All Blog
ค่าของคน ... โรสลาเรน

ค่าของคน ... โรสลาเรน



 คุณซื้อ คน ได้ค่ะ แต่คุณซื้อ วิญญาณ เขาไม่ได้


คุณจำไว้คุณซื้อได้แต่คน!


ถ้าผู้ใดซื้อวิญญาณใครไว้ได้ ร่างเขาจะไม่มีวันหนีไปไหน


แต่ถ้าได้ไว้แต่ร่าง วันหนึ่ง ร่าง นั้น


ก็จะเดินไปรวมกับวิญญาณที่เขาฝากไว้ที่ใดที่หนึ่งจนได้


คราวนั้นแหละ คุณจะรู้ว่าการซื้อนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่คุณเลย!


********************************


 


เรื่องนี้ที่หยิบมาอ่านตอนนี้ เพราะมีการนำมารีเมททำละครใหม่ค่ะ และการทำละครก็มีการปรับบท และเนื้อหาให้เข้ากับยุคสมัยด้วยและด้วยความสงสัยว่า จำนวนเงินที่นางเอกเรียกจากพระเอก จริงๆ ในนิยายเท่าไหร่กันแน่ เนื่องจากนิยายเรื่องนี้ คุณหญิงเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2508 ค่ะ


โอ้ว .. ยังไม่เกิดเลยเรา


เรื่องนี้ พระเอกหรือลักษมณ์ เป็นคนที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแม้แต่คน โดยเฉพาะผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเขา ส่วนนางเอก หรือ รจเรขเป็นคนใจเย็น เรียบร้อย การบ้านการเรือนเก่ง และเป็นนางรำ สอนรำด้วยค่ะ


ด้วยนางเอกเป็นแบบนี้ก็มีหนุ่มมาชอบหลายคน รวมถึงพิพาน นักการทูตอนาคตไกล ซึ่งเป็นน้องชายต่างมารดาของลักษมณ์  ลักษมณ์ และคุณแข แม่ของพิมาน ต้องการให้พิมานได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมและส่งเสริมด้านการงาน


ลักษมณ์จึงใช้เงินจ้างให้รจเรขออกไปจากชีวิตพิมาน โดยนางเอกยินยอมเพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงิน และให้ลักษมณ์จดทะเบียนสมรสด้วย


โดยรจเรข จะเซ็นเอกสารใบหย่าไว้ให้ล่วงหน้าด้วย และเมื่อรจเรจเข้าไปอยู่ในบ้านของลักษมณ์ในฐานะคุณผู้หญิงของบ้าน ด้วยความดี ของเธอ และเหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้คนทั้งสองเกิดความรักความผูกพันต่อกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นขอให้ติดตามละคร หรืออ่านกันเองนะคะ แต่เรื่องนี้จบ happy ending ค่ะ


ความเห็นส่วนตัว


สำหรับเราแล้วเราชอบเรื่องนี้มาก ถึงแม้จะเขียนมานาน 40 กว่าปีมาแล้วก็ตาม แต่เนื้อหาก็ยังสนุกน่ารัก มีบางตอนที่อ่านแล้วก็ต้องอมยิ้ม และบางตอนก็โกรธพระเอกที่ช่างขี้หึง และปากร้ายเหลือใจ นอกจากนี้ก็ยังให้แง่คิดในการดำรงชีวิต ที่แม้มาถึงปัจจุบันนี้แล้วก็ยังไม่เชย และยังสะกิดใจได้ดีค่ะ


เราชอบมากโดยเฉพาะตอนพิธีหมั้นของพิมาน กับ นัฎฐา และนัฎฐาได้ไปคุยกับคุณพ่อในห้องพระ เพื่อเข้าไปไหว้พระ และนำพานขันหมากมาบูชาพระ คุณพ่อของนัฎฐา พูดตอนที่นัฎฐาจะขอพรพระว่า


อย่าหัดขออะไรจากใครเลย ลูกจงหัดเป็นฝ่ายให้ ให้มากๆ จะดีกว่า จะขอให้พระท่านคุ้มครองได้ ก็ต่อเมื่อให้ความบูชาท่านก่อน คนให้ย่อมเป็นสุขกว่าคนรับ ถ้ายายหนูคิดแต่จะ อยากได้ ความอยากย่อมไม่มีที่สิ้นสุด ใจจะร้อนรน แต่ถ้ายายหนูคิดแต่จะให้ ใจย่อมสงบ ชีวิตหนูจะต้องเริ่มเป็นฝ่ายให้ตั้งแต่วันนี้ ....


ยังมีต่ออีกนะคะ แต่ขอพิมพ์เท่านี้นะคะ


เอาเป็นว่านิยายเรื่องนี้อ่านแล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะ ถือเป็นเรื่องโปรดในดวงใจอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ



Free TextEditor



Create Date : 03 มีนาคม 2554
Last Update : 4 มีนาคม 2554 10:43:47 น.
Counter : 1377 Pageviews.

10 comments
  
ชอบนิยายคุณป้าอี๊ดเพราะมีความคิดคมๆที่สอดแทรกอย่างแนบเนียนกับคำพูดธรรมดาๆแบบนี้หล่ะค่ะ
โดย: rainoflove (rainoflove ) วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:16:57:54 น.
  
เล่มนี้เป็นเล่มโปรดของเราเช่นกันค่ะ...
ตอนอ่าน ก็ชอบ คิดว่าพล็อตเชย แต่ทันสมัยมาก
คืออ่านแล้ว ค่านิยม ความคิด การดำเนินชีวิต การตัดสินใจ
ของตัวละครในเรื่อง กลับไม่เชย ไม่ล้าสมัย ยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน

พอมาทำเป็นละคร เห็นเค้าฮิตๆ และอินกันจังเลยช่วงนี้
เลยไปหยิบมาเปิดๆ อ่านๆ ใหม่...ก็ขำๆ ดี เพิ่งรู้สึกสะดุดหน่อยๆ
ก็ตรงที่พระเอกแทนตัวเองว่าอั๊วๆ อ่านแล้ว นึกถึงอาเสี่ยท้วมๆ ทุกที
โดย: nikanda วันที่: 5 มีนาคม 2554 เวลา:4:44:46 น.
  
เล่มนี้อ่านบ่อยเหมือนกันค่ะ แต่เป็นละครไม่ได้ดูเลย
โดย: neutral วันที่: 5 มีนาคม 2554 เวลา:17:10:31 น.
  
คุณ nikanda เราก็รู้สึกขัดๆ ตรงคำว่า อั๊ว เหมือนกันค่ะ แต่ก็คิดว่าคนสมัยนั้นอาจจะนิยมคำนี้น่ะค่ะ

แต่เราคงคำนึงค่ะ คำว่า สายตะแลบแก๊บ ค่ะ งงว่าคืออะไร
โดย: จั๊กกะจุ่น วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:10:39:07 น.
  
เรื่องนี้อ่านแล้วชอบมาก ๆ เลยค่ะ
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:14:36:33 น.
  
โห..เล่มนี้นี่อ่านตั้งแต่สมัยเด็กๆ น่ะค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:18:41:56 น.
  
มีอีกอย่างนะคะที่เราชอบอ่านนิยาย เก่าๆ ที่เขียนมานานแล้ว

คือทำให้เราได้รู้ถึงบรรยากาศของสถานที่ ที่อยู่เนื้อเรื่องตอนยุกต์นั้นๆ น่ะค่ะ

อย่างเรื่องนี้ ก็ได้เห็นภาพกรุงเทพเมื่อ 40 กว่าปีก่อนนะคะ ว่าแถวพญาไท ยังเป็นทุ่งน่ะค่ะ

ตอนนี้ไม่ต้องคิดค่ะ กรุงเทพเป็นเมืองฟ้าอมร เต็มไปด้วยตึกสูงไปเสียแล้ว
โดย: จั๊กกะจุ่น วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:15:33:35 น.
  
ยังไม่เคยอ่านเลยอ่ะค่ะ แต่อยากอ่านมาก ดูละคร แล้วเลยอยากอ่านหนังสือ (ส่วนใหญ่หนังสือมักดีกว่าละครอยู่แล้วนี่เนอะ)
โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:9:54:44 น.
  
ลองอ่านดูนะคะ คุณ Sing Praise คนละอารมณ์กับในละครค่ะ เพราะมีการปรับบทให้เข้ากับปัจจุบัน

อ่านแล้วก็จะอีกอรรถรสหนึ่งนะคะ

แต่เราก็ดูละครนะคะ ถึงจะไม่เหมือนในนิยายทั้งหมด แต่ก็ชอบค่ะ
โดย: จั๊กกะจุ่น วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:11:24:06 น.
  
แต่เราคงคำนึงค่ะ คำว่า สายตะแลบแก๊บ ค่ะ งงว่าคืออะไร

หมายถึงโทรศัพท์ค่ะ จำเรื่องไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน แต่เท่าที่เคยจำได้น่าจะหมายถึงต่อสายโทรศัพท์ไปคุยด้วย เล่นสำนวนน่ะค่ะ คำนี้น่าจะมาจาก telegram ที่หมายถึงโทรเลข

แต่เด็กๆ จะเรียกของเล่นที่เอามาทำเป็นเหมือนโทรศัพท์หากัน เช่นกล่องไม้ขีดหรือกระป๋องทำเป็นที่ผูกติดต่อสื่อสารกัน โดยผู้ฟังจะใช้ที่รับแนบไว้ที่หู เพื่อให้ได้ยินเสียง ว่าตะแล็บแก๊บ
โดย: ชามินต์ วันที่: 18 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:36:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จั๊กกะจุ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]