images by free.in.th
"
Group Blog
 
All blogs
 
ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข

มาเปลี่ยนสมองธรรมดา ๆ ให้เป็นสมองอัจฉริยะ เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออายุเท่าไหร่ สมองของคุณยังพัฒนาและเติบโตต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด


สวัสดีค่ะ วันนี้มีหนังสือใหม่มาแนะนำอีกเล่มหนึ่งค่ะ



ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข
โดย : Kenichiro MOGI
แปลโดย : ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์
จำนวนหน้า : 192 หน้า
ISBN : 9789744433985



เปิดเผยกลไกการทำงานอันน่ามหัศจรรย์ของสมอง
โดยนักวิทยาศาสตร์ด้านสมองและระบบประสาทชื่อดังของญี่ปุ่น

แนะนำวิธีสร้าง “วงจรการเรียนรู้ที่ทำให้สมองมีความสุข”
เมื่อสมองมีความสุข ก็จะกระตุ้นให้เกิดการทำสิ่งนั้นอีกซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วจากนั้นความสามารถของคุณจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุด คุณจะกลายเป็น “คนเก่ง” ที่คุณอยากเป็นโดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าคุณฝันอยากจะเป็นอะไรหรือเป็นอย่างใคร คุณเองก็เป็นได้
เพียงรู้ความลับของสมองบและวิธีใช้ประโยชน์จากมัน



หลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ที่รู้สึกมีความสุขมากเวลาที่เรียนหนังสือแล้วเข้าใจเนื้อหาได้ดี หรือเวลาทำอะไรที่ซับซ้อนได้สำเร็จ หรือบางครั้งก็กลับกัน คือทั้ง ๆ ที่ตั้งอกตั้งใจเรียน แต่ผลที่ได้กลับออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
เคยสงสัยกันบางไหมคะว่า สิ่งเหล่านี้มีสาเหตุมาจากอะไร


“ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข” เล่มนี้มีคำตอบค่ะ


ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข กล่าวถึง กลไกการทำงานและคุณสมบัติของสมอง ซึ่งจะอธิบายว่า ทำไมคนเราจึงรู้สึกมีความสุขเมื่อสามารถทำสิ่งที่ท้าทายได้เป็นผลสำเร็จ หรือทำไมคน ๆ หนึ่งถึงกลายเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จได้ ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นก็เป็นเหมือนคนทั่วไป พวกเขามีวิธีการอย่างไรที่ทำให้เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ก็ส่งผลให้ทำสิ่งนั้นดีขึ้นเรื่อย ๆ


นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีการเรียนรู้ที่จะใช้คุณสมบัติพิเศษของสมองให้เป็นประโยชน์ การสร้างสมาธิในการทำงาน และวิธีใฝ่หาโอกาสที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย วิธีการในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้เฉพาะกับการเรียนในห้องเรียนเท่านั้นนะคะ แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเราเองได้อีกด้วยค่ะ ^^

ลองมาดูตัวอย่างวิธีการเรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้กันค่ะ

"การเพิ่มภาระให้กับแต่ละกิจกรรม"

สมองของคนเรานั้นใฝ่หาการกระตุ้นด้วยอุปสรรคอยู่เสมอ เมื่อยกระดับการกระตุ้นด้วยอุปสรรคให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ยิ่งอุปสรรคนี้ข้ามยากเท่าใด เวลาที่ข้ามไปได้ สมองก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น การเพิ่มภาระก็คือการกระตุ้นสมองด้วยอุปสรรคนั่นเอง และในหนังสือเล่มนี้ก็แนะนำให้ใช้ "การเพิ่มภาระให้สมองด้วยการกดดันด้วยเวลา" ค่ะ

การกดดันด้วยเวลาอาจจะฟังดูแล้วน่าตกใจ แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ในการทำงานหรือทำสิ่งใดได้เสร็จทันตามกำหนดเวลาแล้วมีความสุข และต่อมาก็รู้สึกสนุกหรืออยากที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จเร็วยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนกับเป็นการทำลายสถิติของตัวเองแล้ว หลาย ๆ คนต้องเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วแน่นอนจริงไหมคะ ^^

วิธีการง่าย ๆ ในการฝึกฝนด้วยการกดดันด้วยเวลาก็คือการกำหนดเวลาที่จำกัดให้กับงานที่ทำ อย่างเช่น การทำโจทย์หรือตอบคำถาม 60 ข้อ จากที่เคยทำได้เสร็จภายในเวลา 60 นาที ครั้งต่อไปก็กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 55 นาที และในครั้งต่อ ๆ ไป ก็ค่อย ๆ ลดเวลาลงเรื่อย ๆ เป็นต้น

ถ้าทำได้อย่างนี้หลาย ๆ ครั้งสะสมไปเรื่อย ๆ ขีดความสามารถของเราก็จะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับค่ะ


ยกตัวอย่างอีกเทคนิคหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่คาดว่าต้องเหมาะกับหลาย ๆ คนแถว ๆ นี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือเทคนิคในเรื่องของการอ่านหนังสือนั่นเอง


"การอ่านหนังสือที่มีเนื้อหายากหน่อย จะทำให้สมองรู้สึกสนุก"

เพราะการอ่านหนังสือก็เหมือนกับการเรียน หนังสือที่ง่าย ๆ ไม่ทำให้สมองรู้สึกสนุก เพราะการพบกับสิ่งที่ยากแล้วสามารถเอาชนะได้ต่างหากที่ทำให้สมองมีความสุขที่สุด

หลาย ๆ คนอาจจะอึ้งกับคำว่า “หนังสือที่ยาก “ แต่หนังสือยากในทีนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะหนังสือตำราวิชาการแต่เพียงอย่างเดียวนะคะ อย่างเช่น จากประสบการณ์จริงของผู้เขียน เล่าไว้ว่า สมัยอยู่ชั้นมัธยมปลาย ได้หาหนังสือที่เป็นต้นฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านโดยที่ยังไม่เคยอ่านฉบับแปลมาก่อน และอ่านโดยที่ไม่เปิดพจนานุกรมค่ะ

แม้ว่าตอนแรกที่อ่านจะลำบากมากและใช้เวลานาน แต่เมื่อพยายามอ่านไปเรื่อย ๆ ถึงจุดหนึ่งก็อ่านได้โดยไม่รู้สึกว่ายากลำบากอะไร ทำให้สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น นับว่าเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมองนั่นเอง

หนึ่งในหนังสือภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนอ่านสมัยอยู่ชั้นมัธยมปลาย น่าจะเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายคนแถวนี้เหมือนกันค่ะ นั่นก็คือ The Lord of the Rings นั่นเอง และนอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้อ่าน The Silmarillion อีกด้วยนะคะ (บ.ก. เคยพยายามจะอ่านฉบับภาษาอังกฤษของทั้ง 2 เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่สำเร็จสักทีค่ะ หลังจากอ่าน "ความลับของสมอง" แล้วรู้สึกว่าจะต้องพยายามให้มากขึ้นซะแล้ว ^^")

คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะนำวิธีไปลองใช้ดูได้แน่ ๆ เลย จริงไหมคะ เพียงแค่ลองหยิบหนังสือที่อยากอ่านแต่เป็นฉบับภาษาอังกฤษมาลองอ่านดูแค่นั้นเอง

แต่สำหรับ "ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข" เล่มนี้ ไม่ต้องอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ (เพราะแปลจากภาษาญี่ปุ่น ) ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีอะไรอีกบ้างในการเรียนรู้ที่จะทำให้สมองมีความสุข ก็ติดตามอุดหนุนกันนะคะ ^^

สนใจเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อได้ที่ ศูนย์หนังสือ ส.ส.ท.






Create Date : 12 ตุลาคม 2552
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 10:19:01 น. 9 comments
Counter : 2831 Pageviews.

 
น่าสนใจดีค่ะ

ค่อนข้างแน่ใจว่าเดี๋ยวนี้สมองดูจะไม่ค่อยไบรท์เหมือนเมื่อก่อนเพราะใช้มันน้อยลงค่ะ

อะไรๆก็ใช้ตัวช่วยหมด เช่น เมมเบอร์โทรศัพท์ ใช้เครื่องคิดเลข สารพัดจะเลี่ยงการใช้สมอง

เดี๋ยวนี้เลยหัดจำเบอร์โทรและคิดเลขในใจแทน ไม่ยากอย่างที่คิด


โดย: อ้อ (sandseasun ) วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:18:28:56 น.  

 
เคยเห็นที่ร้านหนังสือครับ
หยิบๆมาแล้ว แต่ไม่ซื้อ
เพราะมีที่ซื้อไว้ยังอ่านไม่จบหลายเล่ม


อดทนไว้ก่อน....


โดย: tortui วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:18:38:04 น.  

 
ตามไปคะ n26 Zone c


โดย: dolores วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:19:57:35 น.  

 
อยากไปงานหนังสืออีกค่ะ


โดย: Tukta21 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:23:27:47 น.  

 

คุณอ้อ --> ขอบคุณมากค่ะที่สนใจหนังสือเล่มนี้ เห็นด้วยค่ะที่ว่าเพราะปัจจุบันนี้มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากขึ้น ทำให้เราอาจจะใช้สมองน้อยลง แต่ว่าผู้เขียน "ความลับของสมอง" ก็ได้พูดถึงข้อดีของเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจเอาไว้ด้วยนะคะ ^^

คุณอ้อเก่งมากเลยค่ะที่สามารถจำเบอร์โทรศัพท์ได้ (เพราะมันไม่ง่ายเหมือนกันนะคะ ตัวเลขหลายหลัก (ฮา)) เป็นการฝึกการจำที่ดีมากเลยค่ะ ต้องขอชื่นชมเลยค่ะ ^^



คุณ tortui --> ขอบคุณะมากค่ะที่สนใจ ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็กลับไปหยิบอีกครั้งนะคะ รับรองว่าถ้าได้อ่าน จะได้สิ่งดี ๆ จากหนังสือเล่มนี้ไม่น้อยเลยค่ะ ^^



คุณ dolores --> แล้วพบกันนะคะ ^^ (อยากให้ถึงวันงานเร็ว ๆ จังเลยค่ะ)



คุณ Tukta21 --> ถ้าไปก็อย่าลืมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันบ้างนะคะ ^^


โดย: textbook วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:13:13:32 น.  

 
ผมซื้อมาแย้วเล่มทำงานสีแสบสันเชียว และไม่ได้ปริ้นคูปอง อุดหนุนๆ


โดย: คมแฝก IP: 111.84.43.22 วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:16:24:25 น.  

 
ผมเป็นหนังสือที่ให้แง่คิดดีมาก
ทำให้เรา อยากรู้ และอยากสนใจ
ในการเรียน


โดย: RoBeRt IP: 202.12.97.100 วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:10:57:05 น.  

 
น่าใสใจมากคะ ^^ ที่ซีเอ็ดน่าจะมีขายใช่ไม๊คะ เพราะดิฉันไม่สามารถเดินทางไปซื้อที่มหกรรมได้ T^T


โดย: พลอย IP: 180.180.114.241 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:0:41:10 น.  

 
ไปซื้อมาอ่านจากร้านซีเอ็ดแล้วค่ะ ถูกใจมากๆ เลย


โดย: Alizzabeth IP: 58.9.21.237 วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:06:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

textbook
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สรรค์สร้างสาระสู่สังคม
--------------------
ทำหนังสือด้วยใจ ให้ผู้อ่านด้วยรัก

Instagram
Friends' blogs
[Add textbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.