ทุกเรื่องราวมีแง่คิด ทุกชีวิตมีแรงบันดาลใจ
Group Blog
 
All Blogs
 
Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 3 Vietsea & Kim Cafe


รถสาย 152 ยังวิ่งต่อไป คนไทยยังเสียงดังต่อไป


สองข้างทางค่อยๆเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายจากวิวข้างหน้าต่างของรถคือ ภาพคนขี้มอเตอร์ไซต์ ที่นี่มอเตอร์ไซต์เยอะมากกกกกกกกกก เป็นการคมนาคมหลักของที่นี่ก็ว่าได้ ทุกคนเหมือนผ่านการอบรมท่วงท่าในการขับขี่มาอย่างดี หลังตรง สวมหมวก ตาจ้องไฟท้ายคันหน้า จริงจังแต่น่ารัก 







รถเริ่มเข้าตัวเมืองมากขึ้นเริ่ือยๆ (ผมไม่รู้หรอกที่ไหนตัวเมือง แต่ที่เราอยู่มันกลางเมืองวิ่งมาเรื่อยๆก็ต้องเข้าใกล้เรื่อยๆแหละ) ผ่านวงเวียน 1 2 รถเมล์มาจอดที่บริเวณด้านข้างของวนเวียนที่ 2 พี่คนขับหันมาบอกประมาณ Sit Sit Stop Stop ให้พวกเรานั่งอยุ๋ก่อนยังไม่ถึง บริเวณนี้ถ้าเป็นเมืองไทยมันก็คงเป็น อนุสาวรีย์ ที่เป็นศูนย์รวมรถประจำทาง เพราะตอนนี้ด้านหน้าด้านหลังก็มีแต่รถประจำทางจอดเต็มไปหมด แต่ที่นี่จะเป็นอนุสาวรีย์ชัยฯ ย่อส่วนเหลือ 1 ด้าน จาก 4 ด้าน ใช้การหมุนเวียนรถดีๆก็พอ 





รถจอดอยู่กับที่ไม่นานก็ขับต่อ ตอนแรกที่เรานั่งมาสวนสาธารณะอยูทางขวามือ ตอนนี้ก็อยู่ทางขวามือแต่อยู่อีกฝั่งของสวน ที่โฮจิมินห์ ต้นไม้สวนค่อนข้างเยอะและใหญ่กว่ากรุงเทพฯของเรามาก ตอนนั่งรถผ่านก็มีถนนเส้นหนึ่งเราเรียกมันว่า ถนนต้นไม้สูง เพราะมันสูงจริงๆสูงกว่าตึก 5-6 ชั้นซะอีก วันไหนว่างๆจะไปเดินเล่นกัน ผ่านไปไม่นานรถก็จอด คุณลุงไล่ให้ลงบอก ฟามงูหลาม ฟามงูหลาม 





พวกเราลงจากรถเทียบกันแผนที่ เราอยู่ห่างจาก ฟามงูเหลานิดหน่อยเดินเข้าซอยตามลุงบอกไปก็จะเจอ และหยุดกลาง 3 แยกมีตรงขึ้นไปกับเลี้ยวซ้าย 

"ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา
"ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน" ผมพูดข้อเสนอที่ตกลงกันไว้ทีแรก ทุกคน OK ตามนี้นะ
"แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ใครศักคนถามขึ้น ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
"เอ่อ? มันไม่บอกวะ" 




ซอกเล็กที่ลุงแนะนำ




"เอ่อ ลองถามคนแถวนี้ดูไหม" ใครซักคนในกลุ่มเราเสนอ และทุกคนเห็นพร้อม แต่ชาวเวียดนามคนไหนละจะเป็นเหยื่อของเรา หันซ้ายหันขวา
'นั่นไง ลุงที่นั่งหน้าตาละห้อยอยู่' อ๊อฟเข้าไปคนแรก พร้อมเปิดรูปร้านที่เราจะไป(ต้องขอบคุณเปิ้ลที่ทำข้อมูลมาพร้อมรูปสี) 
"Where?" สั่นๆแล้วชี้ เข้าใจชัวร์
คุณลุงมองภาพอยู่ครู่หนึ่ง นึกอีกครู่หนึ่ง แล้วชี้ ชี้ไปทางซอก ซอกเล็กๆพอให้คนเดินสวนกันได้ 2 ข้างทางเป็นบ้านคนแบบ บรรยากาศน่ากลัวๆ เราใช้เวลาปรึกษากันครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไป ไม่ใช่เพราะลุง แต่เพราะเราเห็นฝรั่งตัวโตพร้อมเป้เดินเข้าซอกนั้นไป เราเลยเดินตามกะว่าฝรั่งพาไปถูกที่แน่นอน
หลุดออกซอย(ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด) มาโผล่เจอถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวา เราถามทางอีกครั้งคนบอกทางบอกให้เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆ (เขาไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอกเขาชี้ๆโบกมือๆเราแปลกันเอง) เราก็เดิมตามเขาไป ระหว่างทางเราก็มองบ้านเลขที่ไป มันน้อยๆลงเรื่อยๆ จาก 199 198 197 196 



Vietsea ที่เราตามหา

พวกเราเริ่มสงสัย เพราะจากรูปเราน่าจะมองหาบ้านเลขที่ 211 แต่เรายิ่งเดินบ้านเลขที่ยิ่งน้อยลง ระหว่างถามเราลองถามเพื่อความชัวร์อีกคน ก็ยังชี้ให้ไปทางเดิม จากการอ่านรีวิวคนที่ไปเวียดนามล้วนโดนหลอกกันสนุกสนาน โดนน้อยโดนเยอะ ไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่ หรือเรากำลังจะโดนตั้งแต่วันแรกที่มาถึง โอ้วววว อเมซิ่งเวียดนาม แต่ไม่ใช่!!! เราเจอแล้ว







แต่เราก็ยังโดนหลอกอยู่ดีไม่ใช่จากคนเวียดนาม แต่จากภาพเพราะจริงๆที่นี่บ้านเลขที่ 181 แต่ชื่อโรงแรม 211 Hotel ซึ่งมันใหญ่กว่าบ้านเลขที่มาก ทำเอาเราใจเต้น เหงื่อแตก กะว่าโดนต้มแล้วแน่ๆไปแปปนึง





เรามาตกลงราคาทัวร์กับที่นี่ และห้องพักสำหรับฝากกระเป๋า 9 ใบและให้คน 9 คนอยู่ชั่วคราวขณะรอรถ


ซึ่งค่าทัวร์ที่เราเสียทั้งหมด 47$/คน เป็นค่า


  -  รถทัวร์นอน(นั่งเอนเบาะ)จากโฮจิมินห์ไปดาลัด   23.15 น.   


  -  ทัวร์ดาลัด 1 วัน พร้อมไกด์           8.00-17.00        


  -  รถจากดาลัดไปมุยเน่ (รถตู้)          7.00-12.30      


  -  ทัวร์สถานที่มุยเน่ รถจิ๊บ                14.00-18.00  


  -  มุยเน่กลับโฮจิมินห์                       8.00-13.30       




สภาพห้องนอน


ซึ่งในตอนนั้นคนไทยมือใหม่เราต่อราคารถจิ๊บที่ทัวร์ในมุยเน่ได้ลงคนละ 2 เหรียญก็ดีใจกันใหญ่แต่จริงๆราคาตรงนี้มันยังพอลดได้อีก แต่เพื่อความสะดวกสบายและสบายใจเราก็ OK (ถ้าใครมีโอกาสไปทัวร์เดียวกับเราน่าจะลองต่อให้อยู่ประมาณ 40 ต้นๆ 




หลังจากซื้อทัวร์เสร็จเราก็ไปต่อราคาห้องพักบนชั้น 2 ที่เป็นโรงแรม ได้ราคา 30$ ในการเก็บกระเป๋าเข้าไปอาบน้ำและเช็คเอาท์ 23.00 น. 


สภาพห้องสะอาด แยกเป็น 2 เตียง มีทีวีซัมซุงจอแบนสำหรับดูทีวี ห้องน้ำในตัว สภาพถือว่าดีมากครับ 


ภารกิจซื้อทัวร์กับฝากกระเป๋าเสร็จแล้ว (ไม่เป็นบ้านAFแล้ว) ก็เหลือไปทานข้าว Kim Cafe ตามรีวิวแนะนำและหาซื้อซิม 3G จะได้สามารถติดต่อกันได้และ Social ได้ ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ไปกินข้าวก่อน ซิมค่อยไปเดินหาตอนเดินเที่ยว
Kim Cafe อยู้ไม่ไกลเลยจาก Vietsea เดินกลับไปทางซ้ายนิดหน่อยไม่เกิน 3 นาทีก็ถึงเป็นร้านเหลืองอยู่หัวมุม 
เราเดินเข้าร้าน นั่งโต๊ะในชุด บรรยากาศในร้านมีชาวต่างชาติมากินเยอะ อาจจะเพราะอยู่ใกล้แหล่งที่พักของชาวต่างชาติ ร้านนี้ก็เหมือนทุกร้านที่คนกินสูบบุหรี่ได้ตามอัธยาศัย (นี่อาจเป็นข้อเสียใหญ่หลวงของที่นี่สำหรับคนไม่สูบ เพราะจะได้รับการแบ่งปันอยู่ตลอดเวลา) เมนูที่นี่จะเป็นหน้าตาอาหาร มีเบอร์ติด พร้อมคำอธิบาย



ผมเปิดเมนูดูหลายอย่างน่ากินมีทั้งแบบอาหารต่างชาติ(สเต็ค) อาหารไทย(ผัดไทย) และอาหารเวียดนาม ผมไปสะดุดที่เบอร์ 69 แกงกะหรี่ไก่ ชื่อกับเบอร์เหมาะเจาะมากเลยสั่งเมนูนี้

ซึ่งไม่ผิดหวังครับ ตอนเมนูมาเสริฟตกใจ!! มันเยอะใหญ่มาก แต่อร่อยครับ ซึ่งหลังจากมือแรกเราก็ค้นพบว่าการมาเวียดนาม สั่งเมนูไก่ ได้เยอะ อร่อย ไม่แปลกทานได้ เซฟสุดแล้ว

ยังไงตอนนี้ผมขอทานก่อนละกันนะครับ กลัวมันเย็น!!!!



สั่งไก่อิ่มชัวร์




ปอเปี๊ยทอด






แป้งแข็งมากแต่อร่อย






รสชาติคล้ายๆขนมไทยอยางหนึ่งอร่อยดีครับ







Create Date : 29 ธันวาคม 2554
Last Update : 29 ธันวาคม 2554 3:40:21 น. 5 comments
Counter : 866 Pageviews.

 
น่ากิน
น้ำลายไหลเลย อิอิ


โดย: เส้นไหมสีเงิน วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:9:06:24 น.  

 
อร่อนครับอร่อย ︿︿


โดย: bossump-dd วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:12:44:28 น.  

 
น่าอร่อย ๆ ทั้งนั้นนะคะ


โดย: mariabamboo วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:19:55:03 น.  

 
ถามนิดนึงจ้า
ที่พักนี่ไม่ต้องซื้อกับทัวร์ก้อได้ใช่มั้ยคะ
ถ้าหาเอง เค้าจะมารับที่ที่พักมั้ยคะ


โดย: be_be_we IP: 171.101.170.83 วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:1:29:56 น.  

 
ใช่ครับ ทีพักที่โฮจิมินห์ค่อยข้างเยอะ เอาจริงๆสามารถเดินหาแล้วเลือกได้เลยครับ

ส่วนดาลัดถ้าเดินทางเที่ยวเดียวกับผม ไปถึงเช้ามืดนั้นคงต้องหาที่พักไปก่อนครับ


โดย: bossump-dd วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:23:22:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

makopoto
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนหนึ่งคนที่รอความตาย อาจารย์ยงยุทธ อาจารย์เคยพูดไว้ว่า คนบนโลกนี้มี 2 ประเภท 1.คนที่ตายแล้ว 2.คนที่รอความตาย ผมยังอยู่ประเภท 2 กำลังรอความตาย แต่จะรอความตายอย่างไร? ติดตามผมมาเถอะครับ
Custom Search
Friends' blogs
[Add makopoto's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.