ปวงประชาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

Le gouvernement a annoncé une période de deuil pendant un an.

รับ ถ่ายทอดสด* รับผลิตรายการ โทรทัศน์ *ตัดต่อ ...
Group Blog
 
All blogs
 

ความรัก.... ของผม ณ.ปัจจุบัน

























.




 

Create Date : 04 มกราคม 2553    
Last Update : 28 ธันวาคม 2558 1:08:46 น.
Counter : 47 Pageviews.  

อยาก ... ตาย....

 ถ้าอยากตาย...อ่านเรื่องนี้ให้จบก่อน       แล้วค่อยไปตาย.

วิเคราะห์
ในบางครั้งความผิดหวังในชีวิตกับเหตุการณ์ต่างที่ประดังเข้ามา
มันกดดันจิตใจเราเกินกว่าที่จะรู้สึกอดทนได้ ความเร่าร้อนกระวนกระวาย
ความคิดที่แตกซ่านฟุ้งกระจายและเจ็บปวดมันมากมายจนเราเกินจะทนไหว
วันแล้ววันเล่าที่มีแต่ความผิดหวังและว่างเปล่า มองไม่เห็นที่พึ่งหรือทางออก
ดูชีวิตช่างมืดมนจนไม่เห็นทางที่จะฟื้นตัวกลับมาได้อีก ทางออกสุดท้ายในใจ...ตายซะให้มันพ้นๆไป
ถ้าคุณมีความคิดเช่นนี้อยู่ อย่าเพิ่งรีบตาย
รออีกนิดมันก็ไม่ทำให้ความตายของคุณเสียรสชาติไปเท่าไร

ในความทุกข์ระทมทางจิตใจแบบนั้น
มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่คำพูดไม่กี่คำ
หรือเนื้อหาไม่กี่ประโยคจะทำให้ความทุกข์ที่เผาใจคุณอยู่จางหายไปได้
แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่คุณคนเดียวสักหน่อยที่รู้จักกับความเจ็บปวด
และพวกเขาอาจจะเจอมามากกว่าหรือบ่อยกว่าที่คุณเจอมาก็ได้ แต่ก็ช่างเถิด
เอาเป็นว่ามิใช่มีแต่คุณคนเดียวหรอกที่รู้จักความเจ็บปวดในจิตใจแบบนี้ และถ้าทำได้
มันจะดีกว่านี้มากถ้าเราได้นั่งคุยกัน
คุณอาจจะได้รู้อะไรดีๆก่อนที่จะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองไปอย่างโดดเดี่ยว
คนที่จะตัดสินใจทิ้งชีวิตตัวเองไปอย่างจงใจคงต้องเจอเรื่องที่แย่มากจริงๆ...คุณว่าไหม
แต่อ่านให้จบหน้านี้แล้วค่อยไปตายมันก็คงไม่สาย

อารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนทำให้เจ็บร้าวไปทั้งใจ หัวสมองตื้อตัน
มันก็เหมือนเวลาเราโกรธอย่างฉับพลันทันที
จึงแสดงความรุนแรงโต้ตอบออกไปโดยที่มิทันได้คิด
เป็นอาการตอบสนองซึ่งคนที่มิได้ฝึกควบคุมมาไม่สามารถควบคุมได้เลย
ความรุนแรงและเกรี้ยวกราดจะไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก
ความรู้สึกนี้มันได้บดบังจิตสำนึกต่างๆรวมทั้งเหตุผลโดยสิ้นเชิง
คุณเชื่อไหมว่าคนที่จะฆ่าตัวตายมีความรู้สึกลึกๆที่ไม่แน่ใจว่าอยากจะตายจริงๆ
มันจะเกิดความขัดแย้งสับสนในห้วงความคิดระหว่างการทนอยู่กับการตายหนีไปให้พ้นๆ
และมันจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักความสับสนให้เพิ่มขึ้นจากปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นให้รู้สึกแย่ลงไปอีก
สมองก็จะยิ่งทึบหนักคิดอะไรไม่ออก จนในที่สุดก็ไม่คิดอะไรอีกต่อไป
และเดินหน้าเข้าสู่ความตายแบบต่างๆโดยปราศจากความคิดโดยสิ้นเชิง
หรือที่เรียกกันอีกอย่างแบบสุภาพว่า “คิดสั้น” ซึ่งไม่ต่างอะไรจากคำว่า
“สิ้นคิด” แต่อย่างใด


จากการวิเคราะห์เป็นทางการ   จะสรุปได้ว่า

การฆ่าตัวตายมันมิได้เป็นการเลือกที่จะทำอย่างตั้งใจ แต่มันเกิดขึ้นจากความเจ็บปวดในใจในความคิด
ที่มากเกินกว่าจะอดทนต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านั้นได้

ดังนั้นคนที่เคยมีความคิดจะฆ่าตัวตายก็มิใช่ว่ามันเกิดจากความผิดปรกติ
ความโง่ ความอ่อนแอ หรือความไม่สมประกอบแต่อย่างใด และข้อสำคัญ
มันมิได้หมายความว่าคุณต้องการจะตายจริงๆแต่อย่างใด
มันแค่เกิดขึ้นจากสาเหตุที่คุณได้รับความเจ็บปวดทางจิตใจมากเกินกว่าความสามารถที่จะรับได้ในเวลานั้น
คุณยืนแบกรับน้ำหนักที่ทยอยใส่บนบ่าให้คุณแบกเอาไว้
พอถึงจุดหนี่งน้ำหนักที่เพิ่มเข้าไปจะทำให้คุณทรุดลงกับพื้น
ไม่ว่าคุณจะพยายามฝืนตัวยืนอยู่อย่างไรก็ตาม
เพราะเราทุกคนมีขีดจำกัดของตัวเองทั้งสิ้น
แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณมิได้ตั้งใจจะทรุดลงไปกองกับพื้น
หรืออีกนัยหนึ่งคุณมิได้ตั้งใจอยากจะตายจริงๆ และถ้าทำได้
คุณก็อยากจะให้กำลังใจตัวเองมากกว่าที่จะเพิ่มความหดหู่สิ้นหวัง
แต่เป็นเพราะช่วงนั้นมันหนักเกินกว่าที่คุณจะทนไหว
ความเจ็บปวดในใจเป็นสิ่งที่วัดและเปรียบเทียบกันระหว่างบุคคลไม่ได้เลย
เรื่องปวดหัวใจที่คนอื่นทนได้ไม่จำเป็นที่เราจะต้องทนได้เสมอไป ดังนั้นจงอย่าไปฟัง
ถ้าคนอื่นที่รู้เรื่องของคุณอาจจะพูดว่า เรื่องของคุณไม่หนักหนาพอที่จะคิดฆ่าตัวตาย
เพราะการคิดฆ่าตัวตายมันเกิดขึ้นจากระดับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นสูงเกินกว่าความสามารถที่จะอดทนรับได้ของแต่ละคนเท่านั้น
ซึ่งแต่ละคนมีมากน้อยต่างกันอย่างมาก

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ระดับความสามารถอดทนต่อความเจ็บปวดลดลงต่ำ
ความรู้สึกอยากตายก็จะเกิดขึ้นเมื่อนั้น ความรู้สึกอยากตายมิใช่เรื่องผิดหรือถูก
หรือเป็นความผิดปรกติจากธรรมชาติใดๆทั้งสิ้น
มันเป็นแค่ผลพวงจากความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างความสามารถในการอดทน
กับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในจิตใจ

เมื่อเป็นดังนั้นการแก้ปัญหานี้จะมีอยู่แค่สองวิธี
    ๑) หาหนทางลดความเจ็บปวดลง หรือไม่ก็
    ๒)หาทางเพิ่มความสามารถที่จะอดทนต่อความเจ็บปวดนั้นให้มากขึ้นในภาวะแบบนี้

คุณควรจะได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ไว้เป็นแนวคิด

    ๑) ถ้าคุณยังไม่เคยรู้มากก่อน
    คุณควรจะรู้ไว้ว่า มีคนอื่นๆเคยผ่านภาวะแบบนี้ และอยู่รอดได้มาแล้ว
    เขาเคยทุกข์แบบเดียวกับคุณในขณะนี้  ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่คุณจะอยู่รอดได้เช่นกัน

    ๒) ให้เวลากับตัวเองอีกสักนิด
    ถ้าคิดจะตายจริงแล้ว เลื่อนเวลาออกไปอีกสักวัน หรือสักอาทิตย์ก็ไม่ทำให้การตายเสียรสชาติไปแต่อย่างใด
    เพียงเพราะคุณคิดอยากจะฆ่าตัวตายมิได้หมายความว่าคุณต้องตายทันทีในเวลานี้ คุณสามารถแยกความรู้สึก กับการกระทำออกจากกันได้
    มันก็เหมือนที่คุณได้อ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นโดยที่คุณยังไม่ลงมือฆ่าตัวตาย รออีกสักวันไม่ทำให้คุณแย่ลงไปกว่าเดิมหรอก

    ๓) คนที่พึ่งพาการฆ่าตัวตาย
    คือการหาหนทางหยุดความทุกข์อย่างรวดเร็ว เหมือนในช่วงที่เราทานอาหารเผ็ดจัดหรือกระหายน้ำอย่างรุนแรง เราจะดื่มน้ำอย่างเอา    เป็นเอาตายเมื่อมีโอกาส  เพื่อลดความกระหาย หรือ การที่เราต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายทุกข์เวลาท้องเสียหรือต้องอั้นเป็นเวลานาน
    ดังนั้นจำไว้ว่าการบรรเทาทุกข์เป็นความรู้สึกที่รับรู้ว่าความทุกข์ได้ลดลงแล้ว

    ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้ความรู้สึกนั้น แต่คุณจะไม่สามารถรับรู้ได้ถ้าได้ตายไปแล้ว มันน่าเสียดายอย่างยิ่ง

    ๔)ผู้คนจะแสดงอาการไม่ดีต่างๆ
    เมื่อรู้ว่าคุณกำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเขารู้สึกกลัว หรือรู้สึกโกรธจากความผิดหวังในตัวคุณ
    มันทำให้คุณรู้สึกแย่ลงทั้งสิ้น ถ้าคุณเผลอไปให้ใครรับรู้ว่าคุณจะฆ่าตัวตาย
    แล้วพวกเขาเหล่านั้นแสดงอาการหรือพูดจาให้คุณรู้สึกแย่ลงไปอีก
    ขอให้เข้าใจว่ามันเป็นอาการตอบสนองตามธรรมชาติที่เกิดจากความกลัวของพวกเขา
    ไม่เกี่ยวกับตัวคุณเลย และจงอย่าพยายามจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวคนเดียว
    คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีคนที่อยากจะคุยกับคุณในช่วงเวลาแย่ๆเช่นนี้  โดยจะไม่พยายามตัดสินคุณ โต้เถียงกับคุณ
    หรือพยายามที่จะชักจูงให้คุณคิดว่าปัญหาของคุณมิใช่เรื่องใหญ่  ลองใช้เวลาจากนี้อีกสักวัน หรือสักอาทิตย์เพื่อค้นหาคนๆนั้น
    แล้วเล่าให้เค้าฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคุณ แต่ถ้าคุณหาไม่ได้ ก็ลองติดต่อมาที่

    ๕) ความคิดอยากจะฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ต้องทำการรักษา
    เมื่อความรู้สึกได้บรรเทาลงแล้ว คุณต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง การได้พูดคุยและจับกลุ่มกันเป็นสังคม
    และยิ่งไปกว่านั้นหากได้มีโอกาสช่วยคนอื่นๆที่ตกอยู่ในสภาพนี้จะยิ่งเป็นการแก้ไขอย่างถาวรซึ่งได้ผลที่สุด


    มาถึงตรงนี้ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด
    คุณอ่านมาได้ถึงตรงนี้แล้ว
    คุณควรจะให้รางวัลกับตัวเอง ด้วยการให้กำลังใจ

    ในการเพิ่มความอดทนต่อ ความรู้สึก เจ็บปวดในจิตใจ
    อันเป็นการเพิ่มแรงต้านความเจ็บปวดที่ทำให้คุณคิดอยากจะฆ่าตัวตาย

    ดังนั้นจงให้รางวัลกับตัวเองด้วยพลังความเข้มแข็งนั้น ทีละเล็กทีละน้อย
    จนคุณสามารถสร้างความสมดุลให้พ้นจากความคิดอยากตายไปได้โดยสิ้นเชิง



เมื่อถึงตรงนี้
    คุณควรจะโทรหาใครสักคนที่คิดว่าน่าจะคุยกับคุณได้
    โดยไม่เพิ่มความเจ็บปวดให้จิตใจคุณอีก
    บางทีอาจจะคุยกันไปหัวเราะกันไปก็ได้

บทความนี้เป็นบริการสาธารณโดยเรียบเรียงข้อมูลศึกษาจากเว็บไซด์ต่างประเทศหลายแห่ง

โดยนายพัฒนดิฐ กุลไพจิตร
hs1wfk@msn.com

ถ้าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ต่อไป
ท่านสามารถเชื่อมโยงเข้าหาหรืออ้างอิงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบ



 : Users Online




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2552    
Last Update : 28 ธันวาคม 2558 0:35:46 น.
Counter : 38 Pageviews.  

ตำรับเคล็ดลับแก้ตะคริว ได้ผลชะงัดมาก

ตำรับเคล็ดลับแก้ตะคริว ได้ผลชะงัดมาก

รายละเอียด

แก้ไขอาการเล็กๆ ด้วยตัวเอง

สะอึก เป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของใครก็ได้ไม่เลือกเพศและวัย และไม่รู้สาเหตุที่
แท้จริง และอาจเป็นเพราะสะอึกไม่ใช่อาการร้ายแรง ไม่เป็น อันตราย ไม่เคยมีใครเสียชีวิตจาก
การสะอึก จึงยังไม่มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง

การสะอึกน่ารำคาญแค่ไหนคนที่กำลังสะอึกจะรู้ดี เพราะความรำคาญ จึงพยายามหาวิธีช่วยให้
หายสะอึกโดยเร็ว แล้วในที่สุดดูเหมือนว่าวิธีที่ดีที่สุดที่ได้ผล เกิน 80% ก็คือ การหายใจในถุงกระดาษ
ไม่เกิน 5 นาที อาการสะอึกจะหายได้แต่ต้องเป็นถุงที่ไม่รั่ว

ยังมีอาการเล็กๆที่ชอบเกิดขึ้นกับร่างกายอีกอาการหนึ่งคือ ตะคริว ตะคริวนี้มักเกิดขึ้นในตอน
เช้ามืด เป็นระยะเวลาสั้นๆ บางคนจึงใช้วิธีนอนนิ่งๆ ทนปวด ค่อยๆยืดขา ดัดปลายเท้า บีบนวด
สักพักใหญ่ๆก็หาย แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีหมอประจำทีมนักกีฬาโอลิมปิกของอเมริกาได้พบตำรับเคล็ดลับแก้
ตะคริว ได้ผลชะงัดมาก
เพียงแต่ให้เอานิ้วหัวแม่มือ กับนิ้วชี้หนีบริมฝีปากบนไว้ไม่เกิน 1 นาที ตะคริวจะหายได้
อย่างมหัศจรรย์ บอกไม่ได้ว่าทำไมจึงหาย แต่บอก ได้ว่าได้ผลเกิน 80% เป็นตะคริวคราวใดก็ลองดู


โดย : 20 Karaoke [ 22/11/2006 , 14:47:23 ]




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 20:23:40 น.
Counter : 228 Pageviews.  

ต้นเหตุ 6 นิสัยทำลายชีวิต


ต้นเหตุ 6 นิสัยทำลายชีวิต
ถ้าพูดถึงคนที่มีสุขภาพจิตดีคุณจะนึกถึงคนที่มีบุคลิกภาพอย่างไร? บางคนนึกถึงคนที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลา หรือคนที่ร่าเริงอยู่เสมอ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน หรือคนที่ไม่เคยมีความทุกข์เลยใช่ไหมครับ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไรนั่นก็อาจถูกต้องในบางส่วน
ถ้าพูดถึงคนที่มีสุขภาพจิตดี องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายไว้ว่า สุขภาพจิตที่ดี คือ ความสามารถที่จะปรับตัวให้มีความสุขอยู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ดี มีสัมพันธภาพอันดีงามกับบุคคลอื่น ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสมดุลอย่างสุขสบาย รวมทั้งสนองความต้องการของตนเองในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีข้อขัดแย้งภายในจิตใจ
ไม่ว่าใครย่อมต้องอยากมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แต่คุณ ๆ ทราบหรือไม่ครับว่า คนที่ซึมเศร้า ไม่สบายใจนอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว บางครั้งก็อาจจะมาจากนิสัยส่วนตัวของคุณเองก็ได้นะครับ
วันนี้เราลองมาสำรวจตัวเองกันดีกว่า ว่าคุณเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ของคุณเอง เพราะมี 6 นิสัยต่อไปนี้หรือไม่
1. นิสัยขี้ระแวง คนที่มีนิสัยขี้ระแวงนั้นเป็นคนที่ไม่เคยไว้วางใจผู้ใดเลย ใครจะทำอะไรจะคิดอะไรก็นึกคิดไปว่าเขามีความประสงค์ร้ายกับตน คิดว่าใคร ๆ ไม่รัก ไม่ให้ความสำคัญ ไม่นับถือ ระแวงว่าจะถูกทรยศ หักหลัง คนขี้ระแวงไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สวมบทบาทใด ๆ ในชีวิตก็จะทำให้บทบาทนั้นเป็นบทบาทที่มีปัญหาและคนที่ได้รับควาทุกข์นั้นก็คือตนเองและผู้ใกล้ชิด ถ้าคุณเป็นเจ้านายคุณก็จะระแวงว่างานที่มอบหมายให้ลูกน้อง อาจจะทำไม่สำเร็จ ระแวงว่าสามีจะมีเมียน้อย ภรรยาจะมีชู้ ฯลฯ นิสัยระแวดระวังนั้นเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเป็นหวาดระแวงไปซะทุกเรื่องอย่างนี้คงแย่มากกว่า
2. คนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง นิสัยไม่มั่นคงในตนเองมักจะสร้างความทุกข์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยไม่รู้จักตัวเองว่าตนนั้นต้องการอะไรกันแน่ ชอบอะไร แบบไหน ควรวางตัวแบบไหนในสังคม ไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตได้ ตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันจนถึงเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต นิสัยขาดความเชื่อมั่นในตนเองใช่ว่าเจ้าของนิสัยจะชอบแต่ไม่อาจลบล้างความรู้สึกด้อยในใจตนเองได้ ทั้งที่ความรู้สึกที่ว่าตนเองนั้นต่ำต้อยแต่อาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้
3. นิสัยกล่าวโทษผู้อื่นอย่างไม่รู้จบสิ้น ในความผิดพลาดล้มเหลวที่ผ่านมาแล้วและสิ้นสุดไปแล้วถ้าคุณเป็นคนที่คอยแต่เพ่งโทษผู้อื่น เห็นว่าความผิดของคนอื่นนั้นยิ่งใหญ่เท่าภูเขา เป็นความผิดร้ายแรงไม่มีวันที่จะให้อภัยได้ มองเห็นแต่ความไม่ดี ความไม่ถูกต้อง ความไม่เหมาะสมในสิ่งที่ผู้คนรอบข้างของคุณทำ โดยไม่ได้มองด้วยใจที่เป็นกลางและเป็นธรรม มองอย่างที่ควรจะเป็นในสภาวการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองด้วยเหตุผล ฯลฯ ถ้าคุณมีนิสัยเช่นนี้ย่อมจะทำให้คุณทุกข์ทนและไม่มีความสุขแน่นอน เพราะคงไม่มีใครจะเป็นผู้ที่ไม่ถูกต้องดีงามสำหรับคุณทุกคนแน่
4. นิสัยหลีกหนีปัญหา หลีกหนีเหตุการณ์ หาทางออกให้กับตนเองอย่างผิด ๆ เช่น การดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด การเล่นการพนัน โดยคิดว่าการใช้สุรายาเสพติดจะเป็นการแก้ปัญหาแต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นไปอีก กับบางคนอาจเป็นลักษณะไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น พาลทะเลาะปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไขมิหนำซ้ำกลับทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเข้าไปอีก
5. นิสัยมองโลกในแง่ร้าย คนเช่นนี้จะเป็นคนที่มีชีวิตแต่ละวันด้วยความหดหู่เศร้าหมองด้วยเห็นว่าผู้คนรอบตัวนั้นต่างเป็นศัตรูของตนเอง เป็นผู้ที่คอยทำลายตนเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนต่างก็เลวร้ายทั้งนั้น เป็นคนที่คิดหรือมองคนในแง่ลบ
6. คนที่มีจิตใจหมกมุ่นอยู่กับความอาฆาตแค้น ชิงชัง ริษยา จิตใจเช่นนี้หาความสงบไม่ได้แน่ด้วยร้อนรนอยู่ด้วยความทุกข์ที่เกิดจากความคิดร้าย ๆ ของตนเอง ด้วยจิตอาฆาตแค้นที่ไม่ยอมอภัยและคอยคิดทำร้าย ความร้อนของไฟริษยาที่คิดว่าคนอื่น ๆ ล้วนดีกว่าตนทั้งนั้น ตนนั้นต่ำต้อยนัก มีทางใดที่จะเอาชนะหรือทำให้คนที่ตนเห็นเป็นศัตรูเดือดร้อน เจ็บปวดได้ก็จะทำ ถ้าคุณมีนิสัยอย่างนี้ก็จะมีแต่ความทุกข์ร้อนไม่หยุดหย่อน
สำรวจพบเหตุแห่งทุกข์กันบ้างไหมครับ ถ้ามีนิสัยเหล่านี้อยู่ก็ควรจะหาหนทางดับทุกข์ด้วยการ ปรับปรุงกาย ปรับปรุงใจเสียใหม่ มองโลกในแง่ดี มองคนรอบข้างอย่างเข้าใจว่าคนทุกคนล้วนแตกต่างกัน ผู้คนในโลกนี้ต่างมีนิสัยที่ดีและไม่ดีกันทุกคน มองในส่วนที่ดีของเขาหรือถ้าเป็นไปได้ยอมรับในส่วนที่ไม่ดีของเขา ปรับตัวในทางที่ถูกต้องในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความสำเร็จในการปรับตัวที่ดีย่อมจะทำให้คุณได้รับรางวัลแห่งชีวิต นั่นคือการเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดีและชีวีเป็นสุข

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมสุขภาพจิต




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 28 ธันวาคม 2558 0:12:07 น.
Counter : 37 Pageviews.  


MEE MUSIC
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






-
:: ปวงประชาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ : Online รวมทั้งหมด0คน
New Comments
Friends' blogs
[Add MEE MUSIC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.