Group Blog
 
All Blogs
 

[เครื่องซักผ้า] วิธีดูแลรักษาเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

การใช้งานที่ถูกวิธี

1. ควรแช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง จะทำให้ง่ายต่อการซักผ้า

2. ปริมาณผ้าที่ซักให้เป็นไปตามพิกัดของเครื่อง อย่าใส่ผ้าน้อยหรือมากเกินกำลังของเครื่อง

3. ศึกษาและปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัด

การบำรุงรักษา

1. ช่องผงซักฟอก และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ควรถอดออกมาล้างเป็นระยะ ๆ โดยใช้แปรงสีฟันขัดทำความสะอาด

2. ตัวถังภายนอก ควรใช้ฟองน้ำ หรือผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด

3. ขอบยาง ควรเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังการใช้งานและไม่ควรปิดประตูเครื่อง เนื่องจากจะทำให้กลิ่นอับชื้น และเกิดเชื้อราได้ง่าย

4. ตัวถังภายใน ควรล้างทำความสะอาดเดือนละครั้ง หรือสูงสุดสามเดือนครั้ง วิธีการล้างถังซัก ให้ตั้งโปรแกรมการซักผ้าหนา ตั้งอุณหภูมิน้ำไว้ที่สูงสุด เปิดเครื่องและปล่อยให้ทำงานจนจบโปรแกรมโดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้าและผงซักฟอก ในกรณีที่ไม่มีโปรแกรมน้ำร้อนให้ใช้น้ำส้มสายชู 1 ขวด เทลงไปในถังซัก ตั้งโปรแกรมการซักผ้าหนา และโปรแกรมสกปรกปานกลาง ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าและผงซักฟอก เปิดเครื่องและปล่อยให้เครื่องทำงานไปจนจบโปรแกรม

5. บานประตูและกระจก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดโดยรอบโดยเฉพาะด้านใน

6. ไส้กรองน้ำทิ้ง ควรถอดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุการอุดตันได้

การตรวจสอบด้วยตนเองเบื้องต้นในกรณีเครื่องซักผ้าขัดข้อง

1. เครื่องไม่ทำงาน ให้ตรวจดูว่าได้เสียบปลั๊กไฟแล้วหรือยัง ฟิวส์ขาดหรือไม่ ตรวจว่าสวิทซ์ตั้งโปรแกรมการซักอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและได้กดปุ่มให้เครื่องทำงานแล้วหรือยัง หรือในกรณีที่ประตูเครื่องปิดไม่สนิท เครื่องก็จะไม่ทำงานเช่นกัน

2. น้ำไม่เข้าเครื่อง ควรตรวจดูว่า ท่อน้ำเข้าบิดงอหรือไม่ ไส้กรองน้ำเข้าไม่อุดตัน หรือยังไม่ได้เปิดน้ำ และในกรณีที่ประตูเครื่องปิดไม่สนิท น้ำก็จะไม่เข้าเครื่องเช่นกัน

3. น้ำเข้าเครื่องแล้วไหลออกตลอดเวลา ให้ตรวจดูว่าท่อสายน้ำทิ้งสวมอยู่ในท่อน้ำทิ้งเรียบร้อยตามปกติหรือไม่ ห้ามวางท่อสายยางน้ำทิ้งลงบนพื้นเพราะจะทำให้น้ำไหลออกจากเครื่องตลอดเวลา สายยางน้ำทิ้งควรติดตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากพื้นดินอย่างน้อย 60 ซม. แต่ไม่เกิน 90 ซม. เนื่องจากระบบถ่ายน้ำของเครื่องซักผ้าเป็นระบบปั๊มน้ำออก

4. ฟองล้นและมีน้ำนองบริเวณพื้น ให้ตรวจสอบว่าได้ใช้ผงซักฟอกที่เหมาะสมกับประเภทของการใช้งานหรือไม่ หรือใส่ผงซักฟอกมากเกินไป และตรวจดูว่าสายท่อน้ำเข้า ท่อน้ำทิ้งรั่ว หรือเกิดความเสียหายหรือไม่

5. เครื่องไม่ทำการถ่ายน้ำทิ้งหรือไม่ปั่นหมาด ให้ตรวจสอบดูว่าท่อน้ำทิ้งไม่บิดงอและดูว่าไส้กรองท่อน้ำทิ้งอุดตันหรือไม่ และหากเลือกโปรแกรมการซักถนอมผ้าเครื่องจะไม่ถ่ายน้ำทิ้ง ให้ปรับไปที่โปรแกรมถ่ายน้ำทิ้ง ถ้ากดปุ่มยกเลิกปั่นหมาด เครื่องก็จะไม่ปั่นหมาดเช่นกัน

6. เครื่องสั่นและมีเสียงดัง ให้ตรวจดูว่าเครื่องไม่ได้วางชิดกับสิ่งของอื่น ได้มีการปรับขาตั้งเครื่องให้สัมผัสพื้นทั้ง 4 ขาหรือไม่

7. ไม่สามารถเปิดประตูเครื่องได้ อาจเป็นเพราะโปรแกรมการทำงานของเครื่องยังไม่เสร็จ หรือประตูยังไม่ได้ปลดล๊อค ต้องรอ 3-5 นาที หลังเครื่องจบโปรแกรมการทำงาน และหยุดทำงานแล้วลองเปิดประตูดูอีกครั้ง

ถ้าตรวจสอบแล้ว ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้โปรดเรียกช่างบริการเพื่อตรวจเช็คหาสิ่งผิดปกติเพื่อแก้ไขก่อนเครื่องจะเสียมาก


ที่มา : http://superjeew.com/webboard/viewtopic.php?p=18849&sid=43d8d5f82da891efaa9ce12f7b0990dc




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 17:22:52 น.
Counter : 10869 Pageviews.  

[เครื่องซักผ้า] การเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

1. แหล่งผลิต แหล่งผลิตเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นสำคัญ เพราะแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ย่อมเป็นสิ่งการันตีถึงคุณภาพที่ดีของสินค้าได้

2. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ที่สำคัญ

2.1 โปรแกรมการทำงานของเครื่อง ยิ่งมาก ยิ่งละเอียด ยิ่งให้ประโยชน์ในการเลือกซักได้เหมาะสมมากกว่า รวมทั้งโปรแกรมน้ำร้อนซึ่งช่วยขจัดคราบสกปรกได้ง่ายขึ้น

2.2 ถังอุ้มน้ำ ทำจากวัสดุที่ให้ความทนทานแตกต่างกัน คือ สแตนเลส, เหล็กเคลือบ หรือ พลาสติกสังเคราะห์

2.3 รอบปั่นหมาด จำนวนรอบที่มากจะได้ผ้าที่หมาดกว่า ประหยัดเวลาในการตากหรืออบผ้า (รอบที่สูงกว่า จึงแพงกว่า) แต่รอบที่สูงกว่าอาจจะทำให้เสื้อผ้าเสียหายได้ รอบที่เหมาะกับเสื้อผ้าเมืองไทย คือ 500-600 รอบ/นาที
3. ระบบต่าง ๆ ที่จะเพิ่มประโยชน์ในด้านประสิทธิภาพของการซักผ้าให้สะอาด และถนอมเส้นใยผ้า รวมทั้งระบบในการประหยัดน้ำ, ประหยัดไฟฟ้า

4. บริการหลังการขาย รับประกันความสมบูรณ์ และคุณภาพของเครื่อง ประสิทธิภาพของการบริการหลังการขายต้องรวดเร็ว สามารถแก้ปัญหาได้ รวมทั้งการแนะนำวิธีการใช้งานและการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง


ที่มา : http://superjeew.com/webboard/viewtopic.php?p=18849&sid=43d8d5f82da891efaa9ce12f7b0990dc




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 16:41:05 น.
Counter : 417 Pageviews.  

[เครื่องปรับอากาศ] BTU vs. ตัน

คำว่า BTU ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เป็นหน่วยความร้อน ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT

ส่วนที่เรียกว่า แอร์ 1 ตัน, 2 ตัน คำว่า ตัน นั้น หมายถึง "ตันความเย็น" เป็นประสิทธิภาพในการทำความเย็น

ที่เรียก "ตันความเย็น" มีที่มาจากการทำให้ น้ำ เป็น น้ำแข็ง ปริมาณ 1 ตัน (หรือ 2,000 ปอนด์) ใน 1 วัน (24 ช.ม.)

ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 1 ปอนด์ เท่ากับ 144 BTU
ดังนั้น น้ำแข็ง 2,000 ปอนด์ (หรือ 1 ตัน) x 144 BTU ต่อ ปอนด์ ต่อ วัน
ซึ่งเท่ากับ 288,000 BTU ต่อ วัน
หรือเท่ากับ 12,000 BTU ต่อ ช.ม.

ทำให้ส่วนใหญ่แอร์ 1 ตัน มีค่าประมาณ 12,000 BTU ถ้าตันครึ่งก็หมายถึง 18,000 BTU เป็นต้น


ที่มา : http://www.airhomenet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=194969




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 17:17:37 น.
Counter : 1622 Pageviews.  

1  2  

eTHeReaL
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add eTHeReaL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.