[2013] Chapter [4]

สหภาพนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่-โตเกียว แม้จะตั้งชื่อเสียยาวเหยียดหรูหรา แต่จริงๆ แล้วคือห้องเรียนเก่า ๆ ที่อยู่ติดห้องน้ำชั้นล่างสุดของอาคารเรียนรวม มีสิ่งเดียวที่ระบุว่าที่นี่คือสหภาพฯ นั่งคือป้ายพลาสติกสีฟ้าตัวหนังสืออักษรคันจิสีขาว แต่ที่พิเศษกว่าที่อื่นคือตรงด้านล่างของตัวอักษรคันจิมีตัวอักษรภาษาไทยอยู่ด้วย ตามกฏของมหาวิทยาลัยในเครือจักรวรรดิญี่ปุ่น นอกเหนือจากภาษาญี่ปุ่นที่เป็นภาษาแม่แล้ว ห้ามใช้ภาษาพื้นเมืองทั้งการพูดและเขียน ทางมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งถึงกับมีการตั้งหน่วยสารวัตรนักศึกษาคอยสอดส่องผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฏของมหาวิทยาลัย


การที่หน้าห้องของสหภาพฯ จงใจเขียนป้ายด้วยอักษรภาษาไทยนับเป็นความท้าทายต่อสารวัตรนักศึกษาเลยทีเดียว


จิตรา เลขาธิการสหภาพฯ ยืนสูบบุหรี่อยู่คนเดียวเงียบๆ เหม่อมองผ่านหน้าต่างบานเกร็ดออกไปภายนอก จิตราเป็นหญิงสาวร่างโปร่ง ผิวคล้ำ ตัดผมสั้น เวลาอยู่ที่มหาลัยเธอมักจะสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนและกางเกงขายาวสีดำ ด้วยท่าทางห้าวและดุดันทำให้แม่กระทั่งผู้ชายยังเกรงเธอ ปีนี้จิตรอายุ 26 ปี ซ้ำชั้นมาแล้ว 5 ครั้ง และมีแววว่าปีนี้เธอจะซ้ำชั้นอีก แต่หญิงสาวก็ดูไม่ใส่ใจเท่าไหร่


เลขาธิการสาวห้าวเป็นคนไทยแท้ 100% พ่อของเธอเป็นคนสงขลา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา ส่วนแม่เป็นคนเชียงใหม่ จิตรเริ่มศึกษามาร์กซ์ตอนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง โดยการแนะนำของอาจารย์คาไซ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของสหภาพฯ หลังจากนั้นชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยของเธอก็ลุ่มๆ ดอนๆ แต่ไฟปฏิวัติได้ถูกจุดขึ้นแล้วในหัวใจของเธอ


"คิดอะไรอยู่คนเดียว" ภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ


จิตราหันกลับมาก็พบอาจารย์คาไซยืนอยู่ที่หน้าประตู อาจารย์คาไซ เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี ผมหงอกขาวโพลนทั้งศีรษะ สวมแว่นกลมหนาเตอะ ไว้หนวดเข้ม บรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์มักจะเรียกแกว่า "ทร๊อตสกี้" ซึ่งดูแกจะพออกพอใจสมญานามนี้ไม่น้อย


จิตราโค้งคำนับอาจารย์


"สวัสดีค่ะ อาจารย์" จิตราพูดทักทายตอบด้วยภาษาไทย อาจารย์คาไซแม้จะเป็นคนญี่ปุ่นแค่กำเนิด แต่ก็เป็นศาสตราจารย์ระดับ 1 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์


อาจารย์ทร๊อตสกี้ เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนจะควักบุหรี่มาสูบอย่าสบายอารมณ์


"เรื่องการนัดชุมนุมไปถึงไหนแล้ว"


"เป็นไปได้สวยค่ะ ..เกือบทุกคณะยินดีเข้าร่วม เกือบทุกชมรมก็ตอบรับมาแล้ว"


"โอ้ เหนือความคาดหมายจริงๆ"


"เหลือแต่ชมรมรักบี้ค่ะ"


อาจารย์คาไซเลิกคิ้ว


"หืม?"


"มิซากิ ตัวแทนชมรมรักบี้ยังไม่ยอมให้คำตอบ" จิตราพูด "เห็นว่าช่วงนี้ใกล้งานแข่งรักบี้ประเพณีระหว่างมหาลัยเรากับโรงเรียนนายทหาร"


"มหาวิทยาลัย... ไม่ใช่ มหาลัย" อาจารย์คาไซแก้ให้จิตรหัวเราะเบาๆ อาจารย์ทร๊อตสกี้มักจะไม่ค่อยชอบเวลาคนพูดภาษาไทยไม่ถูกต้อง และมักจะแก้ให้ทันทีจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของแก


"ค่ะ ....งานแข่งรักบี้ประเพณีระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โตเกียว กับโรงเรียนนายทหาร"


"ตะกี้พูดถึงใครนะ...มิซากิ ?... คาวามูระ มิซากิใช่ไหม?"


"ค่ะ"


"น่าสนใจจริงๆ"


จิตราขมวดคิ้ว


"ทำไมหรือคะ?"


"เรื่องมันยาวน่ะ... เอาเป็นว่าเธอรู้จัก โคมินเทิร์น (Comintern) หรือเปล่า ? จิตรา"


"องค์กรคอมมิวนิสต์สากล (Communist International) ใช่ไหมคะ.... แต่การจัดตั้งของโคมินเทิร์นถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นและเยอรมันทำลายจนสิ้นซากตั้งแต่หลังสงครามแล้วไม่ใช่หรือคะ"


"ถูกต้อง" อาจารย์ทร๊อตสกี้ลุกขึ้นไปค้นหนังสือบนตู้หนังสือ สักพักก่อนจะอุทานดังอา แล้วหยิบเอาหนังสือที่ห่อด้วยผ้าอย่างดีออกมาเปิดดู "โคมินเทิร์นก่อตั้งโดยเลนินในปี 1919 หลังการอสัญกรรมของเลนิน ในปี 1924 องค์กรก็เริ่มเข้มแข็งมากขึ้น แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตซึ่งเข้าร่วมกับฝ่ายอังกฤษ และฝรั่งเศสในนามของทริปเปิ้ล อองตอง (Triple Entente) ได้แพ้สงคราม โซเวียตล่มสลาย เยอรมันกับญี่ปุ่นแบ่งโซเวียตออกเป็น 2 ส่วน โดยอาศัยแนวของเทือกเขายูราล โคมินเทิร์นจึงถูกยุบลงพร้อมกับการล่มสลายของโซเวียต"


อาจารย์คาไซ เปิดหนังสือเล่มนั้นไปเรื่อยๆ


"อ้อ! นี่ไง" ว่าแล้วอาจารย์ก็ชี้ไปที่รูปชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง "คนๆ นี้คือ คาตายามะ เซน เป็นโซเชียลลิสต์ชาวญี่ปุ่น เคยเข้าร่วมประชุมโคมินเทิร์นในฐานะตัวแทนของพรรคสังคมนิยมแห่งญี่ปุ่น อาจารย์เซนมีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ ซาคุมะ ชื่อจริงไม่มีใครรู้น่าจะเป็นชื่อจัดตั้ง ภายหลังจากที่โคมินเทิร์นถูกกวาดล้าง พรรคสังคมนิยมแห่งญี่ปุ่นก็สลายตัวไป แต่จริงๆ แล้วกลายสภาพเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งญี่ปุ่นโดยอาจารย์ซาคุมะนี่เอง...


"ภายหลังได้มีการประชุมร่วมระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกที่กรุงเทพ พรรคคอมมิวนิวต์แห่งเอเซียแปซิฟิกจึงได้รัยการก่อตั้วขึ้นโดยมีท่านนี้... เป็นเลขาธิการคนแรก"


อาจารย์คาไซชี้ไปที่รูปเก่าของชายคนหนึ่งเป็นคนที่จิตรรู้จักดีนั่นคืออาจารย์ปรีดี ในช่วงสงครามท่านเป็นหัวหน้าองค์การใต้ดินชื่อว่าเสรีไทย หลังจากสงครามเสรีไทยส่วนใหญ่ถูกฆ่าตาย แต่ท่านได้หนีเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด


"เรื่องราวของพรรคคอมมิวนิสต์ภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกดิฉันพอรู้มาบ้างนะคะ แต่มันเกี่ยวข้องยังไงกับมิซากิ ชมรมรักบี้?"


"ทีนี้ถึงตอนสนุกล่ะ... ตำแหน่งของเลขาธิการได้มีการเลือกตั้งเป็นการภายในพรรค และพรรคได้ทำการเคลื่อนไหวต่อต้านจัรวรรดินิยมญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นมา" อาจารย์ขยับแว่น " ศูนย์บัญชาการใหญ่ของพรรคฯ อยู่ที่ฟุคุชิม่า มีหัวหน้าที่เรียกว่าผู้บัญชาการใหญ่ดูแลอยู่ แต่ทางจักรวรรดิได้ส่งสายลับเข้าไปแทรกซึมอยู่ในพรรค จนกระทั่งปี 1994 กองกำลังเก็มเปไตได้บุกโจมตีศูนย์บัญชาการใหญ่ของพรรคฯ จับผู้บัญชาการและสมาชิกส่วนใหญ่ได้ ทั้งหมดถูกยิงเป้าในฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา เป็นการกวาดล้างพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่ที่สุด พรรคได้สูญเสียบุคลากรไปถึงเกือบ 40%"


จิตราขมวดคิ้ว


"ผู้บัญชาการของศูนย์ฯ ที่ฟุคุชิม่าเป็นผู้หญิง เรียกขานกันด้วยรหัสว่า "แม่บ้าน" ...เธอถูกมอบหมายให้แต่งงานกับวิศวกรโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุคุชิม่า เพื่อก่อวินาศกรรม... แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ ..."


"อาจารย์คงไม่ได้หมายถึง..."


อาจารย์คาไซชี้ไปที่รูปหญิงสาวคนหนึ่ง


"ผู้บัญชาการศูนย์ ที่เรียกกันว่า "แม่บ้าน" มีชื่อจริงว่า ยามาซากิ มิซาเอะ .... ใช่แล้ว เธอเป็นแม่ของ คาวามูระ มิซากิ"


จิตราอุทานดังอา


“ไม่ใช่เล่นเลยนะคะอาจารย์” จิตราพูด “แต่ดิฉันไม่เห็นว่านายมิซากิคนนี้จะมีอุดมการณ์ทางการเมืองอะไรนอกจากการเล่นรักบี้เป็นวัวเป็นควายแบบนั้น”


อาจารย์คาไซอัดควันบุหรี่เข้าปอดก่อนจะระบายออกมายาวๆ


“ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เขาถูกทางการจับตาเข้มงวดมาตลอดตั้งแต่แม่เขาถูกจับ พ่อของเขาถูกส่งไปเป็นวิศวกรระดับล่างควบคุมการสร้างทางรถไฟส่วนขยายของทรานไซบีเรีย” อาจารย์ทร๊อตสกี้พูด “น่าเสียดาย....”


“เสียดายทำไมหรือคะ?”


“สำหรับนักสังคมนิยมแล้ว เราถือว่ายามาซากิ มิซาเอะ เป็นโจน ออฟ อาร์ค ของเราเชียวนะ.... มีคำสั่งจากสมัชชาให้ดูแลลูกชายของเธอให้ดี”


“สมัชชา??”


“หืม?” อาจารย์ทร๊อตสกี้พึ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรพูด “...โอ๊ะ ขอโทษที... กรุณาอย่าพูดถึงสมัชชาให้ใครได้ยินอีกได้หรือไม่.....” ว่าแล้วอาจารย์ก็ขยับแว่นตาก่อนจะมองหน้าจิตรเขม็ง จนหญิงสาวรู้สึกอึดอัด “ถึงคุณจะได้รับ `การศึกษา’ มาแล้วอย่างดี แต่ยังไม่ถึงเวลาที่คุณจะเข้าเป็นสมาชิกพรรค ก่อนจะถึงเวลานั้นคุณจะต้องรับการทดสอบมากมายทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฎิบัติ”


“ค่ะ”


อาจารย์คาไซยิ้ม


“ข้อสอบข้อแรกของคุณคือการชุมนุมที่จะถึงอาทิตย์หน้านี้ ทางพรรคหวังว่าจะเป็นการจุดไฟปฏิวัติให้ลามไปยังนักศึกษาปัญญาชนทั่วทั้งจักรวรรดิ ทางพรรคไว้ใจและเชื่อมั่นในความสามารถของคุณมากนะ สหายจิตร”





Create Date : 31 พฤษภาคม 2556
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 11:01:53 น.
Counter : 208 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Broken Heart Prophet
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสามจิตว่าง
ที่กำลังพยายามเขียนนิยายแข่งกับลูกสาว