images by free.in.th
"
Group Blog
 
All blogs
 
ซากุระกรรมศาสตร์ : “เบื้องหลังการสร้างชาติ” ด้วยนวัตกรรมที่ผลิบานบนความละมุนละไมของวัฒนธรรม

รากเหง้าแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น
ตั้งแต่ของใช้จิปาถะไปจนถึงนวัตกรรมสุดไฮเทค



ซากุระกรรมศาสตร์
เขียนโดย Morinosuke Kawaguchi
แปลและเรียบเรียงโดย ดร.ปฏิมา สินธุภิญโญ
หนา 184 หน้า

บ.ก. คิดว่าคุณเองก็น่าจะเป็นคนหนึ่งที่เป็นสาวกของสินค้าญี่ปุ่น หรือเคยรู้สึกทึ่งในไอเดียสร้างสรรค์ของคนญี่ปุ่นที่ช่างคิด ช่างทำสินค้าออกมาได้กุ๊กกิ๊ก น่ารัก น่าใช้ และที่สำคัญไม่ได้มีเพียงแค่ประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น แต่ยังมีลูกเล่นมากมาย ชนิดที่หาไม่ได้ในสินค้าสัญชาติอื่น

เคยสงสัยไหมคะ ว่าอะไรที่ทำให้คนญี่ปุ่นสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้สร้างสรรค์ชนิดที่ใคร ๆ เห็นปุ๊บก็รู้ได้ทันทีว่า ของเก๋ ๆ แบบนี้ต้องมาจากฝีมือของคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

“ซากุระกรรมศาสตร์” เล่มนี้จะพาคุณไปค้นพบเบื้องหลังการสร้างชาติด้วยนวัตกรรมที่ผลิบานบนความละมุนละไมของวัฒนธรรม ผ่านมุมมองของกูรูชื่อดังด้านการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกถ่ายทอดเป็นภาษาต่าง ๆ แล้วถึง 5 ภาษา นั่นคือ ภาษาญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ไทย และเวอร์ชันภาษาอังกฤษก็มีกำหนดจะวางแผงในต้นปีหน้า (ข้อมูลจากเว็บไซต์ Amazon) นอกจากนี้ยังเป็นหนังสือที่อดีตนายกรัฐมนตรี Taro Aso แห่งญี่ปุ่น ชื่นชมว่าเปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญาและหนทางแห่งการเพิ่มพลังศักยภาพของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

สินค้าของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ความเก๋ไก๋ น่าใช้เท่านั้น แต่ยังมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ตอบสนองได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ และทุกความชอบส่วนตัว หากนึกไม่ออก ลองนึกถึงสินค้ากิ๊บเก๋จากญี่ปุ่นอย่างที่ห้อยโทรศัพท์มือถือดู ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีที่ห้อยโทรศัพท์มือถือให้เลือกซื้อมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะทั้งตัวการ์ตูน เครื่องราง อาหารคาวหวานอย่าง ซูชิ เทมปุระ และเครป หรือแม้แต่ยานพาหนะอย่าง รถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน ล้วนถูกจำลองให้กลายเป็นที่ห้อยโทรศัพท์มือถือได้หมดค่ะ

ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่นวัตกรรมไฮเทคอย่างรถไฟชิงกันเซน ก็ยังมีให้เลือกใช้บริการมากมายถึง 13 แบบ ต้องถือว่าหลากหลายจริง ๆ ค่ะเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น เยอรมนี สเปน อิตาลี หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งปกติแล้วก็มีให้ใช้บริการแค่ประเทศละหนึ่งแบบเท่านั้นเอง

ความหลากหลายนี้มีที่มาจากลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น นั่นคือ ความพิถีพิถันอย่างมากในการเลือกและเปรียบเทียบสินค้า ถึงขนาดว่ากันว่า ถ้าทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นพอใจในสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งได้แล้ว ไม่ว่าจะขายสินค้านั้นที่ไหนในโลกก็ขายได้ จากความต้องการของผู้บริโภคและความเอาใจใส่ของผู้ผลิตที่หลอมรวมกัน จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

จากความหลากหลาย ลองมาดูที่ความมีเอกลักษณ์กันบ้างนะคะว่า เพราะเหตุใดสินค้าจากแดนซากุระแห่งนี้จึงมีเอกลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นแทรกอยู่ในทุกอณู

ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนญี่ปุ่นนำอัตลักษณ์เฉพาะตนมาผสานกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใครก็ยากจะเลียนแบบได้ อัตลักษณ์ที่ว่านี้ก็มีทั้งเรื่องของนิสัยใจคอ ความรู้สึกนึกคิด วัฒนธรรม ตลอดจนจิตวิญญาณ เรียกว่าอะไรที่อยู่ในตัวของคนญี่ปุ่น พวกเขาจะสะท้อนมันออกมาให้เห็นในสินค้าที่พวกเขาทำได้ทั้งนั้น เช่น

จากนิสัยรักความสะอาดและขี้อาย ทำให้เกิดสุขาไฮเทคที่มีระบบชะล้างอัตโนมัติ รวมถึงมีเสียงดนตรีกลบเสียงทำธุระส่วนตัวของสาว ๆ ทำให้เกิดลูกอมสำหรับดับกลิ่นกายที่หอมได้ทั้งปากและตัว รวมไปถึงแผ่นอนามัยปกปิดเหงื่อใต้วงแขนไม่ให้เกิดรอยมาประจานให้ได้อาย

จากความน่ารักและขี้เกรงใจ ทำให้เกิด Walkman ที่สร้างสุนทรียะส่วนตัวได้ทุกที่โดยไม่ต้องรบกวนใคร เกิดเครื่องซักผ้าและเครื่องดูดฝุ่นรุ่นเก็บเสียงที่ไม่ทำลายโสตประสาทของคนข้างห้อง หรือเกิด Thanks Tail อุปกรณ์เสริมติดท้ายรถเพื่อกล่าวคำขอบคุณให้แก่รถคันอื่นที่ให้ทาง

จากวัฒนธรรมการ์ตูน ทำให้เกิดไฟหน้ารถแบบ Multi-reflector และหลอดไฟแบบ HID ที่มีประกายสีฟ้าสว่างสุกใส หรือไฟหน้าที่หมุนได้ตามพวงมาลัยรถยนต์ ทั้งยังเป็นต้นแบบของหุ่นยนต์ ตลอดจนยานอวกาศ

จากจริยธรรมและความใส่ใจต่อสิ่งรอบข้าง ทำให้เกิดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างอีโคคาร์และรถยนต์ไฮบริด ที่ส่งให้ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้นำด้านรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม

ลองมารู้จักสินค้าไฮเทคของญี่ปุ่นสัก 2 อย่างกันนะคะ
มอง “ของ” ญี่ปุ่นผ่านสุขาไฮเทค

ที่ประเทศญี่ปุ่น แม้บทบาทของผู้หญิงในสังคมทำงานจะน้อยกว่าผู้ชาย แต่บทบาทของผู้หญิงที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่ได้น้อยเลย และถือเป็นกลุ่มกำลังซื้อที่สำคัญ ด้วยความต้องการอันไร้ขีดจำกัดและเป็นผู้ถือเงินในครอบครัว ผู้หญิงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งเทคโนโลยีในห้องสุขาก็สะท้อนนวัตกรรมบนรากฐานของความต้องการของผู้หญิงได้เป็นอย่างดีค่ะ

สิ่งที่พิเศษของห้องสุขาญี่ปุ่นก็คือ ปุ่มกดมากมายที่เรียงรายอยู่ บ้างก็เรียงอยู่ข้างที่นั่ง บ้างก็เรียงอยู่บนฝาผนังอย่างเลิศหรู ปุ่มที่ว่านี้ก็คือ ปุ่มบังคับการทำงานของระบบการชะล้าง รวมไปถึงระบบต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายใจขึ้นระหว่างการใช้

ระบบการชะล้างของสุขาไฮเทคนั้น เพียงคุณกดปุ่ม ท่อฉีดน้ำจะยื่นออกมาแล้วจะฉีดตามระดับความแรงที่เลือก ส่วนตำแหน่งการฉีดก็ปรับได้ 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งที่ถ่ายหนัก กับ ตำแหน่งที่ถ่ายเบา

ส่วนระบบความสบายใจระหว่างการใช้ห้องสุขา เช่น ผู้ใช้ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือรู้สึกเขินอายที่ห้องข้าง ๆ จะได้ยินเสียงขณะทำธุระ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ TOTO บริษัทสุขภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่นคิดค้นปุ่มดนตรีขึ้นมา เพียงกดปุ่มก็จะเกิดเสียงดนตรีกลบเสียงขณะทำธุระ ผู้หญิงญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่จะกดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้เสียงชักโครกดังกลบเสียงทำธุระของพวกเธอ ก็ไม่จำเป็นต้องกดน้ำเกินความจำเป็นอีกต่อไป ถือเป็นการประหยัดน้ำไปในตัว (ว้าว...ดีจัง)

นอกจากนี้ยังมีความสุขอีกรูปแบบหนึ่งในการใช้ห้องสุขาคือ ฝาของสุขภัณฑ์สามารถเปิดเองได้โดยอัตโนมัติ เวลาที่มีคนเข้าไปในห้องสุขา เซนเซอร์ที่ติดไว้จะเชื่อมโยงการทำงานกับสุขภัณฑ์และทำให้ฝาค่อย ๆ เปิดออก โดยให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลเหมือนผู้หญิง และถือเป็นการต้อนรับที่สร้างความประทับใจให้ตั้งแต่แรกเริ่มค่ะ

ขอบคุณ คำง่าย ๆ ที่ทุกคนอยากฟัง

ในญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อปรับปรุงมารยาทในการขับรถ โดยผู้ออกแบบเข้าใจธรรมชาติของคนเราในเวลาที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยว่า รถยนต์เปรียบเสมือนเกราะโลหะที่เปลี่ยนให้คนเราตัวใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีอาณาจักรเป็นของตนเองซึ่งไม่ต้องเกรงใจใคร หากคุณทำอะไรที่เสียมารยาทก็แค่โดนบีบแตรใส่ นอกจากนี้เกราะโลหะนี้ยังมีแนวโน้มที่จะทำให้คนเรามองเห็นคนอื่นตัวเล็กลงได้

ดังนั้นความคิดที่ว่า “หากคนเราสื่อสารกันในขณะที่สวมเกราะโลหะนี้ได้ก็คงจะดี” จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สร้าง Thanks Tail ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะคล้ายหางสุนัข ทำด้วยพลาสติกติดไว้ที่หลังคารถ เพื่อใช้เป็นภาษาของรถยนต์ให้คนขับสื่อสารกัน เช่น เวลาที่รถคันหลังหยุดเพื่อให้ทางรถคันหน้าไปก่อน รถคันหน้าก็จะกดสวิตช์ Thanks Tail นี้ให้สั่นดิ๊ก ๆ แทนคำขอบคุณ นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปิดมิติใหม่ให้วงการอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เพราะเดิมการสร้างรถยนต์นั้นเป็นไปเพื่อตอบสนองเพียงความสุขของผู้ที่อยู่ในรถ แต่เจ้า Thanks Tail นี้เป็นการให้ความสุขและความสบายใจแก่คนที่อยู่นอกรถด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างสินค้าไฮเทคที่ยกมาเล่าให้ฟังนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในหนังสือเล่มนี้ยังมีตัวอย่างสินค้าไฮเทคและผลิตภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่นมากมายให้ได้เรียนรู้

อย่างไรก็ตาม การบอกเล่าความเป็นมาและผลงานสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นนี้ ก็ไม่ได้เป็นการบอกให้คนไทยต้องเดินตามญี่ปุ่น แต่ให้มองญี่ปุ่นแล้วย้อนมองดูตัวเราเอง เพื่อที่เราคนไทยจะได้แง่คิดและแนวทาง ในการนำภูมิปัญญา หรือเอกลักษณ์อย่างวิถีไทย มาออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของไทยเราให้มีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันและพัฒนาประเทศให้เติบโตในวิถีทางของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน

-------------------------------------------

ชวนเพื่อนอ่านหนังสือและเชิญชมหนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ได้ที่ เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท.




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2554 14:49:29 น. 0 comments
Counter : 1611 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

textbook
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สรรค์สร้างสาระสู่สังคม
--------------------
ทำหนังสือด้วยใจ ให้ผู้อ่านด้วยรัก

Instagram
Friends' blogs
[Add textbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.