ชิ้นส่วนแห่งความทรงจำ
Group Blog
 
All Blogs
 

10 ผู้บันทึกประวัติศาสตร์

ตอนที่แล้ว

.....พวกเรามีชีวิตที่สุขสบายภายในกำแพงแห่งนี้ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เนิ่นนานนับ 10 ปีไม่มีวี่แววของเหล่ากบฎอีกเลย พวกมันตายไปหมดไม่เหลือซาก ตอนนี้ข้ามีอำนาจเทียบเคียงท่านผู้คุม ใช่แล้วท่านมอบหน้าที่ให้ข้าทัดเทียมกับท่าน ข้าก่อตั้งหน่วยงานดูแลความปลอดภัย ที่แห่งนี้ก็ไร้อาชญากรรม และเหล่าหัวรุนแรง

.....วันหนึ่งมีชายแปลกหน้าเข้ามาภายในกำแพงแห่งนี้ เขาถามถึงชายที่ค้นหาอิสรภาพ ซึ่งถูกเราฆ่าตายไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พวกเราจึงจับกุมเขามาสอบสวน

"เจ้าเป็นใคร"
"ข้าเป็นผู้สร้างที่แห่งนี้"
"โกหก ท่านผู้คุมต่างหากที่สร้างที่แห่งนี้"
"ข้าให้เขาดูแล ถ้าไม่เชื่อเจ้าก็เรียกเขามาซิ"
"ไม่จำเป็นเจ้าหัวรุนแรง คนหลอกลวง เจ้าจะมากล่อมพวกข้าใช่ไหม เจ้าคือคนที่แอบออกไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วใช่หรือไม่"
"10 ปีที่แล้ว พวกเจ้าทำอะไรลงไป"
"ก็พวกหัวรุนแรงเหมือนเจ้าโดนกำจัดยังไงล่ะ"
"โอ้...ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน"
"แล้วเจ้าก็จะได้ตามไปอีกคน"

.....วันต่อมา ผู้คุมเข้ามาตรวจดูศพของผู้ป่วย และผู้ที่ถูกประหาร สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป และถามมาอย่างตกใจว่า

"นี้....พวกเจ้าทำอะไรลงไป" พลางชี้ไปที่หัวของชายคนเมื่อวาน
"เขาเป็นพวกหัวรุนแรง" ข้าตอบ
"เขา..." ผู้คุมกล่าวแล้วเงียบลงไปพิจารณาสักครู่แล้วกล่าวว่า
"ก็ดีเหมือนกัน เจ้าทำดีแล้ว ฮ่าๆๆๆ"

.....ตั้งแต่วันนั้นผู้คุมก็หายไปไม่กลับมาอีกเลย อาหารก็เริ่มขาดแคลนลงไปเรื่อยๆ ผู้คนอดยาก พร่ำร้องหาถึงผู้คุม กำแพงกลายเป็นสถานที่ที่ปิดกั้นพวกเราเสียแล้ว เมื่อถึงขีดสุด พวกเราเริ่มเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงอาหาร บางคนโหยหาทางออก แต่ก็หามีไม่ กำแพงกั้นทางออกไว้ทุกทิศทุกทาง จุดจบของเราก็มาถึง ข้ารู้ข้าเข้าใจแล้ว ข้ากลายเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ในกำแพงแห่งนี้ ทำอย่างไรข้าจึงจะออกไปข้างนอกกำแพงแห่งนี้ ข้ากลายเป็นพวกหัวรุนแรงแล้วหรือนี้ ข้ามีชีวิตมาเพื่ออะไรกันแน่

.....ข้าระลึกถึงหนทางที่พวกเขาเคยหลบหนี หนทางนั้นพวกเราปิดตายมันไปเรียบร้อยแล้ว และจะเหลือทางไหนได้บ้างล่ะ ข้าใคร่ครวญถึงสิ่งที่พวกเขาทำ เขาหลบหนีได้อย่างไร ทำไมเขาต้องขุดหลุม แสดงว่าต้องมีหลุมที่ถูกขุดออกไปแล้ว เมื่อคิดเช่นนั้นข้าจึงไปหาหลุมเหล่านั้นในคุกใต้ดิน ใช่แล้วข้าพบหลุมเหล่านั้น ข้าเดินทางออกไป ข้างนอกช่างกว้างใหญ่ นี้นะหรือคืออิสรภาพ น้ำตาเริ่มเอ่อล้น หวนคิดถึงวันเก่าๆที่ผ่านมา ความรู้สึกผิดทั้งมวลอัดแน่นอยู่กลางอก เบื้องหลังไม่เหลือใครอีกแล้ว ข้าต้องอยู่คนเดียว ตลอดกาล

.....หลังจากนั้นข้าอาศัยอยู่นอกกำแพง เดินทางไปทุกสารทิศและไม่เคยหวนนึกถึงกำแพงอีกเลย เมื่อเวลาผ่านไปจนข้าเริ่มหมดเรี่ยวแรง ข้าเริ่มเขียนบันทึกนี้จากประสบการณ์ในอดีต และตั้งใจจะไปวางไว้ในกำแพงแห่งนั้น เพื่อบอกเล่าที่มาของมันเท่าที่ข้ารู้ ด้วยความหวังที่ว่าจะมีใครซักคนเข้ามาในกำแพงและเปิดอ่านมัน

.....อิสรภาพอยู่ที่ไหน ข้าหารู้คำตอบไม่ แต่เมื่อจิตใจไร้เสรีภาพ อยู่แห่งใดก็เป็นเช่นกัน

.....ความรักอยู่ที่ไหน ข้าหารู้คำตอบไม่ แต่เมื่อไม่มีแม้แต่ความห่วงใยต่อทุกๆสิ่ง รักจะอยู่ได้ฤ

.....ความมีชีวิตอยู่ที่ไหน ข้าหารู้คำตอบไม่ แต่เมื่อเราดำเนินชีวิตบนการยึดติดในมายา ที่มีก็เหมือนไม่มี




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 1:28:42 น.
Counter : 117 Pageviews.  

9 ผู้แสวงหาอิสรภาพ และจุดสิ้นสุด

ตอนที่แล้ว

.....เราถูกต้อนทุกวิถีทาง เหมือนดั่งว่าเรามีไส้ศึกอยู่ คนของเราเหลือน้อยเต็มที อีกประการฝูงชนก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของกลุ่มผองเรา เหตุใดพวกเขาเหล่านั้นจึงไม่รับรู้ถึงอิสรภาพกัน ถึงได้ต่อต้านเราถึงเพียงนี้ เห็นทีข้าจำเป็นต้องพาคนส่วนที่เหลือหลบหนีออกไปวันนี้ในยามวิกาลเสียแล้ว

.....แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลุ่มคนเหล่านั้นมาดักที่ทางออกของเรา ทุกคนถือมีดดาบพร้อมมือ อารมณ์ของฝูงชนพุ่งพล่านเอาแน่เอานอนไม่ได้ พวกเขาโห่ร้อง และสาปแช่งพวกเรา แล้วชายคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นห้ามปราม และประกาศก้องว่า

"มันผู้ใดที่เป็นผู้นำ ที่คิดจะออกจากกำแพงแห่งนี้"
ข้าก้าวออกไปอย่างอาจหาญ แล้วถามเขาว่า
"เหตุใดท่านจึงต่อต้านข้า" แล้วเขาก็มองข้าอย่างพินิจพลางกล่าวว่า
"ข้าว่าแล้วต้องเป็นเจ้าไอ้คนวิกลจริต คนที่ไปชกกำแพงในตอนนั้น เจ้าเป็นบ้าอะไรของเจ้า ถึงได้เรียกร้องหาอิสรภาพนักหนา เจ้าหาความสุขจากที่แห่งนี้ไม่ได้หรืออย่างไร"
"เป็นเช่นที่ท่านว่า ข้าหาความสุขมิได้จากที่อันคับแคบเช่นนี้ แต่หลังกำแพงอันกว้างใหญ่นั้น มันมีสิ่งหลายๆอย่างที่เราไม่รู้ มันมีพื้นที่มากมายสำหรับทุกผู้คน มันมีชีวิตชีวา หาได้เป็นเช่นในกำแพงนี้ไม่"
"อย่าเลย เจ้าอย่ากล่อมข้าเสียให้ยาก ที่แห่งนี้เป็นที่พักอาศัยของพวกข้า พวกเจ้ากำลังทำลายมันลง เราขาดเสถียรภาพเพราะพวกเจ้า เจ้าเป็นหายนะ ยิ่งเจ้าชักจูงพวกเราเท่าใด หายนะยิ่งมาเยือนเรามากขึ้นเท่านั้น"
"ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ปล่อยพวกเราออกไปตามทางของเราเสียซิ" ข้ากล่าว
"ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้หรอก เจ้าไม่เชื่อว่าถ้าปล่อยให้พวกเจ้ารอดออกไปแล้ว จะมีไอ้บ้าคนไหนผุดออกมาในพวกเราอีก เราต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบว่าถ้าคิดและทำเช่นเจ้าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร"
"เหตุใดท่านจึงมีทัศนะที่คับแคบเช่นนี้"
"เจ้าต่างหากที่หลักลอยไร้แก่นสาร เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าต้องทำงานหนักเพื่อที่จะได้มาซึ่งความสุข และความปลอดภัยของพวกข้า และเจ้าก็เหยียบย่ำมันอยู่เจ้าทำได้อย่างไร"
"แล้วที่พวกท่านเข่นฆ่าพวกข้า มันไม่โหดร้ายเช่นกันหรือ"
"ไม่หรอก เพราะพวกแกไม่ใช่พวกเรา ข้าไม่จำเป็นต้องเห็นใจพวกแก"

.....สิ้นการสนทนา เขาสั่งให้ฝูงชนรุมสังหารพวกเรา ผู้ชนะเท่านั้นที่ได้เป็นผู้จารึกประวัติศาสตร์...

ตอนจบ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 1:23:32 น.
Counter : 132 Pageviews.  

8 ผู้อาศัยในกำแพงอีกครั้ง

ตอนที่แล้ว

.....ข้ารู้สึกแปลกๆ ดั่งว่ามีเหตุการณ์ลึกลับเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ คลับคลายคลับคลาว่าข้าจะเคยเห็นไอ้บ้าที่แอบหนีออกไปนั้นกลับมาที่นี้ แต่เมื่อข้าไปแจ้งความแก่ท่านผู้คุม เราก็ไม่เห็นมันแล้ว ทุกอย่างจึงดูเหมือนเป็นปรกติดี จนกระทั่งข้าจับได้ว่ามีไอ้คนขี้อายคนหนึ่งทำหน้าตาหวาดกลัวเมื่อเห็นผู้คุม เขาบังคับถามว่าทำไมต้องกลัวเขา เขาร้องจ้ากแล้วกล่าวว่าข้าไม่ได้ค้นหาอิสรภาพ ชีวิต และความรัก ทำให้ข้าเอะใจว่าทำไมมันถึงกล่าวเช่นนี้ และดูเหมือนท่านผู้คุมก็รู้สึกเช่นนั้น แต่ข้าก็เดาในใจว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน

.....คืนนี้ข้าแอบดูว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นในยามค่ำคืน ข้าเห็นชายผู้ที่เคยหลบหนี เขากลับรังควาญพวกเรามาที่นี้อีกทำไม เขาพาพวกเรา ไม่ซิ ตอนนี้คงกลายเป็นพวกมันแล้ว ออกไปข้างนอกกำแพง พวกมันช่างหาญกล้ายิ่งนัก รุ่งขึ้นข้านำเรื่องนี้ไปบอกท่านผู้คุม ดูท่านจะร้อนอกร้อนใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินว่ามีคนหลายคนออกไปข้างนอกกำแพง แต่ก็ประหลาดที่เขาไม่พยายามจับพวกนั้นด้วยตนเอง แต่เขามอบหมายให้ข้าเป็นผู้คอยสอดส่อง และจับพวกนี้มาลงโทษเสีย ไม่อย่างนั้นเขาจะลดพื้นที่ภายในกำแพง ข้าตระหนักถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ จึงได้ตอบรับไปอย่างมิได้ลังเลใจ

.....ข้าได้หาสมัครพรรคพวก และได้พรรคพวกมากมาย ทุกคนมีสำนึกที่จะปกป้องสิ่งที่ตนหวงแหน ผู้ที่ไม่ยอมให้ใครหนีออกนอกกำแพงอันอบอุ่นออกไปได้ เพราะนั่นหมายถึงผลประโยชน์และความมั่นคงในชีวิตที่เราจะขาดหายไป เราจึงมีอาสาสมัครที่พร้อมในการสอดส่องดูแลพฤติกรรมนอกรีตนี้

.....ในไม่ช้าเราก็จับกุมพวกมันได้คนนึง เราทรมานมันให้สารภาพเรื่องชั่วๆทั้งหมด อิสรภาพน่ะหรือ เรื่องไร้สาระ มันพร่ำบ่นถึงชีวิตหลังกำแพงแห่งนี้ ไม่มีอะไรปลอดภัยมากกว่าที่แห่งนี้หรอกข้าคิดในใจ มันถูกทรมานอย่างไรก็ไม่ยอมสารภาพเสียที จนข้าต้องปรึกษาท่านผู้คุมว่าจะทำอย่างไรดี ท่านบอกให้ข้าปูนบำเน็จมันเสีย ให้มันเป็นคนที่สบายที่สุดในกำแพงแห่งนี้ ข้าเห็นเช่นนั้นจึงทำตาม ทีแรกๆมันยังลังเล แต่เมื่อเรากล่อมมันไปกล่อมมันมา มันก็เริ่มโอนอ่อนตามที่เราพูด ยอมสารภาพเรื่องแผนการจนหมดเปลือก ทำให้เราทราบถึงขบวนการใต้ดินนี้ ใช่แล้วเราต้องทำลายล้างมันในสิ้นซาก

.....เราได้รับข้อมูลเพิ่มเติมของพวกมันทีละน้อย โดยเราให้คนที่เรากล่อมได้เป็นไส้ศึก เขาคอยล้วงข้อมูลมาให้เราเรื่อยๆ เมื่อเราเริ่มสืบสาวไปก็ยิ่งพบพวกนี้มากขึ้น เราลอบสังหารมันทีละคน โดยมีท่านผู้คุมเป็นคนสนับสนุน ดูเหมือนพวกมันจะไหวตัวทันเรื่องไส้ศึกแล้ว พวกเลือดร้อนของมันบางคนได้วิ่งออกมาป่าวประกาศถือเรื่องชีวิตหลังกำแพงนี้และมันผู้นั้นก็โดนรุมประชาทัณฑ์จนตาย พวกมันจะเข้าใจบ้างไหม ว่าเราไม่ได้ต้องการอะไรนอกเหนือไปจากนี้ เมื่อไหร่มันจะตายไปให้หมดๆ ใช่แล้วข้ามีอำนาจที่จะอย่างนั้น ข้าปลุกระดมให้พวกเราทุกคนรู้สึกสูญเสียผลประโยชน์ เมื่อคนเหล่านี้จะหลบหนีไป แล้วคราวพวกมันมีกันมาก เราต้องกำจัดมัน เรารู้ข่าวของมันและจะจัดการมันตอนที่มันไม่รู้ตัว ข้าประกาศสงครามกับพวกมันแล้ว พวกมันต้องถูกถอนรากถอนโคนไปให้หมด

ตอนต่อไป




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 1:22:33 น.
Counter : 145 Pageviews.  

7 ผู้หลบหนี-ผู้แสวงหาอิสรภาพและการกลับมา

ตอนที่แล้ว

.....ข้าเดินทางจนพบแล้วซึ่งสิ่งที่ชายผู้นั้นเล่าขาน ความอิสระ ความมีชีวิต และความคิด ข้าตั้งใจจะเดินทางกลับไปบอกพวกเขา แต่ก็เอะใจที่หาได้มีผู้ใดตามมาเลย จึงลอบเข้าไปในห้องขังดู ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่อีกเลย พวกเขาออกไปไหนกันนะ มีเสียงของบุคคลที่ทำผิดคิดชั่วกล่าวว่า พวกเขาออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว โดยที่ผู้คุมรู้ว่าพวกนั้นกำลังขุดหลุมอยู่ แน่นอนว่าพวกเขาต้องตายไปแล้ว

.....ข้าออกมาข้างนอกด้วยความรู้สึกอื้ออึง แล้วข้าจะกลับเข้าไปข้างในทำไม แต่เดี๋ยวก่อนมีชายคนหนึ่งอยู่ข้างนอก เขาไม่ใช่ผู้คุม แล้วเขาเป็นใครกัน เขาก็เห็นข้าแล้วเช่นกัน พวกเราทั้งสองต่างเดินเข้ามาหากัน

"ท่านเป็นใคร" ข้าถามเขา
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ เจ้าออกมาได้อย่างไร" เขาถามกลับ
"ข้าแสวงหาอิสรภาพ ข้าจึงออกมา" แล้วเขาดูทำท่าทางทึ่ง
"แล้วเจ้าเจอรึไม่" เขาถามต่อ
"ข้าเจอ แล้วยังเจอความมีชีวิตและความรักอีกด้วย" ข้าบอกเขาไปอย่างนั้น
แล้วเขาก็พินิจอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กล่าวขึ้นว่า
"เจ้าคือผลงานชิ้นพิเศษของข้า" ข้อความนี้ทำให้ข้าแปลกใจมากจึงถามว่า
"ทำไมข้าจึงกลายเป็นผลงานชิ้นพิเศษไปได้"
"สำหรับเจ้าแล้ว ข้าถือว่าเจ้าอยู่ในตำแหน่งเดียวกับข้าก็ว่าได้ เจ้าหลุดออกมาแล้ว และข้าก็เช่นกัน กำแพงขังข้าไม่ได้ ข้าเป็นผู้สร้างที่นี่ขึ้นมา แล้วเจ้าก็ออกมาเพื่อค้นหาซึ่งนั้นคือสิ่วที่ข้าสนใจ มันคือธรรมชาติของมนุษย์ในแง่ของความอยากรู้อยากเห็น อยากเป็นอิสระ ถ้าไม่ถูกกักขังเอาไว้จนหมดกำลังใจไปเสียก่อน"
ข้ายกหมัดขึ้นมาต่อยที่ใบหน้าของเขาแล้วกล่าวว่า "ท่านทำเช่นนี้ทำไม"
เขาเช็ดเลือดที่ปากออกแล้วกล่าวว่า "เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นยังไงล่ะ"
ข้าถามเขา "แล้วท่านจะปล่อยพวกเราไปเมื่อไหร่"
"พวกเรา? เจ้าคิดเหรอว่าพวกเขาเห็นเจ้าเป็นพวกเดียวกัน" เขาถามกลับ
แล้วเขาก็กล่าวต่อไปว่า "พวกนั้นมีโลกของพวกเขาแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะปลดปล่อยพวกเขาได้อย่างไร ความหวังของเจ้าไม่มีวันที่จะเป็นจริง"
ข้ากำหมัดแน่นแล้วกล่าวว่า "ท่านก็ทำลายกำแพงนั่นลงเสียซิ"
เขามองหน้าข้าแล้วกล่าวว่า "เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะออกมาข้างนอกได้ ตอนที่เจ้าออกมา เจ้ารู้สึกอะไรบ้างในตอนแรกๆ"
"ข้ารู้สึกแปลกๆ ข้ารู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี แล้วข้าก็กลับมาที่เดิม"
"เห็นไหมขนาดเจ้าที่มีพลังพอที่จะค้นหาอิสรภาพได้ยังกลับไปที่เดิมเลย แล้วพวกเขาที่พอใจในที่นั้นอยู่แล้วจะยอมออกมาหรือ อิสรภาพมันกว้างเกินไปสำหรับพวกเขา"
"ท่านทำผิดเสียแล้วล่ะ ผิดตั้งแต่แรกที่ท่านอยากรู้ ในเมื่อท่านทำมันขึ้นมา ท่านต้องแก้ไขมันเสีย" ข้ากล่าว
"ข้าน่ะเหรอ อย่าดีกว่า ข้ายกหน้าที่นี้ให้เจ้าไปเลย ข้าเป็นผู้สร้างและข้าก็ยังมีความสุขกับการได้รวบรวมข้อมูลอยู่ ถ้าเจ้ามีสติปัญญาทำก็ทำไปเถิด ถือว่านี้เป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่เป็นไปได้"

.....ข้ามองหน้าเขาอย่างโกรธเคือง แต่ช่างเถอะ ข้าเข้าใจจุดประสงค์ของเขาแล้ว ข้าเดินกลับไปอีกครั้ง และกลับมาอย่างเงียบๆ ไม่ให้เป็นที่สังเกต ข้าแฝงตัวและหาพรรคพวกผู้ที่ยังหวาดกลัว แต่ก็ยังอยากที่จะค้นหาอิสรภาพ ข้ารวบรวมพรรคพวกได้ตามสมควร แต่ก็ยังน้อบเกินไป เราจึงพยายามรุกคืบไปยังกลุ่มคนที่ขี้อายแต่ไม่อยากมีอิสรภาพ กรณีพวกเขาแล้วแรกๆจะไม่อยากมายุ่งกับเรา แต่เมื่อเรากล่าวถึงหลังกำแพง และการมีชีวิต เขาก็ดูเปิดรับมากขึ้น ทำให้เรามีพรรคพวกเพิ่มเติม ในบางครั้งข้าก็แอบพาพวกเขาออกไปนอกกำแพงและกลับเข้ามา ซึ่งการไปแต่ละครั้งก็ไปทีละไม่มากเพื่อให้ไม่ถูกสงสัย แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคนเปิดเผยเรื่องของเรา ซึ่งวันนั้นเป็นวันแตกหักของเรา

ตอนต่อไป




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2552    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2552 21:43:31 น.
Counter : 121 Pageviews.  

6 ผู้บัญชา

ตอนที่แล้ว

.....ข้ากำลังศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ ว่าด้วยความกลัวและความเห็นแก่ตัว ข้ามอบหมายให้เจ้านั่นเป็นผู้คุม โดยที่ตกลงกันว่าอย่าให้มีคนใดหนีออกไปจากที่นี่ได้ ถ้าหนีออกไปได้เจ้าผู้คุมจะถูกลงโทษ

.....ซึ่งผลที่ได้ก็น่าประทับใจ เจ้าผู้คุมนั่นกลัวการลงโทษจนยอมทำตามที่ข้าสั่งทุกอย่าง ซึ่งบ่งบอกได้ว่ามันคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ส่วนเรื่องที่มีคนหนีนั้น เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมนุษย์ที่มีจิตอิสระอยู่ แต่ถ้าหากไร้ซึ่งจิตอิสระด้วยการถูกกฎเกณฑ์บีบบังคับแล้ว ก็จะมีอีกปรากฎการณ์หนึ่งขึ้นมาคือการสมยอมต่อกฎเกณฑ์นั้นๆเสีย แล้วรักษากฎเกณฑ์เหล่านั้นไว้เสียเอง

.....เหตุเนื่องมาจากพวกเขายอมแพ้ต่อตนเองแล้วรับเอาสิ่งอื่นใดเข้ามาสู่ชีวิตตนเอง เขาหาได้เป็นตัวของตัวเองไม่ แต่เขาก็ไม่รู้ แล้วผู้คุมก็มีพฤติกรรมที่น่าสนใจที่สามารถเบี่ยงเบนความทุกข์ยากที่ข้าได้มอบหมายเอาไว้เป็นการงาน โดยการให้ความสุขสบายในเวลาที่ผู้คนเหล่านั้นพักผ่อน ซึ่งพวกนั้นก็ชอบใจดี

.....ถ้าเป็นเช่นนี้รูปแบบการทดลองของข้าก็ถือว่าเสร็จเกือบจะสมบูรณ์แล้ว เพื่อที่จะให้ได้ผลการทดลองเพิ่มเติม บางทีข้าอาจจะต้องไปทดลองเพิ่มที่อื่นเสียแล้ว

ตอนต่อไป




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 20:41:15 น.
Counter : 153 Pageviews.  

1  2  

blueocynia
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กาลเวลาร่องลอยคอยร่วงโรย
น้ำค้างโปรยปรอยทั่วทุกหัวระแหง
ดังความสุขทุกข์มิหลงจงสำแดง
จำต้องแปลงเปลี่ยนเรื่องเพราะเตือนความ

วันเวลาอยู่คู่ความทรงจำ ไม่ว่าทุกข์หรือสุขเพียงใด
วันเวลาเหล่านั้นจะค่อยเข้ามาสู่ความทรงจำของเราเอง
Friends' blogs
[Add blueocynia's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.