Mygazine : เก็บทุกสิ่งที่สนใจ

เที่ยวฮานอย แดน Hidden Charm (Nov 2009)

แม้จะไม่ได้มีแผนว่าจะไปเที่ยวฮานอยกัน แต่บอกได้คำเดียวว่า ประทับใจฮานอยมาก

ทริปฮานอยหนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเพื่อนสามี ซึ่งหอบหิ้วภรรยา มาดูงานที่ฮานอย ครอบครัวนี้ จึงเรียนเชิญไปพบปะกัน เพราะเรา 2 คนก็ไม่เคยไปที่นี้มาก่อน

เราใช้เวลาอยู่ที่นั่น 3 วัน 2 คืน แต่ก็เป็น 3 วัน 2 คืนที่สนุกและประทับใจเจ้าของบล็อกยิ่งนัก



เล็กๆน้อยๆเกี่ยวฮานอย :

ที่นอน : เนื่องจากเพื่อนสามีจขบ.เธอพักที่อินเตอร์คอนฯ เวสต์ เลค และเธอออฟเฟอร์ห้องให้เรา 2 คน 1 คืน ดังนั้น เราจึงพักกันที่นี้ และ
จ่ายเองอีก 1 คืน (ไม่ค่อยงกกันเท่าไหร่เลย)

ที่กิน : คืนแรก เพื่อนสามีเป็นเจ้ามือพาเราไปกินกันที่ The Vine : Wine Boutique Bar&Cafe คืนที่สอง ผลัดกันสามี จึงเลือก Season of Hanoi เพื่อขอบคุณ 2 สามีภรรยาที่ใจดีเชิญเรามาเสียเงิน เอร๊ย! มาเที่ยว(ด้วยกัน)ที่ฮานอย

ขณะที่มื้อกลางวันวันแรก เราไปกินกันที่ KOTO-Know One Teach One (www.koto.com.au) ซึ่งเป็น NGO ฝึกอาชีพให้กับเยาวชนเวียตนาม ขอบอกว่าอร่อยเหาะมาก ส่วนมื้ออื่นๆก็หากินกันตามรายทางที่เดินผ่าน

การเดินทาง : มีรถประจำทาง มีรถแท็กซี่ให้บริการ แต่ทีมทัวร์จำเป็นของพวกเรา ซึ่งมีเวลาน้อย จึงเลือกใช้บริการแท็กซี่ ที่สังเกตเห็นชัดเจนว่า ค่ามิเตอร์แต่ละครั้งมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน (แม้ว่าระยะทางจากต้นทางสู่ปลายทางจะพอๆกัน) นั่นคือ โดนแท็กซี่โกงมิเตอร์นั่นเอง

และเหตุการณ์ที่ทำให้ทีมทัวร์จำเป็นได้ตื่นเต้น (อันที่จริงสนุก เพราะคาดไว้แล้วว่ามันน่าจะเกิดขึ้น) ก็คือ รถแท็กซี่ที่นั่งไปเกี่ยวกันรถ SUV ก็แหม ขับรถกันไร้ระเบียบซะขนาดนั้น ไม่เกิดอุบัติเหตุก็เวอร์ไปแล้ว

ที่เที่ยว : เฉพาะในฮานอยก็อลังการงานสร้าง เที่ยวไม่ทัน (กับเวลาของจขบ.ที่มีอยู่แค่ 3 วันเท่านั้น) แถมมีทัวร์ทั้งแบบวันเดียว หรือค้าง
คืนไปเมืองอื่นๆ อาทิ ฮาลอง เบย์ โฮจิมินห์ และซาปา ที่จขบ.อยากไปมาก แต่ไม่มีเวลา เป็นต้น

ที่สำคัญมีบริษัททัวร์สร้างสรรค์โปรแกรมทัวร์ให้เลือกกันตามอัธยาศัยค่ะ ไม่ว่าจะเลือกทัวร์ไปจากไทย หรือจะไปเลือกกันเองที่ฮานอย




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2553 12:53:20 น.
Counter : 606 Pageviews.  

รีวิว ที่กิน ที่นอน ที่เที่ยว : สุโขทัย

หลังจากเข้าพักที่ บางกอก บูทีค โฮเทล ที่กทม.http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bittersweetsymphony&group=8 พวกเราเริ่มต้นทริปเที่ยวเหนือด้วยการขับรถต่อไปพักกันที่ Le Charme Sukhothai Hotel ที่จังหวัดสุโขทัย ว่าแล้วก็ไปดูที่กิน ที่เที่ยว ที่นอนของจังหวัดนี้กันค่ะ


สำหรับที่พัก เราพักกันที่ Le Charme Sukhothai Hotel แต่ไม่ได้ถ่ายป้ายรร.ไว้


ที่หลับที่นอน


ชุดโต๊ะเก้าอี้เพนท์ลาย เห็นแล้วชวนให้คิดถึงสมัยเรียนประถม


มุมมินิบาร์ ชอบตรงผนังที่มีการใช้สีเขียวเพนท์ลายลงไป


ห้องน้ำ ชอบการเล่นสี เขียวกะเหลืองออกส้ม


อ่างล้างหน้าเก๋ด้วยตัวอ่าง


อาคารที่พวกเราพัก แต่ละหลังจะทาเป็นสีต่างๆกันไป โดยไล่สีตั้งแต่อ่อนไปเข้ม น่ารักดี


สระว่ายน้ำกับช้างน้อยพ่นน้ำ


มาดูที่กินกันบ้าง พวกเราใช้ GPS หา ลองไปดูมาหลายที แล้วก็จบลงที่ Dream Cafe


ชอบการตกแต่งภายใน สอบถามพนง.ในร้าน ได้ความว่า เปิดมาหลายปีแล้ว (จำไม่ได้แต่น่าจะเกิน 10 ปีแล้ว)


เจ้าของชอบของเก่า เลยเอาคอลเล็คชันที่มีมาตกแต่งร้าน


ส่วนอาหารที่ไม่ได้ถ่ายไว้เลย ก็มีให้เลือกทั้งไทยและเทศ


มาถึงที่เที่ยวกันบ้าง พวกเราเลือกไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่เดียว


ทิ้งรถตัวเองแล้วเช่าสามล้อ เพราะลูกทัวร์อยากเสพบรรยากาศแบบนักท่องเที่ยว


ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ส่วนราคาค่าเข้าชม และค่าเช่ารถสามล้อก็จำไม่ได้แล้วตามระเบียบ


เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการเที่ยวสุโขทัย
+เนื่องจากว่ามีเวลาแค่ 1 วัน พวกเราเลือกเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่เดียว แต่จริงๆแล้วสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกเยอะ
+ที่พัก มีที่พักให้เลือกหลากหลายราคา ทริปนี้สามีใช้เวบ Agoda ในการหาที่พักเกือบทั้งทริป ซึ่งก็มีหลายรร.ให้เลือกในราคาที่สมเหตุสมผล
+ที่กิน ก็มีที่กินให้เลือกมากมายเหมือนกัน แต่จขบ.ไม่สันทัดเรื่องการกินซักเท่าไหร่ จึงอาศัย GPS โลด แต่ร้านอาหารที่ได้มาก็ไม่ผิดหวัง








 

Create Date : 05 กันยายน 2552    
Last Update : 5 กันยายน 2552 15:04:31 น.
Counter : 750 Pageviews.  

รีวิว : บูทีค โฮเทล ณ บางกอก

ดองไว้จนเค็มได้ที่ ได้เวลาเอาออกมาวิวกันแล้ว ต้องเกริ่นก่อนว่า เวลารับรองแขกบ้านของจขบ. เราสองคนจะเลือกรร.เอเซีย ด้วยเหตุผลว่า อยู่ใกล้กับบีทีเอส จะไปไหนสะดวกเป็นที่ซู๊ด แต่เนื่องจากว่า แขกคู่นี้ของเราพักที่รร.เอเซียมาหลายรอบแล้ว สามีอยากสร้างความแปลกใหม่ จึงเลือกพักที่บางกอก บูทีค โฮเทล

ไกด์จำเป็นอย่างจขบ. และลูกทัวร์จำใจทั้ง 3 คน เข้าพักที่รร.นี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่าเสียเวลามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ


ทางเดินไปห้องพัก



เปิดประตูเข้ามาก็จะเป็นเยี่ยงนี้


ที่นอนวางชิดติดกับผนังห้องน้ำ ห้องมีขนาดเล็ก แต่จัดวางฟังก์ชันการใช้งานดี


ตู้ที่อยู่มุมซ้ายของภาพ ถ้าจำไม่ผิด คือ ตู้ใส่เสื้อผ้า


โต๊ะทำงาน จขบ.เป็นคนที่ชอบดูการจัดห้องโดยใช้เฟอร์แบบบิลด์ อิน
เพื่อให้ใช้พท.ห้องได้อย่างเต็มที่


ทีวีแขวน กับชั้นวางของ


ห้องน้ำ ชอบผนังของห้องน้ำที่สุด ใช้ปูนฉาบธรรมดา ดิบแต่เก๋ดี


หน้ากระจกในห้องน้ำ


พท.ตรงกลางระหว่างตึก ตอนแรกนึกว่าสระว่ายน้ำ แต่ไม่ใช่ เป็นสระน้ำพุน้อยเฉยๆ


เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับรร.
สถานที่ตั้ง : อยู่ต้นอโศกจากเพชรบุรี สามารถใช้ MRT ได้ที่สถานีเพชรบุรี มีท่าเรือคลองแสนแสบด้วย หากจะล่องไปดูวัดพระแก้ว
ราคา : จำไม่ได้ เพราะสามีเลือกเองจองเองจ่ายเองทั้งหมด
ความประทับใจ : ภาพรวมเฉยๆ แต่ชื่นชมการวางฟังก์ชันเฟอร์นิเจอร์ในห้องพัก




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2552 0:49:17 น.
Counter : 379 Pageviews.  

เฟิร์น พาราไดซ์ :ชิค บูทีค รีสอร์ทในแดนล้านนา

เพียงเพราะทริปขึ้นเหนือเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พาให้จขบ.ได้รู้จักกับ "เฟิร์น พาราไดซ์" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "บ้านสวนสันทราย" แบบไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัว เนื่องเพราะสามีเลือกเอง จองเองทั้งหมด จขบ.จึงไม่มีภาพใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับที่พัก 8 แห่งสำหรับทริป 13 วันนี้เลย (แม้จะแอบเช็คเรตติ้งจากกูเกิลบางแล้ว แต่สำหรับจขบ.ทั้งหมดเป็นแค่มายาของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ แต่งภาพ และโลกอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นจริง)

เฟิร์น พาราไดซ์ เป็นที่พักแห่งที่ 4 ที่ไกด์จำเป็นอย่างจขบ. และลูกทัวร์จำใจทั้ง 3 คน (สามีและเพื่อนอีก 2 คน) เข้าพัก ทางผ่านของพวกเราทั้ง 3 โรงแรมก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย บางกอก บูทิก โฮเทล (กทม.) เลอ ชาร์ม (สุโขทัย) และ ลำปาง ริเวอร์ ลอดจ์ (ลำปาง)

หะแรกที่เดินทางถึงที่พักแห่งนี้ จขบ.รู้สึกอย่างเดียว คือ โล่ง อารมน์ประมาณเจอแล้ว ถึงซะที เพราะในฐานะนาวิเกเตอร์ที่ต้องทำงานตีคู่ไปกับจีพีเอส ลูกทัวร์จำใจทั้ง 3 คนฝากความหวังไว้ที่จขบ.คนเดียว วินาทีที่เดินทางมาถึงจึงเหมือนยกภูเขาออกจากอก

หะสอง คือ กลัวผี อันนี้ต้องอธิบายกันก่อนว่า จขบ.ไม่เป็นมิตรกับโรงแรม ที่พัก ที่หลับที่นอนต่างๆที่ไม่ใช่บ้านตัวเองอย่างสิ้นเชิง ด้วยสมมติฐานส่วนตัวที่ว่า เค้าอาจจะมีประวัติความเป็นมาที่เราไม่ทราบก็เป็นได้

17

หลังพ้นประตูรั้วรีสอร์ท ก็หลุดเข้าไปสู่โลกสีเขียวเช่นนี้


บูทีค รีสอร์ทแห่งนี้ (จขบ.ถือวิสาสะนิยามเอาเองค่ะ) มีเรือนพัก 9 หลัง แต่ละหลังเป็นยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา หรือหลองข้าวที่ ดร. นิวัตร ตันตยานุสรณ์ เจ้าของเฟิร์น พาราไดซ์ ขอซื้อต่อมาจากชาวบ้านในจังหวัดแถบภาคเหนือ

14

เรือนพักซึ่งเป็นหลองข้าวเก่า ซื้อแล้วนำมาประกอบใหม่


ดร. นิวัตร ซึ่งเป็นสถาปนิก ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกยุ้งข้าวเก่ามาเป็นเรือนพักว่า ต้องการนำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรมล้านนาที่เรียบง่าย ตรงไป ตรงมา และสัมผัสได้ ผ่านการเดินเรื่องด้วยวัฒนธรรมข้าวที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมล้านนาและธรรมชาติ

2-1

ที่หลับที่นอน กว้างขวาง


3

บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งในห้องน้ำที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา (เสียดาย) มีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างชัดเจน


4

มินิบาร์


5

โต๊ะวางทีวี เก๋ซะไม่มี


6

โต๊ะเขียนหนังสือ ด้านขวาของภาพเป็นตู้ใส่เสื้อผ้าขนาดย่อม


ภายในห้องที่จขบ.พัก ซึ่งมีขนาด (โดยประมาณ) 5x5 เมตรนี้ ดูเหมือนจะแคบ แต่ทุกอย่างได้รับการออกแบบและประยุกต์เข้ามาอยู่ในห้องอย่างได้สัดส่วนและลงตัว จนความรู้สึกที่รู้สึกด้วยตาในแวบแรกหายไป เมื่อได้เข้ามาอยู่จริง

เพราะชื่อ เฟิร์น พาราไดซ์ จึงเป็นที่แน่นอนว่า บริเวณโดยรอบของรีสอร์ทแห่งนี้ ต้องอุดมไปด้วยเฟิร์น และต้นไม้ใหญ่สำหรับเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับเฟิร์น ที่สำคัญยังตั้งชื่อเรือนพักตามเฟิร์นประเภทต่างๆอีกด้วย

12-1

หน้าห้องพักจขบ.


21

ห้องพักในละแวกเดียวกัน


22

ลานนอกชานที่มิมีโอกาสได้ใช้ เพราะฝนตก


19

บันไดขึ้นลานข้างบน


11

เฟิร์น


18

เฟิร์น


15

และก็เฟิร์นค่ะ
หมายเหตุ : โปรดอย่าถามว่าชื่ออะไรกันบ้าง เพราะจขบ.มิทราบจริงๆ


ขณะที่บรรยากาศทั่วไปๆก็สามารถบรรยายได้ด้วยภาพดังข้างล่างนี้

7

โต๊ะรับประทานอาหารเช้าวันแรก ซึ่งต้องทานกันใต้ถุนบ้าน เพราะฝนตก

ทีมงานน่ารักมาก กางร่มลำเลียงอาหารเช้าจากส่วนออฟฟิศมาให้บริการพวกเราถึงที่


8

ที่นั่งใต้ถุนบ้าน ที่ร่มรื่นด้วยสายลมเย็นตลอดเวลา ได้แต่ถ่ายรูป มิได้ลองนั่งแต่อย่างใด เพราะนำลูกทัวร์จำใจเที่ยว ชอปปิ้ง กลับดึกดื่นตลอด


9

ถ้าไม่ถนัดเดิน สามารถนำเจ้านี้ไปปั่นชมบรรยากาศในรีสอร์ทได้ งานนี้ก็ไม่ได้ปั่นหรือเดินเล่นรอบรีสอร์ท เหตุผลเช่นเดียวกับข้างบน


10

ส่วนบริเวณห้องสมุด เป็นเก้าอี้นั่งอ่านหนังสือ อันนี้ก็มิได้สัมผัส เพราะตะลอนอยู่ข้างนอกตลอด


16

กังหันวิดน้ำ ที่ใช้ไม้ไผ่เป็นท่อต่อไปเลี้ยงเฟิร์นในบริเวณรีสอร์ท
ส่วนนี้จะเป็นห้องอาหารสำหรับรับประทานอาหารเช้า แต่มิได้ถ่ายรูปมาเพราะมัวแต่หิว เลยลืมติดกล้องมาด้วย


20

ช่วงที่จขบ.ไปทางรีสอร์ทจัดสร้างสระว่ายน้ำเสร็จพร้อมให้บริการแล้ว ลูกทัวร์จำใจบอกว่า น้ำเย็นมากถึงมากที่สุด เพราะพวกเธอเล่นลงน้ำเอาตอนเย็นหลังฝนตก


สำหรับแรงบันดาลใจในการเปิดเฟิร์น พาราไดซ์ ดร.นิวัตร เล่าว่า เริ่มจากตนชื่นชอบสถาปัตยกรรมล้านนาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสถาปนิก ประกอบกับสมัยเด็กๆอาศัยอยู่ในตึกแถว จึงใฝ่ฝันอยากจะใช้ชีวิตในสวน จนสบโอกาสภรรยาได้รับมรดกเป็นที่ดินจากบิดา ซึ่งที่ดินที่ว่านี้อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และเพื่อคงสภาพเดิมของพื้นที่เอาไว้ ทางเดียวที่เหมาะสมที่สุด คือ การปลูกเฟิร์น จึงตัดสินใจเปิดเป็นเฟิร์น พาราไดซ์ในที่สุด

นอกจากนี้ดร.นิวัตร ยังได้จัดตั้ง “ชมรมเฟิร์นล้านนา” เพื่อเป็นศูนย์กลางของคนรักเฟิร์นอีกทางหนึ่งด้วย

เฟิร์น พาราไดซ์ ตั้งอยู่ที่ 73/1 หมู่ 5 ตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210 โทรศัพท์ : 0 5339 7563, 08 9701 5250
อีเมล : fernparadise_cnx@yahoo.com, info@fernparadise.com




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 18:50:35 น.
Counter : 3791 Pageviews.  

ชิมแล้วบอกต่อ : นิซาร่า ร้านอาหารอิสลามสไตล์บ้านเล็กในป่าใหญ่

เพราะว่าต้องหาร้านอาหารอิสลาม เพื่อเลี้ยงฉลองรับปริญญาให้หลานชายในบริเวณรัศมีใกล้ไบเทค และไม่ไกลจากเทคโนลาดกระบัง แต่เนื่องจาก จขบ.เป็นสาวบ้านนอกไม่รู้ที่ไม่รู้ทางแถบนั้น ครั้นถามหลานชาย เธอก็บอกว่าไม่สันทัดเหมือนกัน

กระนั้น ก็ยังโชคดีอยู่บ้าง เพราะวันก่อนหน้านี้พี่ชายจขบ.ได้ยกขบวนพาทีมญาติไปหาร้านอาหารเพื่อกินเย็นแกมเลี้ยงฉลองความยินดีล่วงหน้าให้หลานชาย ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะกลับไปที่ร้านที่ว่านั้นอีกครั้ง (ก็ไม่รู้จะไปกินที่ไหนกันดี เพราะครอบครัวเป็นอิสลาม จะพาเข้าร้านคนไทย ก็กระดากอาย ตัวจขบ.อ่ะมิมีปัญหา แต่เกรงใจญาติๆเค้า)

ร้านที่ว่านี้ ชื่อ "นิซาร่า" ตั้งอยู่ตรงแยกกิ่งแก้วพอดิบพอดี แม้ทำเลจะดูมิค่อยดีในทางฮวงจุ้ย เพราะหน้าร้านเป็นสะพานยกระดับสำหรับข้ามไปสุวรรณภูมิ แต่บรรยากาศในร้านขอบอกว่า เหมือนไปกินข้าวในบ้านเล็กในป่าใหญ่ บริเวณร้านล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่คุณสมชาย เจ้าของร้านตั้งใจปลูกเพื่อให้ความร่มรื่นแก่ลูกค้าที่มาทานข้าวที่ร้าน



ทางเข้าร้าน


โดยตัวร้านจัดเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นร้านอาหาร ซึ่งเปิดบริการร้านอาหารทั้งแบบสำเร็จรูป (ทำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว) และตามสั่ง ตอนกลางวัน ตั้งแต่ 9.30 - 15.00 โดยประมาณ และส่วนลานหน้าร้าน สำหรับกินดื่ม และบริการอาหารช่วงกลางคืน



ส่วนของตัวร้านที่เปิดบริการกลางวัน


สำหรับรสชาติอาหาร จขบ.กะสามี ซึ่งตามมาสมทบกลุ่มญาติที่อิ่มแปล้กันหมดทุกคนแล้ว ดังนั้น จึงมิมีโอกาสได้ชิมอาหารที่เหล่าญาติสั่งแบบตามสั่งมา แต่แม่ของจขบ.แอบกระซิบว่า รสชาติอร่อยทีเดียว



หลักฐานการกิน


มาดูอาหารที่จขบ.กะสามีสั่งมาทานกัน 2 คน คือ แกงเขียวหวานไก่ กะเนื้อทอดกระเทียมพริกไทยนั้น (มิมีรูปประกอบ เพราะหิวมาก)รสชาติโอเลย และขนาดก็พอสำหรับทาน 2 คน ที่สำคัญราคาก็เป็นมิตรกะกระเป๋าตังค์มั่ก และขอบอกว่าชอบบรรยากาศร้านมากที่สุด เล็กๆ ล้อมรอบด้วยต้นไม้



บรรยากาศภายในร้าน


คุยกับคุณสมชาย ได้ความว่า เปิดร้านบริการอาหารอิสลามหลังออกจากงานประจำ โดยเปิดมาแล้วกว่า 4 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นพนักงานออฟฟิศในบริเวณกิ่งแก้ว เหล่าอาจารย์ เจ้าหน้าที่จากเทคโนลาดกระบัง และปัจจุบันขยายรวมไปถึงผู้ที่ทำงานแถบสนามบินสุวรรณภูมิด้วย



อีกด้านหนึ่งของร้าน


ใครสนใจร้านอาหารสไตล์เล็กๆแต่ให้บรรยากาศร่มรื่น เป็นกันเอง โทร.ถามเส้นทางได้ที่ 02-737-1078 ค่ะ




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2552 11:27:40 น.
Counter : 4286 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

Never be Afraid to Dream
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









หมายเหตุ :
1. ขอขอบคุณเจ้าของโค้ด รูป และของแต่งบล็อกที่รวมกันเป็นบล็อกนี้ทุกท่านและขออภัยที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ เนื่องจาก จขบ.เซฟมาเยอะจนไม่สามารถจำได้ว่าเอามาจากบล็อกของท่านใดบ้าง

2. ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ สำหรับทุกท่านที่แวะมาเยี่ยม มาแสดงความเห็นค่ะ และขออภัยหากไม่ได้กลับไปเยี่ยม
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Never be Afraid to Dream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.