วยอธิบายตัวตนของตัวละครผ่านเหตุการณ์ปริศนา
ที่ไปสัมพันธ์กับประสบการณ์ของตัวละคร แต่หลักใหญ่ก็ยังให้น้ำหนักกับสิ่งปริศนา
โดยมีเพียงตัวละครตั้งไว้เป็นโจทย์เท่านั้น ดราม่าเลยไม่ค่อยเกิด พลังของตัวประกอบเกือบทั้งหมด
ที่ค่อยเป็นตัวส่งลูกหยอดลูกยอก็ไม่ทำงาน ล้วนเป็นกลุ่มนักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่ค่อยผ่านกระแทกตา
 (ยกเว้นพ่อนางเอกที่แสดงโดยลุงอิชิกุโรเพียงคนเดียว ที่จัดเป็นผู้เล่นทีมีชีวิตชีวาที่สุด)
ความเป็นธรรมชาติในการแสดงก็เลยดูขาดๆเกินๆ และส่วนมากยิ่งเป็นนักแสดงวัยรุ่นด้วยแล้ว
พรรษาเลยดูอ่อนเมื่อต้องไปเผชิญกับความรัดกุมในแง่ปริศนาที่ผู้สร้างเขาวางไว้เป็นโจทย์ใหญ่
วัยรุ่นพวกนี้ เลยตกกลายสภาพเป็นดาราหน่อมแหน้ม แถมดันไปอวยบทให้เยอะอีกต่างหาก
กลายเป็นต้องมาพึ่งประสบการณ์ของบรรดาGuests ที่จัดมาเป็นคันรถยังกับรับหัวคิวกันมา
เรื่องถึงจะเดินต่อไปได้ ส่วนใหญ่ก็เดินสายไปเป็นแขกรับเชิญตามช่องต่างๆอยู่ก่อนแล้ว
การดีไซด์ท่าทางที่ดูผิดธรรมชาติ ก็เป็นที่น่ารำคาณ เล่นมุกก็เป้ก ถ้าตัดบทตัวประกอบพวกนี้ออกไป
อาการของการทำลายน้ำใจทางอ้อมที่ไม่จำเป็น ก็คงทุเลาเบาบางไปได้ไม่น้อยเลย คิดว่านะ







ส่วนการลำดับตอน โดยการกำหนดวางเรียง อันนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหา
ผู้เขียนไม่รู้หรอกว่า อันนี้เป็นเรื่องของทางผู้กำกับหรือคนเขียนบทกันแน่
(โดยเฉพาะ ตอนต้นและตอนปลายที่ผู้เขียนรู้สึกมีปัญหาเป็นการส่วนตัว ไม่น่าเชื่อว่า
จะเกิดขึ้นภายใต้มือเขียนบทที่เคยเขียนให้Hana Yori DangoและGalcir อย่างฟูจิโมโต้ ยูกิ)
ต้องถือว่า นับตั้งแต่ฝ่าฟันดูซีรีย์ญี่ปุ่นกันมา เรือ่งนี้บริหารการวางตอนได้แย่มากเรือ่งหนึ่ง
เท่าที่ประสบการณ์ชีวิตเคยโชน อยากที่บอก เปิดตัวตอนแรกแม้จะเน้นความอลังการ
เล่นเหาะมาจากเครื่องบิน อาจจะได้ความตื่นตาในแง่ลูกโชว์เสียว เหมาะกับการทำทีเซอร์เรียกแขก
แต่ในแง่โชว์อัจฉริยะทางคดี อันนี้มันไม่เท่าไรเมื่อเทียบกับการโชว์ความเหนือทางสติปัญญา
ของตอนต่อๆไป แต่ถ้าถือเป็นการอุ่นเครื่องวอร์มอัพ  อันนี้ก็อาจจะมองได้
แต่ที่น่าเคืองแบบบ่นเสียดาย คือ ตอนเฉลยสาเหตุที่โทมะ โซ ต้องบินลัดหนีกลับมายังญี่ปุ่น
แทนที่จะปักหลักต่อที่MIT ผู้เขียนว่าอันนี้เป็นตอนไฮไลท์เรียกเรตติ้งคนดูได้ดีเลยทีเดียว
แต่ดันเอามาไว้สักต้นเรื่อง นึกว่าปรากฎการณ์นี้จะมีเฉพาะตอนที่รีวิวไว้ใน
Tokujo Kobashi ของค่ายทีบีเอสเจ้าเดียว ผลจากการวางไม่ดูทิศทาง ส่งผลให้เรตติ้ง
ที่ควรน่าจะดี กลับไม่ดีตามที่ควรจะเป็น จากนั้นเรื่องก็กลับมาลดฮวบตามสภาพเช่นเคย
ปกติแล้วใครเขาก็มักจะบรรจงวางไว้กลางหรือไม่ก็ท้ายเรื่อง ด้วยสูตรนี้มันต้องทำให้พระเอก
ต้องเลือกระหว่างงานดีที่โน้นกับเพื่อนดีที่นี้ ซึ่งก็ยังจะได้ลูกขยี้ที่ดีเสมอ อย่างน้อ่ยเกิดขยี้พลาด
มันก็ยังมีผลพ่วงของการเปิดทัศนคติทางในใจของตัวละคร ที่เปิดเผยความรู้สึกที่แท้ลึกในใจ
นอกภายใต้อุปนิสัยที่เงียบขรึม แต่นี้ดันเปิดตัวโล่งโจ้งแต่ไก่โห่ แถมตอนที่เหลือจากนั้น
ก็กลับมาลงรากลึกในแง่คดีปริศนา เหมือนจะทิ้งช่วงความสัมพันธ์ของตัวละครไประยะใหญ่
ก่อนจะมาอวสานแบบบอกลากันดื้อๆ แถมเป็นความดื้อประเภทที่ยังไม่ทิ้งเรื่องของคดีเป็นหลักใหญ่
ทั้งๆที่จะลงศาลาการเปรียญอยู่ทนโท้ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือว่า มันเต็มไปด้วยเนื้อ
จนหาความเป็นน้ำแทบจะไม่ค่อยเจอ (แถมพอมีน้ำก็ดันเป็นน้ำซุปที่ไม่ค่อยคล่องคออีกต่างหาก)






หมดจากเรือ่งนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเส้นทางการแสดงของนายนากามูระ อาโออิจะไปได้สวย
มีงานชุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนโอกาสได้เป็นพระเอกเจนฯรุ่นต่อไปของวงการบันเทิงมีสูง
(อยากบอกว่าทรงกะลาครอบของคุณน้องอาโออิ อยากบอกว่าเป็นเแฟชั่นที่เห่ยมาก ไม่เหมือนตอนหนึ่ง
ที่นางเอกไทม์สปินไปสู่ยุคอดีต อาโออิของเราต้องปรับเทรนด์เป็นแสกกลาง เออเว้ย!หล่อระทวยไม่น้อย)
เอาแค่ปี ๒๐๑๐ น้องเขาก็มีโอกาสได้เล่นหนังใหญ่ฟอร์มดีอยู่หลายเรื่อง อาทิ
BECK (ปุปะจังหวะฮา) เรื่องของไอ้หนุ่มดนตรีร็อคกับหมานิสัยประหลาดที่สร้างมาจากมังงะชื่อดัง
Perfect Blue ที่สร้างจากวรรณกรรมของนักเขียนชื่อดังมิยูกิ มิยาเบะ หรือจะเป็นโปรเจ็คหนังผีแอบถ่าย
Paranormal Activity Chapter 2 TOKYO NIGHT อันนี้เมืองไทยก็เข้าฉายอยู่หลายสัปดาห์
ส่วนวงการทีวีนี้ ปีที่แล้วก็เพิ่งได้รับเล่นซีรีย์ตอนพิเศษ ที่เรียกว่า4-part Tanpatsu ของค่ายฟูจิทีวี
เรื่อง Propose Kyodai เป็นเลิฟคอเมดี้ของชายสี่วัยที่มีบุคลิกคนละแบบ ซึ่งไอ้หนุ่มอาโออิของเรา
ต้องไปเป็นพี่น้องร่วมไส้กับรุ่นพี่เบอร์หนา อย่าง ยุตะ ซาโต้,โคอิเคะ เทปเป และอิโตะ อัตซึโอะ
ปรากฎว่าอาโออิได้ประกบกับดาราสาวโมโตคาริยะ ยูกะ ก็เป็นตอนสามที่เรียกเรตติ้งสูงสุดกว่า
ใครทั้งสามคนสักงั้น นอกจากนี้ ยังได้เข้าขบวนการหล่อชายล้วนปี ๒๐๑๑
กับซีรีย์Hana Kimi e ที่มีดาราหญิงนำ คร่าวนี้ไม่ใช่โฮริกิตะ มิกิ (ที่หมดรุ่นตั้งแต่ปี ๒๐๐๗)
แต่จะเป็นหนึ่งในเต้ยของวง AKB48  มาเอดะ อัตสึโกะแทน เรื่องนี้รับประกันได้ว่า
ใครได้เล่นเป็นต้องปูทางไปรสู่ดาวประดับวงการแน่นอน เหมือนที่เคยปลุกปั้น โอกุริ ชุน,อิกุตะ โทมะ,
มิซุชิมะ ฮิโระหรือยามาโมโตะ โยสุเกะ ประมาณนั้น
การถอยมาหนึ่งก้าวใหญ่ๆแบบข้ามทวีป ก็ทำให้ตัวละครโทมะ โซ ได้กลับมาพบความสุข
จากการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามจังหวะของชีวิตที่วัยรุ่นควรจะเป็น แทนที่จะต้องแบกรับกับ
ชื่อเสียงและเกียรติยศอันไม่สมสว่น จนทำให้เขาเกือบจะห่างหายจากช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต
การได้เติมเต็มสู่การบรรลุวุฒิภาวะผ่านประสบการณ์ มากกว่าการศึกษาหาความรู้ที่ได้จากการอ่าน
บางทีความอัฉจริยะก็บดบังคุณค่าบางสิ่งบางอย่าง ที่กว่าจะตระหนักได้ก็สูญเสียมันอย่างไม่อาจห้วนกลับ





l always mingled with the outside world at my own pace.
Matching it to my pace.l feel at loss as the outside world keep
coming into me.

(ตลอดเวลาที่ผมได้ประสานก้าวย่างที่เป็นประสบการณ์จากโลกภายนอก ให้เหมาะสมกับชีวิต
ผมกลับรู้สึกได้นะถึงการถูกพลัดพรากจากสิ่งภายนอกที่กำลังเข้ามายืดแย่งทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากผม)

l want to cherish it.This feeling of perhaps this is exciting.

(ผมอยากที่จะทนุถนอมมัน ความรู้สึกนี้บางทีก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน)






ส่วนนางเอก "ทากาฮาชิ ไอ"เห็นคุณน้องครั้งแรก นึกไม่ถึงว่าบารมีจะมาได้ถึงขนาดนี้
(นึกว่าลาล่า-ลูลู่ แห่งโปงลางสะออนญี่ปุ่น) และรู้สึกดีใจที่น้องมาเอาดีในวงการเพลง
กับวงป๊อบที่สร้างคุณน้องขึ้นมา ไม่รู้แคลนน้องไปรึเปล่า?แต่รัศมีซีรีย์นี้ดูไม่เกิดเอาสักเลย
ยิ่งมาเห็นลีลาการแอ็บแบบไม่แอบกระมิดกระเมี้ยน แรกๆก็แบ้วดีอยู่หรอก แต่เล่นทุกช็อตอันนี้มันเยอะไป
รู้ว่าหนูมาจากวงที่เน้นสายแอ็บแล้วแจ้งเกิด แต่เออ..คนละเวทีกันนะน้อง ผู้เขียนมาเน้นที่เรื่อง
บังเอิญมีน้องเป็นส่วนประกอบ แล้วมาทำอะไรที่ไม่สมประกอบ หน้าก็ไม่รู้จะโทนลาล่าหรือลูลู้กันแน่
ในMorning Musumeเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่ค่อยสำรวจลงลึกสักเท่าไร แต่ทราบมาว่า
น้องไอนี้เป็นถึงลึดของวงนี้เชียว ไม่ใช่แค่กรุ๊ปนี้เท่านั้น ยังรวมถึงHello!Projectอีกกลุ่มด้วย
แล้วยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ สำหรับลัทธิพิธีกรรมที่เรียกว่า "graduate" ในความหมายเดียวกันกับ
การจบการศึกษา แต่นี้เป็นเทอมสำหรับกิจกรรมในอุตสาหกรรมเพลงกินตังค์ของบ้านเขาเท่าไร
เห็นว่าใน AKB48 หนูมาเอดะเธอเองก็จบการศึกษานี้ด้วย สอบอย่างไร-เก็บหนว่ยกิจเท่าไรไม่รู้
ก็เห็นมีเด็กหน้าใหม่เข้ามาอยู่ตลอด แล้วหนูแก่ๆที่จบการศึกษาก็เห็นยังออกหาตังค์ทั้งเล่นซีรีย์
ออกโฆษณา แถมยังไปออกซิงเกิ้ลเดียวอะไรอีกเยอะแยะ ฟังแล้วก็ดูแปลกดีเหมือนกัน
แต่แปลก พอออกจากลุกส์ของสาวมัธยมที่มองโลกสดใสคานะตัวนี้แล้ว
เออ.....น้องหนูก็หน้าตาพอไปวัดไปวาได้อยู่เหมือนกัน  ยิ่งพอเห็นอดีตหัวหน้าคนรอง
ที่มาเปลี่ยนไม้รับช่วงทีมวงMorning Musume แล้ว ไอ้ที่พูดมาตั้งแต่ต้นพี่ว่าน้องดูดีที่สุดแล้วละ ........








อ้างอิงข้อมูล

Dramawiki,Wikipedia,Jdorama





อืม......อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสิ่งดีที่มีให้ปรากฎสำหรับซีรีย์เรื่องนี้ คือ
เพลง Konomama, Zutto  ที่ร้องโดย อาโอยามา เทลมา ลูกครึ่งอัฟโฟร ทรินิแดดแอนด์เจแปน
ถือเป็นนักร้องขายเสียง ที่ยอดขายดีถล่มทลายคนหนึ่งของวงการเพลงที่โน้นเหมือนกัน
เสียดาย .......ที่ช่วงอะไรในเรตติ้งไม่ค่อยได้นัก















Create Date : 17 เมษายน 2555
Last Update : 18 เมษายน 2555 22:19:10 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 
อ่านการ์ตูนติดหนึบค่ะ ...


โดย: นัทธ์ วันที่: 18 เมษายน 2555 เวลา:20:41:41 น.  

 
เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนวัยดึกนะเนี่ย
(เพราะชอบซีรีส์ย้อนยุคมาก)

นักแสดงที่เห็นมีคนหนึ่งที่ชอบคือ ลุงเคน

Hana Kiki เคยเล็งอยู่เหมือนกันเพราะเห็น
ว่าโด่งดังนักหนา แล้วเวอร์ชั่นนี้ อย่างน้อย
ก็ไม่ใช่มิกิแล้ว แต่ว่าติดอยู่พระเอกหน้าตา
ไม่คุ้นเคยนี่แหละ ไม่ค่อยชอบลองของสัก
เท่าไร แต่หน้าตาก็ดูจะเข้ากับบทบาทอยู่
เหมือนกันนะ ทั้ง Hana Kiki แล้วก็เรื่องนี้ด้วย

สงสารนางเอกนะเนี่ย เพราะไม่เคยเห็นคุณChanpanakrit จะสับสาวๆ นางเอกซะหมด
สวยอย่างนี้มาก่อน

Q.E.D ความคุ้นเคยคือสันหนังสือการ์ตูน
ที่เรียงเป็นตับในร้านเช่า แต่ก็ไม่เคยหยิบมา
อ่านสักที ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนน่าจะสนุกดีนะคะ แต่เท่าที่อ่านเนี่ย ไม่ช่วยให้ต่อม
อยากดูทำงานเลย


โดย: prysang วันที่: 19 เมษายน 2555 เวลา:13:00:25 น.  

 
นัธ>>>>ตกลงได้อ่านแล้วเหรอคับ
เห็นลายเส้น สะอาดสบายตา เห็นว่ายังไม่อวสานนิครับ

prysang>>มันย่อว่า Hana Kimi นะครับ
ถ้าจะให้เต็มมันชื่อ Hanazakari no Kimitachi e
ตอนนี้ ข้ามพ้นเจเนเรชั่นหนึ่งไปแล้ว
ของเก่าที่มากิ เป็นปี ๒๐๐๗ แต่ภาคล่าสุดเป็น ๒๐๑๑

ยังไม่ได้ดูสำหรับภาคใหม่นี้เลย ก็ว่าจะหามาดูเช่นกัน


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 20 เมษายน 2555 เวลา:17:45:07 น.  

 
อ่านดูแล้วเหมือนเรื่องนี้บทดูจะสะเปะสะปะนะคะ
เป็นหนังสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ความจริง
แต่ไม่สามารถให้คนดูคล้อยตามหรือเชื่อถือได้
ขนาดเฉลยไปแล้ว คนดูยังกังขา ยังไม่เก็ทก็แย่สินะคะ
แล้วมันจะสนุกหรือว่าดึงดูดให้อยากดูต่อไปได้อย่างไร
มิน่าเรทติ้งถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบน่าใจหาย
ที่จริงเนื้อเรื่องดูน่าสนใจนะคะ ที่ให้ตัวเอกเป็นเด็กอัจฉริยะ
ที่มีพื้นฐานความฉลาดระดับศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา
แต่น่าเสียดายที่การเชื่อมโยงเนื้อเรื่องจขบ.บอกว่าแย่มาก
ทำให้ความอยากดูซีรีส์เรื่องนี้แทบเป็นศูนย์เลยค่ะ
แถมมาบอกว่าเคมีของพระเอกนางเอกไม่เข้ากันอีก
คงไม่ต้องบอกนะคะว่าต่อมความอยากดูหยุดทำงานเลยค่ะ
แล้วพอบอกว่าเรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยค่ายNHK
ซึ่งที่จขบ.ยกตัวอย่างมาก็ได้ดูทั้ง2 เรื่องคือทั้งNanase Futatabi
กับFutatsu no Spica เรื่องแรกปูเรื่องมาได้ดี น่าสนใจ
แต่มาตกม้าตายตอนจบ ส่วนเรื่องหลังน่าเบื่อตั้งแต่เริ่มต้นดูเลย
จำได้ว่าสัปหงกจนหัวโนเลยค่ะ ไม่สนุกแถมเจ็บตัวด้วย
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ไม่ดูดีกว่า กลัวหัวโนค่ะ
ส่วนพระเอกนากามูระ อาโออิ ไม่เคยดูหนังหรือซีรีส์ที่เขาเล่นเลย
เพราะเรื่องHanazakari no Kimitachi eก็ได้ดูแต่ตอนที่มีชุนและมากิแสดงเท่านั้น
ส่วนของปี2011 ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ แต่ดูหน้าตาพระเอกอาโออิแล้วไม่ดึงดูดใจ
ส่วนนางเอกทากาฮาชิ ไอ ก็ดูหน้าตาธรรมดามาก
ไม่น่ารัก หรือมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้อยากดู
น่าสงสารเรื่องนี้จริงๆที่มีแต่คนอ่านแล้วต่อมอยากดูไม่ทำงาน


โดย: มะนาวเพคะ IP: 101.109.190.156 วันที่: 20 เมษายน 2555 เวลา:20:52:40 น.  

 

มะนาวเพคะ>>ซีรีย์ไม่สะเปะสะปะนะครับ
เพียงแต่การวางตอน ดูไม่คอ่ยจะวางแผนรัดกุม
เหมือนกับทีวีค่ายอื่นๆ
ความสมเหตุสมผลในเรื่องก็ พอยอมรับได้
เพียงแต่จำถึงต้องเป็นเด็ก MITหรอกครับ
สัมปะชัญญะเด็กมัธยมทั่วไปที่ช่างสังเกตหน่อย
ก็สันนิษฐานทางได้
ถ้าเอาสองเรื่องของNHKทีว่ามาเทียบ
ผู้เขียนว่าเรื่องนี้ดูดีกว่าเยอะเลยครับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 21 เมษายน 2555 เวลา:9:04:55 น.  

 
มาป่วน .... จบ


โดย: กิ่งกระเด้ง (lovelyging ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:01:59 น.  

 
เคยแต่อ่านการ์ตูนของ VBK ไม่เคยดู series ถ้าเป็นสายวิทยาศาตร์หรือคณิตศาสตร์จะชอบมาก เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ให้น้ำหนักกับบทบาทของตัวละครเท่าไหร่ (ช่วงแรกๆ ผู้เขียนให้ภูมิหลังกับพระเอกนิดหน่อยว่าทำไมถึงออกจาก MIT กลับมาเรียน ม. ปลาย ที่ญี่ปุ่น แต่สุดท้ายก็ละทิ้งไป) แต่ให้น้ำหนักกับการสืบหาความจริง หรือการโยนประเด็นต่างๆ เข้าไปในสังคม (อย่างประเด็นระบบศาลประชาชน) หรือกัดจิกใครบางคน (อย่างเล่มล่าสุดก็ไปกัด World Bank)

การ์ตูนเรื่องนี้เขียนออกมาต่างจากการ์ตูนสืบสวนชื่อดังในยุคเดียวกันอย่าง คินดาอิจิ และ โคนัน ตามที่ จขบ. อธิบายคือ ไม่จำเป็นต้องมีคนตาย และฆาตกรไม่จำเป็นจะต้องมีความบาดหมางกับเหยื่อมาก่อนเสมอ


โดย: fake IP: 164.115.134.2 วันที่: 1 มิถุนายน 2555 เวลา:15:10:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
Mr.Chanpanakrit
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




 
 

  Chan Krit

Create Your Badge  
 
 
    ㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉ ผู้สัญจรที่ส่องมา☺☻ ㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉     ...
Friends' blogs
[Add Mr.Chanpanakrit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.