All Blog
เหตุให้บ้านเมืองต้องประสบภัยพิบัติและฉิบหาย
พระไตรปิฎกเล่ม 34 หน้า 225(เล่มสีน้ำเงิน)

เป็นเนื้อความที่พระพุทธองค์ตรัสไปเรื่อยๆ ว่ามีคนตายมากเพราะอะไร
เมื่อก่อนมีคนเยอะ ถูกถามว่าทำไมเดี๋ยวนี้มีคนน้อย เป็นเพราะตายที่ละมาก

.....
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
พราหมณ์ คนเดี๋ยวนี้กำหนัด ยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม เขาทั้งหลายกำหนัด ยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรมแล้วก็จับศาสตราอันคมฆ่ากันและกัน
คนเป็นอันมากตายไป เพราะเหตุนั้น นี่เป็นเหตุเป็นปัจจัยอันหนึ่ง
ซึ่งทำให้คนเดี๋ยวนี้ดูหมดไปเบาบางไป ที่เคยเป็นคาม(บ้าน) นิคม(ตำบล) นคร ชนบท
จึงไม่เป็นคาม(บ้าน) นิคม(ตำบล) นคร ชนบท.

อีกข้อหนึ่ง พราหมณ์ คนเดี๋ยวนี้ กำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม เมื่อเขาทั้งหลายกำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม ฝนจึงไม่ตกตามฤดูกาล ด้วยเหตุนั้น
จึงเกิดทุพภิกขภัย ข้าวเสีย เป็นขยอก ตายฝอย คนเป็นอันมากตายไป
เพราะเหตุนั้น นี่ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยอันหนึ่ง ซึ่งทำให้คนเดี๋ยวนี้ดูหมดไป
เบาบ้างไป ที่เคยเป็นคาม(บ้าน) นิคม(ตำบล) นคร ชนบท จึงไม่เป็นคาม นิคม นคร ชนบท.

อีกข้อหนึ่ง พราหมณ์ คนเดี๋ยวนี้กำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม เมื่อเขาทั้งหลายกำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม โลภเกินสมควร
มุ่งไปแต่ทางมิจฉาธรรม ยักษ์ทั้งหลายจึงปล่อยอมนุษย์ร้าย
คนเป็นอันมากตายไปเพราะเหตุนั้น นี่ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยอันหนึ่ง
ซึ่งทำให้คนเดี๋ยวนี้ดูหมดไปเบาบางไป ที่เคยเป็นคาม(บ้าน) นิคม(ตำบล) นคร ชนบท
จึงไม่เป็นคามนิคม นคร ชนบท.

(พรหมตอบพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า) ดีจริง ๆ พระโคดมผู้เจริญ ฯลฯ
ขอพระโคคมผู้เจริญทรงจำข้าพระองค์ไว้ว่า
เป็นอุบาสกถึงสรณะแล้ว จนตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้ไป.

โลภเกินประมาณ โลภเกินความพอดี กำหนัดยินดีไม่เป็นธรรม
ก็หมายความว่ามีคำที่พระองค์สั่งไว้ก็ไม่ทำตาม
และสิ่งที่ควรจะทำให้เป็นประโยชน์แก่ตน ก็เอาเก็บพอกพูนท่วมทับตนเอง
เป็นสมบัติที่กองอยู่เฉยๆ โดยไม่เกิดประโยชน์
และพวกที่เป็นสมณะทั้งหลายก็หาแต่วิธีการรวบรวมและเก็บสมบัติ
จึงเกิดภัยพิบัติขึ้น

ส่วนมีคนถามว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพากันทำไม่ถูกต้องรึเปล่า
“ผู้ใหญ่บางคนอาจจะไม่ถูกต้อง”
แต่ที่ถามว่าพ่ออยู่หัวนั้นเป็นผู้ผิดมั้ย เราเช็คดูแล้ว พ่ออยู่หัวไม่ผิดในข้อเหล่านี้
แต่ที่เห็นชัดโดยไม่ต้องถามเลยคือ ภิกษุสามเณรทั้งหลายทำผิดเห็นได้ชัด
มีเรื่องเทียบในพระไตรปิฎกอีกเยอะแยะสำหรับภิกษุสามเณร
ทำผิดแล้วเกิดอันตรายต่อบ้านต่อเมือง ต่อคาม(คา-มะ) นิคม ต่อตำบล ต่อชนบทต่างๆ
ที่พระนั้นๆ อยู่มีอันตรายมาก

ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ให้ค้นดูมีหลักฐานในพระไตรปิฎกอยู่หลายที่ หากใครสนใจให้ถามมาที่วัดสามแยกจะตอบให้
ผู้เป็นสมณะแล้วละเมิดศีล เป็นเหตุให้บ้านเมืองต้องประสบภัยพิบัติและฉิบหาย

ลองศึกษาพิจารณาเอาเองเถิดไม่บังคับให้ใครเชื่อหรือทำตาม แต่ทำเพื่อเอาบุญให้ตัวเองเพื่อให้ไปถึงซึ่งความหลุดพ้น จากกองทุกข์ทั้งปวงเพื่อให้ถึงที่สุดแห่งความดับโดยไม่กลับมาเกิดอีก
บุญนี้ให้ ญาติ ให้เทพที่รักษา ให้นายเวรของข้า และของผู้อ่านด้วยเถิด
สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ พระไตรปิฏกศึกษา-โรงเรียนวัดสามแยก

http://www.samyaek.com/pratripidok/index.php?topic=876.0













ด้วยบุญนี้ให้ข้าถึงซึ่งความดับด้วยเถิด



Create Date : 08 มกราคม 2554
Last Update : 23 มกราคม 2554 14:39:36 น.
Counter : 372 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

shada
Location :
น้ำหนาว เพชรบูรณ์ , เกาะพงัน สุราษฯ  Ghana

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นกายที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นใจที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผย ไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)
บัญญัติของพระพุทธเจ้า จากพระไตรปิฎกชุด 91 เล่ม ของมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 3
(ปกสีแดง หน้า 887 ปกสีน้ำเงิน หน้า 940)
พระบัญญัติ อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่ง ทอง-เงิน หรือยินดี ทอง-เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์(นิสสัคคียปาจิตตีย์ 1 ตัว ต้องตกโรรุวนรก 1 ชั่วอายุ คือ 4,000 ปีของนรกขุมนี้ เท่ากับ 840,960,000 ล้านปีมนุษย์)

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้ มาตรา 15 ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
...(4)รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
**หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา(โยมควรเรียนรู้) ทำบุญแล้วเป็นบาป ตกนรกทั้งพระและโยม
1.ตักบาตรด้วยเงินและทอง
2.ตักบาตรด้วยสิ่งของที่ต้องห้าม ข้าวสารอาหารแห้ง-ดิบ
3.ทำบุญกับพระทุศีล(ผิดศีลธรรมและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย)รับเงิน รับทอง มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของตนเอง มีบัตรเอทีเอ็ม มีบัตรเครดิต
4.ฯลฯ
จากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลไทยฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย 91 เล่ม
**ชาวพุทธทั้งหลาย ขอให้อธิษฐานเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
"ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรวมเป็นพระราชกุศลของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลังบุญทั้งหลาย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพสกนิกรและราชอาณาจักร ขอบุญนั้นทั้งหมด จงเป็นพลังขับดันโรคภัยทั้งหลายที่กำลังเกิดในพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานไป"

จากหลักฐานเทียบเคียงของการใช้สัจอธิษฐาน ในพระไตรปิฎก 91 เล่ม ฉบับมหามกฎราชวิทยาลัย เล่ม 74 หน้า 447-479 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 1, 3, 341, 342 และ 343 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ (www.samyaek.com) ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ขอจงพิจารณาเอาเถิด เพราะไม่บังคับให้ใครมาเชื่อหรือทำตาม เพียงแต่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย เพื่อให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ยินดีในบุญกับทุกท่านที่รวมใจกันเปิดเผยพระธรรมวินัยให้รุ่งเรือง ค่ะ

ชฎา มีโครงการ จะเปิด บ้านพักตากอากาศ ติดถนน ติดทะเล ไม่ไกลจาก ท่าเรือ ท้องศาลา บรรยากาศ เหงียบ สงบ เป็นธรรมชาติ ให้เช่าที่เกาะพงัน

"สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"