The wall is just the wall. It can't be taller than heaven.
Group Blog
 
All blogs
 
NarNia2 : ความกล้าหาญที่ปราศจากศรัทธา , ศรัทธาอันไร้ความกล้าหาญ



หลังจากออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว หนมปังบอกกับตัวเองว่า “DVD เรื่องนี้ต้องหามาเก็บ หนังเรื่องนี้ต้องกลับมาดูในโรงอีกเป็นรอบที่สอง กลับบ้านไปจะไปเขียนบล็อก”

และขอพยากรณ์อย่างไม่ยี่หระด้วยว่า หนังเรื่องนี้จะต้องขึ้นแท่นไม่อันดับหนึ่งก็อันดับสองหนังในดวงใจหนมปังในรอบปี

ให้สองปีเลยเอ้า..

หนมปังไม่เว่อร์เพียงนิดเดียว มันอิ่มจริงๆ คุ้มค่ากับการรอคอย ไม่ว่าเหล่าบรรดาเซียนทั้งหลายทั้งมวล จะว่ายังไงก็ตามที

สปอยอเลิร์ท เด้อค่ะเด้อ

ย้อนกลับไปที่นาร์เนียแรก เราทั้งหลายได้รู้จักกับพี่น้องพีเวนซี่ครั้งแรก เราได้เห็นลูซี่เด็กที่มีจิตใจบริสุทธิ์ขาวสะอาดดังหิมะที่ปกคลุมป่านาร์เนียในตอนที่เธอเจอคุณทัมนัส เราได้รู้จักเอ็ดมันด์ เด็กชายผู้แสวงหาความเป็นเอกเทศ เต็มด้วยความอิจฉา เต็มด้วยความกระหายอยากมีอิสระจากพี่ชาย เราได้รู้จักซูซานเด็กสาวผู้ที่มักจะเชื่อสิ่งที่ตาเห็นและเหตุผลมากกว่าหัวใจจนกลายเป็นคนขี้ระแวง เราได้รู้จักปีเตอร์พี่ชายคนโตผู้ที่ยังแข็งขืนและดูฝืนๆเพราะยังวางตัวไม่ลงล็อคกับการกลายเป็นผู้นำครอบครัวพีเวนซี่

และในนาร์เนียภาคนั้น เราได้รู้จักกับคำว่า “เสียสละ” “ให้อภัย” และ “ครอบครัว”

มาคราวนี้เด็กๆพีเวนซี่เติบโตกว่าแต่ก่อน แต่ละคนถูกหล่อมหลอมด้วยสิ่งแวดล้อม และบทเรียนต่างๆจนเปลี่ยนแปลงใหม่

คราวที่แล้วเราเห็นเอ็ดมันด์และปีเตอร์ผู้เป็นตัวแทนของคำว่าอภัยและความรัก เราเห็นอัสลานเป็นตัวแทนความเสียสละ คราวนี้เรากลับเห็นปีเตอร์และลูซี่ที่คล้ายเป็นกระจกเงาของกันและกัน



ปีเตอร์ : เมื่อความกล้าขาดความศรัทธา

จากพี่ชายคนโตที่ถ่อมตน ใจเย็น และประดักประเดิด ปีเตอร์กลายเป็นคนที่กระหายอยากจะพิสูจน์ตัวเองจนเกือบเป็นความทะนง เขาไม่ยอมขอโทษ มีโอกาสหลีกเลี่ยงการต่อสู้ แต่กลับไม่ฉวยไว้ นั่นเป็นสิ่งที่เราเห็นในครั้งแรก
ปีเตอร์เป็นตัวแทนของความกล้าหาญ บางครั้งการเป็นผู้นำต้องตัดสินใจ หมายถึงต้อง “ลงมือ” ณ บัดนั้น และกล้าจะยอมรับผลยิ่งกว่าคนอื่น ปีเตอร์รู้ดี ทว่าเวลาแห่งการรอคอยมันช่างบั่นทอนจิตใจ ความศรัทธาในตัวอัสลานหล่นหายไปท่ามกลางเวลาเหล่านั้น ปีเตอร์ไม่รออัสลาน หรือความช่วยเหลือใดอื่นก็ไม่มีในสายตาเขา เขาต้องทำและต้องพึ่งตัวเอง
และอย่าลืม กลิ่นไอแห่งอำนาจ มันช่างหอมหวานเย้ายวน การปฏิเสธมัน หรือแม้แต่แบ่งปันให้กับคนอื่นอย่างเจ้าชายแคสเปียน ต้องเป็นเรื่องยากแน่นอน

ปีเตอร์เป็นตัวอย่างของคน “กล้าแต่ไร้ศรัทธา” การตัดสินใจบุกปราสาทเทลมารีนท่ามกลางเสียงคัดค้านของพี่น้อง เพราะเขารู้สึกว่า เขามีอำนาจ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง และไม่มีใครมาช่วยเราหรอก เราต้องช่วยตัวเอง แม้ลูซี่จะแย้งขึ้นว่า “ทำไมเราไม่รออัสลาน” ปีเตอร์ที่ศรัทธาอ่อนแอแห้งเหือดจึงพูดว่า “เขาไม่มาหรอก”

จุดเปลี่ยนของปีเตอร์คือเอ็ดมันด์ ในตอนที่เผชิญหน้ากับแม่มดขาวอีกครั้ง ปีเตอร์เกือบตกหลุมพรางแห่งอำนาจที่แม่มดขาวจะมอบให้
“เลือดหยดเดียว ข้าจะรับใช้เจ้าตลอดไป”
เป็นเอ็ดมันด์ ที่ปราดเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมบทพูดลึกๆกระชากศรัทธาแห่งปีเตอร์ให้ตื่นจากหลับใหลอีกครั้ง
“นายจัดการได้สินะ”
ในที่สุดปีเตอร์ก็รู้ว่าการจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ใช่คำตอบของการเป็นผู้นำ เขามีพี่น้องอีกหลายคนที่คอยช่วยเหลือเขา ให้กำลังใจ และระวังหลัง และในที่สุดปีเตอร์ก็มองเห็นภาพอัสลานเต็มตา



ลูซี่ : เมื่อความศรัทธาไม่มีความกล้า

ลูซี่เด็กน้อยในภาคแรกหัวใจบริสุทธิ์สะอาดและเปิดกว้างรับทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเด็กไร้เดียงสา เต็มด้วยความรักและศรัทธาในด้านดีของคนอื่น ยิ่งกับอัสลาน เธอยิ่งศรัทธาในตัวอัสลาน มาในภาคนี้ก็เป็นลูซี่อีกครั้ง ที่เต็มไปด้วยความเชื่อในอัสลาน เชื่อมาตลอดว่าอัสลานต้องมาช่วย อัสลานจะช่วย อัสลานจะมา เราต้องรออัสลาน

เด็กน้อยลูซี่ช่างเชื่อในตัวอัสลาน ทว่า ความศรัทธานั้นกลับขาดความกล้าหาญ เธอยืนบนยอดเขาข้างแม่น้ำบอกกับพี่น้องทุกคนว่าเห็นอัสลาน เราต้องข้ามจากตรงนี้ไป แต่เมื่อทุกคนลังเล เธอกลับไม่กล้าเดินออกมาพิสูจน์ความเชื่ออันนั้น กลับเลือกที่จะเดินตามคนอื่นๆไป

เมื่อเธอเจออัสลานในฝัน คำแรกที่เด็กน้อยถามคือ “ทำไมคุณไม่ช่วยเรา”

อัสลานมองหน้าเด็กน้อย กล่าวว่า “ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมหรอกนะ”
หากเด็กน้อยจะคิดออก เธอจะพบว่าอัสลานกำลังท้าทายความศรัทธาในตัวเธอ ลูซี่เชื่อเขานั้นเห็นชัด แต่คความเชื่อนั้นต้องออกมาเป็นความกล้าหาญ นี่ไม่ใช่เวลาแห่งการรอคอยด้วยความเชื่อ แต่เป็นเวลาที่ต้องใช้การกระทำพิสูจน์ความศรัทธา น่าเสียดายลูซี่น้อยไม่เข้าใจความฝันอันนั้น

แม้ถึงในถ้ำ ปีเตอร์บอกให้บุก เธอก็ยังยืนกรานให้รอคอยอัสลาน อัสลานจะมา เธอยังไม่เข้าใจว่าเธอต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยความกล้า อัสลานจึงจะปรากฏกาย

และฉากเสียดแทงหัวใจเด็กน้อยคือตอนที่อัสลานพูดประโยคเดียวกับความฝัน เธอจึงเข้าใจ ไม่ใช่เด็กน้อยกำลังรอคอยอัสลาน แต่อัสลานต่างหากที่รอคอยเธอ เธอจึงได้พูดว่า “ถ้าหนูมาเร็วกว่านี้ พวกเขาก็ไม่ต้องตายใช่ไหมคะ?”

ใจดีเหลือเกินที่สิงโตอัสลานตอบว่า “ไม่รู้สินะ แต่มันไม่สำคัญเท่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้หรอก”



แม้ภาคนี้สปอตไลท์หลายตัวจับจ้องไปที่ปีเตอร์กับลูซี่ผู้ที่เป็นกระจกสะท้อนของกันและกัน แต่เอ็ดมันด์และซูซาน หรือแม้แต่องค์ชายแคสเปี้ยน ก็ใช่ว่าจะละสายตาได้

เอ็ดมันด์ผู้ที่ถูกอัสลานและพี่ชายให้อภัยในความผิดหนักหนา เขาเติบโตกลายเป็นชายหนุ่มที่เข้มแข็งและให้อภัยคนอื่นเสมอ แม้ตัวเองจะเอาตัวไปช่วยปีเตอร์หลายครั้งกลับไม่ได้รับแม้คำขอบคุณ เอ็ดมันด์ไม่ถือ เขาให้อภัยได้ และก็ยังโผล่หน้าไปช่วยพี่ชายทุกครั้งที่จวนเจียนเหมือนไม่เข็ด เอ็ดมันด์เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่มีแม้แต่เสียงบ่นเรื่องราวของปีเตอร์ที่อีโก้สูง แม้ทุกครั้งที่ถูกปีเตอร์ว่าด้วยความถือทะนง เขาก็ยังเคารพเชื่อฟังเป็นพี่ชายเป็นผู้นำ แม้ต่อหน้าและลับหลัง

“มันแตกต่างนิดหน่อยน่ะฮะ ปีเตอร์เป็นมหาราชา ผมเป็นราชา คุณอาจจะงงนิดหน่อย”

ซูซานเติบโตจากเด็กขี้สงสัยและเชื่อแต่ในสิ่งที่เห็นและอธิบายได้ในภาคแรก เธอกลายเป็นพี่สาวและน้องสาวผู้สนับสนุนในทุกอย่าง ที่ปรึกษาที่เต็มด้วยความเป็นเหตุเป็นผล เป็นนักวางแผนที่แยบยลรอบคอบ ศรัทธาของลูซี่เผื่อแผ่มาถึงเธอ หัวใจเธอจึงเปิดกว้างต่อนาร์เนียยิ่งกว่าเก่า ความเชื่อมั่นในอัสลานของเธอส่งผ่านมาทางพี่น้องทั้งสามที่เหมือนทัพหน้า โดยมีเธอคอยหนุนอยู่เบื้องหลัง แต่เหมือนหนังจะคอยให้ซูซานชะม้ายชายตากับเจ้าชายแคสเปี้ยนอยู่เป็นระยะ ทำให้เรามองเห็นความเป็นสาวของเธอมากกว่าที่จะจี้ไปที่ประเด็นพี่น้อง

ด้านเจ้าชายแคสเปี้ยน เก่งมากที่บทไม่กลืนไปกับกลุ่มพี่น้องพีเวนซี่ แม้จะเด่นน้อยกว่าในความลึกด้านปรัชญา แต่ความที่ปิ๊งปั๊งกับซูซานและความเท่ส่วนตัวดึงบทไว้ไม่ให้จมหายจนกลายเป็นสองมิติ
แคสเปียนมีส่วนคล้ายปีเตอร์อยู่มาก มีความเป็นผู้นำ กึ่งๆทะนงในความเป็นเจ้าชายของตน แต่เจ้าชายนั้นมีความเป็นศิลปินสูงกว่า อารมณ์ความรู้สึกชักพาง่ายกว่า มีสติใจเย็นยิ่งกว่าปีเตอร์นิดหน่อย หากจะเทียบกับปีเตอร์ที่ถูกเวลาและความเป็นผู้นำบั่นทอนศรัทธาลงจนเหือดหายกลายเป็นคนที่คิดพึ่งแต่ตนเอง แคสเปียนที่เติบโตอย่างเจ้าชายก็กลายเป็นคนที่ใหม่กับความเชื่อในตัวอัสลาน เขาลังเล ไม่รู้จริงหรื อไม่ แม้กับการตัดสินใจบ้าบิ่นของปีเตอร์เขาจะไม่เห็นด้วย แต่เขาไม่มีทางเลือกได้แต่ผ่อนตาม เพราะยังไงก็ไม่รู้จะเชื่อทางไหนอยู่แล้ว ทั้งลูซี่ ทั้งปีเตอร์

พูดถึงฝีไม้ลายมือการนำเสนอ การหยอดมุขตลก และตัวประกอบนั้น ถือว่าอยู่ในจังหวะที่ “ใช้ได้” โดยเฉพาะสามทหารเสือหนูนั่น ชอบมาก เสียดายที่แบดเจอร์ออกน้อยไปนิด งาน CG เนียนตาและพอเหมาะพอควร เพลงเพราะดีค่ะ

สรุป ชอบ แม้ฝีมือหนังไม่โดดเด้ง แต่ประเด็นหนังก็จับใจเราไปแล้ว..........



Create Date : 31 พฤษภาคม 2551
Last Update : 31 พฤษภาคม 2551 17:29:08 น. 3 comments
Counter : 789 Pageviews.

 
ดีใจค่ะ ที่ดูแล้วชอบ..

หนูหนมปังรู้ไหม.. พี่คอยไปอ่านตามบอร์ดนอกน่ะ. เจ็บใจ๊ เจ็บใจ..

ใครๆก็สมน้ำหน้า ที่ภาคนี้ไม่ทำเงินเยอะ อย่างภาคแรก..

ทั้งๆที่ ยังไม่มีใครได้ดูหนังเลย..

อคติส่วนตัวชัดๆ..

เนี่ย บางคนเขียนรีวิวแบบเฟกด้วยนะ.. แบบตัวเองไม่ได้ดูมาหรอก.. แต่ไม่ชอบหนังแนวนี้.. อยากให้หนังแนวนี้ ตายๆไปจากวงการหนัง.. เลยเขียนว่านู้นว่านี้ .. บทไม่ดีบ้างล่ะ น่าเบื่อบ้างล่ะ.. พอเรา ให้ลองขยายความหน่อย ว่าไม่ชอบจุดไหน.. เป็นจุดๆไปเลย.. กลับอธิบายไม่ได้.. เห็นชัดๆ เลยว่า ไม่ได้ดูหนังมา.. แต่ด่าไว้ก่อน..

ไม่อยากให้ดิสนีย์ถอดใจง่ะ.. ภาคหน้า ต้องใช้เอฟเฟกตือลังการ.. อย่างให้ออกมาดีๆ

แล้วจะแวะมาใหม่นะคะ


โดย: จูริง วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:07:00 น.  

 
มาเยี่ยมนะครับ

บทความดีมากๆเลยครับ

ชอบทั้ง2ภาคเลยครับ อยากให้ภาค3มาเร็วๆจังเลยครับ


โดย: ปลาตะเพียนโออิชิ วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:59:35 น.  

 
เนื้อเรื่องสู้ภาคแรก ราชสีห์ แม่มด กับ ตู้พิศวง ไม่ได้
แต่เจ้าชายแคสเปี้ยนเราได้เห็นผู้กำกับ เหล่านักแสดง และทีมงาน พัฒนาขึ้นเยอะ
ผู้เขียนบทพยายามอิงงานเขียนอมตะ ซี เอส ลูว์อิส อย่างเคารพยิ่ง
ทำได้ดีเกินกว่าจินตนาการแล้วครับ
(ผมอ่านนวนิยายไปครึ่งเรื่องจึงไปดูหนังจนจบ)


โดย: พิรฌาน วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:0:54:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

รถขนมปังกรอบ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รถขนมปังกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.