Group Blog
 
All Blogs
 

อาหารที่ควรเลี่ยงยามปวดหัว


อาการปวดหัวเป็นอาการที่ฟ้องเราหลายๆ เรื่อง นอกจากการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ทั้งการนอนให้เพียงพอ และพักผ่อนหย่อนใจไล่ความเครียด การกินอาหารอย่างถูกต้องก็มีส่วนช่วยให้หายเร็วขึ้นไ ด้ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากคุณหมอเดวิด บุชฮอลส์ จากมหาวิทยาลัยจอนห์ฮอปกินส์ ถึงอาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อมีอาการปวดหัวค่ะ

1. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลมบางชนิด

2. ช็อกโกแลต

3. เนยแข็ง

4. โยเกิร์ต และซาวครีม

5. ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ (อัลมอนด์ เม็ดมะม่วง) และเนยถั่ว

6. อาหารผ่านกรรมวิธี เช่น ไส้กรอก ฮอทด็อก เบคอน อาหารกระป๋อง ของหมักดอง

7. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

8. ผงชูรส

9. ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้มต่างๆ มะนาว รวมถึงน้ำผลไม้เหล่านี้

10. ผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วย ลูกเกด อะโวคาโด สับปะรด

11. ผักบางชนิด เช่น หอมหัวใหญ่ ถั่วฝักชนิดต่างๆ

หากปวดหัวบ่อยๆ นอกจากปรับอาหารแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการปรับพฤติกรรมให้ไม่เครียดก็จำเป็นค่ะ

ที่มา นิตยสาร ชีวจิต




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 22:21:38 น.
Counter : 313 Pageviews.  

รู้มั้ย! จาม 1 ที ทำให้ติดหวัดได้ 150 คน?


อากาศหนาวๆ อย่างนี้ คนเป็นหวัดกันเยอะ ดร. รอเจอร์ เฮนเดอร์สัน เจ้าของคอลัมน์ความรู้เรื่องการแพทย์จากหนังสือพิมพ์ ซันเดย์ไทมส์ ทำการศึกษาและพบว่า แค่คนจากเพียง 1 ครั้งในรถเมล์ รถไฟใต้ดิน จะทำให้ผู้โดยสารกว่า 150 คน มีความเสี่ยงในการเป็นหวัดภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ยกเว้นว่าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก เนื่องจากเชื้อจะลอยไปติดตามราว ที่นั่ง และพื้นผิวอื่นๆ
ดร. เฮนเดอร์สัน กล่าวว่า "การจาม 1 ครั้งจะพ่นละอองถึง 100,000 ละลอง เข้าไปในอากาศ ด้วยความเร็ว 90 ไมล์ต่อชั่วโมง"

จากการศึกษาพบว่า เมื่อหน้าหนาวปีที่แล้ว ผู้ที่ทำงานอยู่ที่บ้านเป็นหวัดแค่ 58% ผู้ที่ออกไปข้างนอกเกือบทุกวันและเดินทางด้วยรถไฟใต้ ดินเป็นหวัด 99% เดินทางด้วยรถเมล์เป็นหวัด 98% เดินทางด้วยรถไฟเป็นหวัด 96% ส่วนผู้ที่เดินไปทำงานเป็นหวัด 88%

การสำรวจยังพบว่า ผู้โดยสาร 20% ไม่ชอบใจเมื่อมีผู้จามโดยไม่มีผ้าเช็ดหน้าปิดปาก 33% ไม่ชอบใจเมื่อมีผู้จามไม่ใช้มือป้องปาก ส่วนใหญ่ผู้ชายไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือมือป้องปาก

ที่มา siamdara.com




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 22:11:54 น.
Counter : 129 Pageviews.  

พบ! ยีนต้นเหตุโรคหัวใจ


คณะนักวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศผู้ค้นพบ กล่าวว่า นับเป็นการค้นพบที่มีผลกว้างไกลเรื่องหนึ่ง โดยที่ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า มันจะช่วยให้มีวิธีการทดสอบเพื่อตรวจหาผู้ที่มียีนนี ้ในตัว แต่ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า จะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจกับการรักษาด้วยหรือไม่?

โรคหัวใจถือเป็นโรคเพชฌฆาตใหญ่ของโลก และมีการทำนายไว้ว่า ในปี พ.ศ.2553 อินเดียจะมีผู้ป่วยมากถึงร้อยละ 60 ของโลก นักวิจัยได้พบว่า ผู้ที่อยู่ในดินแดนในแถบเอเชียใต้ มียีนแบบนี้กันไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านคน เป็นที่หวั่นเกรงกันมานานแล้วว่า คนปากีสถาน ศรีลังกา และบังกลาเทศ จะเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจส่วนใหญ่ของโลก

นักวิจัยชี้แจงว่า ในคนหนุ่มร่างกายยังดูเหมือนจะมีกลไกคอยทำลายและเก็บ โปรตีนที่กลายทิ้ง แต่พอมีอายุขึ้นกลไกอันนั้นก็หยุด เลยทำให้ผู้ที่มียีนพวกนี้ จะเป็นโรคหัวใจ เมื่อย่างเข้าวัยกลางคน

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 19:56:19 น.
Counter : 113 Pageviews.  

เผย! เมล็ดพืชไม่ขัดขาว มีประโยชน์ต่อหัวใจ


ใครทราบบ้างว่า การกินเมล็ดพืชไม่ขัดก็มีประโยชน์ ...

ตัวเมล็ดพืชประกอบด้วยหลักใหญ่ 3 ส่วน คือ รำ จมูก และโภชนาสาร แต่เมล็ดพืชที่ขัดขาวจะกำจัดตัวที่เป็นรำข้าวและจมูก ออกไป ซึ่งทำให้เส้นใยและคุณค่าทางอาหารหมดไป

เมล็ดพืชที่ขัดขาวไม่สามารถช่วยปกป้องหัวใจได้เลย นอก จากนี้เมล็ดพืชไม่ขัดขาวจะช่วยลดโคเลสเตอรอล และเพิ่มวิตามินให้ได้หลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยหัวใจ ตัวอย่างของเมล็ดพืชไม่ขัดขาว คือ เมล็ดข้าวสาลีไม่ฟอก ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวนก ข้าวบาร์เลย์ ข้าวป่า ข้าวไรย์ ข้าวโพด บัควีท

ผลงานวิจัยจากอเมริกา ระบุว่า คนที่กินคนที่กินเมล็ดพืชไม่ขัดสองมื้อครึ่ง จะมีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เพียง 1 ใน 5 ของคนที่ไม่กิน ทั้งนี้วิเคราะห์จากคน 149,000 คน แต่ก็พบด้วยว่ามีน้อยคนที่ใส่ใจกับการกินอาหารที่ไม่ ขัด นักวิจัยจากอเมริกาต่างพากันลงความเห็นว่า ต้องเพิ่มความพยายามให้ผู้ป่วยกินอาหารประเภทนี้ เพราะคนที่กินข้าวไม่ขัดขาววันละ 2.5 มื้อจะลดความเสี่ยงต่อการป่วยเกี่ยวกับโรคหัวใจ 21%

เคล็ดลับในการกินเมล็ดพืชไม่ขัด

ตามคำแนะนำของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าจะต้องกินเมล็ดพืชไม่ขัด ให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารที่กินในแต่ละวัน ดังนั้นมื้อต่อไปแทนที่จะกินขนมปังขาว ก็ให้กินขนมปังที่ทำจากแป้งที่ไม่ฟอก และกินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวป่าแทนข้าวขัดขาว

ถ้ายังกินไม่ได้ล้วน ๆ ก็ค่อย ๆ ผสมในข้าวเดิม ๆ ที่กิน แล้วเพิ่มปริมาณ นอกจากนั้นก็อาจเติมเมล็ดพืชไม่ขัดขาว เช่น ข้าวป่า ข้าวโพด ข้าวกล้อง ฯลฯ ลงในแกงจืด หรือปรุงในอาหารบางอย่างก็ได้

รู้อย่างนี้แล้ว หันมากินเมล็ดพืชไม่ขัดขาวกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี.




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 19:48:56 น.
Counter : 217 Pageviews.  

กินผัก รักษาโรค


สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรัก ษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือชื่อ ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ เช่น

1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จ ะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง
2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว
3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน ไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด
4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็น ประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝั นดี
5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง
6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ( ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง
7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูกและขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเ ช้าหายไป
8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( ไม้เมืองหนาว)กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้
9.. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้
10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้
11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี
12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง
14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี โดยเฉพาะรำข้าวกะหล่ำปลี ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริม าณที่เหมาะสม ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต
15. มะเร็งปอด กิน ส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน
16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้
17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก ช่วยให้อาการปั่นป่วน ในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง
18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี ' โมโรอันแซตเทอเรต ' ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว ' คลอเลสเตอรอล ' ได้
19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง
20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้ พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแ ล้วยังมีสรรพคุณช่วย สร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภั ยไข้เจ็บชนิดต่างๆได้ ถ้าได้เรียนรู้ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเอง




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 19:24:12 น.
Counter : 202 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  

quosego
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add quosego's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.