หัวใจดวงนี้ ไม่มีอะไรนอกจากความห่วงใยแก่ใครบางคน หัวใจดวงนี้ บางทีสับสน ก็เพราะใครบางคน ไม่เคยสนใจ หัวใจดวงนี้ บางทีหวั่นไหว ก็จะเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ใครบางคน
Group Blog
 
All blogs
 

ไปปรับสายตา Lasik มาแล้วค่ะ

    หลังจากที่ไปตรวจสายตา และปรึกษากับจักษุแพทย์ เรื่องการทำ เลสิกแล้ว ก็ได้คำตอบว่า ของเราต้องทำ เลเสก ซึ่งเราก็ต้องมานั่งอ่านอีกทีว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

    สายตาของเรายาว ตามอายุขัยของผู้สูงวัยทั้งหลาย อ่านหนังสือต้องใช้แว่น แต่มองไกลกับแย่ลงด้วย สุดท้ายตอนใส่แว่นเพื่ออ่านหนังสือ จักษุแนะนำว่าต้องใส่แว่นสำหรับระยะทางไกลด้วย แต่เราไม่ใส่เลยเป็นปี เลยทำให้สายตายิ่งแย่ลง และปวดหัวมากขึ้นด้วย สุดท้ายก็มาใส่เลนส์ แต่สุดท้ายก็เบื่อถอดเข้าถอดออกทุกวัน ก็เลยตัดสินใจว่านึ่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเรา 
    หลังจากวางเงินมัดจำแล้ว ดันมาเข้าเวปไทยเรื่องการทำเลสิก เห็นว่าราคาถุกกว่ากันมาก ก็เลยเริ่มจะลังเลใจ คิดว่าจะยอมเสียเงินมัดจำ แล้วมาทำที่เมืองไทย แต่สรุปว่าได้ติดต่อกับจักษุที่เมืองไทยแล้วเค้าบอกว่าเราต้องมีการ เช็คอัพ ช่วง 6 เดือนแรกบ่อยมาก เราก็เลยตัดใจว่า ถ้าอย่างนั้นเราก็ทำที่เมืองไทยไม่ได้ งั้นก็ทำมันที่นี่แหละ แพงกว่า แต่สะดวกกว่า
    ราคาค่าทำที่นี่คิดแล้ว เราต้องจ่ายเพิ่มถึง 4 เท่าจากราคาเมืองไทยเลย
    สรุปว่านัดวันไปทำเมือวันที่ 25 พย 2011 ตอนนี้ก็เกือบจะ 6 เดือนเต็ม ถือว่าเป็นช่วงที่เห็นผลเต็มที่แล้ว
    เริ่มต้นด้วยการไม่ใส่เลนส์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นก็จะมีการตรวจสายตาอีกที เค้าจะอธิบายให้ฟังถึงขั้นตอนการทำต่างๆ จากนั้นก็เซนต์ชื่อในเอกสาร ทำนองว่า เรายอมรับการรักษา ถ้าเกิดอะไรขึ้น เคลม หรือคอนเพลน ไม่ได้น่ะยะ อะไรประมาณนั้น 
    จากนั้นก็จ่ายเงิน แล้วก็ไปรอในห้องรอคิว ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนมาทำกันเยอะมากเลย จักษุแพทย์ที่ทำเป็นคนอิตาลีค่ะ หล่อมากเลย สำเนียงการพูดก็น่ารัก อุ้ยคิดแล้วอยากกลับไปทำอีกรอบจัง อิอิ
   เค้าพามานอนที่เตียง แล้วก็แนะนำพนักงานทั้งหมดให้รู้จัก พูดคุยกับเราแบบเป็นกันเอง ก็แน่ล่ะก็เพิ่งจ่ายเงินไปนี่ จากนั้นก็มีคนที่เป็นพยาบาลมาล้างตา ล้างหน้าเรา เอาผ้าคลุมมาให้ แล้วจักษุก็เอายาชามาหยอดตาให้ แล้วบอกว่าต้องมองที่จุดไฟนั้นตลอดเวลา ห้ามมองที่อื่นเด็ดขาด เค้าเอาลูกบอลมาใส่มือไว้ให้บีบด้วย ถ้าเกิดอาการเกร็งหรือประหม่า เราบีบบอลตลอดเวลาเลย ไม่ใช่ว่าเจ็บ แต่มันรู้สึกอึดอัดที่มีคนมาทำอะไรที่ตาเราแบบไกล้ๆเท่านั้นเอง
    ขั้นตอนการทำรวดเร็วมาก ไม่น่าเชื่อว่าใช้เวลาทำแค่ ข้างละ ไม่ถึง 10 นาทีเลย จากนั้นก็ออกมาอีกห้องนึง เค้าให้เรานอนพัก จนกว่าเราจะรู้สึกสบายขึ้น และมั่นใจว่าเดินออกมาได้
   พนักงานเอายามาให้ถึงเตียง อธิบายเรื่องการใช้ยาหยอดตาอย่างละเอียด รวมถึงนัดวันพบจักษุเพื่อตรวจในวันรุ่งขึ้นอีก 
   วันแรกไม่รู้สึกอะไรมาก แต่หลังจากนั้น 2 -3 วัน เริ่มมีอาการปวดตา ต้องกินยาแก้ปวดทุก 4 ชั่วโมง ตอนนั้นเริ่มคิดว่า ทำไมเราเอาตัวเราไปทรมานอย่างนี้น่ะ แต่แค่วันที่ 4 ทุกอยางก็เริ่มดีขึ้น เราลางาน 1 สัปดาห์ เพราะยังไม่อยากขับรถ 
   สายตาดีขึ้นเรื่อยๆ อ่านหนังสือเราก็ไม่ต้องใส่แว่น ขับรถก็เห็นชัด โลกนี้มันเหมือนสดใส ชัดเจนขึ้น สรุปว่าใครๆที่คิดอยากทำ ไปทำเถอะคะ เหมือนมีตาคู่ใหม่ยังไงยังงั้นเลยค่ะ 
   ไม่มีรูปมาอัพให้ดูเพราะเราไม่ได้ดูแตกต่างไประหว่างทำกับไม่ทำค่ะ




 

Create Date : 12 เมษายน 2555    
Last Update : 12 เมษายน 2555 5:29:28 น.
Counter : 433 Pageviews.  

Water Exercise

อีกไม่นานเราก็จะครบรอบวันเกิด 48 ปี


รู้สึกว่าตัวเองเริ่มแก่ละ ก็เลยเริ่มที่จะจริงจังเรื่องการออกกำลังกาย


เมื่อวันศุกร์ก็ไปออกกำลังที่สปอร์ตเซ็นเตอร์มา


วันนี้เค้ามีคลาสสำหรับผู้หญิงสูงอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป


เออ เราเข้าขั้นสูงอายุแล้ววุ้ย


คลาสเค้าก็จะมีการออกกำลังกายในสระน้ำ และเซาน่า กะ สตรีม


ช่วงนี้อากาศหนาว ร่างกายไม่ค่อยได้มีเหงื่อออกเท่าไหร่


พอดีวันนี้เลิกงานเร็วก็เลยแอบไปร่วมวงก็เค้าด้วย


ดีเหมือนกัน แต่ยอมรับว่ากลับมาถึงบ้านแล้วง่วงและเพลียมากเลยค่ะ


Water Exercises for Stomach and Hips

Photo Credit Thinkstock/Comstock/Getty Images

Water exercise can help you improve your cardiovascular fitness and increase your strength and flexibility, according to the Centers for Disease Control and Prevention, or CDC. It's also the perfect medium for individuals with exercise contraindications, such as obesity, rheumatoid arthritis or other chronic illnesses, which make land-based, high-impact exercise more difficult, . You don't have to limit yourself when you perform water exercise, so go ahead and target any muscle group you want, including your hips and abs.










Free TextEditor




 

Create Date : 17 มกราคม 2555    
Last Update : 17 มกราคม 2555 5:09:27 น.
Counter : 176 Pageviews.  

Lasik or Lasek แตกต่างกันอย่างไร

วันก่อนนั่งเล่นเน็ต แว๊บเข้าไปดูเว็บไซท์เกี่ยวกับการทำเลเซอร์ที่ตา
เห็นราคาแล้วคิดว่าพอรับได้ ก็เลยทิ้งเบอร์โทรและอีเมล์ไว้ให้
รวดเร็วทันใจอะไรขนาดนี้ ตอนสายของอีกวัน
ได้รับโทรศัพท์บอกว่าโทรมาจาก Optical Express
เราก็บอกว่าใช่เราสนใจที่จะทำเลเซอร์ เค้าก็สอบถามเรื่องสายตา
เรื่องแว่น และเรื่องคอนเทคเลนซ์ สรุปว่าก็นัดให้เราไปคุยกะผู้เชี่ยวชาญ




ถึงวันนัด ตรวจสายตาอีกรอบให้แน่ใจว่า สายตาเราเหมาะสมที่จะทำเลเซอร์ไหม
มีอะไรผิดปรกติรึเปล่า อย่างเช่นต้อ รวมทั้งตรวจที่หลังกระบอกตาด้วย
โดนหยอดน้ำยาไป 3 อย่าง แล้วจากนั้นสายตาก็เบลอไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง

สรุปว่าสายตาเราทำเลเซอร์ได้ แล้วก็อธิบายว่าสำหรับเราต้องทำ Lasek
เราก็สงสัยว่า Lesik กะ Lesek มันแตกต่างกันยังไงเหรอ
เพราะเราคิดว่ามันมีแค่ เลสิค เท่านั้น

The difference between LASEK and LASIK

Statistically, 85 per cent of all laser eye surgery treatments carried out in the USA and Europe are LASIK, rather than LASEK. That's because LASIK has a more convenient, faster recovery time.

However, a certain number of patients may have thin corneas or may be involved in certain contact sports - in these cases, LASEK eye surgery is more appropriate.

Visual outcomes following LASEK surgery are similar to those produced by LASIK. At Optical Express, our specialist refractive optometrists and ophthalmic surgeons will advise you at every stage of the LASEK process.


คุยกันเรื่องสายตาเสร็จ ก็มาถึงเรื่องราคา
ตกลงว่าของเราจะอยู่ที่ 895 ปอนด์ต่อตา 2 ตาก็เกือบ 2 พันปอนด์แน่ะ
เราก็สงสัยว่าทำไมลงประกาศไว้ว่า 395 ปอนด์ต่อตาล่ะ
เค้าก็บอกว่าราคานั้นเรื่มต้นที่ 395 แล้วจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับสายตาของเรา
ว่าจะต้องทำมากน้อยแค่ไหน

เราก็เลยลังเลนิดหน่อย เพราะเราคิดว่ามันแพงจังเลย
แต่คุณชายแนะนำว่า ทำซะแต่ตอนนี้ดีกว่า เพราะอีกหน่อยราคามันก็แพงขึ้น
แล้วเราก็จะมานั่งเสียดายว่าน่าจะซะตั้งแต่ตอนนั้น
สรุปว่าก็เลยต้องวางมัดจำไป 400 ปอนด์ แล้วก็นัดวันทำ
ความจริงจะทำเลยก็ได้ แต่เรายังไม่พร้อม เพราะต้องลาหยุดงานหลายวัน
เราก็เลยรอทำตอนนที่เราลาพักร้อน เพราะเราบุ๊ควันพักร้อนเอาไว้แล้ว

พอกลับมาบ้านมานั่งคิดดูว่า เราน่าจะสืบราคาจากเมืองไทยก่อนน่ะ
ว่าราคามันจะประมาณเท่าไหร่ ถ้ามันถูกกว่ามากก็น่าจะทำที่เมืองไทย
แต่ก็อีกแหละ ถ้าทำทีเมืองไทย แล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาภายหลัง
แล้วจะคุ้มกันไหม ที่จะต้องเดินทางไปมา
เพราะอย่างน้อย ถ้ามีอะไรผิดพลาด ทางนี้เค้าก็จะแก้ไขให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ก็เลยคิดว่า อืม ช่างเถอะ ตัดสินใจแล้วก็รอทำไปละกัน




 

Create Date : 07 เมษายน 2554    
Last Update : 7 เมษายน 2554 1:05:02 น.
Counter : 661 Pageviews.  

ริดสีดวงจ๋า เมื่อไหร่จะหายสักที



ริดสีดวง มีอาการอย่างไร





           ริดสีดวงจะมีอาการสำคัญก็คือการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆทั้งนี้เนื่องจากการเบ่งถ่ายแรงๆ



หัวริดสีดวงทวาร (กลุ่มหลอดเลือดดำขอด) จะปริแตกออกอาการส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก



เป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือปนมากับอุจจาระ





หรือมีเลือดไหลออกเป็นหยดโดยไม่รู้สีกเจ็บปวดแต่อย่างไร บางคนอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก





หรืออาจมีอาการคันก้น ถ้าริดสีดวงอักเสบ หรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืน



หรือเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่มๆ สีคล้ำๆ ที่ปากทวารหนัก ถ้ามีเลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจมีอาการซีดได้



          การรักษาโรคริดสีดวงมีดังนี้ค่ะ คือ



             ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้มาก ๆ ถ้ายังท้องผูก ให้กินยาระบาย



เช่น ยาระบายแมกนีเซีย , ดีเกลือ , อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย อย่ายืนนาน ๆ หรือนั่งเบ่งถ่ายนาน ๆ



             ถ้าปวดมากเนื่องจากมีการอักเสบ ให้กินยาแก้ปวด , นั่งแช่ในน้ำอุ่นจัด ๆ วันละ 2-3 ครั้ง ๆ ละ



15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงทวาร เช่น อะนูซอล( Anusal), เชอริพร็อกต์ ( Scheriproct), พร็อกโตซีดิล



(Proctosedyl) เหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ) จนอาการบรรเทา ใช้เวลาประมาณ 10 วัน



             ถ้ามีอาการซีดร่วมด้วยให้ใช้ เฟอร์รัสซัลเฟต วันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 เม็ด



             ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย พบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรไปพบแพทย์





อาจต้องใช้เครื่องส่องตรวจทวารหนัก ( proctoscope) ถ้าหากสงสัยเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่  อาจต้องเอกซเรย์



ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวน แป้งแบเรียม (Barium enema) หรือใช้เครื่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ถ้าเป็นริดสีดวงทวาร



โดย ไม่มีสาเหตุที่ร้ายแรง ก็มักจะให้การรักษาดังได้กล่าวข้างต้น ถ้าเป็นมากอาจรักษาด้วย



            การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป วิธีนี้สะดวก ปลอดภัย ไม่มีความเจ็บปวด มักจะฉีดสัปดาห์ละครั้ง



ประมาณ 3-5 ครั้ง ช่วยให้หายขาดได้ 60% ส่วนอีก 40% อาจกำเริบได้ใหม่ หรือ



             อาจรักษาโดยวิธีใช้ยางรัด ( rubber bandligation) ทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้ แสงเลเซอร์รักษา



( laser photocoagulation) ถ้าเป็นมาก หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องผ่าตัด






การป้องกันริดสีดวง ด้วยการอาหารที่มีไฟเบอร์เป็นประจำ เป็นทางเลือก ทีง่าย และปลอดภัยทีสุดค่ะ



ไฟโตไฟเบอร์ สารสกัดจากใยอาหาร ผลิตจากธรรมชาติ 100% รับประทานง่าย ราคาไม่แพง



สามารถใช้ทดแทนการขาดไฟเบอร์ในแต่ละวัน















Free TextEditor







 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 12 มีนาคม 2554 23:53:19 น.
Counter : 1794 Pageviews.  


Bopeep
Location :
กรุงเทพฯ United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดวันพระ ราศีมีน เลือดกรุปบี
เป็นแม่ของลูก 2 คน เป็นย่าของหลานสาว 1 คน
อยู่สก๊อตแลนด์มาสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะอยู่อีกนานเท่าไหร่
รักเมืองไทย รักในหลวง รักพ่อแม่พี่น้องที่เมืองไทยทุกคน
คิดถึงทุกอย่างที่เกียวกับเมืองไทย ยกเว้นนักการเมืองจอมโคตรโกงและโกงทั้งโคตรทั้งหลาย
รักการท่องเที่ยว รักความยุติธรรม เกลียดคนเห็นแก่ตัว
และเห็นแก่ได้ทั้งหลาย
รักการทำอาหาร รักสวยรักงาม ยังบ้าตามแฟชั่นอยู่เลยทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า
ถ้าอายุ 40 เมื่อไหร่ จะแต่งตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
นี่ก็ 47 แล้ว ยังอดแต่งตัวตามแฟชั่นไม่ได้ซะที
เขึยนบล๊อคนี้เพื่อเป็นเป็นไดอารี่ให้กับตัวเอง ว่าทำอะไรบ้างในชีวิตที่ผ่านมา
มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต และคิดอย่างไรกับชีวิตในขณะนั้น
เก็บไว้ดูความเปลี่ยนแปลงกับชีวิตตัวเอง
Friends' blogs
[Add Bopeep's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.