Group Blog
 
All blogs
 
บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 2

สวัสดีครับ หายไปหลายวัน พอดีกำลังเพลิดเพลินกับหนังสือการ์ตูนที่พึ่งไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็เลยไม่ได้เข้ามา update เลย ตอนนี้อ่านจบหมดแล้ว เข้าใจอารมณ์คนเขียนเลย เขียนตั้งนน อ่านแป็บเดียวเอง blog คราวนี้จะเป้นการ์ตูนที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือทั้งหมดเลยครับ
ขอบคุณทุกๆ comment และหลายๆคนที่ช่วยบอกต่อ นะครับ ทำให้มีกำลังใจเขียนขึ้นเยอะเลย รวมถึงทุกๆคนที่เข้ามาดูครับ ขอบคุณครับ ( จะพยายามเขียนให้เร็วขึ้นกว่านี้นะครับ พอดีช่วงนี้งานเยอะไปหน่อย )





หุ่นเชิดสังหาร


สารภาพเลยครับ เคยซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ มาแล้วครั้งหนึ่ง จากสำนักพิมพ์ไพเรท line art planning ถ้าจำไม่ผิด ซื้อเล่ม 1 และคิดเลยว่า ไม่สนุกเลย
เหตุผลที่ซื้อเพราะ ชอบผลงานเก่่า ของ อ.ฟูจิตะ คาซุฮิโระ ท่านนี้ เรื่องล่าอสูรกาย แต่ ด้วยการเดินเรื่องทำให้รู้สึกว่าเนื้อหาเดินช้า ไม่ตื่นเต้นเท่าไร ตัวละครไม่มีเสน่ห์เลย ถ้าเทียบกับ ล่าอสูรกาย ไม่อ่านจะดีกว่า จนเมื่อไม่นานมานี้ เดินไปร้านการ์ตูนที่ไปประจำเห็นว่า มันจบแล้ว ตั้ง 43เล่ม มันต้องมีอะไรดีบ้างละ ประกอบกับไม่มีอะไรอ่านแล้ว จึงตัดสินใจไปซื้อที่บูธ SIC ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และ เมือได้อ่าน การ์ตูนทั้งหมดที่ซื้อมาแล้ว ในความคิดผม เรื่องนี้ไม่ผิดหวัง ดีที่สุดเท่าที่ได้ไปเสียตังค์มา
เรื่องราวของ ไซงะ มาซารุ เด็กน้อยผู้ไดรับมรดกหลายแสนล้าน จากพ่อเขาเอง ทำให้ตัวเขาเดือดร้อนจาก พี่ๆ และ ญาติ ของเขา โดยเขาต้องตามหา ชิโรงาเนะ นักเชิดหุ่น เพื่อมาปกป้องเขาตามคำสั่งเสียของปู่ ไซงะ โชจิ โดยระหว่างทางก็ได้มาพบกับ นารุมิ ชายผู้ป่วยเป็น โรคโซนาฮ่า ( โรคที่ต้องทำให้คนอื่นหัวเราะ ซึ่งไอ้โรคนี้แหละที่ตอนแรกทำให้ผมรู้สึกว่ามัน
เป็นส่วนที่ทำให้หนังสือการ์ตูนเล่มนี้ไม่น่าดูเลย แต่ อ่านมาเรื่อยๆถึงจะเห็นความสำคัญของมัน และเป็นแกนส่วนหนึ่งของเรื่องเลยทีเดียว ) เหมือน โชคชะตา ทำให้ ทั้งสาม ต้องร่วมเผชิญชะตากรรมร่วมกัน ในการปกป้อง มาซารุ โดยที่
ไม่รู้เลยว่า ยังมี อันตราย และ สายใยแห่งความผูกพัน จากอดีต มาสู่ปัจจุบัน ศัตรูที่แท้จริง คือ ใคร นักเชิดหุ่น ,ออโตมาต้า หรือ ชิโรงาเนะ กันแน่


-อ่านง่าย 8/10 (ไม่ง่ายเท่าไร แต่ถ้าเทียบกับเนื้อเรื่องที่อัดแน่นเเละซับซ้อน ถือว่าเล่าเรื่องได้ดี)
-ภาพ 8/10 ( ตามสไตล์ของ อ.ฟูจิตะ มีสไตล์ แต่บางทีดูยากไปหน่อย )
-เนื้อเรื่อง 10/10( สุดยอด ครับวางโครงเรื่องได้ดี ซับซ้อน สอดคล้อง และสมบรูณ์ครับ )
-ตัวละคร 7/10 ( ผมว่าตัวละครในเรื่องนี้ ขาดเสน่ห์ไปหน่อย นี่ถ้าไม่มี มาซารุ กับ กริฟป๊อน
มาช่วยผมให้แค่ 5 เอง )
-พัฒนาการ 9/10 ( ในส่วนของลายเส้นคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้
แต่เนื้อเรื่องพัฒนาไปในทางที่ดี ลูกล่อ ลูกชน รวมถึงปริศนาที่ซ่อนไว้
ยอดเยี่ยมครับ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 9/10 ( ลายเส้น รวมถึงตัวละคร ไม่มีซ้ำใครแน่นอน )
-น่าเก็บสะสม 9/10
-ความยากในการเก็บ (C)

(ส่วนตัวครับ อ่านไปประมาณ 13 เล่มแล้ว ยังไม่รู้สึกถึงความสนุกเท่าไรอ่านได้เรื่อยๆ
แต่ตั้งแต่เล่มประมาณ 14-30 กว่า สุดยอดมาก โดยเฉพาะการผูกเรื่องและการเล่าเรื่อง
จากอดีต สู่ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครในเรื่อง รวมถึง ความสำคัญของ
ศิลาไร้กระด้าง , อควอวีเต้ และที่มาของ โรคโซนาฮ่า แม้ตอนท้ายๆ จะเป็นไปตามคาดไปบ้าง
เเต่ก็เกินคุ้มครับ ถ้าชอบอ่านการ์ตูนที่มีปริศนาซ่อนอยู่ รับรองครับไม่ผิดหวัง )








ดาบล่าพญามาร โดโรโระ


ผลงานของ บิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ถูกไปสร้างเป็นหนังใหญ่ เรื่องราวของ เฮียกกุมารุ ที่ถูก คาเงะมิตสึ ไดโกะ ซามูไรผู้เป็นพ่อทำข้อตกลงกับเหล่าปีศาจ ทั้ง 48 ตน
โดยมีเงื่อนไขให้ตนชนะสงครามและเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และไม่พ่ายแพ้แก่ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นการรบที่ไหนก็ตาม คาเงะมิตสึได้ใช้ 48 อวัยวะสำคัญของร่างกายของลูกชายที่ยังมิได้ถือกำเนิดของเขาคนนี้ไว้เป็นสิ่งค้ำประกันกับพวกปีศาจ
ต่อมาลูกของคาเงะมิตสึได้ถือกำเนิดขึ้น โดยไร้อวัยวะสำคัญของร่างกายทั้ง 48 จนดูเหมือนตัวหนอน แต่สามารถร้องได้ คาเงะมิตสึจึงนำเด็กน้อยใส่ตะกร้าแล้วปล่อยลอยไปตามน้ำ
แต่เด็กน้อยยังได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ จูไค เด็กน้อยที่ถูกเก็บมาได้รับการขนานนามจากจูไคว่า เฮียกกุมารุ จูไคได้ทำการคิดค้นเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะเทียมได้อย่างยอดเยี่ยมเอาไว้มากมายในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาทำให้เด็กน้อย เฮียกกุมารุ ดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป และเฮียกกุมารุยังมีพลังเหนือธรรมชาติหลายประการทำให้เขาสามารถมองเห็น พูดคุยได้ยินทั้งที่ไม่มีตา ปาก หรือ หู และจูไคก็ได้ตีดาบขึ้นมา 2 เล่ม และติดเป็นแขนให้กับเฮียกกุมารุ พร้อมกับสอนเพลงดาบให้
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เฮียกกุมารุ ได้ออกเดินทางเพื่อกำจัดปีศาจทั้ง 48 ตน เพื่อนำเอาร่างกายของเขากลับคืนมา หลังจากเดินทางได้ไม่นานเขาก็ได้เพื่อนร่วมทางเป็นเด็กน้อยผู้มีความสามารถเกินวัย เป็นหัวขโมย โดโรโระ ทั้งเฮียกกุมารุและโดโรโระเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกกดขี่และต่อสู้กับเหล่าปีศาจ เพื่อที่จะนำอวัยวะของร่างกายทั้งหมดคืนกลับมาจากปีศาจ ทั้ง 48 ตน เมื่อเฮียกกุมารุฆ่าปีศาจไป 1 ตน ก็จะได้อวัยวะคืนมา 1 ชิ้น

-อ่านง่าย 8/10 ( โดยรวมอ่านไม่ยากเท่าไรครับ แต่ก็มีบางตอนที่อ่านยากเหมือนกัน )
-ภาพ 10/10 ( ในช่วงเวลานั้น ถือว่า เหลือเชื่อเเล้วครับ ที่วาดได้ขนาดนี้ )
-เนื้อเรื่อง 9/10( เนื้อเรื่องดีครับ มีความต่อเนื่อง แต่ค่อนข้างจะโหดไปสักหน่อย )
-ตัวละคร 9/10 ( นี่แหละ ต้นแบบของตัวละครแบบที่ว่าดูร้ายๆหน่อย ไม่ดีเกินไป )
-พัฒนาการ ?/10 ( ขอไม่ให้ละกันครับ เพราะไม่รู้จริงๆว่าผลงานไหนของแกก่อนหรือหลัง
แต่ถ้าในเรื่องความสม่ำเสมอ ก็ 10/10 ละครับ ดูไม่ออกจริงๆ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( ไม่มีงานชิ้นไหนที่ อ.เทะซึกะ เขียน แล้วดูไม่ออกว่าเป็นของแก รวมถึงเนื้อเรื่องที่ถือเ้ป็นต้นแบบของการ์ตูนหลายๆเรื่องในปัจจุบัน )
-น่าเก็บสะสม 8/10
-ความยากในการเก็บ (B)

(ส่วนตัวครับ ผลงานของ อ.เทะซึกะ อาจจะบอกได้ว่่า ถ้าเทียบกับการ์ตูนสมัยนี้บางเรื่อง อาจจะให้รายละเอียดสู้กันไม่ได้ เพราะความต่างในเรื่องของยุคสมัย ลองมองย้อนกลับไปในสมัยนั้น วัตถุดิบต่างๆไม่ได้เยอะมากขนาดนี้ แต่สามารถถ่ายทอดในแง่ของจินตนาการ และลายเส้นได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ น่าจะเป้นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้กับวงการการ์ตูนญี่ปุนตลอดมา โดยผลงานที่เกี่ยวกับ ซามูไรอย่่างแนวของ ดาบปราบมารโดโรโระ ถ้าเทียบกับการ์ตูนสมัยนั้นผมว่ามันเล่าเรื่องได้ดีครับ และที่สำคัญตอนจบให้ความรู้สึกได้ดีกว่าการ์ตูนในยุคนี้หลายๆเรื่องเลยครับ )











saint seiya the lost canvas

ภาคต่อ ของ 1 ในการ์ตูนระดับมหากาพย์เรื่องหนึ่งของโลกหาร์ตูนเลยครับ เรื่องราวเล่าเรื่องของความผูกพันธ์ของ เทมมะ(เซย่า) ชาช่า(อาเธน่า) และ ฮาโรน(ฮาเดท)ในอดีตชาติ ก่อนที่ฮาเดธ จะถูกผนึก ว่าทำไม ต้องเป็นเซนต์เปกาซัส และมีความเป็นมาเช่นไร ในภาคนี้ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับรายละเอียดในเรื่อง รูปแบบความคิด
ตัวละครต่างๆที่ขาดหายไป หรือไม่ได้กล่าวถึงในภาคหลัก

-อ่านง่าย 8/10 ( ไม่ยากมาก แต่ก็วุ่นวายเรื่องชื่อบ้างเล็กน้อย )
-ภาพ 7/10 ( ตัวการ์ตูนออกไปในลักษณะการ์ตูนผู้หญิงไปบ้าง
ที่สำคัญตัวละครหลายตัวหน้าคล้ายๆกัน )
-เนื้อเรื่อง 7/10( ในภาคนี้มึรายละเอียดเยอะขึ้น แต่เนื้อหากลับไม่น่าติดตามเท่าไร )
-ตัวละคร 8/10 ( บุคลิกตัวละครในภาคนี้แหละ ที่ให้อารมณ์ และมีมิติในความคิด
ทำให้ดูสมจริืงมากขึ้น )
-พัฒนาการ ?/10 ( ขอไม่ให้ละกัน ไม่รู้จะให้ใครดี )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 5/10 ( เหมือนหนังภาคต่อ แล้วเปลี่ยนตัวเเสดง )
-น่าเก็บสะสม 7/10 ( ถ้าไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ ยังน้อย
คุณยังได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกมิติหนึ่ง )
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ ชอบที่การวางโครงเรื่องที่ทำให้ได้เห็นการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกรูปแบบหนี่ง แต่ผมว่าด้วยลายเส้นที่มีความต่างโดยสิ้นเชิง ทำให้เหมือนเป็นการ์ตูนคนละเรื่อง ให้ความรู้สึกได้คนละแบบ ภาคนี้ที่สำคัญเลยที่ขาดไปคือ เสนห์ครับ มันขาดแรงดึงดูด และผมก็มองว่ามันทำให้ไม่สามารถที่จะดีกว่าภาคหลักได้ ครับ ทั้งที่รายละเอียดหรืออะไรต่างๆก็ดี ไม่เข้าใจจริงๆ)
หมายเหตุ : ผมอ่านเรื่องนี้ไปเพียง 9 เล่มเท่่านั้น เดี๋ยว ถ้าอ่านจบ อาจจะมาแก้ไขบางส่วนนะครับ
( ที่มา บอกเล่าเรื่องนี้ก่อนเผื่อหลายๆคน ยังไม่ได้ซื้อ จะได้ช่วยในการตัดสินใจ )









Fairy tail

เรื่่องของ ลูซี่ ที่ออกเดินทางเพื่อหา กิลด์แฟรี่เทล เพื่อเข้าสมัครพรรคพวก ระหว่างทางได้รับการช่วยเหลือจาก นัตสึ ผู้ใช้เวทไฟ และ แมวบินได้ แฮปปี้ ที่เป็นสมาชิกของกิลด์แฟรี่เทล ทำให้ได้เข้าร่วมกับ แฟรี่เทล เรื่องราวการผจญภัยบนโลกเวทมนตร์ ของลูซี่ได้เริ่มขึ้นแล้ว

-อ่านง่าย 8/10 ( การ์ตูนต่อสู้ แนวเกมส์ภาษา พื้นๆไม่ซับซ้อน )
-ภาพ 7/10 ( สะอาด แต่ ยังไม่ดีพอ การให้รายละเอียดไม่ดีพอ )
-เนื้อเรื่อง 8/10( วางโครงเรื่องหลักได้ดี แต่เนื้อเรื่องรองในเรื่องยังเดาง่ายเกินไป )
-ตัวละคร 7/10 ( แต่ละตัวละครมีเอกลักษณ์ดี แต่ขาดเสน่ห์อยู่พอสมควรเลย )
-พัฒนาการ 7/10 ( ดูจากผลงานเก่าๆแล้วถือว่าพัฒนาไปได้ช้ามาก
ทั้งที่แต่ละผลงานมีไอเดียที่ดี แต่เหมือนเสนอผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 6/10 ( ลายเสันมีความเป็นตัวเองสูง แต่เนื้อเรื่องดูธรรมดาเกินไป )
-น่าเก็บสะสม 7/10
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ ผมค่อนข้างชอบผลงานหลายๆเรื่องของ อ. ท่านนี้พอสมควร ผมว่าแกมีไอเดียที่แปลก และผลงานของแกน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่การนำเสนอเนื้อเรื่องของแกธรรมดาเกินไป ทำให้ไม่ได้รับการติดตามมากเท่าที่ควร แต่ผมก็แอบหวังว่าตอนต่อๆไปของ แฟรี่เทล อาจจะทำให้ผมประทับใจได้มากกว่านี้ แม้ว่างานของแกจะมีพัฒนาการที่ช้าแต่ผมชอบในความตั้งใจในการดำเนินเนื้อเรื่องในแบบที่เป็นตัวแกเองจริงๆ )
หมายเหตุ : ผมอ่านเรื่องนี้ไปเพียง 10 เล่มเท่่านั้น เดี๋ยว ถ้าอ่านจบ อาจจะมาแก้ไขบางส่วนนะครับ
( ที่มา บอกเล่าเรื่องนี้ก่อนเผื่อหลายๆคน ยังไม่ได้ซื้อ จะได้ช่วยในการตัดสินใจ )




Create Date : 08 เมษายน 2552
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:55:23 น. 3 comments
Counter : 1115 Pageviews.

 
น่ารักอ่ะ


โดย: นู๋เฟรม ลูกมาเฟียร์ IP: 110.77.200.103 วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:14:15:29 น.  

 

ชอบจังค่ะ ตามอ่านมาเพราะกำลังเก็บหนังสืออยู่พอดี
ชอบเรื่องหุ่นเชิดสังหารเหมือนกัน เจอเล่ม 9 กับ 15 เข้าไป
หยุดอ่านไม่ได้เลย TT

ขอบคุณนะคะที่ทำรีวิวนี้ออกมา ทำให้ตัดสินใจไปตามหาได้หลายเรื่องเลยค่ะ อย่างเรื่อง CoCo นี่ไม่ผิดหวังเลย :D


โดย: freeloop IP: 223.206.201.147 วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:5:42:04 น.  

 
น่าเบื่อจัง


โดย: ทอม IP: 171.4.180.93 วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:19:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BtoC
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add BtoC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.