All Blog
ตอนที่ 64 อาหารอีสาน เมนูที่ 49 แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง 19-3-60



ตอนที่ 64 อาหารอีสาน

เมนูที่  49 แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง








สืบเนื่องมาจากเมนูที่แล้ว กับเมนูไข่มดแดงจากโคกหนองบัว
บักอ้ายมีโอกาสได้กลับบ้านที่หนองบัว อีแม่ของบักอ้ายกะเลยอยากให้ได้กิน
แนวกินชั้นสูง พะนะ
อีแม่อาสาพาบักอ้ายเข้าโคกหนองบัว เพื่อไปหาแหย่ไข่มดแดง
“ไปแต่งโตไป ลูกหล้า”อีแม่บอก บักอ้ายกะเลยเข้าไปแต่งตัว
แต่พอออกมาอีแม่และคนอื่นๆก็หัวเราะก๊ากออกมา
เพราะบักอ้ายใส่เสื้อยืดสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวตัวหนา
ตามด้วยกางเกงขายาวและสวมถุงเท้ายาวดึงขึ้นมา
ซ้อนทับขากางเกงขายาวจนถึงหัวเข่า
และที่ลืมไม่ได้คือหมวกไอ้โม่ง
“สงสัย บักอ้ายมันย่านมดแดงกัดหอสระอำมัน”พี่สาวบักอ้ายว่า
แล้วเสียงหัวเราะก็ดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

และนี่ก็เป็นที่มาที่ไปของเมนูที่ทำจากไข่มดแดงที่หามาด้วยความรักของอีแม่
เมนูที่บักอ้ายจะนำเสนอในวันนี้
แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง



ส่วนประกอบและเครื่องปรุงแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง
สิ่งที่จะต้องเตรียมเพื่อทำเมนูอาหารอีสานที่บักอ้ายไม่ได้กินมานาน ได้แก่
•    ผักหวาน (นางเอก)
•    ไข่มดแดง (พระเอก)
•    เห็ดฟาง (นางร้าย)

เครื่องแกงประกอบด้วย
•    ตะไคร้
•    ข่า และ ใบมะกรูด
•    พริกชี้ฟ้าแดง
•    หอมแดง
•    กระเทียม
•    ปลาดุกแดดเดียว
•    เกลือ


เครื่องปรุงมีดังต่อไปนี้
•    น้ำปลา
•    น้ำปลาร้า
•    น้ำตาล
•    น้ำมะขามเปียก
•    น้ำใบย่านาง









ขั้นตอนวิธีการทำ
เตรียมคั้นน้ำใบย่านางเอาไว้ก่อนเลย
เตรียมเด็ดผักหวานเอาแต่ยอดอ่อน เห็ดฟางผ่าครึ่ง
แล้วนำไปล้างให้สะอาด
ใบแมงลัก ผักชี เอามาเด็ดและหั่นเตรียมเอาไว้
ไข่มดแดงเอาไปล้างพร้อม









เอาปลาดุกแดดเดียวไปย่างไฟให้หอม
เครื่องแกงเอามาหั่นเตรียมรอ
โขลกเครื่องแกงรวมกับปลาดุกย่างตำให้ละเอียด










และมาถึงขั้นตอนที่ต้องลงมือทำ
เทน้ำใบย่านางที่เราคั้นเอาไว้ใส่หม้อที่ตั้งไฟเตรียมไว้
ใส่พริกแกงลงไป ตามด้วยเห็ดฟาง
เมื่อเห็นใกล้สุก ก็ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล
น้ำปลาร้า และน้ำมะขามเปียก แล้วชิมรสชาติให้ถูกปาก
ตามด้วยผักหวาน ไม่ต้องต้มนาน ผักหวานสุกเร็ว
แล้วจึงใส่ใบแมงลักกับผักชี
สุดท้ายใส่ไข่มดแดงทีหลังสุด ไข่จะได้ไม่เละ







ยกหม้อลง และตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทานแล้วเด้อครับผม






มาเบิ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากเมนูมื้อนี้
ผักหวานมี วิตามิน เกลือแร่ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี
 และวิตามินเค  
รวมไปถึงสารอาหารประเภท ไบโอฟลาโวนอยด์
เห็นบ่ครับว่านอกจากความอร่อยแล้ว
อาหารอีสานยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย



Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 12:39:51 น.
Counter : 464 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ตอนที่ 63 อาหารอีสาน เมนูที่ 48 ก้อยไข่มดแดง 18-3-60




ตอนที่ 63 อาหารอีสาน

เมนูที่  48 ก้อยไข่มดแดง








วัตถุดิบและเครื่องปรุงทำก้อยไข่มดแดง
ไข่มดแดง  
หัวหอมแดง
ผักชี
ผักไผ่
สะระแหน่
ตะไคร้
พริกขี้หนูโรยหน้า
พริกป่น
ข้าวคั่ว
มะนาว
น้ำปลา
น้ำตาล








วิธีทำ
ล้างไข่มดแดงให้สะอาด ล้างให้เบามือ จนกว่าน้ำล้างจะไม่เหลือแป้ง
เอาไข่มดแดงไปลวกน้ำร้อน ไม่ต้องลวกนาน ต้มน้ำร้อนให้เดือดจัดเอาลงไปลวก
ยกลงทันที แต่ถ้าชอบดิบๆก็ไม่ต้องลวก โอเค๊
เอาผักมาเด็ดหรือหั่นเตรียมเอาไว้








คั่วพริกป่น ข้าวคั่ว ควรจะคั่วใหม่เพราะจะเพิ่มความหอมมากขึ้น
เมื่อได้วัตถุดิบครบก็ใส่ไข่มดแดงลงในชาม ใส่พริกป่นลงไปตามความชอบ ตามด้วย
น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำปลาร้า ค่อยๆปรุง ค่อยชิม ปรับรสชาติตามใจชอบครับ
ตามด้วยผักทุกอย่าง คนให้เข้ากัน เติมข้าวคั่วท้ายสุด





แค่นี้เราก็จะได้ก้อยไข่มดแดงสุดแซ่บแล้วล่ะ





Create Date : 18 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 12:37:09 น.
Counter : 461 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ตอนที่ 62 อาหารอีสาน เมนูที่ 47 ยำมะนาว 18-2-60


ตอนที่ 62 อาหารอีสาน

เมนูที่  47 ยำมะนาว







วันนี้จะมาแนะนำเมนูที่แซ่บที่สุดในสามโลก
เรียกว่าเห็นแล้ว จะต้องน้ำลายสอกันเลยทีเดียว
เมนูนี้เหมาะสำหรับ เหล่าคอทองแดงที่สุด
เพราะมันเข้ากันเหลือหลายกับการดื่มเหล้า หรือว่าเบียร์
บักอ้ายจึงขอเตือนคนที่รักสุขภาพว่าอย่าคิดจะลองทานเมนูนี้อย่างเด็ดขาด
และเมนูที่บักอ้ายพูดถึงก็คือ
ยำมะนาว




เมนูที่จัดจ้านที่สุด แต่วิธีทำนั้นแสนจะง่ายดาย
ไม่ว่าคุณจะพรสวรรค์ในการทำอาหารหรือไม่
คุณก็สามารถที่จะทำเมนูนี้ทานได้

ส่วนประกอบมีแค่
มะนาว 2 ลูก






ส่วนเครื่องปรุงก็ประกอบด้วย
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
(ถ้าไม่ทานปลาร้าก็เพิ่มน้ำปลาอีก 1 ช้อนโต๊ะ)
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ
( ตามแต่ชอบ สำหรับบักอ้ายต้อง 2 ช้อนโต๊ะ)
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ผงชูรส 1 ช้อนชา (ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่)












ส่วนวิธีทำก็แสนจะง่าย
แค่หั่นมะนาวให้เป็นชิ้นตามชอบ






นำเครื่องปรุงทุกอย่างใส่ลงไป
คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน









แค่นี้ยำมะนาวที่จี้ดที่สุดก็พร้อมเสริฟแล้ว
เป็นไงบ้างครับง่ายไหม
ถ้าไม่รักสุขภาพจนเกินไป ก็ลองทำทานดูสักครั้งนะครับ





Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2560 11:31:53 น.
Counter : 639 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
ตอนที่ 61 อาหารภาคใต้ เมนูที่ 3 ปลาทรายแดงทอดขมิ้น 17-2-60






 ตอนที่ 61 อาหารภาคใต้

เมนูที่   3 ปลาทรายแดงทอดขมิ้น









วันศุกร์แห่งชาติมาถึงอีกแล้ว หลายต่อหลายคนคงจะพาคนที่คุณรักออกไปทานข้าวนอกบ้านบ้าง
หรือออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนบ้าง มันก็เป็นวิถีชีวิตและเรื่องราวของแต่ละบุคคลไป
หากแต่บักอ้ายกลับขออยู่บ้านดีกว่า เพราะเป็นคนติดบ้านมาก
แค่ทำอาหารอร่อยๆ อยู่กับคนที่เรารักแค่นี้ก็เรียกว่าความสุขแล้ว




ไหนๆก็อยู่บ้าน ก็เลยขอทำกับข้าว หรือว่าจะเรียกว่ากับแกล้มดี ให้คุณแฟนได้ทานกับเบียร์
ดังนั้นเมนูวันนี้บักอ้ายจึงขอเสนอ
ปลาทรายแดงทอดขมิ้น


ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเป็นเพราะไปตลาดตอนใกล้วาย พ่อค้าขายให้ถูกมากๆ
ของถูกไม่จำเป็นต้องไม่ดีเสมอไป จริงไหมครับ
ดังนั้นวันนี้จึงได้เกิดเมนูนี้ขึ้นมา




ส่วนผสมมีดังต่อไปนี้ เชิญทัศนา
- ปลาทรายแดง    5       ตัว
- ขมิ้น    1    ช้อนโต๊ะ  
- พริกไทย    1 ½    ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม    5-7      กลีบ
-หอมแดง  5 หัว
- กะปิ    1    ช้อนโต๊ะ
- เกลือเล็กน้อย      
- น้ำมันปาล์ม 







ส่วนผสมของของน้ำจิ้ม
พริกสด
มะนาว
กระเทียม
น้ำปลา
น้ำตาลทราย








มาทำน้ำจิ้มเตรียมเอาไว้ก่อน
นำทุกอย่างมาโขลกรวมกัน ปรุงรสตามชอบ แค่นี้ก็ได้น้ำจิ้มแล้ว










ต่อไปเราก็ลงมาทอกปลากันเลย
(ถึงจะเป็นผู้บ่าวอีสาน แต่อาหารปักษ์ใต้ บักอ้ายก็ชอบเหมือนกัน)

นำปลาทรายมาขอดเกล็ด บั้งซะหน่อย แล้วล้างให้สะอาด พักเอาไว้






ตำเครื่องขมิ้นให้แหลกพอประมาณ






นำเครื่องขมิ้นมาหมักรวมกับปลา เติมซอสปรุงรสลงไป
แล้วนำปลาที่พักไว้มาคลุกเคล้าจนทั่ว และหมักไว้ประมาณ 15 นาที







ตั้งกระทะด้วยไฟกลางใส่น้ำพืชจนร้อน นำปลาที่หมักไว้มารูดเอาขมิ้นกับกระเทียมออกให้หมด
แล้วนำลงทอดไฟกลางไปจนเหลืองกรอบ ถ้าชอบกินกรอบๆก็ทอดจนกรอบกินได้ทั้งตัวไม่เว้นก้าง
ถ้าไม่ชอบกรอบก็กะเอาพอสุก กรอบนอกนุ่มใน  ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
นำขมิ้นและกระเทียมลงทอดต่อให้กรอบ






ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน นำมาโรยบนตัวปลา
เป็นอันเสร็จพิธียกมากินแกล้มเบียร์ได้เลย





Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2560 20:45:18 น.
Counter : 503 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ตอนที่ 60 อาหารอีสาน เมนูที่ 46 หมกเสือ 16-2-60


ตอนที่ 60 อาหารอีสาน

เมนูที่  46 หมกเสือ









มาแล้วครับผมแล้ว บักอ้ายหน้ามนคนเก่า กลับมาพ้อพี่น้องอีกแล้ว
ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านฝน ผ่านคนทั้งด่าทั้งชม ฝ่าฟันมาจนถึงตอนที่ 60 จนได้
สำหรับตอนนี้จะเลยสิจัดให้พิเศษขึ้นมาแน่จักหน่อยหนึ่ง
เพื่อเป็นการขอบคุณทุกกำลังใจเนาะครับ



ที่ว่าพิเศษนั้นกะ เป็นเพราะว่า รายการอาหารที่บักอ้ายที่นำเสนอในมื้อนี้
ถือได้ว่าพิเศษอย่างที่สุด
เพราะมันคือ
หมกเสือ
ครับพี่น้องชาวไทย




ก่อนอื่นกะต้องขออธิบายก่อนว่า หมกเสือ
บ่ได้เฮ็ดมาจากเนื้อ เสือ แต่ประการได๋
หากแต่เฮ็ดมาจากเนื้องัว ส่วนที่เฮาเอิ้นว่า “เสือร้องไห้”
จังเป็นเป็นที่มาของชื่อแนวกิน “หมกเสือ”
แต่ถ้าหากผู้ได๋บ่กินเนื้องัว กะสามารถใช้เนื้อหมูแทนได้คือกัน
มื้อนี้บักอ้ายกะใช้เนื้อหมู ส่วนที่มีมันติดแทนคือกัน
เพราะว่าบักอ้ายบ่กินเนื้องัวนั่นเอง




บัดทีนี้กะมาเบิ่งส่วนผสมของหมกเสือกันเนาะครับ
เนื้องัว ส่วนเสือร้องไห้  หรือว่าเนื้อหมูติดที่มีมันติด
ใบโหระพา
น้ำซุป


ส่วนผสมของเครื่องแกงหมกเสือ
บักพริกดิบ
กระเทียม
หอมแดง
ใบบักกรูด
ตะไคร้
ข่า
พริกไทยเม็ดขาว
(อัตราส่วนกะใส่ตามความมักโลด)






ส่วนผสมของน้ำซุป
กระดูกหมู
เกลือ
น้ำ







สุดท้ายคือเครื่องปรุง
มีซอสปรุงรสอย่างเดียวโดดๆ








ส่วนวิธีเฮ็ดกะง่ายๆ
เริ่มจากเอากระดูกหมูมาต้มน้ำซุปเอาไว้ก่อน
ต้มประมาณ 2 ชั่วโมง เติมเกลือจักหน่อยให้ได้รสชาติ







หลังจากได้น้ำซุปแล้ว
กะเอาเครื่องแกงมาตำ ตำให้พอแหลกกะพอ
บ่ต้องละเอียดคักดอก ตำแล้วกะตักขึ้นมาพักเอาไว้สาก่อน










เอาเนื้องัวหรือว่าเนื้อหมูมาหั่นเป็นต่อนๆให้พอดีคำ
โหระพาเอามาเด็ดเอาแต่ใบ







แล้วเอาน้ำซุปมาใส่หม้อ ท่าให้น้ำซุปเดือด เอาพริกแกงลงไป
ท่าให้เดือด ค่อยเอาเนื้องัวหรือว่าเนื้อหมูใส่
ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซิมเบิ่ง พอได้รสชาติตามที่เฮามัก
เอาใบโหระพาใส่ลงไป ยกหม้อลงจากเตา









แค่นี้ หมกเสือ กะพร้อมเสริฟแล้วล่ะ
ป้าด!!! ลืมบ่ลงอีหลีเด เมนูนี้





Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2560 20:38:29 น.
Counter : 775 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทานมังสวิรัติถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยาก
ถ้าหากเราตั้งใจ ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ