ทุกเรื่องราวมีแง่คิด ทุกชีวิตมีแรงบันดาลใจ
Group Blog
 
All Blogs
 
Vietnam ALL Seasons : ตอนที่ 2 หนูน้อยหมวกแดง



 9.15 เครื่องบินลงจอดที่สนามบินโฮจิมินห์เรียบร้อย ปลอดภัยทั้งลำ ผมพึ่งตื่นตอนเครื่องจอดสนิทแล้ว สภาพเพื่อนๆของเราก็ไม่ต่างกัน
หลายคนขยี้ตา หลายคนหันมองซ้ายขวา บรรยากาศมันถึงเร็วมาก 1 ชั่วโมงเท่านั้น ใช้เวลาน้อยกว่าเดินทางจาก ราชเทวีไปลาดพร้าวอีก

ผมลุกหยิบกระเป๋าต่อแถวเดินออกจากเครื่อง ช่วงต่อคิวกำลังเดินออกจาเครื่อง บรรยากาศมันชวนให้หวั่นๆถ้าเดินออกจากเครื่องเห็นวิว แมร่งอยู่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อะไรงี้ทำไงวะ!! และภาพแรกของโฮจิมินห์ก็แสดงผ่านแผ่นกระจกให้ได้เห็น (รูปทางขวา) ผมว่าบรรยากาศมันเหมือน โคราช นะ และไม่ใช่ผมคนเดียวด้วยเพราะเสียงที่ตามหลังมาดังชัดเชียวละ

ผมเดินนำออกมาเป็นคนแรกๆ จนมาถึง ตม. อย่างที่บอกอยู่ที่เทคนิคการเลือกช่องของแต่ละคน ผมเลือกแถวที่เดินออกมาไกลหน่อย ต่อหลังคุณลุงคนหนึ่ง เพื่อนๆก็เลือกช่องกันตามสะดวก สั้นบ้างยาวบ้างไม่เกิน 1-2 คิว คุณลุงด้านหน้าชาวเวียดนามเดินเข้าช่อง บรรยากาศมันดูเป็นการแข่งขันน้อยๆ ผมว่าคงรู้สึกกันทุกคนเวลาเข้าช่องไหนแล้วเราไปเร็วกว่าเหมือนผู้ชนะดี ซึ่งเกมส์นี้ผมเหมือนจะเป็นผู้ชนะแต่ คุณลุงข้างหน้ากับพี่ตม. ดูจะเป็นเพื่อนบ้านกัน ทักทาย ยิ้มแย้ม คุยกันยาวเชียว ถ้าเข้าใจภาษาเวียดนาม เราอาจจะได้รู้ว่า คุณลุงคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนมา? บรรยากาศเป็นยังไง ลูกสาวสบายดีไหม ลูกชายเป็นยังไง เอาเป็นว่าคุยกันยาวววววววววววเลยละ (แน่นอนผมออกมาคนสุดท้าย)



 เราเดินไปเอากระเป๋าแล้วก็เดินตามกันไปจนถึงทางออก สนามบินที่นี่ไม่ใหญ่(เวอร์)แบบบ้านเรา น่ารักๆเหมือนเป็นออฟฟิสทำงาน เดินนิดเดียวเราก็หลุดออกมา หนุ่มๆสาวๆเวียดนามยืนรอกันเต็มไม่ต่างจากทุกที่ถือป้ายชื่อคนนู้นคนนี้ ชื่อทัวร์นู้นทัวร์นี้ เราเดินผ่านมาเลี้ยวขวาไปทางที่รถเมล์จอด เมื่อหันกลับมามองก็ต้องตกใจ คนที่เดินมามีแค่ ผม แอปเปิ้ล แฟง มะนาว คนอื่นหายไปไหน!!!!

ผมอาสาเดินกลับไปดู แต่โดนสะกัดด้วยผู้ยามชาวเวียดนาม 2 คน (รูปทางซ้าย อันนี้แค้นตามไปเก็บภาพจากไกลๆ) ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรงเรียกว่าอ่อนแอก็ได้ แต่พี่ยามทั้งสองคนไม่เป็นเลย พูอภาษาเวียดมา #$%^!%($^!#%))_#&^ พร้อมท่าผลักมือออก เอาเป็นว่าเข้าไม่ได้ ผมเห็นพวก ต้นอ้วนเบลล์อ๊อฟตอง อยู่บริเวณหน้าประตูทางออก ไม่ไกลมากเลยเดินไปแซกๆอยู่ในกลุ่มชาวเวียดนามชูป้าย แล้วตะโกนเรียกเบลล์มาคุย จึงได้รู้ว่ากลุ่มนั้นเขากำลังวางแผนแลกเงินอยู่สำหรับค่ารถเมล์และค่าอาหารนิดหน่อย ก่อนจะเข้าไปแลกที่ร้านทองบริเวณตลาดเบียนถาน ซึ่งเรตน่าจะดีกว่า






บรรยากาศเข้าบ้าน AF
(รถสาย 152 ไปฟามงูเหลา)

 พอแลกเงินเสร็จเราก็มารวมตัวกัน พร้อมขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง รถสาย 152 ตามรีวิวค่ารถจะคนละ 6,000 ดอง และ ค่ากระเป๋า 3,000 ดอง
เราเดินขึ้นไปจับจองที่นั่งด้านหลังกระเป๋าวางเบียดเสียดกัน โซนด้านหลังมีสาวเวียดนามอยู่ 1 คน (ต้นเข้าประกบเรียบร้อย) เราจัดที่นั่งกันเสร็จพี่คนขับก็มาทำท่าเร่งรีบ ทำมือวนๆ ถามว่ามากี่คน เราตอบ 9 เขาก็บอกจำนวนเงินมา 100,000 ดอง แล้วรีบเดินจากไป ปล่อยให้คนไทยที่มีข้อมูลนั่งงงและสับสนนิดหน่อย แต่ทำอะไรไม่ได้พอพี่คนขับกลับมาก็จ่ายเงินไป (โดนไปประมาณ 15 บาทไม่เป็นไร)







บรรยากาศบนรถ

    รถเริ่มวิ่งออกจากสนามบิน กลุ่มคนไทย 9 คนก็เริ่มเสียงดัง เหมือนเวลาเราไปบ้านนอก ทุกอย่างตื่นตาตื่นใจ ตอนนี้อยู่ที่ไหน มีอะไรที่รู้จักบ้างน้า ดูนั้นซิ ดูนู้นซิ โหวกเหวกโวยวาย ตามแบบคนไทยไม่ต้องแปลกใจครับ ^^

ผ่านไปซักระยะจึงสังเกตุ สาวเวียดนามคนข้างต้นสวมฮู้ดแดงเรียบร้อยแล้ว ผมว่าเขาคงรำคาญคนไทยกลุ่มนี้เต็มที ถ้าสังเกตุไม่ผิดมีจังหวะที่หยิบ Iphone ออกมาเร่งเสียงเพลงที่ฟังอยู่ด้วย!! ผมเข้าใจบรรยากาศตอนนี้คงเหมือนเรานั่งแล้วมีมนุษย์ต่างดาวคุยภาษาXXอะไรไม่รู้รอบตัว






สาวน้อยหมวกแดงผู้โดนคนไทยล้อมรอบ


"เมิงว่าเขาฟังเรารู้เรื่องป่ะวะ" ใครซักคนเปิดประเด็น
"สวัสดีจ้า" อ้วนร้องทัก สาวหมวกแดงไม่หัน เอาเป็นว่าไม่รู้เรื่อง
เราจึงเริ่มประโยคสนทนาที่ว่าเขาคงรำคาญเราขนาดไหน เราแอบเป็นห่วงเขาก็อย่างที่บอกไปตอนแรก มันคงเหมือนอยู่ในกลุ่มมนุษย์ต่างดาว คุยไรกันวะ ตามภาษามนุษย์ลองฟังไม่รู้เรื่องแล้วเห็นมองมาทางเรา แมร่งด่าตูชัวร์ นินทาไรเราป่าววะ

พวกเราเป็นห่วงเขาจริงๆ และคิดว่าเขาก็คงเป็นห่วงเราแอบคิดถึงเราและด่าเราในใจอยู่เป็นแน่แท้




_________________________________________________________________________________

ตอนต่อไป  ตอนที่ 3 Vietsea & Kim Cafe

    "ข้างหน้าเนี่ยฟามงูเหลา" เรายืนอยู่บริเวณ 3 แยก ข้างหน้าซอยฟามงูเหลาบรรยากาศเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา
    "ไปซื้อทัวร์ Vietsea กับ Sim3G ก่อนเนอะแล้วไปกินข้าวกัน"  ทุกคน OK ตามนี้
    "แล้วไปทางไหนต่อวะ Vietsea" ผมเปิดข้อมูลหา พลิกกลับไปกลับมา
    "เอ่อ? มันไม่บอกวะ"








Create Date : 23 ธันวาคม 2554
Last Update : 26 ธันวาคม 2554 23:31:08 น. 0 comments
Counter : 524 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

makopoto
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนหนึ่งคนที่รอความตาย อาจารย์ยงยุทธ อาจารย์เคยพูดไว้ว่า คนบนโลกนี้มี 2 ประเภท 1.คนที่ตายแล้ว 2.คนที่รอความตาย ผมยังอยู่ประเภท 2 กำลังรอความตาย แต่จะรอความตายอย่างไร? ติดตามผมมาเถอะครับ
Custom Search
Friends' blogs
[Add makopoto's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.