All Blog
แจกสื่อธรรมะ ที่เขาใหญ่
แจกสื่อที่ ปาลิโอ เขาใหญ่จ้า



อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนาและ
หยุดทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยนะคะ หุหุ



ยินดีในบุญกับผุ้ให้ที่พักบ้านหลังใหญ่พักกันได้เกือบ สี่สิบคน และอาหาร เครื่องดื่ม และยินในบุญกับผู้ที่มีส่วนร่วมทุกๆท่านค่ะ



แจกสื่อที่ตลาดครูต้อ



แจกสื่อที่ PRIMO POSTO



ตลาดวังน้อยอีกภาพกับความประทับใจ



ไปเมืองอโยธยา ไปแจกสื่อตลาดน้ำหลังน้ำลด



ตลาดน้ำอโยธยาแจกไม่ทั่วเพราะสื่อหมดหอบแล้ว ตอบรับดี ทิ้งขยะมีน้อย



ตลาดน้ำยามเย็น
มาเรียนพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกกันเถอะครับผมเป็นต่างชาติยังเรียน
คนไทยนับถือศสาสนาพุทธอย่าให้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพุทธแต่ในทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนเลย เรียนแล้วทำตามที่พระพุทะเจ้าสอนใว้ บ้านเมืองจะได้สงบ ภัยพิบัติจะได้เกิดน้อยลง



ที่นี่เขาดีไม่มีห้ามถ่ายภาพ ที่สำคัญไม่ห้ามแจกสื่อด้วยจ้า
ยินดีในบุญกับผู้ที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ศึกษาพระธรรมวินัยด้วยจ้า



ยินดีในบุญกับพี่อัลทริปสุดท้ายก่อนไป ประเทศกานา







สื่อภาคภาษาไทยหมดแล้ว เหลือแต่ภาคภาษาอังกฤษจ้า



สื่อหมดสื่อหมดแล้ว ก็ถ่ายรูปที่เป็นบ่วงแห่งมารใว้
รู้นะมารรูปทุกรูปเป็นบ่วงแห่งมาร ที่มารทำใว้เป็นกับดักแก่ผู้ที่หลงในรูปไม่ว่าจะเป็นรูปนอกรูปในก็ตาม เลวหรือดีก็ตาม
จบ ทริป เขาใหญ่ เก็บตกที่ ตลาดวังน้อย และตลาดน้ำหมู่บ้านช้างอโยธยา
ยินดีในบุญกับทุกท่านค่ะ
ด้วยบุญนี้ขอให้ข้าดับ





ทูตสูตร ว่าด้วยเทวทูต ๓ จำพวกพระไตรปิฎกเล่ม 34 หน้า 148 (เล่มสีน้ำเงิน)
คำว่าเทวทูต
หมายความ ว่าการเกิดแก่หรือตายของพวกเรานี้คือ การเกิด แก่ เจ็บ คือเทวทูตในโลกนี้
มันเป็นทูตที่จะแจ้งให้เรารู้ว่า นี่คือความเป็นจริง จะต้องจาก จะต้องตาย
พระพุทธองค์ตรับว่า

[๔๗๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวทูต ๓ นี้ ๓ คืออะไรบ้าง คือบุคคลลางคนในโลก ประพฤติทุจริตด้วยกาย... ด้วยวาจา... ด้วยใจ บุคคลนั้น ครั้นประพฤติทุจริตด้วยกาย ... ด้วยวาจา... ด้วยใจแล้ว เพราะกายแตกตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก นิรยบาลทั้งหลายต่างก็จับบุคคลนั้นที่แขนไปแสดงแก่พญายมว่า ข้าแต่เทวะ บุรุษผู้นี้เป็นคนไม่เกื้อกูล มารดา... บิดา... สมณะ.. พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล ขอพระองค์จงลงทัณฑ์แก่บุรุษนี้เถิด.(ที่เรียกนายนิรยบาลว่า “เทวะ” เพราะ เป็นเวมานิกเปรต คือเป็นเทพครึ่งเปตร) พญายมซักไซ้ไล่เลียง เทวทูตที่หนึ่ง กะบุรุษนั้นว่า ดูก่อนพ่อ เจ้า ไม่ได้เห็นเทวทูตที่หนึ่ง ซึ่งปรากฏอยู่ในหมู่มนุษย์หรือ.
บุรุษนั้นตอบว่า ไม่ได้เห็น เจ้าข้า.พญายม. เจ้าไม่ได้เห็นหรือ ในหมู่มนุษย์ หญิงหรือชายที่แก่แล้ว มีอายุ ๘๐ ปีบ้าง ๙๐ ปีบ้าง ๑๐๐ ปีบ้าง เป็นคนชราหลังโกง ค่อม กรานไม้เท้าเดินงกเงิ่น กระสับกระส่าย สิ้นความเป็นหนุ่มสาวแล้ว ฟันหัก ผมหงอกเกรียน หัวล้าน ตัวเป็นเกลียวตกกระ.บุรุษนั้น. ได้เห็น เจ้าข้า.พญายม. เจ้าน่ะ เป็นผู้ใหญ่รู้เดียงสาแล้ว ไม่ได้คำนึงบ้างหรือว่า
ถึงตัวเราก็มีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงความแก่ไปได้ มาเราจะทำความดี ด้วยกายวาจาใจเถิด.บุรุษนั้น. เปล่าเลย เจ้าข้า มัวประมาทเสีย.
พญายม. เจ้าไม่ได้ทำความดีด้วยกายวาจาใจ เพราะมีความประมาท
แน่ละ เขาจะต้องทำกะเจ้าตามฐานที่ประมาท ก็แต่ว่า บาปกรรมนั่นน่ะ
มารดา ...บิดาก็มิได้ทำให้เลย พี่น้องชาย ...พี่น้องหญิง ก็มิได้ทำให้
มิตร อำมาตย์...ญาติสายโลหิตก็มิได้ทำให้ เทวดาก็มิได้ทำให้ สมณพราหมณ์ก็มิได้ทำให้ เจ้าทำเองแท้ๆ เจ้าก็จะต้องรับผลของบาปกรรมนั่นเอง พญายม ครั้นซักไซ้ไล่เลียงเทวทูตหนึ่งแล้ว จึงซักไซ้ไล่เลียงเทวทูตที่สองว่าเจ้าไม่ได้เห็นเทวทูตที่สองอันปรากฏอยู่ในหมู่มนุษย์หรือ.
บุรุษนั้น ตอบว่า ไม่ได้เห็น เจ้าข้า.
พญายม. เจ้าไม่ได้เห็นหรือ ในหมู่มนุษย์ หญิงหรือชาย ที่ป่วยเจ็บไข้หนัก
นอนเกลือกมูตรและกรีสของตน มีคนพยุงให้ลุก... ให้นอน.
บุรุษนั้น. ได้เห็น เจ้าข้า.
พญายม. เจ้าเป็นผู้ใหญ่รู้เดียงสาแล้ว ไม่ได้คำนึงบ้างหรือว่า
ถึงตัวเราก็มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงความเจ็บไข้ไปได้
มาเราจะทำความดีด้วยกายวาจาใจเถิด.
บุรุษนั้น. เปล่าเลย เจ้าข้า มัวประมาทเสีย.
พญายม. เจ้าไม่ได้ทำความดีด้วยกายวาจาใจ เพราะมีความประมาท
แน่ละ เขาจะต้องทำกะเจ้าตามฐานที่ประมาท ก็แต่ว่าบาปกรรมนั้นนั่น
มารดา... บิดาก็มิได้ทำให้เลย ฯลฯ เจ้าทำเองแท้ ๆ
เจ้าก็จะต้องรับผลของบาปกรรมนั้นเอง.
พญายม ครั้นซักไซ้ไล่เลียงเทวทูตที่สองแล้ว จึงซักไซ้ไล่เลียงเทวทูตที่สามว่า
เจ้าไม่ได้เห็นเทวทูตที่สามอันปรากฏอยู่ในหมู่มนุษย์หรือ.
บุรุษนั้น ตอบว่า ไม่ได้เห็น เจ้าข้า.
พญายม. เจ้าไม่ได้เห็นหรือ ในหมู่มนุษย์ หญิงหรือชายที่ตายแล้ว
หนึ่งวันบ้าง...สองวันบ้าง... สามวันบ้าง ขึ้นพอง เขียว น้ำเหลืองไหล.
บุรุษนั้น. ได้เห็น เจ้าข้า.
พญายม.เจ้าเป็นผู้ใหญ่รู้เดียงสาแล้ว ไม่ได้คำนึงบ้างหรือว่า
ถึงตัวเราก็มีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงความตายไปได้
มาเราจะทำความดีด้วยกายวาจาใจเถิด.
บุรุษนั้น. เปล่าเลย เจ้าข้า มัวประมาทเสีย.
พญายม. เจ้าไม่ได้ทำความดีด้วยกายวาจาใจ เพราะมีความประมาท
แน่ละ เขาจะต้องทำกะเจ้าตามฐานที่ประมาท ก็แต่ว่าบาปกรรมนั้นนั่น
มารดา... บิดาก็มิได้ทำให้เลย ฯลฯ เจ้าทำเองแท้ ๆ
เจ้าก็จะต้องรับผลของบาปกรรมนั่นเอง.
พญายม ครั้นซักไซ้ไล่เลียงเทวทูตที่สามกะบุรุษนั้นแล้วก็นิ่งอยู่.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
พวกนิรยบาลทำกรรมกรณ์ ชื่อ เบญจพิธพันธนะกะ
บุรุษนั้น คือ เอาตาปูเหล็กแดงตรึงมือ ๒ ข้าง เท้า ๒ ข้างและกลางอก
บุรุษนั้นเสวยทุกขเวทนาอันกล้า หนัก เผ็ดร้อนอยู่ ณ ที่นั้น
และไม่ตายตลอดเวลาที่บาปกรรมยิ่งไม่สิ้น.
พวกนิรยบาล จับบุรุษนั้นนอนลงแล้วถากด้วยขวานผึ่ง... ตั้งเอาเท้าขึ้นศีรษะลงแล้วถากด้วยพร้า...
จับเอาเทียมรถให้แล่นไปแล่นมาบนพื้นอันร้อนลุกเป็นเปลวช่วงโชติ...
บังคับให้ขึ้นลงภูเขาเถ้าถ่านอันร้อนลุกโชน..
จับเอาเท้าขึ้นศีรษะลง ทุ่มลงไปในโลหกุมภี อันร้อนแดงลุกเป็นแสง
บุรุษนั้นถูกต้มอยู่ในนั้นจนตัวพอง เมื่อถูกต้มจนตัวพองอยู่ในนั้น
ลางทีก็โผล่ขึ้นม้า ลางทีก็จมลงไป ลางทีก็ลอยขวางไป
บุรุษนั้นเสวยทุกขเวทนาอันกล้าหนัก เผ็ดร้อนอยู่ ณ ที่นั้น และไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกนิรยบาลจับบุรุษนั้นไปลงมหานรก ก็มหานรกนั้น
มีสี่มุม สี่ประตู แบ่งออกเป็นส่วนๆ มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบด้วย (ฝา)เหล็ก
พื้นก็ล้วนไปด้วยเหล็ก ร้อนลุกโชนแผ่ (ความร้อน) ไปถึง ๑๐๐ โยชน์โดยรอบตั้งอยู่ทุกเมื่อ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีแล้ว ความปริวิตกนี้ได้มีแก่พญายมว่า
ได้ยินว่า ชนเหล่าใดทำกรรมทั้งหลายที่เป็นบาปในโลก
ชนเหล่านั้นย่อมถูกทำกรรมกรต่าง ๆ เช่นอย่างนี้ เจ้าประคุณ ขอให้ข้า ฯ
ได้เป็นมนุษย์เถิด กับขอพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พึงบังเกิดในโลก
ขอให้ข้า ฯ ได้เข้าใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพึงทรงแสดงธรรม
และขอให้ข้า ฯ พึงรู้ทั่วถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเถิด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราได้ฟังเรื่องนั้นต่อผู้อื่น เป็นสมณะหรือ
พราหมณ์ก็ตาม จึงมากล่าวอย่างนี้ หามิได้ ที่จริง เรากล่าวเรื่องที่เราได้รู้เอง
ได้เห็นเอง แจ่มแจ้งเองทีเดียว.
คนเหล่าใดถูกเทวทูตเตือนแล้วยังประมาทอยู่
คนเหล่านั้น ย่อมเข้าถึงกายอันเลว โศกเศร้าสิ้นกาลนาน
ฝ่ายคนเหล่าใด เป็นสัตบุรุษผู้สงบในโลกนี้
ถูกเทวทูตเตือนแล้วไม่ประมาทในธรรมของพระอริยเจ้าเสมอไป
เห็นภัยในเพราะอุปาทานอันเป็นแดนเกิดแห่งชาติ
และมรณะ เลิกยึดถือ หลุดพ้นไปเพราะสิ้นชาติและมรณะ
คนเหล่านั้น ถึงความเกษมเป็นสุข ดับทุกข์ได้ในชาติปัจจุบัน
พ้นเวรภัยทั้งปวง ล่วงทุกข์ทั้งหมด.
จบทูตสูตรที่ ๖
หมายเหตุ :
เน็ตวัดดับในช่วงที่หลวงปู่ท่านยังอ่านพระไตรปิฎกไม่จบ
ดังนั้น ข้าพเจ้าผู้คัดลอกมาลงเว็บ ไม่ทราบว่าท่านอ่านจบที่ตรงบรรทัดไหน
จึงคัดลอกยกมาทั้งพรสูตรคะ



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 14:27:51 น.
Counter : 771 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

shada
Location :
น้ำหนาว เพชรบูรณ์ , เกาะพงัน สุราษฯ  Ghana

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นกายที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นใจที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผย ไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)
บัญญัติของพระพุทธเจ้า จากพระไตรปิฎกชุด 91 เล่ม ของมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 3
(ปกสีแดง หน้า 887 ปกสีน้ำเงิน หน้า 940)
พระบัญญัติ อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่ง ทอง-เงิน หรือยินดี ทอง-เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์(นิสสัคคียปาจิตตีย์ 1 ตัว ต้องตกโรรุวนรก 1 ชั่วอายุ คือ 4,000 ปีของนรกขุมนี้ เท่ากับ 840,960,000 ล้านปีมนุษย์)

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้ มาตรา 15 ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
...(4)รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
**หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา(โยมควรเรียนรู้) ทำบุญแล้วเป็นบาป ตกนรกทั้งพระและโยม
1.ตักบาตรด้วยเงินและทอง
2.ตักบาตรด้วยสิ่งของที่ต้องห้าม ข้าวสารอาหารแห้ง-ดิบ
3.ทำบุญกับพระทุศีล(ผิดศีลธรรมและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย)รับเงิน รับทอง มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของตนเอง มีบัตรเอทีเอ็ม มีบัตรเครดิต
4.ฯลฯ
จากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลไทยฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย 91 เล่ม
**ชาวพุทธทั้งหลาย ขอให้อธิษฐานเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
"ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรวมเป็นพระราชกุศลของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลังบุญทั้งหลาย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพสกนิกรและราชอาณาจักร ขอบุญนั้นทั้งหมด จงเป็นพลังขับดันโรคภัยทั้งหลายที่กำลังเกิดในพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานไป"

จากหลักฐานเทียบเคียงของการใช้สัจอธิษฐาน ในพระไตรปิฎก 91 เล่ม ฉบับมหามกฎราชวิทยาลัย เล่ม 74 หน้า 447-479 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 1, 3, 341, 342 และ 343 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ (www.samyaek.com) ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ขอจงพิจารณาเอาเถิด เพราะไม่บังคับให้ใครมาเชื่อหรือทำตาม เพียงแต่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย เพื่อให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ยินดีในบุญกับทุกท่านที่รวมใจกันเปิดเผยพระธรรมวินัยให้รุ่งเรือง ค่ะ

ชฎา มีโครงการ จะเปิด บ้านพักตากอากาศ ติดถนน ติดทะเล ไม่ไกลจาก ท่าเรือ ท้องศาลา บรรยากาศ เหงียบ สงบ เป็นธรรมชาติ ให้เช่าที่เกาะพงัน

"สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"