|
|
|
^-^ขอเล่าประสบการณ์ *การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง* ค่ะ ^-^ @ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ (ตอน 2)
ขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยกันโหวตเพื่อตั้่งกลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" ของเรานะคะ
* ตั้งกระทู้โหวต "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เมื่อ 26 ก.พ. 51 * ได้กลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เมื่อ 28 ก.พ.51
กลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" http://www.pantip.com/cafe/library/listerK.php?subgroup=20
"ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเราร่วมแรงร่วมใจกันโหวต ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
**************************************************
เราขอเพิ่มสารบัญไว้ให้เพื่อนๆ อ่านกันง่ายขึ้นนะคะ เลขท้ายเรื่องเป็นเบอร์ของความคิดเห็นค่ะ
** เริ่มกันเลยนะคะ..............................................1 ** ขอแนะนำห้องสมุด และร้านหนังสือก่อนนะคะ........2 ** หนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนภาษาอังกฤษ..........18 ** รวบรวม website...........................................39 ** CNN...........................................................59 ** สมุดคำศัพท์ (Vocabulary notebook)................63 ** คำแนะนำจากคุณนัท305.................................73, 94 ** เล่าต่อ........................................................100 ** เริ่มต้นยังไงดี ??? .........................................101 ** การบริหารเวลา..............................................102 ** Study Skills.................................................103 ** หนังสือที่ควรเริ่มต้นอ่าน...................................104 ** แนะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการอ่าน.............105 ** ทักษะทั้งสี่: ฟัง พูด อ่าน เขียน...........................106 ** Vocabulary...................................................108 ** Corpus & ESL Dictionaries..............................111 ** คำแนะนำจากคุณ i_tua_yung............................124 ** คำแนะนำจากคุณพ้นสภาพนิสิต...........................125 ** คำแนะนำจากคุณ I'm Nart................................126 ** คำแนะนำจากคุณ satitp....................................127
***************************************************
สามเดือนมานี้ เรา *เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง* ค่ะ สาเหตุหลักๆ ที่ไม่ได้ไปลงเรียนคอร์สตามสถาบันสอนภาษาต่างๆ หรือเรียนกับครูสอนภาษาอังกฤษส่วนตัว เพราะเรามีเงินไม่มาก (จริงๆ แล้วงก) และสมาชิกหลายท่านใน pantip ก็แนะนำว่าการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองมีประสิทธิภาพไม่แพ้การเรียนที่สถาบันสอนภาษา ยิ่งในยุคปัจจุบัน นอกจากจะมีหนังสือ, สื่อการสอนทั้งเทป cassette, video, VCD, DVD ก็ยังมีสื่อการสอนทางอินเตอร์เน็ตมากมายให้เราดาวน์โหลดได้ ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนสอนภาษาอังกฤษ, ไฟล์เสียง, พจนานุกรมออนไลน์, webboard สำหรับ discuss การเรียนภาษาอังกฤษ เป็นต้น หากเราสามารถใช้สื่อต่างๆ ที่มีอยู่มากมายเหล่านี้ อย่างคุ้มค่าก็จะช่วยให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราดีขึ้น รวมไปถึงยังเป็นพื้นฐานในการศึกษาด้วยตัวเองในวิชาหรือความรู้เรื่องอื่นๆ ต่อไปได้อย่างดี
เพื่อนๆ ท่านอื่น อาจมีวิธีหรือเทคนิคการเรียนที่แตกต่างไปจากเรา แต่การได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ก็เป็นโอกาสอันดี เพราะเราคงไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง เพราะแต่ละคนก็มีข้อจำกัดทั้งด้านเวลา, การทำงาน, การเรียน, การเงิน แตกต่างกันไป
เราหวังว่ากระทู้นี้คงเป็นประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษของเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ
ก่อนหน้าที่เราจะเริ่มเรียนจริงจัง ภาษาอังกฤษเราห่วยมากๆ ดูหนังต่างประเทศก็ฟัง soundtrack ไม่รู้เรื่อง, ฟังเพลงก็ฟังไม่ออกว่าเขาร้องว่าอะไร, อ่าน Bangkok Post, The Nation ก็แปลผิดๆ ถูกๆ, ท่องอินเตอร์เน็ต ใช้ e-mail ก็ผิดๆ ถูกๆ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างที่กล่าวมาดีขึ้นมากเลย ก็เลยอยากจะนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังค่ะ แต่เนื่องจากมีหลายเรื่องที่อยากจะเล่า พิมพ์คราวเดียวคงไม่หมด จะทยอยพิมพ์ลงกระทู้นะคะ
**************************************************
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:17:53
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:14:56
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:11:31
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:56:56
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:55:41
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:51:47
แก้ไขเมื่อ 28 ก.พ. 51 22:42:01
แก้ไขเมื่อ 27 ก.พ. 51 00:19:19
แก้ไขเมื่อ 27 ก.พ. 51 00:18:20
จากคุณ : Flowery - [ 21 ม.ค. 51 21:37:12 ]
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6256228/K6256228.html
ความคิดเห็นที่ 71
ทึ่งมากกับการใฝ่รู้
ชื่นชมค่ะ
จากคุณ : ลำเนา - [ 12 ก.พ. 51 04:16:31 ]
ความคิดเห็นที่ 72
ลองดูหนัง sub english เยอะๆน่าจะได้นา
จากคุณ : STARLU75 - [ 12 ก.พ. 51 17:20:57 ]
ความคิดเห็นที่ 73
ขอแนะนำของผมบ้างละกันนะครับ เคยเขียนไว้ที่ blog เมื่อนานมาแล้ว เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่นี่ ไม่มากก็น้อย
----------------------------------------------------------------------------- http://englishtips.org/index.php เป็นเวบที่ดีมาก ๆๆๆ เพราะรวม materials เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษไว้ทุกสำนัก ทั้งในรูปแบบ PDF และ MP3 รวมถึง E-Book และ Audio Books ต่าง ๆ เช่น Agatha Christie, Time Magazine
1. ก่อนอื่น เวบนี้เป็นภาษารัสเซีย ถ้าจะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ก็คลิกที่รูปธงอังกฤษด้านบนก่อนนะครับ
2. ต้อง register ก่อนถึงจะใช้ได้ (แต่ถ้าใครขี้เกียจก็เอา login ผมไปใช้ก่อนก็ได้ ใช้ร่วมกันได้หลายคน ไม่ติดโรค แฮะ ๆ)
Login: fastenglish Password: drboon
3. พอเข้าได้ก็จะเจอ material ไว้มากมาย up กันทุกวัน โหลดกันไม่หวาดไม่ไหว
4. ถ้าต้องการ search ในเวบนี้ ต้องกด 2 เที่ยว คือที่หน้าหลัก และหน้า search ใจเย็น ๆ เดี๋ยวก็เจอเอง search คำว่า toefl นี่เจอเป็นถังเลย
5. เมื่อเจอสิ่งที่ต้องการแล้ว คลิกที่ [more] มันจะเข้ามาหน้ารายละเอียด ซึ่งไฟล์ที่เขาเก็บไว้จะมีหลายที่ เช่น
-server ของเวบเอง อันนี้โหลดได้เลย
-zshare.com อันนี้โหลดได้ไม่ยาก
-rapidshare.com กับ megaupload.com อันนี้ยุ่งนิดหน่อย เพราะรอเกือบ 2 นาที และต้องใส่ code แถมถ้าโหลดเสร็จแล้ว จะโหลดต่อทันทีไม่ได้ ต้องรอตามเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าไม่อยากรอก็ต้องเสียตังค์
แต่ด้วยภูมิปัญญาไทย เราสามารถเลี่ยงการรอได้ ด้วยการ reset Router ADSL ก็จะโหลดต่อได้ทันที แต่ถ้าใช้เน็ตร่วมกับคนอื่นที่บ้าน ก็ตกลงกันดี ๆ ละกัน
หลายไฟล์อยู่ในรูป zip หรือ rar โดยใส่ password ไว้ ซึ่งเขาจะบอกไว้แล้วที่หน้านั้น ๆ ก็จำไว้ด้วยนะครับ (แต่เท่าที่เห็น ส่วนมากจะเป็น password: englishtips.org )
ไฟล์ตัวอย่าง :
"The Hound of Death" by Agatha Christie [A BBC RADIO 4 FULL-CAST DRAMATISATION] audio book ของ Agatha Christie เป็น mp3 ขนาดไฟล์ประมาณ 12 mb ยาวครึ่งชั่วโมง สำเนียงอังกริ๊ดอังกฤษ ฟังแล้วจั๊กกะจี้หู
ขั้นตอนในการโหลด
1. คลิกข้างล่างนี่ http://rapidshare.com/files/15612161/ACTHDBBC.rar
2. ลงมาข้างล่าง คลิกที่ "Free" 3. รอ 1-2 นาที จนกระทั่งที่มันนับถอยหลังเหลือ 0 4. ใส่ code เป็นตัวอักษร 4 ตัว แล้วคลิก Download
(เวบนี้ ใช้โปรแกรมช่วย download พวก Flashget หรือ IDM โดยตรงไม่ได้นะครับ เวลาจะโหลดต้องเปลี่ยน option ในโปรแกรมพวกนี้ก่อน)
----------------------------------------------------------------------------- http://www.esnips.com/ http://www.4shared.com/
เป็นเวบที่เอาไว้ share ไฟล์กัน มีทุกอย่าง ไม่จะเป็น e-book, audio book หรือ mp3 เพลงสากลและไทย update ล่าสุด
----------------------------------------------------------------------------- http://www.voanews.com/specialenglish/programs.cfm
ดิ่ส สิ่ส เด่อะ วี๊โอเอ่ ซเป๊เฉิ่ล หลิ่งลิ้ช...... ที่แสนจะยานคาง.... จนหลายคนเบื่อที่จะฟัง แต่เชื่อเถอะว่าเหมาะกับการฝึก Speaking สำหรับกระเหรี่ยงอย่างพวกเรามาก ค่อย ๆ หัดพูดตามไปละกัน
ไฟล์ตัวอย่าง -2007 Nobel in Economics: Designing Better Markets ขนาด 1.79 mb http://www.voanews.com/mediaassets/specialenglish/2007_10/Audio/mp3/se-econ-nobel-18oct07.mp3
----------------------------------------------------------------------------- Podcast : ยุคนี้ใครไม่รู้จัก podcast ถือว่าเชยแหลก (อืม แต่ถามเพื่อน ๆ แถวนี้ ไม่เห็นมีใครรู้จักเลย สงสัยว่าเราจะเป็น internet geek อยู่คนเดียว...) คำนี้มาจาก ipod + broadcast = podcast พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นรายการวิทยุที่ให้คนโหลดไปฟังใน ipod, หรือ creative, หรือ soken ฯลฯ ซึ่งมีรายการทุกประเภท เลือกฟังได้ตามใจชอบ เราก็เอามาฝึก listening ซะเลย ที่ขอแนะนำก็คือ :
http://www.mbapodcaster.com/ ใครอยากเรียน MBA พลาดไม่ได้ เพราะมีข้อมูลทั้ง การสมัคร, GMAT, Business School Tour, รวมถึงบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ
http://www.comedy4cast.com/ เป็น comedy ที่แต่ละตอนยาว 4 นาที ขำมั่งไม่ขำมั่ง แล้วแต่ Listening Skill ของผู้ฟังนะจ๊ะ (แต่บางมุขมันก็แป้กจริง ๆ)
http://www.apple.com/itunes/store/podcasts.html แหล่งรวม link podcast ต่าง ๆ
-----------------------------------------------------------------------------
ยังมีอีกเยอะ ขอไปพิมพ์ก่อนนะครับ
จากคุณ : นัท305 - [ 12 ก.พ. 51 21:46:09 ]
ความคิดเห็นที่ 74
ขอบคุณ จขกท มากเลยค่ะ ไปเรียนมาก็หลายทีรู้สึกว่ามันไม่ฉลาดขึ้นเท่าไหร่เลย ยิ่งทุกวันนี้รู้สึกว่าตัวเองโง่ภาษาลงทุกวัน รำคาญตัวเองมากเลยค่ะ
เด๋วเราจะทยอยไปหาหนังสือมาอ่านก่อนเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
จากคุณ : หัวใจสีชมพู - [ 13 ก.พ. 51 17:37:58 ]
ความคิดเห็นที่ 75
สวัสดีค่ะ ทุกคน
* คุณ i_tua_yung เป็นลูกศิษย์อาจารย์เตือนจิตต์เหรอคะ ถ้าเจออาจารย์ฝากบอกด้วยนะคะ ว่าอาจารย์แต่งหนังสือได้ดีมาก อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าอาจารย์ตั้งใจเขียนและรักในการแปลจริงๆ
* คุณ STARLU75 ขอบคุณที่แนะนำเรื่องการดูภาพยนตร์ Soundtrack ค่ะ ตอนนี้เราจะดูโดยฟังเสียงภาษาอังกฤษ และบรรยายอังกฤษ ถ้าคำไหนงงๆ ความหมาย เช่น คำเฉพาะ สำนวน ก็จะย้อนกลับแล้วดูบรรยายไทย หรือถ้าพอมีเวลาก็จะดูซ้ำใหม่บรรยายไทย ว่าที่ดูบรรยายอังกฤษเข้าใจดีจริงรึเปล่า แล้วเวลาดูภาพยนตร์ จะมีบางประโยคหรือสำนวนบางสำนวนที่เราสามารถนำมาใช้ได้ ก็จะย้อนกลับแล้วฝึกพูดตามตัวละครค่ะ
ด้วยความที่เป็นหนอนหนังสือตัวหนึ่ง ก็ขอแนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษจากการดูภาพยนตร์สัก 1 เล่มนะคะ เป็นหนังสือของอาจารย์เศรษฐวิทย์ค่ะ ชื่อว่า เรียนภาษาอังกฤษผ่านภาพยนตร์ (ENGLISH THROUGH FILMS)
ถ้าอยากได้เกี่ยวกับการฟังเพลงภาษาอังกฤษ ก็ลองอ่าน สนุกกับอังกฤษผ่านเพลง (ENGLISH THROUTH MUSIC) ค่ะ อาจารย์เศรษฐวิทย์แปลเนื้อเพลงได้ดีมาก และได้ความรู้ภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัวค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 13 ก.พ. 51 19:57:45 ]
ความคิดเห็นที่ 76
* คุณนัท305
ขอบคุณมากนะคะ เราก็ได้ podcast นี่แหละ ที่ช่วยให้ทักษะการฟังของเราดีขึ้น เดี๋ยวจะลองเข้าไปโหลดจากเว็บที่คุณนัทแนะนำค่ะ แล้วจะรออ่านคำแนะนำของคุณนัทค่ะ
* หัวใจสีชมพู
สู้ๆ นะคะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 13 ก.พ. 51 20:04:47 ]
ความคิดเห็นที่ 77
* สำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ เรามีหนังสือมาแนะนำอีกเล่มค่ะ เพิ่งได้มาวันนี้เอง ชื่อหนังสือว่า "เจาะคำศัพท์สำหรับอ่านหนังสือพิมพ์อังกฤษ" ราคาแค่ 78 บาทเอง หนังสือเล่มอื่นๆ ที่เราซื้อ (บางเล่มยืมห้องสมุด) อย่างน้อยก็ 100 กว่าบาทแล้ว ยิ่งคุณภาพคับเล่มอย่างงี้ เราซื้อทันทีเลย เล่มนี้จะปูพื้นเกี่ยวกับประเภทของข่าว พาดหัวข่าว คำศัพท์ เครื่องหมายวรรคตอน คำย่อก่อน แล้วก็จะมีข่าวประเภทต่างๆ ให้อ่าน มีคำแปล คำศัพท์ที่น่ารู้ ถ้าใครสนใจลองหามาอ่านดูนะคะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 13 ก.พ. 51 20:17:47 ]
ความคิดเห็นที่ 78
อีก 2 เล่มที่ชอบมากก็คือ หนังสือ "Snake Fish Fish ภาษาอังกฤษเที่ยวนอก" ของคุณมารพิณ ที่เขียนได้ใจจริงๆ ชอบคำนำ ที่เขียนไว้ว่า "ภาษาไม่อาจกั้นใจเดินทาง" เนื้อหาในหนังสือก็ละเอียดแต่อ่านสบาย มีภาพประกอบเยอะ บทสนทนาสำคัญๆ เพียบ ไม่ยากด้วย แค่ชื่อบทก็กินขาดแล้ว เช่น "อย่าใช้ภาษาให้มันยากส์! (แล้วเที่ยวนอกมันจะง่ายกว่าที่เราคิด)" และ "คำและประโยคที่โคตรจะมีประโยชน์"
ที่ผ่านมาเรามักจะคิดว่าภาษาอังกฤษยากซะเหลือเกิน ฝังใจอยู่กับไวยากรณ์ พอมาได้อ่านงานเขียนของคุณมารพิณ ได้รู้วิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ และได้ผล ตอนนี้กลายเป็นว่าเพลิดเพลินกับการเรียนภาษาอังกฤษไปซะแล้ว
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:07:28 ]
ความคิดเห็นที่ 79
และอีกเล่ม คือ "English through Religious Beliefs: เรียนภาษาอังกฤษผ่านคำสอนศาสนา" โดย อาจารย์เศรษฐวิทย์
นอกจากอาจารย์เศรษฐวิทย์จะเขียนหนังสือชุดเรียนรู้ภาษาอังกฤษออกมามากมายหลายเล่ม เราก็เพิ่งรู้วันนี้เอง อาจารย์ยังเขียนหนังสือชุดข้อคิดของชีวิตอีกด้วย หนังสือเล่มนี้รวมรวมหลักคำสอนของนักคิด นักปรัชญา ข้อคิดทั้งแนวพุทธ คริสต์ มารวมไว้ในเล่มนี้ อาจารย์ไม่เพียงแปลได้ลึกซึ้งและได้ใจความตามข้อคิดต้นแบบแล้ว อาจารย์ยังแปลเป็นบทกลอนได้ดีอีกด้วย
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:08:46 ]
ความคิดเห็นที่ 80
ย่างเข้าวันที่ 14 กุมภา วันวาเลนไทน์แล้ว เราขออวยพรให้เพื่อนๆ ทุกคน มีความสุขในวันวาเลนไทน์นะคะ ไม่ว่าจะมีหรือยังไม่มีคู่รัก
ขออนุญาตนำกลอนที่อาจารย์เศรษฐวิทย์แปลมาให้เพื่อนๆ เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ค่ะ (รู้สึกจะเหมาะกับคนที่ไม่มีคู่เช่นเรา)
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:10:26 ]
ความคิดเห็นที่ 81
Maybe God Wants Us to Meet a Few Wrong People
Before Meeting the Right One
So That
When We Finally Do Meet the Right Person,
We Should Know How to be Grateful for That Gift.
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:13:36 ]
ความคิดเห็นที่ 82
มีหลายคน เปลี่ยนคู่ อยู่หลายครั้ง
แต่ก็ยัง ไม่พบ คนที่ใช่
จับคู่แล้ว ก็มาพราก จากกันไป
คงไม่ใช่ ที่พระเจ้า มอบให้เรา
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:15:10 ]
ความคิดเห็นที่ 83
อาจต้องใช้ เวลา อีกสักหน่อย
จะค่อยๆ เสาะหา รักแท้ได้
คู่กันแล้ว คงไม่แคล้ว คลาดกันไป
ก็จะได้ คู่แท้ มาร่วมเคียง
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 14 ก.พ. 51 00:16:45 ]
ความคิดเห็นที่ 84
Happy Valentine's day !
จากคุณ : Flowery - [ 14 ก.พ. 51 00:18:28 ]
ความคิดเห็นที่ 85
แหม้ มีอวยพรวาเลนไทน์ด้วย
คำถามครับ จขกท เรียนอย่างไรครับ ถ้าเล่าประกอบด้วยจะช่วยเพื่อนๆ ได้ เช่น อ่านอะไร อย่างไร ลำดับก่อนหลัง การใช้เวลาเรียนในแต่ละวัน และที่อยากทราบ ใช้เวลาทั้งหมดเท่าไหร่ จากเริ่มต้น จนเก่งขนาดนี้
จากคุณ : g9h - [ 14 ก.พ. 51 11:08:19 ]
ความคิดเห็นที่ 86
อยากจะบอกว่าเราเป็นเหมือน จขกท เลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับประสบการณ์การเรียนรุ้ดีๆ ที่นำมาแบ่งปันกัน อ่านข้อความของคุณแล้ว รู้สึกไม่ท้อเท่าเดิม เดิม ท้อมาก กลัวว่าเรียนรู้เองแล้วจะไม่เข้าใจ จะยาก หรือรู้ไม่จริง แต่จะให้ลงคลาสก็หลายหมื่นอยู่ แล้วเวลาก็ไม่ลงตัว
เคยมาตั้งในกระทู้แล้วคุณ Tansy ก็ยังแนะนำเราว่าสามารถเรียนรู้เองก็ได้จากเวบ หรือของฟรีบนเนท แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากคุณ Tansy อีกมากเหมือนกัน เรื่องการแนะนำในการเรียนภาษาอังกฤษ
เราก็อยากรู้เหมือน คห 85 ด้วยคนค่ะ ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
ขอบคุณ จขกท และเพื่อนๆ อีกหลาย คห ที่ร่วมแจมแบ่งปันความรู้และคำแนะนำกันนะคะ
จากคุณ : กล้วยไม้ชายเขา - [ 14 ก.พ. 51 15:41:13 ]
ความคิดเห็นที่ 87
สวัสดีค่ะ คุณ g9h และคุณ กล้วยไม้ชายเขา
คุณ Tansy ช่วยจุดประกายการเรียนภาษาอังกฤษของเราเหมือนกัน เรา save กระทู้ที่คุณ Tansy ตอบไว้เยอะเลย นอกจากเรื่องภาษาอังกฤษแล้ว คุณ Tansy ก็ตอบกระทู้เรื่องอื่นได้สนุกและมีข้อคิดดีๆ เยอะเลย
เรื่องการจัดเวลา เริ่มต้นยังไง อ่านอะไรก่อนหลังจะเรียบเรียงมาเล่าอีกทีนะคะ
จากคุณ : Flowery - [ 14 ก.พ. 51 15:51:48 ]
ความคิดเห็นที่ 88
เรียนกะอ.ตอนป.ตรีน่ะค่ะ ตอนนี้เรียนจบแล้ว แล้วไม่ได้เข้าไปที่ม.นานแล้ว
แนะนำอีกแห่งหนึ่งค่ะ น่ารักดีนะ เราว่า มันจำมีคอลัมน์ ... ชื่ออะไรหว่า จำไม่ได้ แหะๆ ในนิตยสารขวัญเรือนน่ะค่ะ มีประโยคภาษาอังกฤษให้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ มีคำอ่านเป็นภาษาไทยให้ด้วย
ไปเปิดดูมาแล้ว ชื่อคอลัมน์ว่า English is all around ค่ะ
แก้ไขเมื่อ 15 ก.พ. 51 14:42:42
จากคุณ : i_tua_yung - [ 14 ก.พ. 51 19:33:21 ]
ความคิดเห็นที่ 89
ได้ประโยชน์ ได้กำลังใจให้ฮึดสู้บ้าง ความหวังมีแค่อยากดู หนังโดยไม่ต้องอ่าน sub ค่ะ ขอบคุณ จขกท มากๆ ค่ะ ที่นำสิ่งดีๆมาบอกกล่าว
รออ่าน เรื่องการจัดเวลาและการเริ่มต้นเรียนนะคะ
จากคุณ : ธาราฝัน - [ 15 ก.พ. 51 09:48:38 ]
ความคิดเห็นที่ 90
อ่านแล้วอยากทำได้อย่างจขกท.บ้าง ต้องฮึดบ้างแล้วเรา ต้องขอบคุณมากๆ สำหรับการจุดประกายความอยาก(เรียนภาษาอังกฤษ) ของเรานะคะ
จากคุณ : Yogurt Cheese - [ 15 ก.พ. 51 11:58:44 ]
ความคิดเห็นที่ 91
เข้ามารออ่านเรื่องการจัดสรรเวลา และการเรียงลำดับหนังสือที่อ่านด้วยคนค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับการแบ่งปันครั้งนี้
จากคุณ : ฉินเมิ่งเหยา - [ 15 ก.พ. 51 19:37:34 ]
ความคิดเห็นที่ 92
ครับ ผมอ่านกระทู้แล้ว รู้สึกเป็นปลื้ม และได้ข้อคิดหลาย ๆ ข้อจากคุณ จขกท เป็นอย่างมากครับ
ขอบพระคุณมากครับ ๆ สำหรับข้อคิดในหลาย ๆ แง่ หลาย ๆ มุม ทำให้ได้มองเห็นภาพในตัวเรา และของคนอื่นว่า เป็นอย่างไรบ้าง
ผมขอนับถือกับคุณ จขกท อีกครั้ง หวังว่าความขยันของคุณ และความรู้ที่คุณนำมาฝาก จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ให้นำกลับไปคิดน่ะครับ
ขอบคุณครับ
จากคุณ : Jumboy - [ 16 ก.พ. 51 09:46:34 A:124.157.164.120 X: ]
ความคิดเห็นที่ 93
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ฝึกภาษานะครับ
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6216667/K6216667.html ว่าง ๆ เข้าไปอ่านได้นะครับ
ฝากไว้นิดว่า
ในปัจจุบันนี้ สื่อการเรียนรู้มีมากมาย เเต่ tonmelb อยากเเนะว่า ทุกครั้งที่อ่าน ต้องกลับมานั่งตั้งคำถามบ้างในบางครั้ง ว่าเราเข้าใจมากน้อยเเค่ไหน เพราะถ้าเราไม่ get สื่อที่มีอยู่มากกมาย ก็จะไร้ประโยชน์ เพราะเราไม่เข้าใจกับสื่อที่มีอยู่มากมายนะครับ หรือหนักไปกว่านั้น เข้าใจผิด หรือเข้าใจไปเองว่าอย่างนั้นอย่างนี้
ต้องเเละต้องมีผู้รู้มาเเนะด้วย
-------------------คำเเนะนำที่จริงจากผู้รู้จริง ๆ มีคุณค่ามหาศาลครับ--------
เเละอย่าลืมให้ English เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะดีมากเลยครับ
ผมต้องรีบไปสอนเเล้ว
ขอให้โชคดีครับ
จากคุณ : tonmelb - [ 16 ก.พ. 51 14:16:41 A:61.91.164.106 X: TicketID:054700 ]
ความคิดเห็นที่ 94
ผมก็แปะ comment ไว้ที่ http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6338265/K6338265.html#1 จะโพสต์ซ้ำก็เกรงใจ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเรียนครับ
แก้ไขเมื่อ 16 ก.พ. 51 17:34:08
จากคุณ : นัท305 - [ 16 ก.พ. 51 16:08:37 ]
ความคิดเห็นที่ 95
ขอบคุณที่มาแบ่งปันความรู้ดีๆค่ะ
คุณเป็นคนมุ่งมั่น และมีน้ำใจมากๆเลยค่ะ
จากคุณ : ruri - [ 17 ก.พ. 51 00:04:25 ]
ความคิดเห็นที่ 96
สุดยอดค่ะ จะลองดูบางค่ะเพราะกะจะไปเรียนต่อแต่ ภ.ยังไม่ไปไหนเลย-*-
จากคุณ : -*- (ai_abc) - [ 17 ก.พ. 51 12:18:04 ]
ความคิดเห็นที่ 97
เพื่อนๆ ทุกคนคะ เรื่องที่สัญญาไว้ พิมพ์ใกล้เสร็จแล้วนะคะ
รอหน่อยนะคะ
จากคุณ : Flowery - [ 17 ก.พ. 51 19:37:01 ]
ความคิดเห็นที่ 98
มาเสพข้อมูลครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้และทุกๆคนครับ
จากคุณ : ความคิดเห็นที่โหล่ - [ 17 ก.พ. 51 21:26:30 ]
ความคิดเห็นที่ 99
ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์สุดยอดมากๆ
^^~
จากคุณ : สะบะละเฮ่ยแจงแวง - [ 18 ก.พ. 51 12:35:56 ]
ความคิดเห็นที่ 100
***********************************************
มาเล่าต่อ ตามสัญญาค่ะ ...
***********************************************
เราไม่เน้นเนื้อหา (content) นะ แต่จะเน้น tool ที่จะเข้าถึง content ในการเรียนภาษาอังกฤษ และ ประสบการณ์ที่เราลองผิดลองถูกมา แม้จะไม่สมบูรณ์เท่าไหร่
เด็กสมัยนี้มีโอกาสดีกว่าสมัยเราเรียนนะปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น หากเราใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยการเรียนภาษาหรือการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ของเราได้อย่างมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ search engine (ที่ใช้ประจำก็ Google ค่ะ) หาข้อมูลได้รวดเร็ว มี web ดีๆ podcast เจ๋งๆ ก็ดาวน์โหลดมาฟังได้ แม้คนเขียน คนทำจะอยู่ห่างไกลจากเราถึงครึ่งโลก
สมัยเราเรียนมัธยมฯ และมหาวิทยาลัย ชั่วโมงภาษาอังกฤษ ครูเปิดเทปคาสเซตต์ให้ฟัง แต่เดี๋ยวนี้เป็น CD เป็น podcast แล้ว แถมนักเรียนนักศึกษายังมี CD ของตัวเองไว้ฝึกฟังที่บ้านได้ด้วย หนังสือหนังหาสมัยนี้ก็ทำได้สวยงาม บทความ บทสนทนาในเล่มก็ปรับปรุงให้ทันสมัย น่าอ่าน น่าเรียนมากขึ้น เมื่อมีโอกาสดีเช่นนี้ น้องๆ ต้องตั้งใจเรียนกันนะคะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 13:45:37 ]
ความคิดเห็นที่ 101
***********************************************
เริ่มต้นยังไงดี ??? ...
***********************************************
เราว่าควรจะเริ่มต้นที่ *ความคิด* ค่ะ เรามา *ปรับความคิด* กันเถอะค่ะ
เราต้องปรับความคิดเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษใหม่ค่ะ ทิ้งไปเลยค่ะ ความคิดที่ว่าภาษาอังกฤษย้ากกก...ยาก, หัวสมองอย่างฉันเรียนไม่ได้แน่นอน, ฉันอายุเยอะแล้วนะ หัวไม่ไปหรอก สู้เด็กเล็กๆ ไม่ได้, สมัยเรียน สอบทีไรตกทุกที ความคิดพวกนี้ *อย่า* ไปคิดค่ะ ตัดออกไปจากสมองเราเลยค่ะ
เปลี่ยนมาคิดว่า *ภาษาอังกฤษถึงจะยากบ้างแต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเรียน* *วิธีเรียนภาษาอังกฤษให้สนุกมีตั้งเยอะตั้งแยะ*ลองมานึกนะคะ ว่าถ้าเราใช้ภาษาอังกฤษได้ดีแล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง *การเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้เราได้พบเพื่อนใหม่* *การเรียนภาษาอังกฤษช่วยเสริมการเรียนในหลักสูตร* (เช่น อ่าน textbook ได้เร็วขึ้น เข้าใจมากขึ้น) *การเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้ได้งานที่ดีขึ้น* *ภาษาอังกฤษช่วยให้การติดต่อธุรกิจราบรื่นขึ้น* ฯลฯ
เห็นมั้ยคะ ยิ่งคิด ก็ยิ่งเห็นผลดีของการเรียนภาษาอังกฤษ
ที่ฝาหนังบ้านเรา เราติดกระดาษ A4 ที่ปริ๊นท์ข้อความว่า
I am not afraid to use my English. I will write and speak as much as I can. I dont care about mistakes. The more mistakes I make, the better I will become.
เราได้มาจากเว็บของคุณแอนดรูว์ บิ๊กส์ค่ะ ดูบ่อยๆ อ่านบ่อยๆ ทำให้เรากล้าใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น
<< แนะนำหนังสือ "พลิกความคิด ชีวิตดีสุดๆ!" ค่ะ แค่พลิกปกหน้าบูดบึ้งก็เปลี่ยนเป็นหน้ายิ้มแล้ว ผู้แต่งเป็นศาสตราจารย์ทางจิตวิทยา เขียนได้โดนใจเรามากเลย ทั้งรูปเล่มและเนื้อหา ถึงจะเขียนให้วัยรุ่นอ่าน แต่วัยผู้ใหญ่อย่างเราก็อ่านได้นะคะ >>
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 13:52:35 ]
ความคิดเห็นที่ 102
***********************************************
การบริหารเวลา
***********************************************
การบริหารเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษ ก็สำคัญนะคะ แบ่งเวลาจากกิจกรรมอื่นๆ มาให้การเรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่มากไปจนเบียดเวลาทำกิจกรรมอื่น ไม่น้อยไปจนไม่ได้เนื้อหาอะไร
ในตอนแรกไม่ควรเรียนมากๆ นานๆ เพราะจะทำให้ท้อ ถ้าไม่ได้เรียนมานาน อาจจะเริ่มที่ครั้งละสิบห้านาทีหรือครึ่งชั่วโมงก่อน ไว้เริ่มคุ้นๆ เริ่มมีกำลังใจมากขึ้น ค่อยเพิ่มเป็น 1 ชั่วโมง แต่ถ้าจะเรียนนานกว่า 1 ชั่วโมง ให้มีช่วงพักด้วยนะคะ เช่น เรียน 50 นาที พัก 10 นาที สมองจะได้ไม่ล้า
เรียนครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ (เช่น วันละครึ่งชั่วโมงทุกวัน - สัปดาห์นึงเรียนได้ 3 ชั่วโมงครึ่ง) ดีกว่าเรียนอัดแน่นหลายชั่วโมง แค่สัปดาห์ละครั้ง (เช่น ในหนึ่งสัปดาห์ เรียนรวดเดียวสี่ชั่วโมง เฉพาะเสาร์เช้า วันอื่นไม่แตะเลย) นะคะ ไม่งั้นจะเบื่อ จะล้า จากอยากเรียนกลายเป็นรู้สึกเรียนเพราะถูกบังคับ
เวลาที่ใช้แต่ละวัน ควรทำตารางไว้นะคะ แต่ยืดหยุ่นได้ค่ะ ไม่ต้อง strict มาก ไม่งั้นจะเบื่อ ไม่อยากเรียน เราเรียนตามใจตัวเองค่ะ แต่อย่างน้อยๆ ก็จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อวันค่ะ ในแต่ละวัน ควรมีการบันทึกไว้หน่อยนะคะ ว่าเรียนอะไรไปบ้าง เขียนเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ ง่ายๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องใช้ศัพท์หรูหรือประโยคซับซ้อน
พอเราเริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแล้ว เวลาว่างๆ เช่น นั่งเล่นอยู่ หรือระหว่างนั่งรถเมล์ ก็อาจจะลองนึกคำศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ นะคะ ใช้เวลาว่างๆ ให้เป็นประโยชน์ค่ะ คำไหนนึกไม่ออก ก็จดไว้ แล้วค่อยมาเปิดพจนานุกรม หรือลองคิดว่าถ้าจะถามชาวต่างชาติว่าคำๆ นี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรนะ ก็จะได้ฝึกถามคำถาม และใช้คำง่ายๆ ในการสร้างประโยค อธิบายคำ
หลังๆ เราไม่รู้สึกว่ามันเป็นเวลาเรียนเลยอ่ะ อย่างเวลาอ่านข่าวภาษาอังกฤษ ดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ เรียนรู้คำศัพท์ สำนวนอย่างกลมกลืนกับความบันเทิงที่ได้รับ จนเหมือนแค่ว่าเราจัดระบบกิจกรรมในแต่ละวันใหม่ แค่นั้นเอง เช่น แต่ก่อนดูละครน้ำเน่า ก็มาดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ Soundtrack แทน เข้า web ไร้สาระมากไป ก็มาติดตามข่าวจาก New York Times, CNN, USA Today แทน คนเรามี 24 ชั่วโมงเหมือนกันแต่อยู่ที่การบริหารเวลา ว่าจะพอหรือไม่พอกับความต้องการของเรา พอภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้ว เราก็จะไม่รู้สึกว่ามันเป็นการเรียน แถมยังเพลิดเพลินอีกด้วย
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 13:55:15 ]
ความคิดเห็นที่ 103
***********************************************
Study Skills
***********************************************
สำคัญนะคะ ถ้าเข้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนในต่างประเทศ จะเห็นว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับ Study Skills เยอะมาก บางแห่งมีศูนย์ให้คำแนะนำเรื่องการเรียนอย่างมืออาชีพเลยค่ะ มันไม่ใช่แค่ ตั้งใจเรียนนะ จดบันทึก ทบทวน แต่มันมี trick มี tool มีอีกหลายๆ อย่างที่ช่วยให้เราเรียนดีขึ้นได้ อย่างที่ I-Zone จะมีหนังสือเกี่ยวกับ Study skill เยอะ มีชุด kit เกี่ยวกับ Study Skill ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วย ถึงบางเล่มจะเก่า แต่เนื้อหาและวิธีการสอนดีมากเลยค่ะ
หาอ่านได้ง่ายๆ และฟรี จาก Internet ก็แค่พิมพ์คำว่า "Study Skills" ลงใน search box ของ Google คลิกค้นหา ก็เจอเยอะแยะเลยค่ะ
ขอแนะนำข้อมูล Study Skills จาก Virginia Polytechnic Institute and State University ค่ะ
http://www.ucc.vt.edu/stdyhlp.html
หนังสือไทยที่อยากแนะนำให้อ่าน เขียนโดยอาจารย์วิโรจน์ ถิรคุณค่ะ ชื่อ "เรียนมหาวิทยาลัยอย่างไร ให้สำเร็จและมีความสุข" และ "ศิษย์จากดาวพระเสาร์ อาจารย์จากดาวพฤหัสฯ" เดี๋ยวนี้ ตามร้านหนังสือมีหนังสือแนวนี้เยอะค่ะ เนื้อหารวมๆ ก็ใกล้เคียงกันค่ะ ให้เลือกเล่มที่อ่านแล้วชอบที่สุดและเข้ากับตัวเองมากที่สุด จะดีที่สุดค่ะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 13:57:13 ]
ความคิดเห็นที่ 104
***********************************************
หนังสือที่ควรเริ่มต้นอ่าน
***********************************************
หาหนังสือแนะนำวิธีเรียนภาษาอังกฤษมาอ่าน มีเยอะเลยค่ะ จะอ่านของผู้เขียนท่านใดก็ได้นะคะ ตามชอบค่ะ
เล่มที่เราชอบมากสุดก็ภาษาอังกฤษร้ายสาระค่ะ ข้อมูลเพียบเลย ตอนแรกที่เราเริ่มหาข้อมูล ก็ลองผิดลองถูก เข้าเว็บนั้นออกเว็บนี้ อ่านเล่มนั้นซื้อเล่มนี้ เวิร์กบ้างไม่เวิร์กบ้าง จนมาอ่านหนังสือของคุณมารพิณได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง งานเขียนของคุณมารพิณเป็นแรงบันดาลใจให้เราเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา คุณมารพิณนี่แหละค่ะที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา
เล่มอื่นๆ ที่ชอบและยังเก็บไว้ ก็มีหนังสือของครูเคท ดร.วชรวรรณ คุณยงยุทธ ฯลฯ
หนังสือของอาจารย์เศรษฐวิทย์ ชื่อ ภาษาอังกฤษนะเหรอ ง่ายจะตาย และ ภาษาอังกฤษผิดกันอยู่นั่นแหละ ก็ดีนะคะ
การอ่านหนังสือเหล่านี้ จะช่วยให้เราเห็นภาพรวม เห็นจุดบกพร่องในการใช้ภาษาของคนไทย และวิธีการแก้ไข ประเด็นสำคัญๆ ที่เรามักมีปัญหากันก็คือ Collocation การออกเสียง การฟัง คำศัพท์ โครงสร้างประโยค พอจับประเด็นได้ การเรียนภาษาอังกฤษก็ง่ายขึ้นค่ะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:00:15 ]
ความคิดเห็นที่ 105
***********************************************
แนะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการอ่าน
***********************************************
บางส่วนของหนังสือที่เรามักลืมๆ อ่านกันก็คือ ส่วนแรกๆ ของหนังสือซึ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะคำนำ บทคำ คำแนะนำการสอบ คำแนะนำการใช้หนังสือ พวกนี้มันอยู่ต้นๆ เล่มค่ะ อย่างหนังสือเตรียมตัวสอบ TOEFL หรือ IELTS มักจะมีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการการเตรียมตัวสอบ เราช้อบ ชอบที่จะอ่าน แม้เราจะไม่ได้สอบก็เถอะ ครั้งต่อไปที่เพื่อนๆ อ่านหนังสือ ลองอ่านๆ กันหน่อยนะคะ แล้วจะได้อะไรเยอะเลยค่ะ
วิธีการอ่านหนังสือของเรา เรามักจะอ่าน ปกหน้า ปกหลัง คำนำ สารบัญ แล้วก็อ่านแต่ละบทคร่าวๆ ทำอย่างงี้แทบทุกเล่มค่ะ จะได้เข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้เขียนและวิธีการใช้หนังสือเล่มนั้นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ หนังสือเรียน ตรงส่วนบทนำ เขาจะอธิบายว่ามีกี่บท ควรใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ละบทมีโครงสร้างอย่างไร มีแบบฝึกหัด กิจกรรม อะไรให้ทำบ้าง
ประวัติผู้แต่งก็น่าอ่านนะคะ ของบางคนจะอยู่ที่หน้าปกด้านในหรือปกหลังด้านใน ของบางคนอยู่หลังคำนำ ของบางคนอยู่ท้ายเล่มค่ะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:02:47 ]
ความคิดเห็นที่ 106
***********************************************
ทักษะทั้งสี่: ฟัง พูด อ่าน เขียน
***********************************************
ทักษะแปลว่า ความชำนาญค่ะ เราต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ จะได้ชำนาญ อย่างที่เคยบอกไว้ว่า Practice, Practice, and Practice
ทั้ง 4 ฟัง พูด อ่าน เขียน นี้ แบ่งเป็น Input และ Output ค่ะ
1. ทักษะประเภท Input - ทักษะการอ่าน กับ การฟัง 2. ทักษะประเภท Output - ทักษะการพูด กับ การเขียน
มัน in มัน out ยังไง ดูข้างล่างนี้นะคะ
I *read* your words (INPUT: your thoughts go INto my head). I *listen* to you. (INPUT: your thoughts go *INto* my head).
I *speak* to you. (OUTPUT: my thoughts go *OUT* of my head). I *write* to you. (OUTPUT: my thoughts go *OUT* of my head).
ทักษะที่เป็น input เราสามารถเรียนด้วยตัวเองได้ มีวิธีหรือแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจเราเยอะ แต่ทักษะการพูดและการเขียนที่เป็น ouput นั้น ถึงเราสามารถเริ่มเรียนพื้นฐาน หลักการบางอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่เราจะไม่รู้ว่าเวลามัน go out of our heads แล้ว มันถูกมั้ย เค้าเข้าใจเรามั้ย นี่แหละข้อจำกัดของการเรียนด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว หากได้ฝึกกับ native speaker หรือครูผู้สอนที่เชี่ยวชาญจะดีกว่าเรียนด้วยตัวเองอย่างเดียวนะคะ การที่มีครูดีๆ คอยแนะนำ ติ ชม ให้เราได้แก้ไขการออกเสียง การใช้ประโยค จะยิ่งช่วยให้ภาษาเราพัฒนาไปได้เร็วและใช้ได้ถูกต้องมากค่ะ
การจะเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ดี ต้องเรียนรู้ทั้งสี่ทักษะค่ะ ดูอย่างการสอบ TOEFL iBT และ IELTS สิ เค้าวัดทักษะเราทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนเลยนะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:06:47 ]
ความคิดเห็นที่ 107
"ประสบการณ์เป็นครูที่ดีที่สุด แต่ไม่ฉลาดเลยถ้าจะเรียนรู้เอง โดยไม่มีใครสอน"
เบนจามิน แฟรงกลิน นักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาชาวอเมริกัน (1706-1790)
-------------------------------------------------------------- << จากหนังสือ "พลิกความคิด ชีวิตดีสุดๆ!" หน้า 81 >>
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:11:58 ]
ความคิดเห็นที่ 108
***********************************************
Vocabulary
***********************************************
*** การเพิ่มพูนคำศัพท์ต้องขยันอ่าน ขยันคิด ขยันเปิดพจนานุกรม ขยันท่องและทวนค่ะ
เวลาเรียนรู้ศัพท์ให้เรียนเป็นกลุ่มๆ หมวดๆ นะคะ เช่น วันนี้จะเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศ พรุ่งนี้จะเรียนคำศัพท์เครื่องเขียน การเรียนเป็นกลุ่มๆ เวลาจดบันทึกก็จะเป็นหมวดๆ จำง่ายขึ้น จะจดเป็นแผนภูมิหรือ mind map ก็จะช่วยให้จำง่ายขึ้นนะ ยิ่งวาดรูปประกอบก็ยิ่งดีค่ะ
*English Vocabulary in Use* ก็ดีค่ะ มีให้เลือกหลายระดับ เอาที่เหมาะกับเรา เช่น ถ้ายังรู้ศัพท์ไม่มาก ก็อย่าเพิ่งไปใช้เล่ม Advanced level เอา pre-intermediate ดูก่อน การเรียนต้องอย่าไปเร่งนะคะ เรื่อง level ของหนังสือ ไม่ต้องไปยึดติดว่าเราจบระดับไหนมา มหาวิทยาลัยไหน ถ้าภาษาห่วย ก็ต้องเริ่ม level แรกๆ ก่อน ปูพื้นให้ดีแล้วค่อยไต่ระดับขึ้นไป อย่างตอนเราฝึกการออกเสียงจาก Pronunciation in Use เรายังใช้ระดับ Elementary เลย
ตอนนี้ เราใช้พจนานุกรมภาพของเด็กค่ะ อย่าดูถูกว่าเป็นของเด็กๆ นะคะ เล่มนี้ สีสันสวย เข้าใจง่าย เพิ่มพูนคำศัพท์ได้เยอะ เล่มนี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อข้างบน เพราะเพิ่งซื้อมาค่ะ พจนานุกรมเล่มนี้ คือ *Word by Word Basic Picture Dictionary* ค่ะ มีคำศัพท์ 16 หมวด พร้อมภาคผนวก มีบทสนทนาด้วยนะคะ ของบางอย่างเรารู้แต่พอนึกเป็นภาษาอังกฤษแล้วนึกไม่ออก เล่มนี้ช่วยได้ค่ะ ภาพสวยช่วยจำเป็นอย่างดี นอกจากอ่านเองแล้ว จะเอาไว้สอนลูกสอนหลานสอนน้องได้ด้วยค่ะ พจนานุกรมภาพของสำนักพิมพ์อื่นๆ ก็ได้นะคะ หรือจะเอาแบบแปลไทยก็แล้วแต่ค่ะ เลือกเอาตามใจชอบค่ะ
อ่านเยอะๆ เพิ่มพูนคำศัพท์ แม้จะไม่รู้คำศัพท์ ก็เข้าใจเนื้อเรื่องได้นะคะ จากการเดาศัพท์ค่ะ
*** การเดาคำศัพท์จากบริบท (context)
ในเว็บ BangkokPost มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเดาคำศัพท์ อ่านเข้าใจง่ายดีค่ะ Using context to understand unfamiliar words http://www.bangkokpost.com/education/context.htm
เรื่องการหาคำศัพท์อย่างรวดเร็วและการออกเสียง เรามีผู้ช่วยค่ะ ก็เจ้าดิกพูดได้ของเรา นี่แหละ มีพจนานุกรมหลายเล่มอยู่ในนี้ จะเป็นอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ, ไทย-ไทย, สำนวน วลี, ศัพท์เฉพาะทาง ตั้งแต่ใช้เจ้าดิกพูดได้นี้ ช่วยทุ่นแรงได้เยอะเลย ช่วยให้หาศัพท์ได้ไว และฝึกออกเสียงไปในตัว แต่ก่อนจะใช้พจนานุกรม เราควรฝึกเดาศัพท์ก่อนนะคะ แล้วค่อยเปิดพจนานุกรมเพื่อตรวจสอบ แล้วอย่าลืมกดฟังเสียงแล้วพูดตามนะคะ
เรายังใช้พจนานุกรมที่เป็นเล่มอยู่นะคะ เพราะหาศัพท์คำนึง ตาเราก็จะเห็นศัพท์คำอื่นไปด้วย ไล่หาความหมายง่าย อ่านสบายตาเพราะไม่โดนจำกัดด้วยขนาดหน้าจอ เรื่องการออกเสียง ถึงไม่มีดิกพูดได้ก็ดูวิธีการออกเสียงในพจนานุกรม ซึ่งเค้าจะเขียนไว้ด้วย phonetic alphabet ค่ะ
ในส่วนของ collocation ที่เดี๋ยวนี้เน้นกัน ก็มี Oxford Collocation Dictionary นี่แหละ ที่ช่วยเวลาเราหาคำมาใช้
พจนานุกรม Collocation ของไทยก็ English by Example ของคุณวงศ์ วรรธนพิเชฐค่ะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:16:23 ]
ความคิดเห็นที่ 109
หวังว่าคงไม่ตาลายกันก่อนที่จะอ่านจบนะคะ
จากคุณ : Flowery - [ 18 ก.พ. 51 14:21:57 ]
ความคิดเห็นที่ 110
เยี่ยมเลยครับ
ผมเองก็อยากพัฒนาตนเองเหมือนกัน
ขอบคุณมากนะครับ อ่านแล้วดีมากๆ
จากคุณ : KikuAnonae - [ 18 ก.พ. 51 15:22:41 ]
ความคิดเห็นที่ 111
เข้ามาชื่นชมว่าคุณ Flowery มีความอุตสาหะวิริยะจริงๆเชียว เอ่อ...แล้วคิดถึงตัวเราเองหนอว่าหมู่นี้ขี้เกียจเรียนภาษาอังกฤษเสียจริงๆ .... กำลังจะฟิตใหม่เนี่ย...จะไหวไหมเอ่ย...???
มาคราวนี้เราเอา corpus มาฝาก มันเป็นฐานข้อมูลที่เก็บตัวอย่างประโยคมากมาย เขาว่ามีประมาณ 10 ล้านประโยคในฐานข้อมูล
ลองไปเล่นดูดิ เข้าไปแล้ว ป้อนคำศัพท์ (หรือ phrase เข้าไป) แล้วมันจะให้ประโยคที่สร้างขึ้นด้วยคำศัพท์ตัวนั้นหรือ phrase นั้นทีละ 50 ประโยค
เหมาะสำหรับเวลาเรียนคำศัพท์แล้วอยากรู้ว่าจะเอาคำศัพท์นั้นไปสร้างประโยคพลิกแพลง ได้อย่างไรบ้าง
ลองเข้าไปเล่นดู ไปที่
http://sara.natcorp.ox.ac.uk/lookup.html
หรือที่นี่ก็ได้
http://www.natcorp.ox.ac.uk/
รู้สึกว่ามันจะเป็นฐานข้อมูลเดียวกันนั่นแหละ แต่หน้าจอไม่เหมือนกัน....
เอ่อ...เข้ามา แก้ไข คคห นี้เพื่ออธิบายเพิ่มเติมวิธีใช้ corpus เราใช้มันร่วมกับ esl dictionaries
esl dictionaries คืออะไร?
มันคือ dictionaries ซึ่งผู้เชี่ยวชาญฝรั่งด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองระดมกำลังกันสร้างมันขึ้นมา (แต่ละเล่มจะใช้ lexicographers (คนทำ dictionaries) นับเป็นร้อยๆคนช่วยกันทำ ไม่ใช่ฉายเดี่ยวแบบ dictionaries คนไทยทำ)
จุดมุ่งหมายของ esl dictionaries ก็คือช่วย learners ให้ understand and compose นั่นก็คือเข้าใจคำศัพท์และเอาคำศัพท์ตัวนั้นไปเขียนประโยคได้อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้มี non-native speaker's errors คือข้อผิดพลาด (ในการใช้ภาษา)ของคนที่ภาษาพ่อภาษาแม่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษนั่นเอง
คนไทยหลายๆคนเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นสิบๆปีก็ได้แค่อ่านรู้เรื่อง แต่พอเขียนอะไรออกมามันจะผิดเพี้ยนไปเกือบหมดเลย จนผู้เรียนท้อใจ (ถ้ารู้ตัวนะ...) หรือไม่ก็หลงดีใจคิดว่าเขียนเก่งแต่จริงๆแล้วเขียนแย่มากๆ (ถ้าไม่รู้ตัวนะ...) ....ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเขาไม่รู้ความจริงว่า
"คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกือบทุกคำ มีพฤติกรรมเฉพาะตัวของมันที่ learners ต้องเรียนรู้"
การที่คนไทยจะเรียนภาษาอังกฤษจนเขียนได้เป็นธรรมชาตินั้น มีทางเป็นไปได้คือ
1. ไปโตในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุประมาณ ไม่เกิน 13 ขวบ หรือยิ่งเด็กกว่านั้นก็ยิ่งดี
2. ในกรณีที่เรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยหรือไปเรียนภาษาอังกฤษในประเทศอังกฤษหรืออเมริกา ตอนอายุเกิน 13 ขวบแล้ว (เช่นตอนจบปริญญาตรีจากเมืองไทยแล้วไปต่อปริญญาโทในต่างแดน) จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัย esl dictionaries เพื่อค่อยๆแก้ไข non-native speaker's errors ไปเรื่อยๆ ทีละนิด ทีละนิด จนหมดสิ้นซากไป learner ผู้นั้นจึงจะใช้ภาษาอังกฤษได้แบบ native speaker ตัวจริงเสียงจริง ...ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ ต้องใช้เวลาหลายปี....
เราแปะ links ไป corpus ให้ ก็เพื่อประโยชน์ที่ว่า ถ้าคุณขยันมากๆ พอใช้ esl dictionaries แล้วอยากดูตัวอย่างการเขียนประโยคเพิ่มเติม คุณก็จะเข้าไปที่ corpus ได้นั่นเอง เนื่องจาก corpus เป็นทรัพยากรทางด้านภาษาขนาดมหึมา ที่มีตัวอย่างประโยคอยู่ในฐานข้อมูลมากถึง 10 ล้านประโยค (คิดว่าประมาณนั้นนะ ถ้าจำไม่ผิด) และ dictionaries ค่ายใหญ่ๆ จะอาศัยตัวอย่างประโยคใน corpus เอาไปดัดแปลงใช้งานในการทำ dictionaries
และนี่คือ links ไป esl dictionaries 4 ชุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
Cambridge Advanced Learner's Dictionary http://www.dictionary.cambridge.org/
Longman Dictionary of Contemporary English http://pewebdic2.cw.idm.fr/
Oxford Advanced Learner's Dictionary http://www.oup.com/elt/catalogue/teachersites/oald7/?cc=th
Collins Cobuilds Advanced Learner's English Dictionary http://eedic.naver.com/
แก้ไขเมื่อ 19 ก.พ. 51 11:44:42
จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 19 ก.พ. 51 00:48:02 ]
ความคิดเห็นที่ 112
เอ่อแล้วอีกอย่างหนึ่งนะ เราเห็นมีคนหลายคนมากๆที่สนใจกระทู้นี้...
จึงอยากจะฝากบอกให้เพื่อนๆสมาชิกทุกๆคนที่สนใจอยากได้
"ห้องเรียนภาษาอังกฤษ"
ให้ลองกดช่วยกัน vote ดูอีกรอบหนึ่ง เพื่อขอ webmaster ว่าอยากได้ "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เคยมีคน vote กันหลายทีแล้วแต่คะแนนเสียงไม่พออ้ะ
หากคราวนี้ได้คะแนนเสียงพอ แล้วจัดตั้งห้องเรียนภาษาอังกฤษได้ เราจะช่วยเข้ามาเขียนบทเรียนให้ใหม่ ....วันละนิดวันละหน่อย ....คือทีแรกจะเขียนบทเรียนในห้องสมุดรวมเหมือนเดิม แต่กระทู้มันตกขอบไวมั่กๆเลย เขียนอะไรไปบางทีเราเองก็งงว่ามันอยู่ที่ไหนกันหว่า...??? แล้วก็เชื่อว่าคนอ่านก็คงจะงงด้วยเช่นเดียวกันอ้ะ..ก็เลยยังไม่ได้เริ่มเขียนบทเรียนใหม่เลยสักทีหนึ่ง.... แต่จริงๆแล้วเราคิดเทคนิคใหม่ๆในการเรียนภาษาอังกฤษได้อีกเพียบเลย...!!!
เอ้าช่วยกันกด vote หน่อยนะจ๊ะ......เพื่อนๆสมาชิกทั้งหลาย........
แก้ไขเมื่อ 19 ก.พ. 51 00:53:14
จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 19 ก.พ. 51 00:50:15 ]
ความคิดเห็นที่ 113
สวัสดีค่ะ คุณ tansy
ดีใจมากๆ เลยค่ะ คุณ tansy แวะเข้ามาอ่าน แถมยังแนะนำเว็บไซต์ดีๆ ให้ด้วย ขอบคุณนะคะ
เห็นด้วยกับการจัดตั้ง "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" ค่ะ อยากเรียนบทเรียนภาษษอังกฤษของคุณ tansy ด้วย ตอนนี้ก็ได้แต่อ่านตามกระทู้และเข้าไปอ่านใน blog หวังว่าคราวนี้ พวกเราน่าจะได้ "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" นะคะ
จากคุณ : Flowery - [ 19 ก.พ. 51 08:50:51 ]
ความคิดเห็นที่ 114
สุดยอดดดดดดดดดดดดด..... ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ยกนิ้วให้เลยค่ะ... โหวตๆๆๆ ค่ะ เดี๋ยวจะเรียกเพื่อน ๆ มาช่วยโหวตด้วย ฮ่าๆๆๆๆ
จากคุณ : Stand by bowky - [ 19 ก.พ. 51 12:10:33 ]
ความคิดเห็นที่ 115
สุดยอด.... อยากทำได้อย่างจขกท จังครับ
จากคุณ : rs (ruangt) - [ 19 ก.พ. 51 16:40:14 ]
ความคิดเห็นที่ 116
ขอบคุณ จขกท และทุกท่านที่กรุณาเข้ามาให้วิทยาทานค่ะ เมื่อวัยมัธยมต้นดิฉันชอบภาษามาก และชอบกว่าทุกวิชา ทำคะแนนได้ดีด้วย พอมามัธยมปลายหนักไปทางวิทย์คณิตและเริ่มถอยห่างภาเรื่อยๆ
จบมาทำงานต้องไปอยู่ชุมชนชนบทนานมากๆ เน้นการบริหารงานประสานงาน และอื่นๆ ที่ทำให้สมองล้าแต่กับตัวเลข การควบคุมกำกับงาน จึงยิ่งขาดการสนใจ ขาดทักาะ ขาดโอกาสอ่าน พูด ใช้ภาษาอังกฤษ
มาตอนนี้เริ่มรู้ว่าสำคัญ มีประโยชน์มากทั้งด้านการทำงาน การทำเงิน มาเริ่มเรียนในวัยสี่สิบ หูตาฝ้าฟางจะพิมพ์ทีหาตัวจิ้มซะอารมณ์เสีย จะสนทนากับชาวต่างชาติก็งูๆ ปลาๆ บวกภาษาใบ้ ไวยากรณ์นั้นไม่ต้องพูดถึงเอาพูดได้สื่อสารได้ก็ต้องขออนุญาตใช้ดิกฯ
3 วันก่อนบอกหลานที่กำลังเรียนชั้น ม.1 ให้ช่วยสอนเวลาปิดเทอม เอ้าให้กำลังใจทุกท่านค่ะ เริ่มตอนนี้ยังดีกว่าเริ่มในวัยเลข 4 เหมือนดิฉัน
ขอบคุณทุกท่าน จะเข้ามารับวิทยาทานจากผู้เก่งภาษาทุกท่านค่ะ
จากคุณ : โซไรดา - [ 19 ก.พ. 51 18:35:08 ]
ความคิดเห็นที่ 117
โอ้โห ขอบอกว่าดีมากเลยนะค่ะ สำหรับคำแนะนำ ดีๆ แบบนี้
ขอนำไปใช้เลยคะ
จากคุณ : chickiiz - [ 19 ก.พ. 51 19:40:59 ]
ความคิดเห็นที่ 118
อยากจะบอกว่าอายมาก เพราะจบเอกอังกฤษ แต่ไม่ได้ใช้เลย ก็เลยยังงูๆปลาๆอยู่เลย ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง พูดก็ไม่เก่ง อาจจะเป็นเพราะทัศนคติที่ไม่ดีของตัวเอง ที่มีต่อครูสอนก็ได้ ตอนนี้กำลังกลับมาเรียนใหม่ ตอนนี้เพิ่งจบคอร์ส TOEFL ที่เรียนมานานถึงหกเดือน หมดเงินไปหมื่นห้า แต่...ดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ฝึกทุกวัน เนื่องมาจากงานที่ทำอยู่
ตอนนี้ก็เลยจะเรียนต่อป.โทภาษาอังกฤษ แต่...ภาษาที่เรียนมาหกเดือนนั้นไม่ได้เรื่องเลย เหลือเวลาอีกสองเดือนที่จะต้องไปสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนต่อ ก็เลยไปหาซื้อแบบฝึกมาทั้งการฟังและการพูดที่เป็นจุดอ่อนของเรา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ฤกษ์ลงมือสักที
ตอนนี้ก็เลยปรับเวลาใหม่ จะพยายามนะคะ อีกสองเดือนจะพูดให้คล่องให้ได้เลย
จากคุณ : ryuzaki - [ 19 ก.พ. 51 19:55:07 ]
ความคิดเห็นที่ 119
... เข้ามาดู
จากคุณ : Mr. Fusion - [ 19 ก.พ. 51 20:09:39 ]
ความคิดเห็นที่ 120
โอ้! Mr. Fusion ให้เกียรติมาชมกระทู้ด้วย
ขอบคุณค่ะ ที่ ... เข้ามาดู
จากคุณ : Flowery - [ 19 ก.พ. 51 20:41:26 ]
| Create Date : 12 เมษายน 2551 |
| Last Update : 12 เมษายน 2551 15:31:38 น. |
| |
|
|
|
|
^-^ขอเล่าประสบการณ์ *การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง* ค่ะ ^-^ @ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ (ตอน 1)
ขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยกันโหวตเพื่อตั้่งกลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" ของเรานะคะ
* ตั้งกระทู้โหวต "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เมื่อ 26 ก.พ. 51 * ได้กลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เมื่อ 28 ก.พ.51
กลุ่มย่อย "ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" http://www.pantip.com/cafe/library/listerK.php?subgroup=20
"ห้องเรียนภาษาอังกฤษ" เกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเราร่วมแรงร่วมใจกันโหวต ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
**************************************************
เราขอเพิ่มสารบัญไว้ให้เพื่อนๆ อ่านกันง่ายขึ้นนะคะ เลขท้ายเรื่องเป็นเบอร์ของความคิดเห็นค่ะ
** เริ่มกันเลยนะคะ..............................................1 ** ขอแนะนำห้องสมุด และร้านหนังสือก่อนนะคะ........2 ** หนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนภาษาอังกฤษ..........18 ** รวบรวม website...........................................39 ** CNN...........................................................59 ** สมุดคำศัพท์ (Vocabulary notebook)................63 ** คำแนะนำจากคุณนัท305.................................73, 94 ** เล่าต่อ........................................................100 ** เริ่มต้นยังไงดี ??? .........................................101 ** การบริหารเวลา..............................................102 ** Study Skills.................................................103 ** หนังสือที่ควรเริ่มต้นอ่าน...................................104 ** แนะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการอ่าน.............105 ** ทักษะทั้งสี่: ฟัง พูด อ่าน เขียน...........................106 ** Vocabulary...................................................108 ** Corpus & ESL Dictionaries..............................111 ** คำแนะนำจากคุณ i_tua_yung............................124 ** คำแนะนำจากคุณพ้นสภาพนิสิต...........................125 ** คำแนะนำจากคุณ I'm Nart................................126 ** คำแนะนำจากคุณ satitp....................................127
***************************************************
สามเดือนมานี้ เรา *เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง* ค่ะ สาเหตุหลักๆ ที่ไม่ได้ไปลงเรียนคอร์สตามสถาบันสอนภาษาต่างๆ หรือเรียนกับครูสอนภาษาอังกฤษส่วนตัว เพราะเรามีเงินไม่มาก (จริงๆ แล้วงก) และสมาชิกหลายท่านใน pantip ก็แนะนำว่าการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองมีประสิทธิภาพไม่แพ้การเรียนที่สถาบันสอนภาษา ยิ่งในยุคปัจจุบัน นอกจากจะมีหนังสือ, สื่อการสอนทั้งเทป cassette, video, VCD, DVD ก็ยังมีสื่อการสอนทางอินเตอร์เน็ตมากมายให้เราดาวน์โหลดได้ ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนสอนภาษาอังกฤษ, ไฟล์เสียง, พจนานุกรมออนไลน์, webboard สำหรับ discuss การเรียนภาษาอังกฤษ เป็นต้น หากเราสามารถใช้สื่อต่างๆ ที่มีอยู่มากมายเหล่านี้ อย่างคุ้มค่าก็จะช่วยให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราดีขึ้น รวมไปถึงยังเป็นพื้นฐานในการศึกษาด้วยตัวเองในวิชาหรือความรู้เรื่องอื่นๆ ต่อไปได้อย่างดี
เพื่อนๆ ท่านอื่น อาจมีวิธีหรือเทคนิคการเรียนที่แตกต่างไปจากเรา แต่การได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ก็เป็นโอกาสอันดี เพราะเราคงไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง เพราะแต่ละคนก็มีข้อจำกัดทั้งด้านเวลา, การทำงาน, การเรียน, การเงิน แตกต่างกันไป
เราหวังว่ากระทู้นี้คงเป็นประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษของเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ
ก่อนหน้าที่เราจะเริ่มเรียนจริงจัง ภาษาอังกฤษเราห่วยมากๆ ดูหนังต่างประเทศก็ฟัง soundtrack ไม่รู้เรื่อง, ฟังเพลงก็ฟังไม่ออกว่าเขาร้องว่าอะไร, อ่าน Bangkok Post, The Nation ก็แปลผิดๆ ถูกๆ, ท่องอินเตอร์เน็ต ใช้ e-mail ก็ผิดๆ ถูกๆ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างที่กล่าวมาดีขึ้นมากเลย ก็เลยอยากจะนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังค่ะ แต่เนื่องจากมีหลายเรื่องที่อยากจะเล่า พิมพ์คราวเดียวคงไม่หมด จะทยอยพิมพ์ลงกระทู้นะคะ
**************************************************
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:17:53
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:14:56
แก้ไขเมื่อ 26 มี.ค. 51 00:11:31
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:56:56
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:55:41
แก้ไขเมื่อ 05 มี.ค. 51 20:51:47
แก้ไขเมื่อ 28 ก.พ. 51 22:42:01
แก้ไขเมื่อ 27 ก.พ. 51 00:19:19
แก้ไขเมื่อ 27 ก.พ. 51 00:18:20
จากคุณ : Flowery - [ 21 ม.ค. 51 21:37:12 ]
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6256228/K6256228.html
ความคิดเห็นที่ 1
เริ่มกันเลยนะคะ...
อันดับแรก เราตั้งเป้าหมายก่อน ว่าเราอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน คำศัพท์ และไวยากรณ์ ให้อยู่ในระดับที่ไปเรียนต่อต่างประเทศได้ นั่นคือไม่ใช่แค่เพื่อสอบ TOEFL หรือ IELTS เท่านั้น แต่รวมไปถึงพัฒนาความสามารถในการสนทนาภาษาอังกฤษใชีวิตประจำวัน ทักษะที่ต้องใช้ในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งหากเราไปเรียนตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ค่าใช้จ่ายก็หลายหมื่น และอาจได้คอร์สไม่ตรงใจ บางที่เด่นด้าน conversation บางที่เด่นด้าน writing หรือเนื้อหาการสอนที่มาฝึกให้เรา อาจเป็นเนื้อหาทั่วไป ไม่ตรงกับด้านที่เราจะไปเรียนต่อ หรือบางที่ต้องเรียนจันทร์ถึงศุกร์ เวลาราชการ บางที่เลิกเรียน 3 ทุ่ม ซึ่งก็ไม่เหมาะกับคนบ้านไกลอย่างเรา เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเรียนด้วยตัวเอง ที่สำคัญคืองกด้วยแหละ
ขั้นต่อไป หลังจากตั้งเป้าหมายได้แล้ว เราก็หาข้อมูลค่ะ ข้อมูลส่วนใหญ่ก็จาก pantip นี่แหละช่วยให้ข้อมูลผ่านทางกระทู้ต่างๆ ทุก
วันนี้เราก็ยังอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษเป็นประจำ ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ค่ะ, Blog ของเพื่อนๆ ที่น่ารักหลายท่าน ไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัย, ไปสถาบันสอนภาษาที่เล็งๆ ไว้ บางที่ก็ไปลองเรียนมาด้วย
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 21:54:58 ]
ความคิดเห็นที่ 2
ขอแนะนำห้องสมุด และร้านหนังสือก่อนนะคะ
เราใช้หลายที่เลยค่ะ แต่ละที่ถ้าเทียบกับการลงคอร์สสอนภาษาฯ ซึ่งคอร์สนึงอย่างต่ำก็ 3000 บาท แล้วค่าสมัครถูกกว่ากันเยอะค่ะ
1. ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง I-ZONE ที่ British Council
เราสมัครเป็นสมาชิกของ I-ZONE ที่ British Council สำหรับบุคคลทั่วไป ปีละ 1,300 บาท ถ้าเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็ปีละ 850 บาท แล้วถ้าเรียนที่ British Council อยู่ก็จะได้เป็นสมาชิกฟรีค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งความรู้หลักของเราเลยค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแพง เพราะปกติไม่ได้เสียเงินสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุดที่ไหน แต่ขอเน้นว่าคุ้มมากๆ ค่ะ
จะไปลองอ่านหนังสือดูก่อนก็ได้ว่าถูกใจมั้ย หรือจะลองสมัครราย 3 เดือน 6 เดือน ก็ได้ค่ะ
ที่นี่มีทั้งหนังสือ, ชุดหนังสือเรียนประกอบเทปหรือวิดีโอหรือ CD, นิตยสาร, หนังสือและแบบฝึกหัด IELTS, หนังสืออ่านเล่นทั้งแบบมีและไม่มีเทป, CD, คอมพิวเตอร์สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ มีโปรแกรมมากมายให้ฝึกภาษา จะไปหยิบ DVD มาดูที่คอมพิวเตอร์ก็ได้
ชุดหนังสือเรียนนั้น จะมีทั้งหนังสือเรียน คู่มือครู workbook และ เทปหรือวิดีโอหรือ CD ด้วยค่ะ ในคู่มือครูจะอธิบายว่าแต่ละบทควรเรียนอย่างไร คำอธิบายบทเรียน และมีเฉลยแบบฝึกหัดด้วย
หนังสือ หนังสือประกอบเทปหรือซีดี สามารถยืมได้ถึง 4 สัปดาห์เลยค่ะ, หนังสือหรือ สื่อสำหรับเตรียมสอบ IELTS สามารถยืมได้ 2 สัปดาห์ ถ้าใครจะสอบ IELTS จะลองฝึก speaking กับ Advisor ก็ได้นะ
หนังสืออ่านเล่นที่นี่มีเยอะ และมีแบบฝึกหัดสำหรับหนังสืออ่านเล่นแต่ละเรื่องด้วย อ่านไปฟังเทปไปก็ได้นะ มีมุมเครื่องเล่นเทปให้ค่ะ
อ่านหนังสือเบื่อๆ ลงมาดู BBC ที่ชั้น 1 ก็ได้นะคะ มีนิตยสารใหม่ๆ, เอกสารการท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร, ข้อมูลการศึกษาต่อสหราชอาณาจักรแบ่งตามมหาวิทยาลัยให้เลือกศึกษามากมาย จะสอบถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ค่ะ ทุกคนใจดีและยินดีให้บริการ
เว็บไซต์: http://www.britishcouncil.org/th/thailand-info-izone-resources.htm
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:01:49 ]
ความคิดเห็นที่ 3
2.ห้องสมุดมหาวิทยาลัย
ตอนนี้เป็นศิษย์เก่าแล้ว ก็เลยต้องเสียค่าสมาชิกรายปี แต่จะว่าไปก็คุ้ม เพราะหนังสือเยอะ ทั้งใหม่และเก่า ประหยัดค่าหนังสือไปได้เยอะ และที่ห้องสมุดนี้ก็มีศูนย์โสตฯ ด้วย ซึ่งที่ศูนย์โสตฯ มีภาพยนตร์, สารคดี, วิดีโอสอนภาษาอังกฤษ มีให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะภาพยนตร์เก่า หรือภาพยนตร์ออกใหม่ก็มีให้ยืมดู
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:05:18 ]
ความคิดเห็นที่ 4
3. ห้องสมุด AUA
เนื่องจากที่นี่คือสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา จึงเหมาะมากกับคนที่จะไปเรียนต่ออเมริกาหรือสนใจเกี่ยวกับประเทศอเมริกาค่ะ
การอ่านหนังสือในห้องสมุด AUA ถึงไม่สมัครสมาชิกก็ได้ ก็เข้าไปอ่านได้ค่ะ แต่ยืมออกไม่ได้นะ ถ้าอยากยืมต้องสมัครสมาชิกและชำระเงินค่าประกันหนังสือ
ในห้องสมุดมีหน่วยแนะแนวการศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย มีเอกสาร แผ่นพับ ข้อมูลมหาวิทยาลัยต่างๆ ใน USA เยอะเลยค่ะ
ถ้าชอบดูภาพยนตร์ ที่นี่มีภาพยนตร์ หรือสารคดีของสหรัฐอเมริกาให้เลือกชมแบบที่ศูนย์โสตฯ ค่ะ เสียค่าสมาชิกปีละ 200 บาท เท่านั้น ค่าสมาชิกทั้งปี ถูกกว่าซื้อ DVD บางเรื่องอีก
ที่ AUA มี Student Learning Center คล้ายๆ I-ZONE ของ British Council ค่ะ ที่นี่มี Conversation Hour ด้วยนะคะ คุยกันทั้งนักเรียนและอาจารย์ชาวต่างชาติค่ะ
ดูรายละเอียดได้จาก URL ข้างล่างค่ะ http://www.auathailand.org/slc/index.html
เว็บไซต์ FAQ ของห้องสมุด AUA: http://www.auathailand.org/library/faqth.asp
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:11:20 ]
ความคิดเห็นที่ 5
4. ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือศูนย์หนังสือจุฬาฯ นั่นเอง
เรามักจะไปสาขาสยามสแควร์ เพราะอยู่ติดกับ British Council จ้ะ ถ้าจะหาหนังสือภาษาไทยอยู่ชั้น 1 ส่วนหนังสือจากต่างประเทศอยู่ชั้น 2 จ้ะ โซนหนังสืออ่านเล่น เล่มเล็กๆ ที่ชั้น 2 มีที่ให้นั่งอ่าน หลายๆ คนก็ไปอ่านกันตรงนั้นค่ะ เราก็มักจะไปดูหนังสือบ่อยๆ บางสำนักพิมพ์ไม่ดัง แต่พิมพ์ตำราออกมาดี ก็มีนะ หรือถ้าสงสัยก็ถามพี่ๆ ได้ค่ะ พี่เค้าเชี่ยวชาญอยู่แล้ว หรือถ้าเล็งหนังสือเล่มไหนไว้ โทร.ไปสั่งจองไว้ก่อน แล้วค่อยไปซื้อก็ได้ จะได้รู้ว่าที่สาขานั้นมีหนังสือรึเปล่า และช่วยประหยัดเวลาเดินหาหนังสือเอง โดย ส่วนตัว เรามักจะหาหนังสือจากทางเว็บไซต์ก่อนจ้ะ แล้วค่อยไปที่ศูนย์หนังสือ
เว็บไซต์: http://www.chulabook.com/cgi-bin/main/2007/home.asp
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:12:50 ]
ความคิดเห็นที่ 6
5. ร้าน Kinokuniya
สาขาที่เราไปประจำก็สาขาสยามพารากอน นี่แหละค่ะ สะดวกดี เสร็จจากอ่านหนังสือก็แวะไปดูหนังสือ มีให้เลือกเยอะมากๆ มีที่ให้นั่งอ่านได้สบาย แต่ที่นั่งน้อยไปหน่อย ไปทีไรเห็นหนอนหนังสือทั้งไทยและเทศ เอาบันไดสำหรับปีนหยิบหนังสือไปเป็นเก้าอี้นั่งอ่านกัน บางทีหนังสืออยู่สูงต้องใช้บันได ไปเจอบางงคนอ่านอย่างขะมักเขม้นมากจนไม่กล้าไปขอบันไดเลย ต้องรอเค้าอ่านเสร็จค่อยไปหยิบบันได
ถ้าเล่มไหนห่อพลาสติกไว้ อยากลองอ่านดูเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ก็นำไปให้เจ้าหน้าที่แกะพลาสติกออกได้เลยค่ะ บางเล่มตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เลยไม่ได้ให้แกะ เจ้าหน้าที่ยังเสนอจะแกะให้ด้วย
ถ้าหาหนังสือไม่เจอจะถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ก็ได้นะคะ เค้าจะพาเราไปที่ชั้นหนังสือหาจนกว่าจะได้เลยค่ะ หรือจะกดหาเองที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ เมื่อหาหนังสือเจอแล้ว เราสามารถสั่งพิมพ์ออกมาได้ค่ะ จะมีข้อมูลรายละเอียดหนังสือ และชั้นวางหนังสือ ถ้าไม่มีแต่เราอยากได้หรือมีอยู่ที่สาขาอื่น ก็เอาใบนี้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เค้าจัดการให้ค่ะ จะหาทางอินเตอร์เน็ตตาม URL ข้างล่างก็ได้ค่ะ
เว็บไซต์: http://bookweb.kinokuniya.co.jp/indexohb.cgi?AREA=07
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:15:57 ]
ความคิดเห็นที่ 7
6. B2S
สาขาที่เราไปก็คือสาขา Central World ค่ะ ที่นี่เป็นร้านหนังสือ 1 ใน 3 แห่งที่เราชอบไป ที่นี่นอกจากอ่านหนังสือ เลือกหนังสือ นั่งกินกาแฟแล้ว ยังมีห้องผลิตหนังสือเสียงบีทูเอส เพื่อคนตาบอดด้วยค่ะ ถ้าใครพอมีเวลา ก็ไปอ่านกันนะคะ ถ้าไปครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะแนะนำเกี่ยวกับการอ่านและการใช้คอมพิวเตอร์ในห้องบันทึกเสียงค่ะ หลายคนเป็นขาประจำก็จะจองห้องไว้ก่อน เราอาจจะต้องรอรอบถัดไป ถ้าไม่แน่ใจก็โทร.ไปก่อนก็ได้ค่ะ เบอร์ 02-646-1270-3 ต่อ 365 หรือ 02-646-1274
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:18:46 ]
ความคิดเห็นที่ 8
^-^ถ้าเพื่อนๆ สนใจอยากอ่านต่อ รอตอนต่อไปนะคะ จะเล่าเรื่องหนังสือที่เราใช้ค่ะ^-^
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 21 ม.ค. 51 22:23:56 ]
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณนะคะ มีประโยชน์มากเลยแล้วมาเล่าต่อเร็วๆนะคะ
จากคุณ : CanDy AppLe - [ 21 ม.ค. 51 22:47:14 ]
ความคิดเห็นที่ 10
=_= ดีจังเลยครับ แต่แต่ละที่มันอยู่ไกลบางนามากๆเลยครับ
แค่ทำงานขับรถไปก็เหนื่อยมากแล้วครับ มีที่แนะนำอีกมั้ยครับ หรือเป็นWebsiteก็ได้
จากคุณ : ike38 - [ 21 ม.ค. 51 23:20:52 ]
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณครับ ผมมีข้อจำกัดหลายประการ เรียนด้วยตัวเองเลยสะดวก คิดอยากจะเรียนไว้ใช้และไว้สอบเก็บคะแนนโทเฟลอยู่ ขอบคุณที่มาเล่าประสบการณ์และให้คำแนะนำ แต่เสียดายที่ผมคงไม่ได้เข้ามาอ่านบ่อย ๆ เก็บได้ครบทุกกระทู้
จากคุณ : RealWorld - [ 22 ม.ค. 51 06:50:33 ]
ความคิดเห็นที่ 12
ยกย่องในความตั้งใจอันแรงกล้าคับ สู้ ๆ สู้ตาย
ตอนนี้อยากเรียนภาษาจีนกับญี่ปุ่นอะดิ
จากคุณ : microbe - [ 22 ม.ค. 51 15:59:39 A:71.112.7.143 X: TicketID:074393 ]
ความคิดเห็นที่ 13
^ ^ ^ ภาษาญี่ปุ่นเรอะ จัดห้ายยยยย... http://www.nhk.or.jp/lesson/thai/index.html
จากคุณ : Canossa - [ 22 ม.ค. 51 16:23:51 ]
ความคิดเห็นที่ 14
สวัสดีค่ะ ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ จะรีบพิมพ์มาให้อ่านกันต่อค่ะ
To..คุณ ike38
ในส่วนของ Website จะรวบรวมมาลงให้ค่ะ รอก่อนนะคะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 22 ม.ค. 51 21:00:31 ]
ความคิดเห็นที่ 15
จะลองทำดูนะคะ
จากคุณ : ][NuUnAn-- - [ 23 ม.ค. 51 08:10:07 ]
ความคิดเห็นที่ 16
เข้ามารออ่านสิ่งดีๆครับ
จากคุณ : Hogmeades (hogmeades) - [ 23 ม.ค. 51 11:19:23 ]
ความคิดเห็นที่ 17
มาต่อไวๆนะคะรออ่านอยู่ค่ะ
จากคุณ : ก้าวไปตามใจฝัน - [ 23 ม.ค. 51 12:02:47 ]
ความคิดเห็นที่ 18
*********************************************** มาแล้วค่ะ......
วันนี้ ขอแนะนำเกี่ยวกับหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนภาษาอังกฤษนะคะ
***********************************************
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:02:30 ]
ความคิดเห็นที่ 19
เริ่มกันที่นักเขียนไทยก่อนนะคะ
นักเขียนไทยที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษดีๆ มีหลายท่าน ได้แก่ คุณแสงชัย สุนทรวัฒน์, คุณเศรษฐวิทย์, คุณลำดวน จาดใจดี, คุณมารพิณ, คุณยงยุทธ, ครูเคท, ดร.วชรวรรณ, คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์, คุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ เป็นต้น
ถ้าจะลงผลงานของท่านทั้งหลาย คงพิมพ์ไม่หมด เพราะมีมากและหลายท่านยังมีผลงานต่อเนื่องเรื่อยๆ หากเพื่อนๆ สนใจก็หาจาก website ของห้องสมุด หรือร้านหนังสือที่เราให้ไว้ข้างบนนะคะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:04:31 ]
ความคิดเห็นที่ 20
หนังสือแนะนำการเรียนภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษร้ายสาระ ของคุณมารพิณ ดีมากๆ ค่ะ ควรจะเริ่มอ่านจากเล่มนี้ก่อน ให้คำแนะนำได้ดีมาก
ไม่ต้องเรียนเมืองนอกก็เก่งอังกฤษได้ โดยคุณยงยุทธ
เรียนภาษาอังกฤษกันเข้าไปพูดไม่ได้สักที โดย ครูเคท ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไง ทำไมไม่สำเร็จสักที โดย ครูเคท
DIY MIND MAP พูดและคิดภาษาอังกฤษจากจิตใต้สำนึกอย่างอัตโนมัติ โดย ดร.วชรวรรณ
ภาษาอังกฤษแบบฝรั่งเข้าใจ คนไทยเก็ท โดย คริสโตเฟอร์ ไรท์
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:08:19 ]
ความคิดเห็นที่ 21
***หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ***
* natural English ของ Oxford มีทั้ง Student's book, Teacher's book, Class CD, Workbook, Puzzle book, Listening booklet เรายืมมาฝึกที่บ้าน บทเรียนสนุก มีการ์ตูน มุขตลก บทความ บทสนทนาที่น่าสนใจ
* Interchange ของ Cambridge เคยได้ยินมาว่าที่ AUA ใช้ Interchange ไม่รู้ตอนนี้ยังใช้อยู่รึเปล่า ใครเรียน AUA ช่วยบอกหน่อยนะคะ เนื้อหาแต่ละบททันสมัย น่าสนใจ
เราชอบ natural English มากกว่า เพราะฮาดี และภาพสวย เน้นบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ที่ใช้พูดกันจริงๆ ในชีวิตประจำวัน
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:10:25 ]
ความคิดเห็นที่ 22
***Pronunciation***
* American Accent Training สำหรับคนที่อยากฝึก accent แบบอเมริกัน
* English Pronunciation in Use สำหรับคนที่อยากฝึก accent แบบอังกฤษ
* Program Pronunciation Power 1 & 2 มี video clip แสดงรูปปากเวลาออกเสียง ทั้งที่เป็นปากคนจริงๆ และรูปภาพ มี dictionay และ เกมส์ให้เล่นด้วย
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:12:23 ]
ความคิดเห็นที่ 23
***Grammar***
* Practical English Usage ดีมาก ไว้เป็น reference เวลาต้องการตรวจสอบ grammar
* Grammar in Use
* Understanding and Using English Grammar
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:14:59 ]
ความคิดเห็นที่ 24
***Vocabulary***
* The Heinemann ELT English Wordbuilder เก่าแต่ดีมากๆ เพิ่มพูนคำศัพท์ได้เยอะก็จากเล่มนี้แหละ
* English Vocabulary in Use
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:17:37 ]
ความคิดเห็นที่ 25
***Reading Newspaper***
* English by Newspaper ของ Bangkok Post โดย อาจารย์ Terry Fredrickson และอาจารย์ Paul Wedel
เราอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรู้เรื่องก็จากเล่มนี้แหละ อธิบายดี ละเอียด มีแบบฝึกหัดและเฉลย, แผนภาพ, และรวบรวมคำศัพท์ที่พบบ่อยในหนังสือพิมพ์ไว้ด้วย
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:21:55 ]
ความคิดเห็นที่ 26
***Speaking***
* ศิลปะการสนทนาภาษาอังกฤษ โดย ดร.สำราญ สัมฤทธิสุวรรณ มี 3 เล่ม และมี mp3 ประกอบแต่ละเล่มด้วย
* สบายๆ เมื่อจับไมค์พูดอังกฤษ โดย รศ.งามพริ้ง รุ่งโรจน์ดี
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:24:35 ]
ความคิดเห็นที่ 27
***Translation***
* แปลให้เป็นแล้วเก่ง ของดร.เตือนจิตต์ จิตต์อารี
* เรียนแปลอังกฤษ ของผศ.นเรศ สุรสิทธิ์
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:27:28 ]
ความคิดเห็นที่ 28
*** Readers ***
เป็นหนังสือที่สำนักพิมพ์ต่างๆ เอามาทำให้อ่านง่าย โดยมีที่มาจากเรื่องสั้นบ้าง, วรรณกรรมเยาวชน, บทประพันธ์ของนักเขียนชื่อดัง, นิยายที่นำไปทำเป็นภาพยนตร์บ้าง แต่เดิมเป็นหนังสืออย่างเดียว ต่อมาก็เป็นหนังสือประกอบเทป ตอนนี้เป็นหนังสือประกอบ audio CD อ่านไปฟังไป หรือฟังอย่างเดียวก็ได้ ฝึกได้ทั้งการอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน
บางเล่มจะมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ด้วย เช่น ใน Sense and Sensibility ก็จะมีกล่าวถึง Polite Society ในยุคนั้น ส่วน ในเรื่อง A Christmas Carol ก็จะมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Charles Dickens, Christmas ในยุคนั้น ส่วนท้ายเล่มจะมีแบบฝึกหัดให้ทำเพื่อทดสอบความเข้าใจด้วยค่ะ
ทางสำนักพิมพ์จะมีการจัดระดับความยากง่ายของหนังสือแต่ละเล่มค่ะอย่างของ Macmillan จะแบ่งเป็น Starter, Beginner, Elementary, Pre-intermediate, Intermediate, Upper-intermediate ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเราควรจะอ่าน level ไหน ลองอ่านระดับง่ายๆ ก่อน ถ้าง่ายๆ ไป ก็ up ขึ้นมาเรื่อยๆ
สำนักพิมพ์ที่เราชอบมากสุด ก็ของ Macmillan มี concept ว่า Simply Read ค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:29:15 ]
ความคิดเห็นที่ 29
เพื่อนๆ อาจจะลองอ่าน Princess Diaries, Casiono Royale, The Phantom of the Opera, Dracula, Frankenstein, The Beach, Jurassic Park มาอ่านก็ได้ การอ่านเรื่องที่เราคุ้นเคยจะทำให้เรารู้เรื่องง่ายขึ้น และมีกำลังใจในการอ่านจ้ะ
การที่เราได้อ่าน Princess Diaries, Sense and Sensibility, Emma, A Christmas Carol, Oliver Twist ในแบบ readers ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจในการอ่านผลงานของ Meg Cabot, Jane Austen, Charles Dickens ฉบับจริง เราไปเจอหนังสือของ Charles Dickens และ Jane Austen ที่ห้องสมุดตั้งหลายเล่ม บางเล่มตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1841 แหนะ
สำนักพิมพ์อื่นก็ได้แก่ Penguin Active Reading, Oxford Readers เป็นต้น
ถ้าอยากจะดู Catalogue ก็เข้า website ของสำนักพิมพ์นั้นๆ ค่ะ ใน website จะมีแบบฝึกหัด, answer key, fact sheet ให้download ด้วย
Macmillan: http://www.macmillanenglish.com/ProductType.aspx?id=28250
Penguin: http://plrcatalogue.pearson.com/
Oxford: http://www.oup.com/elt/catalogue/teachersites/readers/?cc=global
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:30:41 ]
ความคิดเห็นที่ 30
***Dictionary ***
* Collins COBUILD Learner's Dictionary * Oxford Collocations dictionary for students of English * Longman Language Activator * พจนานุกรม English by Example
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:32:28 ]
ความคิดเห็นที่ 31
***อื่นๆ ***
* เราใช้ E-book ที่เพื่อนๆ ใน pantip แจกให้ หรือจาก CD TOEFL, IELTS ก็จะมี PDF files ดีๆ เยอะ แต่บางเล่มอาจเป็น edition เก่า แต่เนื้อหาก็ใช้ได้อยู่จ้ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:33:54 ]
ความคิดเห็นที่ 32
***สงสัยอะไร ก็ถามไว้ในกระทู้นะคะ จะมาตอบให้***
***ตอนต่อไปจะรวบรวม website มาให้ตามที่สัญญาค่ะ***
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 23 ม.ค. 51 23:35:13 ]
ความคิดเห็นที่ 33
ขอเพิ่มหนังสือของคุณเปรมจิต บีท ค่ะ
*เรียนรู้โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ เพื่อการพูด-อ่าน-เขียน-แปล*
เหมาะสำหรับปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องโครงสร้างประโยคค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 24 ม.ค. 51 02:57:28 ]
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณมาก ขอให้ประสบผลสำเร็จนะครับ
จากคุณ : james (visyur) - [ 24 ม.ค. 51 11:54:24 ]
ความคิดเห็นที่ 35
อยากขอเว็บไซด์ที่สอนภ.อังกฤษ มีให้โหลดเก็บไว้อ่านด้วยก็ดีนะคะ ขอบคุณค่ะ
จากคุณ : bporporb (bporporb) - [ 24 ม.ค. 51 14:23:44 ]
ความคิดเห็นที่ 36
thank you a lot.
จากคุณ : เตียวกงจื้อ - [ 28 ม.ค. 51 15:32:05 ]
ความคิดเห็นที่ 37
ขอเวลารวบรวมหน่อยนะ
ใกล้เสร็จแล้วค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 29 ม.ค. 51 19:50:35 ]
ความคิดเห็นที่ 38
ขอบคุณครับ ^__^
จากคุณ : หนองน้ำแห้ง - [ 30 ม.ค. 51 10:19:26 ]
ความคิดเห็นที่ 39
วันนี้ รวบรวม website มาให้ตามสัญญาแล้วค่ะ
นอกจากเพื่อนๆ จะใช้ Link ที่เราโพสต์ไว้แล้ว เพื่อนๆ ก็อาจจะ search เอง โดยใช้ Google ( http://www.google.com ) หรือ หาจากกระทู้ใน Pantip นี่แหละ ( http://search.pantip.com/cgi-bin/ss ) มีคนตั้งกระทู้ถาม-ตอบเกี่ยวกับ link ไปยัง website สอนภาษาอังกฤษอีกหลายกระทู้เลยค่ะ
รายชื่อ website ข้างล่างนี้ เป็น web ที่เราเข้าไปบ่อยๆ หลาย web มี podcast ให้ดาวน์โหลดด้วย
ถ้าใช้ Google หา แค่พิมพ์ English podcast ก็มี web ให้เลือกมากมายเลยล่ะค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:11:58 ]
ความคิดเห็นที่ 40
* BBC Learning English http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/index.shtml
* British Council Learn English http://www.britishcouncil.org/learnenglish
* VOA News: Special English. Learn American English and Much More. http://www.voanews.com/specialenglish/index.cfm
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:13:02 ]
ความคิดเห็นที่ 41
* เรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์กับ Bangkok Post http://www.readbangkokpost.com
* Storynory Kids Audio Stories ฝึก listening จากการฟังนิทานค่ะ ถึงจะเหมาะสำหรับเด็ก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราก็ฟังได้นะคะ http://storynory.com
* English Teacher John เป็น web ของอาจารย์ John ซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่น มีบทเรียนภาษาอังกฤษให้ดาวน์โหลดด้วย http://www.englishteacherjohn.com
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:20:03 ]
ความคิดเห็นที่ 42
* Randall's ESL Cyber Listening Lab - For ESL-EFL Students http://www.esl-lab.com/index.htm
* English Club ~ Learn English Teach English http://www.englishclub.com/index.htm
* Guide to English Language Resources http://www.ir.bsu.by/guideresources.html
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:23:04 ]
ความคิดเห็นที่ 43
* Ogden's Basic English http://ogden.basic-english.org
* Using English for Academic Purposes http://www.uefap.com/index.htm
* Business Letter Writing Basics http://esl.about.com/cs/onthejobenglish/a/a_basbletter.htm
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:24:47 ]
ความคิดเห็นที่ 44
ถ้าอยากได้บทเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ลองพิมพ์คำว่า ESL หรือ EFL ลงไป จะเจอ website เยอะแยะเลยค่ะ
ขอให้มีความสุขกับการเรียนภาษาอังกฤษกันนะคะ
เคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ที่การฝึกฝนเป็นประจำค่ะ
*** Practice, Practice, and Practice ***
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 31 ม.ค. 51 19:30:03 ]
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณมากๆเลยค่า ตอนนี้คิดว่าปิดเทอมจะเรียนด้วยตัวเองอยุ่คะ เพราะคะแนนอังกฤษยำแย่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
จากคุณ : rerina (rerina) - [ 1 ก.พ. 51 13:36:06 ]
ความคิดเห็นที่ 46
ผมโวต และเก็บไว้ในคลังแล้ว ที่หลังไม่ต้องพิมพ์แนะนำแล้ว เอากระทู้นี้ให้อ่านเลย
จากคุณ : K.Senior - [ 4 ก.พ. 51 02:38:24 ]
ความคิดเห็นที่ 47
ข้อมูลมีประโยชน์มากๆ ขอบคุณค่ะ เรากำลังอยากพัฒนาภาษาอังกฤษอยู่พอดี
จากคุณ : becotiz - [ 4 ก.พ. 51 13:36:49 ]
ความคิดเห็นที่ 48
http://www.englishtips.com เป็นเว็บไซที่รวบร;ม EBook เกี่ยวกับภาษอังกฤษไว้มากมาย ยังไงก็ลองเข้าไปดูนะครับ
จากคุณ : eng (TBBS) - [ 4 ก.พ. 51 21:29:20 ]
ความคิดเห็นที่ 49
ขอโทษษครับ http://www.englishtips.org ครับ ไม่ใช่.com
จากคุณ : eng (TBBS) - [ 4 ก.พ. 51 21:30:26 ]
ความคิดเห็นที่ 50
สุดยอดครับ นับถือในความมุ่งมั่นและความพยายาม รวมถึงน้ำใจที่นำมาบอกกล่าวแก่เพื่อนๆ เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากครับ
ผมก็เคยตั้งใจไว้ว่าจะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอยู่เหมือนกัน หนังสือก็ซื้อมาหลายเล่มแล้ว จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เริ่มซักที ปัญหาหลักๆก็มาจากความขี้เกียจของตัวเองนี่แหละครับ
สิ่งที่ยากที่สุดก็คงเป็นการรักษาความขยันและความสม่ำเสมอในการฝึกให้มีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ยังไงก็ขอบคุณ Flowery ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมฮึดสู้อีกครั้งนะครับ จะรออ่านต่อไปนะครับ
จากคุณ : Odengya - [ 9 ก.พ. 51 17:19:36 ]
ความคิดเห็นที่ 51
เข้ามาแอบอ่านค่ะ ยังอ่านไม่จบหรอก แต่แอบเห็นชื่อหนังสือนี้... >>แปลให้เป็นแล้วเก่ง ของดร.เตือนจิตต์ จิตต์อารี<< เล่มนี้เราก็มีค่ะ อุดหนุนอ. แต่... มันหายตอนที่ย้ายบ้าน เหอะๆๆๆ
จากคุณ : i_tua_yung - [ 10 ก.พ. 51 22:51:35 ]
ความคิดเห็นที่ 52
สวัสดีค่ะ ทุกๆ คน
เราเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อวานนี้เองค่ะ ไปอบรมมา 1 สัปดาห์เต็ม วิชาการแน่นเอี้ยด แต่ได้ฝึกภาษาอังกฤษด้วย เพราะวิทยากรมาจากสหรัฐอเมริกาครึ่งหนึ่ง วิทยากรไทยส่วนใหญ่ก็บรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษเยอะเลยค่ะ
วันนี้เคลียร์งานเสร็จ ก็มาเช็คกระทู้ทันที ดีใจมากๆ ค่ะ ที่เพิ่อนๆ ให้ความสนใจกันต่อเนื่อง ไม่คิดเลยว่าจะได้รับโหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ขอบคุณคุณ K.Senior ที่ช่วยโหวตและเก็บไว้ในคลังกระทู้นะคะ เราได้ความรู้ภาษาอังกฤษจากคุณ K.Senior เยอะเหมือนกัน ความรู้ภาษาอังกฤษส่วนหนึ่งก็ได้มาจากกระทู้ใน pantip นี่แหละค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่ช่วย vote นะคะ
แล้วจะมา update เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษเรื่อยๆ ค่ะ คุยกันหลังไมค์ได้นะคะ
***สู้ๆ ค่ะ ***
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 10 ก.พ. 51 22:53:30 ]
ความคิดเห็นที่ 53
เข้ามาชื่นชมกับความมีอุตสาห วิริยะของคุณ จขกท
และการมีน้ำใจให้ทานความรู้แก่ผู้อื่น
ขอให้มีความสุขความเจริญ
จากคุณ : PatPDX - [ 11 ก.พ. 51 10:33:56 ]
ความคิดเห็นที่ 54
สู้ ๆ
จากคุณ : Madame Bovary - [ 11 ก.พ. 51 14:39:25 ]
ความคิดเห็นที่ 55
ขอร่วมสนับสนุนและชื่นชมคุณ Flowery ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
จากคุณ : Incrisis - [ 11 ก.พ. 51 17:18:01 ]
ความคิดเห็นที่ 56
เง้อ...
อยาก อยาก อยาก ได้แต่อยากอยู่นั่นแหละค่ะ ยังไม่ทำหรือฝึกอะไรจริงจังสักที เฮ้อ...
เราอยากหาเพื่อนไว้คุยเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน เพื่อนเรามันไปเรียนออสฯ กลับมา มันพิมพ์อังกฤษ แต่เราตอบเป็นไทย เฮ้อ เฮ้อ.. ได้แต่เซ็งตัวเอง
ยังไงก็ขอบคุณ จขกท. นะคะ จะพยายามฝึกฝนง่า.. T_T
จากคุณ : ke@ - [ 11 ก.พ. 51 18:54:55 ]
ความคิดเห็นที่ 57
สวัสดีค่ะ ทุกคน
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้นะคะ
*คุณ ke@* คุยกับเราก็ได้นะคะ จะภาษาไทยก็ได้ หรือภาษาอังกฤษก็ดีค่ะ
เราเริ่มจากไม่รู้เรื่องมาก่อน เวลาย้อนกลับไปอ่าน e-mail เก่าๆ รู้สึกเลยว่าตอนนั้นใช้ภาษาอังกฤษมั่วไปหมด ไม่ว่าจะเลือกคำศัพท์ผิด ไวยากรณ์ผิด เครื่องหมายวรรคตอนผิด แต่ถ้าเราฝึกบ่อยๆ พยายามแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นๆ ทีละนิดทีละหน่อย ภาษาอังกฤษก็จะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:00:56 ]
ความคิดเห็นที่ 58
วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับ *การฟังข่าว CNN* และ *การจดสมุดคำศัพท์ หรือ Vocabulary notebook* ค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:04:43 ]
ความคิดเห็นที่ 59
************************************
CNN
************************************
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:15:26 ]
ความคิดเห็นที่ 60
CNN ย่อมาจาก Cable News Network รายการของ CNN มีมากมาย ดูผังรายการได้จากทาง website ค่ะ
http://edition.cnn.com/CNNI/schedules/schedule.4.html
ในเว็บไซต์ CNN เราสามารถฝึกได้ทั้งการฟังข่าวและการอ่านข่าวเลยค่ะ มี script ให้ดาวน์โหลดด้วยนะคะ
ช่วงแรก ยังฟังไม่ค่อยออก อย่าเพิ่งท้อค่ะ ฟังไปเรื่อยๆ จะเริ่มคุ้นกับรูปแบบการนำเสนอข่าว แล้วจะเริ่มจับคำ จับประโยคได้มากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:16:07 ]
ความคิดเห็นที่ 61
รายการของ CNN มีหลายประเภทนะคะ ได้แก่ Global News, Interview and Debate, Life Style, Documentary Series, Business News
Global News ก็มีรายการ CNN Today, World News, World Report, Your World Today
Interview and Debate ก็มีรายการ Larry King Live, ANDERSON COOPER 360 degree, International Correspondents, Late Edition with Wolf Blitzer, Principaส Voices
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:17:24 ]
ความคิดเห็นที่ 62
มี Audio & Video Podcasts ให้ดาวน์โหลดจาก website ได้ค่ะ
http://edition.cnn.com/services/podcasting/
บางคนแนะนำว่าให้ฝึกภาษาอังกฤษจากข่าว เพราะคำศัพท์ในข่าวส่วนใหญ่จะเป็นศัพท์ที่ทันสมัย และใช้กันบ่อยๆ เทคนิคการอ่านข่าว เพื่อนๆ หาได้จากหนังสือที่เราแนะนำไว้ข้างบน หรือจะเข้าไปอ่านจาก website BangkokPost ก็ได้ค่ะ มีตัวอย่างการแปลและคำอธิบายด้วยค่ะ
ยิ่งเลือกข่าว เลือกรายการที่เราสนใจ ก็ยิ่งทำให้เราพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นและเร็วขึ้นค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:18:28 ]
ความคิดเห็นที่ 63
************************************
สมุดคำศัพท์ (Vocabulary notebook)
************************************
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:20:02 ]
ความคิดเห็นที่ 64
การเพิ่มพูนคำศัพท์สำคัญมากในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเรา หากเรามีสมุดจดคำศัพท์ที่ดีก็จะยิ่งส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเราค่ะ
การจดสมุดคำศัพท์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด จะจดแค่ 2 ช่องอย่างที่เราเคยจดๆ กัน ไม่พอหรอกค่ะ เพราะถ้าเราจดแค่คำศัพท์และความหมายภาษาไทย เวลาเอาไปใช้อาจจะมีปัญหาในการใช้ได้ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าคำนั้นอ่านออกเสียงอย่างไร เวลาเอาไปใช้ในประโยคมีหน้าที่ของคำเป็นอะไร (part of speech) คำนั้นมักใช้ร่วมกับคำไหน เป็นต้น
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:21:36 ]
ความคิดเห็นที่ 65
***ควรจะจดอะไรบ้าง***
1. *คำศัพท์* จดให้ถูกต้องนะคะ เวลาใช้คำจะได้ไม่สะกดผิด
2. *การออกเสียง* จะได้ออกเสียงถูก จะจดเป็นไทยก็ได้ ถ้าจดได้ใกล้เคียงกับเสียงจริงยิ่งดีค่ะ เช่น
เราจด "mango อ่านว่า แม้งโก่" เพราะเรา accent พยางค์แรก และอยากจดให้ใกล้เคียงกับเสียงจริง
บางคนอาจจะจดเป็น phonetic alpabet จะจดตามแบบพจนานุกรม British English หรือ American English ก็แล้วแต่ชอบค่ะ
3. *หน้าที่ของคำในประโยค (part of speech)* เช่น เป็น adjective, adverb, noun, เป็นต้น
4. *หลักไวยากรณ์* เช่น คำว่า enjoy ใช้กับคำที่ลงท้าย ing ก็จดว่า
"enjoy + -ing form; I enjoy going to parties"
5.common partners คำที่มักใช้ร่วมกัน เช่น คำว่า make ใช้ได้กับหลายกรณี
เราก็จดลงไปว่า make a mistake, make a decision, make a mess
6. *Special style* เช่น คำที่เราจดเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ อย่างเช่น
purchase (fml)
kids (infml)
fml = formal, infml = informal
*ถึงจะมีองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนที่ควรจดเกี่ยวกับศัพท์คำนั้น แต่เราไม่ต้องจดทั้งหมดนี้ลงในสมุดคำศัพท์ก็ได้ค่ะ*
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:29:59 ]
ความคิดเห็นที่ 66
สมุดคำศัพท์ของเราที่ใช้อยู่จะแบ่งเป็น 4 ช่องค่ะ ช่องแรกเป็นคำศัพท์และหน้าที่ของคำ ช่องที่ 2 ความหมายเป็นภาษาไทย ช่องที่ 3 ความหมายที่จดเป็นภาษาอังกฤษ ช่องนี้เรามักจะลอกมาจากพจนานุกรม Collins COBUILD Learner's Dictionary เพราะใช้คำง่ายๆ อธิบาย และช่องสุดท้ายเป็นตัวอย่างประโยคหรือตัวอย่างวลีค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:34:16 ]
ความคิดเห็นที่ 67
บางคำเราจะจดการออกเสียงไว้ด้วย ในช่องคำศัพท์บรรทัดล่างลงมา โดยทำเครื่องหมาย accent กำกับด้วย
การจดสมุดคำศัพท์ให้เลือกรูปแบบที่เราชอบ หลักๆ ก็ควรจะมีคำศัพท์ หน้าที่ของคำในประโยค ความหมายตัวอย่างการใช้ค่ะ
บางคนอาจจะจดคำศัพท์เป็นกลุ่มๆ ใช้แผนผัง ใช้ mindmap หรือใช้รูปภาพประกอบก็ได้ค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:43:27 ]
ความคิดเห็นที่ 68
อาจจะทำ Index ไว้ท้ายเล่ม เวลาหาคำจะได้หาคำศัพท์ง่ายขึ้นค่ะ ถ้าจะทำ index ให้เขียนหมายเลขหน้าไว้ที่มุมกระดาษทุกหน้านะคะ แต่ถ้าใช้สมุดบัญชี ส่วนใหญ่จะพิมพ์เลขหน้าไว้ที่หัวมุมกระดาษแล้วค่ะ
*หมายเหตุ อ้างอิงจากหนังสือ English Vocabulary in Use (pre-intermediate & intermediate) unit 2 Keeping a Vocabulary Notebook ค่ะ
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:44:24 ]
ความคิดเห็นที่ 69
*** ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษนะคะ ***
จากคุณ : Flowery (Flowery) - [ 11 ก.พ. 51 22:47:19 ]
ความคิดเห็นที่ 70
นับถือเลยครับ ชื่นชมๆ
จากคุณ : Apisit TU - [ 12 ก.พ. 51 01:28:18 ]
| Create Date : 12 เมษายน 2551 |
| Last Update : 12 เมษายน 2551 15:26:48 น. |
| |
|
|
|
|
ขอร้องเถอะครับ อยากร้องไห้อยู่แล้ว
มันเป็นหนังสือที่มีหน้าปกสีขาว ตรงกลางจะมีสี่เหลี่ยมสี่ม่วงๆ
เป็นหนังสือประมาณ เรื่องสั่นเชิงนิทาน
ผมพอจำเนื้อหาข้างในได้บ้าง ที่มีชื่อเรื่องเช่นว่า
ดินสีชมพู รุ้งวิเศษ
ผมจำได้แค่นี้จริงๆครับ น่าจะสำนักพิมพ์ แพรว ไม่ก็ อมรินทร์
คือตอนนี้เล่มนี้มันไม่อยู่แล้ว หาย... ซึ่งเคยอ่านตอนเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว
อยากทราบว่ามันชื่อหนังสืออะไร แค่นั้นล่ะครับขอบคุณครับ
แก้ไขเมื่อ 07 เม.ย. 51 15:31:29
จากคุณ : BlT_HorroR - [ 7 เม.ย. 51 15:30:36 ]
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6495597/K6495597.html
รอความเห็นถัดไป ... แหะๆ
จากคุณ : =^aEaY^= - [ 8 เม.ย. 51 22:30:33 ]
ความคิดเห็นที่ 2
ลองไล่ๆหาในเว็บ http://www.naiin.com ดูสิคะ
จากคุณ : BoOKend - [ 9 เม.ย. 51 22:28:04 ]
ความคิดเห็นที่ 3
ชื่อเรื่อง นิทานแห่งความสุขค่ะ
จากคุณ : Mulate - [ 11 เม.ย. 51 15:22:49 A:58.8.244.225 X: ]
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณ คุณ Mulate มากครับ
ซึ้ง
จากคุณ : BlT_HorroR - [ 12 เม.ย. 51 14:12:38 ]
| Create Date : 12 เมษายน 2551 |
| Last Update : 12 เมษายน 2551 15:20:19 น. |
| |
|
|
|
|
คนญี่ปุ่น โดนพวกฝรั่งดูถูกมั้ยครับ @ หว้ากอ
เห็น ชาวเอเชียส่วนใหญ่ (ส่วนมากมาจากประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา)
มีัเสียงบ่นกันมากมายว่า โดนดูถูก โดนหยาม โดยพาดพิง หรือมองในแง่ไม่ดีตลอด
จึงอยากรู้ว่า อย่างเอเชียที่พัฒนาแล้วขีดสุด เช่น
ญี่ปุ่น
อาจรวมถึง เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ไรเงี้ยครับ
ฝรั่งจะมองเหมือนพวกเอเชียอื่นรึเปล่า ?
+++ ป.ล. มีเงื่อนไขว่า รู้ด้วยนะว่าเป็นคนมาจากไหน ประเทศอะไร ไม่ใช่แค่เห็นแต่ภายนอก แล้วเหมารวมว่าเป็นคนจีน คนญี่ปุ่น +++
จากคุณ : BlT_HorroR
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6502880/X6502880.html
ความคิดเห็นที่ 1
ยุโรปบางประเทศ เห็นเป็นเอเชียก็โดนดูถูกหมดครับ
ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ฐานะของประเทศ แต่พวกนี้มัน racism ครับ เหยียดชนชาติ
จากคุณ : Evanescent - [ 9 เม.ย. 51 19:59:27 ]
ความคิดเห็นที่ 2
โดนครับ มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนนึง เป็นนายแบบหน้าใส และดูดีมาก โดนสาวๆ นางแบบที่เป็นฝรั่ง นิสัย_หรี่ นิดๆพูดใส่หน้าว่า ทำนองว่า ฉันคงทนไม่ได้ ถ้าต้องถูกนายดูดปากดุนลิ้น
แฮะๆ ฟังครั้งแรกนึกในใจว่า ":-)" (ขออภัยถ้าหยาบคาย)
ปล..ตกใจกับระบบเปลี่ยนคำอัตโนมัติของพันทิป เจ๋งจริง
แก้ไขเมื่อ 09 เม.ย. 51 20:00:36
จากคุณ : V--Bank--V - [ 9 เม.ย. 51 19:59:38 ]
ความคิดเห็นที่ 3
ไม่รู้ทำไมดูถูกกันอยู่ได้ ทั้งๆที่เราก็ไม่น่าไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนนะ หรือ เป็นเพราะเอเชียพัฒนาไปมากเช่นญี่ปุ่นพัฒนาดีกว่าพวกยุโรปเจริญๆบางประเทศด้วยซ้ำ เขาคงหมั่นไส้หรืออิจฉาละมั้งผมว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกคนหรอกนะ จะว่าคนที่เป็นคือคนที่ไร้การศึกษาก็ว่าได้ เช่นฝรั่งบางคนถามคนไทยว่าขี่ช้างอยู่หรือไม่ นั้นเขาไร้การศึกษาแน่ๆๆ และเป็นคำถามไม่ควรถาม หรือ คำถาม โง่ๆ (กรุงเทพรถติดจะบ้าตายอยู่แระ-*-) ดังนั้นฝรั่งก็ไม่ได้เป็นกันทุกคนหรอกครับ เฉพาะพวกไร้การศึกษาเท่านั้น
จากคุณ : kepok - [ 9 เม.ย. 51 20:22:37 ]
ความคิดเห็นที่ 4
ช่างเค้าเถอะคับ ชาติมันดีนักหนามากหรอ -*-
จากคุณ : sunzacool - [ 9 เม.ย. 51 20:23:27 ]
ความคิดเห็นที่ 5
มันก็มีทุกที่นั่นแหละค่ะ แม่แต่คนไทย
จากคุณ : มิ้นๆ (mint_la) - [ 9 เม.ย. 51 20:33:47 ]
ความคิดเห็นที่ 6
เหมือนกันหมดครับ โดนเหมารวมว่า Asians บางที ญี่ปุ่น โดนหนักกว่าเพื่อน ฝรั่งที่ประเทศที่ผมอยู่ชอบญี่ปุ่นเรียกว่า แจ๊บๆ ซึ่งถือเป็นการดูถูกเขามาก แต่ที่บอกนี่ก้อเป็นแค่ฝรั่งบางคนนะครับ ไม่ใช่ทุกคน
จากคุณ : gouppa - [ 9 เม.ย. 51 20:38:46 ]
ความคิดเห็นที่ 7
เมื่อเกือบสี่สิบปีที่แล้วผมไปเยอรมัน มันคิดว่าผมเป็นญี่ปุ่น มันดูถูกครับ
แต่ระยะหลังนี่มันเอาใจมากครับเพราะญี่ปุ่นรวย
จากคุณ : doublezero - [ 9 เม.ย. 51 20:40:59 ]
ความคิดเห็นที่ 8
เจ้งครับ
J-POP K-POP
ไปโชว์แถบยุโรป เค้ามองเหมือนหมาเลย [ความรู้สึกของดารา]
เราว่าเค้าดูถูกที่พวกเราสีผิวเหลืองรึเปล่า [มองโกลอย]
ปล. มองอีกแง่นึง เราว่า อิจฉามากกว่าครับ
ถ้ามันดูถึงคือไม่อยากจับต้อง แล้วมันจะไปทำให้เป็นเมืองขึ้นทำไม
แก้ไขเมื่อ 09 เม.ย. 51 20:44:24
จากคุณ : Fanta l Fish l Future - [ 9 เม.ย. 51 20:41:31 ]
ความคิดเห็นที่ 9
เรื่องดาราไม่ให้เขาดูถูกได้ไงละ
ของเขาเน้นคุณภาพ บางคน50 ยังเป็นพระเอกอยู่เลย
แต่ของเอเชีย เน้นแต่หล่อๆ หุ่นจ่อยๆ เก้กๆ ไม่มีคุณภาพเลย
จากคุณ : vierzehn - [ 9 เม.ย. 51 21:04:03 ]
ความคิดเห็นที่ 10
ถ้าเค้าเป็นคนที่ดูถูกคนเนี่ย ไม่ว่าเราจะเป็นคนชาติไหน มันก็ต้องหาเรื่องมาดูถูกได้อยู่ดีนั่นแหละ
ทางจิตวิทยาเค้าว่าพวกที่ดูถูกคนเนี่ย มันมีปมด้อยในใจ เลยต้องดูถูกคนอื่นเพื่อที่จะทำให้ตัวเองดูเหนือกว่า เป็นกลไกป้องกันตัวเองอย่างนึง
เราทำงานกับฝรั่ง เราโดนมันด่าว่า "ไอ้หมาตัวเมีย" ก็เพราะว่าเราทำงานได้ดีกว่ามันอะ
จากคุณ : Living Extreme - [ 9 เม.ย. 51 21:09:39 ]
ความคิดเห็นที่ 11
#9 ก็สิทธิของเราไม่ใช่เหรอครับ
จากคุณ : ohh_no - [ 9 เม.ย. 51 21:11:41 ]
ความคิดเห็นที่ 12
คนบ้านเรายังดูถูกประเทศเพื่อนบ้านเลยครับ
เป็นกันหมดแหละ
จากคุณ : oro - [ 9 เม.ย. 51 21:32:22 ]
ความคิดเห็นที่ 13
เคยไปทำโก๊ะๆไว้ แล้วโดนด่าประมาณว่า "ไอ้ตัวกินข้าว" อ่ะครับ
ไม่รู้จะเจ็บดีมั้ย
จากคุณ : มนุษย์ถ้ำ - [ 9 เม.ย. 51 21:47:56 ]
ความคิดเห็นที่ 14
ดูถูกด้วยการเหยียดผิว
ผิวดำ ผิวเหลือง
จากคุณ : คนหัวหงอก - [ 9 เม.ย. 51 21:48:23 ]
ความคิดเห็นที่ 15
ความคิดเห็นที่ 12
คนบ้านเรายังดูถูกประเทศเพื่อนบ้านเลยครับ
^ ^ ถูก โดยเฉพาะคนลาว ชอบล้อว่า ไอ้ลาว
จากคุณ : vierzehn - [ 9 เม.ย. 51 21:52:21 ]
ความคิดเห็นที่ 16
^ ^ ถูก
มันต่างอะไรกับการที่เราเองยังดูถูกคนในประเทศแถวอินโดจีน ฉันใดก็ฉันนั้น
จากคุณ : Shoe_Shine - [ 9 เม.ย. 51 22:03:47 ]
ความคิดเห็นที่ 17
อืม ดูละครแล้วย้อนดูตัว
จากคุณ : AVSystem - [ 9 เม.ย. 51 22:44:15 ]
ความคิดเห็นที่ 18
คนไทยด้วยกัน คนละภาคกันยังดูถูกกันเลยครับ
. . .
จากคุณ : ไม่มีสมาชิกชื่อนี้ - [ 9 เม.ย. 51 23:16:58 ]
ความคิดเห็นที่ 19
คนเหยียดผิวไม่สนความเจริญหรอกครับ ฝรั่งเหยียดผิวยุโรปยังไม่ชอบหน้านิกเกอร์มะริกันเลย แต่จะว่าไปญี่ปุ่นไม่ได้เจริญรุดหน้าเท่าฝรั่งอย่างที่เราเข้าใจ เพราะเราดูเทคโนพื้นๆก็เลยเข้าใจไปอย่างนั้น ยกตัวเอย่างเครื่องยนต์ดีเซลขนาดหนัก รึซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พี่ยุ่นยังต้องตามฝรั่งต้อยๆและให้เกียรตินับถือฝรั่งมากนาคับ พวกเทคโนระดับแนวหน้าจะเป้นของฝรั่งทั้งหมด แล้วญี่ปุ่นก็เป็นผู้ตามไปเรื่อยๆ ไม่ใช่พวกสินค้าเอวีธรรมดาอย่างที่เราเห็น
จากคุณ : x - [ 9 เม.ย. 51 23:21:11 A:210.246.64.211 X: TicketID:052378 ]
ความคิดเห็นที่ 20
แสดงว่าคบกันแค่ผิวเผิน เข้าไม่ถึงหัวใจ
จากคุณ : อั๋น ทรงวุฒิ - [ 9 เม.ย. 51 23:27:00 ]
ความคิดเห็นที่ 21
ฝรั่งมันไม่ได้ฉลาดทุกคนน่ะครับ บางคนมันยังเหยียดคนที่มันโง่กว่าด้วยซ้ำ ก็ตลกดี
จากคุณ : cookiecompany - [ 9 เม.ย. 51 23:29:12 ]
ความคิดเห็นที่ 22
ก็เหมือนไทยเรา ไม่ต้องมองอื่นไกล บางคนก็ยัง "กรุงเท๊พ กรุงเทพ" เลยครับ
จากคุณ : ชื่อสุดท้ายคือคุณ - [ 9 เม.ย. 51 23:37:00 ]
ความคิดเห็นที่ 23
#19 ไปเรียกว่านิกเกอร์ให้ผิวสีฟัง ระวังโดนอุ้มนะครับ
เคยโดนเหมือนกันครับ พวกผิวสี ขับรถผ่านพวกโชว์นิ้วกลางให้เลย บางทีเดินตามถนนก็มีคนตะโกนล้อเลียน ก็คิดได้แค่ว่า "คนเจริญแล้วเค้าไม่ทำกัน"
จากคุณ : ขอบฟ้าบูรพา - [ 9 เม.ย. 51 23:39:57 ]
ความคิดเห็นที่ 24
#19 เทคโนโลยีญี่ปุ่นไม่ธรรมดานะ มีอยู่ยุคหนึ่งญี่ปุ่นทำsupercomputerเร็วกว่าของฝรั่ง นาซาก็ยังต้องสั่งอุปกรณ์ไฮเทคมาจากญี่ปุ่น เพียงแต่เราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเราเลยคิดว่าญี่ปุ่นมีแต่เทคโนโลยีconsumerเท่านั้น
จากคุณ : saha - [ 9 เม.ย. 51 23:41:09 A:58.64.86.119 X: TicketID:111025 ]
ความคิดเห็นที่ 26
ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ดูถูกคนไทยนะครับ อินเดียก็ดูกถูกไทย
ง่ายๆ สามประเทศนี้เเย่งกันใหญ่ เเย่งกันเป็นที่หนึ่ง เวลาเดินใน campus อย่างเช่นอเมริกา พวก ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เดินเชิดหน้า เลยก็ว่าได้
เเต่ จีน โดนดูถูกมากที่สุดครับ เดินไปไหนมีเเต่คนหัวเราะ ขบขัน (เพราะมันทำตัวน่ารังเกียจเอง) อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น นี่ออกอาการชัดมากๆ ที่ไหนมี สมาคมนักเรียนจีนเข้าร่วม ก็จะไม่ค่อยอยากเข้าร่วมกิจกรรมครับ
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 01:33:18
จากคุณ : Atomic Secret - [ 10 เม.ย. 51 01:31:24 ]
ความคิดเห็นที่ 27
ใช่ ให้คนกรุงเทพเลิกดูถูกคนอีสาน คนใต้ คนเหนือซะก่อน คนพวกนี้ก็เหมือนฝรั่งพวกนั้นแหละ ไม่รู้เร้ยนี้มันยุคใหนแล้ว
จากคุณ : !!! - [ 10 เม.ย. 51 04:35:06 A:58.64.90.198 X: TicketID:172964 ]
ความคิดเห็นที่ 28
มันโง่อะครับ เป็นสัณชาติญาณ สมัยก่อนฝรั่งเป็นบาบาเรี่ยน นานกว่าเอเชียอีก ไม่ได้ศึกษา ปวศ มา เลยเป็นงี้ มากระแดะต่ออีก
เอาเข้าจริงมันแยกไม่ออกหรอกครับ จีน เกาหลี ไทย ยุ่น ผมเจอมันพยายามทักมาหลายภาษาเหล่านี้ เห็นผิวเหลือง ผมดำ เหมือนกันหมด มันแยกไม่ออก
ผมเอง เคยไปเที่ยวผับมะกัน เคยโดนด่าว่าเป็น ฟัคking gook หรือไงเนี่ย เซ็งเป็ด mangก็อ้วน เรื้อน แค่ยิ้มให้มารำคาญละ
คนที่ด่าก็ไร้การศึกษาแน่ๆ เอาให้รู้จริง คนเอเชียเรียนเก่งพัฒนาประเทศมันไปเท่าไหร่แล้ว sadd เมา ระบายหน่อย พวกนี้มันโง่และคิดว่าพวกตัวเองดี แต่เอาจริง โง่มากครับ ในระดับการทำงานระดับเดียวกัน แค่อาจไม่เข้าถึงวัฒนธรรมมันเท่านั้น
จากคุณ : ขอเอาชื่ออากงเป็นเดิมพัน - [ 10 เม.ย. 51 04:42:36 ]
ความคิดเห็นที่ 29
กว่าจะแก้คำsensorได้ แต่คนดีๆ น่ารัก ที่ไม่แบ่งเชื้อชาติก็เยอะนะครับ บางคนชอบ ช เอเชียด้วย ต้องแยกแยะเอา อย่าไปแบ่งแยกเค้าเลยครับ คนที่แบ่งแยก เราควรถึงจะไปแบ่งแยกเค้า
ยุ่นกับเกาหลี ที่ดูถูกไทย มองแค่เหมือน คนบ้านนอกเท่านั้นไม่เห็นสีสรร หรือ เทคโนโลยีเท่าเค้า แต่พวกฝรั่งบ้านนอก มันแบ่งแยกเผ่าพันธ์จริงๆ
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 04:46:50
จากคุณ : ขอเอาชื่ออากงเป็นเดิมพัน - [ 10 เม.ย. 51 04:43:49 ]
ความคิดเห็นที่ 30
เดียวนี้คุยเรื่องต่างชาติไม่ได้เลย ไม่ได้สักเรื่องเลย มีพวกบ้าย้อนกลับมาด่าไทยตลอด เห้ยมันได้งี้ทุกทีสิน่า
---- เอาไว้คุยถึงไทยค่อยมาด่าได้ไหม เหมือนเจอพวกบ้าการเมืองอะครับ ขนาดหัวข้อเป็นญี่ปุ่นนะเนี้ย ยังย้อนกลับมาด่าได้ เก่งจริงนะเอ็ง
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 06:01:13
จากคุณ : ไม่ได้มีสิบมือ - [ 10 เม.ย. 51 05:58:59 ]
ความคิดเห็นที่ 31
บางคนชอบ ช เอเชียด้วย
...โดยเฉพาะสาวรัสเซีนใช่ไหม?
(จำได้ที่คุณเคยตอบไว้ที่ห้องหน้าต่างโลกน่ะ อิ อิ)
จากคุณ : มาเเซว (LR3) - [ 10 เม.ย. 51 06:16:43 ]
ความคิดเห็นที่ 32
J-POP กับ K-POP ผมก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเรื่องการเต้น รู้สึกว่ามันเสี่ยวแปลกๆ ยิ่งของเลียนแบบแถวๆนี้ด้วย - -"
จากคุณ : Mr.Whisper (wsteven) - [ 10 เม.ย. 51 10:05:57 ]
ความคิดเห็นที่ 33
เท่าที่เคยได้ยินมาเรื่องแบ่งแยกเนี่ยจะมีเยอะในแถบอเมริกามาากกว่า ทางยุโรปก็พอมีบ้างจากเพื่อนๆที่อาศัยอยู่นั้น ทางอเมริกาใต้นี่ดีหน่อยจะดูถูกก็แต่พวกคนจีนเพราะนิสัยแย่จริงๆ ส่วนคนญี่ปุ่นทางอเมริกาใต้นี่จะดูดีหน่อย เพราะวัยรุ่นกำลังบ้าอนิเมะเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็เห็นคนญี่ปุ่นดีไปหมด สำหรับคนไทยที่อเมริกาใต้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะส่วนมากคนที่นั้น ยังไม่รู้เลยว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน 555555 ที่สำคัญฝรั่งแยกไม่ค่อยออกหรอกว่า เอเชียนี่มากจากประเทศไหน เห็นผมดำผิวเหลืองก็เรียกรวมๆว่าเอเชียหมดแหละ เหมือนกับคนไทยที่เรียกหัวทองผิวขาวตาเขียวฟ้าว่าฝรั่งเลย ส่วนมากคนไทยก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกันว่าฝรั่งหน้าตาแบบนี้มาจากประเทศอะไร
จากคุณ : Desolation Angel - [ 10 เม.ย. 51 10:06:25 ]
ความคิดเห็นที่ 34
ความคิดเห็นที่ 32
J-POP กับ K-POP ผมก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเรื่องการเต้น รู้สึกว่ามันเสี่ยวแปลกๆ ยิ่งของเลียนแบบแถวๆนี้ด้วย - -"
จากคุณ : Mr.Whisper (wsteven) - [ 10 เม.ย. 51 10:05:57 ]
^ คำว่าเสี่ยวนี่ ก็เป็นคำดูถูก คนอีสานรึเปล่าครับ ผมไม่แน่ใจนะเห็นเลยลองถามดู
จากคุณ : xnone - [ 10 เม.ย. 51 10:42:59 ]
ความคิดเห็นที่ 35
แหม ก็ด่ากันว่า "ลาว" ว่า "เสี่ยว" กันนี่....
อย่าเพิ่งไปดูชาติอื่น ดูชาติตัวเองก่อนนนน..นน.น
จากคุณ : นายอึเหม็น - [ 10 เม.ย. 51 11:27:28 ]
ความคิดเห็นที่ 36
เคยมีคนบอกมา "เสี่ยว" นีแปลว่าเพื่อนไม่ใช่เหรอ
จากคุณ : Aristolochia - [ 10 เม.ย. 51 14:06:29 ]
ความคิดเห็นที่ 37
มันก้อจริงอย่างที่ คห.35 ว่าอ่ะแหละ
สมัยนี้แค่ คนครอบครัวเดียวกัน ยังดูถูกกันเล้ยยยครับ
ู^ ^ ^ คห.36 ไม่แน่ใจนะครับว่า คำว่า "เสี่ยว" ถ้าไม่แปลว่า เพื่อน อย่างที่คุณเข้าใจ ก้อจะแปลว่า เพื่อนต่างรุ่นกัน เพราะว่า คำว่าเพื่อนเนี่ย เห็นแต่เขาใช้คำว่า "หมู่" ครับ
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 14:28:33
จากคุณ : Up2Koo - [ 10 เม.ย. 51 14:18:06 ]
ความคิดเห็นที่ 38
เสี่ยวคือเพื่อนซี้ครับ
จากคุณ : Vellyz - [ 10 เม.ย. 51 14:46:49 ]
ความคิดเห็นที่ 39
ไปสวีเดนนี่สาวๆก็ชอบหนุ่มไทยเยอะเหมือนกันนา
จากคุณ : BlackBook - [ 10 เม.ย. 51 16:30:49 ]
ความคิดเห็นที่ 40
หมู่ก็คือเพื่อน ระดับรู้จักทั่วไป แต่เสี่ยวคือเพื่อนซี้อย่างคุณ 38 ว่ามา เป็นตายแทนกันได้ สมัยโบราณถึงขนาดต้องมีพิธีกรรม ที่เห็นอย่างในปัจจุบันคือพิธีผูกเสี่ยวที่ขอนแก่น มีผู้ใหญ่รับรู้ มีการผูกข้อไม้ข้อมือ
พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยพ่อ ถ้าเป็นคู่เสี่ยวผู้ชายบางทีผู้ใหญ่จะจับให้แลกหมัดกันก่อน และจะไม่มีคู่เสี่ยวชายกับหญิงด้วย
แต่คนที่ไม่เข้าใจมักใช้คำว่าเสี่ยวหมายถึงความเปิ่นเชยของคนอีสาน
การดูถูกคนอื่นเราว่าเพราะเป็นการกดหัวทางจิตวิทยาให้คนอื่นรู้สึกต่ำต้อยกว่า
พวกขาวเขากลัวพวกเหลืองพวกดำเก่งกว่า และอ้างความเจริญกว่าในการแย่งชิงและครอบครองด้วยความชอบธรรรม
จากคุณ : สงสัยจัง (vacuity) - [ 10 เม.ย. 51 17:12:41 ]
ความคิดเห็นที่ 41
#40
...ตามนั้นเลยครับ..
..ผมก็มีเสี่ยวครับ พ่อผูกข้อมือให้ตอนเด็กๆ ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันครับ
จากคุณ : สายลมอิสาน - [ 10 เม.ย. 51 18:00:09 ]
ความคิดเห็นที่ 42
แหมม ขนาดคนไทยยังดูถูกคนอิสาน เลย จะไปเอาอะไรกับต่างซาติ
จากคุณ : My life in Japan. - [ 10 เม.ย. 51 19:56:25 ]
ความคิดเห็นที่ 43
มีคนลาวที่เคยไปเรียนออสเตรเลียเล่าให้ฟังเหมือนกันครับว่าคนไทยไม่อยากคบด้วย (ที่เมืองนอก)
แต่หวังว่าตอนนี้เราคงรู้จักเค้ามากขึ้นแล้วนะ พึ่งไปเวียงจันทน์มา ก็รู้สึกเปลี่ยนไปเยอะคล้ายๆจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆในบ้านเราแล้วครับ
นอกจากนี้ เราก็มีคำดูถูกคนชาติอื่นเหมือนกัน เช่น ฝรั่งขี้นก ไอ้ยุ่น ไอ้แกว เจ๊ก ไอ้มืด
แตยอมรับว่า ่เมืองนอกบางที่ก็คงเหยียดเชื้อชาติเยอะกว่า อย่างพวกที่:-)น้ำลายหรือเอาไข่เน่าปาใ่ส่คนเอเชีย
จากคุณ : โรมิโอ แอนด์ จูล่ง - [ 11 เม.ย. 51 13:09:33 ]
ความคิดเห็นที่ 44
เเต่ จีน โดนดูถูกมากที่สุดครับ เดินไปไหนมีเเต่คนหัวเราะ ขบขัน (เพราะมันทำตัวน่ารังเกียจเอง) อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น นี่ออกอาการชัดมากๆ ที่ไหนมี สมาคมนักเรียนจีนเข้าร่วม ก็จะไม่ค่อยอยากเข้าร่วมกิจกรรมครับ แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 01:33:18
จากคุณ : Atomic Secret - [ 10 เม.ย. 51 01:31:24 ]
ทำไม มหาลัยผมไม่เป็นหว่า ก็อยู่ร่วมกันแบบปกติสุข แต่ว่า ชอบแบ่งแยกกัน ระหว่าง คอเคซอย กับ มองโกลอย อะ
จากคุณ : เหล่าฟาง - [ 11 เม.ย. 51 15:01:32 ]
ความคิดเห็นที่ 45
ทำงานบริษัทญี่ปุ่นค่ะ คนญี่ปุ่นเองเค้าก็ดูถูกคนเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเค้าไม่คิดว่าเค้าเป็นเอเชีย เค้าเชื่อว่าแผ่นดินประเทศเค้าแบ่งแยกออกมาจากแผ่นดินยุโรปน่ะ (อันนี้ไม่ใช่ไปฟังคนญี่ปุ่นคนเดียวพูดนะ แต่เป็นห้องเรียนวัฒนธรรมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมาสอนให้เข้าใจแนวคิด วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอ่ะ)
จากคุณ : DreamLifter - [ 11 เม.ย. 51 16:41:11 A:210.253.198.241 X: ]
ความคิดเห็นที่ 46
คำว่า "เสี่ยว" ใช้สื่อในความหมายที่สูง ปรกติจะไม่มีการใช้อย่างพร่ำเพรื่อ(ซึ่งเป็นที่นิยมในบางกลุ่มโดยเฉพาะกรุงเทพฯ) การที่คนๆ หนึ่งจะเรียกคนหนึ่งว่า "เสี่ยว" ได้นั้น คนทั้งสองต้องผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในทางภาคอีสานที่เรียก "พิธีผูกเสี่ยว" เสียก่อน ถึงจะเรียกว่า "เสี่ยวได้
"เสี่ยว" เป็นคำที่คนที่กรุงเทพฯ บางกลุ่มนำมาล้อเลียนและดูถูกคนภาคอีสานมาเกือบร้อยปีแล้ว เป็นมรดกอันหยาบช้าสันดานต่ำของคนกรุงบางกลุ่มที่สืบสันดานส่งทอดกันมาเป็นช่วงๆ.....และจนป่านนี้ยังใช้กันอยู่โดยไม่เคารพความหมายดั้งเดิม......แม้คนอีสานพยายามจะบอกจะอธิบายมาแล้วว่า "เสี่ยว" เป็นคำที่มีความหมายสูงในความรู้สึกของคนอีสานส่วนใหญ่..........
จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจล้อเลียนและดูถูกอะไรก็แล้วแต่ แต่ควรรับทราบว่า คำๆ นี้ยัง active คือใช้กันอยู่ในภาคอีสาน ดังนั้นคนกรุงที่ยังนิยมใช้คำนี้อยู่แล้วทำตัวกร่างอุปโลกน์ความหมายที่ตัวเองพอใจจะสื่อไปวางทาบคำและความหมายดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว ควรรู้สึกละอายใจบ้าง
แก้ไขเมื่อ 11 เม.ย. 51 20:49:26
จากคุณ : คนอุดรฯ (วัชรานนท์) - [ 11 เม.ย. 51 18:38:49 ]
ความคิดเห็นที่ 47
ส่วนคำว่า "ลาว"
อีกนั่นแหละ..... คนกรุงฯ คนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสันดานต่ำบางกลุ่ม ทำตัวกร่างไปอุปโลกน์ไปสร้างความหมายในทางลบของคำๆ นี้ขึ้นใหม่ ทั้งๆ ที่คำนี้สื่อถึง "ชนชาติ" และ "ประเทศชาติ" ของคนและดินแดนที่อยู่อีกฟากฝั่งแม่น้ำโขง..........
ครั้นนึกอยากจะสงสารคนไทยที่ถูกฝรั่งดูถูก แต่เมื่อย้อนกลับมาดูพฤติกรรมสันดานต่ำของคนไทยบางกลุ่มที่ทำกับเพื่อนบ้าน...สงสารไม่ออกเหมือนกันนะครับ
หากเมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ของชนชาติในอุษาอาคเนย์แห่งนี้ดู คำว่า "ลาว" เป็นคำที่ปรากฏทั้งในหลักศิลาจารึกทั้งในพงศาวดารทั้งในตำนานที่ลาบรุ่มแม่น้ำโขง ปรากฏมานาน ก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงอยุธยาด้วยซ้ำไป และคำว่า"ไทย" ตอนนั้นยังเป็นวุ้นอยู่ที่ไหนไม่รู้
คำว่า "ลาว" เป็นศัพท์สูงที่ใช้เรียกคนสูงศักดิ์เทียบชั้นมหากษัตริย์ทีเดียว คนที่ครองแว่นแคว้นสมัย(ก่อนที่จะกำเหนิดสุโขทัย ล้านนา และอยุธยา)จะใช้คำนำหน้านามว่า ลาว เหมือนสมัยหนึ่งที่ใช้คำว่า ขุน (เช่นขุนเจือง ขุนลอ ขุนรามคำแหง ขุนผาเมือง ขุนบางกลางหาว ขุนเม็งราย) ส่วนคำว่าลาว ก็จะมี "ลาวจก" ต่อมาเรียก ปู่เจ้าลาวจก ที่ครองแคว้นโยนกและสืบลูกสืบหลานเป็นหน่อเนื้อกษัตริย์ตามแคว้นต่างๆ มากมาย เช่น ลาวเมง ครองแคว้นเชียงแสนซึ่งเป็นราชบิดาของขุนเม็งราย(ผู้ก่อตั้งแคว้นล้านนา)
สรุปสั้นๆ ก็คือ คำว่า ลาว เป็นคำสูงที่ใช้เรียกชื่อคนที่เราให้เกียรติ แม้ปัจจุบันนี้ คนทางภาคอีสานบางส่วน เช่นที่บ้านผม(อุดรธานี)ยังใช้เป็นคำสรรพนามเรียกบุรุษที่สามด้วยความให้เกียรติ
" วันแห่บุญบั้งไฟ ก็จะให้ลาวนั่นแหละมาเป็นประธาน" แปลอีกสำนวนหนึ่งก็คือ "วันแห่บุญบั๊งไฟ ก็จะให้ พณฯ ท่าน นั่นแหละมาเป็นประธาน"
แก้ไขเมื่อ 11 เม.ย. 51 20:44:19
จากคุณ : คนอุดรฯ (วัชรานนท์) - [ 11 เม.ย. 51 19:00:40 ]
ความคิดเห็นที่ 48
ผมยังชอบล้อเลียนพวกยุ่นเลยครับ
เวลาอยู็ในกลุ่มเพื่อนต่างชาติหลายๆชาติ ฝรั่งมันก็ล้อเอเชียแบบเหมารวม ผมก็ยกหางตัวเองด้วยการบอกว่าผมไม่ใช่ japanese
ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายหรอก แต่มันก็แค่เป้นที่รู้ๆกันว่าผมยกตัวเองมาเหนือกว่าพวกยุ่น และก็ล้อกันมายาวนานหลายปีแล้ว
จากคุณ : KcAnne - [ 11 เม.ย. 51 19:06:10 ]
ความคิดเห็นที่ 49
อ้อ ถ้าเป้นคนรู้จัก ผมก็ด่าฝรั่งเวลามันทำโง่ๆนะ แต่มันก็ไม่ใช่การเหยียดเชื้อชาติหรอก แค่จะด่าเฉยๆนั่นแหละ แต่เอาคำ เอาข้อความเรื่องเชื้อชาติมาด่า
จากคุณ : KcAnne - [ 11 เม.ย. 51 19:07:05 ]
ความคิดเห็นที่ 50
รู้สึกว่าจะเคยโดนฝรั่งด่าว่า
"ไอ้ขี้โรคแห่งเอเชีย"
ว๊าก................................
จากคุณ : mr.wisdom - [ 11 เม.ย. 51 22:48:48 ]
ความคิดเห็นที่ 51
ไปฟังอะไรมาผิดรึป่าวครับ ที่ว่าแผ่นดินญี่ปุ่นแยกมาจากยุโรป ซ้าย ก็จีน ขวา ก็เมกา
โดนอำปะ
จากคุณ : รุตน้อย - [ 11 เม.ย. 51 23:17:56 ]
ความคิดเห็นที่ 52
จขก ตั้งกระทู้ไว้สองที่
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6502880/X6502880.html
จากคุณ : วัชรานนท์ - [ 12 เม.ย. 51 00:18:24 ]
ความคิดเห็นที่ 53
ผิวและเชื้อชาติค่ะ เพราะเขาจะมองว่า ผิวขาว คือ กลุ่มคนที่ได้รับการเลือกสรรมาแล้ว ให้เป็นผู้นำ ผู้ฉลาดที่สุด มีสมอง และ คิดในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด (?)
ถ้าเขาไม่แบ่งแยกและไม่เหยียด ยิวคงไม่ตายเป็นล้านหรอก เขาจะมองคนที่ต่างจากตัวเองเหมือนอยู่ในระดับทาส หรือ บางครั้งก็ต่ำกว่าสัตว์อีก คือ ไม่ควรค่าที่จะอยู่
จากคุณ : ขี้เหงา...เอาแต่ใจ - [ 12 เม.ย. 51 02:25:14 ]
| Create Date : 12 เมษายน 2551 |
| Last Update : 12 เมษายน 2551 15:18:24 น. |
| |
|
|
|
|
คนญี่ปุ่น โดนพวกฝรั่งดูถูกมั้ยครับ @ เฉลิมไทย
เห็น ชาวเอเชียส่วนใหญ่ (ส่วนมากมาจากประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา)
มีัเสียงบ่นกันมากมายว่า โดนดูถูก โดนหยาม โดยพาดพิง หรือมองในแง่ไม่ดีตลอด
จึงอยากรู้ว่า อย่างเอเชียที่พัฒนาแล้วขีดสุด เช่น
ญี่ปุ่น
อาจรวมถึง เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ไรเงี้ยครับ
ฝรั่งจะมองเหมือนพวกเอเชียอื่นรึเปล่า ?
+++ ป.ล. มีเงื่อนไขว่า รู้ด้วยนะว่าเป็นคนมาจากไหน ประเทศอะไร ไม่ใช่แค่เห็นแต่ภายนอก แล้วเหมารวมว่าเป็นคนจีน คนญี่ปุ่น +++
จากคุณ : BlT_HorroR
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6502877/A6502877.html
ผมว่าคนไทยน่ะโดนแน่ๆแต่บางพวกนะไม่ใช่ทุกคน อย่างพวกคนไทยที่ไปย้อมผมเป็นสีทองๆแบบพวกฝรั่งผมว่าฝรั่งดูถูกนะ
เอ่อ เค้าว่าคนเกาหลีดูถูกคนไทยจริงไหม?
จากคุณ : Ainulindale - [ 9 เม.ย. 51 19:54:27 ]
ความคิดเห็นที่ 2
เคยเห็นพวกฝรั่ง (ที่เหยียดผิวนะครับ) ถ้าเป็นคนผิวดำ ก็จะว่าเป็นไอ้มืด แต่ถ้าเป็นคนเอเชีย เค้าก็ว่าลิงเหลือง ครับ
จากคุณ : red_devil - [ 9 เม.ย. 51 19:55:19 ]
ความคิดเห็นที่ 3
คนญี่ปุ่นโดนดูถูกหรือเปล่า?
ก็โดนนะ เห็นโดนอยู่บ่อยๆ
ขนาดญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เจริญด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ธุรกิจการค้า ก็ยังไม่รอดจากกการโดนดูถูกเลย
แต่ถึงกระนั้น ญี่ปุ่นก็ยังโดนดูถูกไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับไทย (ภาวนาอย่าให้ข่าว "เมียงู" ของพี่ไทย ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกเลย ไม่งั้นเราจะโดนหนักกว่านี้อีก)
จากคุณ : zenzen - [ 9 เม.ย. 51 19:58:38 A:125.25.80.182 X: TicketID:143947 ]
ความคิดเห็นที่ 4
ตอนนี้ไม่รู้ แต่เมื่อก่อนคนขาวดูเหมือนว่าจะเหยียดทุกชาติที่ไม่ได้สีผิวเหมือนเขา ไม่ว่าจะขาวเหลืองแบบเราญี่ปุ่นจีน หรือจะนิโกร หรือจะสีแทน
จากคุณ : renior - [ 9 เม.ย. 51 20:02:53 ]
ความคิดเห็นที่ 5
โดนค่ะ แต่น้อยกว่าคนเอเชียชาติอื่นๆ
มีคนอเมริกันหลายคนเลยที่รู้จักที่พูดญี่ปุ่นได้
เพราะเค้าอยากฝึก แล้วการ์ตูนญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ก็ดังขึ้น ดังขึ้น ในอเมริกา
แต่ผู้หญิงจะโดนน้อยกว่าผู้ชายนะเรื่องเหยียดผิวน่ะ
เราไม่เคยรู้สึกว่าเค้าเหยียดผิวหรอก แต่น้องที่เป็นผู้ชายมันรู้สึก
น้องเค้าไม่ชอบมากๆ หนีกลับเมืองไทยทันทีที่เรียนจบเลย
เค้าจะเหยียด คนดำมากสุด แล้วก็พวก Hispanic แล้วก็เอเชีย
จะเหยียดไม่เหยียดขึ้นกับการทำตัวของเราด้วย
ตอนเมื่อซัก 8-9 ปีก่อนนี่เกาหลีมันก็พอๆกับไทยนะ แต่ตอนนี้มันพัฒนาหนีเราไปหลายขุมเลยเหอ เหอ
ผู้หญิงเกาหลีก็สวยขึ้นมากกก จากแต่ก่อนแต่งหน้าจัด หน้าตาก็เหมือนๆกันไปหมด
เดี๋ยวนี้สวยมากกก แหะ แหะ สาธยายมาซะเยอะ
เจ้าของกระทู้ควรจะเติมอะไรในหัวข้อกระทู้ให้มันเข้ากับเฉลิมไทยหน่อยนะ
ไม่งั้นเดี๋ยวโดนไล่ หาว่าโพสต์ผิดห้องอีก เป็นห่วงน่ะ เตือนเฉยๆ
ด้วยความหวังดีน่ะ
จากคุณ : rumiana - [ 9 เม.ย. 51 20:06:59 ]
ความคิดเห็นที่ 6
ตอบ คห.1
จะว่ายังไงดีล่ะ ก็ส่วนใหญ่น่ะค่ะ เพราะเค้าคิดว่าเค้าเป็นชาติที่เจริญที่สุดใน เอเชียอะไรประมาณนี้แหละ แล้วเค้าก็จะดูถูกชาติที่ด้อยพัฒนากว่าเค้าน่ะค่ะ
แต่ยังไงทุกชาติก็มีทั้งดีและไม่ดีนั่นแหละค่ะ อยู่ที่เราว่าจะซวยเจอคนไม่ดี ไหมเท่านั้นแหละ
จากคุณ : น้ำแข็งใสสีฟ้า - [ 9 เม.ย. 51 20:07:53 ]
ความคิดเห็นที่ 7
โดนหมดอ่ะ ถ้าคนมันจะเหยียด (ยุคนี้ยังมีเหลือยู่นะ จิงๆ) บางทีมันแยกไม่ออกด้วยว่าชาติอะไร เห็นหน้าจีนๆเอเชียๆ (จะว่าไป อาจเหมือนที่เราก้อแยกฝรั่งผมทองไม่ออกล่ะนะ)
จากคุณ : ## WoodStock ## - [ 9 เม.ย. 51 20:08:25 ]
ความคิดเห็นที่ 8
ไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าคงโดนบ้าง เราคิดว่าพวกฝรั่งเนี่ยไม่ค่อยรู้เรื่องของทางเอเชียเท่าไหร่ เหมือนกันที่เราไม่ค่อยรู้เรื่องทางยุโรป
ปล. อย่างว่าแต่ฝรั่ง ญี่ปุ่นก็ชอบดูถูกต่างประเทศเหมือนกัน เยอะด้วย
...YamashitaKun, Otanjoubi Omedetou
จากคุณ : aonton - [ 9 เม.ย. 51 20:09:03 ]
ความคิดเห็นที่ 9
ปาริชาติอยากมีแฟนเป็นหนุ่มเกาหลีค่ะ
ถ้าเขาจะเหยียดก็คือเหยียดค่ะ...ขนาดบ้านเมืองเขาเองยังเหยียดสีผิว เหยียดศาสนาเลย---นับประสาอะไรกับเอเชียอย่างราคะ
แต่ก็อยู่ที่เราด้วยว่าทำตัวให้เขาเหยียดด้วยรึเปล่า ทะเลสวยๆมันก็เอาไปพูดกันว่ากะหรี่เยอะ เกาะสวยๆมันก็เอาไปพูดว่ากัญชาถูก ถนนสวยๆมันก็เอาไปพูดว่าเหมาะกับการเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย
นี่ยังไม่รวมเรื่องความล้าหลังด้านต่างๆ รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่นของนักกาเมืองด้วยค่ะ
อ่อ...เรื่อง งมงาย นี่ก็ตัวดีค่ะ...มันชอบเอาไปหัวเราะนัก
จากคุณ : ปาริชาติ - [ 9 เม.ย. 51 20:21:42 A:117.47.32.88 X: TicketID:170503 ]
ความคิดเห็นที่ 10
ผมว่าคงโดนเเต่ไม่มากคับ เอเชียยังดีกว่าพวกไอ้มืดที่งานการไม่ทำ ดีเเต่ทำตัว rayumไปวันๆ สมควรที่จะโดนเค้าดูถูกเเล้วล่ะคับ
จากคุณ : tabuya - [ 9 เม.ย. 51 20:21:51 ]
ความคิดเห็นที่ 11
เราเคยโดยฝรั่งด่าว่าลัดคิว แบบว่า มานทำสายตาท่าทางดูถูกเรามาก (แต่เราไม่ได้ลัดคิวนะ..เรื่องมันยาว) เราก็พยายามอธิบาย..มานก็ไม่ฟัง เราเลยยืนน้ำตาคลอให้มานด่า (กลัวด้วยแหล่ะ...มานตัวโตกว่าเรามาก) ด่าเสร็จมานก็ไป
ฝรั่งอีกคนเข้ามาปลอบใจเรา คุยเรื่องท่องเที่ยวกันอยู่พักใหญ่ เราถึงรู้ว่าเ ค้าคิดว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น พอเราบอกว่าเป็นคนไทยเท่านั้นแหล่ะ..พี่ฝรั่งแกอึ้งไปพักใหญ่ คุยตามมรรยาทซักหน่อยแล้วปลีกตัวหนี
ตอนนั้นเราคิดเลยนะว่า.. พอแกรู้ว่าเราเป็นคนไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่น เนี่ย แกคงคิดว่า"นังหมวยนี่..ลัดคิว ชัวร์ร์ร์ร์
จากคุณ : poohmai - [ 9 เม.ย. 51 20:27:36 ]
ความคิดเห็นที่ 12
ฝรั่งเค้าจะเหยียดคนที่พูดภาษาอังกิดไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะครับ ถ้าสำเนียงไม่ดี สื่อความหมายไม่ได้นี่ เค้าเหยียดหมดแหละ ไม่ว่าญี่ปุ่นหรือชาติไหนก็เหอะ แบบว่าเค้าจะทำหน้าแหยๆเลยล่ะ สังเกตุบางทีฝรั่งเค้ายอมรับแขก(อาหรับ อินเดีย) มากกว่าเอเซีย เพราะพวกแขกเค้าพูดรู้เรื่องมากกว่า กับสำเนียงเอกรักษ์ของเขา ซึ่งถ้าเป็นเอเซีย สำเนียงแต่ละชาติจะไม่เหมือนกันเลย แล้วฟังยากด้วย และอีกอย่างอาจจะเพราะจีนไปทำเรื่องไว้เยอะ
ส่วนญี่ปุ่นนี่เห่อฝรั่งมาก แต่ผมว่าเค้าเหยียดคนไทยนะ แล้วส่วนใหญ่จะเหยียดหน้าไทยๆ มากกว่าหน้าจีนๆ เพราะหน้าจีนๆเค้าแยกไม่ค่อยออกว่าชาติไหน เพราะไงเกาหลีกะใต้หวันนี่ก็พอๆกะเค้าแล้ว
เอาเหอะครับ เรื่องเหยียดสัญชาติมีกันทุกที่แหละ ขนาดไทยเราเองก็เหอะ หน้าเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว พม่า ยังกะแกะ ยังเหยียดกันแทบตายเลย แล้วบางคนเหยียดอินโดกะฟิลิปปินส์ด้วย ทั้งๆที่บางทีเค้าเจริญกว่าเราอีก
จากคุณ : ก (คนเดินบนดิน) - [ 9 เม.ย. 51 20:34:06 ]
ความคิดเห็นที่ 13
ไปๆมาๆ เราว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ เช่น
ฝรั่งผิวขาว ดูถูก ฝรั่งผิวดำ
ฝรั่ง ดูถูก คนเอเซีย
ฝรั่ง ดูถูก ชาวอาหรับ
ญี่ปุ่น เกาหลี ดูถูก ไทย
ไทย ดูถูก ลาว เขมร พม่า
พม่า ดูถูก ชาวเขา กะเหรี่ยง คนป่า
จากคุณ : zenzen - [ 9 เม.ย. 51 20:34:44 A:125.25.80.182 X: TicketID:143947 ]
ความคิดเห็นที่ 14
เราว่าน่าจะโดนหมดล่ะ ก็พวกฝรั่งมันคิดว่าตัวเองเป็นสายพันธ์ที่ดีที่สุดนี่ แต่มันก็ปกติมนุษย์(บางประเภท)ละมั้ง ขนาดคนไทยยังดูถูกประเทศเพื่อนบ้านแถวนี้เลย
จากคุณ : น้ำพริกกินกะปลาทู - [ 9 เม.ย. 51 20:35:31 ]
ความคิดเห็นที่ 15
แล้วมีใครดูผิดมั้ยคับ..
จากคุณ : Baritoreca - [ 9 เม.ย. 51 20:36:27 ]
ความคิดเห็นที่ 16
ใช่เลย ญี่ปุ่นนี่เห่อฝรั่งมาก
จากคุณ : stardom - [ 9 เม.ย. 51 20:47:02 ]
ความคิดเห็นที่ 17
เพื่อนฝรั่งผมบอกว่า ส่วนใหญ่ฝรั่งจะเกลียดชาวต่างชาติที่แอคในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง เช่น คนเอเชียแอคเป็นแรพเปอร์คนดำ
จากคุณ : อุศเรณ - [ 9 เม.ย. 51 20:52:44 ]
ความคิดเห็นที่ 18
จริงหรือ คบเพื่อนฝรั่งและญี่ปุ่นมากมายพรึงรู้ว่าเคาดูถูกประเทศเรา ผมว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากกว่าอะครับ คงไม่ใช่ทุกคนที่ดูถูก
จากคุณ : cybermax - [ 9 เม.ย. 51 21:18:52 ]
ความคิดเห็นที่ 19
เคยไปดูงานแถวยุโรป มีวีทีอาร์แนะนำโรงงาน แล้วเนื้อหาประมาณ มีคนพยายามขโมยเทคโนโลยีเขา คนแสดงเป็นเอเชีย เซนต์ส่วนตัวบอกว่า สงสัยจะแอบด่าญี่ปุ่น เพราะว่าเป็นคู่แข่งกันอยู่
จากคุณ : ตอกะจอ - [ 9 เม.ย. 51 21:24:15 ]
ความคิดเห็นที่ 20
งี้แหละครับ เขาก็ต้องว่า เผ่าพันธุ์ของเขาดีที่ ชาติ ประเทศของตัว เขาดี โดยอาจจะ ใช้วิธี ว่าร้าย ใส่ร้ายในชาติ ของผู้อื่น เพื่อให้ ตัวเขาเองรู้สึกดี ทั่งๆ ที่ มันก็มีเหมือนกันแหละ
จากคุณ : เชาซัง (เชาซัง) - [ 9 เม.ย. 51 21:30:31 ]
ความคิดเห็นที่ 21
คนในชาติยังดูถูกกันเองเลยครับ ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล
จากคุณ : Walking in the Sunshine - [ 9 เม.ย. 51 21:34:51 ]
ความคิดเห็นที่ 22
ไม่จริงอย่างแรงที่ว่าคนกาหลีดูถูกคนไทย อาจจะเจอแต่คนดีๆมั้ง เลยไม่ค่อยเจอคนดูถูก คนเกาหลีสนิทสนมกับคนไทยนะ นักเรียนในนิวซีแลน อินเดีย ออสเตเรีย คนไทยกับคนเกาหลีส่วนมากจะเป็นเพื่อนสนิทกันอ่ะ
แก้ไขเมื่อ 09 เม.ย. 51 21:40:11
จากคุณ : iiomo - [ 9 เม.ย. 51 21:38:41 ]
ความคิดเห็นที่ 23
ฝรั่งชาติเดียวกัน แต่มาจากคนละส่วนของประเทศ ยังดูถูกกันเองเลยนะคะ
จากคุณ : Yuwi - [ 9 เม.ย. 51 21:40:43 ]
ความคิดเห็นที่ 24
*** บทกลอนของเด็กอัฟริกัน ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก UN ***
Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an African Kid When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมมีผิวสีดำ
When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่ When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ And you white fellow : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว And when you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??
ปล.ผมจำเครดิตไม่ได้แล้ว ว่าเอามาจากไหน.....แต่อ่านดูแล้วกระชากใจคนผิวขาวอย่างแรง!!!!!!
แก้ไขเมื่อ 09 เม.ย. 51 22:05:44
จากคุณ : ผู้ชายมีเขากับเฒ่าหัวงู - [ 9 เม.ย. 51 21:41:40 ]
ความคิดเห็นที่ 25
คห.21 พูดถูกใจ
จากคุณ : *_บะหมี่หมูแดง_* - [ 9 เม.ย. 51 21:43:10 ]
ความคิดเห็นที่ 26
ฝรั่งเผ่าเดียวกันยังดูถูกกันเองนี่ยืนยันครับ อย่างแคนาดา จะโดนเมกาดูถูก นิวซีแลนด์ ก็จะโดนออสเตเลียดูถูก เหมือนบ้านเราดูถูกว่าลาว ทั้งๆ ที่เป็นชื่อประเทศล่ะครับ ประมาณ บ้านนอกว่ะ (ส่วนตัวพยายามเลิกใช้คำว่าลาวล่ะครับ คิดว่าถ้าโดนว่า "แมร่งโคตรไทยเลยว่ะ" เราเองก็คงโกรธ)
ส่วนญี่ปุ่นโดนเมกาดูถูกแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะครับ เรียก Hey Jap Jap ไม่ค่อยชอบกันหรอก แต่คำว่าลิงเหลืองนี่เท่าสที่เจอมีแต่ในการ์ตูนนะครับที่ฝรั่งเรียกว่าลิงเหลือง
แต่ถามว่าทุกวันนี้คนที่เหยียดผิวยังมีอยู่ไหม แน่นอนว่ามี ขนาดไทยเองเรายังเหยียดอีสานเลยนิครับ (เฉพาะบางคน ที่เหลือที่ไม่ใช่กรุณาอย่าร้อนตัว)
จากคุณ : ทล-ษ-พัก - [ 9 เม.ย. 51 21:43:38 ]
ความคิดเห็นที่ 27
ก็มีบ้างนะ เท่าที่เราอยู่ญี่ปุ่นมาก็ไม่เห็นจะมีใครดูถูกมีแต่คนดูผิด อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จากคุณ : My life in Japan. - [ 9 เม.ย. 51 21:45:39 ]
ความคิดเห็นที่ 28
ความคิดเห็นที่ 21 เห็นด้วยเจ้าค่ะ
จากคุณ : LittleSister - [ 9 เม.ย. 51 21:45:55 ]
ความคิดเห็นที่ 29
เอาไรมากคนไทยยังเหยียดกันเองเลย
โห แมร่ง ลาว
ดูด่ากันสิ
เอาอะไรกับฝรั่ง
จากคุณ : P Lloyd - [ 9 เม.ย. 51 21:48:22 ]
ความคิดเห็นที่ 30
ผมว่าฝรั่งมันเหยียดคนไทยคนเอเซียทั่วไปหรือคนดำแบบดูถูกน่ะ แต่พวกญี่ปุ่น จีน เกาหลีฝรั่งมันเหยียดแบบอิจฉาปนหมั่นไส้ที่เป็นคนผิวสีแล้วดันมาเจริญเท่าหรือเจริญกว่าคนผิวขาว หรือไม่ก็เห็นเป็นตัวตลกตัวเล็กๆหน้าแบนๆอ่อนแอเล่นกีฬาสู้พวกคนดำคนขาวไม่ได้
จากคุณ : กบ - [ 9 เม.ย. 51 21:54:56 A:58.64.86.119 X: TicketID:111025 ]
ความคิดเห็นที่ 31
ผมคิดว่ามันอยู่ที่จิตสำนึกของคน มากกว่าสีผิวหรือประเทศชาตินะครับ ไม่งั้นฝรั่งเขาจะแต่งงานกับคนไทยเหรอครับ
จากคุณ : north_shine - [ 9 เม.ย. 51 22:04:36 ]
ความคิดเห็นที่ 32
ฝรั่งโดยเฉพาะอเมริกันอาจจะไม่ค่อยชอบคนญี่ปุ่น
แต่ดูเหมือนจะไม่กล้าดูถูก คงเป็นเพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในหลายด้านที่ดูจะล้ำหน้าฝรั่งอีก
และคนเกาหลีที่รู้จักส่วนใหญ่น่ารักครับ คบง่าย
จากคุณ : Just My Opinion - [ 9 เม.ย. 51 22:07:37 ]
ความคิดเห็นที่ 33
เห็นด้วยกะ ค.ห. 21
จากคุณ : หวานใจนายโหด - [ 9 เม.ย. 51 22:13:14 ]
ความคิดเห็นที่ 34
ฝรั่งดูถูกญี่ปุ่นน่ะเหรอ ในแง่ไหนล่ะ น่าจะเป็นเพราะหมั่นไส้มากกว่าเป็นเอเชียแถมโดนนิวเคลียร์แต่ดันเจริญเกินหน้าเกินตาพวกฝรั่ง และไม่เห่อภาษาอังกฤษ นี่ถ้าไม่มีโอลิมปิคก็ไม่มีป้ายภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่นหรอก(มีแค่ในโตเกียว) แล้วที่บอกญี่ปุ่นเห่ออเมริกา เราว่าไม่ใช่ นั่นมันตลาดใหญ่ไงเลยทำดีด้วย(และสัญญาจากสงคราม) คนญี่ปุ่นมีความเป็นยูนิคมาก เค้าไม่สนหรอกว่าใครจะดูถูก เค้าภูมิใจในความเป็นญี่ปุ่นออก
อ้อ ไอ้พวกที่ชอบดูถูกคนอื่นๆน่ะมันบ้า อย่าสนใจดีที่สุด
จากคุณ : A Legend of Love - [ 9 เม.ย. 51 22:35:19 ]
ความคิดเห็นที่ 35
ทำไมตั้งกระทู้ได้ผิดห้องกันขนาดนี้อะ
จากคุณ : ผมก็ยังคิดว่าผมหล่อ - [ 9 เม.ย. 51 22:37:01 ]
ความคิดเห็นที่ 36
โดนทุกชาติแหละ ขนาดฝรั่งเศสเองเจริญแล้วยังโดนซะเละ
แต่ละประเทศมีการดูถูกคนชาติอื่นทั้งนั้นครับ
จากคุณ : วี - [ 9 เม.ย. 51 23:33:22 ]
ความคิดเห็นที่ 37
เหรอ คนไทยเรายังดูถูก เขมร ลาว พม่าเลยนะ คนไทยด้วยกันเอง ก็ดูถูกกันเองด้วย เราว่า มันแล้วแต่บุคคลอ่ะ เรื่องแบบนี้ อย่าใส่ใจเลย
จากคุณ : แอล (juro_energy) - [ 10 เม.ย. 51 00:01:11 ]
ความคิดเห็นที่ 38
ต้องคิดบวกเข้าไว้ค่ะ อย่าเอาเรื่องพวกนี้มาทำให้รกสมองเลย
เรื่องดูถูกกันนี่มันมีทุกที่แหละ อยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจมั้ยแค่นั้นเอง
จากคุณ : อยู่กันแค่นี้ก็มีความสุขดี - [ 10 เม.ย. 51 00:04:00 ]
ความคิดเห็นที่ 39
ฝรั่งจะไม่ดูถูกคนที่มีความรู้และปฎิบัติตัวตามกฎระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนผิวสีไหนก็ตาม ถ้าทำไม่ดีเค้าก็ดูถูกหมด สมัยนี้ไม่มีใครมาดูถูกใครแค่เพียงการมองเห็นภายนอกแค่ครั้งเดียว ยิ่งที่อเมริกาด้วยแล้ว กฎหมายเรื่องการดูถูก และเหยียดผิวแรงมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องวัยรุ่นเขม่นกันนี่อีกเรื่องหนึ่ง
แต่เอาเข้าจริงก็โดนกันหมด ไม่ว่า ยิว เลี่ยน เม็ก เรดเน็ค(ขาวบ้านนอก) ชิง(จีน) แจป นิกเกอร์ ....
ตอนนี้ในอเมริกา วัยรุ่นเห่อมังงะญี่ปุ่นไม่แพ้เมืองไทยสมัยก่อน เท่าที่เห็นมาไม่เคยเห็นใครดูถูกญี่ปุ่น ส่วนพวกเกาหลีเค้ามาอยู่ที่อเมริกากันเยอะตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี แต่พวกนี้สร้างตัวเก่ง และพัฒนาตัวเองเร็วกว่า คนเอเซียอพยพชาติอี่น เมื่อแค่ไม่กี่ปีก่อน ผู้หญิงเกาหลีโดนดูถูกว่าขายตัว แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว
เรื่องเมืองไทยอีกอย่าง เวลาเราเปลี่ยนเป็นรัฐบาลทหาร ฝรั่งเค้ามองเราไม่เจริญทันที ไม่อยากเข้าเรื่องการเมือง แค่บอกให้ทราบ
จากคุณ : walnutsoda - [ 10 เม.ย. 51 00:07:44 ]
ความคิดเห็นที่ 40
คนฝรั่งเศสเทิดทูนคนญี่ปุ่นสุด ๆ แถมยังบ้าการตูนญี่ปุ่นด้วย เขามองว่า ญี่ปุ่นไฮเทค ขยัน รวย เก่ง ค่าครองชีพในญี่ปุ่นแพงกว่าในยุโรปซะอีก
จากคุณ : มุมมองหลายมิติ - [ 10 เม.ย. 51 00:31:16 ]
ความคิดเห็นที่ 41
เราเคยถูกคนดำพูดไม่ดีใส่ คนดำคนนั้นเป็น ground officer ตอนนั้นเรากำลังเชคอิน ที่สนามบินใน Seattle เพื่อกลับซานฟราน (สนามบินที่ oakland) เคาเตอร์เชคอินมันจะอยู่ข้างถนน รถก็ขับกันเฟี๊ยวฟ้าวเสียงดัง เราไม่ได้ยินที่เขาพูดเลยถามว่า"อะไรนะคะ" ทีนี้เขาก็ทำท่าและสีหน้าใส่อารมณ์ใส่ทันที แบบว่าประมาณว่าเราเป็นกระเหรี่ยงฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง โกรธมาก... ทั้งที่ฝรั่งหัวทองที่ต่อคิวก่อนหน้าเรา คนดำคนนั้นก็พูดดีด้วย เราเลยกระชาก boarding pass จากมือมันอย่างแรง แล้วเดินไปเลย
จากคุณ : Pimnattada - [ 10 เม.ย. 51 01:58:22 ]
ความคิดเห็นที่ 42
#40
เคยเจอคนฝรั่งเศส เป็นเซียนไวน์ เหน็บคนญี่ปุ่นให้ฟัง ก็คือคุยกันเรื่องเลือกไวน์ เขาก็แนะนำตัวดีๆ ให้หลายตัว แล้วบอกว่า "นี่แหละ ของชั้นดี ราคายุติธรรม ที่พวกเราคนฝรั่งเศสกินกัน
ส่วนพวกของชั้นรองๆ แต่ราคาแพงลิบๆนั่นนะ ... เอาไว้หลอกขายคนญี่ปุ่น !!!"
ไวน์แพงที่สุดของฝรั่งเศส ส่วนใหญ่ถูกจับจองโดยคนญี่ปุ่น
จากคุณ : บุญชิตฯ (Players) - [ 10 เม.ย. 51 02:09:33 ]
ความคิดเห็นที่ 43
เห็นด้วยกับคุณ กบ ความเห็นที่ 30
จากคุณ : เจ้าหญิงแห่งเมืองชามเบค - [ 10 เม.ย. 51 02:36:02 ]
ความคิดเห็นที่ 44
แต่ความจริงเรื่องเทคโนโลยีญี่ปุ่นก็ยังไม่เทียบเท่ายุโรป อเมริกานะครับ
จากคุณ : พิอพดเ (พอรู้) - [ 10 เม.ย. 51 05:58:57 ]
ความคิดเห็นที่ 45
ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไม่แปลกที่คนละชาติพันธ์กันจะเขม่นกัน แต่ที่เราว่าแปลกและยัง สงสัยอยู่จนเดี๋ยวนี้ว่า ทำไมคนไทยบางคน ( ในเฉลิมไทยก็มีเยอะ) ที่ชอบดูถูกคนในชาติเดียวกันเอง
จากคุณ : ไทยเจริญ - [ 10 เม.ย. 51 08:14:04 ]
ความคิดเห็นที่ 46
อยู่ที่จิตสำนึกครับ ระดับการศึกษา และสภาพแวดล้อมที่เราอยู่มากกว่าครับ
ที่ๆ ผมอยู่มีคนหลายชาติอยู่ ทั้งตะวันออกกลาง ฝรั่ง ตะวันออกไกล ตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป เลยไม่ค่อยมีปัญหา
ทุกวันศุกร์ กลุ่มผมที่เป็น โปรเฟสเซอร์ชาวอเมริกันสามคน โปรฯ ชาวจีนหนึ่งคน Post Doc ชาวจีนหนึ่งคน ชาวญี่ปุ่นหนึ่งคน นักศึกษาไทยหนึ่งคน บางทีก็มีโปรฯ ชาวเกาหลี กินข้าวด้วยกันประจำ... วันแข่งซูเปอร์โบลว์ก็ชวนกันไปปาร์ตี้
ส่วนตัวผมไม่เคยรู้สึกเหยียดใครนะ(แต่แอบกลัวพวกพี่มืด ที่เดือนก่อนนู้นยกแก็งมาตีกันหน้าอพาร์ทเมนต์ผม-ก่อนที่ตำรวจมหาวิทยาลัยจะมา) ก็เลยไม่มีความรู้สึกว่ากำลังถูกใครรังเกียจ บางทีพูดไม่รู้เรื่องก็ช่างเถอะ บางทีจีนญี่ปุ่นไทยเกาหลีคุยกันด้วยภาษาอังกฤษยังงงกันเองเลย ก็ช่วยกันแก้สำเนียงกันไป
เจ้าหน้าที่ภาควิชาที่เป็นผู้หญิงชาวอเมริกันก็ใจดีมาก ช่วยนักศึกษาหรือนักวิจัยต่างประเทศทุกอย่าง
จะเหยียดใครก็ไม่ควรจะเหยียด แม้แต่เหยียดตัวเอง... บางทีเค้าอาจไม่ได้คิดอะไรก็ได้ แต่เราคิดเอาเองว่าเค้าคิด
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 51 08:24:25
จากคุณ : zenithius (Zenithius) - [ 10 เม.ย. 51 08:16:23 ]
ความคิดเห็นที่ 47
คุณ tabuya คห 10 คะ
อยากถามคุณจริงๆค่ะว่า คุณเป็นอะไรนักหนา กับชาวผิวสีคะ
จากคุณ : reinedesfleurs - [ 10 เม.ย. 51 08:29:58 ]
ความคิดเห็นที่ 48
ยิ่ง พวก มีการศึกษาสูง ล่ะ ยิ่งตัวดี ชอบดูถูก..นัก
ยิ่งพวกใน กทม. เมืองหลวง ล่ะ ชอบดูถูก นัก คนต่างจังหวัด บ้าน นอก พวกนี้...
วิเศษ กันจริงๆ มีแต่พวก เจ้าขุนมูลนาย ทั้งนั้น นี่
จากคุณ : หนวดกระตุกมุขกระจาย - [ 10 เม.ย. 51 08:45:28 ]
ความคิดเห็นที่ 49
เห็นด้วยกับคุณ หนวดกระตุกมุขกระจาย
ที่บอกว่าพวกผิวขาวชอบดูถูกเอเชีย อันนี้จริงไม่จริงไม่รู้เพราะไม่เคยโดนกับตัว ถ้าเราไม่ดูถูกใครก็คงไม่คิดว่าจะมีใครมาดูถูกเรา
ตอนไปเรียนภาษาที่ NZ คนที่นั้นใจดีมาก เราหลงทางเค้าก็ช่วยเรากันใหญ่ ตอนลูกค้าฝรั่งมา order ของ ก็พูดจาดี แถมชื่นชมความเป็นปัจเจกบุคคลไม่ตามก้นฝรั่งของเจ้านายเราใหญ่ ถ้าเราไปตามก้นเค้า พยายามทำตัวเหมือนเค้า เค้าก็คงว่า แต่ถ้าเราเป็นเราเค้าก็ชื่นชม เพราะโลกมัน Post western ความเป็นตะวันออกเป็นที่ยอมรับของคนมากขึ้น
เราคิดว่านะ
จากคุณ : tempus fugit - [ 10 เม.ย. 51 09:18:42 ]
ความคิดเห็นที่ 50
ผมว่าพฤติกรรมของคห.10 นี่น่าสนใจนะ ดูมาหลายกระทู้แล้ว
จากคุณ : yatiko - [ 10 เม.ย. 51 09:48:09 ]
ความคิดเห็นที่ 51
Racism เนี่ยไม่ใช่แค่คนขาวครับ
นิโกรในเมกามันก็เหยียดคนเอเชีย - -
จากคุณ : จาจาบิงแปงร่างเป็นไอ้มดเขียว - [ 10 เม.ย. 51 11:05:35 ]
ความคิดเห็นที่ 52
คนไทยเนี่ยแหละ ตัวดีเลย
จากคุณ : ย่ามฝัน - [ 10 เม.ย. 51 11:08:16 ]
ความคิดเห็นที่ 53
ยุ่นโดนแน่นอนครับ ไม่ต้องฝรั่งหรอก ผมคนไทยยังชอบล้อ ชอบแกล้งเลย
ผมเองยังด่ามันต่อหน้าแบบขำๆเลย แต่ก็เป็นเพื่อนกันหมดนะ เวลาอยู็่่หลายๆชาติ ยุ่นจะโดนแกล้งมากสุด (มีอยู่สามยุ่น โดนหมดเลย อาจจะเป็นแค่เรื่องรายบุคคล แต่มันก็โดนทุกคนที่เป็นเพื่อนผมจริงๆนะ555)
จากคุณ : KcAnne - [ 10 เม.ย. 51 11:18:03 ]
ความคิดเห็นที่ 54
คุณ tabuya กะแล้วว่าต้องได้เห็นคุณในกระทู้นี้ ^^
---------
อย่าว่าแต่ชาติอื่นเลยค่ะ คนไทยด้วยกันเองแท้ๆยังเหยียด เจอมากะตัวค่ะ พูดคุยกันเห็นหน้าค่าตากัน ยังชมนู่นนี่ พอบอกว่ามาจากภาคอีสานเท่านั้นแหละ รีบตัดบทกันจัง?
จากคุณ : ฟ้องแม่นะเออ - [ 10 เม.ย. 51 12:34:53 ]
ความคิดเห็นที่ 55
คห.10 คงเส้นคงวาจริงๆ
จากคุณ : fahong - [ 10 เม.ย. 51 14:13:39 ]
ความคิดเห็นที่ 56
ที่ฝรั่งเศสเทรนญี่ปุ่นกำลังมาแรงครับ เด็กๆฝรั่งเศสนิยมเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่2มากขึ้น ชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่น ที่รู้เพราะมีเพื่อนชาวฝรั่งเศสหลายคนครับ ที่อื่นเราไม่รู้แต่ที่ฝรั่งเศสอะไรที่เป็นญี่ปุ่นกำลังอินเทรน
จากคุณ : Love to live - [ 10 เม.ย. 51 15:55:12 ]
ความคิดเห็นที่ 57
แต่แปลก น้องเรามันดันดูถูกฝรั่ง ฝรั่งเดินชนก็หาว่าฝรั่งส่วนใหญ่ไร้มารยาท ฝรั่งว่ายน้ำก็ไม่ว่ายด้วย หาว่าไม่สะอาดโรคเยอะ เราว่าไอ้โรคดูถูกคนที่ด้อยกว่ามันเป็นทุกเชื้อชาติน่ะแหละ อย่าไปเหมาโทษคนอื่นเลย
จากคุณ : ลงเอย - [ 10 เม.ย. 51 16:25:47 ]
| Create Date : 12 เมษายน 2551 |
| Last Update : 12 เมษายน 2551 15:16:46 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|