Group Blog
 
All Blogs
 

ลางร้าย! 24 อาการก่อนมีประจำเดือน


เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง ตกงานกันเป็นแถบๆ ทำเอาหลายคนเกิดอาการเครียดไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้หญิงไทย ในงานสัมมนา "สตรีไทยห่างไกลวิกฤตทางอารมณ์ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันกับ 24/4" ได้มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน จัดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ ไบเออร์ เชริง ฟาร์มา

ภายในงานได้มีผลวิจัยของสวนดุสิตโพลมาฝาก พบว่า

ผู้หญิงจำนวนร้อยละ 95 ต้องประสบกับภาวะทางอารมณ์ทั้งอารมณ์ แปรปรวน หงุดหงิด เครียด ซึมเศร้า ที่มาพร้อมกับอาการทางร่างกายไม่ว่าจะเป็นตึงคัดเต้านม ปวดศีรษะ ท้องอืด อยากอาหารมากกว่าปกติทุกเดือน ซึ่งเรียกว่า "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน" หรือ PMS (Premenstrual Syndrome) บางคนอาจมีอาการเล็กน้อยพอรำคาญแต่ยังสามารถดำเนินชีวิตปกติได้ แต่บางคนอาจต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ จนถึงขั้นต้องพึ่งหมอ ซึ่งอาการก่อนมีประจำเดือนขั้นรุนแรงนี้เรียกว่า PMDD หรือ Premenstrual Dysphoric Disorder

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยา ศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า 

อาการ เหล่านี้สามารถสังเกตได้ ซึ่งในคู่มือ "อารมณ์ดี 24/4" ซึ่ง 24 คืออาการหลักที่มักจะเกิดขึ้น อย่าง คัดตึงเต้านม แขน ขา บวม ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องอืด น้ำหนักขึ้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เป็นตะคริว หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล นอกจากนี้ยังมี อาการอื่นๆ อ่อนเปลี้ย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง โกรธ ฉุนเฉียวง่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ ซึมเศร้าอย่างชัดเจน วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์แปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด เครียดอย่างรุนแรง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ส่วนเลข 4 นั้น นายแพทย์สุรศักดิ์บอกว่า

อาการ 24 ขั้นต้นนั้น ต้องสังเกตเป็นเวลา 4 เดือน ด้วยการจดบันทึก หากอาการเกิดขึ้นช่วงก่อนมีประจำเดือนทุกเดือน อาจเป็น PMS หากอาการรุนแรงมากจนกระทบต่อการใช้ชีวิตอาจเป็น PMDD

"บุคคลที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนจริงไม่ต้องตกใจ ให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิให้จิตใจสงบ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน แต่ผู้มีอาการก่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและ รักษาอย่างเหมาะสม"

ประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าผิดปกติต้องพบแพทย์ทันที


ที่มา : นสพ.มติชน




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 22:33:40 น.
Counter : 101 Pageviews.  

กินอาหารมันๆ ช่วยบำรุงสมอง

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียศึกษา พบว่ากรดโอเลอิกในไขมัน กลับมีประโยชน์ เพราะถูกแปลงให้เป็นสารบำรุงสมอง เมื่อตกถึงลำไส้

วารสารของ "สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ" ของอเมริกา ซึ่งเสนอรายงานผลการศึกษา กล่าวว่า
การค้นพบนี้อาจช่วยให้ พบหนทางรักษาโรคเกี่ยวกับความจำใหม่ได้ เพราะขณะนี้ได้มีการทดลองยาที่ทำเทียมสารประกอบนี้ เพื่อลดปริมาณไตรกลีเซอไรด์ อันเป็นไขมันที่เป็นอันตรายอยู่แล้ว

ผลการศึกษาได้แสดงว่า
สารโอเลออย์อีทานอลาไมด์ หรือโออีเอในระดับสูง มีสรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักลด ทั้งยังช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือด นอกจากไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งทำให้มันเหมาะกับที่จะทำเป็นยาเม็ดลดความอ้วนด้วย

ดร.ดาเนียล เพียวเมลลิ หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่า
โอ อีเอ ยังช่วยเก็บความจำเอาไว้ โดยช่วยกระตุ้นสัญญาณเพิ่มขีดความจำในสมอง ส่วนที่เกี่ยวกับความจำทางด้านอารมณ์ เขายังเสริมว่ามันยังมีคุณประโยชน์ในวิวัฒนาการ ในการช่วยให้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำได้ถึงแหล่งและเวลาที่จะหาอาหารมัน ๆ กิน จึงดูเหมือนมันเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิวัฒนาการของมนุษย์และสัตว์อื่นของ ยุคต้น ๆ เพราะการจำแหล่งและสภาพการณ์ที่เกิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นได้ อาจจะเป็นกลไก เพื่อการอยู่ รอดของมนุษย์ยุคแรก ๆ ที่สำคัญอันหนึ่ง




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 22:26:27 น.
Counter : 78 Pageviews.  

ระวัง! Chat ทั้งวัน ภูมิคุ้มกันตก


ถึงแม้อินเตอร์เนตจะช่วยย่อโลกให้เราติดต่อกันง่ายขึ้น แต่ถ้ามากเกินไปก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน

นายแพทย์ อาริก ซิกแมน นักจิตวิทยา กล่าวว่า การนั่งแชทกับเพื่อนหรือนั่งท่องโลกอินเตอร์เนตเป็นเวลานานทำให้เกิด พฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้การทำงานของยีนเปลี่ยนแปลงและภูมิคุ้มกันต่ำลง

การที่ภูมิคุ้มกันต่ำลงจำทำให้ เซลล์มีปฏิกิริยากับความเครียดมากขึ้น



ซึ่งจะทำให้ เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและความจำเสื่อม นอกจากนี้ผลเสียของการเสพติดอินเทอร์เนต จากการวิจัยพบว่า การที่คนเราพูดคุยพบปะกันแบบตัวต่อตัวจะทำให้ฮอร์โมนออกซิ โทซินหลั่ง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนแห่งความรักและความสงบ ไม่หวาดกลัวและตื่นตะหนกเวลาต้องเข้าสังคม การขาดการติดต่อกับผู้อื่นในชีวิตประจำวันจึงทำให้ฮอร์โมนชนิดนี้ลดลง ส่วนผลเสียอื่นๆ ได้แก่ หลอดเลือดหัวใจทำงานน้อยลง, สุขภาพจิตเสีย และเสี่ยงต่การติดเชื้อได้ง่าย

ที่มา : นิตยสาร ชีวจิต




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 21:00:34 น.
Counter : 83 Pageviews.  

อาหารที่คุณรับประทานมีกี่ calories?

เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อวัวน้ำ 230 แคลอรี่

ก๋วยจั๊บ 230 "

กระเพาะ ปลา 240 "

โจ๊กหมู 250 "

ขนมจีนน้ำยา 330 "

เส้นใหญ่ราดหน้าหมู 400 "

ข้าวขาหมู 430 "

ข้าวผัดกระเพรา 550 "

ก๋วยเตี๋ยวผัดขี้เมา 560 "

ผัดไทยใส่ไข่ 570 "

หอยทอด 570 "

ข้าวมันไก่ 600 "

ข้าวคลุกกะปิ 610 "

เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมูใส่ไข่ 679 "

น้ำส้มคั้น 179 มิลลิลิตร 100 "

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ 16 กรัม 100 "

เยลลี่ 2 ช้อนโต๊ะ 100 "

มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ 17 กรัม 100 "

น้ำหวาน/น้ำอัดลม 200 ซีซี 100 "

คุกกี้ 2 ชิ้น 100 "

ทอฟฟี่ 6 เม็ด 100 "

อย่างไรก็ตาม ร่างกายต้องการไม่ต่ำกว่า 1200 ต่อวัน และไม่เกิน 1800 ต่อวัน




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 20:52:48 น.
Counter : 105 Pageviews.  

น้ำส้มสายชูช่วยลดไขมันได้!


นักวิจัยชาวญี่ปุ่น ได้รายงานหลักฐานใหม่ที่พิสูจน์ว่า

น้ำส้มสายชูธรรมดา ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำสลัดแบบใส อาหารดอง และอาหารอื่นๆ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงว่าเป็นยาโบราณ อาจช่วยรักษาสุขภาพได้ มีการรายงานถึงหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าน้ำส้มสายชูสามารถช่วยป้องกัน การสะสมของไขมันในร่างกายและป้องกันการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวอีกด้วย


Tomoo Kondo และทีมวิจัยได้ชี้ให้เห็นจากการศึกษาใหม่ว่า

น้ำส้มสายชูยังเคยเป็นยาในสมัยโบราณอีกด้วย มนุษย์ได้ใช้น้ำส้มสายชูรักษาโรคหลายชนิด การวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้เสนอว่ากรดอะซิติก
(acetic acid) ซึ่งเป็นส่วมผสมหลักของน้ำส้มสายชู อาจช่วยควบคุมความดันเลือด น้ำตาลในเลือด และไขมันสะสม


การศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่าหนูทดลองที่ได้รับอาหารไขมันสูงและได้ รับกรดอะซิติก จะมีไขมันร่างการน้อยกว่าหนูตัวอื่นๆ (น้อยกว่าถึง 10% ขึ้นไป)

สิ่งสำคัญคือการวิจัยใหม่ได้เพิ่ม หลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า

กรดอะซิติดสู้กับไขมันโดยกระตุ้นยีนสำหรับเอ็มไซม์ที่ทำให้กรดไขมันเกิดการออกซิเดชัน
(fatty acid oxidation enzyme) ยีนจะกระตุ้นโปรตีนที่ เกี่ยวของกับการสลายไขมันซึ่งช่วยระงับการสะสมของไขมันในร่างกาย


ที่มา : vcharkarn.com




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2553    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 18:54:20 น.
Counter : 95 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

DeWalt
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add DeWalt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.