Group Blog
 
All Blogs
 
[ตู้เย็น] วิธีดูแลรักษาตู้เย็น

1. เลือกติดตั้งตู้เย็นในที่ที่เหมาะสม ไม่ถูกแสงแดด ไม่อยู่ใกล้เตาประกอบหรือหุงต้ม อาหารทุกชนิด อยู่ห่างจากผนังโดยรอบพอสมควร เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดและระบายความร้อนของตู้เย็น

2. ตู้เย็นที่บรรจุของเต็มจะใช้พลังงานน้อยกว่าตู้เย็นที่ว่างเปล่าหรือไม่เต็ม ของที่แช่อยู่ในช่องแช่แข็งที่เต็มจะช่วยทำให้อุณหภูมิของตู้เย็นกลับสู่สภาวะปกติได้เร็ว ภายหลังจากการเปิดประตูตู้เย็นแต่ละครั้ง

3. จัดการกับตู้เย็นเก่าอย่างเหมาะสม ภายหลังจากการติดตั้งตู้เย็นหลังใหม่แล้ว เพราะการเก็บรักษาและใช้ตู้เย็นเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพมาเป็นตู้เย็นสำรอง จะทำให้การใช้ตู้เย็นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้ช่วยลดการใช้พลังงานใด ๆ เพียงแต่ช่วยเพิ่มเนื้อที่ในการเก็บมากขึ้นเท่านั้น

4. การดูดฝุ่นทำความสะอาดด้านหลังตู้เย็นสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตู้เย็นได้มาก

5. ตรวจสอบและทำความสะอาดยางขอบประตูตู้เย็นสม่ำเสมอ และบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีปิดได้สนิท ทดสอบโดยใช้ธนบัตรหรือกระดาษวางในตำแหน่งต่าง ๆ ระหว่างยางขอบประตูกับตู้เย็นแล้วปิดประตูตู้เย็น จากนั้นค่อย ๆ ดึงธนบัตรหรือกระดาษออก ถ้าดึงออกได้โดยง่าย แสดงว่ายางขอบประตูเสื่อมคุณภาพ จะทำให้อากาศร้อนภายนอกเข้าไปภายในตู้เย็น ทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก นอกจากนี้ความชื้นในอากาศยังเข้าไปในตู้เย็นด้วย จะทำให้แผงเย็นหรือช่องแช่แข็งมีน้ำแข็งเกาะเร็วขึ้น ดังนั้นควรเปลี่ยนยางขอบประตูตู้เย็นเสียใหม่

6. คลุมอาหารหรือของที่แช่ในตู้เย็นที่มีความชื้นก่อนแช่ในตู้เย็น เพราะอาหารเปียกชื้นจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น

7. หมั่นละลายน้ำแข็งสม่ำเสมอ เมื่อมีการสะสมน้ำแข็งมากเกินกว่าเครื่องหมายแสดงในตู้เย็น (ปุ่มแดง หรือสัญลักษณ์อื่น) ห้ามใช้ของแข็งที่มีคม หรือมีดแกะน้ำแข็งออกอาจจะทำให้แผงเย็นชำรุดเสียหายได้

8. ไม่ควรเปิดตู้เย็นบ่อยๆ หรือเปิดไว้นานๆ เพราะจะทำให้ความร้อนเข้าไปภายในตู้เย็น ทำให้ภายในตู้สูญเสียความเย็น ดังนั้นตู้เย็นจึงเริ่มทำงานสะสมความเย็นใหม่ สังเกตได้ง่ายๆ คือ บางครั้งที่เปิดตู้เย็นจะได้ยินเสียงมอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มทำงาน จึงไม่เป็นการประหยัดพลังงาน และจะทำให้อายุการใช้งานของตู้เย็นลดลงเร็วกว่าความเป็นจริงด้วย

9. อย่านำของที่ยังร้อนเข้าแช่ในตู้เย็นทันที เพราะความร้อนจากของร้อนจะไปเพิ่มอุณหภูมิภายในตู้เย็นมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ทำงานนานขึ้น จึงกินไฟเพิ่มขึ้น ควรปล่อยให้ของที่ยังร้อนเย็นตัวลงก่อน ก่อนที่จะนำเข้าเก็บไว้ในตู้เย็น

10. ภายในตู้เย็นจะมีหลอดไฟแสงสว่าง เมื่อเปิดประตูตู้เย็นหลอดไฟจะติดเพื่อหยิบของภายในตู้เย็นได้สะดวก เมื่อปิดประตูตู้เย็นขอบประตูจะไปกดสวิตช์ให้หลอดไฟดับด้วย ถ้ากรณีที่สวิตช์ค้างหรือเสียหลอดไฟในตู้เย็นจะติดตลอดเวลา ทำให้อุณหภูมิภายในตู้เย็นสูงขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองไฟ และมอเตอร์คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนักไปด้วย จึงควรรีบซ่อมสวิตช์หลอดไฟแสงสว่าง

11. ตรวจสอบและติดตั้งการทำความเย็นของตู้เย็นให้อยู่ที่ระดับเหมาะสม คือในพื้นที่แช่เย็นทั่วไปที่อุณหภูมิ 3-5 องศาเซลเซียส และที่ช่องแช่เข็งที่อุณหภูมิ - 10 ถึง - 15 องศาเซลเซียส การตรวจวัดอาจต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์เนื่องจากตู้เย็นโดยทั่วไปจะไม่บอกอุณหภูมิภายในตู้เย็น


ที่มา : http://superjeew.com/webboard/viewtopic.php?p=18849&sid=43d8d5f82da891efaa9ce12f7b0990dc


Create Date : 28 ตุลาคม 2550
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 21:32:51 น. 0 comments
Counter : 2018 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

eTHeReaL
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add eTHeReaL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.