Group Blog
 
All blogs
 
อภัยทาน

ธรรมทานอีกส่วนหนึ่งที่มุ่งหมายจะเทศน์กันในวันนี้ก็คืออภัยทาน อภัยทานนี้เป็นการให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุ แล้วก็เป็นทานสูงสุด พระพุทธเจ้ากล่าวว่าใครเป็นผู้มีอภัยทานประจำใจ คนนั้นเป็นผู้เข้าถึง ปรมัตถบารมี แล้ว คำว่าปรมัตถบารมีนี้เป็นบารมีสูงสุด เป็นบารมีที่จะทำให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน คำว่าอภัยทานก็ได้แก่การให้อภัยซึ่งกันและกัน หมายความว่าคนใดก็ตาม เขาทำให้เราขุ่นเคือง ทำให้เราไม่ชอบใจด้วยกรณีใดๆก็ตาม


ถ้าหากเราคิดพิจารณาเข่นฆ่าจองล้างจองผลาญ ถ้าเขาด่าเรา เราคิดว่าโอกาสสักวันหนึ่งข้างหน้าเราจะด่าตอบ เขาลงโทษเรา เราจะลงโทษตอบ เขาตีเรา เราคิดว่าเราจะตีตอบ แต่โอกาสมันยังไม่มี คิดเข้าในใจว่าเราจะทำอันตรายตอบ อย่างนี้พระพุทธเจ้ากล่าวว่าเป็น อาฆาต คือ พยาบาท เป็นไฟเผาผลาญดวงจิต เพราะคนที่เรากำลังคิดจะฆ่าก็ดี คิดจะประทุษร้ายก็ดี นี่เขายังไม่ทันรู้ตัวเขามีความสุข เราคนที่คิดจะทำเขานั่นแหละตั้งแต่แรกหาความสุขไม่ได้

นี่กล่าวถึงโทษโทสะและพยาบาท เพราะจะทำให้เราไม่ชอบใจ ถ้าหากว่าใครเขามาทำให้เราไม่ชอบใจ เรามาคิดกลับเสียอีกมุมหนึ่ง คิดหากฎความเป็นจริงว่า คนที่ทำให้เราไม่ชอบใจนี่มีอะไรเป็นเหตุ เราไปกวนใจเขาก่อนหรือว่าอยู่ดีๆ เขามากวนใจเรา ถ้าเราไปกวนใจให้เราเกิดความไม่สบายใจ เขาประทุษร้ายเราบ้าง เขาด่าเราบ้าง สร้างความเจ็บใจให้แก่เรา ก็คิดว่านั้นมันเป็นโทษ คือความผิดของเรา นี่ควรจะยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน เรียกว่ายอมรับผิด แล้วก็ไม่โกรธตอบเขา

ตานี้ถ้าเราอยู่ดีๆแล้วเขาเกิดคิดจะฆ่าเราบ้าง คิดจะด่าเราบ้าง มาด่าเราบ้าง อิจฉาริษยาเราบ้าง รุกรานในด้านทรัพย์สินบ้าง ถ้าเราพิจารณาตนแล้วว่า ชาตินี้เราไม่เคยทำอะไรให้แก่เขา ตานี้เราจะทำยังไงจึงจะให้อภัยทานได้ เราตั้งใจคิดว่าเราจะให้อภัยแก่เขา แต่ว่าเราเป็นคนไม่ผิด คนไม่ผิดมาถูกลงโทษ ถ้าให้อภัยแก่เขามันเสียเหลี่ยม นี่ชาวบ้านเขาว่ากันยังงี้ แต่พระไม่ว่ายังงั้นหรอก พูดกันคนละอย่าง ถ้าเราคิดไม่ออกก็มองไปดูพระพุทธเจ้า .....

......องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า การที่ตถาคตถูกพระเทวทัตทรมานมาทุกชาติกลั่นแกล้งมาทุกชาติ ไม่ใช่ว่าตถาคตเป็นคนผิด แต่ว่าตถาคตน่ะเป็นคนถูกทุกชาติ แต่ว่าอาศัยกรรมที่เขาจองไว้กับตถาคตเขาจึงทำอย่างนี้ พระจึงถามว่าทำไมองค์สมเด็จพระมหามุนีจึงไม่มีความโกรธในพระเทวทัต เพราะเขาแกล้งในทีนะ ที่เป็นคนทำความถูก

ท่านก็เลยบอกว่า ไอ้การโกรธไม่มีประโยชน์ การพยาบาทไม่มีประโยชน์ มันเป็นไฟเผาผลาญ เพราะเราบำเพ็ญบารมีมา ก็ปรารถนาให้เข้าถึงซึ่งพระโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า ถ้าเราไปคบกับความโกรธก็ดี ความพยาบาทก็ดี กรรมทั้งหลายเหล่านี้มันจะกำจัดต่อความดีของเรา แม้แต่สวรรค์ชั้นกามาวจรสวรรค์ก็จะไม่ได้พบ จะพบแต่อบายภูมิทั้ง 4 ประการ กล่าวคือ ตกในนรกบ้าง เป็นเปรตบ้าง เป็นอสุรการบ้าง เป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง หรือว่าเป็นคนที่เกิดมาเต็มไปด้วยความทุกข์บ้าง

พระพุทธเจ้าจึงทรงปรารภแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เธอจงปรารภอภัยทานเป็นสำคัญ เมื่อบุคคลผู้ใดก็ดีที่เขาทำให้เราไม่ชอบใจ จงคิดเสียว่า เราเคยมีกรรมเก่าที่เคยทำให้เขาไม่ชอบใจไว้ มาชาตินี้เขาจึงได้จองล้างจองผลาญเรา เราคิดให้อภัยเสีย มันก็จะปลอดภัย แล้วอีกประการหนึ่ง ถ้ามีการให้อภัยเกิดขึ้น ความเร่าร้อนของจิตก็จะไม่มี มีแต่ความผ่องใส นี่แหละบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย วันนี้อาตมาเทศน์เรื่องทานกถาทานด้วยกัน กล่าวคือ อามิสทานอย่างหนึ่ง และธรรมทานอย่างหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมทานก็มีความมุ่งหมายแต่อภัยทานเป็นสำคัญ เพราะว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านที่นั้งอยู่ในที่นี้ก็ดีหรือไม่ได้มาก็ ดี คนทั้งโลกย่อมกระทบกับความกระทบกระทั้งเป็นปัจจัย เรียกว่าเป็นปกติ ถ้าความกระทบกระทั้งเป็นปัจจัย กล่าวคือสิ่งใดก็ตาม บุคคลใดก็ตาม หรือว่าสัตว์ตนใดก็ตาม ที่ทำให้เราไม่ชอบใจ ก็พิจารณาตัวเสียก่อนว่า ชาตินี้เราทำความผิดอะไรให้เขาเจ็บใจหรือเปล่า ถ้ารู้สึกว่าเราทำก่อนแล้วเขามาทำทีหลัง ก็ถือว่าเป็นการชดใช้กรรม คือใช้หนี้กันไป

ถ้าพิจารณาไปแล้วเห็นว่าเราไม่เคยทำความผิดอะไรให้กับเขา เขากลั่นแกล้งเราโดยเจตนา เราก็คิดเอาพระพุทธเจ้าเป็นพยาน ถือพระพุทธเจ้าเป็นแบบฉบับว่าชาตินี้เราไม่ได้ทำแก่เขา ชาติที่แล้วเราคงจะทำแก่เขา หรือว่าถ้าชาติที่แล้วเราไม่เคยทำกับเขา ชาติที่แล้วเรามองไม่เห็น ก็กลับมาคิดลงไปอีกทีว่า คนที่ทำให้เราไม่ชอบใจคนนี้เป็นคนโง่ ถ้าคนฉลาดแล้วเขาไม่ขัดใจใคร การขัดคอคนการขัดใจคนมันมีแต่ความทุกข์ มีแต่ความเร่าร้อน ทำความเป็นมิตรสหายให้แตกร้าวจากกัน ทำความสามัคคีให้แตกแยกออกไป

นี่แหละ เมื่อเราเห็นเขาเป็นคนโง่อย่างนี้ เราจะไปโกรธคนโง่ทำไม ขึ้นชื่อว่าคนโง่ทำอะไรก็เต็มไปด้วยความประมาท ขาดการยับยั้ง นี่ปลงใจอย่างนี้ ทำจิตให้เป็นอภัยทานนับแต่บันนี้เป็นต้นไปว่า คิดว่าใครเขาจะทำอะไรก็ช่าง เราไม่ชอบใจ เราก็ถือคำว่าช่างมัน อย่างท่านวังบูรพา ท่านเคยเขียนไว้ที่หน้าวังว่า ช่างมัน อย่างนี้ ท่านทำของท่านถูก ช่างเขา เขาทำไม่ดีมันก็เป็นความเร่าร้อนของจิตของเขา เราทำดีมันเป็นความเยือกเย็นของจิตเรา คิดไว้เพียงเท่านี้ จิตใจของท่านพุทธบริษัทก็จะผ่องใส ถ้าหากว่าบังเอิญจะตาย ....

.....ถ้าบุคคลใดเวลาจะตาย มีอารมณ์ผ่องใส อารมณ์ผ่องใสจะเกิดได้ก็ต้องอาศัยเมตตาบารมี คืออภัยทานนั้นเอง ถ้าอารมณ์ของบุคคลผ่องใส บุคคลนั้นตายไปแล้วก็ไปเกิดในสุคติ เกิดเป็นพรหม ถ้าดีไปกว่านั้นอีกนิดก็ไปพระนิพพานเลย....


Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 7 ตุลาคม 2552 3:37:59 น. 0 comments
Counter : 752 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

^Bloody_Brownie^
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รับดูไพ่ยิปซี หาเงินทำบุญจ้า รับไม่แพงด้วยน้า แม่นไม่แม่นลองดูนะคะ ดูไพ่หมดสำรับ 78 ใบ ทั้ง Major & Minor Acana ดูแบบหัวตั้งและกลับหัวด้วย สาธุ.. สาธุ....... หาเงินทำบุญ สาธุ

Send Mail

Friends' blogs
[Add ^Bloody_Brownie^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.