หนึ่งสมอง กับ สองมือ บวกความมั่นใจ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้

bowlfat
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add bowlfat's blog to your web]
Links
 

 

Mobile No.1







วันนี้ขอนำเสนอหอยชักตีน หรือใครจะเรียกว่าหอยตีนชักก็ไม่ว่ากัน เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เดือนเมษา ปี 51 นี่เอง ได้ทำตัวเป็นเจ้าถิ่นนำคนกรุงเทพฯไปเที่ยวใต้ ก็ไปหลายที่ตั้งแต่เกาะสมุย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา หาดไร่เลย์ อ่าวนาง ตอนกลับก็มาแวะชุมพรอีก เรียกว่าหมดค่าน้ำมันไปหมื่น สิ่งที่ได้นอกจากภาพสวย อิ่มท้อง สบายใจ แล้วยังแอบเก็บเปลือกหอยชักตีนมาด้วย แป่ว.... เข้าเรื่องแปลกๆนะวันนี้
หอยชักตีนเป็นอาหารขึ้นชื่อชนิดหนึ่งของจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะแถวๆอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา ใครไปเที่ยวแถวนั้นก็มักจะสั่งเมนูนี้แบบไฟท์บังคับ ไม่ได้กินเดี่ยวจะหาว่ามาไม่ถึงกระบี่ เอาละจะโชว์รูปให้ดูซะหน่อยแล้ว หน้าตาหอยที่ว่าจะเป็นแบบนี้คะ



จริงๆแล้วร้านอาหารเค้าจะเก็บเปลือกหอยไว้ แต่คณะเรา(โดยเฉพาะข้าพเจ้า) มีความเห็นว่าเราซื้อ/สั่งแล้ว เปลือกหอยก็น่าจะเป็นของเรา ไม่ได้ขโมยจาน-ชามเค้ามาซักใบแต่เปลือกหอยนี่ขอเหอะ แอบคิดโปรเจกโมบายหอยไว้ในหัวคร่าวๆ ข้าพเจ้าไม่ส่งเสริมให้เก็บหอยจากชายหาดมาร้อยโมบายเพราะคิดว่าเป็นการทำลายธรรมชาติ ถ้าทุกคนที่ไปทะเล เก็บเปลือกหอยมาคนละ 5-10 ฝา แล้วต่อไปหาดทรายสวยๆจะไม่สวย จะเหลือแต่ทรายและไม่เป็นธรรมชาติ แต่หอยที่เป็นอาหารถ้าทิ้งเปลือกไปก็น่าเสียดาย ขอประดิษฐ์ประดอยอะไรเล็กๆน้อยๆตามประสาคนอยู่ไม่สุขซักหน่อยเหอะ

วัสดุที่ใช้ก็มีเปลือกหอยชักตีน และเปลือกหอยเชลล์ อย่างหลังนี้หลานเค้าซื้อมาจากชลบุรีเพื่อย่าง-เผากินกับเพื่อน แล้วเก็บเปลือกล้างไว้ น่ารักมั่ก มากเลย





กลัวโมบายจะสวยน้อยเลยไปหาฝาหอยเล็กๆมาจากสนามหลวง2 อีก อย่างละ 5-6 ฝา พอให้ดูมีความหลากหลาย อุปกรณ์อีกอย่างที่สำคัญคือเอ็นคะ เส้นไม่ต้องใหญ่มากเดี่ยวโมบายจะไม่แกว่ง ตอนที่คิดจะทำก็นึกว่าจะง่ายๆนะงานนี้ แอบถามราคาโมบายที่เค้าขายๆกัน ชุดละเกือบ 1000 แน่ะ มี 850 650 ถูกสุดก็ เกือบ500 แอบคิดในใจว่าไม่ได้ตังค์ชั้นหรอกจะ หอยก็ได้มาฟรีจะร้อยให้สวยเชียว อนิจจัง ทุกขัง มาเยือน หอยอื่นใดก็เจาะรูง่ายดาย แต่ไอ้หอยชักตีน ตัวต้นเหตุของงานนี้ละคะ ยากเย็นแสนเข็ญจนเกือบจะถอดใจเลิกราซะตั้งหลายครั้ง




ก็ดูความหนาของเปลือกเค้าซิ เล่นเอาดอกสว่านหักไปแล้ว 1 ดอก เพราะตาปูเจาะไม่ลง มีแฉลบเกือบทิ่มนิ้วเอาด้วย ชีวิตมันจะไม่เรื่องง่ายๆเลยหรือเนี่ย หรือจะเป็นบาปกรรมที่เราพยายามทำลายบ้านหอยมันฟะ เริ่มคิดมาก
เอาเถอะคะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นแหละ เพราะมันเป็นความพยายาม สว่านดอกสุดท้ายหักครึ่ง เราก็ทู่ซี้เจาะต่อไป อ้าวกลายเป็นดีซะงั้น ปลายที่หักมันคมกว่าเดิม เจาะง่ายขึ้นเยอะ เจาะจนเสร็จเลยคะ










ก็เริ่มร้อยไปตามอัธยาศัย คือจะเรียงหอยใหญ่-เล็ก หอยอะไรก่อน-หลังก็ตามชอบใจข้าพเจ้า เอาละซิ กลัวโมบายจะยาวไป ถ้าใช้เต็มความสูงของหน้าต่างที่เล็งไว้ เดินวนไป วนมาอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็คิดได้ เราต้องลดความสูงของหน้าต่างลงซักหน่อย โดยการทำชั้นวางแก้วซะเรย อิอิ



เรียบโร้ย ได้งานแถมมา 1 ชิ้น ไปแหวกหาเศษไม้ที่เหลือจากการบ้าทำชั้นวางของแบบต่างๆ สุดท้ายได้ไม้มา 1 แผ่น พูดไปก็แอบดีใจที่ไม่ขว้างเศษไม้ชิ้นนี้ทิ้งไป เพราะเป็นแผ่นเดียวกับที่ใช้ทำ English shelf เลยมีรอยคว้านที่เก๋ไปอีกแบบ ขอโชว์ภาพที่มาของไม้ซักหน่อย ดีใจจริงๆนะเนี่ยที่ไม่ทิ้งมันไปตั้งแต่จบงานทำชั้นวาง
รูปที่1 เป็น English shelf ที่ทำเสร็จใหม่ๆ โชว์การคว้านไม้ รูปถัดมาเป็นชั้นที่เสร็จแล้ว ติดตั้ง และใช้งานสมใจแล้ว ส่วนรูปที่3 ก็คือการใช้เศษไม้ที่เหลือทิ้งไว้ เอามาทำชั้นวางแก้ว-ขวดได้เป๊ะเลย พอติดตั้งเสร็จสรรพก็สรรหาแก้ว-ขวดมาวางไว้ให้ดูรกๆ ตามสไตล์คนบ้าแก้ว แบบนี้คะ


ตามด้วยบรรจงร้อยโมบายหอยทีละเส้น ตามความสูงที่คำนวณไว้ก่อนแล้ว
ซึ่งความยาวของเอ็นจะลดหวั่นกันไป ทิ้งช่องว่าตรงกลางไว้ เผื่อจะโผล่หัวไปเปิดตู้เย็น แต่ความจริงแล้วกลัวว่าหอยมันจะมากไป ถ้าร้อยหอยจนเต็มความยาวของช่องหน้าต่าง พอติดเสร็จก็ถ่ายรูปไว้หลายมุมเลย เริ่มปวดแขนจากการเจาะสว่านแล้ว จะเล่าให้ใครฟังได้ละเนี่ย ว่างก็ไม่นอน ฟุ้งซ่านก็ไอเดียประดิดประดอยอยู่ได้ แอบเอาพัดลมมาเปิดแผ่วๆ ลองฟังเสียงหอยกระทบกัน น่าฟังดี อิอิ เสร็จไปอีกงาน ต้องงีบซักหน่อย ปวดไหล่มากเลย



I may not be perfect but parts of me pretty awesome!






 

Create Date : 12 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2551 15:32:29 น.
Counter : 1366 Pageviews.  

My new carryall



Ambition never comes to an end.

พักนี้มีโรคภัยมาเยี่ยมเยือนบ้างเล็กน้อย หลังจากกลับมาจากสัมมนาประจำปีที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม เมืองกาญจน์มาก็ยังไม่มีอารมณ์จะอัพบล็อกเลย สาเหตุของโรคก็มาจากการหักโหมออกกำลังกายโดยไม่ประมาณสังขารตัวเองน่ะแหละ ทำไงได้ก็มีผู้ชายมาท้าทายอยู่ทุกเย็นก็เลยเผลอตัวไปตบปิงปองจนไหล่ร้าว แค่แกว่งแขนธรรมดาก็ปวดแล้ว ก็เลยต้องสั่งเบรกตัวเองให้เข้าคอร์สถนอมตัวโดยด่วน กลัวไหล่จะบาดเจ็บเรื้อรัง เดี๋ยวก็อดเล่นโบว์ลิ่งกันพอดี
เลยต้องหางานเบาๆให้ตัวเองทำตามประสาคนอยู่ไม่สุข จะเริ่มโปรเจ็กด้วยการเย็บ-แต่งกระเป๋าผ้า และมีแผนจะทำโมบายจากเปลือกหอยที่เก็บไว้ตั้งแต่ตอนไปเที่ยวสงกรานต์ที่กระบี่ เมื่อ 4-5 เดือนก่อนโน่นด้วย เอางานแรกก่อนละกัน คืองี้ น้องนิ่มจาก รร.สาธิต ม.นเรศวรซื้อกระเป๋าผ้ามาให้ใช้ สวยน่าใช้มาก เหมาะสำหรับใส่เสื้อยืดไปเปลี่ยนเวลาเล่นกีฬา ยา-นวด ยา-ดม กล้อง มือถือ กุญแจ และอื่นๆอีกจิปาถะ ปัญหาก็คือ เป็นกระเป๋าผ้าดิบโล่งๆ ไม่มีชั้น ไม่แบ่งช่องใดๆไว้ ก็เหมือนกระเป๋าผ้าดิบทั่วไปนั่นละ หน้าตาเป็นแบบเนี๊ย....



สร้างความลำบากให้ข้าพเจ้ายิ่งนักในการควานหาสิ่งของในกระเป๋าใหญ่ใบนี้ ก็เลยเกิดไอเดียจะแต่งกระเป๋าให้สะดวกใช้ขึ้น โดยการเลาะกระเป๋าข้างจากกางเกงขาสั้นมาแปะติดไว้ด้านในซะเลย ทำเสร็จก็จะได้กระเป๋าผ้าดิบช่วยโลกร้อนที่หยิบกุญแจสะดวกขึ้นมากเลยจ้า แบบนี้…….

ใช้ได้ดีเลยทีเดียว จบการอัพบล็อกแค่นี้แหละ ..5555555 เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่จริง ข้าพเจ้าไม่เคยเขียนอะไรสั้นเต่อแบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้น ยังไม่จบหรอกคะ
เรื่องของเรื่องก็คือ งานนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เย็บผ้าด้วยมือเนื่องจากไหล่เจ็บตามที่เกริ่นไว้ข้างต้น ดังนั้นจึงต้องไปจ้างร้านปะชุนกางเกงเย็บให้ ปัญหาก็เกิดขึ้นคือระหว่างที่รอช่าง สายตาเหลือบไปเห็นเศษผ้ากองอยู่มุมร้าน เยอะพอควรคะ ส่วนใหญ่ก็เป็นขากางเกงที่ถูกตัดทิ้งไว้หลายแบบ หลายลาย บ้างก็เป็นชิ้นส่วนอื่นๆของกางเกงคละกันไป ข้าพเจ้าเดินไปจับๆดู ช่าง(ผู้ชาย) เค้าก็มองยิ้มๆ แล้วพูดขึ้นมาว่ารกไปหน่อยยังไม่ได้เก็บทิ้ง ...โอ้ เรียกหาพระพุทธอีกแล้วเรา ไอเดียวิ่งจี๋ทันที เค้าจะทิ้งเหรอเนี่ย งั้นขอหน่อยละกันนะ ช่างก็บอกว่าตามสบาย ออกแบบกันตรงนั้นเลยค่าพี่น้อง ชั้นจะทำกระเป๋าสะพาย ประมาณว่า carryall ว่างั้นเถอะ ว่าแล้วก็เลือกผ้า มาวางๆไว้ แว่บ ...เสร็จแล้วคะ carryall ใบใหม่ของข้าพเจ้า หน้าตาน่าดูมั๊ยคะ เดี๋ยวจะโชว์ให้ดูแบบละเอียดว่ามีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง เผื่อใครอยากจะช่วยลดโลกร้อนโดยการรีไซเคิลทรัพยากรแบบข้าพเจ้า



เศษวัสดุ(ผ้า)ที่ขอ/เก็บมาได้ก็เป็นขากางเกงยีนส์ 1 ขา เย็บแปะด้านหน้าด้วย กระเป๋าซิปขนาดเล็กจากกางเกงตัวอื่น ซิปสีส้มสวยแป๋นเชียว พอเปิดฝากระเป๋าออกมาก็แปะด้วยกระเป๋าซิปขนาดใหญ่ขึ้น ก็มาจากกางเกงตัวเดียวกันนั่นแหละ (ชักสงสัยแล้วว่าเจ้าของเก่าเค้าคงมาคว้านขาอย่างหนัก เพราะเค้าทิ้งกระเป๋าข้างไว้ทั้งหมด เลยสบายเรา) ด้านล่างก็เก็บเศษผ้าลายพรางทหารมาแปะเป็นก้นไว้ ให้สีเขียวเข้ากันกับกระเป๋าซิป ทั้งหมด เห็นรู 2 รูตรงก้นกระเป๋ามั๊ยคะ ชิ้นส่วนนี้มาจากปลายขากางเกงลายพรางซึ่งข้าพเจ้าดึงเชือกสำหรับรูดปลายขาออกไปแล้ว



เก็บเศษหูกางเกง (บางคนเรียกปลิงนะ) มาได้ แบบละ 2หู เอามาเย็บขอบบนด้านในกระเป๋าข้างละ 1 หู เป็นหูยีนส์ ส่วนด้านล่างได้เป็นหูกางเกงสีทหารซะงั้น ที่ต้องติด 2 ที่ก็เพื่อคิดการณ์ไว้ว่าจะใช้สายสะพายที่ลดความยาวได้เผื่อจะคาดเอวไงคะ ช่างคิดมี๊ยคะเนี่ย ในภาพนี้ลดตัวเกี่ยวของสายมาเกี่ยวข้างล่าง โดยร้อยผ่านหูบนด้วย เวลาเกี่ยวหูด้านบนก็ใช้การเกี่ยวแบบนี้ ไม่ว่าหมุนไปทิศใด กี่รอบสายก็ไม่บิดเป็นเกลียว เพราะมีข้อต่อที่หมุนได้ สายสะพายเส้นนี้มาจากระเป๋าเก่าของข้าพเจ้าเอง เก็บดองไว้นานแล้ว เนื่องจากกระเป๋าเก่าหมดสภาพ การบ้าเก็บก็มีประโยชน์นะคุ๊ณ มาดูข้างในกันบ้าง เอาผ้ายีนส์มาเป็นพื้นอีกชั้น (ลืมถ่ายรูปที่ชัดๆไว้) โดยเก็บขอบให้เรียบร้อย มองด้านในก็จะเป็นผ้ายีนส์ทั้งหมด เข้ากั๊นเข้ากันโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเรย



เวลาปิดฝากระเป๋าก็ติดกระดุมซะ 1 เม็ด แต่ไม่ได้เย็บกระดุมกับด้ายนะจ๊ะ เพราะจะง่ายไป ก็ใช้เชือกสีเขียวขี้ม้าที่เค้าใช้ร้อยเพื่อรูดปลายขากางเกงทหารลายพราง ซึ่งเอาผ้าไปทำก้นกระเป๋าแล้วนั่นแหละ เชือกมันเหลืออยู่ก็ จัดการทำลายรูกระดุมซึ่งปกติมีอยู่ 4 รูให้เหลือแค่ 2 แล้วสอดเชือกเข้าไปผูกไว้ ลนไฟปลายเชือกเล็กน้อยเพื่อกันรุ่ย แค่นี้ก็เก๋แล้ว แปลกดีด้วย ว่ามั๊ย ในภาพติดกันก็โชว์มือถืออันน้อยที่ต่อไปก็ไม่ถือแล้ว ซุกไว้หน้ากระเป๋านี่แหละ ขนาดพอดี๊ พอดีกันเชียว



นี่ไงคะ carryall ใบใหม่ของอิชั้น มีใบเดียวในโลกนะเนี่ย สะพายโชว์ซะเรย จะสะพายแบบสั้นหรือยาวก็ลดความยาวสายได้ตามความพอใจ ดูคล่องตัวดี อาจจะเห่อสะพายอยู่ซักพัก จนกว่าจะหาอย่างอื่นทำได้โน่นแหละ



หรือถ้าจะสะพายยาวๆตามปกติก็แบบนี้ไงคะ ไม่อยากบอกใครเล้ย ว่าข้างในกระเป๋าใบนี้มีหนังสือธรรมะอยู่ด้วย สร้างความสงสัยให้น้องๆที่แอบเปิดดูมาหลายคนแล้ว มันแอบดูกระเป๋า Handmade ของเรายังไม่พอ ยังจะกล้าถามเราอีกว่าพี่อ่านหนังสือประเภทนี้ด้วยเหรอ นี่แก... ชั้นก็เป็นชาวพุทธคนหนึ่งนะยะ และไม่ได้เป็นแค่ในทะเบียนบ้านเหมือนเธอหรอก ชั้นกำลังหัดปลงอยู่ แต่อยู่แบบสงบๆไม่ได้วะ พลังงานมันเหลือ.....แป่ว.....ว
Look deep into nature and then you will understand everything better
รู้สึกดีกับตัวเองอีกแล้วที่ได้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ได้ประหยัด ได้ใช้สมอง ภูมิใจ้ ภูมิจายจริงๆนะ มาช่วยกันประหยัดทรัพยากรเพื่อลดความร้อนของโลกเรากันเถอะค่า ซีเรียสนะเนี่ย









 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 22 กันยายน 2551 22:38:36 น.
Counter : 456 Pageviews.  

Clothing Art!




วันว่างๆ แต่ไม่อยากอยู่ว่างๆ เลยรื้อเสื้อยืดเก่าๆมาสร้างงานเก๋ๆ (แบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว) โดยการเอาหน้าตัวเองมาแปะลงบนหลังเสื้อ และเขียนอะไรก็ได้ที่อยากจะเขียนลงไป ยกเว้น Dump หรือ stupid อิอิ เพราะว่า ยอมรับฟามจริงมิด้าย..คะ



ยอมรับว่าจริงๆแล้ว หน้าตัวเองอ้วนกว่านี้(เล็กน้อยเอง) แต่อยากให้ดูผอม เลยยืดหน้าให้เรียวลงหน่อยนึง คงไม่เพี้ยนมากจนเกินไปนะ ดูให้เป็นงานศิลปละกัน



ประมาณว่า ถ้าใครไม่อยากมองหน้าชั้น กลัวจะเขินอายกัน ก็อนุญาติให้มองแผ่นหลังแทนละกัน แผ่นใหญ่เต็มตาดีมั๊ยละ อิอิ สนุกจริงๆได้แกล้งคน อารมณ์ เธอหนีชั้นไม่พ้นหรอก จงมอง จงมอง ชิมิโจได๋....ๆๆๆๆ


ราคาเสื้อตัวละไม่ถึง 100 เสียเวลาอยู่ 20 นาที ก็ได้เสื้อที่มีแค่ตัวเดียวในโลก (อีกแล้วครับท่าน) ไว้ใส่เล่นกีฬา ใส่เดินตลาด ใส่ไปวัด หรือไปไหนๆในวันสบายๆ ได้อย่างภาคภูมิใจ


ไปๆมาๆ เกิดมีคนสนใจอยากได้แบบเราขึ้นมาอีกแล้ว ต้องขอโทษนะคะ อารมณ์ศิลป์ของข้าพเจ้า มีอยู่แป๊บเดียวเองคะ ช่วงนี้หันไปทำอย่างอื่นซะแล้ว ไว้มีอารมณ์เมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันนะคะ













 

Create Date : 09 มิถุนายน 2551    
Last Update : 8 กันยายน 2552 21:45:37 น.
Counter : 294 Pageviews.  

Variety of my hobby:)





มีหลายครั้งที่เริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง แล้วไม่ราบรื่น คือมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ที่อุตส่าห์คิดไว้ดิบดี ว่าจะทำแค่ 2วันเสร็จ เพราะก่อนจะลงมือทำอะไรก็มักชอบวางแผน เขียนโครงการ เป็นขั้นตอนไว้แล้ว ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง และจะต้องทำอะไรก่อน-หลัง แต่พอลงมือเข้าจริงๆ ไม่ง่ายแฮะ มีหลายหนที่ต้องวางงาน หันไปพักผ่อน หรือแกล้งลืมงานนั้นๆไปซักพัก(แต่ส่วนใหญ่จะลืมไม่ลง) แล้วค่อยหันมาสู้ต่อ เพราะเราเป็นคนแบบนี้นี่เอง แบบที่อยากพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าเราจะทำได้หรือไม่ ทำได้แค่ไหน พิสูจน์ตัวเองให้ตัวเองยอมรับเท่านั้น ไม่ได้จะอวด หรือแข่งขันกับใครทั้งนั้น
บอกได้เลยว่างานที่ประดิษฐ์ คิดสร้าง ส่วนใหญ่แล้วสนองความต้องการของตัวเอง อยากได้ความสะดวก อยากมีความสบาย อยากเห็นสิ่งนั้นตรงนั้น ตรงนี้ นี่คือแรงจูงใจให้ลุกขึ้นมาทำอะไรๆมากมาย ซึ่งจะเรียกรวมๆว่างานสร้างสรรค์(มั๊ง)

งานแรกประดิษฐ์โคมไฟ

เหตุผลที่ต้องทำเพราะเวลาทานข้าวครบคนรอบโต๊ะ แสงไฟที่ไม่อยู่กลางโต๊ะทำให้เกิดเงาหัวคนบังกับข้าว ทนไม่ได้ เลยต้องทำ โจทย์ของงานนี้คือ ต้องไม่มีน้ำหนักมาก




ซื้อเอาก็ได้แต่อยากทำนี่นา เริ่มด้วยการไปซื้อตะกร้าหวายเล็กๆมา3ใบ กระดาษสาอีก3แผ่น 3 สีแบบไฟจราจรเลยก็เริ่มติดตั้งให้3สี 3 ดวงไฟติดกันด้วยท่อพีวีซีหุ้มด้วยเชือกกระดาษสาแล้วเจาะฝ้าแขวนไว้ให้ตรงกลางโต๊ะอาหารเลย จากนั้น ดึงไฟจากโคมเก่ามาเข้าโคมใหม่
ก็เรียบร้อย ได้บรรยากาศห้องอาหารแนวๆอีสานลำเพลินไม่เบา กินข้าวอร่อยขึ้นเยอะเชียวละ โครงการนี้ใช้เงินไปเท่าไหร่น้า ประมาณ2-300บาทเอง โรแม้นขึ้นมาเชียว

งานที่ 2 ประดิษฐ์กรอบรูปแต่งบ้าน

เวลาดูผนังโล่งๆแล้วรู้สึกเหงาๆ เลยประดิษฐ์กรอบรูปแบบต่างๆมาแปะไว้ตามผนัง พยายามจะไม่เจาะผนังเพื่อแขวนรูปเพราะเวลาเจาะก็อยากให้เป็นการรับน้ำหนักเช่นพวกชั้นวางของ แต่รูปแค่โชว์เอง การประดิษฐ์กรอบที่เบาๆ แปะผนังไว้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านได้มากพอแล้ว เวลาเบื่อก็แค่แกะออก ง่ายๆ




ซื้อโปสการ์ดมา ตัดกระดาษลังแข็งๆ หุ้มด้วยพลาสติกสันปกแฟ้ม ได้แล้ว1 แบบ 1 เซตมีรถ 3 คัน



นอกจากเก๋งเล็กแล้ว ยังแอบชอบเวสป้าด้วย 1 เซต 3 คันเหมือนกัน การเข้ากรอบก็เป็นประเภทเดียวกัน กระดาษลัง ครอบขอบด้วยสันแฟ้ม-พลาสติก



เหล่านี้คือรูปที่เข้ากรอบเองโดยใช้กระดาษลังและกระดาษสา แต่งด้วยการะดาษเทปกาวย่นสีต่างๆ




ชอบการ์ตูนวอลส์ดิสนีย์เกือบทุกตัว เลยไปซื้อโปสเตอร์มาเข้ากรอบกับกระดาษลังตู้เย็น หุ้มด้วยผ้าลายที่เข้ากันกับเบาะโซฟานอนอ่านหนังสือ




กลายเป็นมุมอ่านหนังสือส่วนตัวแบบเรโทรเล็กๆเชียวละ ที่ว่าเรโทร ก็ตีความเอาว่า อะไรๆที่ไม่ค่อยเข้ากันแต่จับยัดมาอยู่รวมกัน ตามใจฉัน ว่างั้น





นี่เป็นภาพชุดบัวสี่เหล่า ติดไว้ทางขึ้นชั้นบนเพื่อไว้เตือนใจ ว่าคนเรา ไม่เท่ากันแต่เป็นชุดบัวอยู่ได้ไม่กี่เดือนเกิดเบื่อเลยเล่นเป็นคำๆ อยากให้อ่านแล้วสบายๆ easy easy แต่วันหยุดไม่เคยได้นอนเลย ต้องลุกมาวุ่นวายกับโน่นนี่ไม่หยุด สบายตรงไหนกั๊น





ชุดนี้เป็นดาหลาที่ถ่ายเองเหมือนกับบัว เก็บไว้ในคอมฯนานมาก ไม่มีใครได้ชื่นชมเลยเอามาแปะไว้ 1 ชุดมี 5 ภาพ ตั้งแต่ดอกตูมจนกระทั่งบานเต็มที่






ก็นั่นแหละ เบื่อขึ้นมาก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลาย ( RELAX ) เพื่อหวังว่าจะช่วยให้มองแล้วรู้สึกดี ผ่อนคลายตามความหมายของคำ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่หรอก





ก็ดูเอาซิ แม้แต่กำแพงก็ยังไม่ยอมให้ผ่านตา ลุกขึ้นมาเพนท์สีสันให้เป็นดอกไม้สีสดๆประดับไว้ งานนี้ได้นางพญาผมขาวมาช่วยเขย่ากระป๋องสีสเปรย์ ต้องขอบคุณท่านไว้ ณ.ที่นี้ด้วย คนอื่นเค้าเดินจงกรมกันเงียบๆ แม่ชั้นเดินไปเขย่ากระป๋องไป คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ขำ ก็เราบอกแม่เองว่าจะปลูกดอกไม้ให้บานภายใน1 ชม. แม่แกก็อยากรู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยต้องอยู่เพื่อดูให้เห็นกับตา ก็กี่สีละที่ต้องใช้ แม่ก็เขย่าให้จนครบเชียว หนุกหนานกัน 2 คนแม่-ลูก




นอกจากเพนท์ผนังแล้ว ยังเลยเถิดไปยังเหนือประตูบ้าน โต๊ะ เก้าอี้ ถุงผ้า และอื่นๆอีกมากมาย สงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมไม่นอนดูทีวีนิ่งๆอย่างคนอื่นเค้า งงตัวเองนะเนี่ย




เอ้า นี่คือ wall of frames โดยแท้ รูปต่างๆที่ปลื้มๆ รูปน่าจดจำ รูปสวยระเบิดของครอบครัว ต่างรวมกันอยู่ในที่นี้ ประดิษฐ์โครงไม้ แบ่งส่วนตามใจชอบ ทาสี เจาะรู ร้อยเอ็น ดึงเอ็นให้ตึง ขึงเป็นราว ไขว้ไป-มา ตามใจชอบ แล้วก็เอาตัวหนีบผ้ามาทาสีซะหน่อย แค่นี้ก็หนีบรูปได้ไม่รู้เบื่อแล้ว พอเบื่อก็เปลี่ยนรูป อยากโชว์รูปไหนก็หนีบไว้
งานกรอบรูปยังมีอีกเยอะ เพื่อให้รู้พ่อ-แม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านนอก เลยแอบไปถ่ายรูปผลไม้ข้างๆบ้านมาทำกรอบ แปะไว้ในครัว หวังว่าเค้าจะได้ไม่โหยหาบ้านนาเร็วนัก นี่คือ มะม่วงหิมพานต์ ตะลิงปลิง และมะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่






งานที่3

ทำม่านห้องน้ำให้นางพญา ความที่ท่านขี้ร้อนตามประสาคนบ้านนอกที่อยู่แต่ในสวน ซึ่งฝนชุก ลมโชยตลอด พอเข้ากรุงเลยเหงื่อหยดต้องเข้าไปราดน้ำบ่อยมาก บ้านลูกก็นะ เท่ารูหนู ห้องน้ำส่วนเปียก-แห้งก็ไม่ไกลกันนัก ลูกเลยต้องลุกขึ้นเนรมิตที่กั้นพื้นที่ภายในเวลาอันจำกัด



เริ่มด้วยใช้เลื่อยจิ๊กซอว์คว้านไม้อัด10 มม.เป็นวงรับกับความกลมของท่ออลูมิเนียม วัดความกว้างระหว่างฝาผนังให้เป๊ะ แล้วตัดท่อด้วยเลื่อยนั่นแหละ



แค่นี้เองทำงานไม่ถึง 10 นาที นางพญาก็ปลอดภัยขึ้น เวลาใช้ห้องน้ำก็ไม่ต้องเหยียบที่เปียกโดยไม่จำเป็น ถ้าจะอาบน้ำก็เดินเลยไปส่วนเปียกแล้วรูดม่านซะ ออกมาก็เปิดม่าน และเช็ดเท้าให้แห้งซะก่อน แค่เน๊ยะ จริงๆ








 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 14 ธันวาคม 2552 14:57:37 น.
Counter : 840 Pageviews.  

Clothing work part I











สืบเนื่องจาก ราคาค่าม่านที่ร้านม่านมาตีราคาให้ แพงสุดกำลังเงินในกระเป๋า และรู้ตัวเองว่าเป็นคนขี้เบื่อ (เรียกว่าเบื่อง่ายจะเพราะกว่านะ) เลยลงมือออกแบบม่านในบ้านเอง ประหยัดไปได้เกือบ3หมื่นแน่ะ นี่ยังไม่ทันข้ามปีเลย ชักเริ่มเบื่อแล้ว แต่งานอดิเรกมากเหลือเกิน เลยต้องแอบลืมๆไปบ้างว่าอยากเปลี่ยนม่านใหม่



เริ่มจากห้องนอน ที่ไม่ค่อยจะใช้นอนซักเท่าไหร่นัก


เรียบๆง่ายๆ ดูอบอุ่น น่านอนมั๊ยละ แต่ขอสารภาพไม่ค่อยได้นอนหรอก มีไว้งั้นๆ

ไอเดียกิ๊บเก๋มั๊ยละ ออกแบบนาฬิกาผนังห้องนอนด้วย ใช้อุปกรณ์คือถาด 1 ใบ และผ้าลายเดียวกับม่าน ตัวเรือนนาฬิกาอีก 30 บาทเอง


นี่ก็งานผ้าอีก 1 ชิ้น เพราะไม่อยากกั้นบ้าน หรือวางตู้ โต๊ะให้รกตา เลยเอาม่านประตูมาดัดแปลงให้กลายเป็นฉากกั้นไว้แอบเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือนั่งอ่านหนังสือมุมในบ้าน


ยังสนุกกับงานผ้าไม่เลิก ตอนนี้ กลายเป็นว่าจะไม่ยอมซื้ออะไรมาแต่งบ้านแล้ว ทำเอง โดยออกแบบเอง และสร้างเอง ให้ทุกอย่างกลายเป็นชิ้นเดียวในโลก(ว่าไปโน่น) นี่คือ ผ้าเช็ดเท้า ผืนเดียวในโลก ไม่มีของใครเหมือน และไม่เหมือนของใคร แทน แท่น แท๊น

555555 ว่างไม่ได้ หันซ้าย หันขวา เจอ Micro wave เย็บผ้าคลุมซะเลย เดี่ยวจะเปลี่ยนจากขาวเป็นเหลืองซะก่อน เรียกว่าถึงจะใช้จนพังไปก็ขอให้ดูใหม่ไว้ก่อน




ยังคะ ผ้ายังไม่หมด จอคอมก็กลัวฝุ่นจับ ขอคลุมไว้หน่อย Hello ชอบเจ้าเป็ดนี่จัง ดูทีไร ร่าเริงทุกครั้ง นี่คือประโยขน์ของการเลือกผ้าเอง ช๊อบ ชอบ ใครไม่ชอบก็ช่าง แต่ช้านชอบย่ะ ใกล้ๆกันกับจอคอมก็แอบเย็บผ้าคลุมลำโพงให้เป็นสีขาวซะเรียบร้อย เพราะลำโพงสีดำวางเด่นอยู่ ดูแล้วขัดตา เลยโดนคลุมซะ




กลัวบ้านจะอึมครึมเหมือนสีผิวเจ้าของ เลยสรรหาของ(ดอกไม้)สีสดๆ มาวางไว้ทั่วบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยใหมีสีสันขึ้นหน่อยหนึ่งละ



อาจจะดูแรงไปนิด แต่ทานตะวันเป็นตัวแทนของดอกบัวตองที่ชอบ นึกถึงดอกบัวตองเมื่อไหร่ ก็ทำให้คิดถึงไอหนาวที่ดอยอูคอ แต่ทานตะวันดูแล้วอบอุ่น เพราะฉะนั้นแจกัน(จริงๆเป็นแก้ว)นี้ ให้ทั้งความรู้สึกหนาวและอุ่น ชอบที่จะมองแล้ว fresh up ตัวเองก่อนออกจากบ้านไปไหนๆ งงกับเหตุผลมั๊ยคะ อย่าไปเข้าใจเลย ดูรูปไปเพลินๆละกัน


นี่คืองานช้างงงงงงงงงงงง.......




ขอกล่าวอ้างถึงที่มาของงานผ้าอลังการชิ้นนี้ซักหน่อย เนื่องจากชอบขลุกอยู่ข้างล่างเป็นส่วนใหญ่เลยติดแอร์ไว้ 1 ตัว มีโครงการจะนอนดูหนัง ร้องคารา หรือเย็บปักถักทอ อยู่ข้างล่าง แต่คิดไม่ออกว่าจะกั้นพื้นที่ยังไงดี
1. กั้นกระจกทึบ กันแอร์ออกได้100% แต่อึดอัดตายชัก บ้านแคบดัดแปลงอะไรไม่ได้
2. กั้นฉากPVC งบราวๆ 10000 แต่แหม มันดูโลว์ๆนะ ดูไม่อบอุ่นเอาซะเลย นี่บ้านคนนะ ไม่ใช่แผงขายของ(เป็นเสียงรำพึงส่วนตัว ไม่ได้โจมตีหรือเสียดสีใคร ขอยืนยัน)
เออ แล้วเอาไงดีละ ไม่ได้ติดแอร์โรงงานนะแค่ 9000 BTU เอง พื้นที่ 3X3 เมตร น่าจะพอซุกตัวได้น่า



เอาน่า เรียนมาแล้ว วิชาการดูแลรักษาบ้าน 3 หน่วยกิต ชั้นจะทำม่านผ้ากั้นแอร์เอง แล้วในชีวิตนี้จะได้เข้าม่านรูดกับเค้าซักที อิ อิ อิ คิดไปได้ คนเรา




ไปหาซื้อผ้าม่านอย่างหนาๆที่พาหุรัด ซื้อผ้ามา 8 เมตร 640บาท ตัดผ้าเป็น 3 ชิ้น ใช้ลดความสูงของบ้านไป 40 ซม. และแบ่งผ้าออกเป็น2ส่วน เพื่อใช้รูดเข้าหากัน ซื้อราวอลูมิเนียมมา 1 ราว 4เมตร ตัดแบ่งออกเป็น 2 ท่อน





ราวที่1 ติดเพดานเพื่อแขวนผ้าลดความสูงของบ้าน ราวที่2 ใช้แขวนม่านที่รูดเข้าหากัน มุมนี้มองจากโต๊ะอาหาร มีการใช้ผ้าต่วนสีเลือดนกแปะผ้าม่านผืนบนเพื่อกำบังไว้ไม่ให้เห็นราวอลูมิเนียม ทุกอย่างต้องผ่านการคำนวณเป๊ะๆ นี่ไงเราถึงต้องเรียนวิชาเลขกัน จริงป๊ะ





และแล้วม่านรูดก็เกิดขึ้นต่อหน้าเราเจ้าของไอเดีย นี่รูดแล้ว มองจากโต๊ะอาหาร สวยงามเชียว แอบปลื้มนิดหน่อย





ปลายม่านก็เก็บงาน กุ๊นเรียบร้อยโดยใช้ผ้าต่วนสีเลือดนก ที่เลือกสีนี้เพราะว่าในผ้าม่านมีสีนี้เป็นส่วนประกอบ สีจะได้ไปกันได้ไม่ขัดตา






การเก็บงานผ้าม่านด้านริม ก็ใช้การเจาะติดผนัง โดยใช้นอตพิเศษที่ดูเหมือนกระดุม เดินบางโพอยู่พักใหญ่ๆจึงจะเจอของถูกใจ ติดไว้ให้ตึงเรียบ ทิ้งระยะด้านล่างไว้ 20 ซม. เผื่อไว้รวบปลายม่านเก็บ






และแล้วก็มาถึงรายละเอียดปลีกย่อย คือการเก็บปลายม่านให้เรียบร้อย หันไปหันมาเจอกระถางดินเผา เลยเอามาหุ้มผ้า (กระถางใหม่จ้า ยังไม่ได้ใช้) กุ๊นขอบให้ดูเข้ากัน





นี่ไงเจ้าคะ เก็บปลายม่านตอนกลางวัน แผ่ม่านตอนกลางคืน มีการรวบม่านโดยเย็บผ้ารวบม่าน2ชิ้น ไปเกี่ยวไว้กับหมุดที่ติดผนังไว้แล้ว เป็นอันจบโครงการติดม่านกั้นแอร์ ใช้เงินไปแค่หลัก1000 ที่สำคัญคือได้ใช้สมอง ใช้เวลาที่ว่างๆให้เป็นประโยขน์ แม้จะกั้นแอร์ได้แค่90% แต่บ้านก็ยังโล่ง ไม่อึดอัด ผ้าให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยนเสมอ ที่เหลือคือ ต้องปัดฝุ่นและถอดซักบ้าง สะใจที่ได้นอนม่านรูด อิอิ






มาดูม่านในห้องโถงต่อ ก็ลายเดิมนั่นละ การ์ตูนเป็ดน้อย ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เป็นคนชอบสุนัข(ก็หมานั่นละ) เลยสรรหามาใส่กรอบไว้ทั่วบ้าน โดยเฉพาะห้องนั่งเล่น




มุมนี้จะเห็นม่านของประตูใหญ่ที่เปิดออกไปก็จะเจอน้ำตกจากลำไม้ไผ่ นั่งตรงนี้จะได้ยินเสียงน้ำตกทั้งวัน มีความสุขมาก แต่ในความเป็นจริงไม่ค่อยจะได้นั่งหรอก ไม่รู้เป็นไงต้องวุ่นๆวายๆกับไอเดียสร้างสรรค์ไม่จบไม่สิ้นซักที อยากนอนแระ จบดีกว่า





มาจะกล่าวบทไป เพราะยังกล่าวเรื่องม่านไม่จบ ช่างมากมายเสียจริงเชียว บ้านทั้งหลัง 3 ห้องนอน แบ่งไว้เป็นห้องนอนแค่ 2 ห้อง(เนื่องจากเป็นฉาวโฉด) ห้องที่รกสุดก็เป็นห้องเสื้อผ้าเนี่ยแหละค่า สุมประดัง จัดวางไว้ทุกอย่างในนี้ เก็บเสื้อผ้า เครื่องนอน แต่งตัว ตากผ้าเช็ดตัว อะไรๆก็ห้องนี้ เลยต้องออกแบบกันหน่อยให้ดูไม่อุจาดตาเกินไป เลยสร้างตู้ติดผนังขึ้นมา ที่จะกล่าวในหัวข้อนี้ก็คือ งานผ้าใช่ไหมล่า เรื่องสร้างตู้ก็อยู่ในหัวข้อ Hardside นู่นไป




ทำตู้เสร็จ หยุดปาดเหงื่อแป๊บหนึ่งก็ทาสีโปรด คือสีเขียวว..............ว
แล้วก็ออกแบบม่านไม่รอรี ต้องให้ม่านด้านบน ชนเพดาน และด้านล่างต่ำกว่าตู้นิดเดียวพอ เพื่อไม่ให้บังผ้าที่แขวนไว้ด้านล่าง





ไปกันได้นะเนี่ย (เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)ถ้าเปลี่ยนลายผ้า ต่างจากม่านหน้าต่าง ต้องลิเกแน่ๆทีเดียวเชียว หรือกระไร ฮึ
ชอบผ้าลายม่านหน้าต่าง ดูสดใสดี เลยซื้อมา 2 สีเลย ทำม่านห้องนอนเล็กก็ลายนี้แต่อีกโทนสีหนึ่ง ยามว่างก็สอนภาษาอังกฤษหลานชายคนโปรดกับรูปบนผ้าม่านนี่ละ เก๋มั๊ยละ








 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 8 กันยายน 2552 21:50:29 น.
Counter : 3632 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.