สติ สมาธิ ภาวนา






การภาวนาคือการรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ในร่างกายของเราในความรู้สึกของเรา
ในจิตใจของเรา และในโลกด้วย
สมาธิภาวนาไม่ใช่นั่งเฉยๆ อย่างเงียบๆ
หากนั่งอย่างรู้ตัวทั่วพร้อม
ปลอดจากการปล่อยใจให้ส่งไปอื่น
โดยเข้าถึงความเข้าใจอย่างแจ่มชัด
ซึ่งเกิดจากจิตที่ทั้งมั่น

การนั่งภาวนาคือ
การสร้างให้เกิดสันติสุขและปีติสุข
ไม่ใช่เป็นการทรมานร่างกาย
ไม่ว่าเราจะกวาดอะไร ที่ไหน ถ้ามีสติมั่น
ที่นั้นๆ ก็จะเป็นดินแดนแห่งการตรัสรู้
สมาธิภาวนาที่แท้จริงย่อมนำไปให้เกิดปัญญา

การเป็นผู้อยู่ในทำนองคลองธรรม
เป็นผู้มีกุศลเท่านั้นยังไม่เพียงพอ
ที่จะทำให้บุคคลเกิดปัญญาอันแท้จริงได้
หากจำต้องอาศัยสติในการดำรงกายและจิตไว้อย่างแน่วแน่ด้วย

ภายในวัดเซ็นนั้น
สมณะผู้ปฏิบัติธรรมจะประกอบการงานทุกชนิด
ท่านจะไปตักน้ำ ผ่าฟืน หุงต้มอาหาร เพาะปลูกพืชผัก
ถึงแม้ว่าพระทุกรูปจะได้เรียนการนั่งสมาธแบบเซ็น
และปฏิบัติสมาธิในท่านั่งแล้ว
แต่ทุกท่านจะต้องพยายามมีสติในกิจที่ตนทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ

หากผู้ฝึกหัดรู้สึกว่าตนได้ขาดการ  ลิ้มรสแห่งเซ็น
ในขณะที่ตนกำลังพูดกำลังทำการงานแล้วละก็
ผู้ฝึกหัดควรจะตระหนักไว้ด้วยว่า
ตนได้ใช้ชีวิตให้ผ่านไป โดยขาดสติเสียแล้ว

ผู้มีความประพฤติตรงแน่ว
การปฏิบัติในทางฌานมันจะมีมาเอง(แม้จะไม่ตั้งใจทำ)
ฝนอิฐไม่สำเร็จเป็นกระจกได้
การนั่งสมาธิจักสำเร็จเป็นพระพุทธะได้อย่างไร


การขจัดความคิดปรุงแต่งนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ สติ
สติคือเครื่องมืออย่างเดียวของมนุษย์
ที่จะเจาะทะลวงความคิดปรุงแต่งและอวิชชา ให้พังทลายลงมา
การมีประสบการณ์คือ การเป็นผู้มีสติสำนึกในตัวเอง
และประสบการณ์อย่างเซ็น
จะบริบูรณ์ได้ต่อเมือได้รับการสนับสนุนการความมีสติสำนึกอย่างเซ็น
และได้มีการแสดงออกในทางหนึ่งทางใดด้วย

คนเป็น ไม่นั่งไม่นอนตลอดเวลา
คนตาย นอนแต่ไม่นั่ง
ร่างกายขอเรานี้ ไฉนต้องนั่งสมาธิ
การเพ่งยิ่งลึก
ก็ยิ่งเป็ฯการปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

นักปฏิบัติสมาธิที่ดี
จะน้อมนำสมาธิเข้ามาเกี่ยวข้อง
กับชีวิตประจำวันของเข้าในทุก ๆ ด้าน
ไม่ยอมให้โอกาสอันใดแม้หนึ่งเดียวผ่านไป
ทั่งนี้เพื่อจะเห็นถึงธรรมชาติของสิ่งต่างๆ
ที่ต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกันอยู่

คนทั่วไปเวลากินข้าวมักจะเลือกกัน
เลือกแต่เนื้อไม่กินมันบ้าง ไม่ยอมกินให้อิ่มบ้าง
เวลานอนก็มักจะคิดฟุ้งซ่าน จุกจิกร้อยแปด
เมื่อไม่มีสติก็จะไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป
พูดออกไปแล้วก็ยังเข้าใจ ว่าไม่ได้พูด 
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยังเป็นถึงขนาดนี้
จงมีสติกันเถิด แล้วโลก (ในใจเรา)จะร่มเย็นตลอดเวลา

เซ็น












Create Date : 04 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 22 กรกฎาคม 2559 9:53:45 น.
Counter : 350 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

bowkavi
Location :
ลำปาง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สติ เป็นอาหารชั้นเลิศ