Group Blog
 
All Blogs
 

ครบรอบ 20 ปี “ดอกไม้กับนายกระจอก” (โจวเหวินฟะ, จงฉู่หง) หนึ่งในหนังฮ่องกงที่โรแมนติคสุดตลอดกาล



เรื่องนี้ผมได้ดูครั้งแรกเมื่อยังเด็กมาก จำอะไรไม่ได้เลย
มาดูซ้ำอีกครั้งตอนโตเป็นวัยรุ่น รู้สึกซาบซึ้งดื่มด่ำไปกับเนื้อเรื่อง
ไม่นานมานี้มีโอกาสดูอีกรอบ ยิ่งรู้สึกประทับใจ คิดว่าเป็นหนังฮ่องกงที่โรแมนติคมากที่สุดเท่าที่เคยชมมา..

หนังเรื่องนี้โด่งดังในบ้านเรามาก ดูได้จากหนังไทยเรื่อง “พริกขี้หนูกับหมูแฮม” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหนังเรื่องนี้เต็มๆ

จงฉู่หงแสดงเป็นผู้หญิงขี้อายซึ่งเดินทางจากฮ่องกงมายังนิวยอร์กเพื่อเรียนต่อด้านการแสดง เธอมาพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เดียวกับลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งนำแสดงโดยโจวเหวินฟะ นางเอกต้องผิดหวังเมื่อได้รู้ความจริงว่าแฟนของเธอ (นำแสดงโดย เฉินไป่เฉียง) ไปมีผู้หญิงคนใหม่ ส่วนพระเอกก็ไม่ได้ร่ำรวยมีฐานะดีอย่างที่ครอบครัวเธอคาดหวัง แต่ทำงานเป็นบ๋อยในร้านอาหารและเอาเวลาว่างไปเล่นการพนัน

จากนั้นเรื่องราวความรักความผูกพันของสองหนุ่มสาวฮ่องกงในมหานครนิวยอร์กยามฤดูใบไม้ร่วงก็เริ่มขึ้น...

ด้วยฉากเมืองนิวยอร์กอันงดงาม เสียงเปียโนประกอบอันไพเราะเพราะพริ้ง ประกอบกับฝีมือการแสดงอันหาที่เปรียบมิได้ของโจวเหวินฟะและจงฉู่หง ทำให้หนังเรื่องนี้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ละมุนละไม การรับบทเป็นคนธรรมดาสามัญแล้วแสดงให้สมจริงนั้นทำได้ยาก ทว่าในเรื่องนี้โจวเหวินฟะแสดงได้ดีมาก โดยส่วนตัวแล้วในบรรดาหนังของเขาทั้งหมด ผมชอบการแสดงจากเรื่องนี้มากที่สุด

คนที่รักหนังเรื่องนี้คงจำฉากเรียกน้ำตาตอนท้ายเรื่อง เมื่อจงฉู่หงนั่งรถจากไป โจวเหวินฟะวิ่งไล่ตาม แล้วในที่สุดก็ต้องยืนซึมอย่างเดียวดาย…เป็นฉากคลาสสิคที่ผ่านไปนานเพียงใดก็ไม่มีวันลืม...

http://www.youtube.com/watch?v=QOIrywKc7LE
http://www.youtube.com/watch?v=R7hcev6LJ_I&mode=related&search=

ในปีนั้นหนังเรื่องนี้คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Hong Kong Film Awards ครับ




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2549    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 15:56:43 น.
Counter : 1179 Pageviews.  

The Lady With The Dog ของ Anton Chekhov

http://www.online-literature.com/anton_chekhov/1297/

เชคอฟเป็นนักประพันธ์ที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้รังสรรค์บทละครระดับโลก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากได้แก่ Uncle Vanya, The Three Sisters (เศร้ามาก) และ The Cherry Orchard นอกจากนั้นแล้ว เขายังเขียนเรื่องสั้นที่ล้ำค่าไว้มากมาย ผมชอบอ่านเรื่องสั้นของเชคอฟ มีเรื่องโปรดหลายเรื่อง แต่ที่ชอบมากสุดคือเรื่อง The Lady With The Dog...

เรื่องสั้นเรื่องนี้ดีอย่างไร กินใจอย่างไร ใครไม่เคยอ่าน สามารถคลิกอ่านตาม link ข้างบนได้ครับ..




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2549    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 15:58:20 น.
Counter : 574 Pageviews.  

Beethoven : The Composer As My Hero



เพิ่งได้อ่านบทความจากเว็บ The New York Times เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ “Copying Beethoven” ซึ่งนำเสนอแง่มุมชีวประวัติของคีตกวีเอก “เบโทเฟ่น”

http://www.nytimes.com/2006/11/19/weekinreview/19wakin.html?_r=1&oref=slogin

ผมได้อ่านบทวิจารณ์จากเว็บต่างๆแล้ว ส่วนใหญ่เห็นว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่ดีนัก แต่ใครเป็นแฟนเพลงของเบโทเฟ่นก็คงอยากหามาชม ที่ผ่านมาในอดีต ยังไม่มีภาพยนตร์เกี่ยวกับเบโทเฟ่นเรื่องไหนที่เข้าขั้นประสบความสำเร็จ (ไม่เว้นแม้แต่เรื่อง Immortal Beloved ที่มีจุดด้อยมากมาย) ต่างจากโมสาร์ทที่มีหนัง “ประจำตัว” อย่างเรื่อง Amadeus..

พอเห็นบทความจาก The New York Times จึงอยากเขียนถึง Beethoven เพราะจำได้ว่ายังไม่เคยเขียนถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ในบล็อกของตัวเองเลย..

ในทัศนะของผมแล้ว ผลงานในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขานั้นมีความจริงจังขั้นสูง (High Seriousness) ทำให้เบโทเฟ่นไม่เพียงแค่เป็น Composer ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา แต่เขายังอยู่ในระดับเดียวกับ มิเคลันเจโล, เชคสเปียร์ และตอลสตอย ในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันสูงล้ำซึ่งจะอยู่ใน Collective Memory ของมวลมนุษยชาติไปตราบนานเท่านาน..

ครั้งนี้ขอนำพินัยกรรมไฮลิกเก็นชตัดท์ (Heiligenstadt) ของเบโทเฟ่น ซึ่งเขาเขียนให้น้องชาย โดยตอนนั้นเขาทุกข์ใจมาก เพราะรู้ว่าโสตประสาทของตัวเองต้องพิการอย่างถาวร ใครก็ตามที่อ่านข้อเขียนนี้จบ คงเข้าใจในตัวเขามากขึ้น แม้ภายนอกเบโทเฟ่นดูเป็นคนโมโหอารมณ์ร้าย แต่แท้จริงแล้วชีวิตของเขายึดมั่นในความดีงามและศิลปะอย่างแนบแน่น..

พินัยกรรมไฮลิกเก็นชตัดท์ (Heiligenstadt)

"ตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าต้องพานพบกับเคราะห์กรรมที่นับวันจะไม่มีทางแก้ไข หู...ประสาทแห่งการรับฟังที่ข้าพเจ้าควรจะมีอย่างสมบูรณ์ และข้าพเจ้าก็เคยมีอย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่าผู้ใด

ข้าพเจ้าสูญเสียหมดสิ้นแล้วซึ่งความมั่นใจในการเข้าสังคม และความสนุกสนานเพลิดเพลินใจจากการสังสรรค์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ ถูกตัดขาดให้อยู่เพียงลำพัง ต่อเมื่อมีเหตุการณ์จำเป็นจริงๆ เท่านั้นหรอก ข้าพเจ้าจึงสามารถรวบรวมความกล้าเพื่อติดต่อกับผู้คนได้ แต่เมื่อวาระนั้นมาถึงครั้งใด ก็หวาดหวั่นทุรนทุรายไปหมดว่า ผู้คนจะรู้กันทั่วว่าข้าพเจ้าพิการ และทุกครั้งที่ไป ข้าพเจ้าถูกกดดันให้รู้สึกต่ำต้อยลงไป

คิดดูเถิด เพื่อนที่ยืนอยู่เคียงข้างบอกว่า เขาได้ยินเสียงขลุ่ยไพเราะลอยตามลมมาแต่ไกล หรือเขาได้ยินเด็กเลี้ยงแกะขับลำนำอันไพเราะอยู่ในท้องทุ่ง แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น!

เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนทำให้ข้าพเจ้าใกล้ความสิ้นหวังเข้าไปทุกที อีกเพียงนิดเดียวคงปลิดชีวิตตนเองลงง่ายๆ

แต่ยัง...ข้าพเจ้าจะจบชีวิตลงไม่ได้จนกว่าจะได้สร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่พอใจและเสร็จสิ้นภารกิจ "ศิลปะ" เป็นสิ่งเดียวที่ดูจะช่วยบรรเทาความบัดซบของชีวิตลง

ยามนี้ข้าพเจ้ามี "ความอดทน" เป็นเสมือนตะเกียงส่องนำชีวิต เหตุการณ์ร้ายจะเป็นเช่นไรก็ตาม ดีขึ้นหรือไม่ ข้าพเจ้าพร้อมแล้วที่จะคิดเป็นอย่างอื่น ดูซิ! ตั้งแต่อายุเพียง 28 ปี ข้าพเจ้าก็ถูกโชคชะตาชักนำให้ต้องคิดและรู้สึกราวกับปราชญ์ผู้คงแแก่เรียน ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันยากแสนเข็ญเพียงใดที่ต้องคิดให้ได้เช่นนี้

พระผู้เป็นเจ้าทรงล่วงรู้จิตใจของข้าพเจ้าดีว่า หัวใจดวงนี้เปี่ยมไปด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์และใฝ่ดีเพียงใด ส่วนเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้าหากวันใดที่ได้อ่านจดหมายนี้ จงระลึกไว้เถิดว่าเข้าใจข้าพเจ้าผิด และขอให้เข้าใจว่า ไม่ว่าข้าพเจ้าจะพานพบอุปสรรคทางกายเพียงใด ข้าพเจ้าก็พยายามทุกวิถีทางแล้วที่จะเป็นมนุษย์และศิลปินที่รักศักดิ์ศรีและรักเกียรติยศของตนเองอย่างที่สุด

น้องชายทั้งสอง คาร์ลและ...(เบโทเฟ่นละชื่อโยฮันน์น้องชายอีกคนไว้) วันใดที่พี่ ตายลงและหากศาสตราจารย์นายแพทย์ชมิดท์ยังมีชีวิตอยู่ ขอร้องให้ท่านเป็นผู้แถลงเรื่องการเจ็บป่วยของพี่ เพื่อผู้คนทั้งหลายจะเข้าใจและเห็นใจหลังจากพี่หาชีวิตไม่แล้ว ส่วนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เล็กน้อยนั้นขอยกให้เจ้าทั้งสอง จงแบ่งทรัพย์สินกันให้ดีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สิ่งทั้งหลายที่เคยคิดและทำด้วยปฏิปักษ์ต่อพี่นั้น เจ้าคงรู้ดีว่าพี่ยกโทษให้นานแล้ว และขอขอบใจมากสำหรับคาร์ล ที่ให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับพี่ในระยะหลังๆ นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าคงมีชีวิตที่ดีกว่าและไม่เหน็ดเหนื่อยเป็นกังวลเท่า

สั่งสอนลูกของเจ้าให้ดี ให้ยึดมั่นในคุณความดี สิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะนำความสุขมาให้ มิใช่ทรัพย์สินเงินทอง คุณความดีนี้เองที่ยกชีวิตของพี่ให้รอดปลอดภัยจากความทุกข์ยากทั้งหลาย และทั้ง "ความดีงาม" และ "ศิลปะ" นี่เอง ที่ช่วยให้พี่ไม่คิดสั้นทำลายชีวิตตนเองลง ลาก่อนน้องชายที่รักทั้งสอง จงรักกันมากๆ และช่วยขอบคุณเพื่อนทั้งหลายของพี่ด้วย โดยเฉพาะเจ้าชายลิคนอฟสกีและศาสตราจารย์ชมิดท์ ช่วยดูแลรักษาเครื่องดนตรีที่เจ้าชายให้แก่พี่เอาไว้ด้วย แต่ถ้าวันใดจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา ก็จงขายมันเถิด พี่อนุญาต

มาเถิดความตาย! ขอต้อนรับท่านด้วยความยินดี แม้ข้าพเจ้าปรารถนาจะมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างสรรค์งานให้สมบูรณ์ แต่หากท่านต้องมาเยือนก่อนเวลาอันควร ข้าพเจ้าก็ยินดีพบกับท่านในวาระนั้นเมื่อหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะท่านมิใช่หรือที่จะช่วยปลดให้ข้าพเจ้าพ้นจากบ่วงแห่งความทุกข์ทรมานนี้"

(คัดมาจากหนังสือ Music of the Masters โดย สดับพิณ รัตนเรือง)




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 15:58:55 น.
Counter : 433 Pageviews.  

IN MY LIFE … I LOVE YOU MORE

There are places I remember
All my life, though some have changed
Some forever not for better
Some have gone and some remain
All these places had their moments
With lovers and friends
I still can recall
Some are dead and some are living
In my life I've loved them all

But of all these friends and lovers
there is no one compares with you
And these memories lose their meaning
When I think of love as something new
Though I know I'll never lose affection
For people and things that went before
I know I'll often stop and think about them
In my life I love you more

Though I know I'll never lose affection
For people and things that went before
I know I'll often stop and think about them
In my life I love you more
In my life I love you more

“สถานที่..แห่งความหลัง..ฝังใจจาร
แม้เนิ่นนาน..จนหลายสิ่ง..วิ่งแปรผัน
บ้างไม่ดี..บ้างไม่แย่..แต่นิรันดร์
ผ่านคืนวัน..บ้างจากไป..บ้างคงเดิม

ที่แห่งนี้..เคยมีมิตร..สนิทนัก
มีคนรัก..ไม่รู้ลืม..ไม่เลือนหาย
วันหมุนเปลี่ยน..บ้างคงอยู่..บ้างจากกลาย
สำคัญหมาย..กายใจฉัน..มั่นรักเธอ”


จอห์น เลนนอน แต่งเพลงอันงดงามนี้ด้วยวัยเพียง 25 ปี ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องเดินทางด้วยรถบัสผ่านเมืองลิเวอร์พูลซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน เขาผ่านไปยังสถานที่ต่างๆในเมืองซึ่งเคยใช้ชีวิตในวัยเยาว์ก่อนที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้กลั่นอารมณ์ความรู้สึกออกมาเป็นบทเพลง “In My Life”

จำได้ว่าผมฟังเพลงนี้ของ The Beatles มาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากที่บ้านมีเทปเพลงเก่าๆของวงสี่เต่าทอง แต่ตอนนั้นยังไม่รู้สึกติดใจเป็นพิเศษ กลับชอบเพลงอื่นของบีทเทิลมากกว่า ได้มาเริ่มคุ้นหูและชื่นชอบเพลงนี้เมื่อ Bette Midler นำมาขับร้องประกอบภาพยนตร์เรื่อง For the Boys (1992) ช่วงนั้นเรียนอยู่ในระดับมัธยม ผมชอบเพลงนี้มากถึงกับนำมาเปิดที่โรงเรียนในวันที่ต้องจากลาเพื่อนๆเพื่อไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย...



นี่เป็นเพลงป็อปฝรั่งที่ผมชอบมากที่สุดเท่าที่เคยฟังมา ยิ่งกาลเวลาผ่านไป ความชอบยิ่งเพิ่มพูนขึ้น คงเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น ทำให้มีความทรงจำต่างๆมากมาย จอห์น เลนนอน ถือว่าเป็นอัจฉริยะในการแต่งเพลงอย่างแท้จริง เนื้อร้องใน “In My Life” แม้ให้ความรู้สึกถวิลหาสถานที่และผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กระนั้นก็ยังบอกว่า “In my life I love you more”





“ที่แห่งนี้..เคยมีมิตร..สนิทนัก
มีคนรัก..ไม่รู้ลืม..ไม่เลือนหาย
วันหมุนเปลี่ยน..บ้างคงอยู่..บ้างจากกลาย
สำคัญหมาย..กายใจฉัน..มั่นรักเธอ”

[เขียนในค่ำคืนอันเงียบสงัด มีเพียงบทเพลง “In My Life” ดังก้องกังวาน ..เพื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา..กับความสุขรื่นเริงในวัยเรียน..กับเพื่อนสนิทที่จากไปก่อนวัยอันควร..กับสถานที่ซึ่งมีความผูกพันฝังใจ..และกับบาดแผลของหัวใจที่ไม่อาจเยียวยา..]





 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 16:00:27 น.
Counter : 367 Pageviews.  

Yue Liang Dai Biao Wo De Xin (ดวงจันทร์แทนใจฉัน)

วันลอยกระทงที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้แหงนหน้ามองดวงจันทร์บนฟากฟ้า แสงจันทร์นวลยังคงสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะมองจากจุดไหนๆบนผืนโลกใบนี้..

หากเปรียบดวงอาทิตย์ดั่งพลังที่ให้ความร้อนแรง ดวงจันทร์คงเป็นตัวแทนของความอ่อนโยน ความโรแมนติค นับเป็นพันปีมาแล้ว ที่นักประพันธ์ กวี จิตรกร ถ่ายทอดความรู้สึกอันดื่มด่ำล้ำลึกที่มีต่อดวงจันทร์ มีบทเพลงจำนวนมากมายที่เอ่ยถึงดวงจันทร์ ฝรั่งมีเพลงอันแสนไพเราะอย่าง Moon River ชาวจีนเองก็มีเพลง "ดวงจันทร์แทนใจฉัน"..

Yue Liang Dai Biao Wo De Xin (ดวงจันทร์แทนใจฉัน)

หนี่ เวิน หว่อ อ้าย หนี่ โหย่ว ตัว เซิน หว่อ อ้าย หนี่ โหยว จี เฟิน
หว่อ เตอ ชิง เหย่ เซิน หว่อ เตอ อ้าย เหย่ เซิน
เยวีย เลี่ยง ไต้ เปี่ยว หว่อ เตอ ซิน
หนี่ เวิน หว่อ อ้าย หนี่ โหยว ตัว เซิน หว่อ อ้าย หนี่ โหยว จี เฟิน
หว่อ เตอ ชิง ปู้ ยี่ หว่อ เตอ อ้าย ปู้ เปียน เยวีย เลี่ยง ไต้ เปี่ยว หว่อ เตอ ซิน
ชิง ชิง เตอ ยี่ เกอ เวิน หยี่ จิง ต้า ตง หว่อ เตอ ซิน
เซิน เซิน เตอ ยี่ ต้วน ชิง
เจียว หว่อ ซือ เหนียน เต้า หยู จิน
หนี่ เวิน หว่อ อ้าย หนี่ โหยว ตัว เซิน หว่อ อ้าย หนี่ โหยว จี เฟิน
หนี่ ชู เซียง หยี่ เซียง หนี่ ชู คัน หยี่ คัน
เยวีย เลี่ยง ไต้ เปี่ยว หว่อ เตอ ซิน

เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
ความรู้สึกของฉันจริงแท้
ความรักของฉันแน่นอน
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน

เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
ความรู้สึกในใจไม่เคยแปรผัน
ความรักของฉันไม่เคยแปรเปลี่ยน
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน

จูบเบาๆเพียงครั้งเดียว
ก็ทำให้ใจฉันหวั่นไหว
ความรักที่ลึกซึ้งเพียงช่วงหนึ่ง
ยังตราตรึงในใจจนวันนี้

เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
เธอลองคิดดู
เธอลองตรองดู
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน..






คนที่เคยดูหนังเรื่องเถียนมี่มี่ คงจำกันได้ว่าเพลงนี้ใช้ประกอบในหนังเรื่องนี้ด้วย โดยเป็นฉากในตอนท้ายเรื่อง ที่นางเอกและพระเอกต่างทราบข่าวการตายของเติ้งลี่จวิน และทั้งคู่ก็เดินทอดอาลัยตายอยากบนท้องถนนของกรุงนิวยอร์ก ก่อนที่จะมาพบกันหน้าร้านโทรทัศน์ที่มีภาพข่าวการเสียชีวิตของเติ้งลี่จวิน..

หนังเรื่องนี้นอกจากบอกเล่าเรื่องราวของความรักท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในฮ่องกงแล้ว ยังแฝงนัยถึงการยกย่องเชิดชู "เติ้งลี่จวิน" ผมยังจำได้ถึงครั้งแรกที่ดูเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์..จำฉากที่จางมั่นอวี้นั่งซ้อนท้ายจักรยานของหลีหมิงแล้วฮัมเพลงเถียนมี่มี่..จำได้ถึงตอนที่ทั้งสองคนอยู่ในรถแล้วเปิดเพลง Goodbye, My Love..และแน่นอนว่า จำได้กับฉากจบที่แม้ไม่มีคำกล่าวใดๆ แต่เพียงรอยยิ้มของตัวเอกทั้งสองคน ก็ทำให้ผู้ชมเดินออกจากโรงหนังด้วยหัวใจอันอิ่มเอิบ...



สำหรับเพลง "ดวงจันทร์แทนใจฉัน" มีคนเคยขับร้องไว้มากมายหลายเวอร์ชั่น แต่ที่ผมชอบมากที่สุดยังคงเป็นเสียงจากนักร้องอมตะ "เติ้งลี่จวิน" ในสมัยก่อนมีคำกล่าวในหมู่คนจีนว่า "เติ้งเล็กดังกว่าเติ้งใหญ่" (เติ้งลี่จวินดังกว่าเติ้งเสี่ยวผิง) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโด่งดังของเธอในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล..

ผมชอบเพลงเติ้งลี่จวินในทุกๆเพลง แต่สำหรับเพลง "ดวงจันทร์แทนใจฉัน" นั้น ชอบมากกว่าเพลงอื่นๆ สามารถฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่รู้สึกเบื่อ ชอบในความหมายของเนื้อร้อง.. ผมไม่แน่ใจว่า คนแต่งเนื้อร้องของเพลงนี้ แต่งขึ้นขณะที่กำลังคิดถึงคนรักใต้แสงจันทร์นวลรึเปล่า..




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 16:01:33 น.
Counter : 1880 Pageviews.  

1  2  

BlueWhiteRed
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add BlueWhiteRed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.