happiness can be found even in the darkest of times

BLACK VALENTINE
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BLACK VALENTINE's blog to your web]
Links
 

 

การสูญเสียเล็กๆ


เพิ่งเที่ยงคืนครึ่ง....
ปกติช่วงเวลานี้ จะคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะสาวกเอ็มเอสเอ็นทั้งหลายจะเข้ามาไถ่ถามสารทุกข์ดิบกัน
แม้แต่เพื่อนที่ทำงาน เจอหน้ากันทุกวัน ยังเลือกปฏิสัมพันธ์กันทางเอ็มเอสเอ็น

แต่วันนี้แปลก ในบัญชีรายชื่อที่ยาวเป็นหางอึ่ง(ขำเองก็ได้) ของเรา กลับไม่มีมนุษย์ตนใดออนเอ็มเลยแม้แต่คนเดียว
มันเป็นไปได้อย่างไร??? ที่จะหายไปพร้อมกันหมดแบบนี้ เหลือเราเพียงคนเดียวเปลี่ยวเอกา
ปกติมีแต่เรานี่หว่าที่เป็นฝ่ายจั่วหัวตัดรอนชาวบ้าน งานยุ่งมั่งล่ะ ดูทีวีบ้างล่ะ วันนี้ทุกคนพร้อมกันปฏิเสธเราหมด
ทำให้นึกถึงเรื่องๆ นึง

ใกล้สิ้นปีแล้ว ลองนับเล่นๆ ว่าปีนี้ไปงานศพมาแล้วกี่ครั้ง
ต้นปี หนนึง เป็นพี่ที่บริษัท แค่เคยเห็นหน้าไม่เคยคุย>>>ไกลตัวนะ
กลางปี หนที่ 2 คราวนี้เป็นพ่อเพื่อนที่ทำงาน สนิทมากด้วย ไปช่วยงานเค้าทุกวัน >>> เริ่มใกล้เข้ามาแล้ว
ปลายปี ประมาณตุลาคม ต้องไปงานศพป้าตัวเอง >>> นี่ความตายมันหายใจรดต้นคอฉันแล้วนะเนี้ย!!!

เมื่อก่อนยังเด็ก เคยคิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัวมากกกกก
ใครจะเตรียมชุดดำไว้ไปงานศพกัน(เราไม่เคยมี ไปงานศพยังใส่เสื้อแดงไป)
เห็นผู้ใหญ่เค้ามีกันก็สงสัยอยู่บ้าง

จนทุกวันนี้ มีชุดดำที่นอกจากใส่ไปทำงาน เตรียมใส่งานศพบ้างเหมือนกัน เข้าใจด้วยตัวเองว่า "ควรมี"
และไม่สงสัยแล้วว่า ทำไมผู้ใหญ่ชอบไปงานศพ(จริงๆ คงไม่ชอบหรอก แต่ต้องไปเท่านั้น)
... การไปงานศพเป็นการบ่งบอกความเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ได้ด้วย ไม่ใช่แค่อายุหรือหน้าอ่อน หน้าแก่นะ
>>>ปีนี้เราไปงานศพ 3 ครั้งแล้ว ทำให้นึกได้ว่า เราคงเป็นผู้ใหญ่จริงๆ แล้ว คนใกล้ตัวเริ่มล้มหายตายจากกันไปน่าใจหาย

มานับอีกที...ในทางกลับกัน ปีนี้เราสร้างเพื่อนได้กี่คนแล้ว
ทุกปีเราควรสร้างเพื่อนใหม่เพื่อทดแทนคนเก่าๆ ที่จากหายกันไปใช่ไหม
เราควรรักษาเพื่อนเก่าที่ยังเหลืออยู่ให้ดีด้วยใช่ไหม คำตอบคือ ใช่

เพราะความรู้สึกที่ต้องนั่งทำงานคนเดียวอย่างเงียบเชียบในคืนนี้
มันก็เป็นความรู้สึกของคนสูญเสียเล็กๆ เหมือนกันละน้า
>>> แม้จะแค่คืนเดียวก็ตาม




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2549    
Last Update : 15 ธันวาคม 2549 1:44:41 น.
Counter : 72 Pageviews.  

Type B นี่หว่า

คุณรู้หมู่เลือดจริงๆ ของตัวเองหรือเปล่า???

สารภาพกันตรงๆ แบบไม่กลัวผิดบาปเลยว่า หลอกลวงเรื่องหมู่เลือดของตัวเองมานาน
ทั้งหลอกตัวเองและหลอกคนอื่น

เหตุใหญ่ใจความ ก็เพราะอาการกลัวเข็มฉีดยาเข้ากระดูกดำนั่นแหละ เคยเกือบได้เจาะเลือดตรวจครั้งนึงตอนประมาณ ม 1 หมอจากโรงพยาบาลยกชุดมาเลย ประมาณ หน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่มาพัฒนาชนบทเอง
แม่จะจับเราตรวจ ฮ่าๆๆ แต่ไม่มีทาง เราฉลาดกว่า แอบหนีหายไปในช่วงชุลมุน สบายไป

วันนั้นเค้าก็เอาผลเจาะเลือดมาอวดันใหญ่
"นี่ๆ ฉันกรุ๊ปเอล่ะ เหมือนแม่ฉันเลย"

"แต่ฉันกรุ๊ปโอง่ะ ไม่รู้เหมือนใคร พ่อก็เอ แม่ก็เอ สงสัยฉันเป็นลูกคนข้างบ้านล่ะแก"(เดี๋ยวเรื่องก็ยาวหรอกแก)

ส่วนเราไม่รู้เลือดหมู่ไหน ก็อย่าไปเสนอหน้าคุยกะเค้าเลย

แล้วไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปมชีวิตเลยนะ จนกระทั่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย
วันไปมอบตัว มีถามหมู่เลือดด้วย เราก็สงสัย อยากรู้ไปทำไม

แต่ตอนนั้นเริ่มฉลาดแล้ว เอาความรู้มาใช้(ในทางที่ผิด) ดีกว่า

จำได้ตอนเรียนมัธยม(เรียนสายวิทย์นะคะ แต่มาสอบสายศิลป์ อาจารย์ชอบว่า เป็นพวกล้มเหลวทางวิทย์ วิปริตทางศิลป์555) วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การให้เลือด มีหลักการว่า เลือดของผู้ให้ จะต้องไม่มี Antigen ที่ผู้รับ มี Antibody นั้น
คนหมู่เลือด O ซึ่งไม่มี Antigen และ แอนติบอดี้ สามารถให้เลือดได้ทุกหมู่เลือด แต่จะสามารถรับได้เฉพาะหมู่เลือด O เท่านั้น
ส่วนคนที่มีหมู่เลือด AB ไม่ควรให้เลือดแก่หมู่อื่นทั้ง A,B และ O เพราะมี Antigen ทั้ง A,B ถ้าให้แก่ผู้รับอาจจะเกิดการตกตะกอนของเลือดได้ แต่หมู่AB สามารถรับเลือดได้ทุกหมู่

ซึ่งเราก็ช่างฉลาดในเรื่องที่ไม่ควรจริงๆ จำได้แค่ว่า โอเป็นผู้ให้ ให้ได้กับทุกหมู่ แต่รับโอได้อย่างเดียว

ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาดของเรา ก็ตั้งตนเป็นหมอ วินิจฉัยหมู่เลือดของตัวเองเสร็จสรรพ ได้ข้อสรุปว่า

ฉันหน่ะเป็นสาว Type O นะยะ

เพราะไม่ว่าเราจะมีหมู่เลือดอะไร เราก็รับโอได้สบาย รับโออย่างเดียวนะ อย่าอื่นไม่รับ หยิ่งซ้า....

หารู้ไม่ หลักการที่พยายามยึดมาตลอดชีวิต มันผิด ผิดแบบโง่ๆ ด้วย พอไปอ่านเจอก็รู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่วันนี้ได้รู้ความจริงซะทีว่า

ส่วนใหญ่เวลาให้เลือด ทางเลือกแรก คือแพทย์จะเลือกหมู่เลือดที่ตรงกับคนป่วยเท่านั้น แม้ว่าจะมีหมู่อื่นที่ใช้ได้ แต่จะใช้ทดแทนในบางกรณีเช่น ขาดแคลนจริงๆ เท่านั้น เพราะดีไม่ดีเลือดอาจทำปฏิกิริยากัน ทำให้เกิดการแตกของเม็ดเลือดได้ ฉะนั้นไม่มีหมอที่ไหนเสี่ยงทำแบบนั้นกับคนไข้โดยไม่จำเป็น

ถือว่าเป็นโชคดี ในวัย 27 ปีของเรา ที่ได้รู้หมู่เลือดที่ถูกต้องของตัวเองเป็นครั้งแรก ด้วยความอนุเคราะห์ของคุณพี่บุรุษพยาบาล ผู้เจาะเลือดตรวจร่างกายให้เรา อารมณ์ประมาณรู้ทันว่า แกหน่ะ ไม่ใช่กรุ๊ปโอจริงๆ หรอก ฉันขอทาย เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดู
ว่าแล้วก็เอาเลือดเรา 2 หยด ที่เหลือจากขวดส่งตรวจนั่นแหละ หยดลงบนกระจก แล้วหยดอะไรสักอย่างลงไป
แหมะ แหมะ แล้วก็คน คน คน

ผลออกมาแล้ว นี่แกมันเลือดกรุ๊ป B นี่หว่า

โอ้!!! พระเจ้า
ฉันเป็นผู้หญิงType B แล้วมันจะเหมือนผู้ชาย Type B ไหมเนี้ย!!!




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 22:58:55 น.
Counter : 77 Pageviews.  

จิ๊บจ๊อยกว่ามดกัด

เปลี่ยนงานใหม่แล้วนะ...
วันนี้เพิ่งไปตรวจร่างกายมา เลยกลายเป็นว่าปีนี้ตรวจร่างกาย 2 ครั้งแล้ว
เพราะที่ทำงานใหม่ไม่ยอมรับผลเดิมที่เพิ่งตรวจไปเมื่อเดือนมีนาคมเอง ละเอียดด้วย
ไปตรวจใหม่ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ แต่ก็ตามขั้นตอนอ่ะนะ
วัดสายตา สั้นอยู่แล้ว 200 แหนะ แต่ทำก๋ากันไม่ยอมใส่แว่นสายตา
ชั่งน้ำหนัก พระเจ้าช่วย ไปทำงานที่ใหม่ได้ครึ่งเดือน น้ำหนักลด 2 กก แล้ว(ไปฟิตเนสแทบตายกว่าจะลง)
เอ็กซเรย์ปอด สมบูรณ์แบบ เพราะไม่สูบบุหรี่นะ สูดแต่ควันรถ
พบคุณหมอ หล่อจัง ตอนตรวจหัวใจเค้าคงได้ยินเสียงหัวใจเราเต้นแรงด้วยแหละ นี่ขนาดสแกนแล้วนะว่า เกย์สกุล แน่นอน
...แต่เห็นคนหล่อ มันก็อดไม่ได้นี่นา อิอิ...
แล้วก่อนกลับ ก็ฉี่ใส่กระปุก ฝากคุณหมอเป็นที่ระลึกด้วย (คนอื่นระทึกกว่าเรา เพราะเค้าฝาก อึ ด้วย)

มาพบสัจธรรมก็ตอนเจาะเลือดนี่แหละ เพราะเราก็หนึ่งในตองอูเรื่องกลัวเข็มเหมือนกัน
จำได้ว่า ตอนเรียนประถม ที่โรงเรียนตามต่างจังหวัด จะมีหมอจากอนามัย มาฉีดยาป้องกันโรคโน่นนี่ให้เด็กนักเรียนทุกปี ตรงต้นแขนนี่แหละ จิ้มมันมาเลย
....ดิฉันก็ร้องไห้มันทุกปี ตั้งแต่ ป1 ถึง 6 ยืนดูเพื่อนถูกฉีดยาก็บิ้วด์ตัวเองไปด้วย
"มันต้องเจ็บมากแน่ๆ เลย" "เพื่อนๆ เจ็บใช่ไหม แต่ไม่ร้องไห้กันใช่ไหม เดี่ยวฉันร้องแทนนะ"
ตั้งแต่คนแรกยันคนสุดท้าย คือ ดิฉันเอง คราวนี้ก็เก็บกักความกลัวไว้เต็มที่แล้ว

...กลับบ้านก็ต้องมีจับไข้เล็กน้อยพอเป็นพิธี วันนั้นก็เลยไม่ต้องอาบน้ำ แม่อนุญาตให้นอนได้เลย

อยากแอบหนีไปหลบในห้องน้ำเหมือนเด็กผู้ชายบางคน ก็ไม่กล้า เพราะหมอสิงโต(ชื่อหมอยังโหดเลย คิดดู)
ชอบขู่ว่า จับได้จะฉีดให้หลายๆ เข็มเลย
ตอนนั้นรู้สึกหมอใจร้ายมากเลย บอกมาได้ยังไง เหมือนมดกัด มดแถวออสเตรเลียเหรอย่ะ กัดเจ็บขนาดนี้
ทั้งที่ความจริง หากไม่เกร็ง มันก็เจ็บนิดเดียวจริงๆ แหละ แต่อคติไง มันเจ็บจริงๆ น้า..

แปลกที่ว่า คราวนี้รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย แค่ไม่อยากเห็นตอนเข็มทิ่มลงไปในเส้นเลือด ไม่ได้รู้สึกว่ามันเจ็บปวดอะไรมากมายอีกแล้ว
ค้นพบสัจธรรมข้อนึงว่า
เมื่อคนเราโตขึ้น เราจะทนต่อความเจ็บปวดได้มากขึ้น เจาะเลือดคราวนี้มันจิ๊บจ๊อยกว่ามดกัดเป็นไหนๆ
อาจเป็นเพราะ เราเริ่มแยกแยะความเจ็บปวดทางใจกับทางกายออกจากกันได้แล้ว
ตอนเป็นเด็ก เราฉีดยาเจ็บแทบตายก็เพราะใจมันสั่ง




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 1:48:15 น.
Counter : 74 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.