blog สำหรับคนไร้สาระ
Group Blog
 
All Blogs
 

เกรซ เดอะ สตาร์6

เกรซ นวกชมณ ชื้นครองธรรม



"หนูอยากเป็นนางงามจักรวาล ก็หนูเกิดมาสวย...พี่ว่าหนูสวยไหมล่ะ"

คำพูดนี้เป็นของ เกรซ นวกชมณ ชื้นครองธรรม ซึ่งสร้างกระแสความเกลียดชังให้กับท่านผู้ชมเป็นอย่างมาก

สาวน้อยวัย 16 ปี เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2536 ปัจจุบัน เกรซ นวกชมณ กำลังศึกษาอยู่เตรียมวิศวะ ภาควิชาสาขาไฟฟ้า ปวช. ปี 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เธอคนนี้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งนั่นคือการได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล เกรซ นวกชมณ จึงไล่ตามความฝันด้วยตบเท้าล่ามงกุฏตามเวทีต่าง ๆ มาแล้วหลายเวที เช่น Missteen Thailand 2009 ติด 1 ใน 50 คนสุดท้าย ซึ่งเป็นตัวเต็ง, รองอันดับ 4 Miss Motor Show 2009 พ่วงด้วยรางวัลขวัญใจมหาชน, Miss Mobile Thailand 2009 ฯลฯ นอกจากนี้ ยังผ่านงานโฆษณา CP Ready Meal ประกบ ว่าน ธนกฤต มาแล้วด้วย




ก่อนจะตัดสินใจเข้ามาประกวดเวทีเดอะ สตาร์ ซึ่งผ่านเข้ารอบ8คนสุดท้ายได้อย่างสบาย
"โอ๊ยตาย...เวลาร้องเพลงแล้วไม่สวยเลย หน้าหนูเครียดนะ คนอะไรสวยจะตายพอร้องเพลง หน้าตาน่าเกลียดขึ้นมาทันที" ม้า อรนภา กล่าว
ซึ่งไม่ทำให้เกรซท้อแท้แต่อย่างใด

เมื่อรู้ว่าตัวเองร้องเพลงได้ไม่ดีนัก เกรซ นวกชมณ จึงงัดลีลาการเต้นในแบบที่เธอถนัดที่เตรียมมาโชว์ ซึ่งคราวนี้เธอทำได้ดีเป็นที่ประทับใจกรรมการ แต่เมื่อถูกถามถึงความชอบที่เธอกรอกลงในใบสมัครว่า ชอบร้องเพลงในห้องน้ำ ซึ่ง ม้า อรนภา บอกว่ามันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย สาวมั่นคนนี้ก็อธิบายว่า....
"การร้องเพลงในห้องน้ำทำให้หนูมีความสุขมากค่ะ หนูคิดว่าเวลาที่คนเรารับปริญญา หรือที่ได้รับอะไรที่ยิ่งใหญ่ มันจะทำให้เราทุกข์ เช่น ทุกข์ที่จะได้ไปต่อ รับปริญญาก็จะต้องทำงานให้ดี ได้รางวัลหรือแชมป์ ก็ต้องรักษาไว้ให้ได้ แต่การร้องเพลงในห้องน้ำมันเหมือนได้ปลดปล่อยและมีความสุข หนูมาที่นี่ หนูพยายามให้ดีที่สุด ถ้าหนูได้ไปต่อ หนูจะทำสิ่งที่คิดว่ามันดีที่สุด เพราะมันเป็นโอกาส และหนูคิดว่าหนูจะต้องพัฒนาตัวเองให้ได้มากกว่านี้ ถ้าได้ไปต่อ เวทีแห่งนี้จะช่วยให้หนูพัฒนาตัวเองได้ค่ะ หนูพร้อมจะสู้"...

นี่แหละค่ะ คือไหวพริบของเดอะสตาร์6 เกรซ สาวน้อยน่ารักคนนี้
รอดูนะคะว่า เธอจะสามารถเอาชนะใจคนดูได้เหรอไม่ เพราะการตัดสินเป็นของคนดู




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553    
Last Update : 5 มีนาคม 2553 19:34:20 น.
Counter : 2658 Pageviews.  

เก่ง วาโย เดอะ สตาร์6

เก่ง วาโย อัศวรุ่งเรือง





เก่ง วาโย หรือชื่อจริงว่า วาโย อัศวรุ่งเรือง อายุ 22 ปี เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2530 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยความที่ครอบครัวของ เก่ง วาโย ทำธุรกิจขายเครื่องดนตรี ทั้งคุณพ่อยังจบการศึกษาด้านดนตรีด้วย จึงทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ผูกพันและเรียนรู้เรื่องเครื่องดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยเฉพาะ เปียโน ที่ เก่ง วาโย ออกตัวว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ถนัดมากที่สุด

"ผมเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่ตอน 3-4 ขวบครับ เพราะคุณพ่อเป็นครูสอนเปียโน และผมเคยไปสอบเปียโนได้ที่ 2 ของเอเชียมาแล้ว นอกจากนี้ ผมเล่นกลองชุดได้ เบส กีตาร์ แซกโซโฟน และฟรุตได้ แต่จะถนัดเปียโนที่สุดครับ"




โดยก่อนหน้านี้ เก่ง วาโย เคยเข้าประกวด MC huntee hunter contest ของรายการไฟวไลฟ์ พร้อมกันกับ กิ่ง เดอะสตาร์ 5 โดยในครั้งนั้น เก่ง วาโย ยังใช้ชื่อเดิมคือ ภัทรวิทย์ อัศวรุ่งเรือง

สำหรับการแข่งขัน The Star 6 รอบคัดเลือกภาคกลาง เก่ง วาโย เลือกเพลงของ ไอซ์ ศรันยู นำมาร้องโชว์คณะกรรมการ The Star 6 ทั้งสองรอบ ด้วยเสียงร้องนุ่ม ๆ สบาย ๆ บวกกับลุคที่ออกแนวป๊อปตามสไตล์เพลง ทำให้ เก่ง วาโย ชนะใจกรรมการได้เป็น 1 ใน 8 ตัวแทนภาคกลางอย่างที่หลายคนคาดไว้

หล่อ ขาว ใส ตี๋ ขนาดนี้ ใครจะไม่ชอบล่ะค้า

อิอิ




 

Create Date : 04 มีนาคม 2553    
Last Update : 4 มีนาคม 2553 23:49:15 น.
Counter : 973 Pageviews.  

ริท เดอะสตาร์6






href="http://www.bloggang.com/data/c/candiz/picture/1267722491.jpg" target=_blank>


ริท - เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช




ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หนุ่มน้อยคนนี้มีดีกรีเป็นถึง นักศึกษาแพทย์ ม.ขอนแก่น เดือนคณะ รองเดือนมหา'ลัย อ๊าก! หล่อโดนใจเจ๊สุดๆ ความสามารถเหลือล้น แถมร้องเพลงกระแทกใจสาวๆไปทั่วบ้านทั่วเมือง และคอมเม้ตเตเตอร์ อย่างพี่โจ้ พี่ม้า พี่เพชร ไปเรียบร้อย หลุดเข้ามา 8 คนสุดท้ายของเดอะสตาร์6 แบบที่คาดไว้


ภูมิลำเนาของหนุ่มริท เป็นคนร้อยเอ็ดเด้อค้าเด้อ คนอีสานนำกันตั๊วหนิ อิอิ แถมมีขวัญใจเป็น พี่บี้เดอะสตาร์ อันนี้ก็ชอบ แบบนี้อนาคตเดอะสตาร์คนที่6 คงไม่หนีไปไหนแน่ๆค่ะ

ฟันธง

หมอริทสู้ค่ะ



ว่าแต่ สาวสวยหน้าตาน่ารักคนนี้เป็นใครกัน????



ใครกัน ดูท่าทางจะสนิทกับหนุ่มริทของเรามากนะคะ

เจ๊หวงค่ะเจ๊หวง




 

Create Date : 04 มีนาคม 2553    
Last Update : 5 มีนาคม 2553 0:09:26 น.
Counter : 4174 Pageviews.  

ไม้มงคล ต้นไม้มงคล

ไม้มงคล ต้นไม้มงคล


ความเชื่อเรื่อง ไม้มงคล ต้นไม้มงคล ดอกไม้มงคล เสริมราศี เสริมดวงชะตามีเกือบทุกชนชาติ การปลูกต้นไม้มงคล ของไทยเราเองก็มีมาตั้งแต่โบราณ ต้นไม้มงคลที่ควรปลูกซึ่งความเชื่อมีมาตั้งแต่โบราณว่า ไม้มงคลบางชนิดมีเทวดาอารักษ์ ต้นไม้มงคลบางชนิดชื่อเป็นมงคลเสริมราศี วัตถุมงคลเสริมดวงชะตา ไม้มงคลประจำวันเกิด ต้นไม้มงคลเสริมดวงชะตา ต้นไม้มงคล เสริมดวงชะตา ประจำราศีเกิด

ไม้มงคล ต้นไม้มงคล เสริมราศี

ต้นแก้ว เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยม
ปลูกกันมาก เพราะดอกแก้วนั้นมักจะส่งกลิ่นหอมเย็น
อย่างน่าชื่นใจ มีคนรักดั่งแก้วตาดวงใจ
ต้นโกศล ต้นไม้มงคล ชื่อนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี
ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจาก
สีสันสวยสดของใบ และคุณสมบัติที่ช่วยเสริม ความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านอีกด้วย

ต้นกวนอิม เป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อใกล้เคียงกับเทพเจ้าที่ชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพบูชา
กันทั่วไป เชื่อกันว่าต้นกวนอิมเงิน กวนอิมทองนั้น เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ต้นไม้มงคลเสริมดวงชะตา
เพราะคนโบราณมักจะใช้ต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้ มาประกอบในพิธีบูชาเทพเจ้า
เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย

ต้นกระดังงา ต้นไม้มงคล ที่นิยมปลูกกันด้วยชื่อที่เป็นมงคล คนโบราณเชื่อกันว่าการปลูกต้นกระดังงา
ทำให้คนในบ้านมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่นับหน้าถือตา มีเงินทองลาภยศ
ควรปลูกต้นกระดังงา ทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน
เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แก่ตัวบ้านและครอบครัวที่อาศัย

ต้นมะยม เป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก โดยเฉพาะการปลูกที่หน้าบ้านด้วยความเชื่อที่ว่า จะทำให้คนนิยมชมชอบ ไม่มีคนคิดร้ายหรือเป็นศัตรู

ดอกบานไม่รู้โรย ถือเป็นไม้ดอกที่ชื่อเป็รมงคลนามอยู่แล้วว่า บานไม่รู้โรย จะช่วยเสริม
ด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน

ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้มงคล ที่นิยมปลูกกันมากด้วยชื่อที่เป็นมงคลและสีเหลืองดั่งทอง
เสริมให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า มีเงินมีทอง

ต้นวาสนา ด้วยความเชื่อว่า ทำให้ผู้ปลูกมีโชคและวาสนาที่ดี เกิดความสุข สมหวัง
ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าสามารถปลูกได้สวยงามและออกดอก เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ
ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง

ต้นกล้วยไม้ คนโบราณเชื่อว่า กล้วยไม้ จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป
ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน

ต้นพุด เชื่อกันว่าไม่ว่าจะเป็นต้นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง
แข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งสิ้น แต่ก็ควรให้เป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว

ต้นพญายอ มีความเชื่อกันว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์

ต้นจำปา ถือเป็นต้นไม้มงคลที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง

ต้นชบา ถือเป็นต้นไม้มงคลด้วยความเชื่ออว่าให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค

ต้นราชพฤกษ์หรือคูน เป็นต้นไม้มงคลด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม
และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส
และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

ต้นโป๊ยเซียน พรรณไม้มงคล จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง
หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน
โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

ต้นเข็ม เป็นต้นไม้มงคลควรปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง
เกิดความคิดความอ่านที่ดี ความคิดเฉียบขาด ให้คุณโดยทั่วไปด้วย

ต้นมะลิ เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ สีขาวอันบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมเย็น
ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์
มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป


ลองไปหามาปลูกดูนะคะ




 

Create Date : 04 มีนาคม 2553    
Last Update : 4 มีนาคม 2553 23:06:42 น.
Counter : 332 Pageviews.  

การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน(ไฮโดรโปรนิค)

การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน(ไฮโดรโปรนิค)


การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน เป็นวิธีการผลิตผักที่อาศัยหลักการคล้ายคลึงกันกับการปลูกผักแบบธรรมดา แต่มีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการเพื่อให้สามารถทำการปลูกผักในลักษณะแถวชิดได้ สามารถปลูกผักได้ในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่จำกัด หรือในบริเวณที่พื้นที่ดินเดิมขาดความอุดมสมบูรณ์ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงสภาพพื้นที่ดินเดิม เนื่องจากสภาพพื้นที่ดินที่มีการให้ธาตุอาหารในลักษระของสารละลายผ่านระบบ การปลูกพืชผัก โดยที่ระบบรากพืชไม่ได้สัมผัสกับดินจริงๆ แต่ต้นผักเจริญเติบโตและตั้งทรงต้นอยู่บนภาชนะปลูกได้ โดยระบบรากยึดอยู่กับแผ่นฟองน้ำ ที่วางอยู่ในรางปลูก หรือที่ใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่ตั้งเป็นฐานของรางปลูกที่ใช้ หรือใช้วัสดุปลูกเป็นก้อนดินเผาขนาดเล็กอัดเป็นเม็ด หรือใช้วัสดุประเภทเพอร์ไลท์หรือแผ่นใยสังเคราะห์แทนดินปลูกก็ได้




วิธีการปลูกผักแบบไม่ใช้ดินทำได้ 2 ลักษณะ คือ

1. วิธีการนี้สะดวกง่ายและไม่ต้องห่วงว่าระบบรากพืชจะขาดออกซิเจน เพราะถ้าระบบรากพืชขาดออกซิเจนจะเกิดอาการเหลืองที่ใบและผลร่วง พืชจะได้รับความเสียหาย พืชผักที่เหมาะสมปลูกในระบบแบบนี้ ได้แก่ มะเขือเทศ แตง ผักกินใบ ทุกชนิด ฯลฯ
2. ไม่ใช้ระบบปั๊มอากาศ แต่ผู้ปลูกต้องมีทักษะ ควรปรับลดระดับสารละลายธาตุอาหารที่ใช้เลี้ยงระบบรากพืช เมื่อพืชผักโตขึ้นต้องปรับลดระดับของสารละลายให้เกิดสภาพระบบรากพืชไม่จมแช่ อยู่ในสารละลายทั้งหมด มีบางส่วนของช่วงระหว่างโคนลำต้นของพืชกับระบบรากมีช่องว่างสัมผัสอากาศได้ บ้าง พืชผักที่ปลูกได้ผลในระบบนี้ในประเทศไทย เช่น คึ่นฉ่าย ผักบุ้งจีน ฯลฯ

ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโปนิค)




1. เพาะเมล็ดผักในฟองน้ำตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โดยแช่ฟองน้ำอยู่ในน้ำธรรมดา 4-5 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอก
2. ย้ายชิ้นฟองน้ำเล็กๆ มาลงปลูกในถ้วยปลูกเรียงอยู่ในราง หรือกะบะปลูกที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านระบบปั๊มอากาศหมุนเวียนตลอดเวลา
3. สารละลายธาตุอาหารที่ใช้ลดกล้าหรือใช้ปลูกผักแบบไฮโดรโปนิค เตรียมมาจากสต๊อคสารละลาย A และสารละลาย B เจือจางในน้ำสะอาด โดยค่อยๆ ปรับแต่งสัดส่วนธาตุอาหาร โดยใช้เครื่องมือ SALIMETER เช็คให้มีค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับค่า 9 สำหรับใช้ปลูกผักกินใบ ประเภท ผักสลัดหรือผักกาดหอม หรือค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับ 15 สำหรับผักกินใบ หรือกินผล เช่น คะน้า กวางตุ้ง กะเพรา โหระพา มะเขือเทศ หรือแตงกวา
4. เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีอายุ 10-15 วัน จึงย้ายถ้วยปลูกมาใส่ในรางปลูกแบบไฮโดรโปนิค ระยะกล้าเจริญเติบโตเป็นต้นผักที่สมบูรณ์
5. เมื่อเรียงถ้วยปลูกในรางปลูกผัก แบบไฮโดรโปนิคเรียบร้อยแล้ว ต่อระบบรางเข้ากับวาล์วก๊อกน้ำ และมีปั๊มน้ำ ซึ่งต่อระบบรางปลูกกับถึงใส่สารละลายปุ๋ยที่มีค่าความเข้มข้นของความเป็น เกลือของธาตุ ตามรายละเอียดข้อ 3 เมื่อติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปิดสวิตซ์ไฟฟ้า เพื่อปั๊มธาตุอาหารให้ไหลเวียนไปตามรางปลูกผัก


6. ระบบรางปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสามารถปลูกโดยใช้ร่วมกับเลี้ยงพืชในโรงเรือน หรือปลูกแบบกลางแจ้งก็ได้ (ในกรณีที่ปลูกในโรงเรือน สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ด้วย ก็จะเป็นการงดการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช)
7. ควรหมั่นตรวจสอบค่าความเป็นเกลือของสารละลายธาตุอาหารทุกวัน รวมทั้งเช็คระบบการไหลเวียนของสารละลายธาตุอาหารเพื่อให้เกิดสมดุลย์ในระบบ การปลูกพืชให้คงที่ พืชผักจะเจริญเติบโตได้เร็ว
8. เมื่อผักเจริญเต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวมาใช้บริโภคได้ หรือจำหน่ายเป็นธุรกิจได้ โดยเฉลี่ยการปลูก โดยวิธีแบบไม่ใช้ดิน อายุการเก็บเกี่ยวพืชผักแบบนี้จะเร็วกว่าปลูกพืชในดิน 7 – 10 วัน
9. การเก็บเกี่ยว ถ้าเป็นผักสดกินใบ เมื่อถอนออกมาจากรางปลูก นำมาตัดโคนต้นผักออกจากถ้วยปลูก นำไปล้างน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง นำไปใช้บริโภคหรือประกอบอาหารได้
10. ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสามารถปลูกจำนวนต้นผักได้ เพิ่มต้นขึ้นในลักษณะระบบแถวชิด ไม่เปลืองเนื้อที่ เพราะระบบรากพืชจะไม่แผ่กว้างเหมือนในดิน และผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผักปลอดภัยด้วย เพราะผักจะมีสมดุลย์ในตัวเองในการดูดธาตุอาหารเข้าไป จึงไม่ต้องกลัวปัญหาว่าะาตุอาหารของปุ๋ยในสารละลายตกค้างในผักมากเกินไป

สูตรอาหารสำหรับใช้เลี้ยงพืชผัก

สูตร 1 สต๊อค A ประกอบด้วย
แคลเซียม ไนเตรด 80.9 กรัม / น้ำ 100 ลิตร
สต๊อค B ประกอบด้วย
โปแตสเซียม ซัลเฟต 55.4 กรัม
โปแตสเซียม ฟอสเฟต 17.7 กรัม
แมกนีเซียม ฟอสเฟต 9.9 กรัม
แมกนีเซียม ซัลเฟต 46.2 กรัม
เหล็ก (ซีเลตติ้ง) 3.27 กรัม
แมงกานีส ซัลเฟต 0.02 กรัม
กรดบอริค 0.173 กรัม
ซิงค์ ซัลเฟต 0.044 กรัม
แอมโมเนีย โมดิบเดท 0.005 กรัม

สูตร 2 สต๊อค A ประกอบด้วย
แคลเซียม ไนเตรด 2.5 ก.ก./น้ำ 25 ลิตร
สต๊อค B ประกอบด้วย
โปแตสเซียม ไนเตรด 1.5 ก.ก.
โมโน โปแตสเซียม ฟอสเฟต 0.5 ก.ก.
แมกนีเซียม ซัลเฟต 1.3 ก.ก.
สารละลาย Nzhydroppnic 0.1 ก.ก.

อนึ่งสูตรอาหาร นอกจากนี้มีหลากหลายสูตร เช่น สูตรของ Knop สูตรประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารทางวิชาการด้านการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน

ปัจจุบัน มีภาคเอกชนจำหน่ายชุดการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสำเร็จรูปในประเทศไทยหลายชนิด มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง และประยุกต์รูปแบบโดยใช้วัสดุภายในประเทศ ซึ่งการผลิตผักแบบไฮโดรโปนิคมีทั้งการทำผลิตเชิงการค้า ซึ่งให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี รวมทั้งมีลู่ทางตลาดการส่งออกรองรับผลผลิตผักที่ปลูกโดยวิธีนี้ด้วย นอกจากนี้มีผู้สนใจนำไปปลูกผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ในขนาดเล็กๆ ทำให้สะดวกต่อการควบคุมและป้องกันศัตรูพืชผักได้ง่าย ทำให้ผลผลิตที่สะอาดและปลอดสารพิษ รวมทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีด้วย




 

Create Date : 04 มีนาคม 2553    
Last Update : 4 มีนาคม 2553 22:55:16 น.
Counter : 847 Pageviews.  

1  2  3  4  

TS2P
Location :
มุกดาหาร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พวกเราบ้า พวกเราซ่าส์ พวกเราเจ๋งพวกเราเป็นกุลสตรี(น) เพราะพวกเราคือเด็กมีปัญหาๆๆช่วยไม่ได้เลยเธอ อิอิ
Friends' blogs
[Add TS2P's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.