All Blog
ตอนที่ 24 อาหารอีสาน เมนูที่ 22 ปิ้งซี้นหมูจิ้มแจ่ว 28-9-59












ตอนที่ 24

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  22

ปิ้งซี้นหมูจิ้มแจ่ว








ดวงใจ...ทุกคนมีสิทธิ์...จะรักกันได้
ถึงอยู่ห่างไกล  ก็ยังส่งใจไปถึง
อ้อมแขนของฉัน
คอยสัมพันธ์รักอันตราตรึง
คอยวันสุขซึ้ง...จากดงใจที่จริงจังมั่นคง



สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้อง มิตรสหายของบักอ้าย การเดินทางของภารกิจเฮ็ดแนวกินร้อยเมนู

ภายใน 365 มื้อ ของบักอ้าย กะเดินทางมาจนถึงตอนที่ 24 แล้วเนาะ ครับเนาะ

ขอบคุณหลายๆสำหรับหลายๆคนที่คอยติดตามบักอ้ายมาโดยตลอด ขอบคุณทุกคอมเมนต์

ที่เป็นกำลังใจให้บักอ้ายก้าวย่างไปสู่ความสำเร็จที่วาดหวังเอาไว้



จั่วหัวมากลับเพลง “ดวงใจ” ของคุณสวลี ผกาพันธุ์ หลายคนคงจะพอคุ้นหูอยู่เนาะครับ

เพราะว่าเพลงนี้เคยใช้เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง “เด็กหอ”หนังดีเรื่องหนึ่งของเมืองไทยเฮา

ที่หยิบเพลง “ดวงใจ”มาเปิดหัวเรื่องมื้อนี้ กะเป็นเพราะบักอ้ายคิดเสมอว่ามนุษย์เฮาคุคนมีอิสระ

ที่สิเลือกว่าเฮาสิฮักหรือสิมักกับผู้ไผ๋กะได๋ ถ้าหากเฮาบ่เอาบรรทัดฐานหรือบริบททางสังคม

ที่แสนสิบิดเบี้ยวมาเป็นโตกำหนด ความฮักบ่ว่าสิเกิดขึ้น ณ แห่งหนตำบลได๋หรือเกินขึ้น

กับคนบ่ว่าสิเพศได๋ ความฮักจะยังนำมาซึ่งความสุขเสมอ แมนบ่ครับ



คือจั่งความฮักของหนุ่มสาวที่ชื่อว่า อ้ายชายกับสาวนวล เรื่องราวที่บักอ้ายสิขอเอามา

เว้าสู่กันฟังต่อจากตอนที่แล้ว (ความเดิมจากตอนที่แล้วพะนะ) หลังจากอ้ายชายเจองานเข้า

ไปกอดผู้สาวผิดฝาผิดโตจนเฮ็ดให้เกิดไฟไหม้กองข้าวเปลือกบ้านสาวนวลจนหมดเกลี้ยง

จนอ้ายชายต้องขนข้าวของเจ้าของมาใช้หนี้ และถึกสั่งแบนจากอีพ่อของสาวนวล

อ้ายชายกะกินบ่ได้นอนบ่หลับ อยากสิไปอธิบายให้ผู้สาวเข้าใจว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็น

แค่เรื่องเข้าใจผิดท่อนั่น บ่ได้มีอีหยังในกอไผ่ทั้งสิ้น แต่โอกาสกะบ่เป็นใจเลยจักเทื่อ

ย่อนอ้ายชายบ่สามารถสิข้ามฮั้วไปทุ่งนาของฝ่ายผู้สาวได้คือแต่เก่าก่อน

อ้ายชายนั่งถอนหายใจอยู่นอกชานบ้าน ในที่สุดกะตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างได้


ฝ่ายสาวนวลหลังจากเหตุการณ์มื้อนั้นกะยังคงรักษาอาการให้อยู่ในความสงบปาน

บ่เคยมีเรื่องอีหยังเกิดขึ้นทั้งนั้น สาวเจ้าบ่เคยปริปากเว้าถึงเรื่องของอดีตผู้บ่าวอีกเลย

มีแค่สาวจันทร์เมืองท่อนั้นที่ยังฮู้สึกผิดเพราะคึดว่าตนเฮ็ดความเจ็บซ้ำน้ำใจให้แก่เอื้อย

“มีอีหยังจันทร์เมือง อยากเว้าอีหยังกะเว้าออกมาโลด”

สาวนวลถามน้องสาว ในขณะกำลังเอาชิ้นหมูที่ตากแดดเอาไว้ใส่ลงไปในไม้หีบ

“เรื่องอ้ายชาย”น้องสาวเว้าค่อยจนแทบบ่ได้ยินแม้

สาวนวลยกหีบซิ้นหมูไปย่างไฟทั้งเตาถ่าน

“บ่ต้องคึดหลายดอก จังได๋อ้ายชายกกับโตกะกอดกันแล้ว คันโตมักเพิ้นเอื้อยกะสิยกให้

เอื้อยบ่เคียดให้ตัวดอก เอื้อยสิถือซะว่าเอื้อยบ่มีวาสนา”ยังบ่ทันที่สาวจันทร์เมืองสิออกปากเว้า

ผู้เป็นพี่สาวก็ลุกขึ้นย่างหนีออกไปจากในครัว

“พลิกปิ้งซี้นหมูในแน่เด้อ”



อ้ายทองจันทร์หอบห่อผ้าใส่เงินมาวางลงต่อหน้าอีพ่อของสาวนวล

“บักชายฝากเอาเงินส่วนที่เหลือมาใช้หนี้ครับ”

สาวนวลได้ยินย่างเข้ามายืนฟังข้างๆสาวเถียนน้องสาวหล้าที่แอบดักฟังอยู่ก่อนหน้าแล้ว

“เงินตั้งหลาย มันคือหาได้เร็วแท้ แม่มันก็บ่มี พ่อกะหนีไปมีเมียใหม่อยู่น้ำโสมแล้วบ่แม่นบ่”

“บักชายมันเอาที่นามาจำนองกับผม แบ่งเงินครึ่งหนึ่งให้น้องสาวกับผัว ส่วนครึ่งของมันกะ

ให้ผมเอามาใช้หนี้ให้ครับ ส่วนเฮือนมัน มันกะยกให้น้องสาว พ่อใหญ่ซำบายอกซำบายใจได้

ต่อแต่นี้บักชายมันสิบ่มากวนใจพ่อใหญ่อีกแล้ว เพราะว่าบักชายอาสาไปเป็นทหาร

ลาดตระเวณชายแดนประจำสระแก้ว คงจะบ่กลับมาอีก ผมมาซั่มนี้ล่ะ ขอโตกลับก่อนเด้อครับ”

อ้ายทองจันทร์ยกมือไหว้แล้วกะย่างผ่านสาวเถียนกับสาวนวลไป อ้ายทองจันทร์ยักคิ้วข้างเดียว

ให้สาวเถียน สาวผู้น้องกะเลยหาเรื่องแล่นนำหลังผู้บ่าวลงไปจากเฮือน

ส่วนสาวนวลกะได้แค่ยืนนิ่ง บ่ปากบ่ติง สิว่าเสียใจกะเสียใจ แต่สิให้เฮ็ดอีหยังไปได้

หลายกว่านี้น้อ ย่อนเจ้าของเป็นสาวเป็นนาง



สองเดือนผ่านไป อ้ายชายกะหายเข้ากลีบเมฆไป ราวกับบ่เคยมีโตมีตนมาก่อน

ในหัวใจของสาวนวลกะบ่เคยลืมผู้บ่าวที่เคยฮักเลย

เสียงสาวเถียนฮ้องไห้ดังออกมาจากชานเฮือน สาวนวลกับสาวจันทร์เมืองฟ้าวแล่นไปเบิ่ง

สาวเถียนกำลังถึกอีพ่อเอาแส้ลงหลังอยู่ โดยมีอีแม่นั่งฮ้องไห้อยู่ข้างๆ

“บอกมาว่าไผ๋เป็นพ่อของลูกในท้องเมง”สาวเถียนบ่กล้าบอก ย่านอีพ่อเอาปืนไปไล่ยิงผู้บ่าว

“บักทองจันทร์แม่นบ่”อีแม่ถาม

พร้อมห้ามบ่ให้อีพ่อตีลูกสาวอีกแล้ว สาวเถียนพยักหน้าทั้งๆที่กำลังสะอื้น

“กูสิเอาหน้าไปไว้ไส่น้อ บัดที่นี่ มีลูกสาวแต่ละคนกะเฮ็ดแต่เรื่องงามหน้า ชาวบ้านชาวซ่อง

เพิ้นสิเว้าพื้นกันม่วนละบัดนี้ กูละอยากอายเด้”อีพ่อนั่งลง

“อ้ายทองเพิ่นสิให้อีพ่ออีแม่มาขอข้อยอยู่”คนท้องอ่อนเว้าออกมา

“สิมาขอได้จังได๋ พี่สาวสองคนยังบ่ได้มีผัว น้องสาวหล้าสิมาชิงมีผัวก่อน

ผู้ได๋เพิ้นเฮ็ดเพิ่นทำกัน”อีพ่อหันมาทางลูกสาวอีกสองคน

“พ่อใหญ่สุขเลากะมาถามๆเรื่องที่สิให้บักทิดบุญลูกชายเลามาดองกับอีนวลอยู่ เอาจั่งซี้สา

เฮากะยอมตกลงกับพ่อใหญ่สุข ให้อีนวลแต่งงานกับบักทิดบุญไปพร้อมๆกับอีเถียนสา

ชาวบ้านจึงสิบ่ได้เอาเรื่องไปส่า ว่าอีเถียนมันไปให้เขาเฮ็ดก่อนสิได้แต่งงาน”อีแม่ออกความเห็น

“กะดีคือกันเนาะ”อีพ่อถอนหายใจออกมา

สาวนวลฟ้าวย่างหนีเข้าไปนั่งลงในครัว สาวจันทร์เมืองตามเอื้อยมา

“เอื้อยนวล เจ้าสิยอมเป็นเมียอ้ายทิดบุญอีหลีติ”

“เอื้อยบ่ได้มักบักอ้ายทิดบุญแม้ แต่คันอีพ่ออีแม่เพิ้นเห็นดีเห็นงาม เอื้อยสิเฮ็ดหยังได้อีก

จันทร์เมือง”สาวนวลดึงครกออกมา พร้อมเครื่องที่สิป่นปลาดุก

“เอื้อยนวล ข่อยมีอีหยังอยากสิบอกเจ้าโดนแล้ว อีหลีแล้ว อ้ายชายกับข้อยบ่ได้มีอีหยังกันดอก

อ้านชายเลาคึดว่าข่อยเป็นเอื้อยนวล เลาเลยเข้ามากอดข่อย ตอนแรกข่อยกะคึดว่า

เลามักข่อย แต่พออ้ายทองจันทร์เว้าให้ข่อยฟังว่าอ้ายชายเลาตั้งใจว่าสิมาขอเอื้อยนวล

แต่กะดันมาเกิดเรื่องราวขึ้นก่อน ข่อยกะเลยฮู้ความจริงว่า อ้ายชายเลามักเลาฮักเจ้าผู้เดียว”

สาวจันทร์เมืองสารภาพ เพราะเคยแอบคึดอยากสิแต่งงานกับอ้ายชายคือกัน

“อีหลีติ จันทร์เมือง แล้วโตเป็นหยังจั่งหัวแต่มาบอกเอื้อย”



สาวนวลตัดสินใจเก็บห่อผ้าหนีออกจากบ้าน ย่อนเข้าผู้บ่าวผิดมาโดยตลอด

สาวเจ้าสิบ่ยอมแต่งงานออกเฮือนไปกะพ่อชายที่บ่ได้ฮักอย่างเด็ดขาด พอได้ที่อยู่ของอ้ายชาย

มาจากสาวกายผู้เป็นน้องสาว กะฟ้าวเดินทางไปหาผู้บ่าวที่สระแก้วในทันที



แบบนี้ละครับที่เอิ้นว่าความฮัก สาวนวลกับอ้ายชายบ่ผิดที่สิฮักกัน ในขณะเดียวกัน

สาวจันทร์เมืองกะบ่ผิดที่สิฮักอ้ายชาย กะคือกันอ้ายทิดบุญกะบ่ผิดที่สิแอบมักสาวนวล

คือกันกับที่มันกะบ่ผิด ที่สาวเถียนกับอ้ายทองจันทร์มักกันนั่นล่ะ



แล้วคุณล่ะครับเคยไปตัดสินความฮักของผู้อื่นบ่ เรื่องราวของอ้ายชายกับสาวนวลกะต้อง

ขอหยุดเว้าไว้ซั่มนี้ก่อนเด้อครับ ตอนหน้าสิมาสรุปเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

ซึ่งเป็นตอนจบของความฮักของหนุ่มสาวทั้งสองคน



สำหรับมื้อนี้เฮากะมาเฮ็ดแนวกินอีสานบ้านเฮาเมนูที่ 24 นำกันเสียก่อน นั่นกะคือ

ปิ้งซี้นหมูจิ่มกับน้ำจิ่มแจ่วรสเด็ด

ปิ้งซีนหมูที่บักอ้ายนำมาเสนอในมื้อนี้กะคล้ายๆกับหมูแดดเดียวในภาคกลางนั่นล่ะ

เพียงแต่ว่าคนไทยภาคอีสานสิเอามาปิ้งกับเตาถ่านแทนการเอาไปทอดในน้ำมัน

กะย่อนว่าสมัยก่อนเก่า คนไทยภาคอีสานบ่ได้มีน้ำมันพืช น้ำมันปาล์มใช้แบบคุมื้อนี้

สิมีกะแต่น้ำมันหมูท่อนั้น แถมราคากะยังแพงหลาย แนวกินของคนอีสานกะเลยบ่ค่อยมี

ของทอดท่อได๋ ส่วนมากกะสิเอามาปิ้ง อุ เอาะ หมก ต้ม หรือว่านึ่ง เนาะครับเนาะ

ส่วนผสมของการเฮ็ดซิ้นหมูกะมีดังต่อไปนี้

เนื้อหมู ควรสิเลือกเป็นเนื้อสันคอ อ้ายซื้อมาโลหนึ่งครับ
น้ำมันหอย 3 ชต(แปลว่าช้อนโต๊ะเด้อครับ ขี้คร้านพิมพ์ยาวๆ)
น้ำปลา 2 ชต
น้ำมันงา 1 ชต
กะเทียม ครึ่งถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ชต
พริกไทยป่น 1 ชต
งาขาว 1 ชต
สุดท้ายกะคือ เกลือป่น หยิบมือหนึ่งกะพอ













ส่วนวิธีเฮ็ดอ้านคึดว่าหลายต่อหลายคนกะคงเฮ็ดเป็นอยู่แล้วแม่นบ่ครับ

เอาหมูมาหั่นเป็นชิ้นๆหรือว่าเป็นต่อนๆ ใหญ่น้อนกะแล้วแต่มัก แต่ถ้าสิให้ดี

กะประมาณเซนหนึ่ง ต่อไปกะเอากระเทียมมาตำ เอาหมูใส่ลงไปในชามผสม

ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดตามปริมาณที่บักอ้ายบอกเอาไว้ข้าวต้น ตามด้วยกระเทียมคลุก

หรือนวดให้มันเข้ากัน แล้วจั่งเติมพริกไทยทีหลังหมู่ คลุกให้มันเข้ากันอีกเทื่อ














เสร็จเรียบร้อยกะตักใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่น เอาใส่ตู้เย็นไว้คืนหนึ่ง










พอเฮ็ดแล้วฝนกะเทลงมาอย่างหนัก บักอ้ายกะได้แต่คึดว่ามื้ออื่นสิมีแดดบ่น้อ

คืนนั้นหมดคืนเลยได้แต่นอนลุ้นว่าฝนสิเซ้าตกบ่ แต่พอตื่นเช้ามา

ปรากฏว่าแดดมาครับคุณผู้อ่าน บักอ้ายกะเลยฟ้าวเอาหมูใส่กระดงเอาขึ้นไป

ตากไว้ทั้งหลังคา ต้นไม้ต้นไหล่กะหลายๆ มันสิปลูกเอาไว้หยังคักแน่กะบ่ฮู้

อีแม่เลากะว่าเลาย่านงู พออ้ายเผลอเลากะมักแอบตัดต้นไม้บักอ้ายทิ่มเป็นประจำ

ตัดทิ่มได้กะปลูกใหม่ได้คือกันเด้ออีแม่เด้อ  พอตากมาได้ครึ่งมื้อฝนกะเทลงมาพอดี

ถือว่าโชคดีที่หมูชิ้นของบักอ้ายแห้งได้ที่อยู่









หลังจากเก็บหมูออกมาจากกระดง ฝนก็ยังตกรินบ่ยอมหยุดเด้

เฮ็ดให้บักอ้ายขี้คร้านไปดังไฟเด้บัดทีนี้ เดี๋ยวกะจัดการทอดซะเลยดีบ่น้อ










บ่ได้ๆ เดี๋ยวสิบ่แม่นปิ้งซิ้นหมู ขี้คร้านจั่งได๋กะต้องลุกไปดังไฟ ดั้งไฟเอาไว้แล้ว








ระหว่างท่าให้ถ่านมันแดง กะย่างไปเลาะหาไม้ไผ่มาเฮ็ดไม้หีบ

หมดบ้านหมดส่องหาไม้ไผ่เก่าๆได้มาอันเดียวพะนะ เบิ่งแน่เก่าๆกะเก่า เอากะเอา

ล้างจักหน่อยกะใช้ได้แล้วล่ะ  ล้างแล้วกะจัดการเอ็ดเป็นไม้หีบ เอาซิ้นหมูมาเสียบ









เสียบแล้วเอาไปย่างไฟ กลิ่นหอมเริ่มโชยออกมาแล้ว นี่ล่ะเสน่ห์ของปิ้งซี้นหมู

มันหอมกว่าเอาไปทอดหลายอยู่เนาะครับเนาะ













ย่างต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าหมูสิสุกเด้อครับ





แล้วๆกะมาเฮ็ดน้ำจิ้มแจ่วกันดีกว่า

บักอ้ายเคยเฮ็ดน้ำจิ้มแจ่วไปแล้วเที่ยหนึ่งในเมนูเมี่ยงหมูย่างจิ้มแจ่วในตอนที่ 3

แต่ว่าตอนนั้นบักอ้ายบ่ได้บอกส่วนผสมเอาไว้ มาเทื่อนี้กะเลยสิขอบอกให้อย่างละเอียด

รับรองและรับประกันว่าคันเฮ็ดนำแล้วสิแซ่บจนลืมบ่ลงกันเลนทีเดียวเชียวนะเออ

น้ำบักขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
  (คั้นกับน้ำอุ่น แล้วเอาไปต้มให้เดือดอีกเทื่อหนึ่ง เพื่อให้เนื้อบักขามเปียกเนียน)
น้ำตาลปี๊บ 3  ชต  (แปลว่าช้อนโต๊ะคือเก่า)
น้ำปลา 1/4 ถ้วย
น้ำบักนาว  3  ชต
ข้าวคั่ว  2  ชต
บัก พริกป่น 3 ชต
หอมแดงซอย 5 หัว
ใบบักกูด เอาไว้คั่วกับข้าวคั่ว
ผักชีฝรั่ง 1 ชต
ต้นหอมซอย 1 ชต
ผู้อื่นเพิ้นใช้แต่ผักชีฝรั่ง แต่อ้ายมักใส่ต้นหอม เพราะว่ากลิ่นมันเข้ากับแจ่วหลายกว่า
(ความมักส่วนบุคคล โปรดใช้วิจานยายๆ ในการรับอ่าน
เขียนยากคัก ได้แค่นั้นล่ะ คำว่า วิจารณญาณนี่กะดาย)




มาจนถึงขั้นตอนการทำน้ำจิ้มแจ่วกันบ้าง

เอาบักพริกไปคั่วมาตำอำไว้ท่า







พร้อมกับเอาข้าวเหนี่ยวไปคั่วกับใบบักกูดมันจั่งสิหอม แล้วกะมาตำไว้ท่าคือกัน














เอาบักขามเปียกมาคั้นกับน้ำอุ่นแล้วเอาไปต้มกับน้ำฮ้อน เติมน้ำตาลบักพร้าว

หรือน้ำตาลปิ๊ปลงไป คนให้มันละลายๆ ละลาย ป่านเพลงชาซ่า

ที่อ้ายติ๊ก เจษ เล่นเอ็มวีพุ่นแล้ว (แอบบอกอายุเจ้าของอีกแล้ว)

แล้วๆกะเติมเครื่องปรุงทั้งหมดผสมให้เข้ากัน

(บ่มีรูปให้เบิ่งเด้อ บ่ได้ถ่าย ฝนมันตก โทรศัพท์แบตหมดพอดี

โอ้ย!!!ข้อแก้โตหลายคักขนาดเนาะ)เติมต้นหอม หมอเป หอมแดงซอย

ชิมรสให้มี 3 รสเปรี้ยวหวานเค็ม รสมันบ่ต้องเอามาเด้อ คันเอารสมัน

มันสิกลายเป็นว่าต้อง “สี่” แม้ ส่วนผู้ได๋มักรสเผ็ดหลายเกินขนาด

กะสามารถเติมบักพริกป่นเพิ่มอีกได้ตามชอบใจโลด

สุดท้ายจึงเติมข้าวคั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนบักอ้ายครับผม





จบแล้วยกไปกินก่อนเด้อ ครับ









Create Date : 28 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:32:17 น.
Counter : 229 Pageviews.

3 comment
ตอนที่ 23 อาหารอีสาน เมนูที่ 21 แกงอ่อมสารพัดผัก 27-9-59















ตอนที่ 23

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  21

แกงอ่อมสารพัดผัก








ถึงคุณคนแปลกหน้าที่บักอ้ายบ่เคยฮู้จัก หากคุณได้แวะเวียนเข้ามาอ่านแล้ว

คุณจงฮู้ว่าถึงเฮาบ่เคยได้เห็นหน้าฆ่าตากันมาก่อน แต่อย่างน้อยเฮากะยังเคย

ได้ติดต่อกันผ่านทางตัวอักษรพวกนี้ บักอ้ายหวังว่าทุกตัวอักษร ทุกคำเว้า

สิสามารถเฮ็ดให้คุณมีความสุขไปพร้อมกับบักอ้ายได้

ตามมาเด้อ สิพาบินเข้าไปสู่ โลกของบักอ้าย


ตีห้าแล้วบักอ้ายยังนอนบ่หลับ นอนพลิกไปพลิกมาหลายร้อยหลายพันรอบ

แค่กะบ่สามารถข่มตาให้นอนหลับลงไปได้  เปลี่ยนจากนับแกะมานับช้างเพราะมันโตใหญ่กว่า

กะยังนอนบ่หลับ สุกท้ายกะเลยตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งเขียนถึงคุณๆคุผู้คุคน


คุณเคยจ้องเข้าไปในดวงตาของคุณทั้งๆที่คุณยังหลับตาอยู่บ่ครับ ถ้าหากว่าเคย

คุณเห็นอีหยังในความมืดนั่นบ่ นอกจากเส้นสีขาวระยิบระยับพวกนั้น

คุณได้ยินเสียงอีหยังดังมาจากความว่างเปล่าบ่ คุณได้ยินเสียงหัวใจของเจ้าของเต้นอยู่บ่

บ่หน้าเชื่อแม่นบ่ว่าแค่อาการนอนบ่หลับสิสามารถเฮ็ดให้คนๆหนึ่งมองเห็นโลก

อีกโลกหนึ่งที่หลบเร้นอยู่ใต้เปลือกตาของตัวเฮาเอง



เสียงเห่าบ๊อกๆของลูกชายบักอ้ายดังขึ้น พร้อมๆที่แสงสว่างส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

เจ้าหมาสีขาวจอมขี้ดื้อ หากแต่ว่ามันฮักบักอ้ายหล๊ายหลาย บักอ้ายกะเลยถือโอกาส

เอามันมาแนะนำให้พวกคุณๆได้ฮู้จัก มันชื่อว่า  “จุ้งจิ้ง” อายุอานามกะเกือบขวบหนึ่งแล้ว

จุ้งจิ้งมันคือหมู่ที่ดีที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้าง ถึงแม้สิเป็นช่วงเวลาที่บักอ้ายมีความทุกข์

ที่สุดหรือมีความสุขที่สุดกะตาม จุ้งจิ้งกะยังฮักบักอ้ายโดยที่บ้มีเงื่อนใข อย่างที่เขาบอก

ใจของหมามันมีแค่ห้องเดียว คันเฮาโชคดี มื้อหนึ่งเฮาอาจสิได้พ้อคนใจหมาที่สิฮัก

และภักดีต่อเฮาผู้เดียวไปจนตลอดชีวิตกะเป็นไปได้





เอาล่ะ ล้อมวงกันเข้ามา มื้อนี้บักอ้ายจะพาย้อนตำนานความฮักของอ้ายชายกับสาวนวล

ที่ซึ่งบักอ้ายเคยเว้าค้างเอาไว้ คันเคยเว้าให้ฟังแล้วกะอยากเว้าให้ฟังให้มันจบ

ก่อนที่สิเฮ็ดแนวกินให้เบิ่งเป็นการปิดท้ายตามระเบียบเนาะครับ

ขยับเข้ามาใกล้ๆคันนั่งไกลไปมันสิบ่ได้ยินเด้ มาฟังความฮักของลูกผู้ชายผู้หนึ่ง


พ่อชายผู้นั้นกะคืออ้ายชาย ซึ่งในปัจจุบันเป็นอีพ่อของบักอ้ายเอง


หลังจากที่อ้ายชายตามง้อสาวนวลด้วยการช่วยตำแจ่วจนครกแตกแล้ว

กะมาติดตามกันต่อได้เลยว่าเกิดอีหยังขึ้นกับความฮักของคนทั้งสอง

คันผู้ได๋หัวแต่เปิดเข้ามาอ่าน บักอ้ายกะขอแนะนำให้กลับไปอ่าน

ตอนที่ 15 อ่อมอีกะปูนา กับ ตอนที่ 16 มนต์ฮักแจ่วบักพริกดิบ เสียก่อนเนาะครับ

สิได้เข้าใจเรื่องราวชัดเจน เพื่อเพิ่มอรรถรสและความม่วนชื่นให้แก่คุณๆอย่างสูงที่สุด



ลมหัวกุดพัดลัดทุ่งมา กวาดเอาใบไม้ใบหญ้าให้ลอยขึ้นปลิวว่อนในอากาศ

ลานตีข้าวข้างเถียงนาน้อยที่เทจากขี้ควาย ถูกนำเอามัดข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยว

แล้วมาเทิ้นกองกันเอาไว้จนสูงเป็นพะเนิน ราวภูเขา ครอบครัวของสาวนวลกะเลย

ต้องพากันมานอนนาเฝ้าข้าวเปลือก ย่อนว่ามีแต่ลูกสาวหมดทั้งสามนางทั้งอีพ่ออีแม่

ของสาวนวลจำต้องพาลูกสาวทั้งสามมานอนนานำกันหมด


คืนนั้นกะเป็นคืนเดือนมืด มีแค่แสงดาวดวงน้อยๆที่ส่องแสงสุกใสอยู่เต็มไปหมด

กองไฟถูกจุดเอาไว้ไล่ยุงให้ควายที่ผูกอยู่ข้างเถียงนาน้อย อ้ายชายเองกะมานอนนาคือกัน

หลังจากไปยามเป็ดจนได้ปลาจนเกือบเต็มฆ้อง เลาเห็นว่าหัวแต่สองทุ่มกะเลยคิดว่า

สิแวะเอาปลามาให้ผู้สาว พร้อมกับคึดว่าสิมาเฮ็ดให้ผู้สาวแปลกใจนำเนาะ

ที่จู่ๆกะโผล่หน้ามาโดยที่บ่ได้บอกเอาไว้ก่อน อ้ายชายย่างเลาะคันแถนามามืดๆ

เห็นสาวนวลกำลังยืนหันหลังถือตะเกียงก้มๆเงยๆอยู่ข้างกองข้าวเปลือก

อ้ายชายเลากะคึดอยากกอดผู้สาวเบิ่งจักเทื่อ ไส่ๆกะคิดดีแล้วว่าขายข้าวได้ปีนี้

กะสิมาสู่ขอสาวนวล เลาเลยค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ วางฆ้องใส่ปลาลง

แล้วรวบตัวสาวนวลเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“ว้าย”

เสียงผู้สาวฮ้องขึ้นด้วยความตกอกตกใจ พร้อมปล่อยตะเกียงน้ำมันก๊าชในมือหลุด

ลงไปใส่กองข้าวเปลือก ไฟลุกพรึ่บไหม้กองเข้าเปลือกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

แสงสว่างจ้าจากเปลวไฟเฮ็ดให้อ้ายชายถึงกับหน้าถอดสี เพราะว่าผู้สาวที่เลากอด

อยู่บ่แม่นสาวนวล หากแต่ว่าเป็นสาวจันทร์เมืองน้องสาวของสาวนวล


เอาแล้วเด้ บัดที่นี่ งานเข้าอ้ายชายของเฮาเต็มๆเปา ทั้งเฮ็ดไฟไหม้ข้าวเปลือกเพิ้น

ทั้งกอดผู้สาวผิดตัว แบบนี้สิบ่เอิ้นว่างานเข้าได้จั่งได๋เนาะอ้ายเนาะ


“ช่อยแน่ๆ ไฟไหม้ๆ”เสียงฮ้องของสาวนวลเฮ็ดให้อ้ายชายฟ้าวปล่อยมือจากผู้สาวผิดคน

จากนั้นคนทั้งหมดต่างกะช่วยกันแล่นไปเอาน้ำมาดับไฟ หากแต่ว่ามัดข้าวเปลือกถือว่าเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

เปลวไฟกะเลยเผาพลาญมันไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

ทั้งอีพ่ออีแม่กับสามสาวแล้วกะอ้ายชายต่างกะนั่งลงหอบแฮ่กๆกันทั่วหน้า

สาวนวลบ่หันแม้มาเบิ่งอ้ายชายแม่แต่ปลายหางตา

“หมดกัน ข้าวของกรู”อีพ่อสาวนวลว่า

“ข้อยบ่ได้ตั้งใจเด้อีพ่อ ข้อยขอโทษเด้อจ้า”สาวจันทร์เมืองก้มลงไปกราบพ่อ

น้ำตาไหลออกมาอาบสองแก้ม แนมไปเบิ่งหน้าเอื้อย แต่เอื้อยกะหันหนีไปทางอื่น

เอื้อยนวลเพิ้นคือสิเห็นหมดคุสิ่งคุอย่างแล้วเนาะ

“เป็นความผิดของผมเอง  ผมเฮ็ดให้จันทร์เมืองตกใจจนตะเกียงหลุดมือ ผมยอมรับผิดครับ”

อ้ายชายเว้าขึ้น ตายังพยายามแนมไปเบิ่งผู้สาว

“โตไปเฮ็ดท่าได๋ล่ะ ชายเอ้ย ไฟคือได้ไหม้ข้าวจนหมดแบบนี้”อีแม่สามสาวถาม

“  ผมกอดจันทร์เมือง”อ้ายชายเว้าความแท้

“อีหยังเกาะ”อีพ่อลุกขึ้นยืน

“เมงมักอยู่กับอีนวลบ่แม่นบ่ แล้วจั่งได๋จั่งไปกอดอีจันทร์เมือง บักขี้ฆ่าเอ้ย”

“ผมขอโทษหลายๆเด้อครับ พ่อ ผมสิเอาข้าวเปลือกที่ผมเฮ็ดได้ทั้งหมดในปีนี้

มาแทนให้ก่อน ถึงมันสิบ่หลายท่อที่ไฟไหม้ไปกะตาม ส่วนเรื่องของจันทร์เมือง

พ่อสิให้ผมเฮ็ดจั่งได๋กะบอกผมมาโลด ผมผิดไปแล้ว ผมยอมหมดคุอย่าง”

อ้ายชายจำต้องยอมรับในสิ่งที่ได้เฮ็ดผิดพลาดลงไป ถึงแม้สิบ่ได้ต้องการกะตาม

เพราะคนในสมัยนั้น แค่กอดกันกะถือว่าผิดผีแล้ว

สาวนวลใจหายวูบบ่เคยคึดเคยฝันว่าเรื่องราวสิลงเอยแบบนี้

“เมงบ่ต้องมารับผิดชอบลูกสาวกรูดอก กรูสิบ่ยอมให้พ่อชายแบบเมงมาเป็นผัว

ลูกสาวกรูเด็ดขาด แค่กอดคึดเสียว่าเฮ็ดบุญให้หมามันกินสาอีจันทร์เมือง

เมงฟ้าวไปเกณฑ์ผู้คนขนข้าวมาแทนกรูให้ไวที่สุด กรูสิฮ้อมฮั้วกั้นระหว่าง

นาเมงกับนาของกรู ต่อจากนี้ไปเมงอย่าเหยียบเข้ามาที่นาของกรูอีก”

อ้ายชายก้มลงกราบอีพ่อของสาวนวล คว้าเอาฆ้องใส่ปลาย่างหนีจากไป



ดวงหน้าสาวเจ้ายังจ้องหนีไปอีกทาง ทิ่มไว้เพียงปริศนาว่าสิเกิดเรื่องราว

อีหยังขึ้นต่อไปนับจากนั่น เพราะหลังจากอ้ายชายขนข้าวเปลือกทั้งหมด

มาชดใช้คืนให้บ้านสาวนวล ข้าวเปลือกที่เทื่อหนึ่งเคยคิดว่าสิขายเอาเงินเอาทอง

มาสู่ขอสาวนวลไปเป็นเมีย  อีพ่อของสาวนวลกะสร้างฮั้วกั้นระหว่างที่นาขึ้นมาอีหลี

อ้ายชายกับสาวนวลกะเลยบ่ได้แม้แต่พ้อหน้ากันอีกเลย เดี๋ยวค่อยมาติดตามเรื่องราว

กันต่อในตอนหน้าเนาะครับเนาะ บ่ต้องย่านไปดอกเด้อครับเพราะว่าความมักความฮัก

ของคนทั้งสองจั่งได๋กะต้องได้ลงเอยกัน บ่จั่งสั่นบักอ้ายสิได้เกิดมาบ่

ขึ้นชื่อว่าเนื้อคู่กันแล้ว สุดท้ายจะต้องบ่แคล้วคลาดกันไปได้

บ่ว่าสิเกิดอุปสรรคอันใดขึ้นมาขวางกั้นกะตามช่าง




วกมาสำหรับเมนูมื้อนี้บักอ้ายขอบอกว่ามันเป็นเมนูที่บักอ้ายคิดขึ้นมาเอง

เพราะว่าบักอ้ายมักกินผักกับเนื้อปลาคักหลาย เมนูแกงอ่อมปลาสารพัดผัก

นอกจากสิมีรสชาตินัวแล้วยังมีรสชาติกะขมอ่ำล่ำกำลังดี(บักอ้ายมักหล๊ายหลาย)

เพราะหน่อไม้สดที่เฮาใส่ลงไปบักอ้ายบ่ได้เอาไปต้มก่อน

ย่อนต้องการความขมธรรมชาติจากมันนั่นเอง


มาเบิ่งส่วนผสมกันก่อนเด้อครับ ส่วนแรกส่วนของพริกแกง กะมี
กระเทียม
กระชาย
หอมแดง
ตะไคร้
ข่า
บักพริกดิบ
และกะเคล็ดลับที่บ่เคยบอกไผ๋เด นั่นกะคือ
บักเขือขื่น(นี่ขนาดบ่เคยบอกไผ๋มาก่อนแล้วเด้)



ส่วนผสมทั่วไปกะมี
เนื้อปลากะพงแดง หรือใช้เนื้อปลานิลกะได้คือกัน
หน่อไม้หวาน
บักบวบ
บักเขือพวง
บักอึ
ผักขา
ผักอีตู่







เครื่องปรุง
เกลือ
น้ำปลา
น้ำปลาร้า
น้ำตาล
น้ำมันพืช








วิธีเฮ็ดกะมีดังต่อไปนี้

หั่นเนื้อปลาให้พอดีคำเตรียมเอาไว้





หั่นเครื่องพริกแกงทั้งหมดพร้อมปอกเอาแต่ในบักเขือขื่น แล้วเอาเครื่องบักพริก

มาตำให้พอแหลก เติมเกลือจักหน่อย แล้วกะใส่ในบักเขือขื่นลงไปตำ












หั่นผักต่างๆเตรียมไว้





ใส่น้ำมันพืชลงไป ท่าให้กระทะฮ้อน  ตักพริกแกงลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม

ใส่น้ำลงไป ใส่หน่อไม้สดก่อน ท่าให้หน่อไม้สุก ให้น้ำขมมันออกมาในน้ำแกง

ใส่บักอึตามลงไป ตั้งต่ออีกจักหน่อย กะค่อยปรุงรสชาติ ด้วยน้ำปลา

น้ำตาลกับน้ำปลาร้า ชิมเบิ่งให้นัวๆแล้วกะขมอ่ำล่ำ

จั่งเอาปลาใส่ตามลงไป ท่าให้น้ำเดือดก่อน อย่าฟ้าวคน มันสิคาว

พอน้ำเดือดกะเอาผักที่เหลือ คือ บักเขือพวง  บักบวบ ใส่ตามไป พ

อทุกอย่างสุกดีแล้วกะใส่ผักขากับผักอีตู่







ยกลงมา ตักใส่ถ้วย  เสร็จเรียบร้อย

น่าตาแกงอ่อมสารพัดผักของบักอ้ายกะออกมาประมาณนี่ล่ะครับผม












จบแล้วครับ มื้อนี้มาง่ายๆไปเร็วๆเนาะครับ

เอาไว้พ้อกันใหม่ในตอนต่อไปเด้อครับผม

คันฮักคันมักกะสามารถติดตามอ่านได้เด้อครับ



Create Date : 27 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:31:16 น.
Counter : 165 Pageviews.

2 comment
ตอนที่ 22 ขนมหวาน เมนูที่ 2 ข้าวปาดข้าวโพด ขนมโบราณของคนอีสาน 24-9-59












ตอนที่ 22

ขนมหวาน  เมนูที่  2

ข้าวปาดข้าวโพด ขนมโบราณของคนอีสาน








เวียนมาบรรจบครบถ้วนอีกปีหนึ่งแล้วเนาะ สำหรับวันเกิดของบักอ้าย

ผู้บ่าวหน้ามนคนหล่อ แถมปลาข่อกะยังใหญ่พร้อม (เว้าแล้วกะอยากอายเจ้าของเด้)

24 กันยายน คือวันเกิดของบักอ้าย วันที่อีแม่เพิ้นเจ็บปวดที่สุด

อ้ายกะเลยฟ้าวไปตลาดมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อเตรียมข้าวของเอาไว้ไปทำบุญที่วัดในมื้อนี้

ตั้งใจว่าสิเฮ็ดแกงเขียวหวานไก่ ส่วนขนมกะอยากได้ขนมอีสานบ้านเฮาที่แทบบ่มีไผ๋เฮ็ดกินกันแล้ว

บักอ้ายเองกะบ่อยากสิลืมเลือนขนมแนวนี้ไปคือกัน กะเลยเป็นที่มาของเมนูมื้อนี้

“ขนมข้าวปาดข้าวโพด”

มื้อวานอ้ายกะฟ้าวไปตลาด แล้วฟ้ามกลับมาเฮ็ดเตรียมเอาไว้ เพราะว่าหลังจากกลับมาจากวัด

กะว่าสิเฮ็ดแนวกินเลี้ยงอีแม่ กับอีพ่อ เพื่อเป็นการขอบในพระคุณอันใหญ่หลวงที่ให้กำเนิดบักอ้าย

ออกมาเป็นตัวเป็นตน แถมยังเลี้ยงดูอย่างดี ส่งเสียให้บักอ้ายได้เรียนสูงๆ

เอ้านำมาเบิ่ง อีหลีแล้ว ขนมข้าวปาดข้าวโพดมันกะบ่ได้เฮ็ดยากเด้

ส่วนผสมกะมีแค่

ข้าวโพดเหลือง
เลือกเอาข้าวโพดอ่อนที่อยู่ในช่วงที่เม็ดมันกำลังสร้างแป้งเป็นน้ำนมเด้อ
เอาฝักที่บ่อ่อนเกินไป แล้วกะบ่แก่จนเม็ดแข็งเป็นไต

น้ำตาลทราย

เกลือ กับ บักพร้าว แค่นั่น







ส่วนวิธีเฮ็ด

เริ่มจากจัดการปอกเปลือก  เก็บไหมออกให้หมดแล้วก็ฝานแบบนี้

ฝานๆๆๆๆ....ออกมาแบบนี้ แล้วเอาไปตำให้ละเอียด แต่มื้อนี้บักอ้ายขอใช้ทางลัด เอาไปปั่นเอาโลด

เอาข้าวโพดใส่เครื่องปั่นพร้อมกับน้ำเปล่า สัดส่วน 38 24 36 โอ้ย มันบ่แม่นนางสาวไทยเด้บักอ้าย

สัดส่วนข้าวโพด ใส่ข้าวโพดที่ฝานแล้วลงไปประมาณครึ่งโถปั่น  เติมน้ำ ให้พอท่วมข้าวโพดกะเอา

ให้สูงกว่าข้าวโพดจักข้อนิ้วหนึ่ง คือยามเฮาหุงข้าวเจ้านั่นละ แล้วกะปั่นให้มันแหลก













แล้วกะเทใส่ชาม เอาผ้าข้าวบางมากรอง  ฮั่งกรอกละเอียดขนมเฮาสิฮั่งเหนียวและรสชาติดีเด้

พยายามกรอกเอาน้ำให้หมด อย่าทิ่มเด้ เสียดาย ปั้นเอาจนน้ำสุดท้ายออกให้หมด








ได้น้ำข้าวโพดมาแล้วบัดที่นี้กะเอาเทลงกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆพอเด้อ ค่อยๆกวนไปเรื่อยๆใจเย็นๆ

บ่ต้องใจฮ้อน (บักอ้ายต้องขอขอบคุณผู้บ่าวหน้ามน นอกจากเพิ้นที่หล่อป่านอ้าย บอย ปกรณ์แล้ว

เพิ่นยังน้ำใจงามมาช่อยบักอ้ายกวนขนม เพิ้นบอกว่าอยากช่อยเฮ็ดบุญ ฮ่าเที่ยชาติหน้าสิได้เกิด

มาฮ่วมชาติกับบักอ้ายอีก แจ่แม่นเจ้าปากหวานหลายเนาะ ขนมคือสิบ่ต้องใส่น้ำตาลแล้วล่ะบัดนี้)

หลังจากกวนจนเนื้อขนมเริ่มเข้าที่  ก็เติมเกลือ กะคราวๆ  ประมาณช้อนชาเดียว

แล้วกะน้ำตาลทราย  2ส่วน3 ถ้วยตวง คันบ่แน่ใจหลังเติมแล้วกะลองชิมรสเบิ่ง คันมักชอบความหวาน

กะเพิ่มน้ำตาลลงไปอีกกะได้







ผู้บ่าวคนมนคนนั้นกะยังกวนขนมวนไปวนมา อยู่คือเก่า

“พยายามอย่าให้แป้งข้าวโพดผสมกับน้ำตาลให้มันทั่วๆเด้อ”บักอ้ายบอก

“ครับแฟน”พะนะ

บักอันนี้แม้ แม่บักอ้ายกะนั่งเบิ่งอยู่ แจ่แม่นหน้าด้านหลาย บ่รู้จักอยากอายผู้เฒ่าผู้แก่


กวนต่อไปเรื่องๆครับ อย่าหยุดมือ เดี๋ยวสิไหม้ก้นกระทะ.... กวนจนเนื้อขนมเนียนงาม

แล้วกะใสแวววาวปานอีเกิ้งขึ้นมา ใช้เวลากวนโดยประมาณกะครึ่งชั่วโมง

คนหน้าคืออ้ายบอย ปกรณ์ เลาบ่เมื่อยแขนดอก เลากล้ามใหญ่

อ้ายเห็นเลายอมเสียเงินเพื่อที่สิไปยกลูกเหล็กหนักๆ เลายังยกได้เลย

แปลกเนาะคนเฮาอยู่ดีๆกะยอมเสียเงินเสียทองเป็นหมื่นๆต่อปี

เพื่อที่สิไปยกลูกเหล็กให้เจ้าของเมื่อยแม้


พอกลิ่นหอมเริ่มมาแล้ว ขนมข้าวปาดของเฮากะเริ่มเป็นสีเหลืองป่านทองคำ

กะยกลงมาได้โลด หันมาเตรียมชามเอาไว้





เทลงไปในชามแบบนี้ แล้วกะปาดหน้าขนมให้มันทั่วๆ นี่ล่ะคือที่มาของชื่อขนม

“ขนมปาด”เข้าใจแล้วบ่

หลังจากนั้นกะทิ่มเอาไว้ให้มันเย็น ให้มันเชทตัว  









เฮากะค่อยหันไปจัดการกับบักพร้าว ผู้ช่อนกล้ามใหญ่ของบักอ้ายจัดการฟ้าวผ่าครึ่งหน่วยบักพร้าวให้

แล้วอ้ายกะใช้มือแมวแบบนี้ขูดๆจนได้เนื้อบักพร้าวงามๆ เอาเนื้อบักพร้าวขูดคลุกกลับเกลือนิดหน่อย

พร้อมน่ำตาลจักช้อนโต๊ะ ขยำให้มันเข้ากันแน่แล้วเอาไปนึ่งก่อนจักคราวเด้อ










แล้วค่อยเอามาแต่งหน้าขนมปาดของเฮา  พอแต่งหน้าเรียบร้อนจนเจ้าหญิงขนมปาด

งามหลายแล้วกะค่อยเอามาตัดเป็นชิ้น  ใส่ลงไปในใบตองที่บักอ้ายพยายามเย็บให้มัน

เป็นกระทงแบบนี้   นี่ล่ะครับ “ขนมปาดข้าวโพด”เมนูอนุรักษ์ของบักอ้าย

ตรบมือชวดๆให้บักอ้ายแย่ครับ












บักอ้ายตื่นแต่เช้าลงมือเฮ็ดแกงเขียวหวานไก่เรียบร้อย แล้วจั่งเอาขนมปาดออกมาจากตู้เย็น

จัดขนมและกะแกงเขียวหวานไก่ พร้อมข้าวถุงหนึ่ง ดอกไม้ ธูป เทียน น้ำนำขวดหนึ่ง

เตรียมเอาไปถวายพระก่อนเด้อครับเด้อ









ผิดตกขออภัยหลายๆ บักอ้ายฟ้าวไปวัด กลับมาจากวัดสิเอาบุญมาฝาก

พร้อมกับกลับมาตรวจทานให้ใหม่อีกจักเทื่อเด้อครับ

สำหรับมื้อนี้ขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับผม



Create Date : 24 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:30:16 น.
Counter : 374 Pageviews.

2 comment
ตอนที่ 21 อาหารอีสาน เมนูที่ 20 ป่นกุ้ง 23-9-59










ตอนที่ 21

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  20


ป่นกุ้ง







มันเป็นงึกงึกงักงัก โอ๊ย
งึกงึกงักงัก
มันเป็นงึกงึกงักงัก
มันเป็นกะอึ๊กกะอั๊ก
มันเป็นจึ๊กจึ๊กจั๊กจั๊ก
มันเป็นอยากได้จักกั๊ก
มันเป็นบ่คึกบ่คัก


มันสิเป็นอีหยัง คันบ่แม่นเมาค้าง กะย่อนส้มหมูห่อใบตองเมื่อวานนี่ละ ตัวเป็นเหตุ

หลังจากบักอ้ายดวลผู้เดียวหมดไปสองขวดกับส้มหมู เพิ่นเอิ้นว่าไหลแม่นบ่

บักอ้ายกะไหลโทรหาหมู่ให้มากินส้มหมู เหอๆ ผลกะคือ เมากันถั่วหน้า

ตื่นขึ้นมามันกะเลยเป็นงึกงึกงักงักจั่งซี้ล่ะเนาะ


พอตื่นขึ้นมาแล้วกะหิวเข้าหลาย ฟ้าวแล่นเข้าไปเบิ่งในครั ว บ่มีอีหยังกินจักย่างแม้

แนมเบิ่งกะบ่มีผู้ได๋อยู่บ้าน เหลือแต่บักอ้ายผู้เดียว กะเลยเปิดตู้เย็นออกมาเบิ่ง

มีกุ้งแช่แข็งอยู่ บักพริกสดกะมี  เอาคันจังสั่นกะมาป่นกุ้งกินกะแล้วกันเนาะ

สำหรับเมนูที่ยี่สิบเฮ็ด บักอ้ายขอเสนอเมนูขี้คร้าน เมนูตามมีตามเกิด ให้ชื่อว่า

“ป่นกุ้ง”

ตามขี้เมามาเบิ่งว่าเมนูคนเมาค้างสิเป็นจั่งได๋

ควานหาส่วนผสมที่มีในตู้เย็นมาวางถ่ายรูปก่อน

มี กุ้งแช่แข็ง บักพริกสด หัวหอมบั่ว กระเทียม และกะต้นผักบั่ว





ส่วนเครื่องปรุงกะพื้นๆที่เฮามีอยู่ในครัวนั่นล่ะ

ปลาร้า น้ำปลา เกลือ น้ำตาล และกะบักนาว







ท้องกะฮ้องจ๊อกๆเนาะ หัวกะปวดตึ๊บๆ ห่าคั่วเอ้ย บักอ้ายสิบ่กินอีกแล้วเหล้ายาปาปิ้งนี่

(ตรูเห็นเมงพูดแบบนี้ทุกที สุดท้ายเมงก็ยังดื่มอยู่ดี)

วิญญาณคนไทยในตัวของบักอ้ายเว้าออกมา เว้าบ่เกรงใจข่อยเลยเนาะ

บักอ้ายคนไทยเอ๋ย  ฟ้าวเอากุ้งมาละลายน้ำแข็ง ล้างให้มันสะอาด

แล้วกะดึงเอาหางมันออกให้หมด ต้นหอมบั่วกะหั่นเตรียมไว้





เอาหัวหอมบั่วมาหั่นแล้วเอาไปคั่วกับบักพริกสด แล้วกะกระเทียม คั่วพอให้หอมพอ

หิวหลายสิเป็นลมแล้ว ข่อยน่ะ

ตั้งน้ำปลาร้า เอากุ้งลงไปต้มให้สุก






เอาบักพริก หัวหอมบั่ว กระเทียมที่คั่วไว้มาตำให้แหลกก่อน  ใส่เกลือลงไปจักหน่อย

เกลือจะช่อยดึงรสหวานของแนวกินออกมาเด้ แล้วค่อยเอากุ้งมาตำต่อให้มันแหลก

ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เอาน้ำปลาร้าที่ต้มพร้อมกุ้งตักใส่ ชิมเบิ่ง

แล้วจั่งบีบบักนาวลงไป เอาต้นผักบั่วหั่น แล้วใส่ลงไป ตักขึ้นมาใส่ถ้วย












แล้วจั่งแล่นไปเก็บผักที่พอหาได้จากริมฮั้ว บักถั่วพู ผักขา

มีอีหยังกะเอามากิน เอ้า มีบักแตงอยู่หน่วยหนึ่งเอามากินนำ ยกมาโลด

เอาข้าวเหนียวจ้ำลงไป ป้าด++++แซ่บอีหลี ฮั่งกินฮั่งแซ่บ

นี่ล่ะเพิ้นค่อยบอกว่าคันยามหิวข้าวกินอีหยังกะแซ่บ

คันสิกินเพื่ออยู่บ่ต้องไปหาของเริ่ดหรูกินดอก กินเข้าไปแล้วสุดท้ายกะขี้ออกมาคือกัน













กินอิ่มแล้วกะขอโตไปนอนต่อก่อนเด้อ ฝนกะตกริน บรรยากาศเป็นใจที่สุด

ขาดแต่คนนอนกอดนี่ละ  หัวกะปวดหลาย ฟ้าวไปก่อน

เดี๋ยวแม่ใหญ่นวลกลับมา เราสิจ่ม เดี๋ยวสิบ่ได้นอน



Create Date : 23 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:29:16 น.
Counter : 172 Pageviews.

5 comment
ตอนที่ 20 อาหารอีสาน เมนูที่ 19 ส้มหมูห่อใบตอง (แหนมหมู) 22-9-59

















ตอนที่ 20

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  19


ส้มหมูห่อใบตอง(แหนมหมู)






พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี

ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า

ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด

สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา...หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา



เคยร้องเพลงนี้กันบ่ครับสมัยที่ยังเป็นเด็กน้อย เกิดทันกันบ่น้อ

คันพอเกิดทันกะคือสิอายุไล่ๆกับบักบักอ้ายนี่ล่ะ แม่นบ่


เปิดมามื้อนี้พร้อมกับเพลงพ่อใหญ่ลีกะบ่แม่นอีหยังดอก สิมาเว้าเรื่องพ่อใหญ่ลีให้ฟัง

พ่อใหญ่ลีเลามาเกี่ยวอีหยังกับการเฮ็ดส้มหมูห่อใบตองแม่นบ่  อีหลีแล้วเลากะบ่ได้เกี่ยวโดยตรงดอก

เพียงแต่ว่าบ้านพ่อใหญ่ลีเพิ้นเฮ็ดส้มหมูขาย เพิ้นกะเลยปลูกต้นกล้วยไว้หล๊ายหลาย

บ้านเพิ้นกะอยู่หลังท้ายสุดของหมู่บ้านนำเนาะ ส้มหมูพ่อใหญ่ลีกะขายดีขนาด

ย่อนว่ามันแซ่บคัก อีพ่อกับอีแม่ยังใช้ให้บักอ้ายไปซื้อมากินอยู่เป็นประจำเด้

พ่อใหญ่ลีเลามีลูกชายชื่อว่าอ้ายสิน อ้ายสินหัวแต่แต่งงานกับเอื้อยอ้อยคนงามได้ยังบ่ทันโดน

  พ่อใหญ่ลีเลากระมาชิงตายไปก่อน ส่วนเป็นอีหยังตายบักอ้ายกะจำบ่ค่อยได้แล้ว

มันโดนเติบแล้วเนาะ พอพ่อตายอ้ายสินกับเมียกะเลยต้องสืบต่อกิจการส้มหมูของพ่อใหญ่ลี

หน้านั้นกล้วยกะกำลังออกปลีจนเต็มป่ากล้วยของพ่อใหญ่ลีจนเต็มไปหมด

พวกผู้บ่าวซ่ำน้อยขี้ดื้อหลาย หลังจากตระเวนเล่นสาวจนค่ำมืด กะพากันไปลักกล้วย

ในป่ากล้วยของพ่อใหญ่ลีแม้ สิเหลือบ่ล่ะ ระหว่างที่กำลังดึงต้นกล้วยที่มีเครือกล้วยงามๆ

ลงมาอยู่นั่น ผีพ่อใหญ่ลีกะโผล่พรวดออกมาจากป่ากล้วย หน้านี่เน่าจนเละ

พวกผู้บ่าวซ้ำน้อยเห็นซั่มนั่นกะโกยตีนหมาบ่คิดชีวิต แล่นกลับไปนอนคลุมโปงอยู่บ้าน

ผมตั้งโด่ป่านในละครทีวีพุ่นแหล่ว ผีพ่อใหญ่ลีเฮี้ยนขึ้นคุมื้อ ขนาดค่ำๆแม่ใหญ่สาย

ที่อยู่ข้างบ้านไปลักตัดใบตองสิเอามาหมกปลาซิว กะยังถึกผีผู้ใหญ่ลีหลอกจนจับไข้

ไปหลายมื้อ พอตกกลางคืน บักอ้ายกะสิฟ้าวอาบน้ำแล้วกะขึ้นมานอน ย่อนย่านผีพ่อใหญ่ลีหลาย

มื้อหนึ่งลุงดำพ่อบักเขียวเลาไปไต้กบ เลาเป็นคนบ่ย่านผีท่อได๋เนาะ หลังจากได้กบ

หลายพอสมควรแล้วเลากะย่างลัดทุ่งขึ้นมา เดือนกะมืดๆ มีแค่แสงไฟที่พ่วงเข้ากับแบตตารี่

ที่ลุงดำเลาผูกไว้ตรงหน้าผากท่อนั้น ที่ส่องนำทางพอให้ลุงดำเห็นหุ่ง พอย่างมาฮอดป่ากล้วย

ของพ่อใหญ่ลี ลมมันกะพัดมาแฮงๆ ลุงดำที่เคยบอกว่าบ่ย่านผี กะกำด้ามฉมวกแทงกบเอาไว้แน่น

“เอ้า คันมาหลอกข่อย ข่อยสิแทงเจ้าคือแทงกบโลดเด้อพ่อใหญ่ลี”

ลุงดำฟ้าวสาวขาให้ไวขึ้น เสียงหมาเริ่มส่งเสียงหอนต่อกันไปเป็นทอดๆ ลุงดำเริ่มรู้สึกย่าน

เพราะฮู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องมองเจ้าของอยู่ จนเลาย่างมาฮอดกอกล้วยตานีกอใหญ่ที่สุด

ร่างสูงใหญ่ขาวโพลนของผีพ่อใหญ่ลีกะโผล่พรวดออกมา ตานี่ลึกโป๋

“เห้ย”ลุงดำฮ้องสุดเสียง เอาด้ามฉมวกในมือฟาดไปที่หัวของผีพ่อใหญ่ลีเต็มเปา

“โอ้ย”ผีฮ้องพร้อมลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้นดินตรงหน้าลุงดำ ลุงดำยกฉมวกหวังสิแทง

ให้ผีผู้ใหญ่ลีตายไปอีกจักเที่ย แต่ผู้ที่นอนอยู่ฟ้าวดึงผ้าคลุมสีขาวออกมา

“ข่อยเอง อ้ายดำ อย่าแทงๆ”ลุงดำชะงักฉมวกเอาไว้ทัน

อ้ายสินดึงหน้ากากผีออก หัวแตกเลือดไหลอาบ ดีเด้ที่ลุงดำเพิ้นบ่ได้เอาฉมวกแทงแต่แรก

คันสั่นอ้ายสินคือสิได้เป็นผีสมใจเด้ นั่นกะคือเรื่องราวของผีผู้ใหญ่ลี อีหลีแล้วกะเป็นอ้ายสิน

ลูกชายเลา ที่เอาผ้าขาวกับหน้ากากผีมาห่มหลอกชาวบ้าน เพราะว่าบ่อยากให้ชาวบ้านมาลัก

ตัดกล้วยกับใบตองในสวน



บัดที่นี่กะมาเบิ่งเมนูในมื้อนี้ของเฮาเนาะครับ บักอ้ายขอนำเสนอเมนูที่ ซาว พอดิบพอดี

อีกสิบเอ็ดเดือนกับอีกแปดสิบเมนู บักอ้ายคงสิสามารถเฮ็ดได้แน่นอน

ว่าสิเขียนสูรแนวกินอีสานบ้านเฮา ได้ครบร้อยเมนู ภายในหนึ่งปี ตามที่เคยขี้คุยเอาไว้

คันบ่เชื่อกะต้องเบิ่งเอาแล้วกัน

(เหอๆ หลอกให้เขามาติดตามอ่านของเจ้าจองกะเป็นแม้ ข่อยล่ะอยากหัว)



เมนูที่ซาวแล้วเนาะ ตัวเลขกะงามๆ บักอ้ายกะเลยขอนำเสนอ เมนูที่ดีที่สุดเมนูนี้

“ส้มหมูห่อใบตอง” แนวกินที่อยู่ในระดับท๊อบเท็นในหัวใจของบักอ้าย เฮ็ดกะง่าย

ส่วนประกอบกะมีน้อย วัตถุกะหาได้ง๊ายๆ แต่เฮ็ดแล้วรสชาติมันลืมบ่ลงอีหลีเด้

บักอ้ายสิบอกให้ แถมยังต่อยอดไปเอาเฮ็ดเมนูอื่นได้ๆอีกหลายเมนู



ว่าแล้วกะไปตลาดโลด ซื้อหมูสับหรือว่าหมูบด 8 ขีดเลือกเอาเนื้อแดงๆอย่าให้ติดมันหลายเด้

มันบ่แซ่บ  หลังจากนั้นกะซื้อหนังหมูต้มที่เพิ้นเฮ็ดสำเร็จแล้ว บ่ต้องเอาไปเฮ็ดเองให้เสียเวลาดอก

จัดมา 2 ขีด ที่บอกส่วนประกอบนี้กะเป็นเพราะว่ามีอีน้องผู้หนึ่งเพิ้นขอมา กะเลยจัดให้เพิ่นแน่จักหน่อยเนาะ

กระเทียม 70 กรัม

ข้าวเหนียว 1 ปั้นใหญ่ ท่อกำมือผู้บ่าว กำมือผู้สาวบ่ได้ มันน้อยไป

เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

แล้วกะน้ำตาลทราย  ช้อนโต๊ะหนึ่ง

บักพริกดิบ

แล้วกะใบตอง บักอ้ายไปตัดเอาในสวนพ่อใหญ่ลี

(เหอๆๆ ย่านหลายเด้ ผีนี่ คุมื้อกะยังย่านอยู่เนาะ)

หนังยาง











ครบแล้วบัดที่นี่กะมาลงมือเฮ็ดนำกันเนาะ เฮ็ดไปพร้อมๆกันกะได้

อ้ายสิพยายามบอกวิธีเฮ็ดให้เข้าใจง่ายที่สุด

อย่างแรกเตรียมเครื่องปรุงเอาไว้ก่อนเด้อครับ

เอากระเทียมไทยเด้ มันหอมแฮง กลีบน้อยๆเอามาตำให้มันแหลก







ข้าวเหนียวเฮาเอาไปล้างน้ำก่อน  ผึ่งให้มันงวดน้ำพอประมาณ

หนังหมูกะล้างก่อน ทิ่มไว้ให้สะเด็ดน้ำเด้อ

ขั้นตอนต่อไป เอาหนังหมูมานวดให้มันนิ่มจักหน่อย จั่งใส่กระเทียมตำ เกลือ น้ำตาล

นวดให้เข้ากัน จากนั้นกะเอาหมูของเฮาลงไป  แล้วกะ นวด นวด นวด นวด นวด แล้วกะ

นวด นวดไปเรื่อยๆจนฮู้สึกว่าหมูเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเนื้อกะเหนียวจนปั้นเป็นก้อนได้

คันย่านบ่แซ่บกะลองชิมเบิ่งกะได้ ให้มันออกรสเค็มๆแน่เด้อ เดี๋ยวรสส้มกะสิตามมาเองในภายหลัง

(อีส้มมันมักมาสายตลอด)









บัดที่นี่กะเอามาห่อ เอาใบตองไปนึ่งก่อน เวลาห่อสิได้บ่แตก

ตัดแต่งให้พอดีห่อ เช็ดใบตองให้เรียบร้อย







ตักแหนมมาวางลงไป ใส่บักพริกดิบลงไปห่อละหน่วย แล้วกะห่อตามบักอ้ายแบบนี้เด้







บักอ้ายกะพอห่อเป็นแต่กะบ่ได้งามดอก ห่อกินเอง บ่ต้องคึดยังหลาย

ห่อแล้วกะเอาหนังยางมัดหัวมัดท้าย เป็นอันเรียบร้อย









ทิ่มห่อหมูเอาไว้คนเดียวจักสามมื้อ อย่าฟ้าวไปยุ่งกับมัน ให้มันท่าอีส้มหมู่มันมาก่อน

พอสามมื้ออีส้มมาแล้ว กะเอามาแกะกินได้แล้ว แกะออกมาหน้าตากะสิเป็นแบบนี้










คันมักกินดิบกะกินได้เลย รับรองว่าสูตรของบักอ้ายรสชาติกำลังแซ่บ

แต่คันมักอีส้มหลายๆกะทิ่มเอาไปอีกหลายมื้อกะได้ ส่วนคนบ่กินดิบ

กะเอาไปย่างไฟ บักอ้ายสิย่างแบบบ่ต้องดังไฟให้เบิ่งเด้อ แหนมสองห่อที่แกะแล้ว

บักอ้ายกะมาห่อใหม่ ตั้งกระทะแบนๆทั้งเตาแก้สจั่งซี่ แล้วกะเอาแหนมที่ห่อไว้ลงไปจี่

ผ่านกระทะ แค่นี้กะได้ส้มหมูแบบสุกแล้ว










หมอทั้งกลิ่นส้มหมู หอมทั้งกลิ่นใบตอง โอ้ยไปหาซื้อไอ้น้ำเหลืองๆก่อนเด้อ

เอามากินแกล้มกัน ป้าด+++น้ำลายไหล ว่าแล้วกะฟ้าวไปร้านค้าก่อน

จัดมาจักสองขวดคือสิดีงามพระรามแปดคักแท้

หรือว่าสิกินกับตำบักหุ่งแบบนี้กะเข้ากันคักขนาด






แถมให้อีกเมนูหนึ่งเนาะครับเนาะ

บักหุ่งผัดกับส้มหมู

ส่วนผสมกะมี

บักหุ่ง เอามาสับให้เป็นเส้นๆ

กระเทียม กับ พริกไทย แล้วกะเกลือ เอามาตำให้แหลก

เครื่องปรุงกะมี

น้ำปลา น้ำตาล เกลือ กับ น้ำม้นหอย

ส่วนวิธีเฮ็ด กะแค่ เอากระเทียมกับพริกไทยมาผัดให้มันหอม

เอาส้มหมูใส่ลงไป ผัดอีกจักหน่อย

ใส่เส้นบักหุ่ง ปรุงรสด้วย  น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันหอย อย่างละน้อยพอ เดี๋ยวมันเค็ม

ผัดจนกว่ามันสิเข้ากัน

ซั่มนี้กะสิได้เมนู ส้มหมู เมนูใหม่อีกเมนูหนึ่ง

ขอให้มีความสุขกับแนวกินเด้อครับ












Create Date : 22 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:28:14 น.
Counter : 252 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทานมังสวิรัติถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยาก
ถ้าหากเราตั้งใจ ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ