Group Blog
 
All Blogs
 
Chapter 28 - Trip to Las vegas

หลังจากที่ได้รถแท็ซี่(โคโรล่า)สีขาวมาอยู่ในการครอบครองและได้แผนที่นำทางมาฉบับนึงเป็นที่เรียบร้อย ผมกับเพื่อนๆอีก3คนจึงเริ่มออกเดินทางจากแอลเอเพื่อที่จะไปยังจุดหมายนั่นก็คือเมืองLas Vegas นครเมกะแห่งการพนัน เมืองที่สามารถทำให้คนดวงเฮงรวยขึ้นมาได้ภายในคืนเดียว และยังสมารถทำให้คนดวงซวยหมดตูดคิดฆ่าตัวตายได้ภายในไม่กี่เกมส์เช่นเดียวกัน

ทีแรกนั้นพวกผมยังดูแผนที่กันไม่เป็น จึงขับหลงทางไปแถวๆเขตThousand Oaks ซึ่งมันเป็นคนละทิศเลยกับทางที่จะไปยังLas Vegas พอพวกผมรู้ตัวว่าหลงทิศกันแล้วก็เล่นไปซะไกลเหมือนกัน เสียดายน้ำมันที่ขับหลงทางไปซะไกล เอามาเปลี่ยนเป็นซูชิคงจะได้หลายคำอยู่

ผมเกาะถนนเส้น15ไปเรื่อยๆ ในแผนที่บอกว่าถนนเส้นนี้จะพาเราไปถึงLas Vegasเอง สำหรับพวกผมที่เพิ่งจะเคยขับรถในอเมริกาครั้งแรกนั้นไม่กล้าที่จะเปรี้ยวไปขับปรู้ดปร้าดเหมือนที่ขับบนถนนในเมืองไทยหรอก เพราะเราต้องขับเลนขวาซึ่งบางที่มันรู้สึกฝืนๆยังไงชอบกล และไม่ค่อยรู้กฏหมายจราจรบางอย่างที่แตกต่างจากบ้านเรา แต่ร้านเช่ารถบอกผมว่า ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ตำรวจจะไม่มีสิทธ์เรียกให้เราหยุด แต่ถ้าดันซวยโดนเรียกขึ้นมาจริงๆก็ให้แสดงเอกสารที่ร้านออกให้กับเจ้าหน้าที่ดู ถ้าจะต้องเสียค่าปรับอะไรก็แล้วแต่ ให้กลับมาเสียที่ร้านเช่ารถ เราเลยเบาใจไปเปาะนึงที่อย่างน้อยถ้าเกิดมีปัญหาอะไรระหว่างเดินทางเรายังมีเจ้าของร้านเช่ารถมาเคลียร์ให้

ระหว่างทางบนถนนสาย15บรรยากาศข้างๆทางเป็นทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย แบบที่พวกนักร้องเพลงร็อคเพลงป็อบทั้งหลายชอบมายืนกลางถนนแล้วก็ถ่ายMV ผมก็ชอบบบรยากาศแบบนี้นะ มันดูโล่งกว้างไกลไปหมด ไกลจนสุดลูกหูลูกตาเลย ผมอยากจะขับรถผ่านทะเลทรายแบบนี้มานานแล้ว เลยสมใจอยากไปเลย แต่มีอีกอย่างนึงที่ผมอยากจะทำก็คือ จอดรถแล้วลงไปฉี่ใส่ทะเลทราย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเพราะกลัวตำรวจจับ

พอขับมาได้สักระยะนึงพวกผมก็จอดรถลงไปหาซื้ออาหารขยะกินกันที่ร้านWendy บรรยากาศแถวนั้นมันโล่งไปซะหมด ภูมิประเทศที่ผมยืนอยู่ตอนนี้มันกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน โลกนี้มันสวยงามอย่างนี้นี่เอง ผมไม่เคยเห็นสถานที่ไหนเลยที่มันจะกว้างสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ มองไปสุดสายตาก็มีแต่ทุ่งหญ้าที่เป็นทะเลทรายทั้งนั้น ผมถ่ายVDOกลับมาด้วย อยากให้ทุกคนได้เห็นเหลือเกิน
ผมอยากบอกกับเด็กๆหรือว่าหนุ่มสาวทุกคนว่าในชีวิตนี้ถ้าใครมีโอกาสได้เดินทางจงไปให้มันสุดขอบฟ้า สุดปลายน้ำเลย ตอนที่เรายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่นี่แหละ อย่ารอให้แก่จนไม่มีแรงแล้วค่อยคิดจะไป แล้วจะรู้ว่าจริงๆแล้วโลกใบนี้มันช่างสวยงามและหลากหลายเหลือเกิน ทุกๆที่ในโลกใบนี้มันกำลังรอให้เราไปเห็นมันอยู่

กลับมาที่รถต่อ การขับรถในอเมริกาว่าไปก็ไม่ยากเท่าไร แต่มีอยู่อย่างนึงที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือป้ายสัญลักษณ์ต่างๆตามข้างทาง คนขับจะต้องคอยสังเกตุตลอด มันจะบอกเราว่าตอนนี้เราขับได้ด้วยความเร็วไม่เกินเท่าไร ต้องคอยสังเกตุตลอดจริงๆไม่ได้โม้ เพราะมันจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด บางที70 บางทีก็65 บางที60แล้วแต่ว่าเขตนั้นพื้นผิวถนนเป็นอย่างไรและมีหมู่บ้านหรือผู้คนอาศัยอยู่หรือไม่ ผมก็เกือบจะโดนเอาเหมือนกันบางทีเหยีบเพลินเห็นถนนโล่งๆ ไม่รู้ว่ามีตำรวจทางหลวงซุ่มอยู่ข้างทาง ตำรวจพวกนี้จะคอยดักเอาเลเซอร์จับความเร็วของรถที่วิ่งผ่าน ถ้าคันไหนวิ่งเกินละก็โดนแน่ๆ

ขับตามทางไปเรื่อยๆผมก็เจอเข้ากับLas Vegasเข้าให้แล้วข้างหน้านี่เอง อีกไม่กี่ร้อยเมตร ทุกคนในรถรู้สึกตื้นเต้นดีใจขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นเมืองLas Vegasซะที หลังจากที่ขับฝ่าทะเลทรายมาเป็นชั่วโมงแล้ว
แต่พอขับเข้าไปใกล้ๆ อ้าว ทำไมLas Vegasมันเล็กจังวะ ไม่เห็นเหมือนในหนังเลย อ้าว...โธ่ ที่ไหนได้มันไม่ใช่Las Vegasว้อย มันเป็นCasinoธรรมดาที่สร้างเพื่อดักคนที่กำลังเดินทางไปLas Vegas ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้เลี้ยวเข้าไปจอดรถ หลังจากนั้นแล้วพวกผมก็คิดว่าไอ้คาซิโนข้างทางที่ขับรถผ่านแบบนี้มันคือLas Vegasไปอีก2-3ครั้ง 555 ก็ไม่เคยมานี่หว่า

ในที่สุด... ในที่สุด ขับมาได้ประมาณ4ชั่วโมงก็มาถึงLas Vegasจริงๆ ตัวจริง เสียงจริงซะที ผมเห็นภาพแรกของLas Vegasระหว่างที่ขับรถอยู่บนทางด่วนลอยฟ้าทำให้เห็นLas Vegasจากมุมสูง โอ้วโหววว มันต้องแบบนี้สิ เมืองแห่งการพนันอันดับ1ของโลก ยิ่งใหญ่ อลังการจริงๆ ตึกรามบ้านช่องสว่างไสวไปด้วยหลอดไฟ ที่นี่เป็นเมืองแห่งสีสีนยามราตรีจริงๆด้วย เมืองที่ไม่มีวันหลับ สมคำล่ำลือ
ตอนที่ไปถึงมันเกือบจะมืดแล้ว ผมต้องรีบไปหาโรงแรมนอนก่อนเลยอันดับแรก พอขับรถลงจากทางด่วนลอยฟ้าได้ ก็ลงไปจอดหน้า7Elevenพอดีเพื่อที่จะซื้อเสบียงมาตุนเอาไว้ก่อน เริ่มหิวกันอีกแล้ว ผมเดินเข้าไปใน7Elevenทันใดนั้นก็ได้เห็นตู้Slot Machineเรียงรายอยู่ในนั้น ผมตกใจตามประสากระเหรี่ยง
อารายกานว้าเนี่ย....บ้านนี้เมืองนี้แม้แต่ใน7Elevenมันยังมีตู้สล็อตให้เล่นด้วยเหรอ สมกับเป็นเมืองผีพนันจริงๆ นอกจากนั้นผมยังตกใจอีกครั้งนึงทีได้เห็นพนักงานหญิงคนนึงของ7Elevenสูบบุหรี่ในร้านขณะกำลังคิดเงินให้ลูกค้าอยู่
เออเว้ย..แม่งบ้านนี้เมืองนี้อะไรของมันวะเนี่ย
ผมจ่ายเงินเสร็จแล้วจึงไปถามพนักงานในร้าน ก็ไอ้คนที่กำลังสูบบุหรี่พ่นควันใส่หน้าลูกค้าเนี่ยแหละ ถามว่า "เจ๊ถนนStripนี่มันอยู่ไหน รู้บ่ พวกข้อยซิหากันบ่เจอ"
เจ๊แกตอบมาว่า ก็ถนนหน้าร้านนี่แหละว้อยถนนStrip
ผมรีบวิ่งออกไปดู แต่ป้ายมันเขียนว่าLas Vegas Blvd
เฮ้ยไอ้เจ๊กวนตีนแล้ว ไหนบอกว่าStripไงวะ นี่มันถนนLas Vegasว้อยย ไอ้เจ๊ด่าว่า โท่อ้ายยยยกระเหรี่ยงงงงง เมิงงงมาจากหนาย อ้ายยยยบ้า stripนี่มันเป็นชื่อที่คนเขาเรียกกันว้อย ชื่อจริงมันคือLas Vegas Blvd

ขอบคุณอีหลีเด้อเจ๊ ขอให้เป็นมะเร็งปอดตายไวๆนะ

จากนั้นผมก็ขับรถเข้าไปยังถนนLas Vegas Blvd also know as Strip




Create Date : 24 กรกฎาคม 2550
Last Update : 27 กันยายน 2550 23:44:11 น. 2 comments
Counter : 262 Pageviews.

 
มาแอบติดตามต่อ...แอบขำ


โดย: MeJayya วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:37:49 น.  

 
สวยจังเลย ถนนยาวสุดลูกตา


โดย: Annenar IP: 158.108.2.8 วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:16:59:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CAsky
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




PK worked as a retailler in Totally Toddler store
Six Flags Magic Mountain Valencia California by himself (one man standing) Since March 2006 - June 2006

"In Some Situation the funninest place turn to be the borriest place"

"I'm a working man
I don't understand why clockout
come so slow everytime
That's one line I stay right behind"


free music
Friends' blogs
[Add CAsky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.