All Blog
ตอนที่ 24 อาหารอีสาน เมนูที่ 22 ปิ้งซี้นหมูจิ้มแจ่ว 28-9-59












ตอนที่ 24

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  22

ปิ้งซี้นหมูจิ้มแจ่ว








ดวงใจ...ทุกคนมีสิทธิ์...จะรักกันได้
ถึงอยู่ห่างไกล  ก็ยังส่งใจไปถึง
อ้อมแขนของฉัน
คอยสัมพันธ์รักอันตราตรึง
คอยวันสุขซึ้ง...จากดงใจที่จริงจังมั่นคง



สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้อง มิตรสหายของบักอ้าย การเดินทางของภารกิจเฮ็ดแนวกินร้อยเมนู

ภายใน 365 มื้อ ของบักอ้าย กะเดินทางมาจนถึงตอนที่ 24 แล้วเนาะ ครับเนาะ

ขอบคุณหลายๆสำหรับหลายๆคนที่คอยติดตามบักอ้ายมาโดยตลอด ขอบคุณทุกคอมเมนต์

ที่เป็นกำลังใจให้บักอ้ายก้าวย่างไปสู่ความสำเร็จที่วาดหวังเอาไว้



จั่วหัวมากลับเพลง “ดวงใจ” ของคุณสวลี ผกาพันธุ์ หลายคนคงจะพอคุ้นหูอยู่เนาะครับ

เพราะว่าเพลงนี้เคยใช้เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง “เด็กหอ”หนังดีเรื่องหนึ่งของเมืองไทยเฮา

ที่หยิบเพลง “ดวงใจ”มาเปิดหัวเรื่องมื้อนี้ กะเป็นเพราะบักอ้ายคิดเสมอว่ามนุษย์เฮาคุคนมีอิสระ

ที่สิเลือกว่าเฮาสิฮักหรือสิมักกับผู้ไผ๋กะได๋ ถ้าหากเฮาบ่เอาบรรทัดฐานหรือบริบททางสังคม

ที่แสนสิบิดเบี้ยวมาเป็นโตกำหนด ความฮักบ่ว่าสิเกิดขึ้น ณ แห่งหนตำบลได๋หรือเกินขึ้น

กับคนบ่ว่าสิเพศได๋ ความฮักจะยังนำมาซึ่งความสุขเสมอ แมนบ่ครับ



คือจั่งความฮักของหนุ่มสาวที่ชื่อว่า อ้ายชายกับสาวนวล เรื่องราวที่บักอ้ายสิขอเอามา

เว้าสู่กันฟังต่อจากตอนที่แล้ว (ความเดิมจากตอนที่แล้วพะนะ) หลังจากอ้ายชายเจองานเข้า

ไปกอดผู้สาวผิดฝาผิดโตจนเฮ็ดให้เกิดไฟไหม้กองข้าวเปลือกบ้านสาวนวลจนหมดเกลี้ยง

จนอ้ายชายต้องขนข้าวของเจ้าของมาใช้หนี้ และถึกสั่งแบนจากอีพ่อของสาวนวล

อ้ายชายกะกินบ่ได้นอนบ่หลับ อยากสิไปอธิบายให้ผู้สาวเข้าใจว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็น

แค่เรื่องเข้าใจผิดท่อนั่น บ่ได้มีอีหยังในกอไผ่ทั้งสิ้น แต่โอกาสกะบ่เป็นใจเลยจักเทื่อ

ย่อนอ้ายชายบ่สามารถสิข้ามฮั้วไปทุ่งนาของฝ่ายผู้สาวได้คือแต่เก่าก่อน

อ้ายชายนั่งถอนหายใจอยู่นอกชานบ้าน ในที่สุดกะตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างได้


ฝ่ายสาวนวลหลังจากเหตุการณ์มื้อนั้นกะยังคงรักษาอาการให้อยู่ในความสงบปาน

บ่เคยมีเรื่องอีหยังเกิดขึ้นทั้งนั้น สาวเจ้าบ่เคยปริปากเว้าถึงเรื่องของอดีตผู้บ่าวอีกเลย

มีแค่สาวจันทร์เมืองท่อนั้นที่ยังฮู้สึกผิดเพราะคึดว่าตนเฮ็ดความเจ็บซ้ำน้ำใจให้แก่เอื้อย

“มีอีหยังจันทร์เมือง อยากเว้าอีหยังกะเว้าออกมาโลด”

สาวนวลถามน้องสาว ในขณะกำลังเอาชิ้นหมูที่ตากแดดเอาไว้ใส่ลงไปในไม้หีบ

“เรื่องอ้ายชาย”น้องสาวเว้าค่อยจนแทบบ่ได้ยินแม้

สาวนวลยกหีบซิ้นหมูไปย่างไฟทั้งเตาถ่าน

“บ่ต้องคึดหลายดอก จังได๋อ้ายชายกกับโตกะกอดกันแล้ว คันโตมักเพิ้นเอื้อยกะสิยกให้

เอื้อยบ่เคียดให้ตัวดอก เอื้อยสิถือซะว่าเอื้อยบ่มีวาสนา”ยังบ่ทันที่สาวจันทร์เมืองสิออกปากเว้า

ผู้เป็นพี่สาวก็ลุกขึ้นย่างหนีออกไปจากในครัว

“พลิกปิ้งซี้นหมูในแน่เด้อ”



อ้ายทองจันทร์หอบห่อผ้าใส่เงินมาวางลงต่อหน้าอีพ่อของสาวนวล

“บักชายฝากเอาเงินส่วนที่เหลือมาใช้หนี้ครับ”

สาวนวลได้ยินย่างเข้ามายืนฟังข้างๆสาวเถียนน้องสาวหล้าที่แอบดักฟังอยู่ก่อนหน้าแล้ว

“เงินตั้งหลาย มันคือหาได้เร็วแท้ แม่มันก็บ่มี พ่อกะหนีไปมีเมียใหม่อยู่น้ำโสมแล้วบ่แม่นบ่”

“บักชายมันเอาที่นามาจำนองกับผม แบ่งเงินครึ่งหนึ่งให้น้องสาวกับผัว ส่วนครึ่งของมันกะ

ให้ผมเอามาใช้หนี้ให้ครับ ส่วนเฮือนมัน มันกะยกให้น้องสาว พ่อใหญ่ซำบายอกซำบายใจได้

ต่อแต่นี้บักชายมันสิบ่มากวนใจพ่อใหญ่อีกแล้ว เพราะว่าบักชายอาสาไปเป็นทหาร

ลาดตระเวณชายแดนประจำสระแก้ว คงจะบ่กลับมาอีก ผมมาซั่มนี้ล่ะ ขอโตกลับก่อนเด้อครับ”

อ้ายทองจันทร์ยกมือไหว้แล้วกะย่างผ่านสาวเถียนกับสาวนวลไป อ้ายทองจันทร์ยักคิ้วข้างเดียว

ให้สาวเถียน สาวผู้น้องกะเลยหาเรื่องแล่นนำหลังผู้บ่าวลงไปจากเฮือน

ส่วนสาวนวลกะได้แค่ยืนนิ่ง บ่ปากบ่ติง สิว่าเสียใจกะเสียใจ แต่สิให้เฮ็ดอีหยังไปได้

หลายกว่านี้น้อ ย่อนเจ้าของเป็นสาวเป็นนาง



สองเดือนผ่านไป อ้ายชายกะหายเข้ากลีบเมฆไป ราวกับบ่เคยมีโตมีตนมาก่อน

ในหัวใจของสาวนวลกะบ่เคยลืมผู้บ่าวที่เคยฮักเลย

เสียงสาวเถียนฮ้องไห้ดังออกมาจากชานเฮือน สาวนวลกับสาวจันทร์เมืองฟ้าวแล่นไปเบิ่ง

สาวเถียนกำลังถึกอีพ่อเอาแส้ลงหลังอยู่ โดยมีอีแม่นั่งฮ้องไห้อยู่ข้างๆ

“บอกมาว่าไผ๋เป็นพ่อของลูกในท้องเมง”สาวเถียนบ่กล้าบอก ย่านอีพ่อเอาปืนไปไล่ยิงผู้บ่าว

“บักทองจันทร์แม่นบ่”อีแม่ถาม

พร้อมห้ามบ่ให้อีพ่อตีลูกสาวอีกแล้ว สาวเถียนพยักหน้าทั้งๆที่กำลังสะอื้น

“กูสิเอาหน้าไปไว้ไส่น้อ บัดที่นี่ มีลูกสาวแต่ละคนกะเฮ็ดแต่เรื่องงามหน้า ชาวบ้านชาวซ่อง

เพิ้นสิเว้าพื้นกันม่วนละบัดนี้ กูละอยากอายเด้”อีพ่อนั่งลง

“อ้ายทองเพิ่นสิให้อีพ่ออีแม่มาขอข้อยอยู่”คนท้องอ่อนเว้าออกมา

“สิมาขอได้จังได๋ พี่สาวสองคนยังบ่ได้มีผัว น้องสาวหล้าสิมาชิงมีผัวก่อน

ผู้ได๋เพิ้นเฮ็ดเพิ่นทำกัน”อีพ่อหันมาทางลูกสาวอีกสองคน

“พ่อใหญ่สุขเลากะมาถามๆเรื่องที่สิให้บักทิดบุญลูกชายเลามาดองกับอีนวลอยู่ เอาจั่งซี้สา

เฮากะยอมตกลงกับพ่อใหญ่สุข ให้อีนวลแต่งงานกับบักทิดบุญไปพร้อมๆกับอีเถียนสา

ชาวบ้านจึงสิบ่ได้เอาเรื่องไปส่า ว่าอีเถียนมันไปให้เขาเฮ็ดก่อนสิได้แต่งงาน”อีแม่ออกความเห็น

“กะดีคือกันเนาะ”อีพ่อถอนหายใจออกมา

สาวนวลฟ้าวย่างหนีเข้าไปนั่งลงในครัว สาวจันทร์เมืองตามเอื้อยมา

“เอื้อยนวล เจ้าสิยอมเป็นเมียอ้ายทิดบุญอีหลีติ”

“เอื้อยบ่ได้มักบักอ้ายทิดบุญแม้ แต่คันอีพ่ออีแม่เพิ้นเห็นดีเห็นงาม เอื้อยสิเฮ็ดหยังได้อีก

จันทร์เมือง”สาวนวลดึงครกออกมา พร้อมเครื่องที่สิป่นปลาดุก

“เอื้อยนวล ข่อยมีอีหยังอยากสิบอกเจ้าโดนแล้ว อีหลีแล้ว อ้ายชายกับข้อยบ่ได้มีอีหยังกันดอก

อ้านชายเลาคึดว่าข่อยเป็นเอื้อยนวล เลาเลยเข้ามากอดข่อย ตอนแรกข่อยกะคึดว่า

เลามักข่อย แต่พออ้ายทองจันทร์เว้าให้ข่อยฟังว่าอ้ายชายเลาตั้งใจว่าสิมาขอเอื้อยนวล

แต่กะดันมาเกิดเรื่องราวขึ้นก่อน ข่อยกะเลยฮู้ความจริงว่า อ้ายชายเลามักเลาฮักเจ้าผู้เดียว”

สาวจันทร์เมืองสารภาพ เพราะเคยแอบคึดอยากสิแต่งงานกับอ้ายชายคือกัน

“อีหลีติ จันทร์เมือง แล้วโตเป็นหยังจั่งหัวแต่มาบอกเอื้อย”



สาวนวลตัดสินใจเก็บห่อผ้าหนีออกจากบ้าน ย่อนเข้าผู้บ่าวผิดมาโดยตลอด

สาวเจ้าสิบ่ยอมแต่งงานออกเฮือนไปกะพ่อชายที่บ่ได้ฮักอย่างเด็ดขาด พอได้ที่อยู่ของอ้ายชาย

มาจากสาวกายผู้เป็นน้องสาว กะฟ้าวเดินทางไปหาผู้บ่าวที่สระแก้วในทันที



แบบนี้ละครับที่เอิ้นว่าความฮัก สาวนวลกับอ้ายชายบ่ผิดที่สิฮักกัน ในขณะเดียวกัน

สาวจันทร์เมืองกะบ่ผิดที่สิฮักอ้ายชาย กะคือกันอ้ายทิดบุญกะบ่ผิดที่สิแอบมักสาวนวล

คือกันกับที่มันกะบ่ผิด ที่สาวเถียนกับอ้ายทองจันทร์มักกันนั่นล่ะ



แล้วคุณล่ะครับเคยไปตัดสินความฮักของผู้อื่นบ่ เรื่องราวของอ้ายชายกับสาวนวลกะต้อง

ขอหยุดเว้าไว้ซั่มนี้ก่อนเด้อครับ ตอนหน้าสิมาสรุปเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

ซึ่งเป็นตอนจบของความฮักของหนุ่มสาวทั้งสองคน



สำหรับมื้อนี้เฮากะมาเฮ็ดแนวกินอีสานบ้านเฮาเมนูที่ 24 นำกันเสียก่อน นั่นกะคือ

ปิ้งซี้นหมูจิ่มกับน้ำจิ่มแจ่วรสเด็ด

ปิ้งซีนหมูที่บักอ้ายนำมาเสนอในมื้อนี้กะคล้ายๆกับหมูแดดเดียวในภาคกลางนั่นล่ะ

เพียงแต่ว่าคนไทยภาคอีสานสิเอามาปิ้งกับเตาถ่านแทนการเอาไปทอดในน้ำมัน

กะย่อนว่าสมัยก่อนเก่า คนไทยภาคอีสานบ่ได้มีน้ำมันพืช น้ำมันปาล์มใช้แบบคุมื้อนี้

สิมีกะแต่น้ำมันหมูท่อนั้น แถมราคากะยังแพงหลาย แนวกินของคนอีสานกะเลยบ่ค่อยมี

ของทอดท่อได๋ ส่วนมากกะสิเอามาปิ้ง อุ เอาะ หมก ต้ม หรือว่านึ่ง เนาะครับเนาะ

ส่วนผสมของการเฮ็ดซิ้นหมูกะมีดังต่อไปนี้

เนื้อหมู ควรสิเลือกเป็นเนื้อสันคอ อ้ายซื้อมาโลหนึ่งครับ
น้ำมันหอย 3 ชต(แปลว่าช้อนโต๊ะเด้อครับ ขี้คร้านพิมพ์ยาวๆ)
น้ำปลา 2 ชต
น้ำมันงา 1 ชต
กะเทียม ครึ่งถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ชต
พริกไทยป่น 1 ชต
งาขาว 1 ชต
สุดท้ายกะคือ เกลือป่น หยิบมือหนึ่งกะพอ













ส่วนวิธีเฮ็ดอ้านคึดว่าหลายต่อหลายคนกะคงเฮ็ดเป็นอยู่แล้วแม่นบ่ครับ

เอาหมูมาหั่นเป็นชิ้นๆหรือว่าเป็นต่อนๆ ใหญ่น้อนกะแล้วแต่มัก แต่ถ้าสิให้ดี

กะประมาณเซนหนึ่ง ต่อไปกะเอากระเทียมมาตำ เอาหมูใส่ลงไปในชามผสม

ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดตามปริมาณที่บักอ้ายบอกเอาไว้ข้าวต้น ตามด้วยกระเทียมคลุก

หรือนวดให้มันเข้ากัน แล้วจั่งเติมพริกไทยทีหลังหมู่ คลุกให้มันเข้ากันอีกเทื่อ














เสร็จเรียบร้อยกะตักใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่น เอาใส่ตู้เย็นไว้คืนหนึ่ง










พอเฮ็ดแล้วฝนกะเทลงมาอย่างหนัก บักอ้ายกะได้แต่คึดว่ามื้ออื่นสิมีแดดบ่น้อ

คืนนั้นหมดคืนเลยได้แต่นอนลุ้นว่าฝนสิเซ้าตกบ่ แต่พอตื่นเช้ามา

ปรากฏว่าแดดมาครับคุณผู้อ่าน บักอ้ายกะเลยฟ้าวเอาหมูใส่กระดงเอาขึ้นไป

ตากไว้ทั้งหลังคา ต้นไม้ต้นไหล่กะหลายๆ มันสิปลูกเอาไว้หยังคักแน่กะบ่ฮู้

อีแม่เลากะว่าเลาย่านงู พออ้ายเผลอเลากะมักแอบตัดต้นไม้บักอ้ายทิ่มเป็นประจำ

ตัดทิ่มได้กะปลูกใหม่ได้คือกันเด้ออีแม่เด้อ  พอตากมาได้ครึ่งมื้อฝนกะเทลงมาพอดี

ถือว่าโชคดีที่หมูชิ้นของบักอ้ายแห้งได้ที่อยู่









หลังจากเก็บหมูออกมาจากกระดง ฝนก็ยังตกรินบ่ยอมหยุดเด้

เฮ็ดให้บักอ้ายขี้คร้านไปดังไฟเด้บัดทีนี้ เดี๋ยวกะจัดการทอดซะเลยดีบ่น้อ










บ่ได้ๆ เดี๋ยวสิบ่แม่นปิ้งซิ้นหมู ขี้คร้านจั่งได๋กะต้องลุกไปดังไฟ ดั้งไฟเอาไว้แล้ว








ระหว่างท่าให้ถ่านมันแดง กะย่างไปเลาะหาไม้ไผ่มาเฮ็ดไม้หีบ

หมดบ้านหมดส่องหาไม้ไผ่เก่าๆได้มาอันเดียวพะนะ เบิ่งแน่เก่าๆกะเก่า เอากะเอา

ล้างจักหน่อยกะใช้ได้แล้วล่ะ  ล้างแล้วกะจัดการเอ็ดเป็นไม้หีบ เอาซิ้นหมูมาเสียบ









เสียบแล้วเอาไปย่างไฟ กลิ่นหอมเริ่มโชยออกมาแล้ว นี่ล่ะเสน่ห์ของปิ้งซี้นหมู

มันหอมกว่าเอาไปทอดหลายอยู่เนาะครับเนาะ













ย่างต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าหมูสิสุกเด้อครับ





แล้วๆกะมาเฮ็ดน้ำจิ้มแจ่วกันดีกว่า

บักอ้ายเคยเฮ็ดน้ำจิ้มแจ่วไปแล้วเที่ยหนึ่งในเมนูเมี่ยงหมูย่างจิ้มแจ่วในตอนที่ 3

แต่ว่าตอนนั้นบักอ้ายบ่ได้บอกส่วนผสมเอาไว้ มาเทื่อนี้กะเลยสิขอบอกให้อย่างละเอียด

รับรองและรับประกันว่าคันเฮ็ดนำแล้วสิแซ่บจนลืมบ่ลงกันเลนทีเดียวเชียวนะเออ

น้ำบักขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
  (คั้นกับน้ำอุ่น แล้วเอาไปต้มให้เดือดอีกเทื่อหนึ่ง เพื่อให้เนื้อบักขามเปียกเนียน)
น้ำตาลปี๊บ 3  ชต  (แปลว่าช้อนโต๊ะคือเก่า)
น้ำปลา 1/4 ถ้วย
น้ำบักนาว  3  ชต
ข้าวคั่ว  2  ชต
บัก พริกป่น 3 ชต
หอมแดงซอย 5 หัว
ใบบักกูด เอาไว้คั่วกับข้าวคั่ว
ผักชีฝรั่ง 1 ชต
ต้นหอมซอย 1 ชต
ผู้อื่นเพิ้นใช้แต่ผักชีฝรั่ง แต่อ้ายมักใส่ต้นหอม เพราะว่ากลิ่นมันเข้ากับแจ่วหลายกว่า
(ความมักส่วนบุคคล โปรดใช้วิจานยายๆ ในการรับอ่าน
เขียนยากคัก ได้แค่นั้นล่ะ คำว่า วิจารณญาณนี่กะดาย)




มาจนถึงขั้นตอนการทำน้ำจิ้มแจ่วกันบ้าง

เอาบักพริกไปคั่วมาตำอำไว้ท่า







พร้อมกับเอาข้าวเหนี่ยวไปคั่วกับใบบักกูดมันจั่งสิหอม แล้วกะมาตำไว้ท่าคือกัน














เอาบักขามเปียกมาคั้นกับน้ำอุ่นแล้วเอาไปต้มกับน้ำฮ้อน เติมน้ำตาลบักพร้าว

หรือน้ำตาลปิ๊ปลงไป คนให้มันละลายๆ ละลาย ป่านเพลงชาซ่า

ที่อ้ายติ๊ก เจษ เล่นเอ็มวีพุ่นแล้ว (แอบบอกอายุเจ้าของอีกแล้ว)

แล้วๆกะเติมเครื่องปรุงทั้งหมดผสมให้เข้ากัน

(บ่มีรูปให้เบิ่งเด้อ บ่ได้ถ่าย ฝนมันตก โทรศัพท์แบตหมดพอดี

โอ้ย!!!ข้อแก้โตหลายคักขนาดเนาะ)เติมต้นหอม หมอเป หอมแดงซอย

ชิมรสให้มี 3 รสเปรี้ยวหวานเค็ม รสมันบ่ต้องเอามาเด้อ คันเอารสมัน

มันสิกลายเป็นว่าต้อง “สี่” แม้ ส่วนผู้ได๋มักรสเผ็ดหลายเกินขนาด

กะสามารถเติมบักพริกป่นเพิ่มอีกได้ตามชอบใจโลด

สุดท้ายจึงเติมข้าวคั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนบักอ้ายครับผม





จบแล้วยกไปกินก่อนเด้อ ครับ









Create Date : 28 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:32:17 น.
Counter : 212 Pageviews.

3 comments
  
น้ำลายไหลเลยคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 28 กันยายน 2559 เวลา:16:39:40 น.
  
โดย: บักอ้าย วันที่: 29 กันยายน 2559 เวลา:11:11:34 น.
  
โดย: Makaveli_J วันที่: 3 ตุลาคม 2559 เวลา:2:37:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทานมังสวิรัติถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยาก
ถ้าหากเราตั้งใจ ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ