A ........ Z
Group Blog
 
All blogs
 
Rookies and Oppai Volleyball กีฬาๆเป็นยาวิเศษ เป็นอุบัติทำคนให้เป็นคน


เร่เข้ามาๆ สองเรื่องควบ สองเรื่องควบครับพี่น้อง
ฟังแล้วดูดีนะครับ ว่าครั้งนี้ผู้เขียนใจดีมีเรื่องเสนอถึงสองเรื่อง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คือ ความเกียจคร้านอย่างสุดๆ
ใจนะก็อยากจะชำแหละเล่าหนังญี่ปุ่น ที่เพิ่งเป็นแผ่นเช่าสดๆร้อนๆ
โดยแบ่งการเล่าไปทีละเรื่อง
แต่ทำไงได้ ตอนที่ดูมันก็มีเวลาดู แต่พอถึงเวลาที่อยากจะเล่าแล้ว
หัวอ่านจากก้อนสมองที่ใหญ่กว่าก้อนถั่วมัดรวมสักหนึ่งถุง
เกิดอาการออกตัวช้าและหมุนด้วยอัตราเสถียรที่ไม่คงที่
จะมีทางไหนที่ดีไปกว่า การใช้มาตราการควบกิจการ (Merge or Acquired)
ที่ไม่ได้ผิดหลักของตลาดหลักทรัพย์ หรือละเมิดสิทธิผู้บริโภคใดใด
เป็นความขี้เกียจล้วนๆ แต่ไม่อยากถูกค่อนแขะว่าเป็นคนที่ชอบดองงาน
มาครั้งนี้ จึงประสงค์จะร่ายหนังญี่ปุ่นสักสองเรื่อง
ที่มีทิศทางในเกมส์กีฬามัธยมศึกษา แต่ทว่าออกรสออกชาติไปคนละแนว
คือ Oppai Volleyball และ Rookies สองงานดีที่ดูไปอาจจะอยากสลายไขมันสวมเกิน





แต่ดูเหมือนว่า Oppai ฯ จะเป็นหนังที่แตะตาผู้เช่า มากไปกว่า Rookies
หนังแผ่นอีกเรื่องที่ตั้งค้างวางอยู่บนแผงเช่านับสัปดาห์
ชนิดที่ Rookies ถูกวางครบสมองค์ประกอบ แถมตอนที่เช่าแผ่นก็ไม่ค่อยจะเป็นริ้วเป็นรอย
อันเป็นผลสะท้อนแบบหยาบๆ ในการวัดปริมาณการนิยมของผู้เช่า
โดยผ่านการปู้ยี้ปู้ยำผ่านแผ่น ผิดกับ Oppai Volleyball
ที่บนเนื้อแผ่น มีปรากฎร่องรอยการถูกกระทำอย่างชัดเจนและดูแจ่มแจ้ง
เมื่อสวมวิญญาณนักสืบโคนัน ที่แหกขี้ตาตื่นทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์
ก็สันนิษฐานแบบส่งเดชเอาเองว่า น่าจะเป็นการกรอกแผ่นเพื่อแสวงหาซึ่งฉากบางฉาก
หรือมุ่งเข้าสู่ประเด็นหลักตามชื่อเรื่องภาคภาษาไทย ที่ชวนมิให้รอค้างคาตามยัตถาของเครือ่ง
เพราะทีมงานผู้จัดจำหน่ายสัญชาติไทย ไม่รู้สวมวิญญาณหื่นอีท่าไหน
หรือเพราะมีเชื้อรหัส DNAV อยู่ในตัว จึงเปลื่ยนชื่อ Oppaiฯ แบบเข้าถึงตลาดชายไทย
แบบเห็บปุบก็คว้ามับอย่างไม่ทันยั้งคิด ว่าในเรื่องจะมีวอลเลย์สักกี่เซริฟให้รับประทาน
หรือเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อเอาใจเฉพาะกลุ่มอีสาวจุ๊ง อาชิกะจังและชาวคณะหรือไม่
แม้ปากจะวิพากย์ด่าทอบรรดาละครไทยหลังข่าว ที่ต้องมีซีนบังคับแบบตบตี
เพื่อแยกสามีผู้ครองเป็นของตน แต่"ตบ"ใน Oppai Volleyball น่าถลาให้ตบกว่าตั้งเยอะ
ตั้งชื่อไทยตัวใหญ่กลางหน้าแผ่นอย่างจงใจให้เห็นชัดๆเลยว่า "ครูครับผมจะตบเพื่ออกอึ๋ม"
ผิดกับ Rookies ที่ตั้งชื่อไทยก็งั้นๆว่า "Rookieมือใหม่ ไฟแรง"
ด้วยความหมายนั้นยังคงเดิม แม้จะเติมเชื้อไฟให้ดูแรงขึ้น แต่ก็แรงไม่พอ
ว่าจะแรงไปเพื่ออะไร ผิดกับ Oppaiฯ ที่เป้าหมายเขาชัดเจนตั้งแต่ชื่อเรื่องอยู่แล้ว




แหะๆ จะว่าไป มันก็แค่ความจริงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด
แม้หนังทั้งสองแผ่น จะยังถือว่าเป็นหนังใหม่ในฐานะที่อยู่ในข้อจำกัดการเช่า 1 คืน
แต่ทว่า Rookies:Graduation (ก็คือชื่อเต็มของ Rookies The Movie นั้นแหละ)
ถูกทำเป็นแผ่นเช่าก่อนหน้า Oppai ฯนานร่วมเดือน
นานพอที่จะตอบสนองฐานของนักอ่านฉบับการ์ตูน ของผู้วาด มาซาโนริ โมริตะ
แต่ฐานส่วนใหญ่ น่าจะเกิดสาวกแฟนคลับของนักชมฉบับซีรีย์
ที่ยังคิดว่า 11 ตอนของค่าย TBS ดูจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการตามที่คิด
ที่บรรดาเหล่าอดีตนักเรียนนักเลงแห่งโรงเรียนฟุตาโกะทามางาวะ
ที่ถูกชำระล้างและซื้อใจแบบมอบให้เกินราคาจากคุณครูโคอิจิ คาวาโต้
ครูผู้ซึ่งมีประวัติการใช้ความรุนแรงต่อยเด็กโรงเรียนเก่า จนล้มฟุบหน้าหงายตกจากชั้นสอง
อีกทั้งมีฝีไม้ลายมือดีกรีระดับคาราเต้สายดำ การกลับมาเป็นครูอีกครั้งก็เป็นเพียง
แผนอันเจ้าเล่ห์ของผู้อำนวยการ ที่จะยืมมือครูคาวาโต้เพื่อกำราบเด็กแสบชมรมเบสบอล
(อ่านฉบับร่ายซีรีย์ Rookies ได้
ที่นี้)
ความจริงแล้วจะว่าไป ในฉบับซีรีย์ที่ฉายทางทีวี
ก็ถือได้ว่า เป็นการลงจอดที่สวยงามและมีความสมบูรณ์ตามแบบฉบับซีรีย์ครบถ้วน
ที่นำพาให้ผู้ชมรู้จักทั้งตัวละคร เรื่องราว อุปสรรค ความเป็นมาและเป็นไป
อีกทั้งการปรับความเข้าใจและบรรลุในวัตถุประสงค์ร่วมกันซึ่งการทำฝันนั้นให้เป็นจริง
แต่กระนั้น ก็พอทำความเข้าใจได้ถึงผลในการเซ็ตทีมงานเดิม
เพื่อลงไปเล่นในตลาดภาพยนตร์ของ Rookies the movie
ที่น่าสันนิษฐานการต่อยอดงานสร้างที่ได้รับรู้ในสาม สี่ จุด คือ


จุดแรก เนือ้หาในฉบับการ์ตูนที่ยังไม่ถูกสร้างด้วยคนแสดงจริง
ยังพอมีทรัพยากรให้เอามาเล่น ด้วยเนื้อหาฉบับซีรีย์ทางทีวี
ละเลงไปได้แค่ครึ่งเล่มของฉบับการ์ตูนทั้งหมด
หรือจะพูดง่ายๆ คือ ซีรีย์เล่นเพียงแค่เรื่องสมัยชั้นปีที่หนึ่ง ในขณะที่ฉบับภาพยนตร์
เขาหันมาเล่นในปีสุดท้ายก่อนจบภาคเรียน และโคชิเอ็งยังเป็นอะไรที่ค้างๆคาๆ
ไม่ได้บรรลุซึ่งความฝันร่วมโดยสมบูรณ์
จุดที่สอง อาการของการกระชากเรตติ้งในตอนที่สิบเอ็ด ซึ่งเป็นตอนจบของฉบับซีรีย์
สะกดจิตคนดูให้ต้องนั่งตามติดชนิดไม่อาจกระพริบหายแว้บไปยังห้องน้ำ
ก็น่าจะทำให้ทีมงานพอมั่นใจในยอดตัวเลขของคนดู
หากจะทุ่มงบลงเสี่ยงไปก่อน แล้วคอ่ยไล่เก็บตังค์ค่าตั๋วคนดู
โอกาสของการเจ็บตัวน้อยก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่สูงขึ้น
จุดที่สาม ลูกเล่นเสริมตัวละครใหม่ ตามบทในการ์ตูนที่จะช่วยสร้างสีสันให้กับ
Rookies The Movie แบบเรียกแฟนสาวกของยามาโมโตะ โยสุเกะื
(จาก HanaKimi,Taiyo to Umi no Kyoshitsu ,Puzzle) ที่กำลังไต่ชื่อเสียงโด่งดังพอเป็นพระเอก
มารับบทตัวละครสำคัญที่ชิงหน้าชิงตาของประจำยกก๊วน ด้วยข้อหามาใหม่ต้องปูประวัติตัวละครตัวนี้ไว้เยอะ
จุดที่สี่ ช่วงนี้สนามโคชิเอ็งคงว่างจัด ไม่ได้เอามาใช้ทำประโยชน์อะไรนักหนา
ทิ้งไว้ให้หญ้าคารกสนามเล่นสักงั้น กระนั้นเราเอามาเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังกันดีกว่า (อันนี้ฟุ้งซ่านไปเอง)


href="http://www.bloggang.com/data/c/chanpanakrit/picture/1286106560.jpg" target=_blank>



แม้กระนั้นก็ตาม ฉบับภาพยนตร์อาจจะไม่สุโค้ยย์อัตโต้ยย์ทเน่ะ
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับฉบับซีรีย์ ที่ทีมงานเขามีความอดทนในการเล่าเรือ่งสูงกว่า
ในฐานะที่มีข้อจำกัดของการนำเสนอในพื้นที่ของเวลาที่มีมากกว่าในฉบับภาพยนตร์
ดังนั้น ในปัญหาลำดับต้นๆที่เป็นอุปสรรคของเเฟนเก่าขอเข้ามาลองในฉบับ Movie
ก็คือ ความเป็น Rookies ที่เร็ว ห้วน และรวบรัดเอามากๆ
ชนิดที่ ผู้กำกับ ยุฮิชิโระ ฮิรากาวา ทั้งที่เป็นคนๆเดียวกันกับที่กำกับในฉบับซีรีย์ส่วนหลัก
แม้จะถ่ายทอดในอารมณ์ชนิดคงเดิม แบบที่พอรู้สึกได้ในฉบับซีรีย์
แต่ดูเหมือนพี่ท่านจะเปลี่ยนวิธีการลำดับเรื่องพอสมควร
จึงเป็นผลให้ กลุ่มคนที่เผลอเข้าตรงดิ่งในฉบับ Movie โดยทันทีแบบไร้ภูมิ
ขาดสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า "ความผูกพันกับตัวละคร" และ "ฐานประวัติสมาชิก"
ชนิดที่ว่าเห็นปรอยทรงผมรำไรก็รู้ว่าเป็นเขาคนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ครูคาวาโตะ, อานิยะ,มิโคชิบะ,ชินโจะ,
เซกิคาวะ,วาคานะ,โอกาดะ เป็นต้น (ส่วนนักแสดงที่นอกเหนือไปจากครูคาวาโตะกับ
สมาชิกทีมเบสบอลจอมเฮ้ว ก็เป็นบุคลากรประกอบฉากที่ถูกจัดวางหาซีนให้โผล่แบบเราไม่ลืมกัน
เป็นไปตามสูตรบังคับของบทประพันธ์ ซึ่งถ้าสละพวกเขาได้ ผกก.คงสละพวกเขาไปนานแล้ว )
ส่วนคนที่ไม่คุ้นชิน อาจจะไม่อินกับตัวผู้เล่นของทีมเบสบอลโรงเรียนฟุตาโกะทามางาวะ
เสมือนว่าอยู่ๆ ก็มีนักกีฬาเบสบอลกวนๆแบบครบทีม มีครูคนหนึ่งที่เป็นโค้ชไปในตัว
วันๆไม่ทำอะไรมากไปกว่า ยืนให้กำลังใจลูกทีมและโปรยรอยยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ
จนบางทีอาจจะเกิดการตั้งคำถามไว้ในใจว่า
แล้วทำไม การแข่งขันในสนามโคชิเอ็ง จึงมีความหมายกับพวกเขามากมายขนาดนั้น
แต่สิ่งนั้น ก็จะถูกทดแทนสำรองได้ หากเป็นบุคคลซึ่งเคยได้อ่านฉบับการ์ตูนมากอ่น
ซึ่งผู้กำกับค่อนข้างจะเคารพต่อบทประพันธ์ในฉบับการ์ตูน ที่เขียนตั้งแต่ 1998-2003
ชนิดแบบช็อตต่อช็อต มุขต่อมุข โดยมิได้แตกสรรหาอะไรเพิ่มเติมมากมาย
ซ้ำร้ายเสียอีก ยังต้องพยายามตัดตอนรายละเอียดฉบับการ์ตูนในหลายส่วน
แล้วประคับประคองส่วนที่ยังคงเหลือ ให้มีความต่อเนื่องและแลดูสอดรับกัน
ซึ่งไม่รู้สินะว่า ใครจะรู้สึกแบบผู้เขียนในฐานะที่เคยเป็นคนฉบับอ่านการ์ตูนและชมฉบับซีรีย์
ว่าจริงๆแล้ว Rookies The Movie
เป็นงานที่ไม่สมควรถูกนำสร้างในรูปแบบของสื่อบันเทิงบนแผ่นฟิลม์
แต่สมควรที่จะถูกนำมาสร้างเป็นภาคต่อ ในฉบับซีรีย์จะอาดูลเสียมากกว่า
เพราะมันทำให้จุดดีๆในปีสุดท้าย ของRookies The Movie เหลือเพียงแต่เรื่อง
การบรรลุในความหมายร่วม ที่ไปรอปลายทาง ณ โคชิเอ็ง เป็นประการสำคัญโดดๆ
ทั้งๆที่จะว่าไป ในฉบับการ์ตูนยังให้สำคัญถึงในเรือ่งมิตรภาพ การสำนึกผิด
อุปสรรค บาดแผล ความรัก บททดสอบของการจะเป็นคนดีในทางอโคจร
ซึ่งใช่ว่าในหนังจะไม่มีนะขอรับ เพียงแต่มันถูกตัดแบ่งจนกลายเป็นเพียงบทที่ถูกบังคับให้เข้าฉาก
ไม่ได้สร้างจุดอารมณ์ร่วมแบบที่เห็นในฉบับการ์ตูน หรือถูกใช้นำมาเป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เห็นในซีรีย์
แต่จะบอกว่า เป็นงานที่เสียของไหม? ก็ต้องบอกว่าไม่
ออกจะเป็นงานซอฟท์ ที่ลดทอนความสถุลรุนแรงให้ได้รับโอกาสให้เข้าฉายผ่านหน้าจอทีวี
ซึ่งผิดกับญาณทัศนะฉบับซีรีย์ที่แรงสุดเกรียนเสียคาดเดาว่าหมดโอกาสการเข้าฉายในทีวีไทย
ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นจริงตามนั้นมิซ่างซา
คนที่ไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูน หรือดูซีรีย์เลย ก็น่าพอที่จะจำจับทางได้
และอาศัยประสบการณ์พิเศษในการปะติดปะต่อเรื่องราว และคาดเดาอนาคต
เพราะมันก็สร้างเอกภาพอะไรบางอย่าง สำหรับคนที่ไม่เคยมีภูมิrookiesอยู่ในตัว
จะว่าไป มันก็เป็นงานตามแบบแผนขนบนิยมเเบบ "Spoto Konyo" หรือเรียกไทยๆว่า
"กีฬาๆเป็นยาวิเศษ ชะล้างกิเลสทำคนให้เป็นคน"
ที่แทรกซึมและมีอิทธิพลในสื่อบันเทิงของพี่ยุ่นเสมอมาและเสมอไป






ส่วนอีกเรื่อง คือ Oppai Volleyball หรือ "ครูครับผมจะตบเพื่ออกอึ๋ม"
ผู้เขียนก็ตกเป็นเหยื่อของการตั้งชื่อเรื่อง ทั้งที่มีความสงสัยอยู่เก่าก่อนแล้วว่า
ใยมันถึงได้กลายมาเป็นหนังที่รับชมได้ทุกเพศทุกวัย ถึงขั้นที่บางคนให้คอมเมนต์ว่า
ควรที่จะนำไปแบ่งปันให้แก่เด็กๆเพื่อต่อเติมเชือ้แห่งความฝัน!!
แบบที่ต้องพกคำบาลีเพื่อปล่อยวางปานชำแหละ โลมา(ขน) นขา(เล็บ) ทันตา(ฟัน) อกโต เอ้ย ตโจ(หนัง)
คงไม่แปลกอะไรหรอกนะครับ ก็ปกของค่ายเจบิ๊กเขาทำเข้าสูตรรบเร้าให้บริโภค
การที่มีชือ่เรื่องจูงใจ ประกอบกับหน้าใสๆของอายาเสะจัง
มันเป็นอะไรที่ไม่ต้องปรึกษาหารือ หรือคลำทางว่าลูกศิษย์จะมีจมูกเหนือปากรึไม่เพียงไร
หรือผู้เช่าจะต้องมีดีกรีเป็นอดีตนักกีฬาชมรมวอลเลย์บอลถ้วย ค ถ้วย ง สมัยไหน
จะว่าไปแล้ว ลึกๆผู้เขียนยังคาดหวังถึงอารมณ์ประมาณกัน แบบที่เคยได้ชมใน
waterboys หรือ swing girls เสียด้วยซ้ำ คือ เอาหนุกเอาฮา หรรษาๆ
ส่วนสาระที่จะติดตามมาในท้ายเรื่อง ค่อยไปแสวงกันในช่วงท้ายๆ
มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่ซีเรียสอะไร
ไปเปิดดิกชันนารีตามตัวสะกดของคำว่า"oppai" ที่เด็กชมรมวอลเลย์
สะกดพยางค์กันทุกๆห้านาทีแบบกลัวว่าจะลืมความฝันตั้งปณิธาน
สมมุติว่าเป็นงานที่แสนง่วง แต่เฮียก็จะทนดูขออย่างเดียว ไอ้น้องอย่าไปแพ้เค้านะเฟ้ย!
นำพาให้ละเมิดกฎวินัยของนักชมที่ดี ที่จะลนหาที่
ไปยังฉากสุดท้ายที่จะการเฉลยทุกอย่างและสำคัญเพียงแค่บางอย่าง
ก็ Oppai มันแปลตรงตัวว่า "หน้าอก"
หน้าอก อันเป็นภารกิจแห่งชีวิตครั้งยิ่งใหญ่สมัยหนึ่ง
ที่เด็กชมรมวอลเลย์บอลชายสุดเหลาเหย่แพ้ แม้กระทั่งทีมหญิงแห่งมัธยมในคิตะคิวชู
วันๆคิดแต่เรื่องลามกอนาจารตามวิสัยแต่ไปในทางสุด
ได้ยื่นขอเสนอในชัยชนะ เพื่อแลกกับได้ยลoppaiของสงวนของคุณครูมิกาโกะ เทระจิมะ
(ฮารุกะ ฮายาเซะ) ซึ่งเป็นครูเข้าใหม่ใจซื่อมือสะอาด
ความบรรลัยในทางปฏิบัติจึงเกิดขึ้น แม้จะไม่ตกปากรับคำอย่างเต็มใจ
แต่เด็กทั้งหกหื่นของชมรมก็คิดเตลิดไปไกลถึงขั้นเป็นแชมป์ กระตุ้นฮอร์โมนเฉพาะกิจ
ที่มั่นซ้อมเอาเป็นเอาตาย ชนิดที่ผู้เขียนที่ดูหนังมาพอสมควร
ก็ยังรู้สึกแบบลำเอียงว่า ช่างเอาใจช่วยไอ้เด็กพวกนี้มากกว่าหนังเรื่องอื่นๆอย่างผิดสังเกต
แม้จริงๆจะทำใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า Oppai Volleyball คงมี Oppai เป็นหน้าม่าน
แต่เนื้อหาใจความทั้งหมด ก็แค่เปลี่ยนจากคำว่า "ออกไปหาความฝัน"
มาเป็น "อ๊อปไป้นั่นแหละความฝัน" ตัวหนังเล่นกับความทะลึ่งในจินตนาการ
ซึ่งในภาคของความเป็นจริง ทะลึ่งก็เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงอย่างมีชีวาของการเล่าเรือ่ง
จนท้ายที่สุด กลับกลายมาเป็นการตระหนักในคุณค่าแท้มากไปกว่าการแสวงหาในคุณค่าเทียมที่ผุดขึ้น
ความที่หนังเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็กๆในสังคม
แต่มีผลลัพธ์กลับยิ่งใหญ่ขึ้นเมื่อตกมาเป็นจำเลยของสังคมกลายเป็นประเด็นสาธารณะ
ที่วิพากย์วิจารณ์เชิงประสบการณ์อย่างไม่รู้รายละเอียด ตื้นลึกหนาบาง
oppai ในสถานะของอวัยวะบุคคลอาชีพที่สังคมยกย่อง
ไปผูกกับประเด็นกับคำมั่นสัญญาระหว่างครูกับลูกศิษย์อย่างคมคายตอนท้ายๆ
ซึ่งจะว่าไป หนังมีทิศทางในวัตถุหลักเอาไว้แต่ต้น
เพียงแต่แสวงหาสิ่งจูงใจที่จะเป็นเครื่องหลอกล่อให้คนดูติดกับ
โดยใช้sex appearของอวัยวะเป็นจุดขาย ที่สำคัญเป็นการจงใจขายแบบตีแสกหน้า
ซึ่งถ้าเอาข้อกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเครือ่งชี้วัด
หนังเรื่องนี้ก็เข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคเต็มๆ แบบไม่มีดอกจันตัวจ้อยวางไว้ล่างโปสเตอร์
แต่จะไปได้มโนสำนึกสำคัญอะไรบางอย่าง ที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้กับ oppaiฯ
แต่หนังก็ผูกโยงเชื่อมต่อจนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอย่างร้ายกาจ
ยังดำรงความใสฉบับเยาวชนดูได้ ผู้ใหญ่ดูก็ผิดทาง
ซึ่งคุณลักษณะโดยพิเศษทางสรีระของคุณน้องอายาเสะ ก็ขึ้นชื่อลือชามาแต่ไหน
แถมคอสตูมคัดสรรชุดเสื้อผ้าของนักแสดงให้กับตัวอายาเสะ
ถึงแม้จะเป็นชุดมิดชิดรัดรูปก็เหอะ แต่ก็เผยถึงการล้นทะลักหากเต็มใจ
จึงเป็นงานโชว์ของในฐานะฝีมืออายาเสะเอง
โดยปล่อยให้การโชว์ของอย่างอื่นเป็นเรื่องที่รอลุ้นพิจารณากันทีหลัง
ซึ่งกว่าจะถึงจุดพิจารณาได้ หนังก็คอ่ยๆกลบประเด็นเพ้อเจ้อที่เกริ่นไว้แต่ต้นเรื่อง
และไปสร้างภาระผูกพันกับปมของตัวละคร ถึงเหตุที่ย้ายมาเป็นครูประจำพื้นที่ใหม่
ของคุณครูเทระจิมา พื้นเพที่ทำให้เด็กชายวอลเลย์กลายเป็นเด็กลามกจกเปรต
แทนที่จะมาใส่ใจการฝึกซ้อมเหมือนกับชมรมอื่นๆ





Oppai Volleyball ดัดแปลงมาจากนิยายของ มุเนะโนริ มิซึโนะ
และผ่านการกำกับของ เออิจิโระ ฮาสึมิ
ที่เคยทำงานตลกวัยทำงานของกลุ่มสาวปลาแห้งใน Hotaru No Hikari
(ครั้งหนึ่งเคยร่ายไว้งานของ ผกก.ฮาสึมิไว้ ที่นี้)
เสน่ห์ของหนังที่ไม่ได้เอามาเป็นจุดขาย แต่ที่น่าสนใจอย่างมาก
คือ การจำลองฉากให้เข้ากับบรรยากาศปลายปี 70 อีกทั้งยังมีเนื้อทำนองเพลง
ปลุกใจเลือดนักสู้สมยุคสมัย แบบที่ทำให้ผู้เขียนรำลึกถึงสมัยที่เคยได้ติดตาม
ซีรีย์ยอดหญิงสิงห์วอลเลย์ฯ เจ้าหนูเคนโด้ หรือไม่ก็ พวกหน้ากากเสือ
อะไรเทือกนั้น ยิ่งการถ่ายทำบนพื้นที่เกาะริมชายฝั่งคิวชู
ยิ่งทำให้หนังแลแอ็บแบ๋วทำซื่อ ที่ออกฤทธิ์พอจะเป็นหนังหรรษาทั้งครอบครัวได้ไม่ยาก
ส่วนความน่าเสียดาย ไม่ได้อยู่ที่ความอ่อนของการสมเหตุสมผล
เพราะแนววิธีการเล่าฉบับเจเเปนคอเมดี้ เป็นงานที่คนดูสามารถให้อภัยในจุดนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
ทว่าในฐานะงานแบบ Age of School ที่มีกีฬาเป็นตัวเรื่องหลัก
หนังเรื่องนี้ดูจะไม่ทำงานในฐานะการปลุกปั้นนักแสดงหน้าใหม่มาประดับวงการ
เหมือนกับที่ได้ปั้น ซาโตชิ จาก Waterboys หรือ จูริ จาก Swing Girls
แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะเป็นเพียงการคาดเดาสุ่มที่มีผลผูกพันกับอนาคตอาชีพ
เพียงแต่ว่ามองไม่เห็นความโดดเด่นในการเอื่อบทให้กับนักแสดงหน้าใหม่พวกนี้
นอกจากสิ่งอ๊อปๆที่เรียกว่า อก ร้องกันดังระหึ่ม ว่า "Oppai Oppai" เพียงสถานเดียว........




ภาพจาก...........................
http://www.kapook.com






Create Date : 03 ตุลาคม 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 23:36:27 น. 34 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: herepin วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:19:46:01 น.  

 
สองเรื่องควบเลยเหรอคะ
Rookies the movie ก็เป็นภาคต่อจากซีรีส์สินะคะ
แล้วหนังนำเสนอแบบห้วน เร็ว รวบรัด แล้วดูรู้เรื่องหรือเปล่าคะ
ในฉบับหนังนี้เน้นเรื่องการไปให้ถึงโคชิเอ็งอย่างเดียวสินะคะ
จึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และมิตรภาพในกลุ่มน้อยไปใช่ไหมคะ
แต่ในเมื่อดูภาคซีรีส์แล้ว ก็สมควรดูภาคmovie ต่อใช่ไหมคะ


ส่วนเรื่องOppai Volleyballได้ดูแล้วก็ว่าสนุกดีค่ะ
แม้ชื่อภาษาไทยจะทะแม่งๆ แต่ก็ตรงกับประเด็นเรื่องเลยล่ะค่ะ
เพราะเจ้าเด็กมัธยมต้นกลุ่มนี้ช่างหาแรงบันดาลใจ
ที่เหมาะสมกับอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเองได้ดีเหลือเกิน
อย่างว่าสินะคะวัยอยากรู้อยากเห็น
ในเมื่ออยากดูโอ๊ปไป้ก็ใช้จุดนี้มาเป็นแรงขับให้ตัวเองซะเลย
แม้เจ้าของโอ๊ปไป้จะตกอยู่ในสถานะตกกระไดพลอยโจนก็ตาม
แต่ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องตามนั้น
แต่ใช่ว่าเจ้าเด็กฮอร์โมนพลุ่งพล่านกลุ่มนี้จะไม่รู้คิดนะคะ
อย่างตอนที่คุณครูเทราชิมะถูกเรียกตัวไปถามเรื่องให้ดูโอ๊ปไป้
เจ้าเด็กกลุ่มนี้แมนออกค่ะ ออกรับแทนเลยว่าตัวเองพูดเองเออเอง
คุณครูไม่ได้ตกลงด้วย สมกับเป็นลูกผู้ชายนะคะ ตัวแค่เนี๊ยะ
เรื่องนี้ตอนจบทำเอาน้ำตาซึมเหมือนกันค่ะ
กับฉากจบที่เด็กมาส่งคุณครูของเขาริมทางรถไฟ
อย่างน้อยคุณครูเทราชิมะก็ได้รับรู้ว่า
เธอได้เป็นครูจริงๆเป็นครูที่เด็กยอมรับ
ได้ชะล้างบาดแผลในใจที่มันตามหลอกหลอนเธอมาตลอดลงไปได้
และแน่ใจได้เลยว่าเจ้าเด็กกลุ่มนี้ก็จะไม่มีวันลืมคุณครูของเขาคนนี้เช่นกันค่ะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.25.106.73 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:22:39:41 น.  

 
Oppai นี่ไม่เคยดู ที่ร้านเช่าเจ้าประจำ ก็ไม่เคยเห็นอายาเสะผ่านตาแฮะ หรือจะต้องเปลี่ยนร้าน

Rookies the movie มีหรือจะพลาด ซึ่งนอกจาก อิชิฮาระ ฮายาโตะ คนโปรดแล้ว ดูเหมือนจะได้ลูกรักมาเป็นเด็กในสังกัดแม่ยกอีกคนด้วยเกิดอาการตกหล่มปลาบปลื้ม "ซาโต้ ทาเครุ" เจ้าหัวพังค์ที่รับบท "โอคาดะ" ขึ้นมามากมายก่ายกอง อุตส่าห์ติดตามไปดูซีรีย์ออนไลน์ Ryoma den แม้ว่าจะเป็นซามูไรมอมแมมในสมัยเอโดะ แต่ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ข้ามขั้นเรื่องรูปลักษณ์ เพราะทรงผมสมัยเอโดะนั้นยากจะรับได้จริงๆ
แม้แต่ยามะพีในเรื่อง ยุวชนทหาร (จำชื่อญี่ปุ่นไม่ได้) ก็ยังไม่ผ่านการพิจารณาในแง่ดี ทราบว่าเพราะรับบทอิโซใน Ryoma den ทำให้ซาโต้ ผู้ยืนอยู่ในฐานะตัวประกอบมีบทบาทรองลงมาจากพระเอกตามเรื่องต่างๆ สามารถเบียดพระเอกดังๆ อย่าง โอกุริ ชุน มิอุระ ฮารุมะ และอิคุตะ โทมะ คว้าเอาบทหนังเรื่อง ฮิมุระ เคนชิน (ซามูไรพเนจร)ไปครองได้ซะด้วย เอาล่ะ ปลื้มกันให้พอ

Rookies ในฉบับภาพยนตร์ก็อย่างที่ท่านว่า ไปเน้นสู่เป้าหมายที่โคชิเอ็ง ถ้าใครไม่ได้ดูซีรีย์มาก่อนอาจจะไม่เข้าใจ ว่ามันสำคัญอะไรกันขนาดนั้น แต่ยืนยันด้วยอีกคนว่าไม่เสียของ ดูแล้ว ก็ยังไม่อิ่มเอมใจ เพราะตอนนี้ก็กำลังอ่านการ์ตูนอยู่ ยังไม่พอ อ่านถึงแค่เล่มที่ 10 ก็ทนไม่ไหว ต้องหยิบซีรีย์มาดูจบไปแล้วรอบที่สอง ยังไม่นับเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเป็นเสียงเพลงประกอบของ Rookies ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ได้ฟัง บางวันอาจจะฟังมากกว่าหนึ่งรอบ เพราะไม่ตื่น (แต่เมื่อตื่นแล้ว จะได้ตื่นมาด้วยพลังแห่งความหวังและความฝันไง 555)

ชอบตอนท้ายของหนังที่มีฉากขอบคุณนะคะ ด้วยความหวังอย่างยิ่งว่าสุดท้ายแล้วหนังจะไม่พลาดสิ่งนี้ไป และก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ

เพราะในส่วนของครูกับลูกศิษย์ก๊วนนี้เขาไม่ค่อยได้พูดกันด้วยคำดีๆ อยู่แล้ว แต่ฉากขอบคุณคือความรู้สึกจากใจจริงที่มันยากจะพูดจากปาก แต่ความสำนึกท่วมท้นที่มีต่อคาวาโต้ ถึงไม่ใช่สิ่งเคยชินมันก็ออกมาจากหัวใจ เป็นฉากที่นานพอสมควรเพราะในทีมมีตั้งสิบคน และที่สำคัญเขาไม่ลืมขอบคุณผู้จัดการทีมด้วยแถมยังทำชุดเบสบอลให้กับเธออีกต่างหาก โห .. น่ารักมากถ้าเป็นนางเอกซะเองจะร้องไห้โฮเลย 555

เป็นซีรีย์ที่ประทับใจ ส่งความปลื้มใจไปถึงส่วนของหนัง อีกทั้งไปปลื้มกันต่อในภาคการ์ตูน และจะยังอยู่ในความจดจำว่าไปอีกนานแสนนานว่านี่คือซีรีย์ญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อฝันที่รักมากที่สุด



โดย: prysang IP: 58.8.192.235 วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:1:10:11 น.  

 
อ้อ ชอบ Rookies ในฉบับการ์ตูนนะคะ คาวาโต้ดูเอ๋อเหรอ น้อยกว่าในซีรีย์สักหน่อย

ส่วนอานิยะ บทในซีรีย์เท่กว่าในการ์ตูนที่ดูจะฉลาดน้อยกว่าในบางกรณี

ในส่วนของรายระเอียด จะมีส่วนที่คาวาโต้ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาของนักเรียนคนอื่นที่นอกเหนือไปจากทีมเบสบอลด้วย เป็นการแสดงจิตวิญญาณของการเป็นครู ที่คล้ายๆ กับการ์ตูนเรื่อง GTO ด้วย

ที่สำคัญ .. คำคมคาวาโต้ ในฉบับการ์ตูนนั้นล้นหลาม


โดย: prysang วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:1:20:07 น.  

 
ตอนที่มาอ่าน Blog เวอร์ชั่นหนังของท่านนี้ ยังอ่านการ์ตูนไม่จบ หากจะให้มีการทำภาค 2 จึงไม่แน่ใจว่ายังมีเนื้อหาอยู่อีกเยอะหรือเปล่า แต่พออ่านการ์ตูนจบ โอ้โห .. เสียดายสุดๆ ที่ไม่หยิบเอามาทำภาค 2 น่ะนะ โดยเฉพาะที่พื้นเพที่มาของตัวละคร "อาคาโบยาชิ" "ฮามานากะ" แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งน่าสนใจคือ ความมุ่งมั่นเพื่อชัยชนะของโค้น และสปิริตของนักกีฬาที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครฝ่ายคู่แข่ง "คาวาคามิ" และโค้ชของทีม

ตัดสินใจไม่ผิดเลยที่อ่านการ์ตูน เพราะตอนแรกคิดว่าเนื้อหาก็คงจะเหมือนๆ ซีรีย์ แต่การ์ตูนก็ประทับใจไม่แพ้กัน เพราะมากกว่าในรายละเอียด(การ์ตูนนี่เนาะ จะวาดยังไงก็ได้) ทั้งความรู้สึกนึกคิดที่ต้องเผชิญกับอุปสรรค และมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่ส่งผ่านมาจากตัวละครทุกตัว รายละเอียดในการเล่นเบสบอลก็เยอะด้วย ดูซีรีย์หรือหนังจะไม่รู้ว่าตัวละครแต่ละตัวเล่นเบสบอลเป็นอย่างไรในทีม รู้แต่ว่าสู้สุดใจ เพิ่งมารู้ก็จากในการ์ตูนนี่แหละว่าชินโจ มีข้อเด่นตรงที่พละกำลัง เป็นคนหวดวงสวิงได้ยาวและหวดไม้ได้เร็ว โอคาดะเป็นคนใจเย็นและมีสายตาดีในการมองลูกว่าจะเป็นลูกดีหรือลูกเสียแล้วตัดสินใจจะตีหรือไม่ตี ฮิราสึกะก็ได้ลงเล่นเยอะและมีจุดแข็งที่ความมั่นใจและกล้าตัดสินใจในการส่งเกม

ถ้าตัดอานิยะออกไปซักคน ตัวละครที่เหลือถ้าถามว่าชอบใครที่สุด คงเป็นตัว ฮิราสึกะ เพราะหมอนี่ฮาล้นเหลือในการ์ตูน แต่ไม่อยากจะเชื่อเจ้าตัวที่แสดงเวอร์ชั่นคนจะฮาได้ใจกว่าจริงๆ

อีกคนคงเป็น อาคาโบชิ ที่น่าเสียดายมากไม่มีภาคสองให้เล่นยาวๆ เพราะเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ มีฝีมือ ใจเย็น สามารถเข้าไปเล่นเสียบได้ทุกตำแหน่งในยามที่ใครๆ ติดขัด แถมยังมีสายตาไวในการมองเห็นปัญหาของเพื่อนร่วมทีมแต่ละคน คอยเตือนสติด้วยวิธีที่อาจจะยียวนไปนิด แต่นั่นมันเท่มากเลย

ส่วนคนที่คิดว่าแสดงได้บุคลิกเหมือนตัวการ์ตูนที่สุดคงเป็น ชินโจว นิ่ง เงียบ เย็นเยียบ เฉียบขาด เวลาเกิดเงามืดในดวงตา(โกรธ) จะดูน่ากลัว กึ๋ย!

อีกคนที่เหมือนถอดการ์ตูนออกมาเดินคือ วาคานะ

เป็นการ์ตูนที่เท่มาก เป็นหนังที่เท่ห์มาก และเป็นซีรีย์ดีๆ ที่เท่มาก





โดย: prysang IP: 146.23.250.105 วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:15:31:20 น.  

 
นายท่านChan ยังไม่ดู Band of brothers แบบเต็มๆ หรอกหรือคะ ส่วนตัวข้าน้อย เรื่องความโอเวอร์ไม่มีใครเกินเพราะดูไปแล้วประมาณห้ารอบได้ ต้นเหตุคงเพราะชอบหนังสงครามและนาวิกโยธินอยู่เป็นทุนเดิม

ตอนนี้กำลังดู The pacific หลังจากที่ติดใจเรื่องแรก ก็รอมานานจนกระทั่งลืมไป เพิ่งนึกขึ้นได้ไม่นานและซื้อแผ่นมา แต่พอได้ดูเข้าจริง ซีรีย์สงครามก็จริง แต่เรื่องหลังนี่ไหงมันน่าเบื่อก็มิรู้ได้ กำลังพยายามเข็นดูไปทีละตอน กว่าจะจบคงอีกนาน


โดย: prysang วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:17:47:40 น.  

 
ทวงตามมารยาทนะท่าน อย่างน้อยๆก็ช่วยสกัดมิให้หายตัวแว้บไปไหนบ่อยๆ
ก็ชอบบอกนักบอกหนาไม่ใช่เหรอว่า เป็นนักแสวงหาของฝากจากแดนไกลเสมอ
แทงไปเรื่อยๆ สักวันคงได้ ด้านออกอย่างนี้
จะใจร้ายตลอดรอดฝั่ง ก็ให้มันรู้ไป


ตกลงวันนี้ ยังไม่ได้ไปร่วมสังสรรค์งานสัปดาห์หนังสือเลยครับท่าน
ทั้งๆที่วันนี้อากาศสดใส แดนร้อน ถนนโล่งพอดีคำ
ความจริง ก็อุตสาห์เตรียมซ้อมวอร์มห้องเครื่อง
สวมวิญญาณนักช้อปที่วางแผนมาร่วมหลายสัปดาห์
อุตสาห์แหกขี้ตาตื่นแต่เช้า เห็นว่าตื่นมาเร็วกว่าปกติ
ก็เลยเอาหนังสือกองดองของงานสัปดาห์ครั้งที่แล้ว ทำให้ดูว่า
ได้ลดภาระเชิงปริมาณลง แต่พออ่านไปๆ มีง่วงมีพร่อยแหะ
เลยหลับไปตอนไหนไม่ทราบ แต่ความจริงแล้วก็พอรู้ตัวอยู่หรอก
แต่พอได้หลับแบบตื่นนอนก่อนกำหนด ก็เลยออกฤทธิ์ต่อเนื่อง
ขอต่ออีกสักยก ไปๆมาๆ กลายเป็นความขี้เกียจยามบ่าย
สรุปเลยพาล ค่อยไปพรุ่งนี้ดีกว่า ดันเป็นความไม่พร้อมในตัวเองสักงั้น
เรียกได้ว่า เล่นเอาเสียแผนหมดเลย
เลยเอาเวลาทั้งวัน ไล่ทลายกองดองตามสบายอารมณ์
ไม่ค่อยก่อให้เกิดประโยชน์อันใด

ส่วนการ์ตูนให้ความรู้ทางเพศศึกษา
ก็ใครจะไปรู้นะท่าน ว่าเป็นเรื่องของแอปเปิ้ลกับกล้วย
โคตรจะซิมโบลิกน่าดูชม ฟังแล้วน่าเอามาปั่นเป็นน้ำผลไม้เหลอืเกิน
น่าจะอร่อย ดูแบบตาใสอีกแล้วเหรอท่าน
มีปล่อยไว้ในยูทูบบ้างอะป่าวละท่าน จะได้แบ่งปันกันศึกษา
เรื่องกล้วยๆแอปเปิ้ลๆ จะได้มีประโยชน์เอาไว้สอนหลานบ้าง
แต่ผู้เขียนคิดว่า มีแหล่งให้การศึกษาทางอื่น
ให้ภาพจินตนาการที่ชัดเจนก่วา แต่ถ้ากล้วยกับแอปเปิ้ล
มาส่งเสริมส่วนขยายได้ ก็คงจะดีไว้ในการประทับสมองทางเพศอะน้อ


อะโน หนังสือเรื่อง ไอน์สไตน์ หลุมดำและบิกแบง มหัศจรรย์ของมนุษย์และธรรมชาติ
เคยแตะเคยจับ มาตั้งแต่สมัยร้าน B2S ยังไม่ดำตะโกตราบทุกวันนี้
ว่าจะซื้อๆวางๆ เพราะก่อนหน้านี้ก็สอยงานเกี่ยวกับพวกหลุมดำ
ในช่วงที่ไอน์สไตน์ครบร้อยการตาย 100 ปี ที่ต่างค่ายสำนักพิมพ์
ต่างทยอยจำนวนตีพิมพ์ ทั้งชีวิตบ้าง ทฤษฎีบ้าง ส่วนใหญ่อ่านเอาเท่ห์
ไม่ได้รู้เรื่อง รู้ราวอะไรกับชาวบ้านเขาหรอก ก็วนๆ อยู่ในเรื่อง
ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Relativity)ทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity)
แต่งานที่ทำให้ไอน์สไตน์ได้โนเบล
รู้สึกว่าจะเป็นทฤษฎีโฟโต้อิเล็กทริค เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของแสง
แสดงว่าหนังสือ ไอน์สไตน์ หลุมดำและบิกแบง มหัศจรรย์ของมนุษย์และธรรมชาติ มันไม่ใช่หนังสือแปลเหรอครับ
ถ้าคนไทยเขียนได้เองอย่างนี้ ก็ต้องถือว่าสุดยอดมากเลย
ไปค้นประวัติ ดร.ไพรัช มีดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จาก Imperial of Science and Technology
มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปริญญาเอกในปี 2516 ด้านอิเล็กทรอนิกส์และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อังกฤษ ปริญญากิตติมศักดิ์ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น
อืม ใครได้เป็นลูกศิษย์ไม่รู้ดีใจหรือเสียใจดี เพราะจะได้ความรู้ระดับเคี่ยวกรำสุดๆ
ปัจจุบันแกถูกยกให้เป็นศาสตราจารย์ มีตำแหน่งเป็น
ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
พร่งนี้ จะลองไปแตะพิจารณาดูอีกครั้ง เพราะรูปเล่มหนาไม่ใช่น้อย

งานของไอน์สไตน์ ส่วนใหญ่เกิดจากความคิดเพลินสมัย
เป็นเสมียนจดสิทธิบัตรให้ชาวบ้านเขานะท่าน นักวิทยาศาสตร์ยุโรป
สมัยก่อนนี้โคตรจะยากจ๊นยากจนเลยนะท่าน ขณะภรรยาที่ชื่อมิลวา
ยังต้องกัดก้อนเกลือกิน ส่งลูกไปให้คนอื่นเลี้ยง ทั้งๆที่เป็นหญิงอัจฉริยะจาก
เขตเซอร์เบีย ที่กดขี่สิทธิสตรีสุดๆเหมือนกัน (ถ้าจำไม่ผิด)
งานไอน์สไตน์เป็นงานขายความคิด ซึ่งไม่ใช่ว่าถูกทั้งหมด
มีผิดก็ให้เห้นอยู่ อย่างการใส่ค่าการตายตัวของเวลากับส่วนขยายออกของจักรวาล
ซึ่งตัวเองก็ยอมรับในภายหลังว่าผิดพลาดไป
แต่เป็นคนสมาธิดีเหรอครับ อ่านมาไม่เคยรู้มาก่อนแหะ
แต่เป็นคนที่ซุกซนทางความคิดในขั้นบรรเจิด คิดได้ไงการเคลือ่นที่ของวัตถุ
ทำให้เบียงเบนรูปทรง โดยหยิบยกการเคลือ่นที่ของผู้โดยสารในรถไฟ
หรือการอั้งมือร้อนๆ กับการเดินจีบสาวในเวลาทีเท่ากัน
ไม่แปลกใจที่นิตยสาร time จะยกย่องให้เป็นยอดคนแห่งศตวรรษ
ทั้งมีเสน่ห์ อ่อนน้อมถ่อมตน และมีอารมณ์ชัน ใฝ่สันติธรรมอีกต่างหาก
ได้หนังสือ ไม่มีหญิงสาวในบทกวี มาด้วยเหรอครับ
มีตราปั้มอะป่าว ถ้าไม่มีถึงขั้นเสียของดูไม่ขลังเลยนะท่าน
แอบไปอ่านลับ ลวง เลือดมาสักด้วย ขายดีเช่นเคยนะครับ
งานเขียนของคุณวาสนา ท่านมะนาวฯต้องอ่านตอนที่
อริสมันต์โรยตัวหนีการจับกุมของกลุ่มบุราพายัพแน่เลย
เห็นว่ามีแค่สอง แต่อ่านยุทธวิธีการจู่โจมของทหารได้ทุกรูปแบบ
ก็ถึงขั้นเจ้าหน้าที่จำกุม ถูกล้อมจับจนต้องมีการเจรจาไถ่ตัวกลับคืนแทน


ข่าว หักเงิน สส. ของท่านประธานชัย
เป็นมุขขำๆนะท่าน ประธานชัยแกก็ขำมาโดยตลอด
ในทุกๆคำสัมภาษณ์เลยฟังดูไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ
ยิ่งช่วงนี้ นายกเข้มงวดกับพรรคภูมิใจไทย ที่ท่านประธาน
เป็นสมาชิกพรรคด้วย เสนอนโยบายอะไรก็ไม่ค่อยจะผ่าน
เมื่อเข้าสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอยู่
เพราะนโยบายส่วนใหญ่ดี แต่หลักการอธิบายต่อสาธารณะ
ไปกลบประเด็นที่ฟังดูเป็นข้อเสียที่ออกลูกชัดเจนกว่า
ก็การเมืองอะนะ เข้าใจอยู๋
New Moon นี้ก็เป็นการดูซ้ำนะท่าน แต่ปรับทัศนใหม่
ก็เลยแลได้สนุกขึ้น จากเดิมที่มักคล้อยตามเสียงวิจารณ์ในแง่ลบ
เรียกว่าครั้งนี้ ทนพิษบาดแผลได้หนักขึ้น เพราะในคราวที่แล้วเก่งวิชาไปหน่อย
เพราะได้อ่านในฉบับหนังสือแปลเป็นที่เรียบร้อยก่อนหน้า
ก็เลยดูแบบไม่ค่อยปะติดปะต่อ มีแต่ไล่จับผิดช่วงตอนที่หายไปเสียมากกว่า
An Education ฟังดูน่าสนใจ ที่นางเอกสวยคนนั้นอะป่าว


แล้วผู้เขียนได้ดูหนังมาหนึ่งเรื่อง
คราวนี้หนังอาร์ทระดับจิตวิญญาณเลยท่าน
มีชื่อว่า after life เป็นหนังใหม่ที่เพิ่งจะออกแผ่นมาได้ไม่นาน
ที่น่าใจ เพราะมีทีมนักแสดงอย่างป๋าเลียม นิลสัน กับหนูริชี่
ที่โปรยว่าเป็นเรื่องที่เปลืองเนื้อเปลืองตัวตามรสนิยมรับเล่นหนังของแก
เปลือยครั้งนี้ มาสภาพศพ เลยไม่รู้จะดีใจดีไม่ดีใจดีที่เช่ามา
ป๋าเลียมก็มาเป็นสัปเหร่อตะวันตก บ้านเขาคนทำศพนี้
รสนิยมภูมิฐานไม่เบา ไม่อยากเอาไปเปลี่ยนกับ departures ญี่ป่น
เพราะเป็นการอธิบายชุดปรัชญาหลังความตายกับคนละชุด
after life เป็นการถกเถียงกับศพในนัยว่า มีญาณพิเศษที่สามารถสื่อสารกันได้
เลยเล่นคุยกับโขมงโฉงเฉง ตามสไตล์หนังยุโรป
พูดเรือ่ยเปื่อย เนื่อยหน่าย ไหลไปอย่างดูจะไม่มีทิศทาง
ผกก Agnieszka Wojtowicz-Vosloo เป็น ผกก หญิง ที่ทั้งกำกับและเขียนบท
เหมือนว่าจะเป็นหนังยาวเรื่องแรกของเธอ ก็เป็นมุมมองการตายแบบตะวันตก
ว่าทำไมต้องตาย ถ้าฉันยังรู้สึกว่าไม่ตายฉันควรทำอย่างไร
ความตายมีผลทางประชากรศาสตร์อย่างไร หนังอาจจะไม่ได้พกวิชาปรัชญามา
แต่จะได้ในเรื่องของบรรยากาศการเล่าเรื่อง ถ้าไม่ได้ส่วนนี้
ผู้เขียนคิดว่าคงตายไปกลางๆเรือ่ง เพราะไม่ได้ตามลุ้นตามเช็ดกับปลายทางเรือ่งราว
ว่ามันจะไปจบลงที่ตรงไหน จะว่าไปให้จบเมื่อไรก็ย่อมได้
เป็นงานที่ดูทำเป็นละครเวทีน่าจะเหมาะสมเป็นที่สุด


ตกลงก็ไม่อาจคุยเรื่อง ดาวดวงใหม่ที่สดใสพอกับโลก
เพราะมีเหตุให้ต้องทำภารกิจอื่นบางอย่าง ซึ่งจะให้เวลากับเรื่องนี้ไม่คุ้ม
นัยว่าโลกใบนี้ ดีไม่พอให้ชวนอยู่ ด้วยกระแสปั่นโลกร้อน
เสียจนอย่ากจะอัปเปหิไปหาพื้นที่ดาวดวงใหม่
มาลุ้นกับการสรุปรวมแต้ม ที่สะสมกันเป็นเดือนดีกว่า
ดีจัง ที่โปรเฟสเซอร์มะนาวมีจดรวมแต้มให้
ไม่ต่างจากอาบังเก็บค่าเช่ารายเดือนเลย
ทำคะแนนได้ดีกว่าท่านมะนาวฯตั่งหนึ่งแต้ม
งั้นก็เอาเหรียญเงิน ในฐานะทำคะแนนได้ที่โหล่ไป
ถ้าประกวดนางงาม ก็ตกรอบแรกไปซะ
อยู่ในภาวสมดุลทางสมองเหรอ ก็โอเค พอยอมรับได้
เรียกว่าสมองสายกลาง ออกกลวงเล็กน้อย
ถ้านั่งมอไซด์ล้มฟาดข้างใดข้างหนึ่ง ก็ยังพอประคองซีกสมองอีกข้างได้สบายๆ
ไม่ต้องมาพะวง ว่าจะเอาหัวล้มข้างไหนก่อน
แต่กว่าคำตอบจะมา ดูน้ำหนักจากมื้อค่ำจะเบนไปรอบเอวด้านซ้ายหน่อยๆแล้วนะขอรับ





โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:22:53:33 น.  

 
หนังสือหนึ่งเล่ม
ต้องใช้ตัวอักษรกี่ล้านตัว
ต้องใช้ความรู้สึกกี่แสนความรู้สึก
ต้องใช้เหตุผลกี่หมื่นเหตุผล
ต้องค้นคว้ากี่พันชั่วโมง
ต้องกลั่นกรองกี่ร้อยรอบ
ต้องขบคิดกี่ค่ำคืน
ต้องใช้กระดาษกี่พันหน้า
ต้องตัดต้นไม้กี่ร้อยต้น
ต้องเสียหยาดเหงื่อกี่หยด
เพื่อบรรจุความว่างเปล่าของเรา
คัดลอกมาจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ค่ะ
แปลกใจไหมคะ ที่ขึ้นขึ้นต้นแบบนี้
ก็เพื่อให้เข้ากับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติไงล่ะคะ อิอิ
ก็วันนี้คุณchanpanakritจะไปเดินมหกรรมหนังสือนี่หน่า
มะนาวก็เลยเอา"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"มาต้อนรับไงคะ
เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ เห็นไหมคะว่ามะนาวน่ะเป็นคนมีหลักมีเกณฑ์นะค่า ฮิฮิ

555ขำคุณchanpanakrit จะเอาการ์ตูนเรื่องนี้ให้หลานดู
555มะนาวว่าได้โดนแม่ของหลานแว๊ด แว๊ดใส่แน่เลยว่า
เจ้าลุงบ้า เอาการ์ตูนอะไรให้หลานดู
555คือมะนาวไม่นึกว่าคุณchanpanakrit จะพาซื่อ
คิดว่าเป็นแอปเปิ้ลกับกล้วยจริงๆ
คือมะนาวเลี่ยงที่จะเรียกตรงๆน่ะค่ะ
มะนาวก็เลยเรียกเป็นกล้วยกับแอปเปิ้ลผ่าซีกแทน
เพราะมะนาวเคยเห็นภาพพวกนี้ที่พวกศิลปินวาดภาพเขาใช้สื่อ
แล้วเขาวาดโดยใช้ผลไม้พวกนี้แทนแล้วมันก็เหมื้อนเหมือนมากกกกกกเลยค่ะ
มะนาวก็เลยนึกว่าถ้ามะนาวเรียกอย่างนี้คุณchanpanakrit ก็ต้องรู้
เพราะเห็นเป็นศิลปินวาดภาพเหมือนกัน
แต่ไม่นึกว่า555จะตีความตรงๆ ก็มะนาวบอกแล้วว่าการ์ตูนมันแร้งส์ส์ส์ไงคะ
ไม่ได้เฉลียวใจสินะคะ 555หลวงตาตกม้าตาย555 โอ๊ย!ปวดท้อง

เรื่องAfter Life มะนาวอ่านเจอหลายคนแนะนำให้ดูเหมือนกันนะคะ
แต่ที่บ้านยังไม่มีเลยค่ะ อ่านที่คุณchanpanakritเล่าแล้ว
เหมือนดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่เป็นไร อย่างนั้นใช่ไหมคะ
แล้วจะบอกว่ามะนาวได้ดูเรื่องMemento แล้วนะคะหลังจากดองมานาน
หนังดูไม่ง่ายเลยนะคะ โนแลนเก่งจังทำให้หนังที่ดูเหมือนเนื้อเรื่องดื่นๆธรรมดา
กลายเป็นหนังที่น่าสนใจขึ้นมาได้ จากการนำเสนออย่างมีชั้นเชิง
ที่เหมือนเป็นจิ๊กซอว์กระจัดกระจาย ต้องนำเอามาต่อกันถึงจะดูรู้เรื่อง
เรื่องนี้มะนาวว่าเป็นการฝึกสมาธิด้วยนะคะ
เพราะตอนเปิดเรื่องมะนาวไม่ตั้งใจดู
พอจบเลยประติดประต่อเรื่องไม่ได้
ต้องเปิดตอนต้นดูอีกครั้ง ถึงเข้าใจได้หมดค่ะ
เอ๊ะ!เรื่องนี้โนแลนเป็นคนกำกับแล้วใครเขียนบทล่ะค่ะ
มะนาวว่าคนเขียนบทก็ต้องเจ๋งเหมือนกันนะคะ
ต่อไปก็เป็นเรื่อง Insomnia แต่คงยังไม่ดูตอนนี้ค่ะ
คือมะนาวเพิ่งได้เรื่องCafe Seoul มาค่ะ
เป็นหนังของผกก.Take Masaharu
ที่มีทั้งดาราญี่ปุ่นและดาราเกาหลีแสดงด้วยกันค่ะ
คุณchanpanakrit ได้ดูหรือยังคะ
แล้วคุณchanpanakrit เคยดูเรื่องLa vie en roseแล้วหรือยังคะ
La vie en rose เป็นชื่อเพลงภาษาฝรั่งเศส
ถ้าแปลตรงๆ ตัวก็แปลว่าชีวิตสีชมพู "Life in pink"ค่ะ
หนังเป็นเรื่องราวของ Edith Piafนักร้องชาวฝรั่งเศสน่ะค่ะ
หนังดูได้สนุกนะคะ ไม่ง่วงนอนเลยค่ะ
ตอนที่มะนาวหยิบเรื่องนี้มาดูก็เพราะดารานำหญิงMarion Contillard
ได้ออสการ์ดารานำหญิงยอดเยี่ยมน่ะค่ะ
พอได้ดูแล้วไม่ผิดหวังค่ะเธอแสดงได้สุดยอดมากค่ะ
เหมาะสมแล้วที่ได้ออสการ์ดารานำหญิงยอดเยี่ยม
ทึ่งกับการแสดงของเธอจริงๆค่ะ
และได้ดูการแสดงของเธออีกเรื่องคือBig Fishค่ะ
ซึ่งเป็นแค่ตัวประกอบไม่มีบทเด่นอะไรค่ะ
ที่อยู่ๆมะนาวพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เพราะบังเอิญมะนาวได้ฟังเพลงนี้อีกครั้งหนึ่งน่ะค่ะ
ก็เลยนึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาน่ะค่ะ
ก็เลยอยากรู้ว่าคุณchanpanakrit ดูละยังค่ะ
แต่หนังเรื่องนี้นางเอกแสดงเก่งอย่างเดียวนะคะ แต่ไม่ปิ๊งๆค่ะ

คุณchanpanakritได้ข่าวจ่าเฉยโดนขี้เมาขับรถชนไหมคะ
คือมะนาวว่าขำดีน่ะค่ะ จ่าเฉยโดนรถชนก็เป็นข่าว
เรื่องข่าวจ่าเฉยนี้นะคะมะนาวชอบการ์ตูนล้อของคุณชัย ราชวัตรมากเลยค่ะ
ที่เจ้าจ๋อยไปบอกผู้ใหญ่มาว่าสตช.ยุคพล.ต.อ.วิเชียร
ได้นำตำรวจที่ออกจากราชการไปแล้วด้วยข้อหาไร้ประสิทธิภาพ
ให้กลับเข้ามารับราชการใหม่อีก
ลุงผู้ใหญ่เลยถามว่ามีอะไรยืนยัน
เจ้าจ๋อยบอกว่า จ่าเฉยค่ะ 555(ไม่ขำอีกสิ หลวงตาเส้นลึก)
อืม!ว่าจะถามคุณchanpanakritแล้วลืมทุกทีเลยค่ะ ว่าได้ข่าวเรื่องที่กทม.
จะสร้างBangkok Eye หรือเปล่าคะ ตอนแรกนะคะ
มะนาวนึกว่าเป็นไอเดียของกทม.แต่พอได้อ่านคอลัมน์ของคุณวันชัย ตัน
ถึงได้รู้ว่าเป็นคำสั่งของรต.มหาดไทยที่มอบนโยบายให้กทม.เป็นคนสร้าง
เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คหรือสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
ให้เหมือนLondon Eye และกะจะสร้างให้สูงที่สุดในโลก
โดยใช้งบประมาณถึง30,000 ล้านบาท โอ้แม่เจ้า ทำไมถึงใช้งบมากขนาดนั้น
แถมยังเลือกทำเลจะสร้างที่แถวท่าช้างอีก
กทม.ใช้อะไรคิด บริเวณนั้นมันเป็นเขตอนุรักษ์เมืองเก่าไม่ใช่เหรอคะ
ก็เขาห้ามก่อสร้างอาคารสูงไม่ใช่เหรอคะ แล้วอีBangkok Eyeที่จะสร้างนี้
สูงตั้ง176 เมตรนี่คะ แล้วนี่นะคะถ้าไม่ถูกต่อต้าน
ก็คงแอบสร้างไปแล้ว มะนาวว่านะคะ
เห็นบอกว่าเรื่องBangkok Eye นี้จริงๆแล้วเป็นไอเดียของบริษัท
เมอร์ลิน เอนเทอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจด้านสวนสนุก
ที่มาลงทุนครั้งแรกเรื่องพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ
แล้วเห็นบอกว่ากิจการไปได้ดี ก็เลยรุกต่อด้านธุรกิจด้วยBangkok Eyeต่อน่ะค่ะ
โดยใช้คำว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพเป็นข้ออ้างค่ะ
เงินตั้ง30,000 ล้านบาท คงฝันหวานเรื่องแบ่งเค้กกันแน่ๆเลยว่าไหมคะ

อื้อ อื้อ จะถามอีกอย่างหนึ่งค่ะว่า"โดเมน"คืออะไรคะ
คือว่ามะนาวไปอ่านเจอข่าวว่ามีการซื้อขายโดเมนที่แพงที่สุดในโลก
คือโดเมนชื่อเซ็กส์ดอทคอม มันเป็นชื้อเว็บไซต์เหรอคะ
หรือว่าเป็นชื่อของอะไรคะ วานผู้รู้ช่วยให้ความกระจ่างจั๊กหน่อยสิคะ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆนะคะ ให้เหมือนอธิบายให้เด็กป.6ฟังนะคะ
จะรอฟังคำตอบค่า

แล้วตีความยังไงยะว่าเหรียญเงินได้ที่โหล่
เหรียญเงินน่ะ เขาเรียกว่าผู้เสียสละให้เหรียญทอง
เพราะถ้าไม่มีที่2จะมีที่1 ได้อย่างไร แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ เช๊อะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.93.215 วันที่: 24 ตุลาคม 2553 เวลา:17:17:14 น.  

 
ขึ้นต้นก็ลิเกเลยนะครับ
แต่ถ้าไม่บอกว่ามาจากนักกวีซีไรต์
ให้คลำทางก็บอกไม่ถูกเลยนะครับ ตอนแรกคิดว่าจะมาแนวตะวันตก
ที่ไหนได้ ออกกลิ่นกวีจีนเสียมากกว่า ลึกครับลึกมาก
แต่ในงานสัปดาห์หนังสือ ไม่ยักจะแว้บตา
หรือว่าปกมันไม่ชวนกวักมือเรียกหา อันนี้ก็ไม่ทราบ
เชื่อแล้วครับ ว่ามีหลักมีเกณฑ์ แต่เกณฑ์ให้เป็นทหารปลดประจำการดีกว่า
ประจำไว้ในกองทัพ คาดว่าจะเสียกรุงครั้งที่สามอีกไม่นาน


สังเกตแบบส่งเดชนะครับ
พอเข้าอะไรที่เป็นเรื่องสองแง่มสามแง่ม ดูจะออกรสออกชาติ
อยากจะต่อเรื่องเล่ามากเลยนะครับ ดูมันลื่นเข้าทางดี
อย่างผู้เขียนมันออ่นต่อโลก อินโนเซนต์ติดจรวด
รับทิศจับทางได้ไม่ค่อยถนัด ผ่าซีกแบบหวงของ
กะจะให้ทานไม่อิ่มใช่ไหมเนี่ย ก็แน่ละรู้อยู่คนเดียว ดูอยู๋คนเดียว
ผู้เขียนจะไม่เก็กเต็มตาเท่าท่านได้อย่างไร
แต่เอาเข้าหลักวิชาการแบบซีเรียสเลยนะ หนับหนุนนะท่าน
ที่จะมีสื่อการสอนวิชาเพศแบบการ์ตูนให้เด็กๆนะท่าน
ผู้เขียนจับทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้แบบผุ้ใหญ่ในวัยเด็ก
ว่าเกณฑ์จริงๆควรจะอยู๋ที่ลำดับวัยที่เท่าไร แก่แดดในประมาณไหน
เด็กไทยส่วนหนึ่ง แก่เเดดเเบบเรียนรู้เร็ว
บางทีปรับสมองทำตัวเด็กตาม โดนมันแซวแหะ
เรียกผู้ใหญ่ไปฉับพลันเชียว เลยไม่ค่อยชอบที่จะวอแวกับเด็กวัย
ประถมกันเสี่ยเท่าไร ท่านมะนาวฯเคยผ่านแผนกอายุรเเพทย์
แล้วโดนเด็กเล่นหัวบ้างรึยังเอ่ย สงสัยน้ำนมแม่คงมีโปรตีนสูง
พัฒนาการทางสมองจึงแตกเซลล์ตัวได้เร็ว
ปากก็อธิบายเชิงการแพทย์ แต่อารมณ์นี้เชิงอนาจารนะเนี่ยท่าน


Bangkok Eye ก็เป็นโปรเจ็คโยนหินถามทางนะท่าน
ยังเบากว่าสมัยผู้ว่าพิจิตร ที่มีโปรเจ็ครถไฟเลียบคลองที่ดูน่าจิรงจังกว่า
เพราะขายนโยบายพ่วงความเป็นผุ้ว่า แล้วชนะเลือกตั้งเสียด้วย
ไหนจะสมัยผุ้ว่าสมัคร จำได้ไหมครับคอนโดฝักข้าวโพด
แล้วเป้นไงละ ล่มสิครับท่าน ขายฝันแต่ทำได้จริงเป็นคนละเรื่องเดียวกันเลย
ถ้า Bangkok Eye จะเป็นได้จริง ควรมาจากปากผู้ว่า
ในฐานะพ่อเมือง แล้วพ่อเมืองปัจจุบันจะถนัดในสายสุขอนามัยโภชนาการ
มีปิดปาก ล้างมือ ดีนะไม่ถือช้อนกลางด้วย
งั้นคงพอเดาทางได้แล้วใช่ไหมครับ

โดเมน คงไม่ใช่น้องของโดเรมอนแน่นอนครับ
ก็เป็นอย่างที่ท่านมะนาวฯเข้าใจนะขอรับ โดเมนเป็นตัวเข้าระบบไอพีแอดเดรส
ของผู้ให้บริการเว็บ แต่หนึ่งไอพีแอดเดรส อาจมีได้หลายโดเมนเนมนะครับ
ส่วนการจดโดเมน ก็มีได้ทั้งในต่างประเทศและต่างประเทศ
ก็ดูที่สกุลหลังนะครับ .com ,.co.th ,net เทือกนั้นนะ
แต่เขียนเว็บไม่เป็นหรอกท่าน สุดปัญญาที่พ่อแม่ให้มา
แล้วเลิกเสเป็นเด็กป ๖ ได้แล้วนะท่าน ป ๖ คูณ ๓ นะดิ
จะลดปริมาณความจริงไปถึงไหนกันน้อ
La vie en rose หนังเรื่องนี้ ใครไม่ได้ชมนี้
ถือว่าเสียของมากมายเลย นานๆจะมีหนังยุโรปมาประชันสายตรง
กับหนังฮอลีวู้ด และเเข่งกันหลายสาขาสักด้วย
แต่ปีนั้นเจอสายเเข็งเรื่องไหนแล้วน้อ แต่เจ็คอนเดอราดเล่นใน big fish
ด้วยเหรอคับ จำไม่ได้เลยทีเดียว



แต่เพลงเพราะจริง ได้รางวัล Grammy Hall of Fame Award ในปี 1998ด้วยนิ
Cafe Seoul นี้ไม่เคยดูเลยครับท่าน แต่ฟังพล็อกแล้วนึกถึง
หนังญี่ปุ่น เรือ่ง the hotel venus ของ ผกก ทากาฮาตะ
แต่นี้มันโฮเตล แต่ที่ท่านเล่าว่าเป็น คาเฟ่ ไม่รู้มาแนวน้ำผึง้หยดเดียวรึเปล่า
ขอรายละเอียดก่วานี้หน่อยละกันนะครับท่าน

ผู้เขียนเปิดหนังสือ a short history
แต่หาดาวเคราะห์ที่พอน่าจะเป็นโลกใบใหม่ไม่เจอแล้วครับท่าน
เคยทำไฮไลต์ในข้อความ แต่ลืมไปว่า ตัวเองไฮไลต์เกือบทุกหน้าเลย
แย่จัง จ่าเฉยประจำกรุอันนี้ได้หยิบ แต่เป็นเวอร์ชั่นจ่าชื่อใหม่แล้วนิครับ
มีด้วยกันสามชื่อ แต่จำไม่ได้แล้วครับท่าน
จำไดว่าหนังสือฝรั่ง เคยเอาสิ่งอเมซิงไทยแลนด์
ยังมีจ่าเฉยเข้ากล้องภาพเบ้อเร้อ ตะเบ็งไม่อายกล้องเสียด้่วย
แล้วมาพูดว่ายอมเป็นที่สองเพื่อให้อีกฝ่ายได้เป็นที่หนึ่ง
พูดสักเหมือนล้มมวย ให้ได้คะแนนสงสาร
นางเอกจนจบเรื่องเลยน้อท่าน เฮ้อ! วันนี้เหนือ่ยมากมาย
ต้องช้อป ต้องแสวงหา ต้องหลีกเร้น ต้องคิดคำนวน
ครบสูตรเลยละท่าน เห็นว่าอย่าลืมเล่าชายป่าว
งั้นเอาลิงค์นี้ไปเลย แล้วจะรู้ว่าการเสพย์ติดบ้างอย่าง
มันเป็นคำสาปจากความโง่ในชาติที่แล้วจริงๆ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=chanpanakrit&date=24-10-2010&group=1&gblog=66






โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:0:07:56 น.  

 
จากรอยหยักในหัว
ไหลเลื่อนมาทางแขน
ดุจปีศาจซึ่งปรารถนา
หลุดจากกรงที่คุมขัง
สั่นไหวปากกาในมือ
บนเศษกระดาษ
บนแป้นพิมพ์
บนจอมอนิเตอร์
ผ่านสายเคเบิล
บนหน้าหนังสือพิมพ์
นิตยสารและวารสาร
คัดลอกจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ของ ซะการีย์ยา อมตยา
วันนี้มะนาวขึ้นต้นลิเกอีกแล้วค่า ถึงไม่ชอบก็ต้องทนค่า
เพราะมะนาวเป็นทหารประจำการที่ขยันขันแข็งไงคะ
เห็นไหมขยันเอื้อนเอ่ยกลอนให้ฟัง หาที่ไหนไม่ได้แล้วนะคะ
ทหารที่มีความสามารถขนาดนี้ มีทหารอย่างมะนาวไม่มีวันเสียกรุงแน่นอนค่า ฟันธง
คือมะนาวเห็นว่าคุณchanpanakritกลับมาจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ
แล้วลงมือปั่นบล็อกเลย ก็เลยนึกถึงบทกวีบทนี้ว่ามันช่างเข้ากั๊น เข้ากันอ่ะค่ะ
แล้วตอนนี้หายเหนื่อย หายเปลี้ยหรือยังคะ
หรือว่าต้องมาจัดเก็บต่ออีกคะ เรียงของเก่าของใหม่
เพราะดูเหมือนว่าจะซื้อมาเยอะไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะคะ
ถ้าเราเอามาหนุนแล้วมันซึมเข้าหัวได้บ้างก็ดีนะคะ
แหะ แหะ ยัยมะนาวชักเริ่มเลื่อนเปื้อนอีกแย้ว
"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"เป็นหนังสือเล่มเล็กๆบางๆหน้าตาจืดๆค่ะ
ถ้าไม่วางให้เตะตามีสิทธิ์มองผ่านได้ค่ะ
แต่ถ้าชอบยี่เกแบบนี้ มะนาวจะเขียนแปะให้ทุกวันเลยค่า เอาไหมคะ
(เอานะ เอานะ อยากเขียนค่า)

คนเค้าวิชาการบอกอนาจาร ตาบ๊องนี่
555ถ้าคุณchanpanakrit อ่อนต่อโลก
มะนาวว่าพวกป๋ายะ ป๋าเดปป์ก็คงอ่อนต่อโลกหมดแหละ
คุยเรื่องหนังดีกว่ามะนาวดูเรื่องCafe Seoulจบแล้วค่ะ
ถึงหนังเรื่องนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงโซล
และดาราที่แสดงเรื่องนี้จะเป็นเกาหลีเกือบทั้งหมด
แต่ดารานำก็เป็นดาราญี่ปุ่น
แล้วจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีกลิ่นอายแบบหนังเกาหลีเลยล่ะค่ะ
ไม่มีประเภทรักสามเส้า สี่เส้า และพระรองแสนดี ไม้มี๊ ไม่มีค่ะ
เป็นแนวญี่ปุ่นล้วนๆค่ะ ประเภทอย่ายอมแพ้ จงก้าวข้ามอุปสรรคไปให้ได้
และมิตรภาพระหว่างเพื่อน แม้จะต่างเชื้อชาติ
แอบนึกว่าเป็นหนังส่งเสริมมิตรภาพญี่ปุ่น-เกาหลีซะอีกค่ะ
แต่แอบขำหลายๆความเห็นเนื่องจากหนังเรื่องนี้เป็นที่รวมหนุ่มๆ
แฟนๆเกาหลีก็เลยนึกว่าเป็นหนังแนววายค่ะ 555ตลกจัง
ดูเรื่องนี้แล้ว ซู๊ด!น้ำลายเลยล่ะค่ะ
ขนมน่ากิ๊น น่ากินค่ะ แม้ว่าจะเป็นขนมแบบโบราณของเกาหลีนะคะ
คุณchanpanakritสงสัยใช่ไหมคะว่าเป็นหนังแนวไหน
คล้ายOsenค่ะ เป็นร้านขนมสมัยดั้งเดิมที่ทานกับน้ำชา
ที่ตกทอดมารุ่นต่อรุ่นแต่นับวันจะหย่อนความนิยม
และขาดผู้สืบทอดน่ะค่ะ

คุณchanpanakrit รู้จักหนังสือ The Secret หรือเปล่าคะ
ที่ Rhonda Byrne เขียนและคุณจิระนันท์ พิตรปรีชาแปล
มันเป็นหนังสือยังไงเหรอคะ เห็นบอกว่าขายดีขนาดเกิดกระแส
เดอะ ซีเคร็ต ฟีเวอร์ของคนนับล้านขึ้นมาละกันค่ะ
พอดีมะนาวอ่านเจอว่าคุณนิน่า กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์
ได้เปิดตัวหนังสือแปลเล่มแรกของเธอที่ชื่อว่า
"เดอะซีเคร็ต สุดยอดคนรุ่นใหม่" ว่าเป็นหนังสือเบสต์ เซลเลอร์ระดับโลก
ที่เขียนโดย พอล แฮร์ริงตัน มะนาวก็เลยสงสัยว่า
หนังสือชื่อเหมือนกัน แล้วทำไมคนแต่งคนละคนกันคะ
หรือว่าชื่อไทยแอบใช้ชื่อให้คล้ายกันเพื่อเกาะกระแสหรือเปล่าคะ
แล้วคุณchanpanakrit ไปเดินเห็นหนังสือ"จีนจับใจ"
ของคุณธีรภาพ โลหิตกุลหรือเปล่าคะ เพราะที่ร้านซีเอ็ดใกล้บ้านไม่มีค่ะ
ต้องให้สั่งทิ้งเอาไว้แล้วค่อยไปรับวันหลังค่ะ
แล้วมีอีกเล่มหนึ่งที่มีการแนะนำคือ"ยอดเขาแห่งความสุข หุบเขาแห่งอุปสรรค"
( Peaks and Valleys )ของคุณหมอ Spencer คนที่แต่ง
"ใครเอาเนยแข็งของฉันไป เพราะที่ร้านซีเอ็ดก็ไม่มีเหมือนกันค่ะ


ขอบคุณค่ะสำรับคำอธิบายเรื่อง"โดเมน"
ก็ถ้ามะนาวไม่บอกว่าให้อธิบายแบบให้เด็กป.6ฟัง
คุณchanpanakrit ก็จะอธิบายแบบคนเข้าใจแล้วสินะคะ
มะนาวก็เลยไม่รู้เรื่องกันพอดี นะนะ เสียเวลาอธิบายยืดยาวหน่อยนะคะ
ก็คนเค้าเป็นคนโลว์เทคนี่หน่า
อื้อๆจะบอกว่ามะนาวอาจคุยได้ไม่ค่อยเยอะนะคะช่วงนี้
เพราะมะนาวจะต้องอ่านหนังสือสอบน่ะค่ะ
จะขอแว๊บไปจำศีล ก็เพิ่งหายตัวไป เกรงใจค่ะ
อย่างนั้นมะนาวเข้ามาคุยวันละนิดวันละหน่อยแล้วกันนะคะ
ส่วนคุณchanpanakrit มีเวลาก็คุยให้มะนาวฟังเยอะๆนะค่า


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.5.243 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:15:58:56 น.  

 
เสียบปลั๊ก เปิดเครือ่ง
เลื่อนจรดนิ้วสัมผัส
ปุ่มที่ก้อน เคาะที่แผ่น
เกิดเรื่อง เกิดราว
ยิ่งพิมพ์ ยิ่งยาว
ประสานครบหมื่นอักษร
มีค่าแค่เรื่องเดียว
กดเซฟเพื่อกันเหนียว
โลกมืด ไฟดับ
เครื่องเปิด ปลั๊กไม่เสียบ
ไม่มีเรือ่ง ไม่มีราว
มีค่าแค่ศูนย์
คัดลอกมาจาก "ไม่มีหญิงนะฮ๊าในบทลิเก" ของ ฌาปานกิซซี หลั๊นล๊า
เป็นไงละ ลิเกออกโรงก็เป็นนะท่าน เวทีแห่งนี้ไม่มีแม่ยกให้คอยเสี้ยนสอน
ท่านมะนาวฯจะอารมณ์ก็ตามแต่ มาได้หมดรับได้ทุกกระบวนได้
รับได้ ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องทนนะครับ
สงสัยจะปลื้มหนังสือเล่มนี้มากมาย สงสัยออกโรงสักสองเดือน
หนังสือของซะการีย์ยา ที่ว่าขายยากแล้ว เกรงจะขายไม่ออกกันพอดี
เพราะถูกท่านมะนาวฯ ปล่อยลงอีบุ๊คสักอย่างงั้น
ไม่แต่ค่อยอยากเชื่อเลยว่า ท่านมะนาวฯจะมีโสตรับรสบทกลอนด้วยนะครับ
นึกว่าในสมองท่องแต่สูตรเคมี มาแต่ละทีครั้งนี้
นึกว่า "สมทรง" จากคำพิพากษา เจรจาเรียกแขกหน้าเวที
เป็นทหารหญิงกองเกียรติ์ยศจริงอะป่าวท่าน
เดี๋ยวหาย อ้างเรือ่งงาน อ้างเรือ่งสร้างสรรค์ นี้ก็ติดสอบอีก
แต่ไม่เป็นไร เพื่อประสิทธิภาพทางกองทัพจะได้ทันยุคทันสมัย
แม้จะมีติดจีบหงายที่ปลายนิ้ว แบบนางสีดาก็เหอะ
มาเหอะ เพราะไม่มีชุดคำถามอะไรให้เล่นอีกแล้วนิ



พูดถึงซึมเอาไปในหัว ไม่ใช่ท่านมะนาวฯคิดคนแรกนะครับ
เคยมีคนที่เปรยเช่นนี้เหมือนกัน คงคล้ายอาหารสุขภาพ
ที่ไม่ต้องออกแรงมาก ขอแค่มีตังค์พอซื้อ ก็เอาเข้าสู่ปากรอย่อย
แต่ต้องไป ก็น่ากลั๊วน่ากลัว
เพราะถ้าสมองมนุษย์มีช่อง USB หรือสอด เมโมรีสติกได้
เกรงว่าไวรัสจะเข้าไปเจาะทำลายสมอง
ให้ต้องฟอร์เเมตกลับไปเป็นเด็กแรกเกิดอีกครั้ง
คิดแล้วคงยุ่งกันไม่น้อยเลยนะขอรับ


ในหนังสือ next 100 years ของลุง เฟรดแมน
มีว่าถึงรหัสทางคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ
ดูไม่น่าจะมีได้ในหนังสือเดาวิเคราะห์อนาคตของลุงแกได้เลย
แกว่าถึงวัฒนธรรมอเมริกัน ที่จิรงๆแล้วไม่เคยมี
เพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ และภาษาทางคอมพิวเตอร์
ไม่ว่าจะเป็น Java ภาษา C++
เป็นตัวแทนความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับ
วิถีใหม่ในการมองหาเหตุผล แต่ลุงแกก็ไม่ได้สรรเสริญต่อการมี
ของรหัสคอมฯ ที่มีข้อจำกัดในการแยกแยะ และความคิดสร้างสรรค์
ที่ทำไม่ได้เหมือนกับมนุษย์ เพราะมันติดเงื่อนไขซับซ้อนเชิงตรรกะ
ภายในตัวมันเอง อ่านแล้วว่าไง the matrix ดีไหมละท่าน
ตอนแรกก็นึกว่า แนววิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์
ยิ่งอ่านยิ่งเลยเทิด แต่ก็สนุกดี
เชื่อบ้าง ไม่เชือ่บ้าง แต่ลุงก็ช่างบรรเจิดนิยมอะไรเช่นนี้


The Secret ที่เจ๊ Rhonda Byrne เป็นบรรณธิการเหรอครับ
โอ้ๆ ไม่อยากจะฟอย ผู้เขียนโซโลมาทั้งหนังสือและดีวีดีสารคดีเรียบร้อย
ลงเรียนบล็อกมาแล้วละท่าน ถามมาได้ชำนาญสุดๆ
แต่หนักไปทางโจมตีวิธีคิด วิธีความเชื่อ เพราะมันออกในแนวถูๆไถๆ
โยงให้กับเรื่องทฤษฎีความเชื่อของแก ว่าด้วยกฎของแรงดึงดูด
กฎของจักรวาล กฎพลังความคิดอิสระ
กระแสดีไหม ก็ต้องถือว่าเห่อพักใหญ่ในโลกหนังสือ
บังเอิญมันสอดรับกับความบริหารจัดการแนวใหม่
ที่ผู้คนสูญสิ้นศรัทธาจากศาสนา จริงๆแล้วมันเป็นงานสารคดี
มากอ่นนะท่าน ก่อนที่จะมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ
แล้วมีคนต่อยอดความคิดนี้ไปต่างๆนาๆ ถ้าจำไม่ผิด
ลุงแฮรีงตันนี้น่าจะเป็น หนึ่งในแขกรับเชิญสายวิชาชีพ
ที่ออกมาอธิบายสนับสนุนความเชื่อกฎแรงดึงดูดนี้
จริงๆแล้วมีด้วยกันหลายคน ทั้งนักพูด อาจารย์มหาลัย
นักธุรกิจ นักแสดง
ส่วนจีนจับใจ อันนี้ไม่ได้แล นี้จะอยู่ในบู้ธสารคดีในเพลนารีฮอล์ล
เบียดสู้กับสาวๆรุ่นเดอะ รุ่นเล็กไม่ไหว ขืนถูกเนื้อต้องตัว
ต้องกลับมาปลงอาบัติแย่ ก็รู้กันอยู่ว่าโซนนี้มีค่ายบลิซ แจ่มใส
อัมรินทร์ นานมีบุ๊ค เรียกว่าสาวกตึม
เห็นใจก็พวกบรรดาหลวงพี่ จะแทรกแบบไม่ผิดวินัยสงฆ์อย่างไรไหว
พระท่านก็อุตสาห์ใฝ่เรียน มั่นศึกษา
น่าจะเปิดช่วงเวลาให้พระช้อปก่อนชาวบ้าน
จะได้ไม่ต้องกระเบียดกระเสียนทางร่างกาย ให้ชวนตบะขาด
Peaks and Valleys อันนี้ก็ไม่ได้สังเกตุ น่าจะอยู่กับบู้ธซีเอ็ด
ความจริงก็ใกล้กับมติชน แต่ทว่าช่องทางเดินมันแคบ
ก็เลยไมได้ให้เกียรติ์ไปเยือน

ก็อะนะ ถ้าท่านมะนาวฯจะให้อธิบายแบบชั้นยศ
ที่กำลังศึกษาอยู่ ก็ว่าจะแยกชำแหละ html ของซอสต์โค้ดโดเมน
รวมถึงการสร้างอมพอร์ตลิงค์ไลเซนต่ให้
แหะ ๆ ที่ว่าไปโม้ทั้งน่าน ไม่รู้เรือ่งอะไรกับชาวบ้านหรอก
เขียนบล็อกให้อัพผ่าน ทุกวันนี้ก็ยากพอยู่แล้ว
ไหนจะคอมเมนต์ไม่ให้โดนแบน ในบล็อกตัวเองอีก
เป็นอะไรที่จอร์สก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเอาเลย

วันนี้ดู Toy Story 3 มาด้วยแหละ
ปรากฎเป็นเรื่องเดียวในค่าย pixar ที่ไม่ค่อยจะถวิลสักเท่าไร
ทั้งๆที่โครงเรื่องนี้ดีเลยทุกภาค จี๊ดใจคนที่เคยมีลองเล่นไว้ในครอบครอง
เพียงแต่ไมชอบการออกแบบตัวหุ่นของเล่นสักเท่าไร
โอเคนะ เป็นอนิเมชั่นที่ไม่แช่เเข็งตัวละคร แบบการ์ตูนญีปุ่น
ที่จะกี่เดือนกี่ปี ก็ไม่ยอมโตสักที
แต่ภาคสามนี้ ไอ้เด็กที่ชื่อแอดดี้ มันโตพอที่จะเข้ามหาลัยแล้ว
จึงต้องหาทางปฏิบัติกับของเล่นอย่างวู้ดดี้และบัสไลท์ยียของตัวเองอย่างไร
เพระาน้องสาว ก็กำลังแก่เเดดบ้าดาราตามวัย
แต่ไม่ชอบอีกนิด ตรงที่ของเล่น ดูจะท่องจำกฎสามข้อของหุ่นยนต์
ที่ลุงอาฟซิมอสบัญญัติขึ้น
ว่าต้องเชื่อฟังมนุษย์ ไม่ทำลายมนุษย์ และอะไรอีกข้อที่ไม่พ้นแนวนี้นี่เเหละ
ตามสูตรมาตราฐานภาคแรกและสอง คือ ความผจญภัยในโลกกว้าง
ที่สะท้อนความมีมิตรภาพ ความหวังและปลอดประโลมใจตามประสาเราชาวของเล่น
ตัวละครใหม่อย่างตุ๊กตาบาร์บี้ ก็ทำงานแต่ไม่ทรงประสิทธิภาพ
พอให้เทียบกับของเล่นหลัก แต่ก็โอเคที่บทมันน้อยให้ตัวหลักๆได้โชว์มุขใส่กัน
เออแล้วมีตุ๊กตาโตโรโระด้วย ขนนี้ฟู่เชียว เป็นการแทรกซึมที่ไม่รู้เสียค่าลิขสิทธิ์ในจิบลีอะป่าวนะ
เกือบเรียกน้ำตาได้ตอนท้ายๆ ไม่ใช่ฉากเค้น
แต่เล่นเอาพร่อยได้ ทั้งๆที่ก็เป็นแค่ทางออกธรรมดาที่ทำให้จบสวย
แต่สวยอย่างอาลัยอาวรณ์ ที่ต้องเข้าใจยัตถาวัย


เออวันงานมหกรรม เกอืบซื้อหนังสือ
ที่นิ้วกลมกับพิมปาย สนทนาประสาทะผ่านอีเมลล์
ชือ่อะไรจำไม่ได้แล้ว เป็นเล่มบางๆ
เผื่อจะได้เอามารับกระบวนท่าใครบางคน
แต่ทว่า พออ่านอย่างคร่าวๆแล้ว
เอ๋ ดูเหมือนไอ้ที่ตอบกันในคอมเมนต์
มันจะโหด มัน และฮากว่าตั้งเยอะ
ไม่ต้องมาแอ็บหญิง แอ็บชาย เพื่อสร้างภาพสาธารณชนเท่าไรนัก


อืม ท่านมะนาวฯดู ซีรีย์ pizzle อะยัง?
ถ้ายังมีคำถามจากเรื่อง จะลองภูมิหน่อย
ถามว่า ตึกใบหยกเป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพใช่ป่าว
มีโฆษณาขออาศัยพื้นที่เพราะเตะตาคนดี
ในระยะห้าร้อยเมตร ทำอย่างไรถึงจะไม่เห็นป้ายโฆษณาที่แปะทับตัวตึก?
งงอะป่าว ลงไปคิดดู ตอบได้ให้......สอบฝ่านละกัน


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:22:24:43 น.  

 
ว้าว!เก่งจังเลย ชอบๆ เอาอีกๆ"ไม่มีหญิงนะฮ๊าในบทลิเก"ของฌาปานกิซซี หลั๊นล๊า
คุณchanpanakrit เขียนแข่งกับซะการีย์ยาเลยนะค่า
มะนาวจะเอาซะการีย์ยามาสู้นะคะ

เป็นทิวแถวอักษรขยุกขยิกอ่านไม่ค่อยจะออก
แต่ดูมีชีวิตชีวาราวถ้อยคำเริงระบำ
และนี่คือสิ่งที่เขาเขียน
และคุณกำลังอ่าน
คัดลอกจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ของ ซะการีย์ยา อมตยา

คุณchanpanakrit โต้กลับมาเลยค่า
ของคุณchanpanakrit มะนาวว่านะคะ
ถ้าไม่ได้พิมพ์ก็คงเป็นอย่างที่กลอนบรรทัดแรกว่าไว้แน่ๆเลยค่ะ
เพราะขนาดพิมพ์นะคะสระยังอยู่คนละทิศคนละทางเลยค่ะ
แต่มะนาวเก่งค่า อ่านได้รู้เรื่องหมด
แถมถ้าวันไหนคุณchanpanakrit พิมพ์ไม่เพี้ยน
มะนาวก็รู้สึกไม่คุ้นเลยล่ะค่า อิอิ
อึ๊ อื๋อ ถึงไม่ทนก็ต้องทนล่ะค่า ยังเห่ออยู่อยากร่ายให้ฟังนี่คะ
แล้วดีจังเลยมีโต้กลับด้วย ว้าว!ถูกใจให้ทิป
ว่าแต่ในกล่องทิปคุณchanpanakrit ได้กี่ตังค์แล้วคะ
พันทิปเล่นวิธีนี้ตลกดีจังเลยค่ะ
555คิดอะไรแปลกๆ หลุดโลกดี
ถ้ามะนาวเป็นสมทรงนะค่า คุณchanpanakrit ก็เป็น"ไอ้ฟัก"ล่ะค่า
แล้วคุณchanpanakrit ได้อ่านพันธุ์หมาบ้าของชาติ กอบจิตติด้วยหรือเปล่าคะ
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ
มะนาวเหมือนเห็นว่าที่บ้านจะมีนะคะ แต่นึกไม่ออกว่าได้อ่านแล้วหรือยังน่ะค่ะ
คุณchanpanakrit เกริ่นๆหน่อยสิคะ เผื่อมะนาวจะคลับคล้ายคลับคลาบ้างน่ะค่ะ

แสดงว่าเริ่มอ่านหนังสือที่ซื้อมาใหม่แล้วใช่ไหมคะ
"ความหวัง ความฝัน แรงบันดาลใจ 100ผู้นำวิสัยทัศน์แห่งศตวรรตที่20"
เป็นหนังสือเล่มแรกที่หยิบขึ้นมาอ่านใช่ไหมคะ
ตอนที่มะนาวอ่านในบล็อกหลังตะล่อนงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ ครั้งที่๑๕
เจอประโยคนี้เข้า เรียกว่าตกใจหมดเลยค่ะ
"และกำลังอยู่ในช่วงปรารถนาแรงบันดาลใจของการมีชีวิตอยู่อย่างแรง"
แต่พอนึกได้ก็อ๋อ!คงพิมพ์เพลินอีกแล้ว คงไม่ได้มีความหมายอย่างที่พิมพ์
พอมาอ่านและรู้ว่าจับหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านเป็นเล่มแรกๆ
ก็รู้ว่าตัวเองเข้าใจไม่ผิด คุณchanpanakritพิมพ์แบบมือพาไปนะเอง
ประเภทความคิดไปเร็วกว่ามือที่จะเขียนใช่ไหมคะ
แล้วเป็นไงคะได้แรงบันดาลใจขึ้นมาไหมคะ
จะบอกว่าหนังสือในเป้าหมายที่คุณchanpanakrit ซื้อ
มะนาวอยากอ่านเล่มนี้ค่ะ"คนกับเสือ"ของอาจารย์เสกสรรค์ค่ะ
เพราะมะนาวยังไม่มีเลยค่ะเล่มนี้
แล้วก็ขอยืมใช้ด้วยนะคะคำนี้"มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และกองต่อไป"
อิอิ เห็นภาพเลยค่ะ เหมือนของมะนาวเลยค่ะ
หนังสือวางรอบเตียง รอบโต๊ะเขียนหนังสือ
คือตรงไหนมีที่ว่างตรงนั้นจะกลายเป็นที่วางหนังสือทันทีเลยค่ะ
อันนี้ไม่นับรวมชั้นวางหนังสือของที่บ้านนะคะ อันนี้ของมะนาวล้วนๆค่ะ

งานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ หลวงพี่ท่านไปเดินกันเยอะเหรอคะ
ท่านน่าจะไปตอนช่วงเช้าๆที่บูทเพิ่งเริ่มเปิดนะคะ
จะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนมากๆ
แล้วถ้าเกิดสีกาไปโดนตัวหลวงพี่โดยไม่ได้เจตนา จะต้องทำยังไงคะ
ถามประดับความรู้ค่ะ หมายถึงตัวสีกาด้วยนะคะ
อื้อ!จะถามว่าคุณchanpanakrit ได้เคยอ่านงานเขียนของเสน่ห์ สังข์สุขไหมคะ
เห็นบอกว่าเรื่อง"อสรพิษ"ที่เขาเขียนโด่งดังมากที่ฝรั่งเศส
ถึงขนาดโจเซ่ มูริญโญ ผู้จัดการทีมรีล เมดริดชื่นชมมาก
เรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกโดยมาร์แชล บารังส์
โดยเอาลงในบางกอกโพสต์ และนอกจากนั้นคุณเสน่ห์ยังได้รับรางวัล
Chevalier des Art et Lettres ด้วยค่ะ เก่งจังเลยนะคะ
และมีอีกข่าวค่ะ จากผลการสำรวจการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา
ตลอด6 ปี พบว่ามีผู้เข้าร่วมงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาเฉลี่ย 56%ค่ะ
โดยมีผู้งดเหล้าตลอด3เดือน เฉลี่ย32%
จากที่เดิมมีคนเคยงดเหล้าเข้าพรรษาเพียง11.8%เท่านั้น
ฟังดูมีแนวโน้มที่ดีมากเลยนะคะ ว่าไหมคะ
(หุหุ บอกข้อมูลให้กระทบใครบางคน ฮิฮิ)

ทำไมมะนาวไม่เห็นอยากดูToy Story 3เลยอ่ะคะ แปลกจัง
ทั้งๆที่ชอบดูนะคะหนังการ์ตูนอนิเมชั่น
แล้วทำไมถึงมีโตโตโร่ด้วยล่ะค่ะ เป็นของเล่นของใครเหรอคะ
เพราะมันน่าจะเป็นของเล่นของเด็กเล็กๆน่ะค่ะ
รู้แหละว่าทำไมตอนท้ายเกือบเสียน้ำตา
แสดงว่าตุ๊กตาพวกนั้นจะต้องถูกเก็บเข้ากรุ
ไม่มีวันจะได้ออกมาโลดเล่นอีกแล้วใช่ป๊ะ

ตึกใบหยกไม่ใช่ตึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯนะคะ
แต่เป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯต่างหาก อิอิ มะนาวได้หนึ่งคะแนนแล๊ว
แล้วต้องเป็นใบหยก2ด้วยนะคะ ได้อีกหนึ่งคะแนนรวมเป็นสองคะแนนแล๊ว
แล้วซีรีส์ชื่อPuzzleค่ะ ไม่ใช่ pizzle ได้อีกหนึ่งคะแนนรวมเป็นสามคะแนนแล้วค่ะ
จากคะแนนเต็มห้าคะแนน เพราะฉะนั้นมะนาวสอบผ่านแล้วค่ะ
โดยไม่ต้องทำเรื่องป้ายโฆษณา อิอิ
คำถามยากอ่ะ เรื่องPuzzleดูแล้วค่ะแต่ไม่เห็นจำอะไรได้เลย
ตอบตามสติปัญญาเด็กป.6นะค่า
ทำอย่างไรถึงจะไม่เห็นป้ายโฆษณาที่แปะทับตัวตึก?
ก็ทำป้ายโฆษณาเป็นกันสาด มองจากทางด่วนเห็น
แต่ในระยะห้าร้อยเมตรแหงนมองไม่เห็น และไม่บังตัวตึกด้วยค่ะ
หรือทำเป็นมู่ลี่แบบแปลตัวอักษรให้แขวนห้อยไว้ที่ชั้นสูงๆ
ซึ่งต้องมองในระยะไกลเท่านั้นถึงจะดูออกว่าเป็นอะไร
แต่ถ้าอยู่ในระยะใกล้ก็จะมองไม่ออกไงคะและไม่บังตัวตึกด้วย
ฮึ!ถ้าไม่ให้มะนาวตอบถูกนะ จะจะ....ติดไว้ก่อนค่ะ
หรือจะเป็นการเล่นเรื่องแสงตกกระทบและแสงสะท้อนคะ
ฮือ ฮือ สอบไม่ผ่านแน่เลย ลางไม่ดี ทำไมต้องมาถามตอนเค้าจะไปสอบด้วยนะ
แกล้งกันชัดๆ อีลุงหลวงตาคบไม่ได้ ฮือ ฮือ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.3.80 วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:17:36:08 น.  

 
จะหลบเลี่ยง หลีกหลี ก็ยิ่งรนราน
กายพรหมจรรย์ผู้เขียน
โดนกระทำชำเราจากสายฝน
แบบเอิบอิ่มและเต็มฉ่ำ

จนตัวใกล้จะขึ้นอืด
ที่ยังไม่เท่ากับเน็ตอืด
จนรู้สึกได้ถึงความ"เน็ตเหนือ่ย"

จะมาคุยหลังเที่ยงคืนควบครึ่งนะขอรับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:23:41:43 น.  

 
"เป็นเทือกทิวถ้อยอักษรสะเปะสะปะสระก็ผิด
แต่ผู้เขียนทำหน้าชีวาชีวิตออกฤทธิ์ขำขำ
และนี้คือสิ่งที่เขาด้าน
และคุณกำลังทน (อ่านและจับผิด)"
บรรเจิดจาก "ไม่มีหญิงนะฮ๊าในบทลิเก" ของ ฌาปานกิซซี หลั๊นล๊า
ว่าแต่ท่านมะนาวฯ จะพาลให้ผู้เขียนถลาเข้าซังเต
ด้วยละเมิดพระราชบัญญัติ คัดลอกตีพิมพ์ ทำซ้ำและ"ดัดเเปลง แก้ไข"
โทษละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา อาญามันรุนแรง
ผู้เขียนเคยอัดฉีดทางคดี โดยเข้าแค่ปลายแถว
แทบสิ้นทรัพย์ประดาตัว บางทีเราอาจเจอหน้าคาตา
ในห้องแคบๆ ที่ยุงวิ่งไหลผ่านซี่ลูกกรงอย่างสนุกสนานก็เป็นได้นะครับ

หวาดระแวง ต่อปริมาณน้ำเจ้าพระยาบ้างไหนละท่าน
เห็นอยู่อยู่โซนดั่งว่า ให้ต้องหากระสอบมากั้นเป็นที่พักน้ำ
ฟังข่าวรอง .กรม ท่านเล่าว่า ต้องอาศัยการระบายน้ำ
คิดกันเป็นวินาทีกันเลยนะขอรับ เสียดาย
ข้อมูลที่มาเป็นทวิสต์เตอร์ จรมาแล้วก็ลาจาก
ซึ่งถ้าเป็นจริงอย่างคำอ้าง กองหนังสือท่าน
น่าจะเป็นโล่กำบังได้เป็นอย่างดี พร้อมทำใจไปกับสายน้ำละยังครับ


ส่วนพิมพ์นี้ เพราะตั้องแข่งงกับเวล๋า
เห็นไหน พอมาเร่งผู้เขียนทีไร เป็นต้องให้นิ้วก้อยไปจิ้มแทนนิ้วนาง
ส่วนนิ้วกลาง ไปเข้าสู่เขตพื้นที่ทัยซ้อนนิ้วนางทุกที
แต่ไม่ดีเหรอท่าน อย่างน้อยๆ
ท่านมะนาวฯก็ได้ความสด ได้อารมณ์ในจุดตรงแรก
ไม่ต้องปรับปรุงแก้ไข หรือตรวจพิสูจน์ซ้ำ
ถ้าเป็นลิควิดเปเปอร์ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เขายังแซวว่า
มันทำให้คุณค่าของคำผิด ถูกสลายหรือปกปิด
ในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ผู้อ่านไม่มีวันรับรู้และผู้เขียนก็ไม่มีวันระลึกถึงได้
ถ้า สำนวน"ผิดนั้นเป็นครู" ท่านมะนาวฯคงได้กราบกรานในวันระลึกพระคุณ
กับยกสำนวนเป็นแน่แท้
ท่านต่างหากละ ที่ฝืนธรรมชาติเข้าสู่หลักความสมบูรณ์อริยคำ
คุณสมบัตินี้ ให้เจ้าพวกบรรดาเทคโนโลยีเป็นสินรางวัล
อย่างน้อยๆ มันก็สร้างศัพท์เยียดความเป็นมนุษย์ว่า Human Error นี้น่า

พันธ์หมาบ้านี้ เป็นความทรงจำที่รางเลือนเอามากๆ
แต่ถ้าเป็นเรื่องของหนังไทย ที่เคยฉายสมัยอดีต น่าจะพอมีเค้าอยู่
ที่มีอำพล ลำพูน ปะทะ พงษ์พัฒน์ ว่าด้วยเรือ่งความรักและการเชื่อใจ
ของหมู่เพื่อน กับยาเสพติดล็อดใหญ่
กำกับโดย สหรัฐ วิไลเนตร ถ้าจำไม่ผิด
สมัยกอ่น ชอบอ่านวรรณกรรมมาก แต่นานวัน ความสุขนั้นก็รางเลือน
คงจริงอย่างว่า ที่ผู้เขียนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ลุยจากกองหนังสือแห่งความฝัน มาสู่โลกหนังสือของความเป็นจริง
เห็นว่า นนทรีย์แกจะปัดฝุ่นทำใหม่ โดยให้ อนันดากับเป้ อารักษ์
มาประชันกัน



ฮ่าๆ ยังไม่ได้แตะอ่าน ความหวัง ความฝัน แรงบันดาลใจ 100ผู้นำวิสัยทัศน์แห่งศตวรรตที่20
สัมผัสคำนำนิดหน่อย แต่ไปให้เวลากับ ลับ ลวง เลือด
ที่ดูจะเสพง่าย และมีอะไรให้ตามลุ้นตามเช็ดได้เป็นระยะ
ส่วนความหมายที่เขียนดูรุนแรงในความรู้สึกของหลายๆคน
เป็นจริงตามนั้นทุกถ้อยคำนะครับ แต่การให้ค่าในรูปประโยค
อาจไม่ได้มองอะไรที่รุนแรงตามจริง แค่การหาความหมายเท่านั้นเเหละครับ
เป็นเชิงกวีศิลป์มากกว่า แล้วไม่ต้องมาให้กำลังใจอะไรมากมายนะครับ
ของแบบนี้ผู้เขียนเองผลิตคัดคลั่งเอาเองได้ แต่ที่อยากได้
โน้นเลย กล่องทิป!! สิ่งใดที่บล็อกแก็งค์เคยให้
สิ่งนั้นยังคงไม่ไหวไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นหน่วยระบบธนาคาร
คงแล้บลิ้น ลูบคาง เก็บค่าแรกเข้าในการรักษาบัญชีในระบบทุกปีอย่างสบายใจ
เพราะไร้ซึ่งธุรกรรมการโอน ที่ไปทำให้เปลืองเมกาบิทของมิเตอร์ไฟธนาคารเขา
ก็เห็นบางบล็อก เขาประกาศเป็นเรื่องเป็นบล็อกเลยนะครับ
ว่าได้แล้วจริง อารมณ์เธอประกาศเหมือนพวกโฆษณาเปิดฝาแจกโชคอะไรอย่างนั้น
ประมาณว่า ได้แล้วจริงๆ อย่าลืมส่งมาเยอะๆนะ ส่งมาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก



ส่วนหนังสือ อ.เสกสรรค์ เป้นความอัศจรรย์อะไรบ้างอย่าง
ที่หยิบจับมาอ่านแต่ละทีนี้ ช่างเป็นเรื่องยาก
ปกก็งั้นๆ การจัดพิมพ์ก็แสนธรรมดดา รูปภาพประกอบก็ไม่หลงสักแอะ
แต่ประทานโทษ พอได้จับแล้วหยิบวางไม่ลง
ยิ่งมีงานอื่นเข้า จำต้องละจากการอ่าน
พอหวังจะที่มาสานต่ออีกที เฮ้อ บิวท์อารมณ์นั้นกลับคืนมายากจริงๆ
แล้วเรื่องหลวงพี่ในงานมหกรรมหนังสือฯ
ก็พอมีอยู่บ้าง แต่รู้สึกว่าน้อยกว่าสัดส่วนที่ไปเห็นในพันธทิพย์นะครับ
เพราะสมัยที่ผู้เขียนอุปสมบท เคยมีอยู่เหมือน
อยากจะไปซื้อหนังสือเล่มดังกล่าว ที่หมายตาตอนเป็นฆราวาส
แต่ยามสิ ดันไม่ให้เข้า บอกก็ท่องแบบมัคทายกว่า "อโคจรๆ"อย่างเดียว
แบบว่า ร้านหนังสือใหญ่ในเมือง มันไปอยู่ในห้างนะขอรับ
ส่วนไอ้ร้านเล็กๆ ก็มีพวกหนังสือกระจิบกระจอก ไม่ใช่แนววิชาการ
งานนี้ก็เซ็งเลย สุดท้ายก็มาสอยหลังจากสึก
โดยที่ไมได้มีโอกาสอ่านตอนที่เข้าพรรษาอย่างที่ใจหวัง
อืมแล้ว อสรพิษนี้ ถ้าท่านมะนาวฯว่าไว้
นี้เป็นหนังสือระดับหน้าตาของประเทศเลยนะขอรับ
เทียบได้กับงานของ perfume หรือ น้ำหอมมนุษย์
ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่ผู้เขียนร่ายบล็อกหัวข้อ ลับแลแก่งคอย
คนเขียนหนังืสอเล่มนี้ ก็ยกให้ผู้เขียนอสรพิษ เป็นไอดอลเทิดทูน
ถึงขั้นยกให้ตรวจต้นฉบับก่อนหน้าใครๆ


ส่วน Toy Story สาม ท่านมะนาวฯจับเดาตอนจบผิดครับ
ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
เหล่าตุ๊กตาของเล่นมีทางออกที่อิสระ ไม่ดาร์กอนิเมชั่นขนาดนั้น
ใจคอโหดร้ายไปหน่อยอะมั้ง แต่นั้นเด่
ทำไม ความเป็นทอยสตอรี จึงไม่ดึงดูดคนส่วนใหญ่
จะว่าด้วยความสด ความเนียน หรือ จุดขาย
อันนี้ก็ตอบยาก ทั้งๆที่มันต้องเผชิญกับบทที่พัฒนาตัวละคร
ไม่แค่ตัวสองตัว แต่เป็นถึงทุกๆตัว ดูแล้วยอมรับว่า "จี๊ดซึมลึก" เลยขอรับ

เฉลย คำถามจากซีรีย์ Pizzle เอ้ย Puzzle ละกันนะครับ
มันเฉลยว่า ก็เข้าไปอยู่ในโรงเเรมนะสิ
ไม่เห็นยากเลย คิดมากไปอะป่าว เข้าข่ายหมกมุ่นจัดจ้านเลยนะเนี่ย



โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:0:37:45 น.  

 
เมื่อสระใอใม้มลายเสีย
ฉันจะบอกผู้คนใด้อย่างใร
ถนนสายนั้นจะทอดยาวใปยังแห่งหนใด
ฉันจะบอกผู้คนใด้ใหม
ว่าฉันมาจากใหน
ฉันมาที่นี่เมือใหร่
และปรารถนาอะใร
แล้วทำใมใม้มลายจึงเสีย
สมมติว่า ใม่มีใม้มลาย
ฉันจะเขียนบทกวีใด้ใหม
บทกวีของฉัน
ยังจะคงเป็นบทกวีหรือใม่
หากฉันเขียนคำว่าดอกใม้
มันยังคงเป็นดอกใม้หรือเปล่า
หากฉันเขียนบทกวีว่าด้วยลำน้ำ
สายน้ำในบทกวีจะใหลในความรู้สึกของผู้อ่านใหม
คัดลอกจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ของ ซะการีย์ยา อมตยา

สุดยอดมากค่ะกวีไร้ฉันทลักษณ์บทนี้
มะนาวชอบจังเลยค่ะ
ไม่มีกึ๋นแต่งแบบนี้ไม่ได้นะนี่
ฌาปานกิซซี หลั๊นล๊าว่าไงคะ สนิมร่วงกราวไหมคะ
แล้วพูดจริงหรือเปล่าคะที่ว่าเราจะถลาเข้าซังเต
เพราะละเมิดพระราชบัญญัติ คัดลอกตีพิมพ์ ทำซ้ำและ"ดัดเเปลง แก้ไข"
ก็เราให้เครดิตเขาแล้วนี่หน่าว่าว่าเราเอามาจากไหน
แบบนี้ก็ไม่ได้เหรอคะ ว้า!ยังไม่หายเห่อเลย
เอ๊ะ!หรือว่ามะนาวไม่เป็นไร แต่คุณchanpanakrit เป็น
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่า มะนาวจะทำหน้าที่ส่งข้าวส่งน้ำ แถมยากันยุงให้ด้วยค่า
ไม่ต้องเป็นห่วงนะค่า มะนาวยังจำได้ค่ะว่าคุณchanpanakrit ชอบกินส้มตำสังกะสีค่า
รับรองว่าจะอยู่อย่างอิ่มหมีพีมัน อ้วนท้วนสมบูรณ์ค่า

เมื่อวานฝนตกหนักตอนไหนเหรอคะ
แถวบ้านมะนาวเหมือนฝนจะไม่ตกเลยค่ะ
แหะ แหะถามที่บ้านแล้วค่ะ มะนาวไม่รู้เรื่องเพราะเอาแต่นอนค่ะ
อุ๊ อุ๊ รู้ได้ไงค่าว่าบ้านมะนาวอยู่นอกเขื่อน
อุตส่าห์ปิดเป็นความลับนะเนี่ย อิอิ
คือบ้านมะนาวอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาก็จริงอยู่ค่ะ
แต่พอดีบริเวณที่บ้านมะนาวอยู่มีประตูกั้นน้ำค่ะ
และกทม.ก็ปิดประตูกั้นน้ำไว้ค่ะตอนนี้ ก็เลยยังรอดปลอดภัยดีอยู่ค่ะ
แล้วของคุณchanpanakritยักย้ายถ่ายเทเตรียมพร้อมละยังคะ
คงไม่มาแบบน้ำป่าหรอกนะคะ แต่น้ำเจ้าพระยาก็ขึ้นเร็วลงเร็วนะคะ
อื้อ!มะนาวเคยเจอนะคะ เหมือนจะเป็นที่อีสานค่ะ
มะนาวไปเที่ยวช่วงหน้าน้ำ แล้วต้องบุกเข้าไปในอำเภอที่ไม่ได้เจริญเท่าไหร่ค่ะ
ตอนขาไปก็มีถนน มีทางตามปกติ มีสะพานอะไรเรียบร้อยดีค่ะ
พอตอนย้อนกลับซึ่งใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ
อ้าว!ทำไมน้ำเข้าบ้านคนเต็มไปหมดแล้วล่ะ
แล้วถนนหายไปไหน สะพานที่จะข้ามล่ะอยู่ไหน
สมาชิกทัวร์เริ่มกลัวกันค่ะ เพราะรู้สึกจะประมาณสี่โมงเย็นได้แล้วค่ะ
ชาวบ้านเลยออกมามุงดูกันใหญ่เลยค่ะ ช่วยเดินไปหยั่งน้ำให้ด้วย
ว่ารถสามารถไปได้หรือเปล่าค่ะ สรุปไม่เสี่ยงกลับทางเดิมค่ะ
เพราะชีวิตลูกทัวร์แต่ะคน หุ หุเจ้าของทัวร์รับผิดชอบไม่ไหวแน่นอนค่ะ
ก็เลยต้องขับอ้อมสองจังหวัดหนีน้ำค่ะ กว่าจะถึงที่พักปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่มน่ะค่ะ
แต่โชคดีนะคะในรถมีเสบียงเพียบ เลยไม่หิวซ๊กค่ะ
อื้อ!จะบอกคุณchanpanakrit ว่าควรมีรองเท้ายางที่ใส่ลุยน้ำได้เตรียมไว้สักคู่นะคะ
เพราะเวลาลุยน้ำไม่ควรถอดรองเท้าเดินค่ะ
มันมองไม่เห็นอาจเหยียบอะไรที่บาดเท้าได้ค่ะ
เป็นแผลที่เท้าตอนน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องสนุกนะคะ
อื้อๆ มีอีกข่าวหนึ่งค่ะ คือมะนาวอ่านจากกระทู้นะคะว่าของที่ปชช.บริจาคให้ช่อง3
ไปช่วยเหลือปชช.ที่ถูกน้ำท่วมแล้วสส.มาบอกว่าให้แบ่งไว้ให้ครึ่งหนึ่งเขาจะเอาไปแจกเองค่ะ
โดยเปลี่ยนถุงที่ใส่ของใหม่ แล้วใส่นามบัตรของตัวเองลงไป
ทำได้ยังไงคะนี่ ช่างไม่ละอายใจเลย ของก็ไม่ใช่ของตัว
ยังมาชุบมือเปิบอีก แย่มากๆเลย ว่าไหมคะ
แล้วเอาไปแบบนี้ก็ไม่รู้จะถึงมือผู้รับหรือเปล่านะคะ เหลือบยิ่งเยอะๆอยู่ด้วย
ทำไมบ้านเราถึงมีแต่สส.ประเภทนี้นะ เศร้า

แล้วมะนาวไปเร่งที่ไหน ดูซิมาโทษกัน
ตัวเองนั่นแหละไปเอ้อระเหย จนมาเม้นต้ไม่ทันต่างหาก
แล้วมาหาว่ามะนาวเร่ง พ่อคนHuman Error ฮึ
อื้อ!ว่าจะถามตอนนี้ไม่ได้ดูซีรีส์กันแล้วเหรอคะ
เห็นเปิดบล็อกรีวิวแต่หนัง คุณprysangก็เหมือนกัน
เปิดบล็อกรีวิวหนังเหมือนกัน ช่วงนี้ไม่มีซีรีส์เรื่องไหนน่าดูเลยเหรอคะ
มะนาวว่าตอนนี้บล็อกแก็งค์ซีรีส์ดูหงอยๆนะคะ
ไม่ค่อยจะมีใครรีวิวกันสักเท่าไหร่เลยค่ะ
แล้วพันธุ์หมาบ้านี้เคยสร้างเป็นหนังด้วยเหรอคะ
ไม่ยักกะรู้มาก่อนเลยล่ะค่ะ แล้วคุณนนทรีย์จะทำใหม่
ให้อนันดากับเป้ อารักษ์แสดง อู้!คงน่าดูนะคะ
อ้าว!ตกลง"ความหวัง ความฝัน แรงบันดาลใจ 100ผู้นำวิสัยทัศน์แห่งศตวรรตที่20"
ยังไม่ได้อ่านหรอกเหรอคะก็เห็นพูดถึงลุงFreddies
เรื่องทิปบล็อก ไม่ให้หรอก ก็มะนาวมาเพิ่มRatingให้ทุกวันแล้วนี่หน่า
หลวงพี่ชอบเดินพันธุ์ทิพย์เหรอคะ อื้อหลวงพี่ทันสมัยนะคะ
แต่อย่างว่าหลวงพี่มีเวลาศึกษา ตอนนี้อะไๆก็ต้องSocial Mediaนี่คะ
หลวงพี่ก็ต้องup to date เพื่อไม่ให้ตกยุคว่าไหมคะ
แล้วมะนาวเพิ่งรู้นะคะนี่ว่าเขาไม่ให้พระเข้าห้าง อ๋อ!มันเป็นที่อโคจรหรอกเหรอคะ
คุณchanpanakritเล่าถึงToy Story 3 เซี๊ยะมะนาวอยากดูเลยค่ะ
ส่วนคำถามกับคำตอบของคุณchanpanakrit มะนาวว่าเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ
ไม่ให้ถามแล้วแบบนี้น่ะ ไว้มะนาวถามเองดีกว่ารู้เรื่องดีกว่าอีกค่ะ

คุณchanpanakrit จำเรื่องที่โมเสสเดินข้ามทะเลแดงในคัมภีร์ไบเบิลได้ไหมคะ
นักวิทยาศาสตร์บอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้ค่ะ
โดยที่พวกเขาได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทางสมุทรศาสตร์
มาทำการทดลองสมมติฐานนี้ค่ะ
แล้วพรุ่งนี้มะนาวจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าทำไมโมเสสถึงเดินผ่านได้ค่ะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.82.58 วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:17:54:01 น.  

 
เจอกลอนบทนี้ไป เล่นเอาใปใม่เป็นเลยนะครับ
ใม่รู้จะหาทางแก้อย่างใร
ดันเล่นกับรูปสระอย่างนี้ เจอะบทนี้ไปตายลูกเดียว
คงได้แต่บอกว่า "ม้วนหางสิลูก" ได้ประการเดียว


แต่เราคงไม่เข้าซังเตแล้วละครับ
ใช้เราก็ไม่ได้สิ เพราะผู้เขียนไม่ได้ครอบครองลิขสิทธิ์จากหนังสือเล่มนี้
จะหาว่า ไปหยิบฉวยต้นฉบับเขาก็ไมได้
ห่วงก็อีกฝ่ายมากกว่า ถือเป็นรูปเล่ม แถมมีการนำมาเสนอซ้ำ
โดยที่ท่านซะการีย์ยา ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย
อันนี้ต้องเคลียร์นอกรอบกันเอาเอง ผู้เขียนแค่คนเดินผ่านมาเจอเท่านั้น
แต่ไม่เข้าอยู่ดีว่า ซะการีย์ยาแกทำไมถึงตั้งชื่อว่า
"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" เพราะมันไม่มีจุดขายทางกวี
ที่ต้องงดชดช้อย ร้อยอารมณ์ สมกวี รึเปล่าละท่าน
หรือเพราะแต่งด้วยอารมณ์ความเป็นชาย
ในคำนำ หรือ ปัจฉิมบท แกมีแถลงอะไรในจุดไหนบ้างรึเปล่าครับท่าน
ไหนๆก็ละเมิดเขามาทั้งดุ้นขนาดนี้ ก็เอาให้สาสมกับความผิดทางแพ่งกันไปเลย
แต่ถ้ายังโยงคราวซวยมาถึงผู้เขียนได้ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมประการใด
ชวงนี้ชอบปูปลาร้าเส้นมะกะกอไม่ต้องซอยละเอียด ถั่วลิสงเยอะๆ
ก็จะเป็นการดี


บ้าน่ทานมะนาวฯคงได้อารมณ์โรแมนซ์ น่าดูชมเลย
มีแม่น้ำสายบรรจบ ไหลผ่านอย่างเดียวดายอยู่แถวริมบ้าน
ดีนะครับ ที่ไม่ชิงคิดสั้น ไปตกน้ำตายสักก่อน
แล้วแม่น้ำสายนี้ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กับสิบปีปัจจุบัน ยังเหมือนหรือแตกต่างกันไหมขอรับ
เห็นบางคนว่าต่าง บางคนว่าไม่ต่างกัน
เพราะเป็นในเขตพื้นที่พระนคร ที่คงความอนุรักษ์
ตอนที่ดูรถไฟฟ้ามาหานะเธอ มีฉากหนึ่งที่พี่เคนไปทำบิวต์อารมณ์หลับชมตะวัน
บรรยากาศชวนให้นั่งอัพบล็อกคนเดียวมากมาย
เเบบอัพเสร็จปุบ ก็หาเบียร์มาโซ้้ยซ่าโซดาสิงห์กันสักเลย
เพราะไม่มีใครซื่อเหมือนเธอแล้วเหล้าจ๋า

ถ้าน้ำท่วมสมัยผู้เขียน
สิ่งสำคัญอื่นใด คือ ไส้ในยางรถยนต์
เป็นอะไรที่กิ๊วกิ๋วมากในสมัยเด็กๆ ผุู้ใดมีไว้ในครอบครอง
เสมือนว่า มีเรือยอร์ชส่วนตัวรอเท่งเต้งไว้กลางบ้าน
นานๆจะได้เอามาลุยโชว์ ให้เป็นอิจฉาคนเพื่อนสมาชิกคาซอย
ยิ่งถ้าหลายๆบ้าน นัดเตรียมกันไว้อย่างละห่วง
พอมาเชื่อกมาร้อยต่อกันเป็นแผง งานนี้ก็ได้เรือสำราญลำเคือง
ไว้เกะกะกินพื้นที่บนท้องถนน เป็น "ปิดถนนเรือลอย"
เย้ยนโยบายแข่งกับปิดถนนคนเดิน
แต่ปัญหา คือ เรือประเภทนี้ มักจะหาฝีพายหรือคนคุมหางเสือชั้นดีได้ยาก
ถ้าในตอนเด็ก ยังคงมีตำแหน่งพันท้ายนรสิงห์
คาดว่าคงเป้นตำแหน่งที่อยู่ได้คราวละไม่กี่หน้าน้ำ
ต้องพาไปตัดคอพิพากษาความผิดซึ่งหน้าโดยตลอด
เคยมีครั้งหนึ่ง นึกพิเรนแบบสักการะเจ้าแม่คงคา
คือ ปล่อยไปตามยัตถากรรมของสายน้ำ ทำเอาเกือบไปเป็นกุมารทองให้เจ้าแม่สักแล้ว
เพราะห่วงยางมันลอยล่องไปปล่อยเราไว้ที่กลางลำคลอง
น้ำท่วมว่าลึกแล้ว บวกกับส่วนลึกโดยปกตของคลอง
ที่ทำให้ยีราฟยังสำลักน้ำตามได้ ดีว่าเจอะกระแสน้ำพัดศอก
หรือไม่เป้นปลื้มของทีมเจ้าแม่ ผู้เขียนเลยมีชีวิตที่งี่เง่าอยู๋มาได้ถึงทุกวันนี้
ขออภัยที่เล่าเรื่อง อาจฟังดูไม่เจริญสำหรับชาวกรุงอย่างท่านมะนาวฯ
นึกภาพอาจฟังดูขำขำ แต่ถ้าน้ำเหนือหนุนเจ้าพระยาเมื่อไร
ขอแนะนำยางโอตามิ ยางสำหรับรถใหญ่ ว่าของเขานี้ดีจริง


ระยะนี้ไม่ค่อยได้เสนอซีรีย์ในความรู้สึกเท่าไร
นี้ไม่รู้เหรอว่า ผู้เขียนกับท่านพราย เขานัดแนะกันเล่าหนังญีปุ่นแข่งกัน
สัปดาห์ละเรื่อง เขาเรียกว่า "การฉีกกฎเพื่อสร้างเทรนด์ใหม่"
เพื่อเปิดโอกาสให้นักเล่าหน้าใหม่ ได้มีโอกาสนำเสนอซีรีย์ญี่ปุ่น
ในอารมณ์ที่ไม่มีคนแก่ลุง ป้า มาเชียนหมากฉับๆ เล่าอะไรเป็นคุ้งเป้นแคว
กลัวจะเล่าจน ผู้อื่นเขาไม่มีเรื่องอะไรใหม่จะให้เล่า
ที่กล่าวว่าไขว้นิ้วจนมือแทบหงิกนะครับ อะล้อเล่น
ความจริงก็กำลังเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ผ่อนปรนกับเรื่องที่ตัวเองเขียนมานานนม
ความที่ยังไม่รู้สึกตกผลึกในซีรีย์เรื่องนั้นๆ ก็ไม่อยากลงมือเขียนลวกๆให้ลวกมือเล่น
เขียนซีรีย์นี้ไม่ง่ายเลยนะขอรับ ความเป็นเอกภาพของเรื่องไม่ได้จบในตอน
ต้องค่อยๆเก็บข้อมูล มาปะติดปะตอ่ ไม่เหมือนหนังที่มีบทสรุปเฉพาะกาลในตัว
ยิ่งซีรีย์ญี่ปุ่น ประเด็นของแต่ละตอน มันเปลี่ยนไปเรื่อย
การพัฒนาของตัวละครค่อยๆเป็นไปตามลำดับ
ต้องเอาเวลาที่เฉลี่ยหนึ่งชั่วโมงหนึ่ง เรือ่งหนึ่งมีสิบเอ็ดตอน
ก็สิบเอ็ดชั่วโมง มันบีบอัดเป็น winzip เพียงไม่กี่บรรทัด
แล้วจะเขียนอย่างไรให้ลุ้นระทึก ในอารมณ์แบบซีรีย์
ความที่รายละเอียดของตัวละคร มันเยอะ และมีความสำคัญตัดทิ้งไม่ได้
การละเลยใครไปสักคน เหมือนทำให้นักแสดงท่านนั้นตายทั้งเป็น
ไปจากใจเรา ยามที่ได้ทบทวนอ่าน
เป็นไงฟังแล้ว สยองใช่ป่าว
ประทานโทษ นิ้วยังไม่เลิกไขว้อยู่ดีนั้นแหละ
มิใช่อะไร ขี้เกียจล้วนๆนะท่าน แต่หนังที่เล่า
ก็เชื่อมโยงกับความเป้นซีรีย์ภายในตัวเองอยู่แล้ว
เดี๋ยวสักพัก ก็กลับมาเล่าต่อนั้นแหละ ไม่ได้หนีหายไปไหนหรอก
ขนาดต่อพงษ์แกยังทิ้งไปเล่าซีรีย์กำลังภายในเลย
สามัญชน อันเซเลปอย่างเรา ก็ขอกระแสนอกลู่นอกทางตามเหล่าคนดังด้วย
ก็ถือว่าเป็นการโหนกระแสคนดังก็แล้วกัน
คิดว่าจะร่ายเรื่อง Puzzle มะร่ำมะรอนี้แหละ
แต่ทว่า ผู้เขียนไม่เคยชมงานอื่นของค่าย asahi tv
มันก็เลยอธิบายวิธีการทำงานของค่ายนี้โดยภาพกว้างไม่ถูก
ขอใช้เวลาศึกษาอีกสักระยะละกันนะขอรับ

ส่วนเรื่องทิป อย่าคิดเป็นจริงเป้นจังเลยนะขอรับ
ก็แค่เหย่กันเล่น ขอเพียงแค่การมั่นเป็นเพื่อนคุย แชร์ประสบการณ์
และความรุ้สึกดีๆให้แก่กันเท่านั้นก็พอ
ผู้เขียนดีใจออกจะตายไป ที่รู้ว่ายังเพื่อนต่างพิภพนักอ่าน
แม้ว่าเพื่อนคนนั้น จะติดนิสัย "งก" และ"ตืด" นักก็ตาม
ถ้ามีโอกาสบวชครั้งหน้่า จะให้เกาะชายผ้าเหลือง
ชาติหน้าจะได้เกิดมารวยๆอีก

เออ แล้วเรื่องการอธิบายความเป็นคริสตจักร
ในเรือ่งเล่าจากพระคัมภีร์ ไม่ได้ต้องการจะสร้างความร้าวฉานทางความเชื่อนะครับ
แต่เสมือนว่า มีนักวิทย์บางกลุ่มพยายามที่จะอธิบายข้อปลีกย่อย
ของความเป็นเหตุการณ์ มากกว่าเนื้อหาจุดใหญ่ใจความของคำสอน
ซึ่งเป็นเรื่องท่ี่วิทยาศาสตร์ไม่อาจจะหยั่งรู้ถึง
คือ มีความพยายามจะอธิบายการค้นพบของเรื่องโนอา
เรือ่งจอกและผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ เรื่องภาพลาสต์ซับเพอร์
ผู้เขียนว่าลึกๆ ตรรกะกับอำนาจของพระเจ้าเป้นคนละมิติ
และคนละชุดการอธิบาย ที่อยู่นอกเหนือแห่งคำศัพท์ของมนุษย์สื่อสาร
แต่ถ้าเดินผ่านได้จริง ก็น่าคิดนะครับ
ในฐานะแบบแผนการฆาตกรรมเพื่อเป็นทรัพยากรในหนังสืบสวนสอบสวน
ชักอยากจะรู้สักแล้ว


เมื่อสระใอใม้มลายเสีย
ยามที่ฉันร้องให้เสียดังๆ
คนจะสงสารหรือว่ารำคาญ?
จนถ้าฉันตะโกนใฟใหม้
รถดับเพลิงจะมาเมื่อใร?
อาสาใล่ทักษิญ "ออกใบ"
เขาจะเข้าใจโดยดีหรือใม่?
แล้วนัดเจอะท่านมะนาวเพคะหลังใมค์
เธอจะเชื่อใหม ว่าชีคนนั้นจะไม่หลงทาง?

ดังนั้นไล่สระใอ เข้าสระไอของเราคืนมา!!







โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:0:10:11 น.  

 
ว้าว!นึกว่าจะตันซะแล้ว
เก่งจังเลย อุตส่าห์มาหยอดไว้ทั้งตอนต้นและตอนท้าย
แล้วสงสัยเหรอคะว่าทำไมถึงตั้งชื่อว่า"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ลองอ่านบทนี้ดูนะคะ
หญิงสาวในบทกวี
เขาเนรมิตเธอขึ้นมา
จากจินตนาการอันแปลกประหลาด
จากความฝันของชนอินเดียแดงโบราณ
จากอักขระจารึกบนผนังถ้ำเก่า
คือที่มาของหญิงสาวในบทกวี
เขากดแป้นพิมพ์ทีละตัวอักษร
บทกวีจากภาพร่างคิด
หลั่งไหลออกมาเบื้องหน้า
ดวงตาของเธองามวาววับ
ทอประกายเห็นโลกทั้งใบ
ผมยาวสลวยถึงบั้นเอว
ราวเกลียวคลื่นในมหาสมุทร

อันที่จริง
เขาปรารถนาที่จะพิมพ์
บทกวีในหญิงสาว
แต่นิ้วมือกลับกดพิมพ์
หญิงสาวในบทกวี
สองประโยคที่ต่างกัน
แต่ถ้อยคำเท่ากัน
คัดลอกจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ของ ซะการีย์ยา อมตยา

เป็นไงคะรู้ที่มาที่ไปแล้วใช่ไหมคะ
เป็นบทกวีที่ไม่มีสัมผัสเลยจริงๆ
แต่ให้ความรู้สึกสวยงามดีจังเลยนะคะ
แหม!เห็นคุณchanpanakrit ร่ายหยอดท้าย
มะนาวนึกว่าหลังไมค์ใช้ได้แล้วซะอีก
เลยไปทดลองจิ้มมา หลอกกันนี่หน่า
เลยโดนว่าหน้าชามาเหมือนเดิมเจ้าค่ะ

มาต่อที่มะนาวค้างไว้นะคะ เรื่องโมเสสข้ามทะเลแดงน่ะค่ะ
คือนักวิทยาสาสตร์บอกว่าการข้ามทะเลแดงของโมเสส
อาจเกิดขึ้นจากกระแสลมที่รุนแรง แล้วทำให้เกิดปรากฏการณ์
น้ำทะเลแยกออกเหมือนอย่างเรื่องราวในพระคัมภีร์
จากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาแผนที่โบราณ
จากภาพถ่ายดาวเทียมดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์
ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคาดเดาความลึกและการไหลของน้ำ
เมื่อ3000 ปีก่อนได้ เมื่อใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้านสมุทรศาสตร์เข้าช่วย
พบว่าอิทธิพลของกระแสลมที่พัดผ่านน้ำลึก6 ฟุตในยามค่ำคืน
จากลมตะวันออกที่พัดด้วยความเร็ว63ไมล์ต่อชั่วโมง
และพัดอย่างต่อเนื่องนาน12ชั่วโมง
ซึ่งสามารถผลักดันให้น้ำไหลกลับไปสู่ทะเลสาปและแม่น้ำ
ทำให้เกิดช่องว่างทางเดินยาว2 ไมล์และกว้าง3ไมล์
ที่มีกำแพงน้ำอยู่สองด้านเป็นเวลานาน4 ชั่วโมงค่ะ
แต่ทันทีที่น้ำอ่อนกำลังลง
กำแพงน้ำทั้งสองด้านจะไหลกลับเข้าหากันอย่างรวดเร็วค่ะ
อ่านบทความวิจัยนี้จบแล้ว อยากดูหนังเรื่องโมเสสเลยค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าจะหาซื้อที่ไหนนะคะ เขาเรียกหนังแบบนี้ว่าหนังEpicsใช่ไหมคะ

บ้านมะนาวไม่ได้โรแมนติกเหมือนรถไฟฟ้ามาหานะเธอหรอกนะคะ
ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่อยู่ใกล้บ้านมะนาวก็ไม่เห็นเปลี่ยนแปลงอะไรนี่คะ
เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่งวันลอยกระทง
คือโดยปกติมะนาวจะลอยหลังบ้านน่ะค่ะ
แล้วช่วงวันลอยกระทง กทม.จะเปิดประตูน้ำ
น้ำก็จะเข้ามาหลังบ้านมะนาวจนเต็มปริ่มเลยค่ะ
มะนาวก็แค่นั่งคุกเข่าแล้วก็หย่อนกระทงลงไปได้เลยค่ะ
แต่ปีนั้น มะนาวนึกไงไม่รู้ค่ะจะไปลอยที่ท่าน้ำของวัดใกล้บ้านค่ะ
ปรากฏว่าน้ำท่วมทางเดินถึงเข่าต้องเดินลุยน้ำเข้าไป
สรุปไปไม่ถึงท่าน้ำหรอกค่ะ หย่อนมันตรงทางเดินนั่นแหละ แล้วก็กลับบ้าน
หลังจากนั้นก็ลอยหลังบ้านทุกปีเลยค่ะ ไม่ไปแล้วท่าน้ำ

บ้านคุณchanpanakrit มีแม่น้ำเหรอคะมะนาวนึกว่ามีทะเลซะอีกค่ะ
มะนาวก็เคยเล่นนะคะน้ำในคลองน่ะค่ะ
คือมะนาวไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่นครชัยศรีค่ะ
แล้วบ้านเค้าอยู่ริมน้ำ พอแดดร่มลมตก
พวกเราก็นุ่งขาสั้นกระโจนลงน้ำกัน
คือคลองก็ไม่กว้างนะคะ มะนาวกะว่าจะว่ายโผไปโผมา
ที่ไหนได้ว่ายจนเหนื่อย มันก็ไม่ไปไหนเลยอยู่นิ่งกับที่
ต้องตะโกนเรียกให้เพื่อนช่วย บอกหมดแรงแล้ว
เพื่อนต้องมาลากตัวไปที่ศาลาท่าน้ำ
มะนาวบอกเพื่อนว่าทำไมเราว่ายไม่ไปเลยล่ะ
เพื่อนบอกว่ามันเป็นน้ำไหล แล้วมะนาวไม่คุ้นชิน เคยแต่ว่ายน้ำสระ
ไม่เหมือนเค้า เล่นมาตั้งกะเด็กๆก็เลยว่ายน้ำได้แข็ง ไม่มีปัญหาค่ะ
หลังจากนั้น ถ้าไม่ใช่น้ำสระมะนาวก็ไม่กล้าลงเล่นเลยค่ะ กลัว

หายขี้เกียจเมื่อไหร่ก็อย่าลืมมาอัพซีรีส์นะคะ
ไม่ต้องฉีกกฏสร้างเทรนด์ใหม่หรอกค่ะ
ยิ่งไม่ค่อยจะมีใครเขียนเล่าอยู่ด้วย
นักเล่าหน้าใหม่ก็ไม่เห็นค่อยมีเลยค่ะ
เห็นบล็อกเขยิบแต่ละครั้งแล้วสงสาร เหมือนจะหมดแรงเขยิบค่ะ
แล้วสงสัยคุณท่านจะเข้าใจข้าเจ้าผิดแน่ๆเลยเจ้าค่ะ
ข้าเจ้าบ่ใซ่คนรวยเด้อ ข้าเจ้าเป็นพวกเศรษฐกิจพอเพียงเจ้าค่ะ
ข้าเจ้าไม่ได้ขี้งก ไม่ได้ขี้ตืดนะเจ้าคะ ข้าเจ้าแค่ขี้เหนียวเท่านั้นเอง อิอิ
แล้วที่ใส่ร้ายข้าเจ้านี้เพราะไม่ได้ทานไข่เจียวกับข้าวยำใช่บ่
ก็บอกแล้วว่าจะบอกสูตรให้ก็ไม่เอานี่หน่า
แล้วดูซิทำตัวเป็นองุ่นเปรี้ยวให้คนเขารู้ไปทั่ว
คุณท่านต้องหัดเก็บความขี้อิจฉาบ้างนะเจ้าคะ ไม่ดีต่อสุขภาพค่า

คุณchanpanakrit ได้ข่าวการ์ตูนอนิเมชั่นไทยเรื่อง
โฉมงามกับคำสาปอสูรหรือเปล่าคะ
เห็นบอกว่าเป็นการลอกการ์ตูนของดิสนีย์เรื่องBeauty and the Beast
มาทั้งดุ้นเลยค่ะ ข่าวนี้มีลงในนสพ.ด้วยค่ะ
บอกว่าเป็นความเสื่อมเสีย และมีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยค่ะ
คือมะนาวแปลกใจว่า คนที่ทำเขาไม่รู้ถึงจุดนี้เหรอคะ
ถึงได้ทำแบบนี้แล้วยังไปแปะบนยูทูปอีก
ก็รู้ๆอยู่ว่าดิสนีย์เขาเข้มจะตายในเรื่องนี้ ว่าไหมคะ

ปลาหมึกพอลตายแล้ว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป
ไว้อาลัยให้ปลาหมึกพอล 1 นาทีค่ะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.79.177 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:17:41:52 น.  

 
เป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนติดโอที

ทีโอติดผู้เขียนบานเป็นครั้งอีก

ยามเช้าใกล้อาทิตย์เปล่งประกาย

นายคนนี้ คงได้มาปะสาทะกันเช่นเคยนะครับ

อุ่นใจได้ น้ำไม่หลากลากเจ้าพระยา

ให้เกินสุดพรมแดนเดิมแล้วละท่าน

ให้อีกหนึ่งนาทีสำหรับ พอลล์ที่

ถูกเราสองคนปู้ยี้ปู้ยำ จนตายคากล่องสีเหลี่ยม

ทำให้บ้านสักหลังของปลาสักตัว

ดูดีกว่าโลงศพติดแอร์ที่แปลกแยกเป็นไหนๆ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:22:36:15 น.  

 
อายุขัยของปลาหมึกยักษ์นี้
บางทีก็เป็นเครื่องพิสูจน์สัจจธรรมได้หมือนกันนะขอรับ
ว่าอะไรที่ว่าแม่นๆแล้ว ยังเท่ากับการนักธรรมชาติวทิยา
ที่คาดเดาอย่างกว้่างๆในเรื่องวัฏจักรเส้นทางอายุขัย
แล้วบรรดาสัตว์นักเสี่ยงทายอื่น อย่าง ช้าง นกแก้ว
อะไรประเภทนี้ จะมีใครสนใจนั่งนับอายุขัยมันต่อไปอะป่าวน้อ


ขนาดชื่อหนังสือนี้ พี่ท่านซะการีย์ยา
ยังเอามาแต่งกลอนได้อีก อะไรจะไม่ธรรมดาขนาดนั้น
ที่กลอนว่าไพเราะอย่างไร้การสัมผัสนอกและในเพียงใด
ผู้เขียนก็ยังชอบกลอนแบบเดิมๆมากกว่า
อย่างน้อยๆ มันก็มีมือที่มองไม่เห็น
ที่พอให้ช่วยเข็นให้กลอนนั้นไหลไปได้โดยไม่ตั้งใจ
ประมาณว่า "กลอนพาไป" ซึ่งถือเป็นความอัศจรรย์ทางภาษา
ไม่น้อยหน้าประเทศที่มีอักษาภายในประเทศใช้
จากที่ไหนๆ เลยนะขอรับ

ถ้าโมเสทเดินข้ามทะเลแดงได้จริง
แสดงว่า เขาสามารถเข้าจังหวะทางเดิน
แบบคาบลูกคาบดอกเลยนะขอรับท่าน
ผู้เขียนจำตำนานนี้ ได้ จากการ์ตูน prince of Egype
ที่เป็นงานอนิเมชั่นของค่ายดรีมเวริค เป็นการขัดแย้ง
ของทางรัชทายาท ที่อีกหนึ่งถูกเก็บมาเลี้ยงกับอีกหนึ่ง
เป็นองค์กษัตริย์ของอาณาจักรอิยิปต์ในอนาคต
สุดท้ายก็มาแตกแยก จากความเชื่อเรื่องแรงงานทาสชาวยิว
ในการ์ตูนเรื่องนี้ มีจุดขายในเรื่องเทคนิคการแยกทะเลแดง
ที่ทำได้อเมซิ่งเอามากมาก ผู้เขียนดูเซ้ำหลายรอบไม่รู้เบือ่
ส่วนเวอร์ชั่นคนเล่นนี้ เป็นหนังเก่าที่นานมาก
จำชื่อเรื่องไม่ได้ เพราะฐานะเด็กพุทธที่ไปเรียนโรงเรียนคริสต์
เลยถูกมาสเตอร์เปิดให้ชมแบบล้างสมอง
ก็เป็นเทคนิคสต็อปโมชั่น รุ่นเดียวกับในยุค ben hur
หรือ ไม่ก็เรือ่งบัญญัติสิบประการ


อ่านลับ ลวง เลือด ตั้งแต่ช่วงเช้า
อารมณ์ประมาณ ตามติดเหตุการณ์พฤษภาเลือด
แบบที่ไหลนึกย้อนภาพตามสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น
จนเป็นเหตุให้ได้หยุดงาน ทางคุณวาสนาสันนิษฐาน
ปมที่พิฆาตเสธแดง เอาไว้หลายกรณีเชียวละ
ตัวการหลักที่คาดหมาย คือ ศอฉ
เพราะเป็นคู่กรณีหลักที่น่าจะได้รับผลประโยชน์
จากการไม่มีเสธแดง คุ้มบรรดาการ์ดอาสา
และทำให้ทัพแดงแกนนำเกิดอาการเสียขวัญ
ก่อนหน้าการตายไม่กี่วัน เสธแดงก็ไปสร้างเรื่องชวนขัดแย้ง
เคยไปทะเลาะกับตำรวจตรี ว หน่วยอรินทราราช
ที่ตั้งแถวตรวจหน้าโรงบาลจุฬา
วันเวลาไล่เลี่ยกัน ก็มีเรื่องกับพล ต ท สัณฐาน ชยนนท์
ตำแหน่ง ผบชน
แม้แต่ ผู้กองทรงกลด อดีตร้อยเอกทีลาออกจากราบชการ
มาช่วยฝึกการ์ดให้พันธมิตร ที่เคยสัมภาษณ์จะดับซ่าเสธแดง
ดูเหมือนว่าคุณวาสนา แกจะเน้นประเด็นหลักไปที่
ฉก ๙๐ หรือ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๙๐
เป็นหน่วยล่าสังหารพิเศษของกองทัพบก
เพราะคิดไปในแนวทางเเดียวกับกัน ที่ พลเอกพัลลภ ก็ว่าไว้เช่นนั้น
ในฐานะที่เคยทำงานหน่วยนี้มาก่อน
หน้าสถานีชิดลม เป็นแดนที่รองรับร่างเสธแดง
ในระยะมุมที่ถูกโดนยิงเข้ากบาล กองล้มทรุด
ที่ว่ากันว่า เป็นการชี้เป้าจากนักข่าวทีมหนึ่ง
ด้วยนิสัยเสธแดง ชอบการให้สัมภาษณ์เพื่อเป้นช่องทางสื่อสารกับคนภายนอก
อ่านแล้วตื่นเต้นเร้าใจ ใกล้จะจบอีกไม่กี่หน้า
ทำให้ ๕๘๐ หน้า ดูผอมไปโดยปริยาย

วัฒนธรรมการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ยิ่งโดยเฉพาะในโลกออนไลท์ด้วยแล้ว
ถ้าไม่บอกว่าได้รับอิทธิพลหรือแรงบันดาลใจ
สุดท้ายก็เข้าข่ายถูกประนามว่า ลอกเขามาทั้งน่านกระมังครับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:7:28:26 น.  

 
มะนาวว่าชื่อหนังสือเอามาจากบทกลอนมากกว่านะคะ
ประเภทแบบว่าแต่งไว้หลายบทใช่ไหมคะ
พอส่งให้สำนักพิมพ์ มะนาวว่าสำนักพิมพ์น่าจะมีส่วนในตรงนี้ด้วย
เพราะมีผลต่อยอดขายของเขา
แล้วชื่อแบบนี้มันดูน่าค้นหาว่าไหมคะ
เพราะแม้แต่คุณchanpanakritยังอยากรู้เลยนี่หน่า
ว่ามีที่มาที่ไปยังไง ว่าไหมคะ
แล้วไม่ยอมโต้ตอบบทกลอนแล้วเหรอคะ
โดนคุณวาสนา นาน่วม แย่งเวลาไปหมดเลย
มะนาวไปซื้อมาอ่านบ้างดีกว่า เพราะขนาดหนาตั้งห้าร้อยกว่าหน้า
คุณchanpanakritยังใช้เวลาแป๊บเดียวเองนะคะ

มะนาวลืมเล่าไปค่ะว่ามะนาวดูเรื่องSumoจบแล้วค่ะ
หนังสนุกมากเลยค่ะ ผิดคาด เพราะคิดว่าต้องสัปหงกอีกแน่เลยค่ะ
ที่ไหนได้ลุ้นแบบบางครั้งแยกเขี้ยวยิงฟันตามไปด้วยเลยค่ะ
มะนาวรู้แล้วว่าทำไมกีฬาซูโม่ถึงได้รับความนิยม
เห็นอย่างนั้นเถอะค่ะลุ้นน่าดูเลย
มีมะนาวรู้จักดาราหลายคนด้วยล่ะค่ะ
หนังคงเก่าหลายปีแล้วค่ะ เพราะแต่ละคนยังเอ๊าะๆทั้งนั้น
ถ้าปัจจุบันก็คงรับบทเป็นพ่อหรือลุงแล้วล่ะค่ะ
อย่างลุงTakenaka Naotoจากโนดาเมะ
ก็ยังอวบอั่นแก้มยุ้ย ไม่ผอมโกรกอย่างตอนโนดาเมะน่ะค่ะ
หรืออย่างพระเอกDepartures Masahiro Motoki
ก็ยังหนุ่มฟ้ออยู่เลยค่ะ คุณchanpanakritดูแล้วหรือยังคะเรื่องนี้
ถ้ายังไม่ได้ดูลองซื้อมาดูนะคะ ตอนนี้ก็เหลือแค่59บาทเองค่ะ
คงพอมีเงินเหลือจากซื้อหนังสือนะคะ
เอ๊ะ!หรือว่างินเดือนออกแล้วคะ
แล้วคุณchanpanakritได้ข่าวหนังเรื่องThe Hangover 2ไหมคะ
ที่ว่าเขาปลดเมล กิ๊บสันออกจากหนังเรื่องนี้
จากกรณีคลิปฉาวทำร้ายภรรยา
ส่วนคนที่มาแทนคือป๋าเลียมเลียม นีสัน นะเองค่ะ
ป๋าเลียมนี้ยิ่งอายุมาก ยิ่งมีหนังเล่นเยอะนะคะ
แล้วขนาดอายุเท่านั้น ป๋ายังดูดี๊ดี ว่าไหมคะ
ไม่มีพุงย้อยเลย หุ่นก็ยังสมาร์ทอยู่เลยว่าไหมคะ
เอ๊ะ!ถ้าคุณchanpanakritอายุเท่าป๋าเลียม พุงจะย้อยไหมคะ
สงสัยย้อยแหงมๆ มีแนวโน้ม เพราะไม่ออกกำลังกาย และชอบทานยอดข้าว อิอิ
ว่าแต่ว่าคุณchanpanakritเคยดูเรื่องThe Hangoverหรือเปล่าคะ
หนังเป็นยังไงคะ สนุกไหมคะ
ทำไมเรื่องนี้มะนาวไม่เห็นกระดิกหูเลยล่ะคะ ตกข่าว
เพราะเรื่องนี้ต้องดังพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่สร้างภาค2หรอกว่าไหมคะ

คุณchanpanakritเคยดูคลิปที่เป็นภาพครูเขวี้ยงโทรศัพท์มือถือนักศึกษาไหมคะ
ที่ครูกำลังสอนอยู่แล้วนักศึกษาใช้โทรศัพท์มือถือน่ะค่ะ
แล้วครูก็เดินมาหยิบโทรศัพท์มือถือไปเขวี้ยงจนแตกกระจาย
แล้วเดินกลับไปสอนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะค่ะ
ตอนมะนาวดูครั้งแรกแบบตกใจหมดเลยค่ะ
ว่าโอ้ อะไรจะรุนแรงปานนั้น
แล้วคลิปนี้ก็มีการคอมเมนต์กันเป็นสองพวกน่ะค่ะ
กลุ่มนึ่งบอกว่าสมควรแล้ว
อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าไม่มีสิทธิ์มาทำลายทรัพย์สินแบบนี้ค่ะ
จนเมื่อวานนี้เองค่ะ มะนาวเพิ่งรู้ว่าเป็นคลิปโฆษณาอาหารFast food ยี่ห้อหนึ่งค่ะ
โดยบอกว่า ถ้าครูอารมณ์เสียเพราะโกรธลูกศิษย์
ก็ให้ทานอาหารที่ว่านี้จะได้ใจเย็นๆค่ะ
เดี๋ยวนี้วงการโฆษณาเขาครีเอทกันแบบแรงๆแบบนี้เหรอคะ
มะนาวว่าบางครั้งมันดูเกินไปนะคะ

วันนี้อย่าได้แปลกใจนะคะที่มะนาวเข้ามาคุยเร็ว
เพราะติดภารกิจเพื่อนชวนไปเม้าท์แอนด์โอเกะค่า
ไม่อยากไปหรอกค่า กังวลเรื่องอ่านหนังสือไม่ทันน่ะค่า
แต่เกรงใจ เพื่อนทั้งส่งmessageทั้งโทรมาชวนด้วยตัวเอง
ไม่อยากเสียเพื่อน ยอมเสียคนค่า(เหตุผลข้างๆคูๆมาก)
หวยเลยมาออกที่คุณchanpanakritค่า
วันเสาร์พรุ่งนี้มะนาวเลยต้องขอเวลานอกหนึ่งวันนะค่า
มะนาวอ่านหนังสือไม่ทันจริงๆค่า
นะค่า ไว้เจอกันวันอาทิตย์นะค่า
แล้วช่วงมะนาวไม่ได้เข้ามาคุย
คุณchanpanakritจะได้มีเวลาอัพบล็อกได้เต็มที่ไงคะ(พูดให้ดูดี)
เจอกันวันอาทิตย์นะค่า


โดย: มะนาวเพคะ IP: 118.174.82.212 วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:12:23:48 น.  

 
มาแล้วครับ วันนี้มาดึกหน่อย

แต่ท่วา คงไม่มาตอบเอาตอนเจ็ดโมงเช้า

อีกแล้วนะครับ สมองมันแล่นช้า

เวลาก็ไม่อำนวย เดี๋ยวจะมาแถลงการณ์ร่วมกันดีกว่า


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:0:19:58 น.  

 
ก็ต้องเข้าใจหน่อยนะครับว่า
ชื่อเรื่องมันโดนจริง แต่ไม่ยักกะรู้ว่า
ตัวเองจะตกเป็นเหยื่อผู้บริโภคที่อยากรู้อยากเห็น
ไปกลับชาวบ้านชาวช่องกับเขาด้วย
แสดงว่าส่วนหนึ่ง ที่หนังสือสามารถขายตัวเองได้
ก่อนที่จะถูกประกาศรางวัลซีรีย์ได้
ในนั้นก็ด้วย กุศโลบายในการตั้งชื่อเรื่องหนังสือนี้เอง
คงผิดกับท่านมะนาวเพคะ ที่มาทางสายรางวี่รางวัล
อันนี้สังเกตจากการเลือกหนัง คัมภีร์และสายสถาบัน
เสียดายที่ผู้เขียน เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มา
ไม่เคยได้รางวัลใดใดติดไม้ติดมือมาสักเสี้ยวเวลาชีวิต
ขนาดวิ่งแข่ง ก็ยังไม่เคยได้เหรียญทองแดงกับเขา
เคยส่งประกวดมา สักสองสามงาน
ล้วนแล้วแต่ปิ่วหายไปในทุกๆรางวัล
กระแสความเห่อรางวัล ก็อาจไม่สำแดงมากเท่ากับ
มาตราฐานการบริโภคแบบฉลาดก่อนซื้อสักกเท่าไรนัก
ส่วนใหญ่จึงหนักไปทางพึ่งสัญชาติญาณ
ลองมาก็จากไสยศาสตร์อย่างไร้หลักวิชา จากผู้อื่น
ส่วนสถาบันการันตี ก็มักจะไปอยู่ช่วงกลางๆในการเลือกก็เท่านั้นเอง


ดึกนี้ผู้เขียนทานน้ำยอดข้าวอีกแล้วครับท่าน
เลยมาปลงอาบัติกับท่านอีกครั้งหนึ่ง
อันนี้อยากไปเป็นการส่วนตัว ไม่มีเมาท์ ไม่มีโอเกะ
ปากบอกว่าชอบก็ชอบเลย ไม่ขบคิดกันมากนัก
แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทอดทิ้งท่านด้วยนะขอรับ
(ส่วนใครจะทิ้งเรา อันนี้ก็เข้าใจ อย่างไรก็เพลงช้ำรักจากไมค์สักเพลง)
อุตสาห์แถลงการณ์ตอนเที่ยงวัน ซึ่งไม่ปฏิบัติบ่อยนัก
แสดงว่าสุดวิสัยจริง แต่ถึงไม่ว่างจริง
จะหายหน้าไป ผู้เขียนก็ไม่อะไรมากมาย
แค่ไปแจ้งความ สน. ติดป้ายประกาศคนหาย และประกาศ จส.ร้อย
แล้วไม่อยากบอก พรุ่งนี้มีศึกน้ำยอดข้าวครั้งใหญ่
แต่อันนี้ไปด้วยจำใจ มันเป็นสัญญาหลังออกพรรษา
ที่ไปทำผิดปฎิญาณ เลยต้องชดใช้กรรมแบบหน้าไม่อาย
ตามประสา คนที่ไม่อาจรักษาสัญญ่าได้นะขอรับ


ส่วนเรื่อง Sumo ที่ท่านมะนาวฯว่า นี้
ไม่เคยดูเลยครับ แต่พอรู้อยู่บ้าง
จากหนังสือรีวิวหนังญี่ปุ่นของคุณ นรา จากค่าย openbook
ไปเปิดชมดู มันชือ่เต็มว่า Sumo Do Sumo Don't
จากผู้กำกับ Shall We Dance มาซายูกิ สึโอะ
ในสไตล์ที่คุณนราอธิบายว่า รื่นรมย์หรรษาร่ำรวยอารมณ์ขัน
กับนักแสดงชุดเดิมๆ ไม่ละทิ้งการปะทะทางวัฒนธรรม
ตะวันตกกับตะวันออก เป็นหนังปี 1992
เรื่องของเฟรชชี้ไม่อยากปฎิบัติ แต่ก็ยากที่จะปฎิเสธ
เป็นหนังสูตรนีท่าน แต่ทว่า ไม่ถึง 60 บาท
บางทีราคาก็มิอาจปฏิเสธคุณภาพในเนื้อหนังของมันได้นะขอรับ

ระยะนี้ให้เวลากับ ลับ ลวง เลือด มากเป้นพิเศษ
ด้วยเป็นกรณีศึกษาด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว
ถือเป็นประสบการณ์ร่วมทางประวัติศาสตร์
ที่จะได้มีจุดขยายไปเล่าให้ลูกให้หลานฟังในยามชราภาพ
ถ้ามัวแต่มาฮัมเพลงโอเกะเฉพาะร่วมสมัยของตัวเอง
เชื่อเลยว่า ลูกหลานคงไม่อยากปลื้มกับประสบการณ์ส่วนนี้แน่
ท่านมะนาวฯว่าปะ
แต่ยิ่งอ่าน ความถวิลรู้ก็ยิ่งน้อยลง
เพราะคุณวาสนา เขาเขียนเล่าเป็นตอนๆ
คิดว่าไม่ต่อเนื่องจากเขียนโดยเว้นไปวันๆ
มันเลยมีจุดซ้ำในบางประเด็น คาบเกี่ยวกับตอนที่ผ่านมาอยู่หลายช่วง
อีกอย่าง ติดตามฟังรายการ ลับ ลวง พราง ทุกวันเสาร์ทางคลื่นวิทยุอยุ่แล้ว
ความสด เลยไม่อาจตื่นหู เหมือนกันคนที่ไม่ได้ติดตามทางวิทยุ
แต่โอเคนะ เป็นข้อมูลทางลับและส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลข่าวลือ
ที่ไม่ว่าลืออะไรนิดอะไรหน่อย แบบไม่มีน้ำหนัก
คุณวาสนาเธอจะนำมาเล่าหมด มิหน่าถึงได้หนาเกือบหกร้อยหน้าได้
ขนาดที่คุณวิสุทธิ์ คมวัชรพล ที่เป็นดีเจร่วม
มันตกตะลึงในข้อมูลทั้งๆที่เเกเป็นนักรายการข่าวสาขาการเมืองชัดๆเลย


ใกล้จะสอบแล้วเหรอครับ
ความจริงวัยนี้ ส่วนใหญ่มักเจอชนิดไปสอบให้ปากคำ
ไม่ค่อยเจอ สอบชนิดที่สอบให้ผ่านทางกระบวนการศึกษาสักเท่าไร
อย่างไรเสีย เตรียมจำนวนรูปให้พร้อมนะคับ
ขาดไปสักรูป หรือลืมไปเซ็นชื่อ
อาจจะเป็นเหตุให้ไปสมัครแอดมินชั่น เหมือนเด็กม.6
ที่ไปสอบแพทย์ไม่ได้ ต้องไปพึ่งศาลปกครองชั่วคราว


อืมแล้วมาต่อเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ Beauty and the Beast
อันนี้เข้าใจเอาเองนะครับว่า
นวนิยายหรือผลงานอมตะ ที่อายุเกินร้อยปี
จะกลายเป็นบันเทิงสาธารณะ ที่คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้
ในผลงานของตัวเอง โดยที่ไมต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่ผู้ครอบครองผลงาน
และต้องอ้างอิงชื่อเสียง โดยถือเป็นสมบัติของมนุษยชาติ
ซึ่งกรณีนี ้ ไม่รู้จะเข้ากับได้รึเปล่านะครับ
ถ้าดิสนีย์ฟ้องในแง่ผลงานงานวาดของตัวเอง
ก็เป็นอีกเรือ่งหนึ่ง แต่ถ้าฟ้องในแง่พล็อกเรื่องอมตะแล้ว
คิดว่าคงเสียเวลาป่าว สำหรับค่ายดิสนีย์นะขอรับ




โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:1:12:56 น.  

 
สุขสันต์วัน Halloween ค่า

แล้วทำไมต้องมีประชดประชันกันด้วยล่ะค่า
ก็มะนาวอ้างอิงจากการที่คุณchanpanakritคิดน่ะค่ะ
เพียงแต่อันนี้เป็นความคิดเห็นด้านของมะนาวก็เท่านั้นเองค่ะ
ไม่ได้คิดว่าคุณchanpanakritเป็นพวกไหลตามน้ำ
ถูกชักจูงได้ง่ายซะหน่อย รู้ค่าว่าเป็นคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง
แล้วที่ตีความผิดเพราะแบ่งกับสติครึ่งหนึ่ง น้ำยอดข้าวครึ่งหนึ่งหรือเปล่าล่ะคะ
เพราะคิดว่าสติคงมายังไม่เต็มร้อย แหว่งวิ่นไปตามการฉลองผิดคำปฎิญาณ
วันนี้มะนาวเพิ่งสอบเสร็จค่า ก็รีบเข้ามาคุย
ว่าจะเข้ามาโพสต์ก่อนทานข้าว แต่ไม่ทันค่ะ
โดนตามตัวไปหม่ำๆซะก่อนค่ะ
แล้วคืนนี้มะนาวว่าจะดูเรื่องToy story 3ค่ะ
เพราะได้แผ่นมาเรียบร้อยแล้วค่ะ
เรื่องนี้ดูเพราะคุณchanpanakritเลยนะคะนี่ ถ้าไม่สนุกล่ะก็ ฮึ่ม!
เกือบลืมเล่าไปค่ะว่ามะนาวได้อ่านข่าวเกี่ยวกับคริสปี้ ครีมค่ะ
ข่าวว่าไว้อย่างนี้นะคะ บอกว่าในข้อมูลทวิตเตอร์เมืองไทย
นอกจากเรื่องฝนตกน้ำท่วม เรื่องBlackBerry และLiverpoolแล้ว
ตอนนี้เรื่องโดนัทคริสปี้ ครีมก็ทวีตกันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดค่ะ
โดยบอกว่าใครซื้อมาได้สำเร็จ(ในการเข้าแถว)
หรือใครได้ทานแล้วก็จะมาทวีตบอกต่อกัน
คนเขียนบทความนี้เธอเลยจิกกัดเล็กๆว่า
แค่เรื่องโดนัทก็เป็นเรื่องให้มาทวีตกันได้แล้วเนอะ
แล้วคุณchanpanakritล่ะค่ะ ทวีตแล้วเจอเรื่องนี้หรือเปล่าล่ะคะ

มะนาวเห็นข้อความนี้เกี่ยวข้องกับคุณchanpanakritเลยเอามาเล่าให้ฟังค่ะ
จากกระแสฮิตของเฟซบุ๊ก ได้สร้างความสนใจให้กับนักจิตวิทยา
ที่สนใจจะศึกษาสภาพจิตใจของคนที่ใช้ว่า
ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลดีผลเสียในอนาคตอย่างไร
ซึ่งมหาวิทยาลัยยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ในโตรอนโต ประเทศแคนาดา
ได้เปิดเผยผลวิจัยว่า
การใช้เฟซบุ๊กนั้นมีค่าเท่ากับการส่องกระจกมองตัวเองในแบบออนไลน์
โดยผลสรุปที่ได้นี้มาจากการวัดค่าของความเคารพตัวเอง โดยใช้หลัก
The Rosenberg Self- Esteem Scale แล้วดูจากประวัติส่วนตัว
ของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นนักศึกษาจำนวน100คน อายุ18-25ปี
และจดค่าระดับความหลตัวเองโดยใช้หลักNarcissistic Personality Inventory
จากนั้นประวัติส่วนตัวของแต่ละคนจะถูกนำมาประเมินค่า
ซึ่งผลออกมาว่าผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กบ่อยๆจะมีความเคารพตัวเองต่ำ
แต่ขณะเดียวกันก็มีอาการหลงตัวเองแบบสุดๆด้วย
นอกจากนั้นนักวิจัยยังเปิดเผยถึงสัญญาน
ที่บ่งบอกว่าคนๆนั้นเริ่มเกิดความหลงตัวเองไว้ เช่น
1 มีการแสดงออกทางใบหน้าเช่นการโพสต์ท่าถ่ายภาพด้วยการทำสีหน้าแบบต่างๆ
2 พูดถึงสิ่งที่เป็นเรื่องบวก
3 การโฆษณาตัวเองผ่านการเขียนโน้ตในแบบต่างๆ
สิ่งที่นักวิจัยกำลังจะหาคำตอบเพิ่มเติมในขณะนี้คือ
จะสามารถนำเฟซบุ๊กมาช่วยคนที่ทนทุกข์ทรมาน
จากโรคซึมเศร้าและอาการหดหู่ทางสังคมได้หรือไม่น่ะค่ะ
ถ้าช่วยได้ก็ดีนะคะ อย่างน้อยก็ดีกว่าการทำให้คนหลงตัวเองว่าไหมคะ

คุณchanpanakritได้ข่าวการแสดงT-Popของคุณชัยยุทธ โตสง่าไหมคะ
ในชุด"ระนาดคะนอง กลองสิบทิศ"
คุณชัยยุทธเป็นน้องชายของขุนอินทร์แห่งโหมโรงค่ะ
คือมะนาวได้อ่านความคิดเห็นของเขาแล้ว
อยากให้งานของเขาประสบความสำเร็จมากๆเลยค่ะ
เขาให้สัมภาษณ์ว่าทำไมเขาถึงลุกขึ้นมาจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้
เขาบอกว่าสมัยก่อนประเทศเราถูกโจมตีจนถึงขนาดสูญเสียบ้านเมือง
โดยผู้รุกรานใช้การรบพุ่ง เราแพ้ก็เสียเมือง
แต่ตอนนี้มันแตกต่างกัน เพราะการรบมันเปลี่ยนจากการใช้ดาบ
การชนช้าง มาเป็นเรื่องของความบันเทิงแล้ว
เขาบอกว่าจากการที่ตอนนี้บันเทิงเกาหลีรุกหนักมาก
สมัยก่อนรุ่นพ่อก็แค่คลั่งเอลวิส เพลสลีย์ แต่ก็ไม่ได้คลั่งมาก
เป็นแค่แฟชั่น แต่อย่างเกาหลี เขาบอกว่ามันไม่ใช่แค่แฟชั่นแล้ว
แต่เป็นการรุกคืบทางวัฒนธรรม เป็นการกลืนชาติ ในยุคของอินเตอร์เน็ต
เขาจึงคิดว่าต้องมีใครสักคน ลุกขึ้นมาปทะกับเกาหลีบ้าง
แม้ว่าเขาอาจจะโดนเรื่องการทูตหรืออะไรต่างๆ แต่เขาบอกว่าเขาไม่แคร์ค่ะ
เขาบอกว่าปีนี้เขาได้เป็นศิลปิน ศิลปาธรของกระทรวงวัฒนธรรม
เขาอาจจะโดนตำหนิที่ออกมาพูดอย่างนี้
แต่เขาถือว่าเกาหลีรุกรานเราก่อนและมากเกินไป
เขาบอกว่ามันเป็นสงครามอีกแบบหนึ่ง ถ้าจะเปรียบกับสมัยกรุงศรีอยุธยา
ตอนนี้ศัตรูมาจ่อที่หน้าประตูบ้านเราแล้ว
ถ้าเราไม่หาวิธีแก้ไข เด็กรุ่นใหม่ก็จะคิดว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง
มะนาวว่าเขาพูดได้น่าคิดนะคะ
และอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ดีแต่พูด แต่เขาลงมือทำค่ะ

แล้ว"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ก็ถึงบทส่งท้ายแล้วค่ะ
เพราะไม่มีใครมายอมโต้ตอบด้วยแล้วนี่คะ
ท่านทั้งหลาย
โปรดบอกข้าสิ
บทกวีหายไปไหน
ใครล่ามโซ่ตรวนบทกวีเอาไว้
ใครสั่งเก็บบทกวีจากท้องถนน
ใครเด็ดปีกนกพิราบ
ใครเหยียบย่ำกิ่งมะกอก
ใครฆาตกรรมเสรีภาพ
ใครยึดอำนาจจากเสรีชน
ใตรฉ้อฉลปล้นความดี
ใครมอบความใบ้แก่ผู้กล้า
บทกวีหายไปไหน
ใครเห็นบทกวีบ้าง
บทกวีตายแล้วหรือยัง
ใครเห็นศพบทกวีบ้างไหม
คัดลอกจาก"ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"ของ ซะการีย์ยา อมตยา


โดย: มะนาวเพคะ IP: 118.173.92.202 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:19:56:44 น.  

 





วันนี้เป็นวันฮาโลวีนเหรอครับ
ไม่มาสุขสันต์อย่างสยอง เลยเอาสุขแบบขนลุกเลยนะครับเนี่ย


ตกลงสอบวันนี้เหรอครับ
แล้วเป็นอย่างไรครับ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้งเลยรึเปล่า
แอบจดโพ้ย หรือไม่ก็ลอกคำตอบเพื่อนมาด้วยอะป่าวครับ
ถ้าทำก็ไม่ต้องอายหรอกครับ รู้กันสองคน
คงไม่มีสายลับจากสถาบันการศึกษามาตามสืบถึงที่หรอกขอรับ
ว่าแต่เจอะคำถามแนวไหนกันละเอ่ย ปรนัยหรืออัตนัย
หรือหมดความนัย เพราะตอบไม่ได้สักข้อ
เคยมีไหมครับท่าน เก็งว่าจะออกกลับไม่ออก
ไอ้ที่ไม่น่าจะออก มันดันสะเออะออกมาได้
ว่าแต่ว่าประชดอะไรเหรอครับ
ขึ้นไปอ่านความเห็นตัวเอง ก็ยังงงๆ
งงๆ เพราะไม่ได้ว่าไม่มีนะครับ แต่มันมีเยอะ
จนจับจุดไม่ถูก ถูกลากไปหม่ำคงอารมณ์ดีขึ้นพอทุเลานะขอรับ
ดู Toy story สามแล้วเหรอครับ
โอ้ๆ อันนี้ไม่ใช่ผู้เขียนให้ดาวหลายดวงนะครับ
แต่คนดูหลายคน ก็ยังไม่เห็นมีใครทำตัวเฉยๆสักคน
คิดว่าคงสักประมาณห้าทุ่มหน่อยๆ ต่อมจี๊ดของท่านมะนาวฯคงทำงาน
เอาเป็นว่าอย่างไรเสียคงหนุกกว่าการสอบวันนี้แน่นอน


ทวิสต์การกินการโซ้ย
อันนี้ผู้เขียนอย่าว่าแต่โพสต์เลยครับ แม้แต่คนอื่นโพสต์ให้ผ่านตา
ก็ยังไม่คิดว่าเคยเห้นนะครับ เจอะแต่รถตกทางด่วนครับ
อย่างวันนี้เจอไปสองข่าวเกือบควบ รถหนึ่งเป็นเด็กมหาลัยในตอนเช้า
ส่วนตกเย็นเจอะข่าวทวิสต์รถตู้ เอ๊ ไม่รู้ว่าอาถรรพย์บนทางด่วน
หรือเพราะปัญหาทางวิศวกรรมเส้นทาง
ท่านมะนาวฯเคยผ่านทางด่วงพวกนี้ไม่ละครับ
แล้วจุดทางแยกที่ว่า มันมีทางให้ผิดเลนพลาดง่ายดายขนาดนั้นรึเปล่าครับ
ผู้เขียนเป็นคนเฉยเมย ไล่เก็บเส้นทางไปตามระยะ
ไม่ดงไม่ด่วน หรือออกอารมณ์รีบเร่ง ก็เลยขาดวิสัยทัศน์เช่นนั้น
แล้วท่านมะนาวฯไปรู็เรื่องทวิสต์เหล่านี้จากที่ไหน
ทั้งๆที่ไม่มีทวิสต์เป็นของตัวเอง หรือเพราะไปเมาท์ในวัเสาร์ท่ี่ผ่านมา


อืม เเล้วเจ้าสถิติเฟคบุ๊กท่านมะนาวฯเอ่ยและหยิบยกว่า
มีบอกไหมครับว่า คนเล่นเฟคบุ๊คจำตัองแอดเพื่อนสักกี่คน
แล้วถ้าทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่หก
นี้ถือว่าเป็นเหมาะแก่การเป็นกลุ่มตัวอย่างได้ไหมขอรับ
ถือว่าเป็นจำนวนฐานสมาชิกควรหลงรึเปล่าละครับ
คนอื่นไม่รู้หรอกนะว่าเป็น พวกกาหลงอะป่าว
อย่างข้อแรกก็ไม่โดนแล้ว เพราะใช้รูปการ์ตูนแทนหน้าตา
เพราะมันดันออกมาดีเกิน (แถมได้ทาร์เกทฐานะเอาไว้หลอกเด็ก)
ส่วนพูดสิ่งที่เป้นบวก อันนี้คงว่าเป็นมาตราฐานนะครับ
บวกแบบให้เกิดความรู้สึกที่ดี มีสาระ และสร้างสรรค์
ส่วนใหญ่ที่เจอ ก็ไม่ได้ยกยอปอปั้นตัวเองจนเกินงาม
แต่ถ้าเฉพาะคอมเมนต์ระหว่างเรา คิดว่ามีบวกอะป่าวละ
เพียงแต่ไม่อยากแทงกันมาก เพราะแต่ละคนรู้แผลแต่ละฝ่ายกันหมดแล้ว
โฆษณาด้วยการเขียนโน๊ต อันนี้จินตภาพไม่ออกเลยแหะ
น่าจะขึ้นกับวัยผู้ใช้ด้วยมั้งครับ
คงดีหน่อยที่ ผู้เขียนเน้นไปในสายยี่สิบห้าอัพ
เพราะทนสภาพพยายามแอ็บโดยไม่ดูวัย ไม่ค่อยจะไหว
แต่หลงการสื่อสาร อันนี้มีแหะ จนหลังๆ ไปหลงในสาระของผู้อื่น
ที่เรียกเรตติ้งได้ดีกว่า คือ อ่านบทความเพียงแต่ไม่ได้ตกแต่งสวยงาม
แบบมีเอกลักษณ์เหมือนอย่างในบล็อกนะครับ
ถือว่ามีเรื่องราวหลากหลายดี เพียงแต่คุณต้องเป็นคนที่ถูกแอดด้่วยนะครับ
ไม่ได้โชว์ไล่บรรทัดอัพเดท เหมือนอย่างในบล็อก
ต้องสุ่มชื่อเจ้าของยูสเซอร์เอา ไม่ก็หาจากเซริชเอินเจิ้นของเฟดบุ๊คโดยเฉพาะ
เดี๋ยวนี้ไม่ว่า เว็บไหนๆ เขาก็มีเฟดบุ๊คไว้เชือ่มโยงกันทั้งน่าน
ผู้เขียนไม่อาจจำศีลสมาทานได้อย่างที่มะนาวเป็นได้


คำพูดของT-Popของคุณชัยยุทธ โตสง่า
ผู้เขียนว่า เป็นการเหมารวมที่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบนะครับ
การรุกราน ไม่ได้หมายถึงความนิยมชมชอบในงานพาณิชยศิลป์นะครับ
แล้วสงครามสมัยกรุงศรีฯ เป็นการปะทะในเรื่องขอบข่ายพระราชอำนาจ
และการแก่งแย่งสืบสันติวงศ์ตระกูล มันไปกันใหญ่
คุณจะเอากรอบความคิดของคนยุคสมัยหนึ่ง
ไปใส่กรอบความคิดกับคนอีกยุคหนึ่งไม่ได้หรอกครับ
บริบททางสังคม ประวัตศาสตร์ แนวทางการเมือง มันเปลี่ยนไป
ถ้าคุณอยู่กับมันด้วยความยอมรับความเข้าใจนี้ไม่ได้
คุณก็จะเป็นทุกข์กับความเปลี่ยนแปลง
ถ้าคุณชัยยุทธจะจัดกิจกรรมดนตรีไทย ก็เป็นเรื่องน่ายินดี
แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณจะมาเหยียดหยามรสนิยมของอีกฝ่าย
ต่อไป เขาคงกล่าวโบ้ยคนดูซีรีย์ญี่ปุ่น คนฟังเพลงฝรั่ง
คนนิยมตามกระแส ผู้เขียนว่าเราควรศึกษาแนววิธีการขยายอิทธิพล
ของแวดวงเกาหลีให้เป็นประโยชน์มากกว่า
ผู้เขียนไม่ชอบบทความต่อพงษ์ที่ดูแคลนคนฟังเพลงเกาหลี
จะว่าลิบซิงค์ก็ว่ากันไป แต่การดำรงอยู่
ก็แสดงว่า มันต้องมีกลไกอะไรบางอย่างที่สะท้อนความคุ้มค่าในการบริโภคอยู่
แหม ฟังที่มะนาวเพคะคาบข่าว แล้วอะปิ๊ดๆ
แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรหรอก ฟังเอาความให้รู้
อืม ก็แสดงว่ามีคนหมันไส้คนเห่อเกาหลีนิยมไม่น้อย


ท่านมะนาวฯได้ข่าวเรื่อง ที่มีสตรีร่างท้วม
เดินคุยโทรศัพท์ในหนังสั้นของชาร์ลี แชปปินไหมขอรับ
เป็นซีนที่เล่นผ่านแว้บเดียว เสมือนว่าเขากำลังโทรศัพท์จริงเลยนเครับ
เพียงทว่ามันเป้นฟิลม์ขาวดำ ทำให้ดูยากหน่อย
แต่ก็คิดไม่ออกว่า จริงๆแล้ว หล่อนน่าจะทำกิจกรรมอะไร
ที่สอดรับยุคสมัยไปสักครึ่งทศวรรษก่อน เรือ่ง Circus
ทำขึ้นปี 1928
เพราะมันไม่มีโทรศัพท์มือถือแน่นอนอยู่แล้วใช่ป่าว
แต่จะเป็นสาวกลจริต หรือ ทำแอ็คที่ล้ำสมัย
ประมาณว่า เข้าฉากแล้วไปทำท่าอะไรก็ได้
หล่อนก็เลยเอามือป้องหู แล้วพูดคุยอยู่คนเดียว
หรือเป้นการย้อนเวลาแบบหมอจินกันอะน้อ
อย่างงี้ มันจะต้องมีฟอร์มาลีนคุ้งด้วยสินะ




แล้วอย่าเพิ่งน้อยใจสิ
เพียงทว่า กวีบทที่แล้ว มันขายหันงสือ
ใครจะบังอาจไปต่อกลอนได้ อ่านแล้วก็ยังงงๆ
ส่วนกวีบทนี้จะลองสวมวิญญาณศิลป์ดูนะครับ
อ้าว! ขอระนาดโหมโรงด้วยพี่น้อง

บ๋อยทั้งหลายโปรดบอกข้าสิ
ว่าโต๊ะนี้ใครควรจ่าย
ใครล่ามโต๊ะอีสานเอาไว้
ใครสั่งให้เคลีย์ร้านจากท้องถนน
ใครเด็ดปีกไก่ย่าง
ใครหม้ำหม่ำกิ่งถั่วฝักยาว
ใครหยิบไทยรัฐไปอ่าน
ใครยึดกระติบข้าวเหนียวจากฝูงชน
ใครฉัอฉลปล้นทิชชู
ใครมอบไม้เสียบลูกชิ้นแทนไม้แคะ
ส้มตำหายไปไหน
ใครเห็นส้มตำบ้าง
จานส้มตำหมดแล้วหรือยัง
แต่ทุกคนเห็นศพปูม้าบนจาน
แล้วโต๊ะนี้ใครควรจ่าย?


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:23:42:02 น.  

 
ว้าว ว้าว มาอีกแล้วมะนาวนึกว่าคุณchanpanakritเบื่อแล้วซะอีกค่ะ
555แล้วมะนาวบอกให้ก็ได้ว่าโต๊ะนี้ใครจ่าย
ก็คนที่อายุมากที่สุดไงค่าเป็นคนจ่าย อิ อิ
อืม!มะนาวเพิ่งรู้นะคะว่าร้านส้มตำต้องมีไทยรัฐ นึกว่ามีข่าวสดซะอีกค่ะ
แล้วมือชั้นนี้มีเหรอคะ ลอกข้อสอบเพื่อน ไม่มี๊ ไม่มี
ไม่ลอกหรอกค่ะวิชาเดียว ลอกทั้งทีต้องลอกครบเซ็ตค่า หุหุล้อเล่นค่า
พอดีข้อสอบมันร้อยกว่าข้อเพราะฉะนั้นไอ้ที่คิดว่าจะออกมันก็เลยออกบ้างค่า
ไม่รับประทานแห้วไปซะทีเดียวค่า
ส่วนเรื่องทวีตมะนาวอ่านจากนิตยสารค่ะ
เห็นว่าคุณchanpanakritอยู่ในวงการนี้ มะนาวก็เลยมาถามดูน่ะค่ะ
แล้วเพื่อนมะนาวส่วนใหญ่เค้าเล่นFB กันค่ะ
ส่วนข้อมูลวิจัยคนเล่นFBมีเท่าที่เขียนเล่าให้ฟังนั่นแหละค่า
เพราะฉะนั้นถ้าถามนอกเหนือจากที่เล่า ตอบบ่ได้ก๊ะ
จำศีลแบบมะนาวก็มีความสุขดีนะก๊ะ มีเพื่อนตัวเป็นๆให้พูดคุยด้วยค่ะ
ไม่ใช่มีแต่ตัวอักษร แหะ แหะไม่ได้คิดว่ากระทบนะคะ
มะนาวเข้าใจค่ะว่าคนเราเลือกที่จะมีความสุขไม่เหมือนกันค่ะ

ส่วนเรื่องรถตกทางด่วนมะนาวได้ฟังอ.เจิมศักดิ์วิเคราะห์นะคะ
ว่าเนื่องจากขับรถมาอย่างเร็ว แล้วเหมือนกับว่าอยู่ๆก็ตัดสินใจว่าจะไปเส้นนี้
แล้วเปลี่ยนเลนกระทันหัน แล้วตรงนั้นมันเป็นทางโค้งและแยกก็เลยเสียหลักน่ะค่ะ
แต่อาจารย์บอกว่าลักษณะถนนแบบนี้ที่แคลิฟอร์เนียก็มีค่ะ
เพียงแต่ที่นั่นเขาติดหมุด พอเปลี่ยนเลนมันจะสะดุด และดังพรืดๆให้รู้ตัวค่ะ
คืออาจารย์บอกว่าดีสำหรับคนที่ง่วงนอนแล้วขับรถด้วยค่ะทำให้ลดอุบัติเหตุได้ค่ะ
มะนาวก็เคยผ่านค่ะทางด่วนตรงนี้ แต่มะนาวขับแค่80 เองค่ะ
แล้วมะนาวกลัวด้วยเวลาขึ้นทางด่วนจะจ้องเป๋งไม่ว่อกแว่กเลยค่ะ
เพราะรถคันอื่นๆขับกันมาเร็วมาก
แล้วอีกอย่างมะนาวก็ไม่ค่อยไปไหนไกลบ้านด้วยค่ะ
ก็เลยน๊านนานถึงจะขึ้นทางด่วนสักครั้งหนึ่งค่ะ
แล้วที่สำคัญมะนาวนิยมรถไฟฟ้ามาหานะเธอมากกว่าขับรถเองค่า

มะนาวดูเรื่องToy Story 3จบแล้วค่ะ หนังสนุกและให้แง่คิดดีนะคะ
ถ้าดูกับเด็กนี้สอนเด็กได้เลยนะคะ ว่าให้รู้จักความอ่อนโยน
ทุกอย่างมีชีวิตจิตใจ อย่าได้คิดว่าสิ่งของนั้นเป็นแค่สิ่งที่ไร้ชีวิต
มะนาวว่าบางตอนแอบเหมือนดาร์ธ เวเดอร์นะคะ มีด้านมืดเข้าครอบงำด้วย
แต่ก็มีเหตุผลนะคะ แบบรักมากก็แค้นมากอะไรประมาณนั้น
อืม!ตอนจบมะนาวมีแอบเสียน้ำตาให้ด้วยค่ะ
เป็นการจบที่ดีนะคะ เป็นการบอกอ้อมๆว่า
ไม่ว่าใครก็อยากอยู่ในที่ๆมีคนรักตัวเองทั้งนั้นว่าไหมคะ
ขนาดตุ๊กตาที่เห็นว่าไม่มีชีวิตก็ยังต้องการแบบนั้นเลย
แต่เห็นสายตาแอนดี้ที่มองตุ๊กตาของเล่นแล้วรู้เลยว่าอาลัยอาวรณ์มาก
คุณ chanpanakrit มีผูกพันกับตุ๊กตาของเล่นแบบแอนดี้ไหมคะ
ของมะนาวมีตุ๊กตาคล้ายบาบี้น่ะค่ะ ไว้จับแต่งตัว ตัดเสื้อผ้าให้ใส่
เสียดายมะนาวไม่มีฝีมือทางตัดเย็บเสื้อผ้าเสื้อผ้าตุ๊กตาของมะนาวเลยอวดใครไม่ได้
แล้วมะนาวก็ไม่ได้ผูกพันด้วยล่ะคะ
เพราะมะนาวชอบเล่นขายของแบบหม้อข้าวหม้อแกงมากกว่าค่ะ
มะนาวว่าสนุกดีค่ะ ข้าวของก็มีให้เล่นเยอะดีด้วยค่ะ
แถมได้คิด ได้ใช้ไอเดียด้วยว่าจะพลิกแพลงทำอาหารหรือขนมอะไรดีน่ะค่ะ
หุ หุไม่อยากบอกเลยล่ะค่ะว่า ของเล่นพวกนี้มะนาวยังมีเก็บอยู่ในกล่องเลยล่ะค่ะ

แล้วจะถามว่าคุณ chanpanakrit เคยอ่านประวัติชีวิตของโยชิโกะ คาวาชิม่าไหมคะ
เธอเป็นเจ้าหญิงและเป็นจารชนด้วยค่ะ
คือมะนาวได้อ่านประวัติชีวิตเธอคร่าวๆ
และบอกว่าเรื่องราวของเธอได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังหลายครั้งด้วยค่ะ
เนื่องจากชีวิตของเธอมีสีสันมากค่ะ เธอเป็นเจ้าหญิงโดยกำเนิด
เป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ชิง ชื่อเจ้าหญิงอ้ายซินเจียหลอเซียนหยู
เมื่อเธออายุได้ 8ขวบ ญี่ปุ่นและจีนปีนเกลียวกันอย่างหนัก
เธอจึงถูกเลือกให้เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น
โดยทางจีนให้เธอไปเป็นลูกบุญธรรมของนายพลนานิวะ คาวาชิม่า
เธอจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นโยชิโกะ คาวาชิม่า
และเนื่องจากเธอเป็นคนสวย เมื่ออายุได้16ปี เธอถูกพ่อบุญธรรมข่มขืน
เธอเคยหาทางหนีและฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จ
เธอจึงหันมาแต่งตัวเป็นผู้ชาย หลังจากเธอแต่งตัวเป็นผู้ชาย
เธอก็มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศค่ะ
กลายเป็นสาวเจ้าชู้และทอมบอยเจ้าเสน่ห์
เธอเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยๆทั้งชายและหญิง
หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็ก้าวเข้าสู่การเป็นสายลับให้ญี่ปุ่น
จากการที่เธอมีฐานันดรศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับจักรพรรดิปูยี
ทำให้เธอสามารถหาข่าววงในได้ง่าย
และเธอได้เกลี้ยกล่อมให้จักรพรรดิปูยีไปประทับที่แมนจูกัว
เพื่อให้ญี่ปุ่นควบคุมได้ง่าย
หลังจากนั้นเธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทางการทหารในแมนจูกัว
(มะนาวเข้าใจว่าเธอได้เป็นเพราะเธอแต่งตัวเป็นผู้ชายค่ะ)
แล้วยิ่งญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเธอมากเท่าไหร่
เธอก็ยิ่งจงรักภักดีต่อญี่ปุ่นมากเท่านั้นค่ะ
เธอได้กะเกณฑ์คนที่ทำผิดกฏหมายตั้งเป็นแก็งค์
ไว้คอยกำจัดนักคิดนักเขียนที่ต่อต้านญี่ปุ่น
เธอได้รับการยกย่องจากสื่อสิ่งพิมพ์ของญี่ปุ่นว่าเป็น “โจน ออฟ อาร์ค” แห่งแมนจูกัว
แต่เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุด ก็มีจุดต่ำสุดค่ะ
เมื่อคณะปฏิวัติ นำโดยดร.ซุนยัดเซ็นล้มล้างการปกครองได้สำเร็จ
และญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่2
พรรคก๊กมินตั๋งจึงได้จับกุมตัวโยชิโกะขึ้นศาลปักกิ่ง
ภาพของโยชิโกะที่ถูกจับกุมในชุดผู้ชายเป็นที่ฮือฮามากค่ะ
และวันที่25 มีนาคม 1948 เธอก็ถูกประหารชีวิตด้วยการถูกยิงเป้าค่ะ
มะนาวอ่านชีวิตของเธอแล้ว อยากดูหนังมากเลยค่ะ
มะนาวว่านะคะ ดาราที่มาแสดงเป็นเธอถ้ามีฝีมือ
แจ้งเกิดได้แน่นอนเลยค่ะ เพราะบทส่งมาก ว่าไหมคะ
ว่าแต่ว่าคุณchanpanakrit
เคยได้ยินหรือว่าได้ดูหนังที่สร้างจากชีวิตของเธอบ้างไหมคะ
น่าดูนะคะ ว่าไหมคะ

แล้วมะนาวไม่เคยดูมาก่อนเลยค่ะคลิปที่คุณchanpanakritแปะไว้ให้
แสดงว่ามีการจินตนาการว่าจะมีเครื่องมือสื่อสารแบบนี้เกิดขึ้นมาสินะคะ
เสียดายนะคะ ที่ในช่วงชีวิตของเธอไม่ได้เห็นเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้
คลิปนี้ปี1928 แล้วโทรศัพท์มือถือมันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่คะ
คุณchanpanakritพอจะทราบไหมคะ







โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.80.57 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:54:31 น.  

 
วันนี้อารมณ์คงไม่ครื้นเหมือนเช่นทุกคราวนะครับ
ออกมาแนวปนเศร้าดูสักหน่อย
เพราะสถานการณ์น้ำหลากจากทะเลหนุน
และปริมาณล้นคลองกำลังเป็นข่าวที่ได้รับการ
จับจ้องจากคนเกือบทั้งประเทศ ผู้เขียนอาศัย
การติดตามผ่านทวิตเตอร์เป็นหลัก ก็ทำให้เห็นภาพ
ในจินตภาพบางอย่าง แม้จะยังไม่ถึงขั้นธงเหลืองแดง
ที่แสดงถึงโซนให้เตรียมการอพยพ
พยายามที่จะติดตามผ่านวิทยุออนไลน์ของจังหวัด
ดูเหมือนว่า จะไม่เป็นผลเพราะในตอนนี้
ทุกคลื่นภายในจังหวัด เปลี่ยนมานำเสนอสถานการณ์น้ำท่วม
ให้ชาวบ้านได้รับฟังโดยตลอด
บางอำเภอรายงงานว่า น้ำท่วมเกินระดับชั้นหนึ่งของอาคาร
ทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ากำลังไล่ตัดกระแสไฟในพื้นที่เสี่ยง
เขตรอบนอกก็เผ้าระวังการขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยง
ยานพาหนะขึ้นสู่ที่สูง ทางสนามบินแม้ยังเปิดบริการตามปกติ
แต่ก็มีคำสั่งกำชับให้นักบินเพิ่มความระมัดระวังในจุดลงจอด
มากขึ้นไปกว่าเดิม แต่คิดว่ามากสุดก็แค่สร้างความเดือดร้อน
และความยากลำบากในการใช้ชีวิต ปัญหาที่น่ากลัวที่สุด
ก็คงเป้นเรื่องระบบสายไฟรั่วมากกว่า
ตามประสบการณ์วัยเด็กที่ได้เจอะเจอมา


สอบเสร็จ คงเป็นคนละความหมายกับคำว่า"สอบได้" นะขอรับ
แต่อาการทองไม่รู้ร้อนอย่างนี้ แสดงว่ามีของดีอยู่กับตัว
พอให้มีความเชื่อมั่นในผลของการกระทำแน่เลย
ว่าแต่ไม่เอาชัวร์ ด้วยการบนบานศาลกล่าวไว้สักแห่งไหนสักทีเหรอครับ
บนกับชุดของเล่นวัยเด็กก็ได้
ใครจะไปรู้ เวลาเราเผลอ มันอาจจะลงมากระโดดโลดเเล่นเอาก็ได้
สมัยก่อนที่เคยรับโอกาสการเป้นเด็ก
ก็ถูกเหล่าบรรดาเด็กหญิงหลายสถาบันอนุบาล
กระชากลากถู ให้รับบทเป็นพ่อมานักต่อนักแล้ว
เอามาให้นั่งเฉยๆ เดี๋ยวหนูจับป้อนข้าวให้เอง
แถมชุดถาดอาหารต่างๆก็ดูเหมือนดีอยู่กันหรอกนะ
แต่ตัวข้าวกับสตางค์นี้สิ
เพราะหนูๆน้องๆ เล่นเอาเดินก้อนกับเศษใบไม้มาทดแทน
ซึ่งก็แสนจะจินตนาการบรรเจิด ยังมีหน้าบังคับให้ลองทานจริงๆ
ดูสักอีก คิดว่าหมู่บ้านที่เจริญแล้ว
อย่างแถวบ้านท่านมะนาวฯ คงไม่โกโรโกโสทำตัวเป็นเด็กๆ
เล่นแผนสกปรกแบบยังไม่ศิวิไลท์ เหมือนกับเด็กแถวบ้านผู้เขียนหรอกนะครับ


ประวัติชีวิตของโยชิโกะ คาวาชิม่า อันนี้ไม่คุ้นหูเลยครับ
แต่จักรพรรดิ์ปูยีนี้ เป็นจักรพรรดิ์คนสุดท้ายก่อนการปฏิวัติจีน
ในปี 1917 ใช่ไหมครับ ถ้าให้นึกภาพออก
ก็ต้องนึกไปถึงหนังเรือ่ง last emperor
แล้วมันมีฉากนึง ที่มีการถวายตัวของมเหสีวัยเยาว์
ไม่รู้ว่าน่าจะใช่คนเดียวกันนี้รึเปล่า
เพราะในบทสวรรคตนี้ ในหนังไม่ได้บอกเล่ากล่าวกันให้ทราบด้วย
เอ๊ ที่เอามาเล่ายาวเป็นต่อยหอยนิ
ไม่ทราบว่า เป็นข้อสอบข้อหนึ่งที่เพิ่งไปเผชิญให้ข้อสอบฟัน
แทนที่จะไปฟันข้อสอบรึเปล่าละขอรับ ตอบอย่างนี้ได้
เอาไปเลย แปดเต็มสิบ!!


วันนี้คงไม่มีอะไรเสนอสาระนอกเรือ่งอะไรกันมากนะครับ
เพราะติดตามข่าวน้ำท่วมกันทั้งวัน
ทั้งๆที่ว่าจะมาดูหนังสักเรือ่ง ซีรีย์สักตอน
ดูมันกะทันหันแบบไม่ให้ตั้งตัวกันเลย
ล่าสุดห้าทุ่ม มีบางส่วนเป็นเขตปักธงแดง
นั้นหมายความว่า ให้รีบอพยพในเวลาสามชั่วโมง
มีข่าวการแจ้งนักท่องเที่ยวติดค้างตามรีสอร์ทต่างๆ
ทางรมช ก็ตั้งศูนย์เตรียมการอพยพ โดยเตรียมเรือท่องแบน
และรถจีเอ็มซี เรือหางยาว สกูตเตอร์
เอาเป็นว่าขอตัวแค่นี้ก่อนนะครับ
คิดว่าคงจะตามข่าวทวิสเตอร์ตลอดทั้งวัน
จนไปถึงช่วงดึก เห็นที่บ้านกำลังค้นย้ายข้าวของ
ขึ้นชั้นบนกันอยู่ ซึ่งคนไกลอย่างเราคงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้


แล้วดูซีรีย์ ซึ่งคิดต่าง ไม่มีมปัญหาหรอกครับ
เป้นเรื่องของรสนิยม แต่ผิดทางเยอะๆ
ที่หลังอาจจะต้องคัดอะไรที่เป็นเรื่องแล้ว
เราและท่าน ชมแล้วสบายตังค์กันทังสองฝ่าย


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:15:21 น.  

 
แล้วน้ำท่วมจากอีสาน กลาง ก็ลงไปที่ภาคใต้ต่อนะคะ
เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าจริงๆว่าไหมคะ
แล้วบ้านคุณ chanpanakrit เป็นยังไงบ้างคะ
น้ำเข้าบ้านข้าวของเสียหายหรือเปล่าคะ
แล้วที่บ้านต้องอพยพไหมคะ แล้วปลอดภัยกันทุกคนใช่ไหมคะ
อาหารการกิน มีสำรองไว้พอทานไหมคะ
เห็นว่าเรือหลวงจักรีนฤเบศเตรียมออกไปช่วยแล้วใช่ไหมคะ
มะนาวฟังข่าวเมื่อเช้าบอกนครศรีธรรมราชมีคนเสียชีวิตไปแล้วสองรายค่ะ
ที่ทำงานมะนาวก็กระวนกระวายกันใหญ่เลยค่ะ
ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ ที่ได้แต่โทรถามข่าวไปที่ทางบ้าน
คนที่อาการหนักสุดคือคนที่พ่อ แม่อยู่นาทวี เพราะติดต่อใครไม่ได้เลยค่ะ
สงสัยชุมสายคงล่มมังคะ มะนาวได้แต่ปลอบว่าคงไม่เป็นไรหรอก
เพราะน่าจะมีเวลาอพยพทัน แต่ดูข่าวรพ.นาทวีที่ถูกน้ำท่วมแล้ว
น่ากังวลอยู่ไม่น้อยนะคะน้ำสูงตั้งเกือบสองเมตร น่ะค่ะ
แต่มะนาวว่าภาคใต้ดีอย่างตรงที่อยู่ติดทะเลว่าไหมคะ
ทำให้น้ำลดได้เร็ว ไม่ท่วมขัง คนที่บ้านอยู่ตรังบอกว่าน้ำท่วม3วันก็ลดแล้วค่ะ
แต่ที่หาดใหญ่มันเป็นแอ่งกะทะใช่ไหมคะ แล้วเมื่อปี2543น้ำท่วมอยู่นานกี่วันคะ
เห็นมะนาวฟังข่าวบอกว่าคราวนี้หาดใหญ่ท่วมหนักในรอบหนึ่งร้อยปีเลยเหรอคะ
ฟังข่าวล่าสุดบอกว่าหาดใหญ่ไม่สามารถป้องกันเขตเมืองชั้นในไว้ได้อีกแล้ว
หมายถึงว่าจะต้องปล่อยให้น้ำท่วมหมดเลยใช่ไหมคะ
แล้วจะกันที่ตรงไหนไว้ให้คนอยู่ล่ะคะ ถ้าปล่อยให้น้ำท่วมไปหมด
แล้วPSU นี้โดนน้ำท่วมด้วยหรือเปล่าคะ มะนาวไม่เห็นข่าวเลยค่ะ
เห็นว่าวันนี้พายุจะเข้ามาทางสุราษฎ์ฯอีกลูกใช่ไหมคะ
เกาะสมุย เกาะพงันคงโดนหนัก เอ๊ะหรือว่าจะไปตกหนักแถวภูเขาก็ไม่รู้นะคะ
แต่คนที่ครอบครัวอยู่สุราษฎ์บอกว่า โทรไปถาม
ที่บ้านบอกว่าที่สุราษฎ์ฝนตกหนักมา3วันแล้วค่ะ
แล้วเห็นว่าพายุลูกที่ถล่มสงขลา จะเข้าฝั่งทะเลอันดามันคืนนี้เหมือนกันใช่ไหมคะ
แล้วดูภาคเหนือสิคะ ก็หนาวซะ อุณหภูมิลดลงเหลือ6 องศาเซลเซียสแล้วค่ะ

ตอนนี้คุณ chanpanakrit คงไม่มีกระจิตกระใจจะคุยอะไรใช่ไหมคะ
คงกังวลมากอยู่ ไม่เป็นไรค่ะ มะนาวคุยให้ฟังก็ได้ค่ะ
มะนาวจะเล่าข่าวให้ฟังเรื่อยๆก็แล้วกันนะคะ
มีข่าวของMika Nakashimaค่ะ
ข่าวบอกว่าเธอป่วยจากอาการของท่อยูสเตเชี่ยนเปิดกว้างผิดปกติ
(Patulous Eustachian tube)เลยทำให้เกิดปัญหาในการฟัง
คือเธอจะได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงพูดของตนเองดังผิดปกติค่ะ
ทำให้เธอต้องประกาศระงับงานทั้งหมด เพื่อรักษาอาการป่วยให้หายขาดค่ะ
แล้วละครที่เธอรับแสดงร่วมกับโทโมยะ นางาเสะนี้ ไม่รู้ว่าถ่ายทำเสร็จแล้วหรือยังนะคะ
แล้วเมื่อวานนะคะ มะนาวเข้าไปดูภาพเค้กฮาโลวีน
เห็นแล้วตกใจหมดเลยค่ะ น่ากลัวมั่กๆเลยค่ะ
เป็นคัพเค้กรูปลูกกะตา กำลังเหลือกตามองมา บรื๋อ น่ากลัวค่ะ
เห็นแล้วสยอง ไม่รู้ว่าใครจะกล้าทาน
แต่เห็นบอกว่าเค้กบางชิ้นราคาสูงเป็นหลักหมื่นเลยล่ะค่ะ
คนเราก็ช่างนะคะ ทั้งช่างประดิษฐ์ ทั้งช่างทาน อันนี้มะนาวไม่เกี่ยวนะคะ
แล้วมีอีกข่าวหนึ่งค่ะ สุนัขที่ลิ้นยาวที่สุดในโลก
มะนาวเห็นแล้วโอ้โห อ้าปากค้างจริงๆเลยค่ะ อะไรมันจะยาวได้ขนาดนั้น
น้องหมาตัวนิดเดียวเองค่ะ แต่ลิ้นยาวตั้ง11.43ซมน่ะค่ะ
เป็นสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ
แต่เห็นแล้วสงสัยมากเลยค่ะว่า มันจะเก็บลิ้นยังไง
ก็ยาวออกขนาดนั้น แล้วดูว่าปลายๆลิ้นเหมือนจะดูแห้งๆกร้านๆด้วยนะคะ
คงเป็นส่วนที่โดนแดดโดนลมนะเองค่ะ
เพราะไม่สามารถเอาเข้าปากได้หมด ไม่รู้ว่าจัดเป็นสุนัขพิการหรือเปล่านะคะ
ส่วนข่าวนี้มะนาวว่าคุณ chanpanakrit คงสนใจแน่ๆเลยค่ะ
เป็นเรื่องของ5 อาชีพที่ได้ค่าจ้างสูงสุดน่ะค่ะ
จากการสำรวจของสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถของมนุษย์
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีประทุม
พบว่า ผู้บริหารระดับสูงที่ได้ค่าจ้างสูงสุด 5อันดับแรกคือ
1 กลุ่มงานบัญชี
2 กลุ่มงานการตลาดและการขาย
3 กลุ่มงานวิศวกรรม
4 กลุ่มงานการผลิต
5 กลุ่มงานกฏหมาย
เป็นไงคะห้ากลุ่มงานนี้ใกล้เคียงกับงานของคุณ chanpanakritบ้างไหมคะ
แต่ที่แน่ๆของมะนาวไม่ได้เฉียดเข้าใกล้เลยค่า
ต้องเป็นคนรายได้น้อยต่อไป ตามฟอร์มค่า
เขาบอกว่าถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าทั้งห้ากลุ่มงาน
เป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งสิ้นค่ะ
วันนี้อาฮั้นมะนาวเพคะขอจบรายงานข่าวเพียงแค่นี้นะคะ
พรุ่งนี้พบกับรายงานข่าวย่ำค่ำได้ใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ อิอิ



โดย: มะนาวเพคะ IP: 110.49.2.137 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:46:07 น.  

 
ติดต่อสมาชิกภายในบ้านไม่ได้สักคนเลยละท่านมะนาวฯ
ทั้งโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์บ้าน
ขนาดที่ได้เห็นภารท่วมภายในเมือง
อย่างหน้าตลาดกิมหยง มีระดับความสูงเกือบมิดป้ายชื่อตลาด
หรือโผล่ให้เห็นป้ายซอยอยู่นิดหน่อย
คงไม่รู้เท่าไรหรอกนักว่า เหตุการณ์จริงระดับน้ำมีความสูง
สักกี่เมตร แต่พอรู้อย่างคร่าวๆตามผู้ให้สัมภาณ์ข่าว
ว่าตกอยู๋ประมาณตึกอาคารหนึ่งชั้น ซึ่งก็สูงมิใข่เล่นเลย


ส่วนใหญ่ข่าวทางทีวีกระแสหลัก
ก็เล่นเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ ในฐานะเขตเศรษฐกิจหลักทางภาคใต้
เป็นเรื่องหลัก โดยมีการหยิบยกอุทาหรณ์น้ำท่วมปี 43ซึ่ง
คนหาดใหญ่ไม่เคยลืม ความที่เป็นพื้นที่เเอ่งกระทะ
ที่เป็นแอ่งโค้งรองรับน้ำ ทั้งจากส่วนคลองอุ่ตะเภา น้ำทะเลหนุนสงขลา
และน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ดีหน่อยที่ดีเปสชั่นเคลื่อนตัวผ่าน
ในระยะเวลาที่เลยเส้นเขตพื้นที่ไปทางสตูล พัทลุง
พอให้อุ่นใจไปได้อีกระดับ
แต่จากการติดตามและเช็คข่าวจากเพื่อนที่ปาดังเบซาร์
พอให้คลำทางได้ว่า ระดับน้ำค่อยๆสูงขึ้นในชนิดที่
ชาวเมืองเองก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะมามากขึ้นถึงเพียงนี้
ยังคงได้แต่อพยพทรัพย์สินในบางส่วนบางตอน อย่างสบายใจ
โดยติดห้อยแถมท้ายว่า ทำประกันเอาไว้
แต่พอช่วงตีสาม ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และมีระดับความเชี่ยวที่สูงขึ้น คาดว่าเป็นน้ำหนุนจากเทือกเขา
ตั้งแต่อำเภอสะเดาะลงมา ที่ไหลตัวรวมมมาจากอำเภอระโนด


อ่านข่าวจากทวิสเตอร์ เห็นว่า
หาดใหญ่เป็นเขตศูนย์รวมการพักน้ำสามจุด
คือน้ำทะเลหนุน น้ำเขาและน้ำจากเขตฝน
อีกทั้งกรมอุตุฯยังแถลงว่ามีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนุนเพิ่มระดับที่สูงขึ้น
จากน้ำที่ไหลมาทางหุบเขา ที่ถูกพักน้ำไว้ชั่วคราวตามเขตที่ลาดชัน
ตอนนี้ผู้คนเดือดร้อน ในเขตพื้นที่ถนนหลักของเมือง
ซึ่งไม่คิดว่า น่าจะมีเหตุน้ำท่วมจนต้องเคลื่อนย้ายไปอยู่ในเขตพื้นที่สูงของตัวบ้าน
คนที่ไหวตัวทัน ก็น้ำรถไปจอดในเขตพื้นที่ มหาลัยสงขลานครินทร์
ที่ตั้งในเขตพื้นที่สูงอยู่แต่เดิม จนกลายเป้นศูนย์ผู้บรรเทาภัยไปในที่สุด
แน่นอนว่า สถานการณ์อย่างนี้ หนักกว่าปี 43 ที่ท่วมใหญ่แน่
เท่าที่ติดต่อ พอทำให้รู้ว่า ไม่มีมไฟฟ้ามากว่าสองวันเต็ม
อาหารส่วนใหญ่ก็จะมีเรืออาสา มาช่วยบริจาค
ขนาดที่นายกเทศมนตรีของเทศบาลนคร
ถูกผู้คนที่เดือดร้อน ระดมกันด่าขมถึงมาตราการรับมือ
เพราะเคยให้สัมภาษณ์ทางทีวีช่องหนึ่งว่า
ได้เตรียมรถสูบน้ำเพื่อบรรเทา อย่างมากก็แค่สร้างความรำคาญใจให้กับชาวเมือง
จนหลายคนโยงไปถึงนโยบายย้ายสายไฟฟ้าลงสู่ดิน ที่เป็นคะแนนเสียงหลัก
ให้แก่ดำรงตำแหน่งนี้อีกปี

ข่าวทวิสต์ยังบอกว่า
โอกาสที่น้ำลด น่าจะนานกว่า 3-4 วัน
ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ถาโถมมาเพิ่มขึ้น
แล้วที่ยิ่งแย่ คือ ผู้เขียนดันไปเอาโกดังหน้งสือส่วนตัว
เก็บไว้ที่ชั้นหนึ่งด้วยสิ ซึ่งโอกาสของการถูกทำลายมีความเป็นได้สูง
ซึ่งตรงนี้ก็ไม่อาจตกลงได้ว่า จะลงเอยเป็นเช่นไร
ขอยุติการรายงานข่าวตัวเองเพียงเท่านี้
ซึ่งคิดว่า ความคืนหน้าน่าจะทรงตัวในเนื้อข่าว ไม่เห็นผลอะไรมากมาย
เป็นการเล่าสู่ากันฟัง จะได้เล่าคนอื่นได้ออกรส
จากการสัมผัสของคนพื้นที่จริง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก
สมัยเด็ก ผู้เขียนก็เคยติดแหงะจากฤทธิ์ของน้ำท่วมบนชั้นหนึ่งอยู่สองสามวัน
ไม่นึกว่า สุดท้าย ผู้คนยังเล่าถึงนโยบายการบริหารจัดการน้ำท่วมเดิมๆ
ที่มาหยิบยกขึ้นไม่รู้จบ มัน So Sad ไทยแลนด์อย่างไรไม่รู้สิ
เพราะจบลงสุดท้ายที่งบประมาณก่อสร้างสรรกั้นน้ำอันมหาศาลเช่นเคย


ป ล . ข่าวที่มะนาวเพคะเล่าให้ฟัง
ก็อ่านอยู่นะครับ เพียงแต่ออกความเห็นได้ไม่มาก
มิใช่เพราะเงินเดอืนที่เป็นคำสาปตั้งต้น
หรือหลอดเสียงไม่ดี พอๆกับมิกะเธอ
แต่บิ้วอารมหณ์ไม่ขึ้นเลยจริงๆ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:06:10 น.  

 
วันนี้ติดต่อที่บ้านได้แล้วใช่ไหมคะ
ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมคะ
เพราะฟังข่าวที่รมต.ไอซีทีบอกว่าเสาส่งสัญญานมันล้มไปแปดสิบต้น
เลยทำให้โทรศัพท์ใช้การไม่ได้
แต่ท่านบอกว่าได้ดำเนินการให้เอารถโมบายออกให้บริการแทนแล้วค่ะ
เพราะเห็นที่ทำงานมะนาวก็บอกว่าติดต่อญาติที่หาดใหญ่ได้แล้วเหมือนกันค่ะ
ส่วนที่นาทวีก็บอกว่าน้ำลดลงแล้วกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ค่ะ
ก็ได้โล่งใจกันไปบางส่วนค่ะ
เหลือพวกที่ครอบครัวอยู่สุราษฎร์กับนครศรีธรรมราช
ที่ยังตามข่าวอย่างใกล้ชิดกันอยู่ค่ะ
แล้วเห็นข่าวบอกว่าน้ำที่หาดใหญ่ก็เริ่มลดลงแล้วเหมือนกันใช่ไหมคะ
ฟังว่ารพ.หาดใหญ่ได้รับความเสียหายขนาดหนัก
มากกว่ารพ.มหาราชของนครราชสีมาซะอีกใช่ไหมคะ
เห็นบอกว่าน้ำท่วมมิดชั้นหนึ่งเลยนี่ค่ะ
แต่ยังโชคดีนะคะ ที่ยังมีรพ.มอ.ให้ผู้ป่วยย้ายไปให้การดูแลต่อได้
เพราะฟังข่าวบอกว่ารพ.มอ.ยังมีศักยภาพในการรับผู้ป่วยหนักได้เพิ่มอยู่ค่ะ
และมอ.ยังทำหน้าที่เป็นครัวปรุงอาหารพร้อมทานไว้บริการให้ประชาชนด้วยค่ะ
เห็นบอกว่าผลิตวันละหนึ่งหมื่นกล่อง และบอกว่าเรื่องกำลังคนผลิตไม่มีปัญหาค่ะ
เพราะมีนักศึกษาที่ได้หยุดเรียนมาลงมือลงแรงช่วยกันค่ะ
แต่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบมีไม่เพียงพอผลิตค่ะ
เห็นเหมือนจะขอออกทางสื่อด้วยนะคะ
แต่เย็นนี้มะนาวฟังว่าเรือหลวงจักรีนฤเบศก็ไปถึงสงขลาแล้วค่ะ
และเริ่มต้นปรุงอาหารไว้แจกจ่ายปชช.แล้วเหมือนกันค่ะ
ทุกๆอย่างคงเริ่มคลี่คลายแล้วนะคะ
เพราะเห็นบอกว่าพายุอีกลูกที่จะเข้าเรา ก็เบนหัวไปเวียดนามแล้วใช่ไหมคะ
มีนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์คนที่น้ำท่วมมิดบ้านที่หาดใหญ่ด้วยค่ะ
ที่เขาต้องไปอาศัยอยู่บนหลังคา
เขาบอกว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เขาซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนบ้านมากเลยค่ะ
ที่ให้การช่วยเหลือให้เขาไปอาศัยอยู่ด้วยบนดาดฟ้า เขาซาบซึ้งจริงๆค่ะ
คนไทยไม่แล้งน้ำใจว่าไหมคะ

ส่วนต่อไปก็เป็นมะนาวเพคะจ้อข่าวทั่วไปให้ฟังค่ะ
มะนาวให้คุณchanpanakritอ่านเล่นๆ คลายเครียดน่ะค่ะ
ไม่ต้องเม้นต์อะไรหรอกค่ะ สบายๆนะคะ
ข่าวนี้เรียกว่าทวีตไม่คิดค่ะ
คือข่าวบอกว่าผู้ช่วยเลขานุการของประธานาธิบดีเบนิญโญ อากีโน
ได้ทวีตข้อความเป็นเชิงดูหมิ่น ดูแคลนประเทศเวียดนาม
ที่เป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดประชุมพบปะผู้นำกลุ่มอาเซียน
ว่าไวน์ที่เสริร์ฟให้ผู้นำกลุ่มอาเเซียนนั้นห่วยแตก
และยังทวีตอีกว่าที่นั่นหาผู้ชายหล่อๆทำยายาก
นอกจากนั้นเธอยังบอกว่าการข้ามถนนในกรุงฮานอย
“เป็นสิ่งที่ช่วยในการฆ่าตัวตาย”(หุหุ อันนี้แอบเห็นด้วยค่ะ)
ข้อความทวีตของเธอทำให้คนฟิลิปปินส์ไม่พอใจมาก
และได้ทวีตโต้ตอบและเฟซบุ๊กโต้ตอบว่า
เธอไม่เคารพประเทศเจ้าภาพค่ะ
ทวีตนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่เป็นส่วนตัวสินะคะ

อีกข่าวหนึ่งค่ะบอกว่าต่อไปในอนาคต
โทรศัพท์มือถืออาจไม่จำเป็นต้องใช้รหัสผ่านหรือใช้หมายเลขแล้วค่ะ
เพราะข่าวบอกว่าซอฟต์แวร์ตัวใหม่จากนักวิจัยชาวอังกฤษ
สามารถใช้การจดจำใบหน้าแทน
โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์
ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถครวจสอบเครื่องเคราบนใบหน้าแบบRea Timeได้
ทีนี้เราก็แค่ยื่นหน้าให้โทรศัพท์เห็นอย่างเดียวสินะคะ
แล้วถ้าใช้รูปถ่ายไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่านะคะ อยากรู้จังเลยค่ะ

ขอตบท้ายด้วยข่าวนี้นะคะ
ข่าวที่แม่โมโหเขย่าลูกน้อยวัย3เดือนจนเสียชีวิต
เนื่องจากลูกร้องไห้รบกวนเธอ
ขณะที่เธอเล่นเกมส์ปลูกผักหรือว่าฟาร์มวิลล์ในเฟซบุ๊กค่ะ
เหตุเกิดที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาค่ะ โดยรายงานว่าคุณแม่วัย 22ปี
กำลังใช้สมาธิในการเล่นเกมส์ปลูกผัก แล้วลูกร้อง ทำให้เธอโมโห
เธอจึงได้เขย่าตัวลูก แต่ลูกก็ยังไม่หยุดร้อง เธอจึงยิ่งเขย่าแรงขึ้น
จนหัวลูกไปกระแทกอย่างแรง และเป็นเหตุให้เสียชีวิตค่ะ
มะนาวฟังข่าวแล้วก็โอ้!อะไรกันเนี่ย
เกมส์นี้มันสนุกมากขนาดให้อะไรมาขัดจังหวะไม่ได้เลยเหรอคะ
มะนาวเพคะขอจบรายงานข่าวย่ำค่ำเพียงแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ อิอิ



โดย: มะนาวเพคะ IP: 118.173.93.218 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:58:17 น.  

 
ขอบคุณนะครับสำหรับอารมณ์ขัน
ช่วยผ่อนคลายได้พอสมควร

แต่วันนี้คงจบอะไรสั้นๆ
เพื่อจะบอกว่า ผู้เขียนค่อยมาเจอกัน
ในอีกวันเสาร์ที่กำลังจะมาถึงนะขอรับ
บังเอิญมรสุมชีวิตหลายลูก
ทั้งการงาน ทางบ้านและอนาคต
อะไรหลายอย่างลุ่มเข้ามา
อย่างไม่ทันตั้งตัว

หวังว่ามันคงจะผ่านไปได้ด้วยดี
ติดต่อทางบ้านได้แล้วครับ
น้ำท่วมนักถึงสามเมตรได้
หนังสือที่เก็บไ้ว้อ่านตอนแก่
สิบกว่าปี นับพันเล่ม
สูญสิ้นหมดสภาพแล้วท่านเอย


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 3 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:58:30 น.  

 
ในโลกนี้มีอะไรที่ไหนบ้าง
สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างดังที่ฝัน
ท้องฟ้าใส ยังมืดได้ฉับพลัน
เอาอะไรมากกัน ชีวิตคน
ชีวิตนี้ดูไปช่างสนุก
มีทุกข์สุขบ้างต่างผสม
อุปสรรคปัญหาเข้ามาชน
ก็ต้องทนฝ่าฟันกันต่อไป
ตะวันลับพรุ่งนี้ที่ปลายฟ้า
ก็พบพาตะวันใหม่ อันสดใส
ไม่มีใครพ่ายแพ้จนสิ้นใจ
เมื่อล้มได้ก็ลุกได้ในสักวัน
(ดัดแปลงจากบทกลอนของคุณขุนพลน้อยค่ะ)


คุณchanpanakrit สู้ สู้
คุณchanpanakrit สู้ตาย
คุณchanpanakrit ไว้ลาย
สู้ตาย สู้ สู้
อย่ายอมแพ้นะคะ เข้มแข็งนะคะ สู้ สู้ค่ะ
I believe in you.


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.24.4.55 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:30:45 น.  

 
หายบ้าตามกาลเวลาครับท่าน
ถ้าผู้ใดมาอ่านคอมเมนต์ส่งเสริมการมีกำลังใจของท่าน
คงนึกว่าผู้ให้เป็น "ป้า" ไม่ก็ "ยาย" ผู้สูงวัย ก็อาจจะเป็นได้
แถมยังนำบทกลอนชาวบ้านมาดัดแปลงหน้าใสใสอีกต่างหาก
แต่ก็โอเคนะ ใช้ได้อยู่
ส่งผลให้ออกฤทธิในเชิงบวกดี
แถมยังเต้นแร้งเต้นกาลืมวัย ไม่รู้ว่าดีใจหรือสังเวชใจดีแท้
รายการสถานการณ์ตอนนี้ก่อนดีกว่า
ไม่ดีขึ้น ไม่เลวลง ค่อนข้างทรงตัว
พยายามไปหากิจกรรมอื่นทำ ที่ไม่ให้วกกลับมาคิดให้So Sad
แต่สิ่งนี้ก็เชื่อได้เลยว่า ซีรีย์ บางทีก็เยียวยาอย่างเข็นไม่ขึ้นจริงๆ


เด็กๆ เคยได้ยินสำนวนแต่ว่า
"น้ำลดตอผุด" แต่ที่ได้รู้สึกกับสิ่งที่เรียกว่า "น้ำลดหนังสือผุด"
ก็ครั้งนี้แหละครับ ส่วนปูนใกล้บำเหน็จบำนาญ
ก็ต้องมาปฏิบัติตัวให้เป็นตัวเลือกของตลาดงานอีกครั้ง
สงสัยผู้เขียนจะต้องเป็นคนที่แพ้ "ธาตุน้ำ"
หรือเข้าข่ายทำตัว "ไม่ไหลตามน้ำ" ผิดหลักวิธีตามธรรมชาติ
เออ เจ้าทวิตส์ของเลขานุการที่ท่านมะนาวฯได้เล่าไว้
ดูจะไม่กินแหนงแคลงใจเท่ากับผู้นำกัมพูชา ที่เคยต่อว่าอย่างรุนแรง
ต่อนายกฯของไทยเลยนะครับ แต่การเมืองนี้ดีอย่าง
เล่นแรงซัดหนักกันเพียงไร จนดูว่าไม่น่าจะเผาผีกันต่อไปได้
สุดท้าย เขาก็เป็นแบบอย่างของการให้อภัย
ทำไงได้ เมื่อเก้าอี้ตามโควต้า ที่นั่งปุบก็มีอำนาจปับ
ทำให้เกียรติ์และศักดิ์ศรีบางอย่าง
เป็นเรื่องที่ปล่อยปะละเลยได้


อืม แล้วโทรศัพท์แบบสอ่งหน้าก็เข้าปลายสายได้
แล้วถ้าเพิ่งผ่านพิธีศัลยกรรม
คงต้องมาเซทค่าใหม่ทุกครั้งสินะครับ
แต่ดี ต่อไปคุณภรรยาขี้หึงที่มักชอบสวมวิญญาณสายลืบ
แอบมาเช็คเบอร์ คงต้องลุกต้องสามีหลับใหล
ยื่นเจ้าโทรศัทพ์สามีมาสอดส่องทางใบหน้า
น่าจะมีซอฟต์แวร์ให้สามารถโทรศัพท์ได้แบบไม่ต้องเสียตังค์นะครับ
ถ้ามี คงเป็นอะไรที่ปลายปลื้มขาเมาท์มากมาย
หรืออาจจะมี แต่ใยต้องมาเปิดเผยให้รับรู้กันละน้อ
ขนาดแฮกบัตรเติมเงิน ก็ยังเคยมีมาแล้วเลย


ระยะนี้ อ่านหนังสือสิ่งแวดล้อม
เพื่อสอนใจว่า อย่างน้อยๆ ตอนนี้ เราก็ยังยืนพื้นอยู่ได้
ในสภาพที่หายใจได้ หาของกินได้ไม่ยาก
น่าจะถือเป็นช่วงความสุขอย่างหนึ่ง
เพราะถ้าอีกสิบปีข้างหน้า ไปเจอะสถานการณ์
เหมือนกับซีรีย์ Long Love Letter
เวลาที่ได้ย้อนกลับมามอง จะได้รู้ว่า
บัดนี้ คือช่วงเวลาแห่งความสุขอยู่
แต่คงไม่บ้า เสียงชังยุ ว่าให้สู้ตายหรอกนะครับ
ผู้เขียนมิได้เป็นคนบ้าเลือดเข้าตาขนาดนั้น
ยุอย่างกับให้เตรียมรบสู้กับชาติอาณานิคมอะไรขนาดนั้น
เก็บไว้บางส่วน เผื่อให้กับตัวเองเถอะครับ
ว่าแล้ว ให้น้องหนูยูอิ จาก smile ทำตัวส่งเสริม
การให้กำลังใจพลังหมูต่อดีกว่า


จึงเพียงแค่อย่ากมาบอกว่า "ยังได้อยู่ครับ"


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:52:13 น.  

 
คุณchanpanakritใช้เวลาช่วงนี้อ่านหนังสือสิคะ
หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีของเราเสมอนะคะ
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราจะรู้สึกยังไง
มันก็อยู่เป็นเพื่อนข้างกายเราเสมอ แค่เราหยิบมันขึ้นมาเท่านั้นเอง
เราก็จะมีเพื่อนในความคิดแล้วค่ะ
แล้วถ้าคุณchanpanakritยังรู้สึกSo Sadอยู่
ยังอยากทำกิจกรรมอย่างอื่นก็เชิญตามสบายนะคะ
เพียงแต่ช่วยบอกให้มะนาวทราบหน่อยเท่านั้นเองค่ะไม่มีปัญหาค่ะ
แล้ว"น้ำลดหนังสือผุด"นี้กู้ได้บ้างไหมค่ะ
เอามาตากแดดหรือว่าเอาไดร์เป่าผมมาเป่าให้แห้งได้ไหมคะ
อย่าคิดอะไรมากนะคะ ไม่มีหนังสืออ่านที่บ้านก็ไปหาอ่านที่ห้องสมุดมอ.ก็ได้นี่คะ
ดีซะอีกค่ะได้เดินออกกำลังกายว่าไหมคะ
ดูตัวอย่างผลการวิจัยนี่สิคะ ว่าการออกกำลังกายมีผลดีแค่ไหน

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งน่าสนใจมากค่ะ
แค่คิดว่าตัวเองแข็งแรง และออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ป้องกันหวัดได้แล้วค่ะ
เป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยAppalachian State ในNorth Carolina
พบว่าการออกกำลังกายช่วงสั้นๆช่วยส่งเสริมเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน
ให้ต่อสู้กับเชื้อโรค โดยเฉพาะหวัดได้ค่ะ
จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน1000คนพบว่า
การออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมสม่ำเสมอ
ทำให้ความเสี่ยงในการติดหวัดลดลงได้เกือบครึ่งหนึ่งค่ะ
หรือถ้าเป็นก็จะมีอาการไม่รุนแรงมาก
โดยนักวิจัยให้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดีบันทึกการไอและจาม
ในช่วง3 เดือน ระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุ คนที่แต่งงานแล้ว คนที่ทานผลไม้มาก
เป็นหวัดน้อยครั้งกว่า และปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดก็คือ
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดโอกาสเป็นหวัดได้ถึง 50%ค่ะ
และความคิดที่ว่าตัวเองแข็งแรงแค่ไหน ก็ลดโอกาสเป็นหวัดได้ถึง 31%น่ะค่ะ
(หุ หุเจ๋งมาก แค่คิดก็เป็นหวัดลดลงแล้ว)และในผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ก็จะเป็นหวัดน้อยวันกว่าและหายไวกว่าผู้ที่ออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกเลย
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพให้ความเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการสนับสนุนความเชื่อ
ที่มีมานานแล้วว่า การออกกำลังกายทำให้คนเราดีขึ้น
เป็นไงคะอ่านผลวิจัยนี้แล้ว มีกำลังใจขึ้นอีกอักโขไหมค่ะ
สำหรับคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายโดยอ้างว่าไม่มีเวลา
ต้องท่องให้ขึ้นใจเลยว่าไหมคะ ว่าข้าเจ้าแข็งแรง แข็งแรง
แต่ออกกำลังกายดีกว่าว่าไหมคะ

จากโทรศัพท์ส่องหน้าก็มาถึงทีวีต่อล่ะค่ะ
มีการพัฒนาวิทยาการไปอีกขั้นหนึ่งค่ะ คือต่อไปนะคะมะนาวอาจจะได้ดูทีวี
ที่มีภาพ เสียงและกลิ่นโดยพร้อมกันค่ะ
เนื่องจากขณะนี้นักวิจัยของญี่ปุ่นได้พัฒนาอุปกรณ์ที่จะทำให้ทีวี
ตลอดจนจอคอมพิวเตอร์(อุ๊ย!คุณchanpanakritได้มีส่วนร่วมด้วย)
สามารถถ่ายทอดภาพ เสียงและกลิ่นไปพร้อมกัน
โดยเจ้าอุปกรณ์ที่มีชื่อว่าSmell-O-Vision
ที่นักวิจัยญี่ปุ่นประยุกต์มาจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตของแคนนอน
ให้ปล่อยกลิ่นออกมาในปริมาณที่แม่นยำ
ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นมินต์ เกรฟฟรุต ซินนามอน วานิลลาหรืออื่นๆอีกมากมาย
โดยให้ออกมาแทนหมึกแดง เขียว น้ำเงิน
มะนาวว่านะคะต่อไปคนเราแทบจะไม่ต้องไปปฏิสัมพันธ์กันแล้ว
มีสิ่งสนองneedที่ประเคนให้ถึงบ้าน แทบจะเป็นทุกสิ่งที่นึก
อยากมีเพื่อนไว้กอด ก็มีหุ่นยนต์กอด อยากมีเพื่อนคุย
ก็มีสารพัด Social Network ให้ไปเม้าท์กันว่าไหมคะ
ไม่ได้คิดประชดประชันอะไรหรอกนะคะ
เข้าใจค่ะและรู้ว่าทุกอย่างมันต้องมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไป
ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งกับที่ แม้แต่ชีวิตคนเราว่าไหมคะ
หุ หุ แล้วก็พูดจาเป็น"ป้า"เป็น"ยาย"ให้ถูกเรียกขานอีกแล้ว อิอิ

คุณchanpanakritเคยนั่งสมาธิไหมคะ
ผลการวิจัยของฮาร์วาร์ดระบุว่า
การทำสมาธินอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบและมั่นคงแล้ว
ยังส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธฺภาพขึ้นด้วยค่ะ
เพราะการนั่งสมาธิช่วยยับยั้งการหดตัวของสมอง
และจดจำรายละเอียดต่างๆได้ดีขึ้นค่ะ
เพราะเหมือนกับการที่สมองได้ออกกำลังกาย
ช่วยให้สมองได้ผ่อนคลาย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนั่งสมาธิ
คือหลังเวลาตื่นนอนตอนเช้า เพราะเป็นช่วงที่สมองจะเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่นTheta
ซึ่งเป็นคลื่นที่ทำให้ผ่อนคลายที่สุด
(คลื่นThetaอยู่ในช่วงของการเข้าสมาธิแบบลึก
ทำให้สมองมี Mental Imagery
สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์)
โดยแค่นั่งสมาธิวันละ 12นาทีหลังตื่นนอน
แต่ถ้าหากทำไม่ได้ในตอนเช้าก็ให้หัดทำก่อนนอนทุกวันค่ะ
คุณchanpanakritเคยลองทำไหมคะ มะนาวว่าน่าสนใจนะคะ
คุณchanpanakrit เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว
ได้นั่งสมาธิความคิดก็ยิ่งฉลุย ต่อให้เป็น"ธาตุน้ำ"ก็เหอะนะ
คงไม่แพ้มันตลอดไปหรอกนะคะ สู้ สู้ค่ะ

แล้วก็ต้องขอลอกคำคมของคนอื่นมาเหมือนเดิมค่ะ
แต่คนนี้มีชื่อเสียงระดับโลก ใครๆก็รู้จัก
ข้าเจ้าขอยืมมาให้กำลังใจคนหน่อยนะคะท่าน
I have not failed. I've just found 10000 ways that won't work.
Thomas A. Edison Quote


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.25.183.88 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:41:52 น.  

 
เอ๊ หรือว่าเพราะให้พื้นที่ของบล็อกหัวข้อนี้
เลยเจอแต่เรื่องไม่ดี ตลอดสองสัปดาห์
งั้น เรามาแก้เคล็ดเพราะเข็ดเหลือหลาย
ด้วยกัน ย้ายไปตอบใน Gokusen Movie
กันดีกว่านะขอรับ


โดย: chanpanakrit IP: 115.67.217.38 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:05:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Mr.Chanpanakrit
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




 
 

  Chan Krit

Create Your Badge  
 
 
    ㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉ ผู้สัญจรที่ส่องมา☺☻ ㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉     ...
Friends' blogs
[Add Mr.Chanpanakrit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.