My Diary
Group Blog
 
All blogs
 

็Happy Birthday to Me .. Welcome 43rd

Happy Birthday to me ka....















ขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ ที่เข้าไปอวยพรใน Facebook นะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 11:52:39 น.
Counter : 630 Pageviews.  

My Phone Series ..

โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันนี้มันกลายเป็น ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคนเราไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหน อาชีพอะไร เพศใด ก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ บางคนยังมีมากกว่า 1 เครื่องด้วยซ้ำไป เครื่องหนึ่งไว้รับสายแฟน เครื่องหนึ่งไว้รับสายเรื่องาน อีกเครื่องไว้รับสายเพื่อนโดยเฉพาะ

คงเป็นผลมาจากผู้ให้บริการโทรศัพท์แต่ละค่าย ออกโปรโมชั่นมาล่อใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโทรฟรีในเครือข่าย ทำให้แต่ละคน จะต้องสรรหาโทรศัพท์เพื่อใช้กับซิมของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ครบทุกยี่ห้อ

สำหรับคุณอาฯ ซื้อโทรศัพท์ มือถือเครื่องแรก ตอนที่เข้าเรียนปริญญาโท (2538) เนื่องจากเล็งเห็นว่ามันจำเน ก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดจะซื้อเลย เพราะมันราคาแพ๊งแพง ยังเคยพูดเล่นกับเพื่อนว่ามันเป็นเครื่องแสดงฐานะอย่างหนึ่งเลยเชียว

โทรศัพท์เครื่องแรกในชีวิต เป็น Ericsson ค่ะ (ตอนนั้นยังไม่โดน Sony take over)




ช่วงใกล้ๆ จะเรียนจบ ก็พอดีฟองสบู่แตกพอดิบ พอดี บริษัทที่ทำงานอยู่ ก็โดนวิกฤติเหมือนกัน ช่วงแรกบริษัทก็ประกาศว่า ใครสมัครใจจะลาออก จะได้รับเงินชดเชย 6 เดือน คุณอาฯ ก็เลย volunteer ออก เพราะช่วงนั้น อาจจะต้องขาดงานบ่อย เพราะเตรียมตัวสอบ เลยตัดสินใจออกซะเลย

หลังจากนั้นก็มามุ่งมั่นการเรียนจนจบ โชคดีหน่อยว่า หลังจากเรียนจบ บริษัทเดิมที่ทำงานอยู่เค้าขาดคนทำงาน ก็เลยโทรมาชวนให้กลับมาช่วยเคลียร์งาน ซึ่งจ้างระยะเวลาสั้นๆ คุณอาฯ ก็เลยกลับมาช่วยเคลียร์งาน ก่อนบริษัทจะปิด

หลังจากนั้น ชีวิตก็พลิกผันอีกครั้ง เพราะพี่สาว โทรศัพท์มาบอกว่า มหาวิทยาลัยในจังหวัดบ้านเกิด เค้ารับสมัครอาจารย์ วุฒิตรงกับที่เราเรียนจบ และทำงานอยู่ ก็เลยตัดสินใจกลับมาสมัครงานที่บ้าน อย่างหนึ่งก็คือ เป็นข้าราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่มั่นคง อย่างที่สอง คือได้อยู่ที่บ้าน กับพ่อแม่ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดแทนพระคุณท่านไปด้วย ก็เลยกลับมาสอบบรรจุ และรับราชการที่บ้านเกิด

กลางปี 41 คุณอาฯ ก็ได้ปิ๊กบ้านเสียที กลับมาช่วงแรกๆ คุณอาฯ ได้คุย ICQ กับพี่ชายคนหนึ่งซึ่งรู้จักกันทางนี้นี่แหละ และพี่ชายคนนี้ก็กลายมาเป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องต่อๆ มาของคุณอาฯ คิคิ

โทรศัพท์เครื่องที่ 2 เป็นโทรศัพท์ที่ใช้ได้แป๊บเดียวเท่านั้นเอง เครี่องนี้ค่ะ
Nokia รุ่นกล้วยหอม




โทรศัพท์รุ่นนี้ใช้ได้แป๊บเดียว รู้สึกมันไม่ work พี่ชายใจดีเลยส่งเครื่องใหม่เครื่องนี้ มาให้ใช้แทนค่ะ

Sumsung v200 ได้มาตอนประมาณปี 44-45 จำไม่ได้แน่นอนค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนมาหลายรุ่น แบบแป๊บๆ เปลี่ยนน่ะค่ะ จนมาถึงเครื่องนี้









โทรศัพท์เครื่องนี้ใช้งานเป็นระยะเวลายาวนานหลายปีเลยค่ะ เสียแต่ว่า battery มันไม่ค่อยทน เสื่อมเร็วจัง สังเกตกล้องมันจะเป็นแบบหมุนได้ เกือบ 360 องศา ปลื้มมากค่ะ คงไม่เลิกใช้ ถ้าหากว่าฝาพับมันไม่หักร่องแร่ง มีแมคไกเวอร์ มาซ่อมให้อยู่นะคะ ใช้ได้ต่อไปอีกหลายเดือนเลยค่ะ

สุดท้าย พี่ชายใจดี ก็เปลี่ยนโทรศัพท์ให้น้องสาวคนนี้อีกแว๊ววว

เป็นรุ่นนี้นะคะ

Sony Ericsson W800i





ได้มาตั้งแต่ปลายปี 48 และใช้งานมายาวนานมากจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ battery รุ่นนี้ทนมากขอบอก ปัจจุบันยังสามารถ stand by ได้ถึง 3-4 วัน คุณอาฯ ยังไม่ทอดทิ้งมันค่ะ (แม้จะมีเครื่องใหม่แล้ว) รุ่นนี้กล้อง 3 ล้านพิกเซล ใช้มันถ่ายรูปลงบล๊อกอยู่บ่อยๆ ปลื้มมากมายค่ะ

แต่งานเลี้ยงก็มีวันเลิกรา รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างพี่คนนั้นด้วย 555 ไม่ได้โกรธกันนะคะ เพียงแต่ห่างกันไปเฉยๆ นานๆ ยังโทรคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้เป็นพี่สนิทกันเหมือนก่อนแล้วอ่ะ

โทรศัพท์เครื่องล่าสุดนี้ ก็เลยซื้อเองค่ะ

Nokia N97 mini





ซื้อเพราะอยากได้โทรศัพท์ที่มี GPS , touch screen และเล่น facebook, twitter ได้ คิดมากมาย อยากได้ blackberry, nokia e72 และอื่นๆ สุดท้ายก็มาลงเอยที่ n97 mini

ได้มาก็ไม่ปลื้มเลยค่ะ เพราะจอสัมผัสมันไม่ค่อย work หรือเราไม่ค่อยชอบก็ไม่รู้ (เสียดายน่าจะซื้อ iphone 555 จอใหญ่กว่ากันเยอะ) และสรุปแล้ว เน็ต ก็ไม่ค่อยได้เล่น แต่ก็นะ ซื้อมาแล้ว ก็เลยจำเป็นต้องใช้

สรุปแล้วตอนนี้ก็ใช้โทรศัพท์อยู่ 3 เครื่องค่ะ (บ้าไปแล้วตรู)

คือ

Nokia N97 mini
Sony Ericcson w800i
และสนองตัญหาอยากใช้คล้ายๆ blackberry แต่ไม่มีปัญญาซื้อ เลยไปซื้อ Wellcom W1100 ราคา 999 บาท มาใช้ 5555 เครื่องนี้ถูกใจตรงที่มันมีไฟฉายอ่ะ สรุปแล้ว ซื้อมาใช้เป็นไฟฉาย กร๊ากกกก

หน้าตา wellcom w1100 จ้า



จบการรายงาน blog นี้เพียงเท่านี้จ้า




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2553    
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 15:53:48 น.
Counter : 1173 Pageviews.  

ความหลังของคุณอาฯ

ไม่รู้จะจัด entry ของตัวเองเข้าห้องไหนดี

แค่อยากมารำลึกความหลัง สมัยวัยหวาน ..
วันวานยังหวานอยู่ แล้ววันหนึ่งมันไม่หวาน
อะไรประมาณนั้นนะ

ตอนนั้น ความรู้สึกเหมือนทำไมเราซ๊าววว เศร้า...
แบบมันไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนะ
แต่เหมือนมันอินอ่ะ

อ้อ อารมณ์อกหักเป็นงี้เอง

ไม่รู้จะทำไง ก็เลยระบายออกมาเป็นตัวหนังสือ
เขียนไปวันต่อวัน เขียนไปเรื่อยๆ

วันหนึ่ง นึกไงก็ไม่รู้ เลยส่งต้นฉบับไปสำนักพิมพ์
แล้วเค้าก็ตอบกลับมา บอกว่าให้เขียนไปอีก
เขียนไปเรื่อยๆ จนเค้าบอกว่า จะรวมเล่มแล้วนะ

.. อิอิ

วันหนึ่ง เค้าก็นัดเจอ แล้วก็มอบเช็คให้ใบหนึ่ง
พร้อมหนังสือ 10 เล่ม หน้าปกเป็นงี้อ่ะค่า




ตอนนั้น ดีใจจัง เพราะไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเขียน
มันจะออกมาเป็นเล่มน่ารักแบบนี้
(ทำเองให้ตายก็ไม่น่ารักแบบนี้อ่ะ)

โปรดมองให้น่ารัก เพราะเด็กอายุ 22 กำลังอยู่ในวัยหวานแหวว
รู้สึกว่ามันน่ารักจัง

ใครที่เคยชอบอ่านหนังสือแนวนี้ คงเข้าใจเนาะ

ปกหลัง




หลังจากเล่มนี้ ก็มีอีกเล่มหนึ่ง

แหะ แหะ แต่คุณอาฯ จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว และหนังสือก็หายไปหมดเลย

แย่มากๆ คุณอาฯ เนี่ย ของอย่างนี้ยังไม่สนใจจะเก็บรักษามันเลย


หลังจากพิมพ์เล่มที่ 2
สำนักพิมพ์ก็เงียบหายไปพักหนึ่ง


แล้วพี่กบ (พี่ตรีชนา) ของสำนักพิมพ์ใยไหม ก็โทรกลับมาอีก

บอกว่าจะพิมพ์หนังสือเล่มแรกอีกครั้งหนึ่ง
แต่กลับมาในชื่อ สำนักพิมพ์ใยไหม

คุณอาฯ ก็เฮ ไปอีกรอบหนึ่ง เพราะได้เช็คมาอีกใบ 555

หน้าปกเล่มใหม่ เป็นงี้ค่ะ



ก๊ากกก ปกขาดอีกต่างหาก ยังอุตส่าห์หลงเหลือไว้ให้จดจำก็ดีแล้วเนอะ

ปกหลัง




ซูมๆๆๆๆๆ









เป็นไงคะ เน่าดีไหม ชีวิตรักวัยหวานของคุณอาฯ 555

อดีตก็คืออดีตนะคะ เวลาหยิบขึ้นมาระลึกถึง ก็มีความสุข
แม้ว่าตอนนั้นมันจะไม่สุข แต่เมื่อเรามองกลับไปในวันที่ผ่าน
เราก็รู้ว่า ชีวิต มันมีอะไรอีกมากมาย ให้เราพบเจอ
การอกหักในวันก่อนโน้น ...

มันเป็นเรื่องเล็กน้อย มันเป็นแค่บททดสอบบทหนึ่ง
ที่พระเจ้าทดสอบเรา ว่าเราจะยืดหยัดอยู่บนโลกใบนี้ได้หรือเปล่า

และในวันนี้ เมื่อเรามองกลับไป
เราก็ได้แต่อมยิ้ม ส่ายหัว กับความรู้สึกเด็กๆ ของตัวเอง

เพื่อนๆ น้องๆ เคยเป็นบ้างไหมคะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 23:49:48 น.
Counter : 672 Pageviews.  

+++ หรือจะเป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการทำบุญ +++

..

ใครจะคิดว่าสาวทำงาน ห่างวัดอย่างเรา วันหนึ่งจะมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับบุญๆ บาปๆ

หลังจาก surprise ใครต่อใครด้วยการตระเวณทำบุญ 9 วัดมาครั้งหนึ่งแล้ว

ก็มีอันให้ต้องเกิดความไม่สบายใจขึ้นมาอีก ถึงกับต้องทำบุญอีกครั้ง (จริงๆ ก็ควรทำสม่ำเสมอล่ะนะ)

เรื่องของเรื่องเกิดจากบ้านคุณอาฯ เป็นบ้านขายของ มีของเยอะแยะเต็มไปหมด
ทำให้ทุกคนในบ้านเรา ไม่เคยมีความคิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเลย
เนื่องจากไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ทั้งความสะอาด กลิ่น หรือคนที่แพ้
(คุณแม่ คุณอาฯ เคยไปนั่งร้านทำผม แล้วเค้าเลี้ยงหมา ก็จะมีขนหมา กลิ่นหมา และอื่นๆ อยู่เต็มบ้านไปหมด
(คนรักสัตว์อย่าเข้าใจว่าคุณอารังเกียจอะไรนะคะ มันเป็นความรู้สึกเฉพาะบุคคล) แล้ววันหนึ่ง หน้าคุณแม่ของคุณอาฯ ก็เป็นผื่นแดงๆ ขึ้นมา

ตอนแรกคิดว่าคุณแม่ปัดแก้มแดงเกินไป
เอ๊ะ .. ดูอีกที สงสัยแม่แพ้เครื่องสำอาง หรือครีมบำรุง
นานหลายวัน ผื่นนั้นมันเริ่มไหม้ และแสบร้อน
คุณแม่ทนไม่ไหว เลยไปหาแพทย์ผิวหนัง

ปรากฏ คุณหมอบอกว่า คุณแม่เป็น "ราหมา" แปลกไหมคะ ไม่เคยได้ยินเลย

คุณแม่เลยคิดได้ว่า การที่ไปนั่งทำผมที่ร้านทำผมซึ่งเลี้ยงหมานั่นเอง ทำให้คุณแม่ ติดเชื้อมา ....


นี่ยังไม่นับเรื่องที่ทุกคนในบ้าน ต้องผจญกรรมกับหมัดแมว ทำให้ขาลายกันเป็นแถบๆ
กว่าจะหาตัวต้นเรื่อง และกำจัดออกไปได้


นี่มาอีกแล้วค่ะ

ปกติแถวๆ บ้านก็จะมีแมวตัวหนึ่ง (ก็นังแม่ของพวกลูกๆ เจ้าของหมัดนั่นแหละ) ที่บ้านก็จะไม่ค่อยได้ไล่ หรือสนใจอะไรมากนัก
คือมันรู้อยู่ ไม่ค่อยรบกวนใคร อยู่ของตัวเองไป หาอาหารไป (อาจจะมีบ้านไหนเลี้ยงไว้ก็ไม่แน่ใจอ่ะค่ะ)

วันดีคืนดี ก็มีแมวตัวเล็กๆ ผอมๆ (คาดว่าเป็นลูกของคุณเธอตัวเดิม ที่เพิ่งคลอดเมื่อ 2 เดือนก่อน ได้ข่าวว่าบ้านนั้นก็เจอหมัดไปเต็มๆ เหมือนกัน)

เข้าใจว่าน่าจะหิว และเจ้าตัวนี้มันอ้อน คลอเคลียเหลือเกิน แต่ที่บ้านคุณอาฯ อย่างที่บอก ไม่ได้มีใจรักที่จะเลี้ยงสัตว์ใดๆ เลย ก็เลยพากันกลัว และหนีกันหมด

ร้อนถึงคุณอาฯ ต้องหาวิธี หาที่อยู่ให้มัน ก็เลยพามันไปไว้ที่วัดค่ะ
(เข้าใจและยอมรับว่าบางคนอาจจะว่าคุณอาฯ ว่าใจร้าย ทำบาป หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองค่ะ)

หลังจากนำไปส่งที่วัดแล้ว คุณอาฯ ก็กลับมานั่งจิตตก คิดว่าตัวเองทำบาปมากมาย ไม่สบายใจเลย อารมณ์ก็หงุดหงิด (เหมือนใจมันไม่สบายอ่ะค่ะ)

เลยบอกคุณแม่ว่าพรุ่งนี้จะใส่บาตรให้ช่วยหุงข้าวให้ด้วย ตอนแรกแม่ก็บอกว่า ตอนเช้าก็ไปซื้อที่ร้านอาหารเอา
แล้วก็ใส่แถวหน้าร้านนั่นแหละ (ปกติ คุณแม่คุณอา จะใส่บาตรทุกอาทิตย์ที่หน้าบ้านค่ะ) เราก็งอนๆ นิดหน่อย (แม่ไม่ช่วย 555)

ตอนเช้า ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แม่ตัวเองกลับตื่นไม่ไหวซะงั้น เพราะกว่าจะนอนก็เกือบตี 3 แต่คุณแม่ก็มาปลุกค่ะ
แล้วบอกว่า เตรียมของให้เรียบร้อยแล้ว ให้ลงไปใส่บาตร
(ซึ้งไหมคะ คุณแม่ ยังไงความรักของแม่ก็ยิ่งใหญ่ และทำให้ลูกได้ทุกอย่างนะคะ)


ก็ได้ใส่บาตร ทำบุญ กรวดน้ำ อย่างที่ตั้งใจ ก็สบายใจ มากขึ้น

มาถึงเรื่องของอานิสงส์ (หรือเปล่า)

ปกติทุกๆ วันคุณพ่อของคุณอาฯ มักจะเดินไปซื้อของกินที่ตลาดเองทุกวันค่ะ
แต่หลังจากที่เค้าป่วย และอายุมากขนาดนี้ (89) แม่ก็ห้ามว่าไม่ให้ไป
แต่ช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ ท่านแข็งแรงมากขึ้น และขอว่าอยากไปเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดอย่างเคย

แม่ก็เลยให้ไปค่ะ

และวันนี้เค้าก็เตรียมตัวจะไป พอดีคุณอาฯ ตื่นมาใส่บาตรแล้ว ก็เลยบอกเค้าว่า
จะไปเป็นเพื่อน (ปกติ ไม่เคยตื่นมาเลยค่ะ เป็นพวกนอน ตี3 ตื่น 8 โมง)
ก็เลยเดินไปด้วยกัน

ปรากฏว่า เดินไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร คุณพ่อท่านเป็นลม หน้ามืด

ถ้าคุณอาฯ ไม่ไปด้วย และไม่ได้จับไว้ คงล้มลง อาจจะหัวฟาดพื้น หรือเป็นอะไรไปมากกว่านี้แล้วค่ะ ก็เลยเชื่อเลยว่า เป็นอานิสงส์จากการทำบุญ ที่ผ่อนเรื่องร้าย ให้ทุเลาลง
และก็บอกท่านว่า คราวหลังอย่าไปอีกเลย เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือเปล่า ...


จบเรื่องเล่าอันยาวเหยียดดื้อๆ นี่ล่ะค่ะ

รักปาป๊า มาม๊า มากนะคะ








 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2553 21:57:40 น.
Counter : 247 Pageviews.  

ไหว้พระ 9 วัดที่จังหวัดเพชรบูรณ์

เนื่องจากปีนี้ ปีเสือ ข่าวเค้าว่า เป็นปีที่ชง หรือ ชน กับปีนักษัตร อื่นๆ
อิชั้น ซึ่งเกิดปี วอก ก็มีอัน ชง กับปีขาล อย่างจัง (ตามตำรา)

ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ ถึงไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น
แต่เพื่อความสบายใจ ก็เลยขอทำบุญซะหน่อย

คิดได้ดังนั้น ก็เลยนัดกับคุณแม่ คุณพี่ และคุณน้อง ไปไหว้พระ 9 วัด
ในตัวเมือง จ.เพชรบูรณ์กันค่ะ

ไม่ได้กะเกณฑ์ ไม่ได้ระบุชัดแจ้ง ว่าจะไปวัดไหนบ้าง
คิดว่าเอาตามสะดวก แต่ก็มีคิดคร่าวๆ ไว้ในใจค่ะ

ก่อนไป ก็ต้องเตรียมของก่อน
อิชั้น ก็เตรียมจัดหาสังฆทานเองค่ะ
เป็นยาสามัญประจำบ้าน ตอนแรกจะซื้อสำเร็จที่ห้าง
แต่ดูแล้ว ไม่ใช่ยาประจำบ้านที่เราใช้ๆ กันอยู่
ก็เลยคิดว่าทำเองดีกว่า

คิดได้ดังนั้น อิชั้น ก็ไปเลาะหากล่องพลาสติกเพื่อนำมาใส่ยา
ทั้งที่โลตัส บิ๊กซี แต่ก็ไม่ได้ที่ถูกใจ
ไปหาตามร้าน 29 บาท ก็ไม่ถูกใจอีก

สุดท้ายไปได้ที่ร้านเครื่องเขียนแถวๆ บ้านนี่เองค่ะ
เค้าขายกล่องละ 29 บาท แต่บอกพี่เค้าว่า
จะไปทำสังฆทาน ทำบุญ 9 วัด พี่เค้าก็เลยใจดี
ร่วมทำบุญด้วย ลดให้เหลือ 20 บาท

จากนั้น อิชั้นก็ไปซื้อยาค่ะ คุณพี่ที่ร้านยาบอกว่าทำไมซื้อน้อยจัง
ปกติเห็นเค้ามาซื้อกันใส่ถังเบ้อเริ่ม
ก็เลยบอกว่า ก็หนูจะทำตั้ง 9 วัด เบี้ยน้อย หอยน้อยด้วยอ่ะค่ะ

สุดท้ายก็ได้สังฆทานที่หน้าตาแบบนี้ค่ะ



จากนั้นก็เตรียมซองปัจจัยอีก 9 ซอง

แม่ก็วางแผนให้ว่า ช่วงเช้า เราน่าจะได้สัก 5 วัด

ตื่นเช้ามา แม่ก็เลยไปซื้ออาหาร เพื่อถวายภัตตาหารเพล 5 ชุด

จัดใส่กระเช้าซะหน่อย จะได้สะดวก



วัดแรกที่ตั้งใจจะไป คือวัด เพชรวรารามค่ะ
แต่ปรากฏว่า เมื่อไปถึง วัดเงียบสุดๆ เข้าใจว่าน่าจะได้รับกิจนิมนต์ไปที่อื่น

ก็เลยเปลี่ยนแผน กลับมาเริ่มต้นที่วัด มหาธาตุ ค่ะ

วัดมหาธาตุ
อ. เมือง จ. เพชรบูรณ์

รายละเอียด
วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่บนถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูงประมาณ 3 วา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่องาม ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรมีชัย







โชคดีที่ทุกวัดที่เราไป ได้พบนมัสการท่านเจ้าอาวาสทุกวัดเลยค่ะ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุคือ พระเทพรัตนกวี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์


วัดต่อมา เราออกนอกเมืองไปนิดหน่อย ไปที่วัดไทรงามค่ะ
ที่เลือกวัดนี้ เนื่องจากว่า หลานสาวของแม่ เป็นอุบาสิกาอยู่วัดนี้
เช้าๆ ก่อนไปทำงานพี่เค้ามักจะไปทำความสะอาด โบสถ์ ศาลาทุกวัน

วัดไทรงามรัตนาวาส
ต.สะเดียง อ. เมือง จ. เพชรบูรณ์

วัดนี้เป็นวัดที่แม่มาทอดกฐินทุกปีค่ะ



ออกจากวัดไทรงาม ก็จะผ่านวัด วัดประตูดาว ค่ะ



ออกจากวัดประตูดาว ตั้งใจจะไปที่วัดไตรภูมิ ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของประเพณี "อุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นั่นเอง

แต่ จะด้วยเหตุผลกลใด หรือเพราะอิชั้นหลงทางไปเองหรือเปล่า

ก็ทำให้เราขับรถหลงเข้ามาเส้นทางที่แปลกๆ ไม่คุ้นตา แล้วเราก็เจอวัดหนึ่งอยู่ซ้ายมือ ก็บอกแม่ว่า เราแวะวัดนี้เลยไหม ปรากฏว่า วัดนี้คือ วัดโบสถ์ชนะมาร ค่ะ

ที่บอกว่าเผอิญ เนื่องจาก วัดโบสถ์ชนะมาร เป็นวัดที่มีประวัติเกี่ยวพันกับวัดไตรภูมิ และประเพณี อุ้มพระดำน้ำ (http://www.krusiam.com/community/forum/view.asp?forumname=%A2%E8%D2%C7%C7%A7%A1%D2%C3%BE%C3%D0&postid=ForumID0038208)

คร่าวๆ ก็คือ พระพุทธมหาธรรมราชา ได้ถูกนางสุขรมหาเทวีโยนลงแม่น้ำป่าสัก
และพระนางก็ได้กระโดดน้ำตาย เวลาผ่านไป ได้มีชาวประมงได้ไปหาปลาเหวี่ยงแห
แต่แล้วก็ได้พระพุทธมหาธรรมราชา สถานที่พบนั้น คือ วัดโบสถ์ชนะมาร (ซึ่งวัดโบสถ์ชนะมารในสมัยนั้นยังไม่ได้สร้าง)
ซึ่งอยู่ในเขต อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านเห็นเป็นที่อัศจรรย์ คิดว่าพระ พุทธรูปองค์นี้
คงเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จึงช่วยกันนำขึ้นมาจากแม่น้ำป่าสัก
หลังจากนั้น ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ
พอถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งตรงกับวันสารทไทย ปรากฏว่า
พระพุทธมหาธรรมราชา ได้หายไปจากวัดไตรภูมิ
ทำให้เจ้าอาวาส พระลูกวัด และชาวบ้านต่างพากันค้นหา
ในที่สุดก็พบพระพุทธมหาธรรมราชา ดำผุดดำว่ายอยู่บริเวณที่พบครั้งแรก
จากนั้นเป็นต้นมา เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 จึงมีการแห่พระพุทธมหาธรรมราชาไปรอบเมือง
จนถึงบริเวณหน้าวัดไตรภูมิ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด
ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวเพชรบูรณ์ จะเป็นผู้อุ้มพระพุทธมหาธรรมราชา
ลงดำน้ำทั้ง 4 ทิศ ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด
จนกลายเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงทุกวันนี้



ดังนั้น เราเลยแวะเข้าไปวัดโบสถ์ชนะมารกันก่อน
และพบท่านเจ้าอาวาส คุยไปคุยมา พบว่า ท่านเจ้าอาวาส สมัยหนุ่มๆ
ยังไม่ได้บวช เป็นเพื่อนกับพี่ชายคุณอาฯ ซะงั้น




ออกจากวัดโบสถ์ชนะมาร เราก็แวะไป
วัดไตรภูมิ



เป็นอันหมด mission ในภาคเช้าของเรา ที่เวลา 10.30 น. ค่ะ (ออกจากบ้านตั้งแต่ 7.00 น.) คุณอา พี่สาว และคุณน้อง ก็รีบเร่งไปเซ็นชื่อเข้าทำงาน สะสางภาระกิจนานัปการ และเริ่มต้น mission ในภาคบ่ายของเราในเวลา 12.00 น. เนื่องจากทั้งคุณอาฯ และคุณน้อง มีภาระต้องประชุมตอนบ่าย 2 ค่ะ

ภาคบ่าย เราเริ่มต้นที่

วัดเพชรวราราม พระอารามหลวง ค่ะ

วัดเพชรวราราม มีเจ้าอาวาสคือ พระธรรมวราลังการ (ชลอ กิตฺติสาโร)
วัดเพชรวราราม ตั้งอยู่บนถนนเพชรเจริญ เป็นวัดนิกายธรรมยุติของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและมีพระอุโบสถที่งดงามยิ่ง และเป็นวัดที่มีความร่มรื่นสวยงาม
นับเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่ง สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก เสด็จฯมาเยี่ยมและเผยแพร่ธรรมถึง ๓ พระองค์ ปัจจุบันมีพระธรรมวราลังการณ์เป็นเจ้าอาวาสวัด และเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรมและแผนกบาลี ภายในวัดมีสวนป่าสวยงาม ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมและพักผ่อนหย่อนใจเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๑ และนอกจากนี้ภายในวัดยังมีปูชนียสถานที่สำคัญ คือ มณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธบาทจำลอง และพระไพรีพินาศ



ต่อไปเป็นวัดที่ 7 แล้วสินะ วัดที่เจ็ดจะอยู่ใกล้ๆ กับวัดเพชรวราราม คือวัดพระแก้ว
เมื่อก่อนวัดนี้ดังมาก ท่านเจ้าอาวาส เป็นพระที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย
เนื่องจากท่านดูดวงแม่น หรือทำพิธีต่ออายุ สืบชะตา ได้ (เมื่อก่อนพี่สาว
คุณอาฯ ก็เคยมาทำพิธีสืบชะตา เพราะช่วงนั้น เพื่อนของพี่สาวคุณอาฯ
เสียชีวิตหลายคน และพี่สาวคุณอาฯ ก็ฝันบ่อยๆ ว่าเพื่อนมาหา และชวน
ไปอยู่ด้วย ก็เลยต้องมาทำพิธี เพื่อความสบายใจค่ะ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน รู้สึกว่า ท่านเจ้าอาวาส จะมรณภาพ เนื่องจากมีโจรมาปล้นวัด
และขโมยพระ รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆ ไป แถมยังฆ่าท่านเสียอีก
วันที่คุณอาฯ ไป วัดนี้ทรุดโทรมมากค่ะ พบว่า ไม่มีเจ้าอาวาส มีเพียงพระ
ที่ถูกส่งมาดูแลอยู่เพียงรูปเดียว มีรถเก๋งจอดอยู่ในศาลาวัด 2 คัน
มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด รวมทั้งยางก็แบนหมดทุกเส้น ถามได้ความว่า
จอดรถมาเป็น 10 ปีแล้วตั้งแต่เจ้าอาวาสมรณภาพ ก็ไม่มีใครมาแตะต้อง

น่าเสียดายค่ะ เพราะวัดนี้ มีโบราณสถาน มีเจดีย์เก่าแก่ สมัยโบราณอยู่เต็มไปหมด



ใกล้ความจริงแล้ว

วัดที่ 8 ที่เราไปคือ วัดสนามบิน ค่ะ อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงานของคุณอาฯ เอง

ตอนไปถึง ก็บ่ายกว่าๆ แล้ว ท่านเจ้าอาวาสกำลังจะออกจากวัด
ไปทำธุระพอดี ก็ถือว่าโชคดี ที่เราได้พบท่าน และได้ทำบุญสมความตั้งใจ



วัดสุดท้าย ที่เราตั้งใจจะไปคือ วัดสนธิกรณ์ ค่ะ ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกัน และไม่ไกลจากวัดสนามบิน

แต่วัดนี้เป็นวัดที่เราพบอุปสรรคมากที่สุด
เนื่องจากเมื่อไปถึง ท่านเจ้าอาวาสไม่อยู่
และเราถามว่า พระรูปอื่นท่านจะรับแทนได้หรือไม่
ท่านก็บอกว่าได้ และทำเหมือนให้เราวางสังฆทานไว้แล้วก็ไปได้
เราก็เลย งงๆ เล็กน้อย
แต่เนื่องจากวัดนี้ พี่สาวคุณอาฯ ได้เคยมาตัดลูกนิมิตร ในวันที่สมเด็จพระเทพฯ
เสด็จมาเป็นองค์ประธาน ก็เลยโทรถามหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาส ท่านก็บอกว่า
ประมาณบ่าย 3 จะเข้ามา คณะคุณอาฯ ก็เลยจะรอ โดยเรากลับไปทำงาน ทำธุระของแต่ละคนก่อน และนัดกันมาใหม่

แต่ปรากฏว่า รอเท่าไรท่านก็ไม่มา สุดท้ายเรารอจนถึง 6 โมงเย็น เห็นฟ้าจะมืดแล้ว ก็เลยขอถวายกับพระรูปใดก็ได้

ท่านก็สามารถรับสังฆทานของเรา และทำพิธีการเหมือนที่เราได้ทำมาทุกวัด
สุดท้าย ภาระกิจของเราก็เสร็จสิ้นสมความตั้งใจ แม้จะขลุกขลักไปบ้าง มีกระเง้ากระงอด บ่นกระปอดกระแปดกันไปบ้าง

แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย สบายใจกันทุกคนแล้วค่ะ




ปิดท้ายด้วยรูปแสงสุดท้ายของวันนั้น ที่วัดสนธิกรณ์ค่ะ




 

Create Date : 31 มกราคม 2553    
Last Update : 31 มกราคม 2553 19:50:05 น.
Counter : 6268 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

คุณอาผู้น่ารัก
Location :
เพชรบูรณ์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add คุณอาผู้น่ารัก's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.