เรื่องราวประทับใจ
ตั้งแต่คบกันเป็นแฟน ก็มีเรื่องราวประทับใจหลายอย่าง จริงๆเรื่องไม่ดีก็มี แต่ขอลืมๆมันไปดีกว่า ไม่รู้จะเก็บไว้ให้หนักหัวทำไม จดจำแต่เรื่องดีๆ ดีกว่าว่ามะ

คาร์ลอสชอบทำเซอร์ไพรส์ และนี่แหละที่เป็นสิ่งที่เราประทับใจและชอบมากที่สุด เพราะตั้งแต่เกิดมา ยอมรับเลยว่าไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้ให้ ขอเล่าที่ซึ้งๆ และเน้นๆละกัน หุหุ

เรื่องแรก
หลังจากเลิกงาน ซึ่งส่วนมากเราจะกลับถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ และคาร์ลอสจะมาหาเราที่บ้านประมาณห้าทุ่ม พอเรากลับถึงบ้าน เปิดประตูเข้าห้องมามีดอกกุหลาบช่อใหญ่, เครื่องเล่น MP3 พร้อมหูฟัง ,ตุ๊กตาคิตตี้ Sario ของจริงและการ์ดบอกความในใจจากคาร์ลอส วางอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เราก็งงๆ แต่ก็ดีใจ รีบโทรไปหาและขอบคุณที่รักของเรา อ้อ ลืมบอกไปว่าที่คาร์ลอสเค้าห้องเราได้เพราะห้องเราล็อคไม่ได้ บ้านที่เราอยู่เป็นแบบแบ่งให้เช่า มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ คุณลุงเจ้าของบ้านเค้าอยู่ห้องนึง และอีกห้องก็เป็นห้องเราเอง คุณลุงเจ้าของบ้านเค้าก็อยู่บ้านซะส่วนใหญ่ คุณลุงแกก็รู้จักคาร์ลอสจากเรา

เรื่องทีสอง
อย่างที่บอกว่าคาร์ลอสจะมาหาทุกคืนหลังจากเราเลิกงาน แต่คืนนี้คาร์ลอสบอกติดธุระสำคัญบางอย่าง มาหาไม่ได้ เราก็งอนนิดๆนะ เพราะถามว่าธุระอะไรเค้าก็บอกว่าบอกไม่ได้ แต่เป็นธุระสำคัญ พอเรากลับถึงบ้าน เข้าไปในห้องก็งงๆว่าเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือเราหายไปไหน จะออกไปถามคุณลุงเจ้าของบ้านเค้าก็ไม่อยู่ อืม...ช่างเหอะๆ พรุ่งนี้ค่อยถามก็ละกัน ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนดีกว่า วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอเราเปิดตู้เสื้อผ้าแค่นั้นแหละ ตุ๊กตาคิตตี้ตัวที่ 2, ของกระจุกกระจิกอีกหลายอย่างที่เป็นคิตตี้ และดอกไม้ช่อใหญ่ วางอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า เราก็ยิ้มไม่หุบอีกเช่นเคย

เรื่องที่สาม
ครั้งนี้อาจจะเป็นเซอร์ไพรส์ที่ใหญ่นิดนึง หลังจากคบกับคาร์ลอสได้ประมาณสองเดือนกว่าๆ ประจำเดือนเราไม่มา เราก็เป็นกังวลมาก ถ้าเราท้องจะทำไง แย่แล้ว......มีเรื่องให้คิดเยอะแยะเลย ถึงจะเรียนจบแล้วก็เหอะ แต่เราเพิ่งคบกับคาร์ลอสได้ไม่นาน ไม่รู้จักนิสัยใจคอกันดี ยังไม่ได้แต่งงานกันและที่สำคัญกลัวแม่ด่า พอเราซื้อที่ตรวจฉี่มาตรวจ ผลออกมาก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย เราท้อง ตอนนั้นคาร์ลอสก็อยู่กับเรา เราคิดอะไรไม่ออก ได้แต่เป็นกังวล แต่คาร์ลอสบอกให้เก็บเด็กไว้ ห้ามเอาออกเด็ดขาด เค้าจะดูเรากับลูกเอง และจะแต่งงานกับเรา

เรื่องที่สี่
วันนี้เราเข้างานกะกลางวัน เลิกงานสี่โมงเย็น หลังจากเลิกงานคาร์ลอสก็โทรมาหาขณะนั่งรถเมล์กลับบ้าน บอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ให้ไปหาที่บ้านหน่อย รถเมล์สายที่เรานั่งกลับบ้านก็ผ่านบ้านคาร์ลอสก่อนถึงบ้านเรา เราก็เลยแวะหา จริงๆก็อยากเจอด้วยแหละ อิอิ ข้าวใหม่ปลามันก็อย่างงี้แหละนะ ห่างกันแป๊บเดียวก็คิดถึงอยากเจอกันแทบใจจะขาด หุุหุ พอมาถึงที่ห้อง คาร์ลอสก็จัดแจงหาน้ำหาขนมให้เรากิน แล้วบอกให้เรานั่งลง หลับตา แล้วเค้าก็มาจับมือเราและเอาแหวนมาใส่ที่นิ้วพร้อมกับพูดว่า แต่งงานกันนะ วินาทีนั้นเราอึ้งและดีใจในขณะเดียวกัน แหวนที่คาร์ลอสสวมให้เป็นแหวนเพชร และสวยมากๆ แต่น่าเสียดายที่มันใหญ่กว่านิ้วเราไปซะมากเลย ไม่ว่าจะเอาไปใส่นิ้วไหนก็ไม่พอดี แป่ววววววว คาร์ลอสเลยต้องเอาไปเปลี่ยน และก็ได้แหวนวงใหม่ แต่ก็พอดีกับนิ้วกลางไม่ใช่นิ้วนางอยู่ดี แต่ก็เอาเหอะไม่เป็นไร อุตส่าห์ตั้งใจให้ แต่แหวนวงใหม่นี่เพชรเยอะเกินไป ใส่แล้วยเหมือนนางเอกลิเกเลย อิอิ มันก็สวยไปอีกแบบนะ แต่เราชอบแบบวงแรกมากกว่า

เรื่องที่ห้า
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ รถเมลที่นี่เค้าจะหยุดให้บริการเร็วกว่าวันธรรมดา ปกติเราจะกลับบ้านกับพีเจหรือคุณลุงเจ้าของบ้านก็จะมารับ แต่วันนี้โชคร้าย พีเจเข้าคนละกะและกลับบ้านไปซะก่อน รถคุณลุงก็เสียมารับไม่ได้ และเราก็ไม่กล้าขอติดรถคนอื่นกลับเพราะเกรงใจ ไม่สนิทกับเค้า โชคดีที่คาร์ลอสเข้ากะเดียวกับเราวันนี้ แต่คาร์ลอสก็ไม่มีรถ เรากับคาร์ลอสเลยตัดสินใจเดินกลับบ้าน ระยะทางจากสนามบินไปถึงบ้านเรา ถ้าขับรถก็ประมาณ 10 นาที ถ้านั่งรถเมล์ก็ครึ่งชั่วโมง แต่เดินนี่เราไม่รู้ เพราะไม่เคยเดิน เรากับคาร์ลอสเริ่มออกจากสนามบินประมาณสี่ทุ่ม เดือนไปเรื่อยๆ แต่เดินได้ไม่นานแค่ 15 นาทีเราก็รู้สึกเหนื่อยมากๆ เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย นี่ก็ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย อยากจะร้องไห้ คาร์ลอสเลยให้เราขี่หลัง มันก็สบายดีหรอกนะ แต่ก็รู้สึกสงสารอ่ะ แค่เราเดินตัวเปล่าก็เหนื่อยจะแย่ แต่คาร์ลอสบอกไม่เป็นไร แค่นี้สบายมาก เพราะค้าออกกำลังกายประจำ วิ่งแต่ละทีก็เป็นสิบๆกิโล แต่มันก็ไม่ใช่ใกล้ๆนะ เดินไปด้วยแบกเราไปด้วยมันก็ทำให้เหนื่อยได้เหมือนกัน เราสองคนก็เลยเดินไปพักไป เราทั้งเหนื่อยทั้งหิวน้ำและหิวข้าว กว่าจะได้ครึ่งทางก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแน่ะ ดีนะที่เดินๆไปก็เจอรถเข็น ฮ่าๆ รถเข็นแบบที่เราไปซื้อของในห้างอ่ะ เราสองคนเลยปิ๊งไอเดีย เรานั่งในรถแล้วคาร์ลอสก็เข็นไป วิ่งๆๆๆ สลับกับเดิน ในที่สุดก็ถึงบ้านเราซะที เชื่อมั๊ยว่าตีหนึ่งแล้ว โอ้วววว มาย ก็อด....เดินจากสนามบินมาถึงบ้านเราใช้เวลาทั้งหมดสามชั่วโมง แต่ไม่ได้เดินต่อเนื่องนะ ที่ช้านี่อาจจะเพราะพักบ่อย ถ้าไม่พักก็คงจะแค่ชั่วโมงกว่าๆมั๊ง แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราได้รู้นะว่าถึงจะลำบากแค่ไหน คาร์ลอสก็ดูแลเราและทำทุกอย่างเพื่อให้เราไม่เหนื่อยถึงแม้เค้าจะเหนื่อยกว่าเรามากก็ตาม



Create Date : 23 ธันวาคม 2554
Last Update : 23 ธันวาคม 2554 8:25:40 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comment
การเดินทางของความรัก
ในปี 2008 เรามาทำงานที่อเมริกา เป็นแคชเชียร์อยู่ร้านอาหารในสนามบิน
ส่วนสามีเราทำงานร้านกาแฟ Starbucks ซึ่งมีเอเจนซี่เดียวกับร้านอาหารที่เราทำอยู่ เรากับสามีไม่ได้รู้จักกันจากที่ทำงานหรอกนะ รู้จักกันจากเพื่อนคนไทยที่ทำงานร้านกาแฟที่เดียวกับเค้าอีกที เรามากับเพื่อนจากเชียงใหม่รวมทั้งหมด 6 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ชื่อ เต้ ภาคย์ และอาร์ท และเป็นผู้หญิง 3 คน คือ เรา มิ้งค์ และ ซิน แต่เราแยกไปเช่าบ้านอยู่คนเดียว แบบว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงอ่ะนะ อิอิ ส่วนเพื่อน 5 คนที่เหลือ เช่าโรงแรมอยู่ด้วยกัน

วันเกิดเหตุ เป็นวันที่ 13 เมษา 2008
หลังจากไปเที่ยวงานสงกรานต์ในแอลเอ เรากับเพื่อนๆคนไทยก็แอบรู้สึกผิดหวังและเซ็ง เพราะงานสงกรานต์ที่ว่านี้ มันไม่ค่อยสนุกเท่าไร มีขบวนพาเหรด ซุ้มขายอาหารไทยและมวยไทย แค่เนี้ย ร้อนก็ร้อน คนก็ไม่ได้สาดน้ำกระจุยกระจายเหมือนที่เมืองไทย เหอะๆ เดินกันแป๊บๆก็กลับ ไม่คุ้มกับที่หอบสังขารพากันมาแอลเอเล้ย ขับรถเป็นชัวโมง แต่ก็เอาเหอะ ไหนๆก็ปีใหม่ไทยทั้งที ปาร์ตี้กันซะหน่อยดีกั่ว ว่าแล้วก็โทรชวนเพื่อนๆซื้อเบียร์ไปกินกันที่โรงแรมที่เพื่อนพักอยู่ นั่งจิบเบียร์กันริมสระน้ำ ทำอาหารไทยเป็นกับแกล้ม จำได้ว่าเป็นต้มยำไก่และอะไรซักอย่างทอดกระเทียม หุหุ เพื่อนเราที่เป็นผู้ชาย ชวนเพื่อนที่ทำงานอยู่ starbucks ด้วยกันมาด้วย 2 คน คนนึงเป็นฟิลิปปินส์ ชื่อพีเจ อายุเท่าเรา ส่วนอีกคนเป็นเม็กซิกันชื่อคาร์ลอสอ่อนกว่าเราปีนึง

ตอนแรกเราก็ไม่ได้สนใจใครเลยอ่ะนะ สงบเสงี่ยม เจียมตัว แต่พอจิบเบียร์ไปเรื่อยๆ ตัวตนที่แท้จริงก็เปิดเผย ปกติเราเป็นคนตลกเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนที่สนิทเท่านั้น แต่ถ้าได้ดื่มแล้วล่ะก็ จะสนิทกับทุกคน อิอิ แล้วเจ้าพีเจก็พูดเล่นๆเป็นนัยว่า ช่วยดูแลเพื่อนเค้าหน่อย คาร์ลอสกำลังอกหักมา ด้วยความขี้เล่นของเรานั้นเอง เราก็อาสาดูแลหัวใจคาร์ลอส (ตอนนั้นไม่ได้คิดไรจริงๆนะ เล่นไปงั้นแหละ) เติมเบียร์ และป้อนข้าวให้คาร์ลอส ใช่แล้ว...ไม่ได้พิมพ์ผิด ป้อนข้าว แล้วก็เรียกว่า ฮันนี่ด้วย อิอิ หลังจากทุกคนเมาได้ที่แล้ว ต่างตนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ แต่เรากลับบ้านไม่ได้ เพราะมันดึกมาก รถเมล์ก็หยุดวิ่งแล้วและเราก็ไม่มีรถ เลยนอนที่โรงแรมกับเพื่อน

พอไปทำงานเจอคาร์ลอสกับพีเจ สองคนนี้ไม่กล้าสู้หน้าเรา เป็นไรหว่า บ้ารึป่าว เจอเพื่อนใหม่แทนที่จะทักกลับหลบหน้า ทำอย่างกะเราไปข่มขืนเค้าซะงั้น เหอะๆ แต่ก็ช่างเหอะ ไม่สนใจหรอกชิ ไม่ทักก็ไม่ต้องทักสิ เชอะ

ไม่กี่วันต่อมา เพื่อนๆก็นัดกันสังสรรค์ที่โรงแรมอีก โดยมีพีเจและคาร์ลอสมาด้วย เราแอบดีใจนะที่สองคนนี้มาด้วย หุหุ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร กินไปกินมาน้ำแข็งหมด เราอาสาไปซื้อน้ำแข็งแต่เพื่อนๆก็บอกว่าเป็นผู้หญิงไปคนเดียวได้ไง ให้ผู้ชายไปด้วยคนนึง อ่านะ ทุกคนเลยส่งคาร์ลอสมาเป็นตัวแทน ขณะที่เราเดินไปกับคาร์ลอสสองคน ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่ไม่รู้ในหัวเราคิดอะไร หรือว่าเริ่มเมาแล้วหว่า....เราถามคาร์ลอสออกไปว่า ชอบเรารึป่าว แร๊วงงงงงงงส์ อิอิ แต่คำตอบที่ได้มาก็ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไร เพราะคาร์ลอสบอกว่า ไม่รู้ ไม่บอก ถ้าเป็นคนไทยคงปแปลว่าชอบแต่ไม่กล้าบอก แต่นี่มันฝรั่ง เราไม่แน่ใจอ่ะ เพราะส่วนมากฝรั่งเค้าจะพูดตรงๆ ชอบก็จะบอกว่าชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไอ้ไม่รู้ไม่บอกนี่เดาไม่ถูกแฮะ

มีอยู่คืนนึง พีเจพากลุ่มสาวๆ ซึ่งมีเรา มิ้งค์และซิน ไปแดนซ์ โดยมีคาร์ลอสไปด้วย พอดื่มกันได้ที่ ต่างคนก็ต่างแดนซ์ พีเจก็พยายามแดนซ์กับมิ้งค์ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพีเจเข้าใกล้ มิ้งค์ก็จะยิ่งถอยห่าง อิอิ เป็นเรา เราก็คงทำเช่นเดียวกัน ไม่อยากจะตัดสินคนจากภายนอกนะ แต่คือว่ามันเยอะไม่หน่อย พีเจเป็นคนอ้วน ผมหยิก ผิวคล้ำ และแอบมีกลิ่นเหงื่อ ถ้าให้เป็นเพื่อนก็พอไหวนะ แต่ถ้าเป็นแฟน ขอบายละกัน

ขณะที่ต่างคนต่างสนุกอยู่นั้น ก็มีหนุ่มคนนึงเข้ามาคุยกะเรา คุยไปคุยมาก็รู้สึกถูกคอ เค้าซื้อค็อกเทลให้เราหลายแก้วเลย แต่ในใจไม่ได้คิดอะไรหรอก คุยไปงั้นแหละ อย่างน้อยก็ได้ดื่มฟรี อิอิ ตอนก่อนจะกลับ หนุ่นคนนี้ก็เดินมาส่งเราที่รถ และขอเบอร์ บอกว่าจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าคาร์ลอสเดินตามมาและฟังที่เราคุยกับหนุ่มคนนั้นมาตลอด พอได้ยินว่าหนุ่มคนนั้นขอเบอร์เรา คาร์ลอสก็ไล่ตะเพิดหนุ่มคนนั้นไป แล้วบอกว่าเราเป็นแฟนฮี อ่านะ อะไรฟระมาบล็อคกันเฉยเลย แต่ก็เอาเหอะ ดีเหมือนกันเพราะหนุ่มคนนั้นก็ไม่ใช่สเป็คเรา ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ถ้าคาร์ลอสไม่มาบล็อคซะก่อน

พอกลับไปถึงบ้าน เรากำลังจะนอน ก็มีข้อความเข้ามา เราก็นึกในใจ ใครฟระส่งข้อความมาดึกๆ ดื่นๆ นี่มันจะตีสามอยู่แล้ว พอเปิดออกมา ก็อึ้งไปสามวินาทีและแอบดีใจ อมยิ้มอยู่คนเดียว เพราะข้อความที่ได้รับ มันเขียนว่า "I will marry you" แต่ผู้ส่งคือ คาร์ลอส โอ้ววววววว......คงเมามากล่ะสิท่า

วันรุ่งขึ้น เราไปทำงาานตามปกติ พอเจอคาร์ลอสเราก็รีบตรงปรี่เข้าไปหา แล้วถามว่า ข้อความที่ส่งมาเมื่อคืน หมายความว่ายังไง แต่คำตอบที่ได้รับ คาร์ลอสบอกว่าไม่รู้เรื่อง ยูพูดถึงเรื่องอะไร ไอไม่เข้าใจ แล้วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินจากไป ปล่อยให้เรายืนเอ๋ออยู่คนเดียว นึกแล้วเชียว คงเมามากคงจำไม่ได้ว่าทำอะไรไปเมื่อคืนหรือไม่ก็คงส่งผิดเบอร์ ชิ ชิ เราไม่สนใจหรอก ช่างเหอะ พอเจอซินกับมิ้งค์เราก็เอาข้อความให้สองสาวดู แล้วก็เล่าให้สองคนนี้ฟังว่าคาร์ลอสเมามากจนส่งข้อความมาผิด สองคนนี้ก็ได้แต่หัวเราะกันคิกคัก หุหุ

หลังจากนั้นไม่นาน ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือพระเจ้าเป็นใจให้เรา คาร์ลอสและเต้มีวันหยุดพร้อมกัน บอกก่อนว่าที่ทำงานเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟในสนามบิน สนามบินเปิดทุกวันและเกือบจะ 24 ชั่วโมงต่อวัน เพราะฉะนั้นวันหยุดของพนักงานก็จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกอาทิตย์ แล้วแต่ผู้จัดการจะจัดให้ บางคนได้หยุด วันธรรมดา บางคนได้หยุดวันเสาร์อาทิตย์

คาร์ลอสชวนเต้กับเราไปเที่ยวห้างกัน ไปเดินเล่นกินกาแฟ เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกลับ แต่ก่อนจะกลับ คาร์ลอสแอบมากระซิบชวนเราไป Hang out ที่ห้องคาร์ลอส ไม่รู้จะอธิบายเป็นภาษาไทยว่าไงดี ประมาณว่าไปนั่งๆนอนๆ กินขนมหรือทำอะไรก็ได้ด้วยกัน แต่เราอยากไปหาเพื่อนๆที่โรงแรมก่อน เลยกลับโรงแรมกับเต้ ระหว่างที่อยู่ที่โรงแรม คาร์ลอสส่งข้อความมาหาตลอด ถามว่าจะมารึยัง จะมาเมื่อไร หลังจากกินข้าวเย็นและไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเสร็จแล้ว เราก็ชั่งใจอยู่ว่าจะกลับบ้านหรือไปหาคาร์ลอสดี ตอนนี้ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว ถ้ากลับบ้านก็โทรหาคุณลุงเจ้าของบ้านให้มารับ แต่ถ้าไปหาคาร์ลอสจะไปยังไงล่ะ รถเมล์ก็หมดแล้ว อีกอย่าง ไม่อยากให้เพื่อนๆรู้ เพราะแอบเขิน และรู้สึกไม่ดีว่าจะทิ้งเพื่อนๆไปอยู่กับคาร์ลอสสองคน และแล้วเราก็ตัดสินใจไปหาคาร์ลอส โดยให้รถโรงแรมไปส่ง จริงๆแล้วรถโรงแรมเค้าจะรับส่งแค่สนามบินเท่านั้น แต่ด้วยความที่เพื่อนๆเราอยู่โรงแรมกันหลายเดือนจนสนิทกับพนักงานโรงแรมหลายๆคน โรงแรมเค้าเลยใจดี ช่วยไปส่งให้

ไปถึงห้องคาร์ลอส ฮีก็เตรียมขนมนมเนย ไว้ตอนรับซะเยอะแยะ ตอนแรกก็นั่งดูหนังกัน แต่เราเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังน่ะ ดูไปดูมาก็รู้สึกง่วง เลยขอใช้คอมเล่นอินเตอร์เน็ตและเล่นเกมส์ ตอนนี้ก็เริ่มดึกมากแล้ว เราอยากกลับบ้าน แต่ก็ไม่รู้จะกลับยังไง ระยะทางระหว่างบ้านเรากับบ้านคาร์ลอสอยู่ไม่ไกลกันซักเท่าไร ขับรถไม่ถึง 5 นาที แต่ถ้าเดินนี่ก็ใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว คาร์ลอสก็บอกเราว่าให้นอนที่ห้องเค้านี่แหละ ตายล่ะสิ...ผู้หญิงกับผู้ชายนอนเตียงเดียวกัน น่ากลัวนะ เหมือนน้ำมันกับไฟ ใกล้กันไม่ได้ เราก็ลังเลจะอยู่หรือจะกลับ ถ้ากลับก็ต้องเดินกลับคนเดียว นี่มันจะเที่ยงคืนแล้ว มืดก็มืด หนาวก็หนาว ตัดสินใจนอนมันที่นี่แหละแวะ บอกคาร์ลอสว่าสัญญาก่อนนะว่าจะไม่ทำอะไรเรา ฮีก็หัวเราะ บอกว่าไอจะไปทำอะไรยูล่ะ หรือว่ายูคิด
ฮ่าๆๆๆๆ ก็คิดสิฟระ กลัวไว้ก่อนแหละ ไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนซักคน ตกลงเรานอนห้องคาร์ลอส ตอนนอนฮีพยายามกอดเราหลายที แต่เรากลัว และรู้สึกว่าถ้ายอมให้กอดมันก็ต้องมีขั้นต่อไป เลยต่างคนต่างนอน หันหลังชนกัน พอตื่นเช้าขึ้นมา คาร์ลอสก็ไปทำงาน แล้วเราก็กลับบ้านเรา ไม่ได้ไปทำงานเพราะยังเป็นวันหยุดอีกวัน กลับไปนอนต่อที่บ้านดีกว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้เพราะแปลกที่หรือเพราะกลัว หุหุ

เวลาผ่านไป เรากับคาร์ลอสก็ค่อยๆสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ จนมีอยู่วันนึง เพื่อนชวนไปกินเบียร์ที่โรงแรม(อีกแล้ว) โดยมีสองหนุ่มหน้าเดิมมาด้วย ซึ่งก็คือคาร์ลอสกับพีเจอีกเช่นเคย ทำงานเลิกแล้วยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ตรงไปที่โรงแรม ดีนะเรากับพีเจเลิกงานพร้อมกัน เลยได้ติดรถพีเจไปโรงแรม คืนนั้นเราเมา แต่ไม่มากนะ อิอิ ตอนกลับก็ติดรถกลับกับพีเจและคาร์ลอสก็นั่งมาด้วย แต่บ้านคาร์ลอสถึงก่อนบ้านเรา ในขณะที่จอดส่งคาร์ลอส คาร์ลอสก็ดึงเราลงจากรถแล้วก็ไล่พีเจกลับ บอกว่าจะไปส่งเราเอง ไอ้เราก็นะ เมาแล้วก็เอาไงเอากัน แต่สรุปคืนนั้นเราไม่ได้กลับบ้าน นอนที่ห้องคาร์ลอส และคืนนั้นแหละ สิ่งที่ทุกคุนคาดคิดมันก็เกิดขึ้น คงไม่ต้องขยายความนะ คริคริ ตื่นขึ้นมาต้องรีบไปเข้างานกะเช้า แถมยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน โอย....ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น น้ำก็ไม่ได้อาบ เสื้อผ้าก็ชุดเดิม แถมยังแฮงค์อีก ไม่เอาอีกแล้ว ฮือๆๆๆๆๆ เรารู้สึกอาการไม่ดีเลย ปวดหัวมากๆ คาร์ลอสแวะมาหา เราก็เล่าให้ฟังว่ารู้สึกไม่สบาย ตอนเลิกงานฮีก็เลยชวนไปกินข้าวที่บ้าน คืนนั้นเรานอนที่บ้านคาร์ลอสอีกแล้ว เหอะๆ แต่ตอนกลางคืน ไข้ขึ้น และรู้สึกหนาวมากๆ คาร์ลอสนอนกอดเราทั้งคืน เพราะเราหนาวจนตัวสั่น รุ่งเช้าคาร์ลอสก็พาไปซื้อยา แล้วคาร์ลอสก็ไปทำงาน ส่วนเราก็กลับไปนอนที่บ้าน

นับตั้งแต่วันนั้นก็ตกลงคบกันเป็นแฟน..........แล้วก็มีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายเกิดขึ้น



Create Date : 21 ธันวาคม 2554
Last Update : 14 มกราคม 2555 7:10:17 น.
Counter : 150 Pageviews.

2 comment
2 years anniversary
ของขวัญครบรอบแต่งงานปีที่ 2 เราทำพรีเซ็นต์เทชั่นรวบรวมเรื่องราวที่ผ่านมาของเรา สอง สามคน อิอิ
เรา สองสาม คน ในที่นี้ หมายถึง Papi , Mami และ บิมบี้นั่นเอง

ไม่รู้ว่าคุณสามีจะชอบรึป่าวน๊า...ส่งไปพร้อมกับการ์ดที่ทำเองอีก 1 ใบ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปการ์ดเก็บไว้ ถึงไม่สวยแต่ชั้นก็ภูมิใจของชั้นนะยะ และคิดว่าสามีคงดีใจด้วย ไปเลือกซื้อการ์ดมาก็หลายที่ ไม่มีอันไหนสวยถูกใจเราเล๊ย...เลยทำเองมันแมร่งซะเลย อิอิ ส่วนพรีเซ็นต์ยังเก็บอยู่ในคอม กว่าจะเสร็จ...เป็นเดือนเหมือนกันนะเนี่ย หุหุ

ส่งไปรษณีย์ธรรมดา เจ้าหน้าที่บอกว่าใช้เวลา 15 วัน ตายล่ะ เราส่งไปวันที่ 22 มิถุนา จะทันวันครบรอบมั๊ยเนี่ย 7 กรกฎา....สาธุ ขอให้ทันที่เถอะ



Create Date : 23 มิถุนายน 2553
Last Update : 23 มิถุนายน 2553 21:16:38 น.
Counter : 131 Pageviews.

4 comment

apichypom
Location :
Santa Ana  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]