[2013] Chapter [5]

จังหวัดพิบูลสงคราม

มณฑลบูรพา

ราชอาณาจักรไทยใต้



ลานจตุรัสพิบูลสงครามคราคร่ำไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะวันอาทิตย์ต้นเดือนที่มีตลาดนัดรอบๆ อนุสาวรีย์จอมพลที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางจตุรัส ราชอาณาจักรไทยใต้เป็นประเทศเดียวในอินโดจีนที่ไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นภายหลังสงคราม และยังคงสถานะเป็นประเทศเอกราชผู้ชนะสงครามร่วมกับญี่ปุ่น เยอรมัน และอิตาลีอย่างเต็มภาคภูมิ แต่อย่างไรก็ตามราชอาณาจักรไทยใต้ยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิญี่ปุ่นอยู่ดี ในปี 1947 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอแยก 7 จังหวัดทางตอนเหนือของไทยเดิม ไปรวมกับรัฐฉาน ตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ไปจนจรดอ่าวตังเกี๋ย ตั้งเป็นประเทศภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นโดยรัฐบาลไทยไม่สามารถปริปากใดๆ


ชาวญี่ปุ่นสองคนสวมแว่นตาทรงกลมนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านกาแฟข้างทาง มองคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทั้งคู่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับถึงข้อศอก มีสายรั้งกางเกง เครื่องแบบอย่างไม่เป็นทางการที่ใครๆ ก็รู้ว่าทั้งสองคนนี้คือเก็มเปไต คนหนึ่งสวมหมวกแบเรต์ปิดนัยน์ตา เจ้าหน้าที่ตำรวจลับของจักรวรรดิทั้ง 2 คนนั่งเงียบๆ โดยแทบจะไม่คุยอะไรกับเลย ไม่นานนักชายคนที่สามก็มาสมทบ


ชายคนที่สามเป็นชาวไทย วัยกลางคน แต่งชุดตำรวจครึ่งท่อนสวมเสื้อยืดคอกลม เมื่อมาถึงเก็มไปไตทั้งสองคนก็ลุกขึ้นโค้งเล็กน้อย ชายชาวไทยโค้งตอบตามธรรมเนียม ก่อนจะขยับเก้าอี้นั่ง


"สารวัตรณรงค์จะสั่งอะไรหรือไม่?" ชายชาวญี่ปุ่นคนที่ไม่สวมหมวกพูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ


"ไม่เป็นไร ผมทานมาแล้ว คุณอิชิฮาร่า" สารวัตรชาวไทยพูด พลางมองซ้ายมองขวา "ทำไมไม่เจอกันในที่ ๆ เป็นส่วนตัวกว่านี้"


"ไม่มีความจำเป็นครับ สารวัตร" อิชิฮาร่าพูด "ไม่มีใครอยากจะตอแยกับพวกเราอยู่แล้วครับ ฮ่า ๆ"


สารวัตรณรงค์ถอนหายใจ "เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน"


"สารวัตรได้นำเอกสารตามที่ทางเก็มเปไตร้องขอมาด้วยหรือไม่"


สารวัตรยกกระเป๋าเอกสารมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดออก หยิบเอาแผ่นแม่เหล็กบันทึกข้อมูลออกมา "นี่คือสำเนาของเอกสารระบุการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไทย....ใต้" คนไทยโดยทั่วไปจะไม่ยอมเรียกประเทศตัวเองว่าราชอาณาจักรไทยใต้ เป็นเรื่องปกติ "...ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงานทุกคนในชั่ว 3 เดือนที่ผ่านมา"


สารวัตรชาวไทยจุดบุหรี่สูบ


"บรรดา สส.พรรคแรงงาน ทางสันติบาลเราจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว" สารวัตรพูด "พวกนี้แม้จะฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่เรายังไม่เห็นความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ.... ทางคุณมีข่าวกรองอะไรจะแลกมั่ง"


ชาวญี่ปุ่นสองคนมองหน้ากัน


"ขอให้ทางคุณจับตาพวกเขาให้ใกล้ชิด เราได้รับรายงานจากสายลับของเราว่า "ช่างตีเหล็ก" กำลังวางแผนจะเข้าไปเคลื่อนไหวในสหพันธรัฐไทยเหนือโดยเข้ามาทางไซ่ง่อน ผ่านประเทศคุณโดยอาศัยความช่วยเหลือจากนักการเมืองฝ่ายซ้ายของประเทศคุณ" อิชิฮาร่าพูด


สารวัตรณรงค์เลิกคิ้ว


"ช่างตีเหล็ก !!?... เป็นไปไม่ได้ ถ้าคนระดับนั้นอยู่ในราชอาณาจักรไทย ไม่มีทางที่สันติบาลจะไม่รู้"


"คนๆ นี้ลึกลับมาก แม้กระทั่งสายของเก็มเปไตในพรรคคอมมิวนิสต์ยังแทบไม่รู้ความเคลื่อนไหว" อิชิฮาร่าพูด


ช่างตีเหล็ก คือชื่อจัดตั้งของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สากล เขาเป็นคนที่ลึกลับที่สุด ตำแหน่งของเขาผ่านการเลือกตั้งโดยสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์สากล เลขาธิการพรรคคนก่อนๆ มีบทบาทในทางสังคมบ้างไม่มาก จนกระทั่งภายหลังการกวาดล้างใหญ่ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เกือบหมื่นคนถูกจับ เกินกว่าครึ่งถูกยิงเป้าที่เหลือถูกส่งไปใช้แรงงานตอนเหนือสุดของไซบีเรีย เลขาธิการพรรคคนปัจจุบันจึงเก็บตัวเป็นความลับที่สุด


"เรารู้แต่ว่า เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สากลคนปัจจุบัน หรือ ช่างตีเหล็ก เป็นคนสัญชาติญี่ปุ่น" อิชิฮาร่าพูดต่อ "ภายในองค์กรคอมมิวนิสต์สากลจะมีคณะกรรมาธิการใหญ่เป็นเปลือกหุ้มสมัชชาอยู่ และในบรรดาสมัชชานั้นเองจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกเลขาธิการ ดังนั้นแม้แต่คณะกรรมาธิการใหญ่ก็ไม่รู้ว่าใครคือตัวจริงของเลขาฯ"


"สายลับของเก็มเปไตที่เข้าไปแทรกแซงในพรรคฯ ได้พยายามอย่างยิ่งยวดจนในที่สุดก็สามารถจะบอกได้ว่า ชายผู้นี้..."


"ชาย ?" สารวัตรณรงค์พูด


"ใช่... สายลับของเราหลายคนรายงานตรงกันว่า ช่างตีเหล็ก เป็นชายวัยกลางคน สัญชาติญี่ปุ่น แต่ไม่ทราบถึงรูปพรรณสัณฐาน ทางหน่วยข่าวกรองของเราสันนิษฐานว่า บุคคลที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดที่จะเป็นช่างตีเหล็ก คือ มาเอดะ ไทโช" อิชิฮาร่ายกถ้วยกาแฟเย็นชืดขึ้นจิบ "ชายคนนี้อดีตเคยเป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกในกองทัพของสมเด็จพระจักรพรรดิ แต่ในปี 1983 เขาได้พยายามกบฏ นักเรียนนายร้อยรุ่นนั้นถูกยิงเป้าทั้งหมด มีคนเดียวที่หนีรอดไปได้คือมาเอดะ ไทโชคนนี้ เขาได้รับการบันทึกว่ามีส่วนในการวางระเบิดตึกรัฐสภาญี่ปุ่น และทางรถไฟอีกหลายแห่งในประเทศจีน จนกระทั่งหลังการกวาดล้างครั้งใหญ่ เขาก็หายสาบสูญไป"


"คุณพอจะมีรูปถ่ายของชายคนนี้หรือไม่"


อิชิฮาร่าหันไปพูดกับเก็มเปไตอีกคนหนึ่งด้วยภาษาญี่ปุ่น ชายสวมหมวกแบเร่ต์หยิบเอากระเป๋าเอกสารขึ้นมาเปิด ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบางๆ ยื่นให้สารวัตรณรงค์


สารวัตรณรงค์หยิบแฟ้มมาพลิกดู


มาเอดะ ไทโช อายุ 50 ปี เกิดเมื่อ 14 ตุลาคม 1963 ที่กรุงเทพมหานครฯ อดีตเมืองหลวงของราชอาณาจักรไทย บิดาเป็นนายทหารช่างสังกัดกองทัพเรือของพระจักรพรรดิ ชื่อนาวาเอกมาเอดะ ชินทาโร่ มารดาเป็นคนไทยชื่อสร้อยสน


"โฮ่ เป็นลูกครึ่งหรอกหรือ" สารวัตรอุทานเบาๆ


"ลูกครึ่งสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ผมเองก็เป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นเหมือนกัน" อิชิฮาร่าพูด "แม่ผมเป็นคนมณฑลพายัพ สหรัฐไทยเหนือ"


"อ้าว! ขอโทษที ผมไม่ได้ตั้งใจ"


เขาจบการศึกษาระดับมัธยมต้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารที่ปัตตาเวีย ในปี 1978 สำเร็จโรงเรียนเตรียมทหารด้วยคะแนนยอดเยี่ยม จนได้รับทุนจากสมเด็จพระจักรพรรดิไปเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกที่โตเกียวในปี 1980


"ว่ากันว่ามาเอดะไทโชผู้นี้มีความฉลาดหลักแหลมพอๆ กันท่านนายพลอิโซโรคุ ยามาโมโต้ในตำนานทีเดียว" อิชิฮาร่าพูด "น่าเสียดาย..."


ในปี 1983 มาเอดะ ไทโช กับเพื่อนนักเรียนนายร้อยร่วมรุ่นได้ก่อกบฏ ยึดเอาโรงเรียนนายร้อย และกองบัญชาการทหารยานเกราะ ก่อนจะเคลื่อนขบวนเข้าล้อมพระราชวังอิมพีเรียล แต่สุดท้ายทั้งหมดก่อการไม่สำเร็จ และถูกยิงเป้าทั้งหมด แต่มาเอดะ ไทโชกลับรอดตายอย่างปาฏิหาริย์

"คาดว่าในกองทัพเองก็มีสายของพวกแดงอยู่ไม่น้อย น่าสนใจคือทำไมจู่ๆ นักเรียนนายร้อยปี 2-3 ยังเด็กหนุ่มกล้าลุกขึ้นมาต่อต้านสมเด็จพระจักรพรรดิ เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง แต่ที่แน่ๆ มาเอดะ ไทโช สามารถหนีรอดมือเก็มเปไตนัยครั้งไม่ถ้วน จากโตเกียว ไปถึงฮอกไกโด ข้ามทะเลญี่ปุ่นไปยังคาบสมุทรเกาหลี จนถึงมอสโคว์ เราตามจับมันได้แค่เงาเท่านั้น เจ้าหมอนี่ยังโผล่มาหลอกหลอนพวกเราซึ่งเป็นหน่วยตำรวจลับที่มีการข่าวกรองที่เยี่ยมที่สุดในโลก"


สารวัตรณรงค์หางตากระตุกเล็กน้อย เขารู้สึกหมั่นไส้ไอ้เก็มเปไตลูกครึ่งคนนี้เล็กน้อย สารวัตรชาวไทยเชื่อว่าการข่าวกรองของสันติบาลไทยก็ไม่ด้อยไปกว่าเก็มเปไตเท่าไหร่ เขามั่นใจว่ามาเอดะไทโชคนนี้จะต้องอยู่ในเงื้อมมือของเขาแน่นอน


"เจ้าหมอนี่ มันมีชื่อไทยหรือเปล่า?"


"มีสิ" อิชิฮาร่าพูด "ไม่ได้ระบุไว้ในแฟ้มหรอก ...มันมีชื่อแม่ตั้งให้ว่า รุจน์ ทางเราพบว่ามันเคยเดินทางผ่านลาว 2 ครั้งด้วยชื่อนี้ แต่นี่เป็นแค่หนึ่งในหลาย ๆ ชื่อเท่านั้น"


สารวัตรณรงค์พลิกแฟ้มไปยังรูปของมาเอดะ ไทโช เป็นรูปเด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนรูปร่างสันทัด คิ้มเข้ม สวมชุดนักเรียนนายร้อยเต็มยศ


"ไม่มีรูปปัจจุบันเลยหรือ" สารวัตรบ่น


"ไม่มี...แบบที่เห็นชัดๆ" อิชิฮาร่าพูด ก่อนจะพลิกแฟ้มไปอีกหน้าหนึ่งที่เป็นรูปถ่ายซูมจากระยะไกล เป็นชายรูปร่างสันทัด ไม่อ้วน ไม่ผอม สวมชุดสูทสากลสีเข้ม แม้จะเห็นรายละเอียดบนใบหน้าไม่ชัดเจน แต่ก็มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับรูปวัยหนุ่มของเขา


"ก็ยังพอใช้ได้ ...คุณอิชิฮาร่า ผมคงต้องนำเรื่องนี้ปรึกษากับท่านผู้บัญชาการกรมตำรวจสันติบาลก่อน เราคงต้องเพิ่มการตรวจคนเข้าเมืองทั้งตามแนวชายแดน ท่าเรือ และท่าอากาศยาน"


"ขอบคุณมาก แต่เกรงว่าเวลานี้มาเอดะ ไทโช น่าจะอยู่ในราชอาณาจักรไทยใต้แล้ว อาทิตย์หน้าจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ของสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่-โตเกียว คาดว่าพรรคคอมมิวนิสต์น่าจะมีแผนการอะไรสักอย่าง"


สารวัตรชาวไทยสบถ "ทำไมคุณพึ่งมาแจ้งเราเอาป่านนี้!!!"


"ตามปกติ เราคงจะไม่พึ่งสันติบาลของพวกคุณหรอก แต่ปัญหาตอนนี้คือทางเก็มเปไตภาคพื้นเอเซียอาคเนย์ทั้งหมดได้เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ทางเราจึงมาขอความ 'ร่วมมือ' จากคุณ"


สารวัตรณรงค์ลุกขึ้นยืน


"ผมเข้าใจล่ะ ถ้าได้ความอย่างไรผมจะติดต่อทางคุณอีกที" สารวัตรชาวไทยตัดบทอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์


"เดี๋ยวก่อนสารวัตร" อิชิฮาร่าพูด "ผมจะให้ผู้ช่วยของผมอยู่ช่วยสารวัตร เขาเป็นมือดีที่สุดของหน่วยเราทีเดียว ผมขอแนะนำให้สารวัตรรู้จัก พันตรีชิซึกะ"


เก็มเปไตอีกคนที่นั่งเงียบมาตลอดลุกขึ้นคำนับ ก่อนจะถอดหมวกแบเร่ต์ปล่อยผมยาวสลวย กลับเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่ง





Create Date : 31 พฤษภาคม 2556
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 11:02:10 น.
Counter : 166 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Broken Heart Prophet
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสามจิตว่าง
ที่กำลังพยายามเขียนนิยายแข่งกับลูกสาว