ใครมีอะไรสงสัยเรื่องเกี่ยวกับการไปเวิค ถามได้น้า~
กะว่าเดี๋ยวจะมาเล่าเพิ่ม แต่ขอลงอันที่เคยเขียนไว้แล้วในกระทู้ในนี้ก่อนดีกว่าแหะๆ
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H5808622/H5808622.html

ประสบการณ์ Work and Travel ที่ Ohio ~
ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากอ่านรึเปล่านะ เพราะว่ารัฐที่เราไปค่อนข้างจะเรียกได้เลยว่าบ้านนอก(แต่สุดท้ายพอไปอยู่แล้วเราก็ชอบนะ มันสงบดีอ่ะ ไม่วุ่นวายเหมือนนิวยอร์ค^^) เราไปกับของโอ…ไปทำงานHMS Host ก็คือพวกร้าน Fast Food ใน Travel Plaza หรือไม่ก็ Airport ความจริงตอนแรกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปที่นี่หรอก กะว่าจะไปนิวเจอซีเพราะว่าอยู่ใกล้นิวยอร์ค เวลาไปเที่ยวก็จะได้ไปง่ายหน่อย แต่บังเอิญว่าคำนวณค่าบ้านต่ออาทิตย์และค่ารถที่ต้องจ่ายก็ปาเข้าไปเกือบ 110 เหรียญต่ออาทิตย์แล้ว เรากะเพื่อนก็เลยไปขอเค้าเปลี่ยนที่ ซึ่งฝรั่งที่สัมภาษณ์เค้าก็แนะนำที่นี่ เพราะว่าค่าเช่าบ้านถูก ประมาณ75 เหรียญ เราก็เลยตกลงเปลี่ยนมาที่ Towpath Travel Plaza, Ohio (แต่อยากจะแนะนำว่าเกี่ยวกับรายละเอียดบ้านที่เค้าให้ดูรายละเอียดตอนแรกนั้น เมื่อไปถึงจริงๆก็ไม่เป็นแบบนั้นหรอก อย่างเราตอนแรกนึกว่าพักโรงแรมแล้วจะไม่มีครัวให้ทำกับข้าว แต่สุดท้ายนี่อย่างครบชุดเลย แล้วค่าบ้านก็ 72.5 น้อยจากที่คิดไว้นิดนึง….แต่ถ้าใครอยากประหยัดเงินตรงนี้มากขึ้นก็ไปเช่าบ้านอยู่กันเองจะประหยัดได้มากเลยนะ ไม่ต้องพักกับที่ๆเค้าจัดไว้ก็ได้)
คำแนะนำในการเลือกสถานที่ที่จะไป ควรจะศึกษาให้ดีก่อนว่าอยากไปรัฐไหน ชอบอยู่ในเมือง หรือชนบท(แต่ค่าครองชีพถูกนะ) อากาศแบบไหน อยากทำงาน Airport หรือว่า Travel Plaza (แต่ส่วนมากพวก Airport จะเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะพวกสนามบินใหญ่ๆอย่าง LAX,Florida เพราะฉะนั้นอยากที่จะมีตัวเลือกเยอะก็ควรที่จะรีบจองวันสัมภาษณ์เช้าๆ ให้อยู่รอบแรกๆไม่อย่างนั้นก็จะมีตัวเลือกให้เราเลือกน้อย

ของที่เอาขึ้นเครื่อง อย่าเอาพวกของเหลวที่เกินกำหนดขึ้นไปบนเครื่อง ไม่งั้นจะโดนยึดหมด เพื่อนเราไม่รู้เพิ่งซื้อน้ำยาล้างคอนแทกส์ อาหารกระป๋อง อะไรแบบนี้ไปด้วย โดนด่านที่ไต้หวันจับทิ้งหมดเลย เสียดายอ่า….
พอเราไปถึงที่ Cleveland Airport (ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง View from the top คงจะจินตนาการได้ว่าเป็นยังไง เหอๆ) ก็รอคนจากที่ทำงานมารับไปยังที่พัก มีเรื่องวุ่นๆมากมาย เพราะเราเพิ่งมารู้ว่าเพื่อนเราที่โดนนั่งเครื่องบินแยกกันไปคนละลำตกเครื่อง! =_=; (เราจองตั๋วกะที่บริษัทอ่ะ โดนจับแยกกันซะงั้น เรากะเพื่อนอีกสองคนได้นั่งลำเดียวกันหมด ยกเว้นเพื่อนเราคนนี้โดนแยกไปเปลี่ยนเครื่องอีกที่) แล้วก็กระเป๋าเพื่อนบางคนส่งมาไม่ถึงก็ต้องไปติดต่อที่ Baggage claim (เขียนไงหว่า- -) วุ่นวายมากๆ อีกทั้งคนที่มารับเราเค้าก็บอกว่า ไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ (เราส่งเมลไปตามที่นายจ้างบอกให้แจ้งวันเวลาที่จะมาทางเมลก็ได้ แต่ว่านะทางที่ดีควรจะโทรไปดีกว่าเพื่อความปลอดภัย)
คำแนะนำ ควรจะจัดเสื้อผ้า ชุดชั้นในใส่กระเป๋าใบที่เอาขึ้นเครื่องไว้1-2ชุด เพราะถ้ากระเป๋าหลงไปที่อื่นจะได้มีไว้ใส่ เพื่อนเราที่ไป3ใน5 ไม่ได้กระเป๋ากันอ่ะเหอๆ


พอมาเห็นที่พักก็ เป็นโรงแรมแบบ Extended Hotel ซึ่งเท่าที่ดูแล้วก็ดีกว่าที่คิดไว้ มีครัว เครื่องปิ้งขนมปัง ไมโครเวฟ (ทำมาม่าได้แล้ววู้) มีเตียงสองเตียงกะโซฟาที่ดึงมาเป็นเตียงได้ มีเตารีดให้ด้วย แต่ว่าเครื่องซักผ้าต้องหยอดเหรียญเอา

หลังจากถึงที่พักเก็บของเรียบร้อย ก็เลยตกลงกันว่าออกไปหาอะไรกินดีกว่า เราก็เลยไป Wal Mart กันโดยนั่งรถ Metro (รถเมล์นั่นเอง) ควรจะเตรียมเศษไปให้พอดีด้วยนะ เพราะว่ารถมันไม่มีเงินทอนให้เค้าจะทอนให้เป็นคูปองกลับมาแทน

ปล. จะมีใครหลงมาอ่านป่าวน้อ ถึงรัฐจะบ้านนอกแต่ก็สนุก+ซื้อของถูกนะจ้ะ ^^~ มีสวนสนุก Cedar point อยู่ที่รัฐนี้ด้วยน้า


เวลาผ่านไปสองวันเราก็ยังไม่ได้ทำงานอ่ะ แต่ต้องไปฟังเค้า Orientation เกี่ยวกับงานก่อนแล้ววันต่อมาก็ไปตรวจ Drug test และก็ทำ Social Security สรุปสุดท้ายเราก็มาได้ทำงานที่ Burger King (ตอนแรกอยากทำสตาร์บักส์มาก แต่ก็ไม่เปนไรให้อะไรนู๋มานู๋ทำก็ได้ทั้งน้านน TT-TT) ทำงานวันแรกก็จะมีคนมาเทรนก่อน เราได้เป็นแคชเชียร์ ก็คอยฟังลูกค้าว่าจะสั่งอะไร แล้วก็จิ้มหน้าจอตามที่เค้าสั่ง…. เมนูแบบว่าเยอะมากที่นี่ แล้วมันเป็นแบบ Made to order ด้วยยิ่งลูกค้าเรื่องมากนี่กดไม่ทันกันเลยทีเดียว
ปล.อันนี้เป็นภาพจอตอนกดน่ะ

หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าไอ้ Travel Plaza นี่คืออะไรฟระ
มันก็คือที่พักซื้อของกิน ที่ระลึกเหมือนทางมอเต้อเวย์บ้านเรานี่แหละ มีรูปมาให้ดูด้วยนะ
ปล. รูปหลายๆรูปต้องขอบคุณเต็กด้วยนะฮับที่อุตส่าห์ถ่ายมา


พูดถึงเรื่องบัตร ISIC (International Student Identity Card) ก็ควรจะทำไว้นะ เพราะว่าจะเป็นส่วนลดให้ในหลายๆที่ ที่เราไปใช้อย่างโรงแรมตอนที่จะพักเวลาไปเที่ยว ส่วนลดรถไฟแอมแทร็ค ลดเยอะมากอ่ะ แล้วก็ค่าเข้าชมพิพิธภัณ ต่างๆ ลองไปดูในเว็บเช็คดูได้ว่าเราจะลดในสถานที่ๆไหนได้บ้าง อย่างเราก็ได้เอาไปใช้ลดค่าเข้าที่ Hall of fame ด้วยน่ะ
http://www.isic.org/sisp/index.htm
อันนี้เว็บของ ISIC

งานของเบอเก้อคิงจะแบ่งเป็นสามกะ กะแรก 7โมงเช้าถึงบ่ายสาม บ่ายสามถึงห้าทุ่ม และห้าทุ่มถึง7โมงเช้า งานเราว่าไม่หนักมากนะถ้าเทียบกับเคเอฟซี พิซซ่าฮัท งานกะเช้าก็จะประมาณว่าสต้อกของ เตรียมของ ขายอาหารเช้าและเตรียมอาหารตอนบ่าย ไม่ต้องทำความสะอาดอะไรมาก ส่วนกะบ่ายก็จะอารมณ์ชิวๆขายเรื่อยๆ แล้วก็ทำความสะอาดเล็กๆน้อยๆเช็ดนู่นนี่ ส่วนกะดึกก็จะหนักหน่อยตรงที่บางวันต้องเปลี่ยนน้ำมัน แล้วก็ทำความสะอาด ชั่วโมงการทำงานของเบอเก้อคิงจะค่อนข้างเยอะกว่าร้านอื่นเพราะว่าเปิด 24ชม งานเบอเก้อคิงวันธรรมดาจะไม่เหนื่อยเลย ชิวมาก แต่พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ปั้บ คนเยอะมาก ทำกันเป็นระวิง แต่เราว่าสนุกดีนะชอบ 555
ทำงานไปได้พักนึง เราก็เบื่อกับการที่จะอยู่หน้าร้าน อยากไปทำข้างหลังกะเค้ามั่ง อารมณ์แบบว่าทำเบอเก้อ10อันทีเดียวนี่มันสนุกดีอ่ะ เหมือนเล่นเกมส์อะไรซักอย่าง(ตอนมีคนเยอะๆ) ตอนแรกก็จำไม่ได้ว่าส่วนผสมต้องใส่อะไรมั่ง ตอนนั้นโง่มากเลย pickle นี่มันอะไรนี่ แล้วอะไร คือ Low carb แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆแล้วก็จะชินเอง ขนาดหลับตาทำได้เลย(เริ่มเว่อร์) ทำไปทำมาก็รักเบอเก้อคิงแล้วหละ(เฟร้นฟรายด์อร่อยมาก)

ทำร้านอาหารก็ดีหน่อยตรงที่ว่ากฎคือเราสามารถกินน้ำในร้านได้เรื่อยๆ แล้วก็สามารถที่จะกินอาหารในร้านได้ไม่เกิน 6 เหรียญต่อหนึ่งกะ แต่บางทีเด็กไทย(รวมทั้งเด็กฝรั่ง) ก็จะแอบกินพวกเฟร้นฟรายด์ หรือนักเก็ตเล็กๆน้อยเหมือนกัน โดยจะต้องศึกษามุมกล้องให้ดีก่อน กล้องจะได้ไม่เห็น (เด็กดีไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างนะ)
ปล. อันนี้จะเป็นรูปหน้าจอ ที่จะขึ้นเวลาแคชเชียร์จิ้มรายการอาหารว่าลูกค้าสั่งอะไรมา เราก็จะได้ทำได้ถูก
เรื่องสำคัญต่อมา ก็คือหลายคนอยากทำงานสอง งานสาม ซึ่งก็จะต้องใช้ เจ้า Social Security ในการสมัครงาน บางคนที่ได้ยินมาได้ช้ามากก็ทำให้ผลในการสมัครช้าตามไปด้วย ส่วนของเราได้ประมาณสองอาทิตย์หลังจากที่ไปทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำงานสองอยู่ดี เพราะว่าเค้าไม่รับอ่ะ อาจจะเป็นเพราะเป็นเมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวก็เลยหางานยากหน่อย แล้วก็เป็นผู้หญิงด้วย เค้าเลยไม่ค่อยรับ (ส่วนใหญ่ที่เห็นรับจะเป็นพวกกะดึกแล้วก็รับแต่ผู้ชาย เพื่อนเราได้ทำกันแต่เราอด TT-TT)

มาพูดถึงเรื่องงานต่อดีกว่าเนาะ งานHMS HOST หลายที่เลยที่จะให้เงินโบนัสเมื่อทำงานครบตามกำหนดไว้(ในสัญญาจะระบุไว้ว่าสามเดือน) เป็นเงิน200เหรียญ แต่ว่าจากส่วนใหญ่ที่ถามคนที่เคยไปมาแล้ว รวมถึงตัวเราเองแล้วเนี่ย ทำงานไม่ต้องครบสามเดือนเป้ะๆก็ได้นะ อยู่ที่ว่าเราตกลงกะนายจ้างเอา เรื่องงานก็เหมือนกันถ้าคิดว่าได้น้อยเกินไปหรืออยากได้ชั่วโมงเพิ่ม ก็ไปคุยกะเมเนเจ้อร์เลยอย่าเงียบไว้เฉยๆ อ้อ แล้วบางทีเราก็ยังมีสิทธิ์ได้เงินพิเศษด้วยนะ
ที่นี่เค้าจะเรียกว่า Mystery Shop ซึ่งก็คือจะมีคนปลอมตัวมาเป็นลูกค้ามาซื้อของของเรา แล้วเค้าก็จะคอยสังเกตดูเราว่าได้ทำตามหลักเกณฑ์ที่เค้ากำหนดไว้รึเปล่า(ต้องได้100เปอเซนเต็ม) ประมาณว่าทักทายลูกค้าดีไหม ต้องรอนานรึเปล่า ติดName tag ด้วยมั้ย อะไรแบบนี้ อย่างของเราได้ครั้งละ 35เหรียญ แล้วเราก็ได้สองครั้งแน่ะ(ประมานว่าเราโชคดีได้เป็นแคชเชียร์ตอนเค้ามาตรวจพอดี ^^) แล้วก็จะได้เข็ม กับประกาศนียบัตรด้วยนะ ว่ามี Service star :)
ส่วนเวลาที่ไปซื้อของตามซุปเปอร์ เวลาซื้อพวกของกินเข้าบ้าน ส่วนใหญ่เราก็จะดูอันที่มีโปรโมชั่นซึ่งราคาจะถูกกว่าปกติ แล้วเราก็จะซื้อในราคาที่ลดโดยที่ต้องไปทำบัตรไว้ก่อนนะ (ตอนแรกๆเราไม่รู้ว่าต้องใช้บัตร เสียค่าโง่ไปแล้วซื้อของ

อย่างเมืองที่เราอยู่ก็จะมีร้าน Acme, Giant eagle ก็ไปติดต่อทำบัตรที่เค้าน์เตอร์ได้เลยนะ ไม่ต้องเสียเงิน แค่ไปกรอกรายละเอียดนิดหน่อย เราก็จะได้บัตรมาใช้และ~

เวลาช้อปปิ้งส่วนใหญ่ของเรา ส่วนใหญ่จะนั่งรถไป Mall ที่ใกล้ที่สุด ปกติจะต้องรอจังหวะดีๆที่เค้ามีลด เราก็จะได้เสื้อผ้า ข้าวของที่ราคาถูกกว่าปกติค่ะ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังเปลี่ยนซีซั่นจะมีลดเยอะมาก (ลองเข้าไปดูตรงที่ Clearanceอ่ะจะลดเยอะมาก) อย่างเช่นพวก Roxyนี่จะถูกมากๆ เพราะของที่อเมริกาเวลาลดราคาทีนึงก็ลดจริงๆอ่ะ 75เปอเซนเลย อย่างพวกกางเกงงี้ตัวนึงแค่10เหรียญเอง แต่มีบางอย่างพอเราเห็นมันลดราคาก็รีบซื้อเลยจะได้เอาไปเป็นของฝากคนที่บ้าน แต่พอใกล้ๆจะกลับปั้บมันดันลดมากขึ้นอีก เซงเลย=_=
แล้วยิ่งถ้าไปช้อปที่ Outletนะจะถูกมากๆเลย อย่างเราได้นาฬิกา Fossil แบบเปลี่ยนสายได้ มีทั้งหมดสามสายราคา10เหรียญอ่ะ ถูกมาก แต่ยิ่งช้อก เห็นเพื่อนไปอีกทีได้มาเรือนละสามเหรียญแทบไม่อยากเชื่อ =[]=; เพียงแต่ว่าที่พักที่เราอยู่อ่ะไกล หารถไปOutlet ลำบาก เลยได้ไปแค่ครั้งเดียวเอง

ถึงเมืองนี้จะบ้านนอกแต่เราว่าก็เป็นเมืองที่น่าอยู่ สะอาดเป็นระเบียบดี ไม่เหมือนตอนที่ไปนิวยอร์ค เห็นแล้วนิวยอร์คช่างเหมือนกรุงเทพเสียนี่กระไร อึกทึก เต็มไปด้วยแสงสี แล้วก็ยังสกปรกอีกด้วย

อันนี้เป็นรูปหิมะ ครั้งแรกที่ได้สัมผัสเลย>< ตื่นเต้นๆ


โบสถ์ในดาวทาวน์


ช่วงตอนพระอาทิตย์ตกใกล้ที่พัก
ปล. ตอนนี้เริ่มแปะรูปเล่นแล้วเหอๆ


ที่เราเลือกมารัฐบนๆหน่อยก็เพราะอยากเห็นหิมะนี่แหละ ชอบอากาศหนาวๆอ่ะ~^^ ปกติเคยเห็นแต่ที่ดรีมเวิลด์ ฮ่ะๆ
พอวันหยุดเรากับเพื่อนๆก็จะหาที่เที่ยวในเมืองง่ายๆที่สามารถนั่งMetroไปถึง อย่างบางทีก็จะไปสวนสัตว์
ปล เพนกวิ้นน่ารักมากมาย

ภาพถ่ายกะป้ายที่สวนสัตว์ (ขอบคุณเต็มสำหรับรูป^^)

ชอบรูปนี้มากเลยอ่ะ ฟ้าสวยจัง~


มาถึงโปรแกรมเที่ยวที่เราได้ไปมาบ้างละกัน (ตามคำเรียกร้องของ คุณ~Or@nge~ จ้า)
คือตอนแรกเราตั้งใจจะเที่ยวตอนกลับซักอาทิตย์นึงเลยหลังเลิกงาน แบบว่าจะไปเที่ยวที่ LA เพราะว่าเราขอStop Over ที่นั่นไว้เป็นอาทิตย์เลย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะว่าเพื่อนเราอีกสามคนที่ไปด้วยกัน คุยไปคุยมาดันไม่อยากไปแล้วขึ้นมาซะงั้น (TT-TT แง๊ เค้าอยากไปดีสนีย์แลนด์ อุตส่าห์ซื้อหนังสือเที่ยวฝั่งตะวันตกมาแล้วอ่าา><;) แผนเที่ยวของเราก็เลยเปลี่ยนมาที่ New York แล้วก็น้ำตกไนแองการ่าแทน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเราไปขอเลื่อนวันทำงานให้จบเร็วขึ้น ซึ่งมันติดกับช่วงวันเมมโมเรียลเดย์ ซึ่งมันจะเป็นวันที่คนเยอะเป็นพิเศษ แล้วก็ทางร้านหาคนมาทำแทนไม่ทัน นายจ้างเราก็เลยเสนอให้เราอยู่ทำงานต่อพร้อมเงินสองร้อยเหรียญซึ่งตอนแรกจะไม่ได้แล้ว…….
สุดท้ายเราก็เลยตอบตกลงกันเหอๆ และแล้วเราจึงเหลือเวลาวันเดียวก่อนกลับเมืองไทย><;;;
เราก็เลยจำต้องเที่ยวให้คุ้มภายในสี่วัน ซึ่งไปขอเค้า day off ติดกัน ไม่งั้นเราก็ไม่มีเวลาที่ไหนไปเที่ยวแล้ว แผนการเที่ยวของเราเลยเป็นไปอย่างฉุกละหุกมาก (เสียดายอยากโพสรายละเอียดมากกว่านี้แต่เราเพิ่งโดนขโมยกระเป๋าไปเมื่อวันก่อน สมุดจดอยู่ในนั้นด้วยTT-TT)
วันแรก เดินทางตอนเช้าโดยเครื่องบิน จาก Clveland, Ohio สู่ New York เราโชคดีที่มีเพื่อนของพ่อเพื่อน อยู่ที่นั่น เค้าเลยส่งลูกสาวมารับถึงที่สนามบินแล้วก็พานั่งรถเที่ยวในเมือง พาไปไชน่าทาวน์ หาอะไรกินกัน (ได้กินยำสาหร่ายซักที คิดถึงมากมาย >< ) แล้วคืนวันแรกเราก็นอนที่บ้านของคุณอาผู้ใจดี^^(คนที่เป็นเพื่อนของพ่อเพื่อนนั่นหละ)

ลืมบอกไปว่าในทริปนี้เราไปกันทั้งหมดหกคน เครื่องบินเป็นตั๋วราคาถูกที่ซื้อจากในเว็บ แบ่งเป็นสี่กับสามลงคนละแอร์พอร์ตกัน ของเราลงที่ JFK ทำให้ถึงก่อนอีกพวกที่ไปลงอีกที่นึง
เพื่อไม่ให้เสียเวลาคุณอาเค้าก็เลยพาไปที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้เหอๆ ถ่ายรูปเล่นพลางๆ)

หลังจากคืนนั้นไปก็เป็นการผจญภัยอันแสนทรหด พอตอนเช้าของวันที่สองเราก็เก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางต่อกัน โดยคุณอาก็พาไปไหว้พระที่วัดกันก่อน

และจากเช้าวันนี้ไปเราก็จะไม่มีการอาบน้ำกันอีกแล้วฮ่ะๆ เพราะจะกลายเป็นทริปที่ไม่ได้พักที่ไหนทั้งสิ้น ลุยอย่างเดียวจ้า(ดูซกมกๆเนอะ)
แล้วเราก็ไป China town , Statue of Liberty , Time Square (อะไรอีกก็ไม่รู้ตอนนี้เบลอจำไม่ได้-_-)โดยนั่ง รถไฟใต้ดินกัน~ แล้วก้อไปที่เพนน์สเตชั่นเพื่อซื้อตั่วเกรย์ฮาวน์
ปล. สายรถที่นี่ยุ่บยั่บมากดูแล้วงงจริงๆ-_-

อันนี้กะลงจาก WTC เก่า (ตอนนี้เหลือแต่ซากน่าเศร้าจัง) แต่เค้ากำลังวางแผนจะสร้างใหม่กันอยู่หละ


อันนี้แว่บมาCentral Park ตอนเข้าไปดูข้างในเพื่อนบอกเห็นแรคคูนตัวเป็นๆวิ่งผ่านด้วย อิจฉา>< ดูไม่ทันอ่า


ตอนแรกเราทำใจไว้กับการนั่งเกรย์ฮาวน์เอามากๆเพราะว่าเท่าที่เคยอ่านในกระทู้ต่างๆดู บรรยายแล้วแย่ๆไงไม่รู้ แต่พอได้ลองนั่งก็ถือว่าโอเคนะสบายดี แล้วคืนที่สองเราก็นอนบนรถกันนี่แหละ ไม่ต้องพักโรงแรมเหอๆ
มาถึงที่ไนแองการ่าในตอนเช้า เราก็เข้ากันไปที่สตาร์บักส์แถวนั้น เพื่อไปล้างหน้าล้างตา(เป็นร้านที่อยู่ในโรงแรมอีกที) ก็ไปซื้อกาแฟกันคนละแก้ว แล้วก็ผลัดกันไปล้างหน้าแปรงฟัน~ พอไปเข้าห้องน้ำก็เจอคนไทยด้วย ตื่นเต้นเลย แหะๆที่ Ohio ไม่ค่อยจะเห็นแต่พอเป็นพวกสถานที่ท่องเที่ยวนี่เจอง่ายมากเลย น้าคนไทยที่เจอเค้ามาเที่ยวกับลูกชายสองคนซื้อโปรแกรมทัวร์กันเกือบ 80 เหรียญมั้ง แต่พวกเราลุยเอง~^^ เพื่อความมันส์(หรือประหยัดหว่า)
แต่พอเห็นน้ำตกแล้วก็ลืมความเหนื่อยไปเลย สวยมากอ่ะ ^^


แต่ว่าถ้าไปฝั่งแคนาดาอาจจะเห็นได้ชัดกว่านี้เนื่องจากเราไม่ได้ทำวีซ่ามาก็เลยอด เหอๆ


ระหว่างตอนที่ดูใบโบชัวร์ต่างๆของน้ำตกไนแองการ่าที่นี่ก็ดันเหลือบไปเห็นว่ามี Outlet ด้วยแถวนี้ ก็เลยตั้งใจจะไปกันหลังจากนั่งรถวนรอบๆเขตน้ำตกแล้ว นั่งรถออกไปก็ถือว่าไกลเหมือนกันแต่ของที่นี่ค่อนข้างถูกนะบางร้านเมื่อเทียบกับเมืองที่เราอยู่ โดยเฉพาะ Coach ถูกกว่ามากๆ
แล้วพอตอนเย็นๆเราก็แวะกลับมาที่น้ำตกอีกรอบเพราะว่าตอนดึกๆเค้าจะมีการเล่นแสงกัน สวยดีๆ^^
ปล แต่ฝนก็ตกลงมาทำให้เราถ่ายรูปไม่สวยซะงั้นเลย-v-


ขอเล่าในส่วนที่ไม่ค่อยชอบที่ไปเจอมาบ้างเหมือนกันดีกว่า
อย่างตอนแรกๆเลยเราได้เซ็นสัญญาทำงานที่ Towpath (Travel plazaที่นี่จะมีสองฝั่งอยู่ตรงกันข้ามกัน ฝั่งนึงชื่อ Towpath อีกฝั่งชื่อ Great lakes) เราทำงานได้ประมาณสามวัน (ซึ่งตอนนั้นก็เริ่มชินกับที่แล้ว เพื่อนฝรั่งที่นี่นิสัยดีเป็นกันเองมาก ^^ เด็กที่เปนซุปเป่อไวเซอร์ก็น่ารักอายุ 18เองขึ้เล่นด้วย) และแล้วเราก็โดนเค้าย้ายมาทำ Great lakes ซะงั้นเนื่องจากคนไม่พอ(เด็กไทยที่มาทำงานที่Great lakes ชุดใหม่ถูกย้ายรัฐกะทันหันไปแปดคน<<ทำไมทำกันงี้ว้า ไม่ยุติธรรมเลย ) ตอนนั้นเราแบบว่าเฟลอ่ะ อุตส่าห์ปรับตัวได้แล้ว เพื่อนที่นี่ส่วนใหญ่ก็น่ารัก ยิ้มง่ายกันทุกคน คุยง่ายด้วยอ่ะ
แล้วพอเราโดนย้ายมาปุ้บ ก็มาเจอซุปเป็นคนอียิปต์ เพื่อนร่วมงานที่เป็นอียิปต์ที่ไม่ยอมคุยอะไรกับเราเท่าไหร่(อาจจะเป็นเพราะเราคุยไม่เก่งด้วยก็ได้)แล้วก็คนฝึกหัดที่กำลังจะเป็นซุป ซึ่งแอบทำหน้าตาน่ากลัวกะเราบ่อยๆเหอ ทำไมสองที่ถึงได้ต่างกันงี้น้ออ
ซุปคนที่ดูแลเราที่นี่ก็ชอบแบบว่าม่ออ่ะ คิดว่าตัวเองหล่อมากเลยมั้งเหอๆ ชอบหนีไปโม้กะสาวๆงานการไม่ค่อยจะทำ ชอบแอบอู้แล้วก็มาใช้ให้เราทำโน่นนี่ตลอดเวลา ส่วนตัวเองน่ะหรอ แว่บหนีไปร้านอื่น =*= ยิ่งตอนหลังๆที่เราทำงานได้ทั้งแคชเชียร์แล้วก็ข้างหลังทำอาหารได้แล้ว ไอ้นี่ยิ่งได้ใจ ทิ้งให้เราทำงานทั้งร้านคนเดียวอ่ะ เซงมากกก เพราะตอนนั้นเพื่อนที่เป็นฝรั่งไปเบรกอยู่ จึงเป็นหน้าที่ของซุปที่ต้องมาช่วยเราทำ มันก็ดันบอกว่าเดี๋ยวมานะ แล้วหายไปเลย วันนั้นเราเลยต้องรับกับลูกค้าประมาณ7คนได้ ทั้งรับออเดอร์ จิ้มออเดอร์เสร็จไปสามคน เราก็เลยบอกให้คนที่สี่รอก่อน แล้วก็ไปล้างมือ ใส่ถุงมือ เดินไปทำเบอเก้ออยู่ข้างหลัง(ที่เหลือก็รอไปเนื่องจากไม่มีแคชเชียร์) เราก็ทำไปเหอะๆ จะด่าก็ไปด่าที่ร้านละกัน ร้านเบอเก้อ แต่มีพนักงานคนเดียวเหอๆ
ซักพัก เพื่อนฝรั่งก็กลับจากเบรกแล้วก้อตกใจที่เห็นเราอยู่คนเดียว แล้วก็ไปว่าเจ้าซุปนั่นใหญ่เลย แล้วเจ้านั่นก็มาขอโทษ เราก็งอนเหอๆ แกทำมากี่รอบแล้วชิๆๆ เราก็เดินหนีไม่คุยด้วย ฮึ่มๆเซงมากกก

ต่อไปขอเล่าถึงเหตุการณ์วางเพลิงย่อมๆ(โดยไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ^^;;) ของเรากับเพื่อนอีกสองคน(ที่ถูกย้ายตามมาหลังเรา)
คนแรก ถูกย้ายมาทำร้าน KFC&Pizza hut ซึ่งงานหนักและเหนื่อยกว่าเบอเก้อคิง แถมชั่วโมงที่ได้ยังน้อยกว่าด้วย (kfc ปิดตอน11โมง) เพื่อนเราโดนให้ทำงานทั้งๆที่ยังไม่ได้เทรนก่อน (เพราะก่อนหน้านี้ทำเปนแต่เบอเก้อ) ก็เลยเผลอปล่อยสายน้ำมัน ทำให้น้ำมันหกบนพื้นเยอะมาก เพราะเปลี่ยนสายไม่ถูก ถ้ามีไฟลุกตอนนั้นคงไหม้ไปทั้งร้านแล้วเหอๆๆ
ต่อมาไม่นาน คนที่สองที่ถูกย้ายมาทำงานกะดึก เวลาที่ชาวบ้านเค้านอนกัน ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า แต่เจ้านี่ดันต้องทำงานแถมค่าแรงยังได้เท่าคนอื่นอีก(ทั้งๆที่อื่นที่เราได้ยินมาค่าแรงจะได้มากขึ้นถ้าทำกะดึก) และแล้ววันหนึ่งเพื่อนเราคนนี้ก้อทำ เตาที่ทอดเฟร้นฟรายน้ำมันเยอะๆอ่ะ เจ๊งไป ได้ข่าวว่าไฟลุกด้วยมั้ง ประมาณว่าใส่อุปกรณ์ผิดมั้งทำให้เมเนเจ้อ ต้องเสียตังค์ค่าซ่อมไปหลาย
และคนสุดท้ายเราเอง ^^;;;;วันนั้นมีลูกค้าของเคเอฟซี เอาฟรอยด์ที่หุ้มไก่พันด้วยขนมปังมาให้เราช่วยอุ่นให้หน่อย ไอ้เราก็ใจดีบอกว่าได้ๆแล้วก้อโยนเข้าไมโครเวฟไปเลย ปรากฏว่าประกายไฟลุกเลยคับ (โง่อีกเนอะเอาฟรอยด์เข้าเวฟ) เราตกใจมากอ่ะรีบเปิดแล้วก็โยนมันไปที่โต้ะ ไฟมันก็ไม่ดับ แล้วเราก็เอาผ้าไปตบๆมันจนถึงจะดับ เกือบจะเผา Great lakesซะแล้วฮ่ะๆๆ

พอทำงานไปๆมาๆเราก็เจอความกดดันขึ้นเรื่อยๆจากลูกค้าที่งี่เง่าที่ดูถูกคนเอเชีย
มีอยู่ครั้งนึงมีคนมาถามเราว่าเบอเก้อปลาน่ะ เป็นปลาอะไร (ตอนแรกเราก็งง แบบจะรู้มั้ยนี่) แล้วมันก้ถามว่าเป็น big fish รึเปล่า เราก็เลยอ้อ แล้วก็ตอบว่าใช่ เป็น Big fish (ก็ชื่อมันบอกอ่ะ BK big fish) ไอ้นี่มันก็ไม่เชื่อ แล้วมันก็หันไปถามอีกคนในร้าน(คนดำ)ที่เพิ่งเดินผ่านมาว่า เบอเก้อปลาเปนBig fish เปล่า แล้วคนนั้นก็ตอบแค่ว่าเยส มันก็ทำหน้าดีใจแล้วบอกว่าอื้อๆจะเอาเบอเก้อปลานี่แหละ เราก็เลยฉุนแล้วบอกมันว่าเมื่อกี้ชั้นก็บอกแล้วนี่ว่าเป็น Big fish มันก้อบอกว่า ยูอ่ะไม่ได้พูดภาษาอังกิด ยูไม่ได้เข้าใจความหมายที่มันถามจริงๆหรอก (ไอ้เวน แล้วที่ชั้นตอบแกนี่มันเป็นภาษาไทยหรอไง=*=ฮะ) แล้วมันก็ทำหน้าดูถูกๆใส่
แล้วก็เจอลูกค้าอีกประเภท ซึ่งบางทีเราก็เข้าใจนะว่าของมันอยากกิน ไม่ได้กินก็อารมณ์เสียเป็นธรรมดา อย่างเครื่องมิลค์เชคที่มีอยู่ในร้านมันจะชอบเสีย แล้วไอ้เวลาเสียเราก็เป็นคนดูแลทุกที แล้วก็เจอกับลูกค้าคนเดิมที่ตั้งใจจะมาซื้ออีกทุกที =_=;; มันก็จะด่าๆตลอดประมานหาว่าเราแกล้งมันเนี่ย รู้มั้ยว่าชั้นตั้งใจมาซื้อกี่รอบแล้ว (แล้วชั้นผิดตรงไหนว้าา ก็เครื่องมันเสียนี่) เราก็เลยเซง ไปทำป้าย Out of order มาแปะไว้เองซะเลย แล้วต่อมาซุปก็มาว่าหาว่าเราไม่มีสิทธิ์แปะ เนื่องจากมันเป็นนโยบายของทางร้าน -_-; แล้วตรูก้อโดนลูกค้าาด่าต่อเรื่อยๆว่าจะกินแล้วไม่ได้กิน ต้องมานั่งอธิบายให้ทุกคนฟังว่ามันเสีย เซงมากๆ



Create Date : 05 ตุลาคม 2550
Last Update : 6 ตุลาคม 2551 21:29:20 น.
Counter : 937 Pageviews.

1 comment

blueraccoon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]