CandyBee
Group Blog
 
All blogs
 

ไอศครีมแบล็กเบอร์รี่โยเกิร์ต แบบไม่ใช้เครื่องทำไอศครีมค่ะ




...ที่ไม่ใช้เครื่องทำไอศครีม เพราะว่าไม่มีน่ะ...
เป็นไอศครีมลำดับที่ 2 ที่เคยทำในชีวิต ไอศครีมอันแรกที่เคยทำ
เป็นความร่วมมือระหว่างเพื่อนฝูงผู้ด้อยปัญญา..สมัย ป.4
เป็น"ไอศครีมรวมมิตร รสตดช้าง" กินไม่ได้แต่เท่ห์สุดๆ
เอาไว้คราวหลังจะเล่าให้ฟังนะจ้ะ เนื่องด้วยช่วงนี้มีแต่ข่าวเศร้า
จึงต้องกล่าวขออภัยเพื่อนๆ เพราะว่าเกิดอาการดองบล๊อก
ตอนนี้เริ่มตั้งสติได้ กลับมาอัพบล๊อกอีกครั้ง ...
ไอศครีมอันนี้ ใช้ผลไม้แช่แข็งโป๊กถุงละหลายสิบบาทเชียว
หวังใจว่ารสชาดต้องหรูสุดๆ แต่ไหงออกมารสเหมือนมะยมเชื่อมล่ะเนี่ย
...ฮ่วย..



ส่วนประกอบ
เจลาตินผง 2 ช้อนชา+น้ำเปล่า 6ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง+น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ถ้วย(ถ้วยโยเกิร์ต)
แบล็กเบอร์รี่ 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 2 ลูก
หมายเหตุ : สูตรไอศครีมดัดแปลงมาจากหนังสือ ice cream and iced desserts
ของ Joanna Farrow and Sara Lewis ค่ะ




เอาน้ำใส่ชาม โรยเจลาตินให้ทั่ว ทิ้งไว้แป๊บนึงให้มันซึมลงไปในน้ำ
แล้วคนให้เข้ากัน




เอาน้ำตาลและน้ำตั้งไฟคนให้ละลาย ใส่แบล็กเบอร์รี่ลงไป
ตั้งไฟจนกว่าแบล็กเบอร์รี่จะนิ่ม ยกลง




เทเจลาตินที่ละลายแล้ว + น้ำมะนาวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน
ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที




เทส่วนของแบล็กเบอรรี่ + โยเกิร์ตลงเครื่องปั่นน้ำผลไม้
ปั่น ปื๊ดดดดด เสร็จแล้วเทใส่กล่องพลาสติก แช่ตู้เย็นช่องฟรีซ 6 ชั่วโมง




แงะเอาออกมาตะกุยๆด้วยส้อม แต่เราใช้เครื่องปั่น เห็นว่าสีมันยังแตร๋นไม่พอ
เลยใส่แบล็กเบอรี่ลงไปอีกแล้วเอาไปแช่ช่องฟรีซเหมือนเดิม ทำอีก 1 - 2 ครั้ง
ครั้งสุดท้าย เอาแบล็กเบอร์รี่แปะลงไปด้วยเพื่อความงาม...(จริงง่ะ)




ตักใส่ถ้วย ราดซอส วิธีทำซอสเอาไว้วันหลังนะจ๊ะ พอตักเข้าปาก
อื้มมม ฮ่วย...รสเหมือนมะยมเชื่อมเลย แต่ก็อร่อยดีค่า




 

Create Date : 06 มกราคม 2551    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:59:08 น.
Counter : 2780 Pageviews.  

กล้วยปิ้งแห่งความแค้นสะท้านฟ้าดิน....ท่านป้า ท่านจงไปตามทางของท่านเถิด




มันมาอีกแล้ว...คราวนี้เป็นกล้วยปิ้งสะท้านฟ้า มาพร้อมกับหัวใจอันปวดร้าว...เนื่องจาก
เมื่ออาทิตย์ก่อน เรากับพี่สาวได้ไปเดินตลาดนัดจำหน่ายสินค้าราคาถูก ซึ่งมากันทุกเดือน
เหมือนเป็นประเพณีท้องถิ่น เราก็เดินมันได้ทุกเดือน เพราะขึ้นชื่อว่าตลาดนัด ต่อให้มันขายแต่กบเขียด
แม้หนทางไกลโพ้น ...เราก็จะไป เดินกันตอนเย็นๆแดดร่มลมตก ทำการงดข้าวเย็นมาเสร็จสรรพ
มาเดินไปกินไป แวะมันตลอดทาง และแล้วก็มาถึงร้านนึง เป็นท่านป้า..ท่านป้าขายกล้วยปิ้งแบบมินิ
เป็นกล้วยหั่นเป็นแว่นเสียบไม้ปิ้ง พอสุกได้ที่ก็เอามาทุบให้แบน ราดน้ำเชื่อมกะทิเหนียวๆ
หรืออีกชื่อ คือกล้วยปิ้งมือถือ อนิจจาท่านป้าผู้แต่งเติมไปหน้าด้วยโลหิต ท่านขายไม้ละ 5 บาท
5 บาท กล้วยบ้าอะไรเนี่ย ห้าาาาาาบาท แต่พี่เราก็ซื้อ ส่วนเรามองด้วยความคับแค้นในใจ
ประเมินดูยัยป้าหน้าเลือด ไม้นึงใช้กล้วยไม่ถึงลูกเลย...ท่านป้าท่านจงไปตามทางของท่านเถิด
ส่วนข้า จะกลับไปปิ้งกล้วยกินเอง.....ชิ(แล้วสะกิดพี่...เฮ้ยๆขอกินหน่อยดิ๊)

บ้ากันมาพอสมควรแล้วมาปิ้งกล้วยกินกันดีกว่านะคะ


ส่วนประกอบ
กล้วยน้ำว้าดิบเกือบสุก
น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วย
กะทิ 1 1/2 ถ้วย
เกลือเล็กน้อย
เนย(ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิ(ถ้ามี) 1/2 ถ้วย





ปลอกกล้วยแล้วแช่ในน้ำเกลือ(หรือไม่แช่ก็ได้ค่ะ) ถ้าจะทำแบบมือถือ ก็หั่นเป็นแว่นๆ
เอาเสียบไม้ แล้วปิ้งบนเตาถ่าน ถ้าไม่มีก็ใช้เตาอบก็ได้ค่ะ ถ้ามีกากมะพร้าวที่ได้จาก
การคั้นกะทิ เอามาโรยถ่านที่ปิ้งกล้วย จะได้กล้วยรมควันหอมๆค่ะ(...จะต้องมีคนคิด
ว่ายัยนี่มาจากหลุมไหน ยังใช้เตาถ่าน แถมคั้นกะทิเองอีก...แน่ๆเลย -_-")



เหิรฟ้า ฟ้า ฟ้า ฟ้า ฟ้า (เฮ้ย....ผิดเรื่องแล้ว..เล่นมุกนี้รู้หมดเลยอายุเท่าไหร่)



ระหว่างรอกล้วยสุก หันมาทำน้ำเชื่อมกะทิ โดยเอากะทิ + น้ำลอยดอกมะลิ
น้ำตาลปี๊บ+ เกลือ ตั้งไฟคนให้ละลาย แล้วใส่เนย ชิมให้รสเข้มข้นนิดนึง
ควรระวังเรื่องการใส่น้ำตาล บางทีรสไม่จัด อาจจะเป็นเพราะใส่เกลือน้อยไป
ให้ใส่เกลือเพิ่มทีละน้อยนะคะ รสจะกลมกล่อมขึ้น



สุกแล้วก็เอาใส่ถุงพลาสติก แล้วเอาอาวุธลับคริสติน่า...หรือมีอีกชื่อนึงคือ..
สากนั่นเอง...ค่อยๆทุบให้แบน



กะให้คุณกล้วยเสียโฉม ประมาณนี้



อันนี้เวอร์ชั่นดัดจริต...โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ ไม่ทิ้งคอนเซปต์เดิม
กลายเป็นกลว้ยปิ้ง แบบฟิงเกอร์ฟู๊ด กล้วยปิ้งสูตรนี้รับรองความอร่อย
หนุบหนับหวานมัน ...การันตีโดยคุณไมโล หมาผู้เรื่องมากด้านการบริโภค
วันหลังจะพามาสวัสดีทุกๆคนนะคะ วันนี้...ดึกแล้วคุณขา หมดเวลาขอลาก่อน...




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:59:03 น.
Counter : 2923 Pageviews.  

เมนูไดเอท 2 ...ซูชิเต้าหู้

เมนูไดเอท2 ซูชิเต้าหู้



ในเมื่อมันมีเมนูไอเอท 1 แล้วมันก็ต้องมีอันที่ 2 ตามมา
อาหารวันนี้ถึงจะเป็นข้าว แต่รวมๆแล้วให้พลังงานไม่มากนัก
จุดเด่นเด้ง มาจากบุกเส้นที่ให้พลังงาน 0 กิโลแคลอรี่ กินแล้วอิ่ม
แถมยังอร่อยอีกต่างหาก คาดว่าคงจะมีเมนูบุกตามมา
อีกหลายเมนูค่ะ ส่วนซูชิเต้าหู้อันนี้มันมีชื่อภาษาญี่ปุ่น
แปะอยู่ที่ถุงเต้าหู้ที่เราซื้อมา แต่...ทิ้งถุงไปแล้ว จำก็ไม่ได้
ใครรู้ชื่อ...ช่วยบอกทีค่ะ..จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


ส่วนประกอบ
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 3/4 ถ้วยตวง
เต้าหู้ทอด
แครอทหั่นฝอย
เห็ดหอมสไลด์
บุกเส้น
ปูอัดหั่นฝอย
น้ำส้มสายชูหมัก(จากข้าวหรือแอปเปิ้ล)
ปลาคัทสึโอะแห้งขูดฝอย (ดูรูปที่ทาโกะยากิได้ค่ะ)
มิริน
ซอสโชหยุ




เต้าหู้ทอด เอาไปต้มก่อนนะคะเอาน้ำมันออกก่อน ต้มแล้วบีบน้ำออกพักไว้
ส่วนบุกเส้นล้างน้ำหลายๆรอบ ตัดเป็นท่อนเล็กๆค่ะ





เอาหม้อใส่น้ำประมาณ 1 ถ้วยต้มให้เดือด ใส่ปลาคัทสึโอะขูดลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรสด้วยโชหยุ และมิรินเล็กน้อย ให้ออกรสเค็มนิดนึง แล้วกรองเอาปลาคัทสึโอะออก
จากนั้นก็เอา แครอท+เห็ดหอม+ปูอัดและบุกเส้นลงไปผัดประมาณ 4 นาที แล้วกรอง
เอาน้ำซอสออก





ตักข้าวสวยที่หุงแล้วใส่ชามทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงหน่อย ใส่น้ำส้มสายชูลงไปประมาณ
1 1/2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เอาพัดกระพือๆที่ชามไปด้วยค่ะ(เพื่อเป็นการออกกำลัง..
ไม่ช่ายยย เข้าบอกว่าน้ำส้มสายชูมันจะระเหย ถ้าข้าวร้อน เราเคยช่วยเพื่อนคนญี่ปุ่นทำ
แต่ใช้พัดลมแทนค่ะ...)





เอาส่วนผสมที่ผัดและกรองเรียบร้อยแล้ว เอามาใส่ในข้าว คนให้เข้ากัน





เอาเต้าหู้ผ่าครึ่ง ใส่ข้าวยัดไส้ได้เลยค่ะ





ทั้งหมด....ขวาาาาาหัน




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:58:59 น.
Counter : 1149 Pageviews.  

เมนูแก้หนาว..มาซดซุปฟักทองร้อนๆกันเถอะ



พักนี้อากาศหนาวขึ้น แถมแห้งอีกต่างหาก
ถ้าใครหน้าลอกล่ะก็ เรามีสูตรแก้หน้าลอกแบบชะงักงัน
ทำก็เองได้ง่ายจัง ลองแวะไปดู"สูตรแก้หน้าลอก"
ได้นะคะ
พออากาศหนาวปุ๊บ ร่างกายก็เรียกร้องของอุ่นๆใส่กระเพาะ
เมืองไทยผักผลไม้ทั้งงามทั้งถูก ราคาฟักทองล่าสุด
กิโลกรัมละ 11 บาท.....อะ โว่ โว้ โว๊ววววววววววววว
มาลองทำกันดีกว่าค่ะ


ส่วนประกอบ
ฟักทองหั่น 1 ถ้วย
แครอทหั่น 3/4 ถ้วย
เซลารี่หั่น(คื่นไช่ไทยก็ได้ค่ะ) 1/2 ถ้วย
เนย 2 ช้อนโต๊ะ
นมสด 1 กล่อง(250ml.)
เกลือ
พริกไทย
ซุปผง




เอาเนยใส่กะทะ เหยาะเกลือ+พริกไทย เล็กน้อยผัดให้กลิ่นหอม
ผักที่หั่น(ฟักทองหั่นให้เป็นลูกเต๋าเล็กๆนะคะ) เอาลงผัดจนนุ่ม





ใส่นม อาจจะเติมน้ำเล็กน้อย ใส่ซุปผง เคี่ยวจนทุกอย่างนุ่ม ปิดไฟทิ้งไว้ให้ความร้อนลดลง





ใส่เครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด แล้วกรองใส่หม้อ ต้มจนเดือดอีกครั้ง





ใส่ถ้วยเสิร์ฟ ตกแต่ด้วยครีมหรือโยเกิร์ต (หยอดแล้วเอาไม้จิ้มฟันปาดปรื๊ดดด)
โดยส่วนตัวชอบซุปมือถือ...คือเอาใส่ถ้วยกาแฟทรงสูง ซุปเหลวนิดนึง
เดินไป ซดไป...ฮ่า.....สบายใจ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:58:55 น.
Counter : 693 Pageviews.  

เมนูไดเอ็ท 1 มะเขือคูณ 2 อบชีสสสส





หลังจากตัวบานแฉ่งมีน้ำมีนวล ประหนึ่งหญิงมีครรภ์มานาน
โทษสวรรค์ โทษโน่นโทษนี่ โทษจนหนำใจแล้ว ก็หันมาสำนึก
ช่วงนี้ เลยลองเปลี่ยนแนว เป็นเมนูไดเอ็ทมั่ง เผื่อจะทำให้ชีวิตดีขึ้น
เมนูนี้เป็นเมนูโดยบังเอิญ ทำมั่วๆไป เห็นของใกล้มือก็เลยเอามาโปะๆ
แต่ออกมาหอมน่ากิน แถมอร่อยมากๆ เลยเอามานำเหน๋อให้ทุกท่านได้ลองกันค่ะ


ส่วนประกอบ
มะเขือม่วง
มะเขือเทศราชินี(แบบอื่นก็ได้)
ใบโหระพา
สวิสชีส(หรือน้ำมันมะกอก)
ขนมปังโฮลวีท

เมนูนี้อย่างที่บอกไว้ว่าบังเอิญทำ เลยไม่ได้ถ่ายขั้นตอน มาถ่ายเอาตอนเสร็จแล้ว

แต่วิธีทำง่ายมากๆค่ะ อ่อ..งานนี้ถ่ายตอนแดดเปรี้ยงภาพอาจจะแสบตาไปหน่อย

ข้าน้อยขออภัยนะเคอะ




ผ่าครึ่งมะเขือม่วงและมะเขือเทศ เอาวางในถาดอบ โรยชีสหรือน้ำมันมะกอก




หั่นขนมปัง เอาเข้าเตาอบ พร้อมกับมะเขือในถาดใช้ไฟ 200 ํc อบจนเหลืองเกรียม




เอาใบโหระพาสดวางตกแต่ง พร้อมเสิร์ฟจ้าาา




หลายคนอาจจะงงว่าทำไมสวิสชีสที่บ้านเรามันถึงได้ป่นซะขนาดนั้น

เพราะว่ามันอยู่ในช่องแข็งค่ะ มันเลยป่นแต่ก็ยังกินได้ ..อ่าฮ่า




ถ้ากลัวอ้วนมากๆก็ใช้น้ำมันมะกอกเล็กน้อย แต่เพื่อความสุนทรีในการกิน

โรยชีสนิดหน่อยจะดีกว่า กลิ่นหอมๆมีรสเค็มๆ ยิ่งพอเคี้ยวมะเขือเทศกับใบโหระพา

แหม...มันช่างเกิดมาคู่กันจริงๆ ทานกับขนมปังอบกรอบใหม่...เริ่ดฮ่ะ




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:58:49 น.
Counter : 661 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

CandyBee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





สวัสดีทุกๆคนที่หลงคลิกเข้ามาในนี้นะคะ
ถึงวันนี้คงไม่มีอะไรจะบอกไปมากกว่า
คำว่า "ขอบคุณ" ทุกคนที่คลิกเข้ามาเยี่ยม
ที่มีคอมเม้นต์ไว้ เราก็แวะไปเยี่ยมเยียน
เปิดได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่เน็ตรุ่นเต่า
ขาด้วนของที่บ้านเราจะอำนวย...
ทุกอย่างที่ทำลงบล๊อกนี้ ทำด้วยความตั้งใจ
อยากให้อาคันตุกะที่คลิกเข้ามาได้อ่าน
ได้เห็นแล้วรู้สึกสุขใจ ยิ้มบ้างขำบ้าง
เราคนทำ ก็มีความสุขแล้วค่ะ ขอขอบคุณ
ทุกท่านอีกครั้งที่ติดตามผลงานนะคะ



ภาพและข้อเขียนที่ปรากฏในเวปไซด์แห่งนี้เป็นของ
Candybee แต่ผู้เดียว ผลงานได้รับการคุ้มครองตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ห้ามทำการแอบ
อ้างใช้ หรือดัดแปลง หรือกระทำการใดๆเพื่อก่อให้
เกิดความเสียหายแก่เจ้าของผลงานโดยมิได้รับอนุญาติ
จากเจ้าของที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเด็ดขาด

Friends' blogs
[Add CandyBee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.