My heart is warm from your love this world is beautiful because of you

กาลครั้งหนึ่ง....กับเพื่อนชื่อซึมเศร้า ตอนที่2






หลังจากเผชิญคำต่อว่ามากมายในทุกๆวัน พร้อมๆกับได้รับการรักษาและกำลังใจจากเพื่อนบ้างคน ทำให้เรามี ชีวิตเเบบลุ่มๆดอนๆจนผ่านมาได้ถึงปีสุดท้าย ก็มาเกิดเรื่องกระทบกระเทือนใจอย่างหนักอีกครั้งในวิทยาลัยแห่งนี้ เมื่อวันที่ต้องออกไปฝึกงานนอกสถานที่ ไปกันทั้งหมด8คน ในนี้มีเพื่อนที่ไม่เคยเข้าใจพฤติกรรมของเราไปด้วยนะคะ ระหว่างฝึกงานมีเรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้น ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ทุกคนดูวิตกกังวลมากและพยายาม หาแพะรับบาป สุดท้ายแพะตัวนั้นก็ไม่พ้นเรา ทั้งๆที่ เราแทบจะไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำว่าเรื่องอะไรมายังงัย แหมก็คนเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ใครมาก แยกตัวอยู่คนเดียว ไม่ค่อยเข้ากลุ่ม จะไปรู้เรื่องอะไรมากละคะ

พอโดนกล่าวหา ก็ไม่อยากอธิบาย มีความรู้สึกยิ่งอธิบายยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งโกรธโมโหขึ้น
เหมือนไฟกำลังโหมกระพรื่อ เราจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ได้แต่หวังว่าเรื่องจะจบ แต่กลายเป็นว่ายิ่งลุกลามใหญ่โต คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเพื่อนนักเรียน เก็บข้าวของเรา โยนลงจากบ้านพัก เราต้องตรากหน้าไปขออาศัย จนท แหล่งฝึกซุกหัวนอน ไม่มีใครคุยด้วย เหมือนอยู่คนเดียวบนโลก จนจบการฝึกวันที่กลับหอพัก ทุกคนทิ้งเราไว้ที่แหล่งฝึกคนเดียว เราต้องเดินออกไปเช่ารถเพื่อขนของกลับมาวิทยาลัยคนเดียว ..... เศร้ามาก T_T แต่ตอนนั้น ความรู้สึกมันเศร้าจนเฉยเมยกับโลก กับสิ่งที่ถูกกระทำ เราเริ่มชินใช่ไหม??? ถามตัวเอง

หลังกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่วิทยาลัย เรื่องของเราที่เค้าเข้าใจผิด ได้ถูกส่งต่อปากต่อปาก คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็อินในคำพูดเหล่านั้น และเชื่ออย่างง่ายดาย เวลาเราเดินไปไหนมักจะถูกสายตาดูถูก คำพูดที่กระแนะกระแหน่ใส่ตลอด เราได้แต่บอกกับตัวเองว่า "อดทนนะ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้เหมือนที่เคยผ่านมา" ยังทำตัวเหมือนเดิม คือตอนเย็นถึงค่ำ ที่คนในหอจะมาจับกลุ่มทำกิจกรรม หัวเราะเฮฮา แต่เรากลับรู้สึกว่า ไม่มีที่ให้เรายืน ได้แต่เดินออกไปนั่งหน้าอาคารเรียน แล้วแอบร้องให้เงียบๆคนเดียว ทุกคืนๆๆ ........

ช่วงใกล้จบ มีหลายอย่างที่ยิ่งถาโถมเข้ามา ทั้งการสอบครั้งใหญ่ 4ครั้ง 4 สนามที่เราต้องผ่านไปให้ได้ คนรักก็ขอเลิกราเพราะไปมีคนอื่น สถานการณ์ในหอพักก็ยังเป็นเหมือนนรกกลายๆ น้ำหนักตัวเริ่มลดลงเรื่อยๆๆ จนผอม....หุ่นดีเชียว แต่ไม่เคยมีความสุขเลย

4ปีแล้วนะ ที่อยู่ที่นี้ ความสุขลดลงมากจนแทบจะไม่มีเหลือ ฉันยังคงนั่งร้องให้ใต้ถุนอาคารเรียน และบนประตูทางออกด่านฟ้าบนหอพัก ฉันยังคงนั่งคนเดียวอยู่อย่างนั้น เรื่อยๆๆมา

ต่อบล็อกหน้านะคะ........




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2557    
Last Update : 20 ตุลาคม 2557 18:30:17 น.
Counter : 581 Pageviews.  

กาลครั้งหนึ่ง....กับเพื่อนชื่อซึมเศร้า ภาค1






ครั้งนึง....กับโรคซึมเศร้า
เช้านี้มานั่งนึกถึงตอนเผชิญชีวิตอยู่ที่ หอพักวิทยาลัย นี้คือการจากบ้านครั้งแรกในชีวิต ไปรายงานตัววันศุกร์ นศ มากมาย มากหน้าหลายตา รู้สึกลึกๆว่า จะได้มีเพื่อนใหม่มีสังคมใหม่ที่ดีที่มีความสุข หลังจากรายงานตัวเสร็จ นศ ส่วนใหญเค้าก็กลับบ้านกัน แต่ด้วยความลั้นลา ไม่กลับบ้านคะ ขออยู่หอเลย แบบว่าตื่นเต้น คะไม่ใช่เลย เพราะ....มันไม่ได้มีความสุขอย่างนั้น......

เริ่มจากเดิมเลย ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่ กทม ชีวิตของเราจะเป็นพวกร่าเริง ตรงๆ ไม่เฟค ไม่นินทา ไม่มีหน้าหลัง โลกมีแต่สีขาว หรือดำ ไม่มีสีเทา แต่ที่นี้ ผู้คนมากมาย มาจากต่างสถานที่ การเลี้ยงดูก็ต่างกัน เรามีปัญหาเรื่องการปรับตัวค่อนข้างมาก แต่ฝืนทำร่าเริงไปวันๆ เรารู้สึกแปลกแยกขึ้นทุกวัน คิดถึงบ้านคิดถึงพ่อ พยายามปรับตัว เล่นกีฬา ทำกิจกรรม แต่ก็เหมือนเดิม อาจจะเพราะบุคคลิคที่ดูร่าเริง แต่ จริงๆ เก็บตัว โลกส่วนตัวสูง จนถึงวันที่เรารู้สึกแปลกแยกที่สุดก็มาถึง คือปกติ เราเป็นคนไม่หวงของนะ โดยเฉพาะของกิน เพราะเราถูกสอนมาว่าห้ามหวงของกิน ไม่ดีบาป ฉะนั้นของๆเรา เพื่อนกินได้เสมอ เวลาเราไปห้องอื่น แล้วมีเพื่อนๆในรุ่นชวนกินขนม เราเลยไม่ตะขิดตะขวงใจในการกิน เพราะเราให้เกียรติเพื่อนว่า ชวนแล้วเราไม่ควรปฏิเสธ อาจจะเพราะเราอ่อนโลกหรือไร้เดียงสาเกินไป

วันนึงเราเดินไปห้องเพื่อน พบเพื่อนกำลังจับกลุ่มนินทาคนๆนึงอยู่ เราอยู่ห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องแฝด ทำให้กลุ่มนั้นไม่เห็นเรา หัวข้อประเด็นวันนี้ ดันเป็นเรื่องของเรา ว่า" เราเป็นพวกตระกระ กินของคนอื่นไปทั่ว " เราเลยชะโงกหน้าไป ถามว่า อ้าวแล้วชวนทำไม ทุกครั้งที่กิน ก็เพราะมีคนชวน" ทุกคนทำหน้าตกใจ ที่อยู่ๆเราโผล่มา แต่มีบางคนในกลุ่มนั้น พูดออกมาว่า "ชวนตามมารยาท ไม่รู้จักเหรอ" เราเลยตอบกลับไปว่า " ก็กินตามมารยาทเหมือนกัน รู้จักไหม " แล้วคนนั้นก็ตอบว่า "เหรอ" แล้วทั้งกลุ่มก็หันมาหัวเราะเรา อีกทั้งประสบเรื่องลับหลังนินทาว่าเค้าเกลียดเค้าสารพัด ต่อหน้าทำเป็นสนิทสนม เรารู้สึกโลกน่ากลัวขึ้นมาในฉับพลัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรารู้สึกแปลกแยก ไม่กล้าเข้าใกล้ใคร ไม่ไว้ใจใครอีก อยู่แบบระแวงผู้คน แยกตัว ไม่พูด ไม่คุย ไม่อยากเข้ากลุ่ม ไม่อยากเข้าห้องเรียน แอบไปนั่งอยู่ในห้องอาบน้ำร้องให้คนเดียว กลางคืนออกไปเดินร้องให้คนเดียวรอบๆวิทยาลัย อยากอยู่เงียบๆ และเป็นมากขึ้นๆ พร้อมกับความเป็นห่วงของคนใกล้ชิด เช่นรูมเมทในห้อง โดยเฉพาะอาจารย์ที่พอจะทราบแล้วว่า เรามีอาการของโรคซึมเศร้า และพาเราไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

เป็นธรรมดาคะ มีคนเข้าใจก็ต้องมีคนไม่เข้าใจ อาจจะเพราะสังคมเป็นสังคมแบบเด็กๆ สังคมวัยรุ่น ทำให้ คนที่ไม่เข้าใจ กลับมองสิ่งที่เราเป็นว่า "เรียกร้องความสนใจ" จากคำนินทาลับหลัง พัฒนาขึ้นเป็นว่าต่อหน้า จากคนที่พร้อมอธิบาย กลายเป็นคนเงียบเฉยให้เค้าว่า เดินผ่านก็ พูดให้ได้ยิน "เกลียดจริงๆเลย พวกเรียกร้องความสนใจ"
มาต่อบล๊อกหน้านะคะ ......




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2557    
Last Update : 18 ตุลาคม 2557 11:35:06 น.
Counter : 290 Pageviews.  


หมูน้อยบ้าพลัง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นผู้หญิงตัวกลมกลม ชอบกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนุ่มนุ่ม แต่ไหงกลายเป็นว่า "ไม่ค่อยได้นอนเลยอ๋า" บ้างาน คลั่งหนังสือ รื้อของเก่ง ชอบเที่ยว ชอบถ่ายรูป ชอบเต้น อารมณ์ดี แต่หงุดหงิดง่าย โกรธง่ายแต่หายเร็ว ขี้งอล(นิดหน่อยเองอะค่ะ ) จริงจริงนะ
PooKie Pik รักในหลวง

Create Your Badge Photobucket กริตเตอร์ Hits Since July 24, 2010!

Free Hit Counter by Pliner.Net
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หมูน้อยบ้าพลัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.