Photobucket
Photobucket Photobucket ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ Photobucket Google Search : เมืองนาม......( หนึ่งคำ )........ข้าถึงอย่างง่ายดาย.............ขอเชิญเสนอแนะ...ความคิด...หาทางออกให้กับการเมืองไทย.... ได้ใน.. ...xxxXการเมือง กับเมืองนามXxxx... ในส่วนด้านล่างขวาสุดของ blog ครับ. !. คลิกลิงค์....comment การเมือง กับเมืองนาม .....xxxXการเมือง กับเมืองนามXxxx....
วันสำคัญทางพุทธศาสนา


Photobucket


คลิก Link เพื่อดูวันสำคัญทางพุทธศาสนา
วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาฬสาหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา

ข้อมูลจาก Web ลานพุทธศาสนา



วันวิสาขบูชา
วันหยุดสากล ตามมติองค์การสหประชาชาติ


จากความสำคัญและโดดเด่นของพระพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาเดียวที่สร้างสันติภาพให้แก่ชาวโลกเสมอมา ดังนั้น องค์การสหประชาชาติ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า UN(United Nations) อันเป็นองค์กรอิสระ ระหว่างชาติที่สำคัญยิ่งของโลก ผู้ที่เป็นประธานร่างกฏบัตรขององค์กรนี้ ครั้งแรกคือวินสตัน เซอร์ซิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และอดีตประธานาธิบดีรุสเวลท์แห่งสหรัฐอเมริกา และได้มีการลงนามเปิดประชุมให้การรับรองต่อกัน เป็นครั้งแรก เมื่อ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๘๘ โดยมีผู้แทนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๕๐ ประเทศ

ความสำคัญของวันวิสาขบูชา คือเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก เหตุที่ทางองค์การสหประชาชาติได้ให้ความสำคัญแก่วันนี้ มิใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของ ชาวพุทธทั่วโลกเพียงอย่างเดียว แต่จะยังประโยชน์สำคัญยิ่งต่อชาวโลกในข้อที่ว่า "พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น ควรจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสันติภาพถาวร ให้เกิดขึ้นแก่มวลมนุษยชาติทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย" เพราะการประกาศวันวิสาขบูชาให้เป็นวันหยุดสากล (International Recognition of the Day of Vesak) นั้น หมายถึงว่า จะได้เป็นวันหยุดที่สำคัญยิ่ง ของบรรดาประเทศสมาชิก ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๑๕๙ ประเทศ

โดยปกติทั่วไปแล้ว ประเทศไทยเรานั้น ในฐานะที่เป็นประเทศพุทธศาสนา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐(มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก) และตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

ดังนั้น ทางคณะสงฆ์โดยมติมหาเถรสมาคม ได้ออกประกาศชักชวนให้วัดวาอารามและชาวพุทธทั่วไป ประดับธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร ประดับโคมไฟ ตามวัดวาอารามและอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ข้อสำคัญที่สุด ก็คือ การประกาศชวนเชิญให้ชาวพุทธทั้งหลาย ได้สมาทานศีล ๕ ศีล ๘ งดเว้นจากอบายมุข บำเพ็ญจิตภาวนา แผ่เมตตาส่งความปรารถนาดีและความสุข ไปสู่มวลหมู่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั่วโลก อย่างน้อยเป็นเวลา ๗ วัน

ดังนั้น วันวิสาขบูชาปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ทางองค์การสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่ นครนิวยอร์ค ในสมัยการประชุมครั้งที่ ๕๔ ตามระเบียบวาระการประชุมที่ ๑๗๔ ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ได้ประกาศรับรองให้ วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดสากลขององค์การสหประชาชาติ โดยมีประเทศต่าง ๆ ทั้งที่นับถือพระ พุทธศาสนาและมิได้นับถือพระพุทธศาสนาต่างพากันให้การรับรองสนับสนุนอย่างท่วมท้น และในเรื่องนี้ ก็ควรที่ประเทศซึ่งมิได้นับถือพระพุทธศาสนา จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน จากวันหยุดอันสำคัญนี้ด้วย กล่าวคือ "การประกาศชวนเชิญให้มวลประชาชาติของตน หยุดการกระทำความชั่วทุกชนิด ให้ทุกคนหันมาสร้างสรรในสิ่งที่ดีงาม และจากข้อนี้ แม้แต่ทหารที่อยู่ในสมรภูมิสงคราม ก็ควรที่จะได้หยุดการเข่นฆ่า ทำลายล้างกันอย่างน้อยเป็นเวลา ๗ วันด้วย" หากประชาชาติทั่วโลกได้มาร่วมมือร่วมใจกันสร้างสันติภาพที่แท้จริงและถาวรให้เกิดขึ้นแก่โลกเรานี้โดยการยึดหลักธรรม ๕ ประการ คือ

๑. การไม่เบียดเบียนเข่นฆ่าซึ่งกันและกัน

๒. การไม่ประพฤติตนเป็นคนทุจริตคดโกงต่อบุคคลอื่นและต่อประเทศชาติบ้านเมือง

๓. การไม่ล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพและอธิปไตยของกันและกัน

๔. มีความจริงใจในสนธิสัญญาและสัจวาจาต่าง ๆ ที่เคยให้ไว้แก่กันและกัน

๕.ไม่หลงไหลมัวเมาดื่มเสพย์ในสิ่งเสพติดให้โทษทั้งหลาย

ทั้งหมดนี้ ก็จะทำให้วัตถุประสงค์หลักที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดไว้ ๔ ประการ คือ

๑. เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์รุ่นต่อไป ให้ปลอดภัยจากสงคราม

๒.ให้มีสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ๑

๓. สร้างความยุติธรรมและความเคารพในพันธกรณีระหว่างชาติ

๔. เสริมสร้างความก้าวหน้าทางสังคม ตลอดถึงสร้างมาตรฐานของชีวิตให้ดีขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็จะบรรลุเป้าหมาย ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้อย่างแน่นอน


วันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พุทธศาสนิกชน(ชาวพุทธ) จะพร้อมใจกันทำบุญเป็นกรณีพิเศษกว่าปกติ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๓ ของทุก ๆ ปี ในวันมาฆบูชานี้ เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ นับว่าเป็นวันที่พระพุทธศาสนาได้วางรากฐานมั่นคง เรียกวันดังกล่าวนี้ว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งแปลว่า วันที่มีการประชุมที่ ประกอบด้วยองค์ ๔ ประการ คือ

๑. พระภิกษุสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
๒. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
๓. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้บวชให้เองทั้งสิ้น
๔. วันประชุมนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน ๓)

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ พระพุทธองค์จึงทรงถือโอกาสแสดงโอวาทปาติ โมกข์ คือ คำสอนที่เป็นหลักสำคัญ ในทางพระพุทธศานา ในท่ามกลางพระอริยสงฆ์นั้น นับเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดพุทธกาล โอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นการประมวลคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์สาวกนำไปประพฤติปฏิบัติ และนำไปสั่งสอนผู้อื่นในแนวทางเดียวกัน คือ

ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา ขันติ คือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
สมโณ โหติ ปรํ วิเหธยนฺโต ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง
กุสลสฺสุปสมฺปทา การทำความดีให้ถึงพร้อม
สจิตฺต ปริโยทปนํ การทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์
เอตํ พุทฺธานสาสนํ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา
อนูปวาโท อนูปฆาโต การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย
ปาติโมกฺเข จ สํวโร การสำรวมในปาติโมกข์
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค
ปนฺตญฺจ สยนาสนํ การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด
อธิ จิตฺเต จ อาโยโค ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
เอตํ พุทฺธานสาสนนฺติ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

โอวาทปาติโมกข์นั้นเป็นคำประพันธ์ ๓ พระคาถาครึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อดังต่อไปนี้

พระคาถาที่ ๑ ตรัส ๓ หัวข้อ ได้แก่
๑. ขันติ คือ ความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง
๒. ผู้รู้กล่าวว่าพระนิพพานเป็นสิ่งยอดเยี่ยม
๓. ผู้ที่ยังฆ่า ทำร้าย เบียดเบียนผู้อื่น สัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ

เหตุที่พระองค์ยกขันติธรรมขึ้นตรัสนั้น แสดงว่าศาสนธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เป็นไปเพื่อให้อดทนต่อความหนาว ร้อน หิวกระหาย ถ้อยคำที่ให้ร้ายใส่ความด่าว่า และอดทนต่อทุกขเวทนาอันแรงกล้าที่เกิดขึ้นจากความเจ็บไข้ ไม่สบาย ทีทรงสรรเสริญพระนิพพานว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมนั้น แสดงว่า ผลแห่งการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนในทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างสูงสุดนั้นคือ ทำจิตใจไม่ให้ "ตัณหา คือ ความทะยานอยาก" รัดรึงไว้ได้ และที่ตรัสติเตียนบรรพชิตผู้ที่ยังฆ่า ทำร้าย เบียดเบียนผู้อื่น สัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ นั้น แสดงว่า ศาสนธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เป็นไปเพื่อ ความมีเมตตากรุณาต่อสัตว์ทั้งปวง

พระคาถาที่ ๒ ทรงตรัสแสดง ๓ หัวข้อ ได้แก่
๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง
๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อมบริบูรณ์
๓. การทำจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส
ทั้ง ๓ อย่างนี้เป็นคำสอนของท่านผู้รู้ทั้งหลาย

ข้อที่ห้ามการทำบาป และทำกุศลให้ถึงพร้อมนั้น แสดงว่าพระพุทธศาสนาไม่เป็นแต่เพียงสอนให้เว้นจากความชั่ว หรือบาป ทั้งทางกาย วาจา และใจเท่านั้น หากแต่ยังสอนให้ทำความดีหรือบุญกุศลทั้งทางกาย วาจา และใจอีกด้วย การเว้นจาก การฆ่ากัน เบียดเบียนกันแล้วนอกจากจะได้บุญ ยังเป็นการช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู บำรุงชีวิตและความสุขของกันและกันอีกด้วย และที่พระองค์ทรงแสดงเรื่อง การทำจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส นั้น แสดงว่าความบริสุทธิ์ผ่องใสปราศจากกิเลส เครื่องเศร้าหมองใจคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง นับว่าข้อที่ ๓ นี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะว่าคนทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐที่สุด คนเราจะทำความดีความชั่ว ก็เพราะใจ กล่าวคือ เมื่อจิตใจบริสุทธิ์แล้ว จะทำอะไร จะพูดอะไร ก็ดีไปตามหมดทั้งสิ้น แต่ถ้าจิตใจเศร้าหมอง ด้วยกิเลสแล้ว จะทำอะไร จะพูดอะไร ก็จะชั่วไปตาม กล่าวคือล้วนเป็นไปในทางทุจริตทั้งสิ้น

พระคาถาที่ ๓ กับอีกกึ่งพระคาถาพระองค์ทรงตรัส ๖ หัวข้อ ได้แก่
๑. การไม่พูดจาว่าร้ายข้อนขอดใคร
๒. ความไม่กระทบกระทั่งประหัตประหารกัน
๓. การสำรวมระวังในพระปาติโมกข์
๔. ความรู้จักประกาณในการบริโภคอาหาร
๕. การอยู่ในเสนาสนะที่นังที่นอนอันสงัด
๖. การประกอบความเพียรในทางจิตอย่างสูง (การฝึกจิตให้สงบ)

การที่พระพุทธองค์ตรัสหัวข้อทั้ง ๖ นี้แสดงให้เห็นว่า การพูดจาข้อนขอดกัน การพูดเสียดสีแดกดัน การทะเลาะกัน การชกต่อยกัน ทำร้ายกัน ไม่เป็นสิ่งที่ดีเลยสำหรับหมู่สมณะ สมณะมณฑลสมควร มีขนบธรรมเนียมเป็นแนวทางนำความประพฤติอันสงบเรียบร้อย ไม่เป็นผู้เห็นแก่กิน ยินดีในที่อยู่ที่อาศัยที่เงียบสงัด บำเพ็ญสมาธิ ภาวนารักษาจิตใจของตนเองให้เป็นสมาธิสะอาด สว่าง สงบทุกเมื่อ พระสาวกผู้เที่ยวสั่งสอนพระศาสนธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า คงยกเอาพระธรรมในโอวาทปาติโมกข์นี้ขึ้น เป็นหลักสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา แม้แต่พระพุทธ องค์เองก็ทรงยกมาตรัสประทานโอวาทแก่พระภิกษุสงฆ์ในวันอุโบสถทุกกึ่งเดือน และทรงมางดเสียเมื่อครั้งพระองค์ได้ทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์เอาสิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้นั้นมาสวดในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือนแทน เรียกว่า "สวดพระปาติโมกข์" ซึ่งพระภิกษุสงฆ์ได้ปฏิบัติสืบต่อ ๆ กันมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ในวันเพ็ญ เดือนมาฆะ (เดือน ๓) ต่อมานั้นยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกประการหนึ่งในสมัยพุทธกาล กล่าวคือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร ที่ปาวาลเจดีย์ แคว้นวัชชี เนื่องจากขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา พระองค์ได้ทรงพิจารณาเห็นว่า "มีพุทธบริษัท ๔ ครบบริบูรณ์แล้ว และพระพุทธศาสนาได้เจริญมั่นคงแล้ว" จึงได้ตัดสินพระทัยว่า "นับแต่นี้ไปอีก ๓ เดือน จะปรินิพพาน" การที่พระพุทธองค์ทรงตัดสินและอธิษฐานพระทัยจะปรินิพพานนี้เรียกว่า ทรงปลงพระชนมายุสังขาร

เมื่อมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น ๒ อย่างในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เช่นเดียวกันเช่นนี้ จึงนับได้ว่า เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา สมควรที่ชาวพุทธจะแสดงความระลึกถึงและจัดพิธีบูชาให้เป็นกรณี พิเศษกว่าวันพระตามปกติ

ความเป็นมาของการประกอบพิธีวันมาฆบูชาในประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงมองเห็นความสำคัญของวันนี้ จึงได้โปรดให้มีพระราชพิธีประกอบการกุศลขึ้นในวัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ และให้เป็นงานหลวงตลอดไป ต่อมาได้แพร่กระจายไปตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศและทางราชการ ก็จัดให้เป็นวันหยุดราชการ ๑ วัน เพื่อให้ข้าราชการได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญกุศลในวันดังกล่าวนี้อีกด้วย กิจที่ชาวพุทธนิยมปฏิบัติในวันมาฆบูชา

ในวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนาวันนี้ ชาวพุทธจะร่วมกัน
- ทำบุญตักบาตร
- ไปวัด สมาทานศีล รักษาศีล
- ฟังเทศน์-ฟังธรรม สนทนาธรรม
- ทำวัตรสวดมนต์
- ถวายภัตตาหารเช้า-เพล แด่พระสงฆ์
- เจริญสมาธิภาวนา
- บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ และ
- เวียนเทียน

โดยเฉพาะการเวียนเทียนนั้น ทางวัดต่าง ๆ จะประกาศให้ทราบ โดยทั่วกัน ซึ่งจะกำหนดเวลาเวียนเทียนจะเป็นตอนเช้า ตอนสาย ตอนบ่าย ตอนค่ำ ก็ได้ สุดแล้วแต่ความสะดวกของวัดนั้น ๆ ส่วนในกรุงเทพมหานครมักจะจัดให้มีการเวียนเทียนในเวลากลางคืนประมาณ ๑๙:๐๐น. หรือ ๒๐:๐๐ น. ชาวบ้านจะถือดอกไม้ ธูปเทียนไปประชุมพร้อมเพรียงกันที่หน้าอุโบสถหรือปูชนียวัตถุที่สำคัญในวัด แล้วแต่ว่าทางวัดนั้น ๆ จะจัดทำให้มีการประกอบพิธีในที่ใด บางครั้งชาวบ้านจะหาซื้อดอกไม้ ธูปเทียนได้ในบริเวณวัดนั้นอีกด้วย

เมื่อถึงกำหนดเวลาแล้ว พระสงฆ์ สามเณร ก็จะมาประชุมพร้อมเพรียงกันใน ที่นัดหมายไว้จะมีการทำวัตรสวดมนต์ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ หลังจากนั้นก็จะมีการแสดงพระธรรมเทศนา ให้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานได้ฟังเพื่อประดับสติปัญญาและเกิดเป็นบุญกุศล ศิริมงคลตามสมควรแก่เวลา แล้วประธานสงฆ์ในพิธีนั้นจะนำกล่าวคำบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา

เสร็จแล้วก็จะมีการเวียนเทียน โดยมีพระสงฆ์ สามเณร เป็นผู้เดินนำ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเดินตามลำดับกัน น้อมจิตใจระลึกนึกถึงพระคุณของพระตรัย ด้วยอาการอันสงบ โดยจัดแบ่งเป็นแถว ๆ ละ ๆ ๔ คนบ้าง ๕ คนบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่ความกว้างแคบของ บริเวณ ถือดอกไม้ ธูปเทียนที่จุดเสร็จแล้ว เดินเวียนขวา (ทำประทักษิณ) รอบอุโบสถหรือปูชนียวัตถุที่สำคัญในวัดนั้น ๆ เมื่อครบ ๓ รอบแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนนั้นไปปักในที่ที่จัดไว้เป็นอันเสร็จพิธีเวียนเทียนหลังต่อจากนั้นบางวัดอาจจัดให้มีการเทศน์ โดยมักจะเทศน์เรื่องโอวาทปาติโมกข์ และสวดโอวาทปาติโมกข์ อาจสวดก่อนหรือหลังเทศน์ก็ได้ บางวัดจัดให้มีเทศน์ เรื่องอื่น ๆ อีกตามสมควร

คำถวายดอกไม้ธูปเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา

อัชชายัง มาฆะปุณณะมี สัมปัตตา มาฆะนักขัตเตนะ ปุณณะจันโท ยุตโต ยัตถะ ตะถาคะโต อะระหัง
สัมมาสัมพุทโธ จาตุรังคิเก สาวะกะสันนิปาเต โอวาทะปาติโมกขัง อุททิสิ ตะทา หิ อัฑฒะเตระสานิ สัพเพสังเยวะ
ขีณาสะวานัง สัพเพ เต เอหิภิกขุกา สัพเพหิ เต อะนามันติตา วะ ภะคะวะโต สันติกัง อาคะตา เวฬุวะเน
กะลันทะกะนิวาเป มาฆะปุณณะ-มิยัง วัฑฒะมานะกัจฉายายะ ตัสมิญจะ สันนิปาเต ภะคะวะตา วิสุทธูโปสะถัง
อะกาสิ อะยัง อัมหากัง ภะคะวะโต เอโกเยวะ สาวะกะสันนนนิปาโต อะโหสิ จาตุรังคิโก อัฑฒะเตระสานิ
ภิกขุสะตานิ สัพเพสังเยวะ ขีณาสะวานัง มะยันทานิ อิมัง มาฆะปุณณะมี นักขัตตะสะมะยังตักกาละสะทิสัง
สัมปัตตา จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง อะนุสะระมานา อิมัสมิง ตัสสะ ภะคะวะโต สักขิภูเต เจติเย อิเมหิ
ทีปะธูปะปุปผาทิสักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง ตานิ จะ อัฑฒะเตระสานิ ภิกขุสะตานิ อะภิปูชะยามะ สาธุโน ภันเต ภะคะวา สะสาวะกะสังโฆ สุจิระปะรินิพพุโต คุเณหิ ธะระมาโน อิมิ สักกาเร ทุคคะตะปัณณา การะภูติ
ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

คำแปล

วันนี้ มาประจวบวันมาฆปุรณมี เพ็ญเดือน ๓ พระจันทร์เพ็ญประกอบด้วยฤกษ์มาฆะ ตรงกับวันที่พระตถาคตอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ขึ้น ในที่ประชุมสาวกสงฆ์พร้อมด้วยองค์ ๔ ประการ ครั้งนั้น พระภิกษุ ๑,๒๕๐ องค์ ล้วนแต่พระขิณาสพ อุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ไม่มีผู้ใดเรียกมา ประชุมยังสำนักพระผู้มีพระภาค ณ เวฬุวนาราม เวลาตะวันบ่าย ในวันมาฆปุรณมี และสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงทำวิสุทธอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ขึ้น ณ ที่ประชุมนั้น การประชุมสาวกสงฆ์พร้อมด้วยองค์ ๔ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าแห่งเราทั้งหลายนี้ ได้มีครั้งเดียวเท่านั้น พระภิกษุ ๑,๒๕๐ องค์ล้วนแต่พระขีณาสพ บัดนี้เราทั้งหลายมาประจวบ มาฆปุรณมีนนักขัตตสมัยนี้ ซึ่งคล้ายกับวัน จาตตุรงคสันนิบาตนั้นแล้ว มาระลึกถึงพระผู้มีพระภาคนั้น แม้ปรินิพพานนานมาแล้ว จะเคารพบูชาพระผู้มีพระภาคและพระภิกษุสงฆ์ ๑,๒๕๐ องค์นั้น
ด้วยสักการะทั้งหลายมีเทียนธูปและดอกไม้เป็นต้น เหล่านี้ในเจดียสถานนี้ ซึ่งเป็นพยานของพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยสาวกสงฆ์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเหล่านั้น
แม้ปรินิพพานนานมาแล้วด้วยดี ยังเหลืออยู่แต่พระคุณทั้งหลาย จงทรงรับสักการบรรณาการของคนยากเหล่านี้ ของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ ฯ

จุดมุ่งหมายแห่งการถวายสักการะในวันมาฆบูชา

จุดมุ่งหมายแห่งการถวายสักการะบูชาเนื่องในวันมาฆบูชานั้น ข้อสำคัญอยู่ที่การระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ระลึกถึงพระโอวาทที่พระพุทธองค์ทรงได้แสดงในท่ามกลางพระอริยสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป แม้เวลาจะได้ผ่านล่วงเลยมากว่า ๒,๕๐๐ ปีแล้วก็ตาม ย่อมจะน้อมนำให้เกิดความเชื่อ ความเลื่อมใสในพระธรรมและพระพุทธจริยาวัตรของพระพุทธองค์ ชวนให้เกิดอุตสาหะพยายามในการประพฤติปฏิบัติตนตามหลักคำสอน ตามกำลังความสามารถในชีวิตประจำวันสืบต่อไป มิใช่เพียงแต่ไปร่วมถวายดอกไม้ ธูปเทียน เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา ตามวัดวาอารามต่าง ๆ พอเป็นพิธีเท่านั้น บาป อกุศล ทุจริตที่ประจำอัธยาศัยเคยมีอยู่อย่างใด ก็คงที่อยู่อย่างนั้น วิธีปฏิบัติเช่นนี้ ถึงจะมีอายุและเคยผ่านพิธีมาฆบูชามามากเพียงใด ก็หาได้ลดลาวาศอกในการทำบาปและเสริมสร้างบุญกุศลเมตตาอารีย์และมีจิตใจที่สะอาดผ่องใสได้ไม่ชวนให้น่าเสียดายราคาค่าดอกไม้ ธูปเทียน ที่ต้องจับจ่ายมาบูชาบ้าง ค่าพาหนะไป-มาบ้าง ที่สุดจนกระทั่งวัน เวลา ที่ผ่านหมดไปโดยไม่เกิดประโยชน์พอสมกัน คงปลื้มใจอยู่แต่เพียงว่าได้ไปทำพิธีที่วัดแล้ว ไม่เสียปีเสียเดือน

ส่วนข้อวัตรประพฤติปฏิบัติที่เป็นศีลธรรมจริยธรรม เป็นบุญกุศล มักจะไม่ได้ติดตามตนจนถึงบ้าน ขาดตกบกพร่อง เสียเพียงแค่ประตูวัดเป็นส่วนมาก เมื่อไม่มีบุญเก่าเป็นพื้นฐานส่งเสริมบุญใหม่ให้ทวียิ่ง ๆ ขึ้นไปทุกคราว มาฆบูชาก็สำเร็จบุญเพียงอามิสบูชาเพียงชั่วไฟไหม้ธูปเทียนหมดเล่มเท่านั้น น้อยนักที่จะสำเร็จบุญถึงปฏิบัติบูชา ตั้งตนอยู่ในศีลธรรมทั้งในที่ลับและที่แจ้ง สมกับที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องสรรเสริญได้เลย

ในวันมาฆบูชาเช่นนี้ น่าที่ผู้ที่เป็นชาวพุทธจะได้สำนึกถึงการถวายปฏิบัติบูชา เปลี่ยนนิสัยเข้าถือหลักธรรม ให้เป็นพุทธบูชาอย่างยิ่งสักปีละอย่าง เช่นในปีนี้ก็ขอให้คอยย้อนพิจารณาความประพฤติของตนเองอยู่เสมอว่า ได้ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างไรบ้างหรือไม่ อบายมุขทางแห่งความเสื่อมเสีย มีเล่นการพนัน ชอบเที่ยวเตร่ ดื่มสุราเมรัย เป็นต้นเหล่านี้ได้เจริญ-อบรมจนติดเป็นนิสัยแล้วหรือไม่ เมื่อรักตนเองจริง ก็ควรจะยุติธรรมต่อตนเองจริง ๆ เห็นส่วนชั่วส่วนบาปยังมีอยู่ ในตนเองอย่างไรต้องยอมรับผิดตามความเป็นจริง พยายามลด ละ เลิกเพื่อถวายพระเสียบ้าง ถวายได้ เพียงปีละอย่างสองอย่างมากปีก็จะละได้หมด

ส่วนดี ส่วนบุญ ส่วนกุศลก็ต้องยุติธรรมเช่นเดียวกัน อย่าหลงเข้าข้างตนจนเกินไป ทำบุญสักชั่วโมงเดียวก็คิดเอาอานิสงส์เป็นจำนวนปี หรือทำดีเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนที่ชั่วยังแอบปิดบังซ่อนเร้นไว้อีกมากมาย ก็มักจะทวงอานิสงส์บุญไม่รู้จบ ฝึกหัดปฏิบัติตนคือคอยระวัง งดเว้น ละเลิกบาปความชั่วที่เคยทำให้ค่อย ๆ หมดไป ระวังไม่ให้บาปใหม่ เพิ่มเติมขึ้นอีก คอยอบรมสะสมกระทำความดี เก็บเล็กผสมน้อย ฝึกฝนปฏิบัติตนอยู่เสมอไม่เลือกว่าเวลาไหน จะเป็นดิถีพิเศษ หรือไม่ก็ตาม พระพุทธองค์ย่อมทรงยกย่องผู้ที่บูชาพระองค์ด้วยการปฏิบัติบูชาว่าเป็นการบูชาอย่างยิ่ง

อนึ่ง เมื่อท่านพุทธศาสนิกชนได้ประพฤติตนให้เป็นการบูชาอย่างยิ่งเช่นนี้ มิใช่แต่จะเกิดคุณประโยชน์เฉพาะแก่ตนเองเท่านั้น หากแต่อนุชนรุ่นหลัง ลูกหลาน เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ตลอดจนผู้ที่พบเห็นทั่วไปย่อมจะนิยม ยกย่อง เคารพ นับถือเป็นตัวอย่าง แบบอย่างที่ดี ที่จะชักนำให้นิยมประพฤติปฏิบัติความดีตามกันยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกโสดหนึ่งด้วย ดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกเถิด ท่านได้บำเพ็ญความดีไว้จนล้นเหลือ จึงเป็นตัวอย่างของการกระทำความดีสืบต่อมาตลอดเวลากว่า ๒,๕๐๐ ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังได้รับการยกย่อง นับถือ เคารพ สักการะบูชามืเสื่อมคลาย จึงสมควรอย่างยิ่งที่ที่พวกเราชาวพุทธทุกคนจะถวายความเคารพบูชา ด้วยการเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีเสีย แล้วหันเข้าหาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ระลึกถึงพระคุณของพระองค์ บูชาพระองค์ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระองค์ตามกำลังความสามารถ เริ่มตั้งแต่วันมาฆบูชานี้เป็นต้นไปด้วยกันทุกคนเทอญ

หลักธรรมที่ควรนำไปประพฤติปฏิบัติ

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือคำสอน อันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ วิธีการ ๖ ดังนี้

หลักการ ๓

๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็นความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม
การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละการไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาและปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

๓. การทำจิตของตนให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิต ไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่
๑. ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
๒. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
๓. ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
๔. ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ
๕. ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่ว ว่ามีผลจริงหรือไม่ วิธีการทำจิตให้ผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศืลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

อุดมการณ์ ๔
๑. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ
๒. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
๓. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
๔. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ ๘

วิธีการ ๖
๑. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
๒. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
๓. สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีของสังคม
๔. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
๕. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
๖. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี


วันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดง พระปฐมเทศนา หรือการแสดง พระธรรมครั้งแรก หลังจากที่ตรัสรู้ได้ ๒ เดือน เป็นวันที่เริ่มประดิษฐานพระพุทธศาสนาเนื่องจากมีองค์ประกอบของ พระรัตนตรัยครบถ้วนคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือน ๘ ดวงจันทร์ เสวยมาฆฤกษ์
การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ผู้ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มีความเห็นแจ้งชัดว่า
ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา

เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรมจึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ประทานอุปสมบทให้ ด้วยวิธีที่เรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยกล่าวคำว่า เธอจงเป็นภิกษุมาเกิด พระโกณฑัญญะจึงเป็น พระอริยสงฆ์องค์แรก

คำว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไปมีความโดยย่อว่า

ที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติคือ การประกอบตนให้อยู่ในความสุขด้วยกาม ซึ่งเป็นธรรมอันเลวเป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ที่สุดอีกทางหนึ่งคือ การประกอบการทรมานตนให้เกิดความลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

การดำเนินตามทางสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดทั้งสองอย่างนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาและญาณให้เกิด เป็นไปเพื่อความสงบระงับ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน ทางสายกลาง ได้แก่ อริยมรรค มีองค์แปด คือ ปัญญาอันเห็นชอบ ดำริห์ชอบ เจรจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ และตั้งใจชอบ อริยสัจสี่ คือความจริงอันประเสริฐที่พระองค์ค้นพบ มี 4 ประการได้แก่
ความทุกข์ ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย ความได้พบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น ว่าโดยย่อ อุปาทานในขันธ์ ๕ เป็นทุกข์
สาเหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ ตัณหาความทะยานอยาก อันทำให้เกิดอีกความกำหนัด เพลิดเพลินในอารมณ์ คือกามตัณหา ความทะยานอยากในกาม ภวตัณหา ความทะยานในภพ วิภวตัณหา ความทะยานอยากในความไม่มีภพ
ความดับทุกข์ โดยการดับตัณหาด้วยอริยมรรค คือ วิราคะ สละ ดับ ปล่อยไป ไม่พัวพัน
หนทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8 คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ ปัญญาอันเห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ
๔. สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ
๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ
๖. สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ

พระพุทธองค์ทรงประกาศถึงสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง สิ่งนั้นก็คือ อริยสัจ มี ๔ ประการ คือ
๑. ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ความเดือดร้อนใจ ทุกข์เพราะเกิด - ดับ ความไม่สมหวัง ความพรัดพรากจากคนรัก สิ่งของที่รัก และชอบใจ และทุกข์อันเนื่องมาจากขันธ์ ๕
๒. สมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์ ซึ่งได้แก่ตัณหา ๓ อย่าง ได้แก่
๒.๑ กามตัณหา ความอยากในอารมณ์ที่น่ารักใคร่ น่าชอบใจ
๒.๒ ภวตัณหา ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่
๒.๓ วิภวตัณหา ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ กำจัดกิเลสตัณหาให้หมดสิ้นไป จิตสงบจากกิเลสและนิวรณ์
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์, มรรคนี้ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ

และเมื่อกล่าวโดยย่อก็ได้แก่สิกขา ๓ อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง

การที่จะเรียกว่าตรัสรู้อริยสัจนั้น ต้องเป็นความรู้ที่มีวนรอบคือ รู้ ๓ ชั้น ด้วยพระญาณทั้ง ๓ คือ
๑. สัจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้อริยสัจ
๒. กิจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันควรทำ
๓. กตญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันทำแล้ว

ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแก่พระองค์ว่า
นี้เป็นทุกข์ อันควรกำหนดรู้ และพระองค์ ได้กำหนดรู้แล้ว
นี้เป็นสาเหตุแห่งทุกข์ อันควรละ และพระองค์ ได้ละแล้ว
นี้เป็นความดับทุกข์ อันควรทำให้แจ้ง และพระองค์ ได้ทำให้แจ้งแล้ว
นี้เป็นหนทางดับทุกข์ อันควรเจริญ และพระองค์ ได้เจริญแล้ว

สรุปได้ว่า ปัญญาอันรู้เห็นแจ้งชัดตามความเป็นจริงในอริยสัจ 4 มีรอบ 3 มีอาการ 12 คือ ขั้นแรก รู้ว่า อริยสัจแต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร ขั้นที่สองรู้ว่าควรจะทำอย่างไรในอริยสัจแต่ละประการนั้น และขั้นที่ 3 พระองค์ได้ กระทำตามนั้นสำเร็จเสร็จแล้ว

พระองค์ทรงเน้นว่า จากการที่พระองค์ทรงค้นพบ คือตรัสรู้อริยสัจ 4 ประการนี้ การที่พระองค์ทรงกล้าปฏิญญา ว่าเป็นผู้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะพระองค์ได้รู้เห็นแจ้งชัดตามความเป็นจริง ในอริยสัจ 4 มี รอบ 3 มีอาการ 12 อย่างหมดจดดีแล้ว

เมื่อพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกาศพระธรรมจักร ให้เป็นไปแล้ว ได้มีการบันลือต่อ ๆ กันไปให้ทราบทั่วกันว่า พระธรรมอันยอดเยี่ยมที่พระองค์ทรงประกาศให้เป็นไปแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตเมืองพาราณสี อันใคร ๆ ในโลกจะปฏิวัติไม่ได้

วันอาสาฬหบูชามีเหตุการณ์สำคัญในทางพระพุทธศาสนาอยู่ 3 ประการคือ
๑. เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา โดยทางแสดงพระปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ประกาศสัจธรรมอันเป็นองค์แห่งพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณที่พระองค์ตรัสรู้ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย
๒. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระอริยสงฆ์สาวกขึ้นในโลก คือ พระโกณฑัญญะ เมื่อได้ฟังพระปฐมเทศนาจบ ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้ทูลขออุปสมบท และพระพุทธเจ้าได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา ในวันนั้น
๓. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ ขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์

ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่าง ๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุได้แก่พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เวียนเทียน และฟังพระธรรมเทศนา เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในวันวิสาขบูชา การแสดงธรรมในวันนี้จะเทศน์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

วันอาสาฬหบูชาจึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยศึกษา พระธรรมวินัยอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาให้เข้าใจอย่างถูกต้องตรงทางแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นต่อไปชั่วกาลนาน

คำถวายดอกไม้ธูปเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, โย โน ภะคะวา สัตถา, ยัสสะ จะ มะยัง, ภะคะวะโต ธัมมัง โรเจมะ, อะโหสิ โข โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, สัตเตสุ การุญญัง ปฏิจจะ กรุณายะโก, หิเตสี อะนุกัมปัง อุปาทายะ, อาสาฬหะปุณณะมิยัง พาราณะสิยัง, อิสิปะตะเน มิคะทาเย, ปัญจะวัคคิยานัง ภิกขูนัง, อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะฐะมัง ปะวัตเตตะวา, จัตตาริ อะริยะสัจจานิ ปะกาเสสิ ฯ ตัสมิญจะ โข สะมะเย, ปัญจะวัคคิยานัง ภิกขูนัง ปะมุโข, อายัสมา อัญญาโกณฑัญโญ, ภะคะวะโต ธัมมัง สุตะวา, วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง ปะฏิละภิตะวา, ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง, สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ, ภะคะวันตัง อุปะสัมสะทัง ยาจิตวา ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย อะริยะสาวะกะสังโฆ โลโก ปะฐะนัง อะโหสิ พุทธะระตะนังธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง สังฆะระคะนันติ ติระตะนัง สัมปุณณัง อะโหสิฯ มะยัง โข ตะระหิ อิมัง อาสาฬหะปุณณะมีกาลัง ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะจักกัปปะวัตตะนะกาละสัมมะตัง อะริยะสาวะกะสังฆะอุปปัตติกาละสัมมะตัญจะ ระตะนัตตะยะสัมปุณณะกาละสัมมะตัญญจะ ปัตวา อิมัง ฐานัง สัมปัตตา อิเม สักกาเร คะเหตวา อัตตะโน กายัง สักการุปะธานัง กะริตวา ตัสสะ ภะคะวะโต ยะถาภุจเจ คุเณ อะนุสสะรันตา อิมัง ถูปัง (อิมัง พุทธะปะฏิมัง) ติกขัตตุง ปะทักขิณัง กะริสสามะ ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานาฯ สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจจิระปะรินิพพุโตปิ ญาตัพเพหิ คุเณหิ อะตตีตารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน อิเม อัมเหหิ คะหิเค สักกาเร ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

คำแปล

เราทั้งหลายถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดแล้ว ว่าเป็นที่พึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด เป็นศาสดาของเราทั้งหลาย อนึ่ง เราทั้งหลายชอบใจซึ่งพระธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ชอบเอง ทรงอาศัยความการุณ ในสัตว์ทั้งหลาย ทรงพระกรุณาแสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ทรงอาศัย ความเอ็นดู ได้ยังพระธรรม จักรอันยอดเยี่ยมให้เป็นไป ทรงประกาศอริยสัจ ๔ เป็นครั้งแรกแก่พระภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสีในวันอาสาฬหปุณณมี อนึ่ง ในสมัยนั้นแล ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าของพระภิกษุปัญจวัคคีย์ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้ธรรมจักษุอันบริสุทธิ์ปราศจากมลทินว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งปวงนั้น มีความดับเป็นธรรมดา" จึงทูลขออุปสมบท กะพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นองค์แรกในโลก อนึ่ง ในสมัยนั้นแลพระสังฆรัตนะได้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะและพระสังฆรัตนะ ได้สมบูรณ์แล้วในโลก บัดนี้ เราทั้งหลาายแล มาประจวบมงคลสมัยอาสาฬหะปุณณมี วันเพ็ญอาสาฬหมาส ที่รู้พร้อมกันว่า เป็นวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงประกาศพระธรรมจักรเป็นวันที่เกิดขึ้นแห่งพระอริยสงฆ์สาวก และเป็นวันที่ประรัตนตรัยสมบูรณ์ด คือ ครบ ๓ รัตนะ จึงมา ประชุมกันแล้ว ณ ที่นี้ ถือสักการะเหล่านี้ ทำกายของตนให้เป็นดังภาชนะรับเครื่องสักการะ ระลึกถึงพระคุณตาม ความเป็นจริงทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น จจักทำประทักษิณสิ้นวาระสามรอบซึ่งพระสถูป (พระพุทธปฏิมา) นี้ บูชาอยู่ด้วยสักการะอันถือไว้แล้วอย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้เสด็จปรินิพพานนานมาแล้ว ยังปรากฎอยู่ด้วยพระคุณสมบัติอันข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะพึงรู้โดยความเป็นอตีตารมณ์ จงทรงรับเครื่องสักการะ อันข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายถือไว้แล้วนี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนาน เทอญ


วันเข้าพรรษา

จากที่เกิดวันเข้าพรรษา เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา เหตุเพราะสมัยก่อนฝนตกชุก การเดินทางสัญจรไปมาก็ไม่สะดวก อีกทั้งไปเหยียบต้นข้าวของชาวบ้าน ในสมัยที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว และได้ให้พระภิกษุสงฆ์ออกไปตามเขตต่าง ๆ เพื่อประกาศพระศาสนา จนมีผู้ขออุปสมบทมากขึ้น จึงทำให้มีพระภิกษุสงฆ์ออกไปเผยแพร่พระศาสนากันมากขึ้น แม้ในฤดูฝนก็มิได้หยุดพัก การเดินทางก็ไม่สะดวก ทั้งยังเหยียบข้าวกล้าให้เกิดความเสียหาย ทำให้สัตว์เล็กน้อยตาย ประชาชนจึงพากันติเตียนว่า "ไฉนเล่า พระสมณศากยบุตรจึงเที่ยวไปมาอยู่ทุกฤดูกาล เหยียบข้าวกล้าและติณชาติให้ได้รับความเสียหาย ทำให้สัตว์เล็กน้อยตาย พวกเดียรถีย์และปริพพาชกเสียอีกยังพากันหยุดพักในฤดูฝน ถึงนกยังรู้จักทำรังที่กำบังฝนของตน"
พระพุทธองค์ได้ทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงบัญญัติเป็นธรรมเนียมให้พระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ไปจนถึงกลางเดือน ๑๑ ห้ามมิให้เที่ยวสัญจรไปมา

วันเข้าพรรษาที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตไว้มีอยู่ ๒ วัน คือ
๑.ปุริมิกาวัสสูปนายิกา คือ วันเข้าพรรษาแรก ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ไปจนถึงวันเพ็ญ กลางเดือน ๑๑
๒.ปัจฉิมมิกาวัสสูปนายิกา คือ วันเข้าพรรษาหลัง ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ไปจนถึงวันเพ็ญกลางเดือน ๑๒

ภิกษุเข้าพรรษาแล้ว หากมีกิจธุระจำเป็นอันชอบด้วยพระวินัย พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้ไปได้ แต่จะต้องกลับมา ยังสถานที่เดิมภายใน ๗ วัน พรรษาไม่ขาด ที่เรียกว่า "สัตตาหกรณียะ" เหตุที่ทรงอนุญาตให้ไปได้ด้วยสัตตาหกรณียะนั้นมี ๔ อย่างดังต่อไปนี้
๑. สหธรรมิกหรือมารดาบิดาเจ็บไข้ รู้เข้าไปเพื่อรักษาพยาบาล
๒. สหธรรมิกกระสันจะสึก รู้เข้าไปเพื่อห้ามปราม
๓. มีกิจสงฆ์เกิดขึ้น เช่น วิหารชำรุดลงในเวลานั้น ไปเพื่อหาเครื่องทัพพสัมภาะมาปฏิสังขรณ์
๔. ทายกต้องการบำเพ็ญบุญกุศลส่งคนมานิมนต์ ไปเพื่อบำรุงศรัทธาของเขาได้
แม้ธุระอื่นนอกจากนี้ที่เป็นกิจจลักษณะอนุโลมเข้าในข้อนี้ด้วย

ในเวลาจำพรรษาเมื่อมีอันตรายเกิดขึ้นจะอยู่ต่อไปไม่ได้ และไปเสียจากที่นั้น พรรษาขาด
แต่ท่านไม่ปรับอาบัติ (ไม่เป็นอาบัติ) มีดังนี้ คือ
๑. ถูกสัตว์ร้าย โจร หรือปีศาจเบียดเบียน
๒. เสนาสนะถูกไฟไหม้ หรือน้ำท่วม
๓. ภัยเช่นนั้นเกิดขึ้นแก่โคจรคาม ลำบากด้วยบิณฑบาต ในข้อนี้ชาวบ้านอพยพจะตามเขาไปก็ควร
๔. ขัดสนด้วยอาหาร โดยปกติไม่ได้อาหารหรือเภสัชอันสบาย ไม่ได้อุปัฏฐากอันสมควร (ข้อนี้หากพอทนได้ก็ควรอยู่ต่อไป)
๕ .มีหญิงมาเกลี้ยกล่อม หรือมีญาติมารบกวนล่อด้วยทรัพย์
๖. สงฆ์ในอาวาสอื่นจวนจะแตกกันหรือแตกกันแล้ว ไปเพื่อจะห้ามหรือเพื่อสมานสามัคคีได้อยู่ (ในข้อนี้ ถ้ากลับมาทัน ควรไปด้วยสัตตาหกรณียะ)

พระพุทธองค์ทรงอนุญาตการอยู่จำพรรษาในสถานที่บางแห่ง แก่ภิกษุบางรูปผู้มีความประสงค์ จะอยู่จำพรรษาในสถานที่ต่าง ๆ กัน สถานที่เหล่านั้น คือ
๑. ในคอกสัตว์ (อยู่ในสถานที่ของคนเลี้ยงโค)
๒. เมื่อคอกสัตว์ย้ายไป ทรอนุญาตให้ย้ายตามไปได้
๓. ในหมู่เกวียน
๔. ในเรือ

พระพุทธองค์ทรงห้ามมิให้อยู่จำพรรษาในสถานที่อันไม่สมควร สถานที่เหล่านั้นคือ
๑. ในโพรงไม้
๒. บนกิ่งหรือคาคบไม้
๓. ในที่กลางแจ้ง
๔. ในที่ไม่มีเสนาสนะ คือไม่มีที่นอนที่นั่ง
๕. ในโลงผี
๖. ในกลด
๗. ในตุ่ม

ข้อห้ามที่พระพุทธองค์ทรงห้ามไว้อีกอย่างหนึ่ง คือ
๑. ห้ามมิให้ตั้งกติกาอันไม่สมควร เช่น การมิให้มีการบวชกันภายในพรรษา
๒. ห้ามรับปากว่าจะอยู่พรรษาในที่ใดแล้ว ไม่จำพรรษาในที่นั้น

อนึ่ง วันเข้าพรรษานี้ ถือกันว่าเป็นกรณียพิเศษสำหรับภิกษุสงฆ์ เมื่อใกล้วันเข้าพรรษาควรปัดกวาด เสนาสนะสำหรับจะอยู่จำพรรษาให้ดี ในวันเข้าพรรษา พึงประชุมกันในโรงอุโบสถไหว้พระสวดมนต์ ขอขมาต่อกันและกัน หลังจากนั้นก็ประกอบพิธีอธิษฐานพรรษา ภิกษุควรอธิษฐานใจของตนเองคือตั้งใจเอาไว้ว่า ตลอดฤดูกาลเข้าพรรษานี้ ตนเองจะไม่ไปไหน ด้วยการเปล่งวาจาว่า

"อิมสฺมึ อาวาเส อิมัง เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ แปลว่า ข้าพเจ้าจะอยู่จำพรรษาในอาวาสนี้ตลอด ๓ เดือน"

หลังจากเสร็จพิธีเข้าพรรษาแล้ว ก็นำดอกไม้ธูปเทียนไปนมัสการบูชาปูชนียวัตถุที่สำคัญในวัดนั้น ในวันต่อมาก็นำดอกไม้ ธูปเทียนไปขอขมาพระอุปัชฌาย์อาจารย์และพระเถระผู้ที่ตนเองเคารพนับถือ

อานิสงส์แห่งการจำพรรษา

เมื่อพระภิกษุอยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนได้ปวารณาแล้ว ย่อมจะได้รับอานิสงส์แห่งการจำพรรษา ๕ อย่าง ตลอด ๑ เดือนนับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป คือ
๑. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องบอกลา ตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค ปาจิตตีย์กัณฑ์
๒. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ
๓. ฉันคณะโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้
๔. เก็บอติเรกจีวรได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของพวกเธอ

และยังได้โอกาสเพื่อที่จะกราลกฐิน และได้รับอานิสงส์พรรษาทั้ง ๕ ขึ้นนั้นเพิ่มออกไปอีก ๔ เดือน ในฤดูหนาว คือตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ อีกด้วย

ในวันเข้าพรรษานี้ตามประวัติ ชาวไทยเราได้ประกอบพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเข้าพรรษา มาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ซึ่งมีทั้ง พิธีหลวง และ พิธีราษฎร์ กิจกรรมที่กระทำก็มีการเตรียมเสนาสนะให้อยู่ในสภาพที่ดี สำหรับจะได้จำพรรษาอยู่ตลอด 3 เดือน จัดทำ เทียนจำนำพรรษา เพื่อใช้จุดบูชาพระบรมธาตุ พระพุทธปฏิมา พระปริยัติธรรม ตลอดทั้ง 3 เดือน ถวายธูป เทียน ชวาลา น้ำมันตามไส้ประทีปแก่พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาในพระอาราม

สำหรับเทียนจำนำพรรษาจะมีการ แห่เทียน ไปยังพระอารามทั้งทางบกและทางน้ำตามแต่หนทางที่ไปจะอำนวยให้ เพื่อนำเทียนเข้าไปตั้งในพระอุโบสถหรือพระวิหาร แล้วก็จะจุดเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย

สำหรับการปฏิบัติอื่น ๆ ก็จะมีการถวาย ผ้าอาบน้ำฝน การอธิษฐานตนว่าจะประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของศีลห้า ศีลแปด ฟังเทศน์ฟังธรรม ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยเคร่งครัด ตามกำลังศรัทธา และขีดความสามารถของตน นับว่าวันเข้าพรรษาเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชน จะได้ประพฤติปฏิบัติตนในกรอบของพระพุทธศาสนาได้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง




วันออกพรรษา วันออกพรรษา ตรงกับวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 11 เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ออกจากจำพรรษา หรือการอยู่ประจำที่ตลอดฤดูฝน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ต่อจากวันนี้ไปพระภิกษุสงฆ์ก็สามารถจาริกไปในที่ต่าง ๆ และค้างแรมในที่อื่นได้
วันออกพรรษานี้มีการทำปวารณา ในหมู่พระภิกษุสงฆคือให้พระภิกษุสงฆ์ทำปวารณาแทนการทำอุโบสถ์สังฆกรรม ยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกัน ต่างรูปต่างกล่าวคำปวารณาตามลำดับอาวุโส มีใจความว่า

สงฺฆมฺภนฺเต ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺ สามิ ฯ

ข้าพเจ้าขอปวารณาต่อพระสงฆ์ด้วยได้ยินก็ดี ได้ฟังก็ดี สงสัยก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงอาศัยความกรุณาว่ากล่าว ข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าสำนึกได้จักทำคืนเสีย แล้วจักสำรวมระวังต่อไป (กล่าว 3 ครั้ง)

ในวันออกพรรษาตามประวัติกล่าวว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากที่ได้เสด็จไปจำพรรษาและแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดาการเสด็จลงจากดาวดึงส์ครั้งนั้น ได้เสด็จลงมา ณ เมืองสังกัสสะ บรรดาพุทธศาสนิกชนจึงพากันไปตักบาตรแด่พระพุทธเจ้า เรียกว่า ตักบาตรเทโว คำเต็มคือ ตักบาตรเทโวโรหนะ คำว่าเทโวโรหนะ แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก

สำหรับพิธีตักบาตรเทโวนั้นโดยทั่วไปจะทำกันในบริเวณพระอุโบสถ มีการอัญเชิญพระพุทธรูป ซึ่งประดิษฐานบนบุษบกมีล้อเลื่อน มีบาตรตั้งอยู่หน้าพระพุทธรูป แล้วใช้คนลากนำหน้าพระภิกษุสงฆ์จะเดินตามพระพุทธรูป บรรดาพุทธศาสนิกชนจะเรียงรายอยู่เป็นแถวสองข้างทางที่พระพุทธรูปและพระสงฆ์เคลื่อนผ่าน เพื่อตักบาตรอาหารที่นิยม นำมาตักในวันนี้มี ข้าวสุก ข้าวต้มมัดใต้ และข้าวต้มลูกโยน

ในที่บางแห่งมีปูชนียวัตถุ เช่น พระธาตุเจดีย์ สร้างไว้บนภูเขา หรือสิ่งก่อสร้างที่สูงๆ เช่นที่ วัดสังกัส จังหวัดอุทัยธานี วัดเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี และภูเขาทองวัดสระเกศ ที่กรุงเทพ ฯ ก็จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปลงจากภูเขา บรรดาพุทธศาสนิกชนก็มาคอยตักบาตร โดยตั้งแถวสองแถวเรียงรายรออยู่ที่เชิงเขา เพื่อให้ดูใกล้ความจริงว่า พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากที่สูง

การบำเพ็ญกุศลนอกจากนี้ก็มีการถวาย ผ้าจำนำพรรษา และพิธีทอดกฐิน ซึ่งจะกระทำกันหลังวันออกพรรษาไปได้อีกถึง วันเพ็ญ กลางเดือน 12





















Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:38:46 น. 0 comments
Counter : 720 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

billy&chalee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




แมงมุม เส้นใยแห่งการเชื่อมโยงองค์ความรู้ KM.เขานี้นีเอง !
Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket…..สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Blog Billy&Chalee ครับ เราขอแนะนำวิธีการเยี่ยมชม blog นะครับ..... Photobucket….. เริ่มต้นที่ด้านซ้ายของหน้าจอท่านเป็นบทความของผู้เขียน blog เขียนบทความต่าง ๆ เนื้อหา ข้อมูล ข่าวสาร ตำรา และโครงการอบรมต่าง ๆที่ผู้เขียนผ่านประสบการณ์ ได้สอน และอบรมในสถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งท่านสามารถเลือกหัวข้อบทความได้ที่ ด้านซ้ายตรงส่วนล่างสุด ซึ่งมีหัวข้อบทความของผู้เขียน และ Web Link ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา และคนทำงานอย่างเราเรา ท่านท่าน นี่แหละครับ..... Photobucket........หมายเหตุ บางบทความจะมีข้อมูลไฟล์แนบ ให้ท่านได้โหลดไปศึกษาอย่างง่ายดายมากครับ........ Photobucket .....ส่วนด้านขวาของหน้าจอท่านทุกหน้าจอที่ท่านเปิดอ่านบทความจะมีหน้าหน้าจอด้านขวาประจำอยู่ที่ blog เป็น Main หลักของ blog ครับ จากส่วนของด้านบน ลงมายังด้านล่าง จะนำเสนอรายการตามหัวข้อที่กำหนดไว้ และเช่นเดียวกัน มี Web Link และ Blog Link ของผู้เขียนมานำเสนอ...... Photobucket.....ตัวอย่างเช่นข่าวสารที่ Update ต่อชั่วโมง ข้อความวิ่ง Link มาจากสำนักข่าวดัง และข้อความวิ่งจากผู้เขียนเอง ที่นำเสนอวิสัยทัศน์ ต่อผู้อ่านร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติครับ..... Photobucket........หมายเหตุ ข้อมุลข่าวสารทำไว้หลายช่องทางเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้ วิจารณญาณส่วนบุคคลได้ตัดสินใจในการบริโภคข้อมูลข่าวสารครับ และในส่วนเดียวกันนี้ยังมีเนื้อหาสาระ ความบันเทิง และสันทนาการ เกร็ดความรู้ต่าง ๆ มา Update มานำเสนอเป็นประจำ “โปรดติดตามและเสนอคำติชม หรือต้องการมีส่วนร่วมสร้างองค์กรการเรียนรู้ KM ร่วมกันเชิญครับ ”...... Photobucket.....หวังว่าจะได้ประโยชน์จากท่านไม่มากก็น้อยจากเรา “ BILLY ” และอีกอย่างที่สำคัญและเป็นพระคุณอย่างยิ่ง Web Link ทุก ๆ Web และ BlogGang.com เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคน ที่ผู้เขียนได้มานำเสนอ ขอขอบคุณครับ จากเรา billy&chalee…..Photobucket
ไอ้แมงมุม ! แนะนำวิธีการใช้ Blog
Photobucket
-----------------------------------------------------------------------------------------
Photobucket อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงถึงเวลาจะเปลี่ยนไป ยึดมั่นในความถูกต้องและความเที่ยงธรรม ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม Photobucket

ส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านบทความใน Blog คลิก Link แหล่งท่องเที่ยวไทย
เชิญไทยเที่ยวไทย " คลิ๊ก ตรงแผนที่ตามหมายเลข เพื่อดูแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดครับ "
..xxXร่วมค้นหาทางออกให้กับการเมือง กับเมืองนาม ด้านล่างขวาสุดของBlogXxx..
........xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx.........
Photobucket

คุณเลือกสื่อข่าวไหน ๆ ก็เหมือนกัน ! ถูกครอบงำ แต่สื่อนี้เสนอความชัดเจน ตรงไปตรงมา เป็นสื่อที่ให้คุณรู้เท่าทัน โดยเฉพาะคอลัมน์เด่นดัง ที่กล้าตีแผ่ความจริง คลิ๊ก Link ....xxxxXสื่อข่าวที่หาดูได้ยากXxxxx....

ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ คลิ๊ก Link Thai E-News:billyขอเป็นสื่อสนับสนุน
คลิ๊กเลือกอ่านที่ตัววิ่ง ตามหัวข้อข่าว คำเตือน ! โปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้ ( สื่อข่าวทั่วไป )
Photobucket คลิกถ่ายรูปชั้นยอด ด้วยเทคนิคชั้นเยี่ยม Photobucket คลิกดูเส้นทางการเดินรถ " เที่ยวไทยไม่หลงทาง " Photobucket

ก่อนจับจ่ายใช้สอย คลิก Link ตรวจสอบธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ ๕๐๐ ๑๐๐ ๕๐ และ ๒๐ บาท
เชิญไทยเที่ยวไทย หลายภาคคุณไปแล้วหรือยัง ? " แก้ผลกระทบเศรษฐกิจจากการปิดสนามบิน "
Photobucket Photobucket Photobucket
ค้นหาความหมาย นิยามของคำ และรู้จักเรา BILLY สื่อด้วยสี และตัวอักษร เชิงปรัชญาวิชาการ
และรู้จักเขา จากคำกล่าวที่ว่า " กว่าจะมีวันนี้ กลุ่มอมาตยาธิปไตยได้ทำทุกวิถีทางเพื่อเขา และความชัดเจนในการบริหารแบบ Double standard (รัฐบาลหุ่นเชิด) กับการ กู้ กู้ เพื่อชาติ หรือเพื่อใคร เกิดเป็นรูปธรรม "

มารู้จัก.นายบิลลี ชาคริต เมืองนาม ผ่าน Hi5.com คลิก Link Personal Billy Hi5

มารู้จัก.นายกรัฐมนตรีคนที่ 27.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่าน Hi5.com คลิก Link Prime Minister




ความหมาย B I L L Y

Photobucket

" B : Business ธุรกิจ "
" I : Information สารสนเทศ "
" L : Logistics โลจิสติกส์ "
" L : Leadership ภาวะผู้นำ "
" Y : Yokefellow เพื่อนร่วมงาน คนรัก "

**************

Photobucket

สรุป การทำธุรกิจ หวังผลจากกำไร โดยใช้กลยุทธ์ การบริหารการจัดการต่างๆ ในกิจกรรมการผลิต สินค้า/บริการ สร้างความได้เปรียบจากการแข่งขัน จัดทำระบบสารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำรวดเร็วถูกต้องมาช่วยในการตัดสินใจ ต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงนำระบบโลจิสติกส์มาใช้ ทำให้ลดต้นทุน ลดเวลาเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนสินค้า/บริการ อย่างครบวงจร
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การจัดการคลังสินค้า บริหารต้นทุน การขนส่ง ห่วงโซ่แห่งคุณค่า ไปจนถึงจุดที่มีการใช้งานหรือถึงมือผู้บริโภค ซึ่งต้องมาจากภาวะผู้นำที่นำรูปแบบวิธีการจัดการบริหาร กำหนดนโยบายกลยุทธ์ มาใช้อย่างถูกต้องตามแผนธุรกิจ กิจการนั้น ๆ
และที่สำคัญที่สุดก็คือเพื่อนร่วมงานในการดำเนินกิจกรรมธุรกิจใด ๆ ต้องมีมิตรแท้ และคนรัก ที่ให้กำลังใจ คอยสนับสนุนงาน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ
โดยนำหลักการ B I L L Y นำมาประยุกต์ใช้..

"ในความหมายและนิยามของคำ บิลลี่ BILLY"
Photobucket

Photobucket
Photobucket Photobucket คลิก Link วันสำคัญของโลก
นำเสนอข่าว ไลฟ์สไตล์ การศึกษา ของวัยรุ่นยุคใหม่ ใส่ใจในอนาคต

ส่งเสริมวัฒนธรรม ประเภณีอันดีงาม คลิก Link วันสำคัญ ของไทย Photobucket…..สวัสดีครับ น้อง ๆ ที่กำลังไฝ่ดี รักดี กับการศึกษานะครับ..... Photobucket….. วันนี้ผมขอเสนอคำ Hit Hot ในช่วงเวลานี้...คำว่า... " อมาตยาธิปไตย " ... Photobucket........อมาตยาธิปไตย จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี อำมาตยาธิปไตย (bureaucratic polity) เป็นการปกครองโดยข้าราชการ ซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาปกครองเพราะอำนาจของตำแหน่งในรัฐบาล ใช้หมายถึงรัฐบาลที่ไม่ขึ้นอยู่หรือให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน ........ Photobucket .....คำภาษาอังกฤษว่า bureaucratic polity บัญญัติโดย Fred W. Riggs อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฮาวาย ในหนังสือที่พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2509[1] เป็นคำใหม่ที่ใช้แก่ประเทศไทยโดยเฉพาะ[2] แต่ภายหลังคำนี้มีใช้แก่ประเทศอื่นด้วย แล้วมีการบัญญัติคำภาษาไทย "อมาตยาธิปไตย" ตามภาษาอังกฤษ อ้างอิง ^ Fred W Riggs. 1966. Thailand: The Modernization of a Bureaucratic Polity. Honolulu: East-West Center Press. 470 pages. ^ James Ockey. 2004. State, Bureaucracy and Polity in Modern Thai Politics, Journal of Contemporary Asia, Vol. 34, 2004.........Photobucket
Photobucket
คลิก Play เพื่อเปิด Training VDO. ระบบจัดการผลิต By Chakirt.M เชิญครับ
Photobucket Photobucket คลิ๊กลิงค์ คุยกับเสธ.แดง Photobucket Photobucket
แจ้งข่าสาร ความจริง MV เสื้อแดงต้านรัฐประหารไม่เอาเผด็จการ ( ยุคตุลาการศาลภิวัฒน์และการปฏิวัติซ่อนรูป )



Photobucket......สวัสดีปีวัว ๒๕๕๒ Happy New Year 2009 .....ไม่รู้ว้าปีนี้ วัวดุ “วัวบ้า” หรือไม่ ....ก็หวังว่าเราจะได้มีความสุข เหมือนที่เคยเป็นมา จนเกือบลืมไปเลยว่าเคยมีความสุข ในช่วงที่การเมืองดี เศรฐกิจดีนะครับ.... ก็หวังใจไว้ว่าเราต้องช่วยกัน และให้กำลังใจ กับชาวเสื้อแดง และอ่านคำกล่าว จากการบันทึก วีดีโอ ลิงค์ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร .......เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 27 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดผ่านวิดีโอลิงก์มายังเวทีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ข้างทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้โทรมา เพราะคืนเดียวอยู่ 3 ประเทศ แต่ก็ได้ผลดี ในเรื่องความสัมพันธ์ต่อประเทศไทย ผมเข้าใจว่าเหนื่อย ร้อน ก็บางคนอาจจะหิว แต่ท่านก็ยังอดทนรอฟังผมพูด ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวเสื้อแดงที่ได้มารวมตัวกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม เมื่อวานตั้งใจจะพูดแต่ลำบากเรื่องการเดินทางเลยพูดสั้นๆ วันนี้ตั้งใจจะพูดจาหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่เป็นอยู่จะออกอย่างไร จะเป็นการเสนอฝ่ายของผม แต่คนอื่นจะเอาหรือไม่ก็ไม่ทราบต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วย เป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ทุกคนชุมนุมกันแล้วเสียสละเงินคนละเล็กน้อยมาร่วมชุมนุมกันที่นี่ อาจจะมีเสื้อแดงปลอมที่ไปสร้างสถานการณ์ทำท่าจะไปบุกสนามบิน นั่นเป็นของปลอมเพราะของจริงอยู่ที่ทำเนียบ วัตถุประสงค์ที่มารวมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกประชาธิปไตย ความเป็นธรรมของสังคมไทยกลับมาได้อย่างไร เพื่ออนาคตของประเทศ เพื่อลูกหลานไทย เรากำลังมาตกลงกันว่าระบอบปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงคือสิ่งที่เรารักและหวงแหน อยากได้ไว้คู่สังคมไทย อยากเห็นสังคมไทยที่มีความยุติธรรม หากไม่มีความยุติธรรมเราก็จะเจอปัญหาสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหมือนที่เจอ ที่นักลงทุนต่างประเทศกลัวว่ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องไปขอขึ้นศาลที่ฮ่องกง หรือที่สิงคโปร์ เราอย่าให้เกิด เราอยากเห็นอนาคตของประเทศที่มีอนาคต ส.ส.ได้รับเชิญไปญี่ปุ่น ไปคุยกับนักลงทุน เขาบอกว่าไม่เคยเห็นเกิดขึ้นมาก่อนเลยบอกว่าไม่อยากจะมาลงทุนเพิ่มในประเทศไทยเด็ดขาด เครื่องบินของญี่ปุ่นเดิมอเมริกาไม่ให้ผลิต แต่ตอนนี้เริ่มผลิตแล้วโดยไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ที่เวียดนาม เพราะที่เวียดนามมีเด็กจบคณิตศาสตร์ใหม่ๆ เยอะ เขาไม่มาเมืองไทย นี่คือตัวอย่างของการสูญเสียโอกาส เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ จึงอยากบอกกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ผู้ใหญ่ในที่นี้คือคนที่มีอายุมากๆ ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะมองอนาคตให้ลูกหลาน ไม่ใช่การเอาชนะคะคานกัน เท้าความซัดผู้มีบารมีนอกรธน. "เราต้องเรียนรู้จากบทเรียนที่เจ็บช้ำมานานจากการปฏิวัติ จากเผด็จการที่เข้ามาทำให้ประชาธิปไตยไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง มันเกิดครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะจบ ก่อนนี้คิดว่าจะไม่มีแล้วแต่ก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะเราไม่ยอมพูดความจริง มีการตั้งคณะกรรมการสอบความจริงครึ่งเดียว ในที่สุดเราก็ไม่รู้ความจริงเหมือนเสียค่าเรียนแล้วไม่เคยได้รับประกาศนียบัตร เรียนแล้วไม่จบสักที นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้ประชาธิปไตยของเราที่ไม่เคยเรียนจบ ล้มแล้วพูดว่าล้มเพราะอะไร ไม่เคยพูดกันชัดเจนแล้วเราก็ลืมไป แต่วันนี้ถึงเวลามาพูด เราต้องเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา จะมัวเกรงใจกันคงไม่ได้ เพราะเกรงใจก็ไม่รู้ความจริง และประชาชนก็ไม่มีโอกาสรู้ วันนี้สิ่งที่จะพูดต่อจากนี้ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อลูกหลานว่าลูกหลานในอนาคตจะอยู่อย่างไร ความสามารถในการพัฒนาตัวเองจะมีแค่ไหนหากเรามีปัญหากันอยู่อย่างนี้ ดังนั้น ขอเท้าความว่าอะไรคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร" ที่มาของความวุ่นวาย คงจำได้ว่าปลายปี 2547 ก่อนเลือกตั้ง 2548 มีการรวมตัวกันเล็กๆ ที่สนามหลวง มีพวกสหภาพแรงงาน ร่วมกับนายเอกยุทธ และคุณประชัย คือพวกที่ไม่พอใจผมหรืออาจจะมีความสูญเสีย แต่ไม่มีอะไรเกิด แต่ต่อมาหลังเลือกตั้ง 2548 พรรคไทยรักไทยได้ ส.ส. 377 เสียง ก็รู้สึกว่าไทยรักไทยแข็งแรงเกินไป ฝ่ายค้านอ่อนแอเกินไป เริ่มพูดจากัน แต่พอปลาย 2548 เกิดกระบวนการรวมตัวของพันธมิตร โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหน้าทีม เริ่มต้นที่สวนลุมพินี โดยความเอื้อเฟื้อของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.ตอนนั้นให้สถานที่ให้ตลอดทุกสัปดาห์ พรรคประชาธิปัตย์อาจจะช่วยทางอ้อมหรือตรงก็ไม่ทราบ แต่ก็ไปอยู่ที่ข้างเวทีและขึ้นเวทีบ้าง นั่นคือสิ่งเริ่มต้นของการต่อสู้นอกระบบ แค่นั้นไม่เป็นไร แต่มีองคมนตรีบางท่านได้ไปบอกกับสื่อ และไปแอบอ้างว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เอาผมแล้ว ผมพูดกับสื่อก็ยอมรับ แต่เป็นองคมนตรีบางคนเท่านั้น หลังจากนั้นก็เกิดม็อบมีเส้น เอเอสทีวีได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครอง เปิดตัวคือ"พล.อ.เปรม" คุ้มครองจนปฏิวัติแล้วก็ไม่เลิก คุ้มครองให้ออกอากาศล้มล้างรัฐบาล รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ จนผมต้องพูดความจริง ก็ไม่กล้าพูดเต็มที่เพราะเกรงใจกันอยู่ วันนั้น ผมประชุมข้าราชการที่ตึกสันติไมตรี ผมบอกให้ทุกคนทำหน้าที่เต็มที่เพราะรู้ว่าข้าราชการเริ่มเกียร์ว่าง เพราะเริ่มถูกผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแทรกแซง ผมก็ต้องกระตุ้นให้ทำงาน ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ แปลว่าในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เขามีโครงสร้าง มีอำนาจในการจัดการ แต่มีบารมีสามารถแอบสั่งงานได้ แล้วข้าราชการเกรงใจ ก็ยอมเลี่ยง ยอมผิดคำสั่งผู้บังคับบัญชา นั่นคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเป็นคำที่ฮือฮามาก และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไปกล่าวหาว่าผมหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมมิบังอาจ ผมมีความจงรักภักดี ผมไม่บังอาจเอื้อมพูดถึงขนาดนั้น แต่จริงๆ แล้วผมหมายถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ผมไม่กล้าพูดวันนั้น แล้วก็มีคนของพล.อ.เปรม โทร.มาให้ผมช่วยพูดให้ชัดว่าไม่ใช่พล.อ.เปรม ผมก็ไม่พูด เพราะหลังจากนั้นท่านเดินสาย ใส่เครื่องแบบทหาร ทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และออกเดินสายด่าผม มี พล.อ.สุรยุทธ์ มักจะไปด้วยบ่อย ๆ นั่นคือคู่หู ไปด้วยกัน องคมนตรียุ่งการเมืองไม่เหมาะ ผมขออัญเชิญพระราชกระแส พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่องคมนตรี ในวโรกาสเสด็จไปทรงเปิดทำเนียบองคมนตรี ณ อุทธยานสราญรมณ์ 2547 ว่า องคมนตรีเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ให้คำปรึกษาคนอื่น นี่เป็นสิ่งที่คนสงสัยว่าองคมนตรีมีอำนาจหน้าที่อะไร แต่องคมนตรีไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของคนอื่น เป็นที่ปรึกษาของฝ่ายพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ว่าจะไปแนะนำคนอื่น ถ้าไปแนะนำคนอื่นเป็นการแนะนำส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานองคมนตรี ฉะนั้นขอให้ระมัดระวังในคำพูด นั่นคือว่าต้องเข้าใจว่าในบทบาทไหนเป็นองคมนตรี บทบาทไหนเป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้สิ่งสำคัญการที่องคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงกี่ยวข้องการเมืองได้อย่างไรพระเจ้าอยู่หัวท่านสถิตย์อยู่ที่สูง ท่านเป็นที่รักของพสกนิกร แต่คนอยู่รอบพระองค์ท่านเข้ามาเกี่ยวสข้องกับการเมืองทำให้พระองค์ท่านทรงเสีย ดังนั้นขอให้ทุกคนที่อยู่รอบพระองค์ท่านอย่าเข้ามายุ่งการเมือง เพราะว่าพระองค์ท่านสถิตย์ที่สูง ผมขอย้ำว่าสิ่งที่พล.อ.เปรมเข้ามาเกี่ยวข้องการเมืองนั้นอย่าเพิ่งเถียง สิ่งที่พล.อ.สุรยุทธ์ เข้ามายุ่งกับการเมือง ทำให้สถาบันเสียหาย ฉะนั้นไม่ควร เพราะเมื่อไหร่ท่านมายุ่งกับการเมือง การเมืองก็จะยุ่งกับท่าน ดังนั้นทุกองค์กรทุกองค์กรห้ามเข้ามายุ่ง ผมกำลังพูดเพื่อบอกว่าเรากำลังมาหาทางออกกัน ไม่ใช่ว่าจะไปแนะนำคนอื่น ถ้าไปแนะนำคนอื่นเป็นการแนะนำส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานองคมนตรี ฉะนั้นของให้ระมัดระวังในคำพูด นั่นคือว่าต้องเข้าใจว่าในบทบาทไหนเป็นองคมนตรี บทบาทไหนเป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้สิ่งสำคัญการที่องคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการเมอืงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงกี่ยวข้องการเมืองได้อย่างไรพระเจ้าอยู่หัวท่านสถิตย์อยู่ที่สูง ท่านเป็นที่รักของพสกนิกร แต่คนอยู่รอบพระองค์ท่านเข้ามาเกี่ยวสข้องกับการเมืองทำให้พระองค์ท่านทรงเสีย ดังนั้นขอให้ทุกคนที่อยู่รอบพระองค์ท่านอย่าเข้ามายุ่งการเมือง เพราะว่าพระองค์ท่านสถิตย์ที่สูง ผมขอย้ำว่าสิ่งที่พล.อ.เปรมเข้ามาเกี่ยวข้องการเมืองนั้นอย่าเพิ่งเถียง สิ่งที่พล.อ.สุรยุทธ์ เข้ามายุ่งกับการเมือง ทำให้สถาบันเสียหาย ฉะนั้นไม่ควร เพราะเมื่อไหร่ท่านมายุ่งกับการเมือง การเมืองก็จะยุ่งกับท่าน ดังนั้นทุกองค์กรทุกองค์กรห้ามเข้ามายุ่ง ผมกำลังพูดเพื่อบอกว่าเรากำลังมาหาทางออกกัน ยกไม่จงรักภักดีเหตุผลโค่น ถ้าจำได้ อาจจะเคยจำว่าการเมืองสมัย พล.อ.เปรมเป็นอย่างไร ท่านเคยเป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี แต่การเป็นนายกฯของท่านนั้น ท่านไม่เคยลงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับให้เป็น ส.ส. ท่านได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้ในปี 2539 ทท่านเป็นนายกฯรอบล่าสุด นายพิชัย รัตตกุล เป็นหัวหน้าพรรค ได้ ส.ส.100 คนก็ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ยกมือให้ท่านเปรมเป็นนายกฯ การที่ พล.อ.เปรมอาจจะมีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ เลยเป็นห่วงเป็นใยกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นพิเศษ พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง 2 ครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีโอกาสสู้เลยก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมเป็นห่วง ไม่อยากให้ท่านมายุ่งการเมืองเลย ท่านบอกว่าไม่ยุ่งการเมืองไม่ได้หรอก เพราะท่านยุ่งจริงๆ ตอนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ไปประชุมที่มี พล.อ.พัลลภไปด้วย แต่ที่บอกว่า พล.อ.สุรยุทธ์ไม่เชิญ แต่คุณปีย์ มาลากุล เชิญบอกมี 3 ท่านที่ไปเข้าเฝ้าฯ 901 ก็มี พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ และมีองคมมนตรีอีกคนหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่เป็นคำบอกเล่าของ พล.อ.สุรยุทธ์ว่าได้ไปเฝ้าฯ 901 จะขอทำงานเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความจงรักภักดี และทุกคนที่ทำงานนี้จะไม่หวังตำแหน่งทั้งสิ้น นี่คือผมได้รับการบอกเล่ามา แต่ผมไม่เชื่อว่า 901 คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงรับรู้ เพราะพระเจ้าอยู่หัวสถิตอยู่ที่สูง ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวการเมืองเลย แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ตามมาว่ามีใครบ้างมาร่วมประชุมบ้าง ก็มีอยู่ 3 คนคือ พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ และคุณปีย์ ที่ประชุม ต่อมามีอีก 4 คนนายปราโมทย์ นาครทรรรพ ผู้แต่งนิยายเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ก็ได้ยินข่าวว่าศาลลงโทษ พร้อมบรรณาธิการผู้จัดการให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับ 1 แสน โทษจำคุกให้รอลงอาญา นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย เลยเกิดปัญหาขึ้น มี ดร.อักขราทร จุฬารัตน นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ก็ไปร่วมประชุมด้วย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้มีการเดินหน้าจัดการผมอย่างชัดเจน และทำให้กระบวนการทั้งหมดผิดเพี้ยนหมด เพราะพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงทราบ แต่มีการแอบอ้างกัน ทำให้กระบวนการทำงานทั้งหมดบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนหมด จี้ "เปรม" หยุดยุ่งการเมือง แล้วถามว่า พล.อ.เปรมตอนปฏิวัติ พานายบังเข้าทำไม ทำไมประธานองคมนตรีต้องไปเข้าเฝ้าฯด้วย เหมือนเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ตอน พล.อ.สุรยุทธ์เป็นนายกฯก็บอกเหมือนนายกฯวินสตัน เชอร์ชิล ที่เป็นนนายกฯคนดีของอังกฤษคนหนึ่ง ที่ผมได้ข่าวก็ไปดูอนุสาวรีย์เชอร์ชิลว่ายังอยู่ที่ลอนดอนหรือย้ายไปอยู่เขายายเที่ยงแล้ว แต่พอนายอภิสิทธิ์ ก็บอกว่าประเทศไทยโชคดีที่ได้คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ท่านเป็นประธานองคมนตรีท่านไปเผลอไผลอย่างนี้ไม่ได้ วันที่ 26 มีนาคม ท่านก็บอกว่าป๋าเชียร์อภิสิทธิ์ ท่านยังเป็นประธานองคมนตรีอยู่นะ ที่ผมพูดเพราะผมรักเคารพ ผมเคยกราบป๋า ป๋าเป็นผู้ใหญ่ เราเป็นนายกฯรุ่นเด็กเราก็ให้ความเคารพนับถือ แต่ป๋าลงมาเล่นการเมืองในฐานะประธานองคมนตรี ผมไม่อยากเห็น ป๋าอย่าทำเลย การที่ป๋าลงมาเล่น แล้วสั่งโน่นนี่ ในฐานะเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญมันเป็นสิ่งที่ทำให้กระบวนการของประเทศเสียหายหมด ระบบสองมาตรฐาน ความไม่เป็นธรรมในสังคมเกิดขึ้น ป๋าต้องอย่าทำ ป๋าอาจจะไม่มีลูกหลาน แต่เรามีลูกหลาน เขาเหล่านั้นกำลังเติบโต ต้องมีอนาคต เขาต้องอยู่ในประเทศที่มีระบบคิดถูกต้อง เป็นระบบที่เป็นประชาธิปไตย ให้ความเป็นธรรมกับสังคม ไม่ใช่เป็นระบบที่ป๋ากดตรงนั้นที ตรงนี้ที กราบเรียนด้วยความเคารพป๋าจริงๆ ถล่มอดีตรองนายกฯเพี้ยน ส่วนท่านสุรยุทธ์ ท่านก็แอคทีฟมากลงไปลุยสื่อ และขยันหลายเรื่อง เรื่องนี้ต้องถามจ่ายักษ์ และท่านสนธิ ว่าท่านสุรยุทธ์คิดอะไร จ่ายักษ์ ตอนที่ผมโดนคาร์บอมบ์ได้ให้การว่าถ้าฆ่าไม่ตายก็ปฏิวัติ ถ้าปฏิวัติเสร็จนายกฯชื่อสุรยุทธ์ ปรากฏว่าเมื่อสินธิ ลิ้มทองกุล ไปพูดที่เวอร์จิเนีย กำลังไล่ผม สุรยุทธ์ก็โทร.มาให้กำลังใจบอกว่าจะให้ทีวีช่องหนึ่ง เพราะเขารู้ว่าสนธิโกรธผมที่ไม่ให้ทีวี เป็นเรื่องที่ดูเหมือนอีเดียต แต่เอาประเทศทั้งประเทศจมเลย ตอนที่ผมเป็นนายกฯ ผมก็มีรองนายกฯคนหนึ่ง ผมก็มองเพี้ยนๆ ตอนหลังมาผมไปรู้ว่ามันไปเชิญเพื่อนผมที่เป็นนักธุรกิจมาเป็นรัฐมนตรี ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์เรียกไปจะให้เป็นนายกฯมาตรา 7 ไอ้นี้ก็ฟิต ไปชวนนักธุรกิจมาเป็นรัฐมนตรี ผมก็ตกใจว่ารองนายกฯผมคนนี้ทำไมเพี้ยนๆ เรื่อง กกต.ก็เช่นกัน ไปเรียก พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ พล.ต.จำลอง ศรีเมืองด้วย บอกว่าให้ออกได้แล้ว ถ้าไม่ออกก็ติดคุก พล.อ.จารุภัทรก็กลัว ลังเล ก่อนลาออกผมบุกไปทำเนียบองคมนตรี พบ พล.อ.สุรยุทธ์ผมบอกว่าพี่ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ บอกพี่ไม่รู้เรื่อง พี่กำลังตีกอล์ฟสนุก นี่พี่เป็นพลร่มนะ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ผมก็บอกว่าผมเป็นพลร่มเหมือนกัน ผมไปพูดอย่างนี้ ท่านก็น่ารักเดินมาส่งที่รถ ฟังแล้วมันเรื่องอะไรวะ ในที่สุด กกต.ก็ถูกตัดสินจำคุก เบื้องหลังเด้ง"สุรยุทธ์" ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในเมื่อลงมาเล่นการเมือง ถ้าเมื่อไหร่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเขาก็ต้องฟังองคมนตรี สิ่งที่องคมนตรีเป็นพระราชประสงค์ ผมถวายงานมา 6 ปี ผมขอยืนยันว่าเจ้านายทั้งสองพระองค์ไม่ยุ่งการเมือง ดังนั้น เป็นเรื่องที่องคมมนตรีบางคนที่ไปทำ ท่านสองคนนี้แอ๊คทีฟการเมืองมาก ท่านก็ต้องทำใจว่า เมื่อท่านมาเล่นการเมือง ท่านต้องโดนการเมืองเล่น พล.อ.สุรยุทธ์นี้ ท่านอาจจะไม่พอใจผมที่ผมย้ายท่าน ผมโทร.หาท่านปลุกท่านประมาณตี 1 วันนั้น ผมไปส่งลูกไปอังกฤษ ก่อนเครื่องบินกำลังจะออก ผมโทร.หาเลยว่า ท่าน ผบ.ทำไมเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ท่านก็บอกว่าไม่มีครับ เป็นการเคลื่อนย้ายกำลังธรรมดา เสร็จแล้วไม่นานก็ไปยิงพม่าตายไป 300 กว่าคน ผมก็เลยไม่รู้จะพูดอย่างไร การเคลื่อนย้ายกำลังเกิน 1 กองพล ต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถามพี่จิ๋ว ก็ไม่ได้อนุมัติ แต่มาสักพัก จากนั้นก็ทำเรื่องของบประมาณเพราะนำน้ำมันสำรองของกองทัพไปใช้ ขอ 300 กว่าล้านบาท พี่จิ๋วมาอ้อนวอน ก็ต้องให้ และในที่สุดผมก็ต้องย้ายท่านขึ้นเป็น ผบ.สส. ผมเป็นคนทำงานหน้าที่เป็นหน้าที่ไม่มีอะไรเป็นส่วนต้ว จบเป็นจบ แล้วก็แล้วไป ผมเป็นคนอย่างนี้ อ้างชื่อ"บัง" โยงลอบสังหาร ที่นี้เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่รู้ทำไม ถ้าท่านจะยุ่งการเมืองท่านมาเล่นการเมืองไม่มีปัญหาเลย ผลพวงแห่งการแทรกแซงการประชุมที่บ้านคุณปีย์ ถนนสุขุมวิท เกิดกระบวนการหลายอย่าง ผมก็ถูกลอบสังหาร อันนี้ก็คนคงไม่กล้าพูด เนื่องจากเป็นคดีอาญา ผมถูกลอบสังหารด้วยปืนสไนเปอร์ 2 ครั้ง แต่โชคดีผมเปลี่ยนทิศจากเชียงใหม่ไปลำปาง และที่สนามหลวง เขาไปใช้ตึกคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ผมเลื่อนเวลาปราศรัยเร็วขึ้น จึงรอด ครั้งที่ 3 คือคาร์บอมบ์ ไปดักสนามบิน 2 ครั้ง และมาดักที่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งมีการจับกุมได้ เท่าที่ผมถามมาคนที่อยู่เบื้องหลัง และไปตามเรื่องบ่อยๆ ชื่อนายบัง นี่เป็นกระบวนการถึงเป็นที่วุ่นวายทุกวันนี้ ปูดเสื้อเหลืองชอบอ้าง"เจ้านาย" จำได้ไหมวันที่ผมยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง คุณตั้งพรรคการเมืองมาบอยคอตการเลือกตั้งได้อย่างไร เกิดการฟ้องกันไปมา ในที่สุดก็ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ทำผิดไม่ยุบ ตุลาการรัฐธรรมนูญตั้งตอนไหน ก็ตั้งตอนปฏิวัติ และพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ที่พูดวันนี้เพื่อจะให้จบ และหาทางออกว่าวันนี้ต้องพูดความจริง ต้องเรียนรู้ แล้วหลังจากนี้ก็จะมาดูว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไร ผมอยากเรียนว่าการที่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง มีการสนับสนุนกลุ่มนั้น แอนตี้กลุ่มนี้ จึงทำให้ประเทศไทยเกิดระบบที่ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐานเต็มไปหมด ลองคิดดูว่านายกฯคนหนึ่งเซ็นยินยอมให้ภรรยาไปทำนิติกรรม ไปประกวดราคาซื้อที่ดินอย่างถูกต้อง ที่ดินนี้เป็นหนี้เน่าที่กองทุนฟื้นฟูขายอยู่เรื่อยๆ ศาลบอกว่าการซื้อชอบ คนซื้อก็ชอบ คนขายชอบ แต่ผมเป็นนายกฯเซ็นให้ภรรยาไปทำนิติกรรม และจ่ายเงินซื้อที่ไปเกือบ 800 ล้านบาท ติดคุก 2 ปี แต่ พล.อ.สุรยุทธ์มีบ้านบนเขายายเที่ยงเป็นป่าสงวนฯ บนยอดเขาเลย แต่ คตส.บอกว่าไม่มีอำนาจ ใครก็ไปทำอะไรไม่ได้ อันนี้ฟรี แต่นี่เสียตังค์เกือบ 800 ล้านบาท ถูกต้องหมด แต่เขายายเที่ยง เขาลูกเดียวกันนี้ร้านอาหารตาพรอยู่ตีนเขา ศาลชั้นต้นที่สีคิ้วสั่งจำคุก 2 ปี และศาลอุทธรณ์ก็ยืน วันนี้ตำรวจบอกผมมาว่าตำรวจทำสำนวนไม่ได้เลยในคดีผู้ต้องหาบุกรุกป่าตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพราะจับมาแล้วมันอ้างว่าบ้านเขายายเที่ยงบนยอดทำไมยังอยู่ได้ เขายายเที่ยงยังไม่ผิดเลย เสียหายไหม ระบบความยุติธรรมไม่มี ตำรวจบอกไม่รู้จะทำคดีอย่างไร สองมาตรฐานมีเยอะเหลือเกิน วิธีปฏิบัติต่อเสื้อเหลืองเสื้อแดงก็เห็นเยอะ สีเหลืองเหรอทำอะไรก็ได้หมด ตั้งข้อหาแล้วก็ถอนข้อหา ถูกจับก็ได้ประกันตัว แถมยังบอกว่าด้วย 02 สั่ง ทำให้เจ้านายเสียหาย ผมไม่คิดว่าเจ้านายมายุ่งเรื่องพวกนี้ แต่ว่าไปอ้างเจ้า อ้างนายหมด เจ้านายเสียหายก็เพราะพวกนี้ วันนี้ต้องหยุดเพราะสถาบันกษัตริย์ต้องอยู่คู่กับสังคมไทย ต้องช่วยกันปกป้องแต่ไม่ใช่มาแสดงความจงรักภักดีจนเลยเถิดจนทำให้เสีย ความจงรักภักดีอยู่ที่การกระทำ ไม่ต้องแสดง ไม่ต้องพูด นี่เกิดขึ้นจากความเป็นสองมาตรฐาน ต้องรักษาสถาบันอยู่คู่สังคมไทย ตอนที่ม็อบสีเหลืองบุกยึดทำเนียบ คุณสมัครประกาศภาวะฉุกเฉิน มอบให้คุณอนุพงษ์ไป แต่ก็แบะๆๆ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ปลัดมหาดไทยก็ค้าน คนนั้นก็ค้าน ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แล้วพอยึดสนามบิน คุณสมชายเป็นนายกฯก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็ไม่กล้าสั่งทหาร ก็ไปสั่งตำรวจ ก็จะไปช่วยอย่างไร เมื่อทหารปลอมเป็นสีเหลืองอยู่ข้างใน เอาปืนเอาอะไรไปด้วย แล้วประเทศเจ๊งไปเท่าไหร่ เสียหายไปเท่าไหร่ ทำไมไม่พูดกัน ตะแบงอย่างนี้ ชนะการเมืองได้แต่ชนะหัวใจประชาชนไม่ได้ เพราะวันนี้ประชาชนไม่โง่ เขารู้หมด ไม่เช่นนี้ไม่ยอมเสียเงินกันเองขนกันมาชุมนุมหรอก เพราะเขารับไม่ได้กับความไม่ยุติธรรม ไม่ใช่หน้าด้านตะแบงกันไป ในเมื่อความเป็นจริงทุกสิ่งทุกอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญยอดเยี่ยมมาก ยุบ 3 พรรคสืบพยานวันเดียว สืบเช้า บ่ายยุบ เพื่อให้ทัน 4 ธันวาคม ดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงไม่ออกมหาสมาคม เพื่อให้ทันวันที่ 4 เลยยุบวันที่ 2 รีบยุบ 3 พรรคการเมือง คุณมีประสิทธิภาพขนาดนั้นเลยเหรอ ดูคุณสมัครไปทำกับข้าวออกทีวี ไปรับค่าออก 3,000 กว่าบาท กฎหมายไม่มีไปเปิดพจนานุกรม แล้วคนเป็นถึงนายกฯปลดกันง่ายๆ อย่างนี้เหรอ ระบบใครจะเชื่อถือประเทศไทย เขาบอกว่า Thailand is a joke อายเขาไหม บางกอกโพสต์ และเนชั่น บอกว่าผมฟูจิทีฟ (คนหนีคดี) ผมไปไหนเขาก็ต้อนรับผม เมื่อคืนเขาก็เอาตำรวจมานอนเฝ้าหน้าห้อง เขาไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เขาไม่เชื่อหรอกว่าคดีอย่างนี้ติดคุก อายเขาไหม นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ผลัดกันเป็นรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหญ่ เแต่เป็นความช้ำชอกของประเทศไทย ความเสียหายของสถาบันเราต้องรักษาให้อยู่คู่กับสังคมไทย คือเป็นสถาบันภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องสากล สุดท้ายไม่มีอะไรดีเลย เป็นประโยชน์ส่วนตัว องค์กรอิสระทั้งหลาย ท่านทั้งหลายต้องทำหน้าที่ ท่านต้องเลิกฟังและแอบอ้าง เพราะสถาบัน เป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ จริงๆ ศาลส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่วันนี้ศาลบางคนยอมรับคำสั่ง ต่อไปบอกว่าพาผมเข้าเฝ้าฯซิ ของปลอมทั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวไม่มีเรื่องอย่างนี้ ท่านต้องรักษาสถาบันของท่าน ท่านไม่ต้องไปเชื่อใคร ขอให้ผมเป็นเหยื่อคนสุดท้าย พอแล้วเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตลูกหลานของเรา มีระบบที่ดี คนนี้ดึงทีวุ่นวายกันหมด เสียหายหมด ประเทศไทยถูกลากถอยหลัง15ปี ป.ป.ช.ก็เหมือนกัน มีตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์อยู่ใน ป.ป.ช. ก็ขอให้ทำหน้าที่ป.ป.ช.เถอะ ระบบศาลเดียวก็เช่นกัน เป็นระบบศาลที่ยูเอ็นเขาไม่รับ ที่อื่นก็ไม่รับ เขาเลิกแล้ว เขาไม่เชื่อว่าคนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจแล้วจะให้ความเป็นธรรม ระบบศาลเดียวเป็นระบบไต่สวน เรื่องทหารกับการเมือง ป๊อกเอ๊ย ไอ้ตุ้ยเอ๊ย พาลูกน้องกลับที่ตั้งเถอะ ถ้าอยากเล่นการเมืองให้ออกมาเถอะ ถ้าเพื่อนเอาสถาบันมาเล่นการเมือง สถาบันจะถูกการเมืองเล่นไม่คุ้ม วันนี้ภารกิจของเพื่อนยังมีเยอะที่ภาคใต้ ยังไม่จบ มีข่าวทหารถูกตัดคอและยิงตาย บางทีตัดของลับไปทำมนต์ดำก็มี ไม่ต้องออกมาช่วยเขาตั้งรัฐบาลหรอก เลิกเถอะ อย่าเชื่อน้ำมนต์คนที่เคยออกไปจากผมเลย น้ำมนต์ดี ถ้าเพื่อนอยากเล่นการเมือง อย่าเอาสถาบันของเพื่อนไปเล่นด้วย เวลานี้เห็นใจว่าของบฯพันล้านไปให้ กอ.รมน. อ้างเศรษฐกิจพอเพียง แต่จริงๆ จะไปช่วยล้างสมองชาวบ้าน ระวังชาวบ้านไม่ให้ทหารเข้าหมู่บ้าน อย่าทำเลยเรื่องซึ่งเป็นเรื่องของประชาชน อย่าคิดว่าพี่น้องในต่างจังหวัดเขาโง่นะ เขารู้เรื่องดีกว่าบางคน ปล่อยให้เขาคิดเองทำเอง ไม่ต้องไปครอบงำเขา วันนี้สิ่งที่หารเข้ามายุ่งการเมืองการปฏิวัติ มีการการเขียนรัฐธรรมนูญ 2550 ลากประเทศถอยหลังไป 15 ปี วันนี้เศรษฐกิจโลกทำให้ช้าไปอีก 7 ปี แล้วเมื่อไหร่ควาามทุกข์ยากของประชาชนจะพ้น จ่าย10ล้านแลกเก้าอี้รมต. เรื่องรัฐธรรมนูญ 2540 กับ 2550 เมื่อก่อนนี้การเมืองเราเดี๋ยวล้มเดี๋ยวล้ม บางพรรคมี ส.ส.5 คนก็สามารถข่มขู่นายกฯขาสั่น จะเอาตำแหน่ง เขาจึงร่างรัฐธรรมนูญ 2540 มาให้นายกฯมีความเข้มแข็ง แต่ปี 2550 ไปแก้จนได้รัฐบาลอ่อนแอง ไม่ต้องมีระบบพรรค ส.ส.สามารถรวมกลุ่มกัน เรื่องเอสเอ็มอี ท่านอภิสิทธิ์ไม่ต้องส่งเสริมที่ไหน แต่ไปส่งเสริมใน ครม.ลงทุนตอนพรรคพลังประชาชนถูกยุบ พรรคขนาดเอส มี ส.ส. 5 คน จ่ายคนละ 10 ล้าน หัวหน้าก๊วนได้เป็นรัฐมนตรี พรรคขนาดเอ็มก็จ่าย ตอนนี้ไปตั้งพรรคใหม่เป็นขนาดแอล เอานักฮั้วมาเป็นหัวหน้าพรรคก่อนเพื่อรออีแอบมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ผมก็เลยไม่รู้ว่าระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นประโยชน์ประเทศตรงไหน เป็นผู้นำประเทศไปตกลงอะไรกับใครที่ไหนไม่ได้ เพราะจะผิด ม.190 ผมเคยนั่งประชุมกับรัฐมนตรีพม่า จนต้องไปพูดกับท่านตาน ฉ่วย ว่าให้ท่านไปประชุมเองเถอะ เพื่อจะได้อธิบาย ส่วนนายกฯพูดไม่ฟังหรอก เพราะเขาไม่กล้าตัดสิน ถามคนเดียว แต่ของเราต้องถามทั้งสภา และภาวะผู้นำทั้งในประเทศไม่มี จะแก้ที่มาขององค์กรอิสระก็ปิดประตูตีแมว ส.ว.ครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง ในที่สุดก็มีทั้งเอสเอ็มอี พันธมิตร ดอกไม้ประดับเพื่อให้หน้าตาดี ในที่สุดก็เป็นประชาธิปไตยตรงไหน ขอคืนให้คนไทยเถอะ ย้ำปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้าย ความขัดแย้งทั้งหมดเพราะเราไม่สามารถเล่นตามกติกา กฎหมาย เพราะมีคนแทรกแซงให้กติกา เราเกิดสองมาตรฐานตลอดเวลา แล้วต้องยอมรับว่าหลายระบบที่เกิดขึ้นเป็นของเน่ามาจากการปฏิวัติ ที่ผมเรียกว่าผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้เป็นพิษ ดังนั้น การปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้าย เราต้องเรียนรู้ว่าการปฏิวัติครั้งนี้เกิดเพราะการสร้างสถานการณ์และการปั่นป่วน ต้องการให้เกิดการย้ายข้างเปลี่ยนข้าง เมื่อไม่รู้จะย้ายอย่างไรก็เลยปฏิวัติ ผมไม่บอกนะว่าการปฏิวัติทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ มียศ พล.อ. บางฝ่ายได้รับข้อกล่าวหายัดเยียดข้างเดียว ขณะที่อีกฝ่าย ทำอะไรก็ถูก อีกข้างผิดหมด พี่บรรหาร (นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย) มาร่วม ยังถูกป๋า งอนไม่ให้เข้าบ้านเลย แต่ตอนนี้คงให้เข้าบ้านแล้วเพราะไปร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนสื่อมวลชนเล่าสู่กันฟังว่า วันนี้ไม่มีแล้วฟรีดอม ก็หวังว่าจะใช้วิชาชีพอย่างเต็มที่ วันนี้ถามว่าวุ่นวายอย่างนี้จะเอาอย่างไร ก็ต้องมีกรรมการห้ามมวย ท่าน พล.อ.เปรมไม่มายุ่ง ท่านก็น่าจะเป็นได้ แต่วันนี้ท่านมายุ่งจนสงสัยว่า หรือว่าท่านต้องการตอบแทนพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือสิ่งที่คนสงสัย ทำให้ท่านไม่สามารถเป่านกหวีด วันนี้ต้องขอร้องว่าท่านที่ถวายงานทั้งหลาย หยุดอ้างสถาบันได้แล้ว หยุดเถอะ และหยุดไปอ้างทำให้ท่านเสียหาย สังคมไทยต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเคยกราบบังคมทูล คนไทยไม่ฟังกัน อย่างน้อย ผมกราบบังคมทูลด้วยความสัตย์จริง ยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ผมมัวแต่ทำงานไม่ได้มีเวลาตอบโต้ แม้แต่ทีวีพูลยังเลือกภาพบางภาพไปออก ก็ตอบไม่ได้ นี่คือเข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ผมเป็นนายกฯอยู่ แล้วผมก็ซวยผีซ้ำด้ำพลอย เรียกร้องสีแดงรวมตัว ผมก็เคยบวชเรียนก็เข้าใจเรื่องของกรรม ของบุญ ผมโดนผีซ้ำด้ำพลอยหลายเรื่อง ถูกปฏิวัติเสร็จ ลูกน้องเก่าก็ไปเพ็ดทูลว่าผมคิดจะล้มล้าง โอ้โห คนอย่างผมไม่เคยทะเยอทะยาน แต่ชอบทำงาน บ้างาน ถ้ามอบหมายให้ก็ทำเต็มที่ เพราะผมทำงาน ผมรักประชาชนรักประเทศ ผมก็ทำงานถวาย นำศักดิ์ศรี นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำ ไม่มีเวลาแก้ตัว แต่โดนใส่ความตลอดเวลา คนที่เคยอยู่ใกล้ชิดผมแท้ๆ ก็มาเพ็ดทูลเพราะหวังจะเป็นนายกฯ แต่เขาจองกฐินไว้แล้ว คุณสุรยุทธ์เขาจองไว้แล้ว แล้ววันนี้ก็ไม่พอนะครับ คนที่เคยอยู่กับผมก็ออกไปพูดอีกว่าที่อยู่กับผมทนไม่ได้เพราะผมจะล้มล้าง โธ่เอ๊ย เอ็งจะไปหาตังค์เอ็งก็บอกมาเถอะ อย่ามาอ้างข้า บาปกรรม ผมไม่เคยหวั่นไหวเพราะผมทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่ขอบอกว่าผมโดนอย่างนี้ผมเจ็บ แต่ถามว่าผมต้องดิ้นขนาดไหน ผมปรับตัวของผมได้พอสมควรแม้จะอยู่ต่างประเทศ แต่ผมไม่ต้องการให้ตัวผมเป็นข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการให้บ้านเมืองกลับคืนสภาพโดยเร็วที่สุด หลักบอกว่า ถ้าไม่มีความมั่นคงก็สร้างความมั่งคั่งไม่ได้ แต่มั่นคงในที่นี้ไม่ใช่เรื่องมั่นคงของทหาร ที่มั่นคงคือซื้ออาวุธ และกุมอำนาจ แต่การเมืองมีเสถียรภาพ หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องมีความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือการเมืองที่เรียกว่าความมั่นคง ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่กลับมา การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ยาก ผมขอเชิญชวนพี่น้องมาช่วยกัน พี่น้องสีแดง ที่มารวมกันเพราะรักประชาธิปไตยใช่ไหม มองว่าถูกเขาขโมยไปใช่ไหม เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมาใช่หรือไม่ อยากเห็นความเป็นธรรมใช่หรือไม่ อยากเห็นการเลิกระบบสองมาตรฐานใช่หรือไม่ สีแดงจะผนึกกำลัง ถ้าความเป็นธรรมไม่กลับคืนมา สีแดงจะไม่มีทางที่จะหายไป ย้ำองคมนตรี-ทหารเลิกยุ่ง องคมนตรีต้องเลิกเล่นการเมือง ทหารก็อย่ายุ่งการเมือง พี่น้องเพื่อนทหารตำรวจส่วนใหญ่ไม่สบายใจที่เห็นลูกพี่มาเล่นการเมืองแต่ลูกพี่บางที่มันก็ต้องเอาตัวรอด แต่บางที่ไม่ใช่เพราะมันมันส์ พี่น้อง เพื่อน ส.ส.เพื่อไทย ไทยรักไทย พลังประชาชน ที่ถูกห้ามเล่นการเมือง อย่าเหนียม ถ้ารักประชาธิปไตย ถ้ารักความเป็นธรรม ท่านคือเหยื่อคนหนึ่งที่ถูกความไม่เป็นธรรมรังแก ขอให้ขึ้นเวทีเสื้อแดงได้แล้ว ไม่ต้องมาเหนียม เวทีเสื้อแดงเต็มทั้งประเทศ แล้วพี่น้องที่มีกำลัง ถ้าคิดถึงอนาคตประเทศไทยคิดถึงลูกหลานต้องมารวมพลังกันจนกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงจะกลับคืนสู่ประเทศไทย แล้วจนกว่าระบบสองมาตรฐานจะถูกยกเลิก และจนกว่าไม่มีสถาบันใดที่เราเคารพนับถือมายุ่งการเมือง อย่างสถาบันองคมนตรีไม่มายุ่งการเมือง คุณอภิสิทธิ์บอกว่าไม่ควรไปยุ่งกับผู้ใหญ่ คนเป็นอดีตนายกฯไม่ใช่เด็กและองคมนตรี ผมเคารพทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ แต่บางท่านมาเล่นการเมือง โดยเฉพาะมาเล่นการเมืองกับผม ผมต้องเล่นการเมืองด้วย ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าองคมนตรีเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ ไม่ใช่ หลายคนก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของผม ผมก็ยังยกมือไหว้เขาเมื่อผมพ้นจากตำแหน่ง แต่ว่าการให้เกียรติ แต่การให้เกียรติต้องให้สองฝ่าย แต่การมาเล่นการเมืองอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่การเมืองจะไปเล่น แล้วจะมีทางออกอย่างไร รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกิดทำให้เกิดเอสเอ็มอี คือไปประกอบธุรกิจการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ผมได้รับโทรศัทพ์จากเพื่อนส.ส.จากประเทศในสหภาพยุโรป บอกว่าตามกระทรวงเวลานี้กินกันจนไม่รู้ว่า เหมือนกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ รีบตะกรุมตระกรามกิน แต่นี่คือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดก๊กก๊วนต่อรอง ผมเห็นใจคุณอภิสิทธิ์ เหมือนคนขาดภาวะผู้นำ ใครจะเอางบฯอะไรก็ต้องประเคนให้ โดนกลุ่มพันธมิตรที่เห็นแล้วว่าได้รับตำแหน่งกันถ้วนหน้า คนที่เคยต่อสู้มานั่งกับเสื้อแดงวันนี้ก็มี เราต้องเรียนรู้จากความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และหวังว่าการปฏิวัติ 19 กันยายนให้เป็นปฏิวัติครั้งสุดท้าย มันทำลายอนาตลูกหลาน 3 ปีประเทศไทยไม่มีอะไร ตอนนี้ตกงานทุกวันๆ ละหลายพันคน ปี 25552 คนไทยจะตกงานไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน เรามีปัญหากันเองจนทำให้เราเจ๊ง ปิดสนามบินทำให้เกิดปัญหา และปิดทำไม ไม่ใช่พวกพธม.ธรรมดาทำ ถ้าไม่ใช่ทหารเข้าไปยุ่ง และถ้าไม่มีใครแอบอยู่ข้างหลัง หากไม่มีใครแอบสิ่งหรือให้ยาโด๊บไม่มีใครกล้าหรอก แนะทางออกให้ยุบสภา-แก้รธน. ทางออกก็คือเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ วันนี้ที่ฟ้องกันไปมาเพราะกลัวการล้างแค้น ไม่มีใครยอมใคร ถ้าไม่เป่านกหวีดหยุดแล้วเริ่มต้นใหม่ โดยนายอภิสิทธิ์ซึ่งมาเป็นนายกฯเหมือนมาดาร์กัสกา ที่ทหารปฏิวัติเอาเด็กอายุ 30 กว่ามาปกครอง แล้วไม่มีใครรับรอง ของเราถ้าต้องการให้เกิดกระบวนการที่ถูกต้อง ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แล้วกลับมาแก้รัฐธรรมนูญ เอาปี 2540 เป็นตัวตั้ง แล้วปรับแก้ที่จำเป็น และให้องค์กรที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เป็นธรรม ทหารกลับกรมกอง ทุกฝ่ายกลับที่ตั้ง เป่านกหวีดเริ่มกันใหม่ เรื่องที่ฟ้องกันไปมาคงต้องยกเลิก แต่พอล่อกันนัวเนีย เล่นข้างเดียวคงไม่มีใครยอมใคร จึงต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เริ่มเหมือนเลือกตั้งใหม่เหมือน 2 เมษายน 2548 แล้วไปแข่งขันกัน โดยผมไม่ลงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะได้สบายใจ แต่ขอให้กรรมการพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 ลง เพราะนักการเมืองคุณภาพเริ่มหายไป จากที่โดนน็อคทีละชุด คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีทางออกให้ประชาชน ........... Photobucket..... อย่างไรก็ดีในปี 2552 นี้ ให้กำลังใจกับชาวไทยทุกคนร่วมกับสากลโลก ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาวะโลกร้อน ด้วยกันต่อไป โชคดีมีชัยครับชาวโลก.......Photobucket
Photobucket
Photobucket Photobucket Photobucket

คลิก Link ทำนายดวงกับกุมารทอง
ทดสอบไอคิว คลิกข้อ 1 - 39 เลือก A - H จบแล้วคลิก Menu เลือก Submit เพื่อประเมินผล IQ ของคุณ ?
Photobucket Clik Link คนชอบ GAME Photobucket Photobucket
GAME สบาย ๆ " คลายสมอง อย่าให้มันทำลายสมอง นะครับ "
Red Code Game
Defend your mothership as you shoot the incoming waves of aliens. Upgrade weapons to last…
More Action Games
ชมคลิปฟุตบอล ไทย - อิหร่าน ....เชียร์ไทย....ไทยแลนด์ สู้ สู้ สู้....สร้างฝันไทยไปบอลโลก " ถึงอย่างไรก็ไทยแลนด์ " ( บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด ) ให้กำลังใจ... ขอพื้นที่มุมส่วนนี้ไว้ติดตามผล นัดการแข่งขันล่าสุด ของนักกีฬาทีมชาติไทย Thailand....
Photobucket
Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket
เราขอสนับสนุนให้ทุกคนออกกำลังกาย ร่างกายจะได้แข็งแรง เป็นภูมิคุ้มกันการเจ็บป่วยนะครับ !












Photobucket
วันนี้คุณออกกำลังกายแล้วหรือยัง ?
Photobucket Photobucket
ติดตามบทความ และเนื้อหาสาระในครั้งต่อไป มีข้อมูลผิดพลาด ประการใด ต้องขออภัยใน ณ. โอกาสนี้ ขอขอบคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ
billy & chalee. ,ส่งเมล billy_chalee@ymail.com

Photobucket

Photobucket Photobucket
ขอได้รับคำขอบคุณจาก Blog.Billy&Chalee.ที่เข้ามาเยี่ยมชม และติดตามเนื้อหาสาระต่อไปจากเรา

คลิก Link เพื่อดู วันมาฆบูชา และวันสำคัญทางพุทธศาสนาผ่านบทความ Blog Billy&Chalee ครับ
บอกรักกันทั่วโลก ทุกภาษา
Photobucket


Arabic :Ana Behibak (To Male)
Arabic :Ana Behibek (To Female)
Assamese : Moi Tomak Bhal Pau

Bengali : Ami Tomay Bhalo bashi
Bolivian : Quechua Qanta Munani
Bulgarian: Obicham Te
Burmese: Chit Pa De

Cambodian: Bon Sro Lanh Oon
Canadian: Sh’teme
Catalan: T’estim Molt
Cebuano: Gihigugma Ko Ikaw.
Chinese: Wo Ie Ni
Corsican: Ti Tengu Cara (To Female)
Corsican: Ti Tengu Caru (To Male)
Croatian: Ljubim Te
Czech: Miluji Te

Danish: Jeg Elsker Dig
Dutch: Ik Hou Van Jou

Ecuador: Quechua Canda Munani
Esperanto: Mi Amas Vin
Estonian: Mina Armastan Sind

Farsi: Tora Dust Midaram
Farsi (Persian): Doostat Daram
Filipino: Mahal Kita
Finnish: Mina” Rakastan Sinua
Flemish: Ik Zie Oe Geerne
French: Je T’aime

German: Ich Liebe Dich
Greek: S’ Agapo
Gujarati: Hoon Tane Pyar Karoo chhoon

Hebrew: Ani Ohev Otach (to Female)
Hebrew: Ani Ohevet Otcha (to Male)
Hindi: Mai tumse Pyar karta hoon (to Female)
Hindi: Mai tumse Pyar karti hoon (to Male)
Hungarian: Szeretlek

Icelandic: Eg Elska Thig
Indonesian: Saja Kasih Saudari
Irish: Taim I’ Ngra Leat
Italian: Ti Amo (Relationship/Lover/Spouse)

Japanese: Kimi O Ai Shiteru

Kannada: Naanu Ninnanu Preethisuthene
Kiswahili: Nakupenda
Korean: Tangsinul Sarang Ha Yo

Latin: Te Amo
Latvian: Ess Milu Tevi
Lisbon: Gramo-Te Bue’, Chavalinha
Lithuanian: Tave Myliu (Ta-Ve Mee-Lyu)

Macedonian: Sakam Te!
Malay/Indonesian: Aku Sayang Enkow
Malayalam: Njyaan Ninne’ Preetikyunnu
Marathi: Me Tujhashi Prem Karto (to Female)
Marathi: Me Tujhashi Prem Karte (to Male)

Norwegian: Jeg Elsker Deg (Yai Elske Dai)

Persian: Tora Dost Daram
Polish: Kocham Cie
Portuguese (Brazilian): Eu Te Amo
Punjabi: Mai Taunu Pyar Karda

Romanian: Te Iu Besc
Russian: Ya Vas Liubliu

Serbian: Lubim Te
Serbo-Croatian: Volim Te
Sinhalese: Mama Oyata Adarei
Slovak: Lubim Ta
Spanish: Te Quiero
Sri Lankan: Mama Oyata Arderyi
Swahili: Naku Penda (the person’s name follows)
Swedish: Jag A’Lskar Dig
Swiss-German: Ch’ha Di Ga”Rn
Syrian/Lebanese: Bhebbek (to Female)
Syrian/Lebanese: Bhebbak (to Male)


Tamil: Nan Unnai Kaathalikkiren
Telugu: Neenu Ninnu Pra’mistu’nnanu
Thai: Ch’an Rak Khun
Tunisian: Ha Eh Bak
Turkish: Seni Seviyo*Rum (* means O)

Ukrainian: Ja Tebe Kokhaju (true love)
Urdu: Mujhe Tumse Mohabbat Hai


Vietnamese: Em Ye’U Anh (to Man)
Vietnamese: Anh Ye’U Em (to Woman)
Vulcan: Wani Ra Yana Ro Aisha


ขอความหวัง ความรักที่ชาวโลกมีให้แก่กัน อยู่ในโลกใบเดียวกัน โลกสลายก็ตายกันทั้งหมด มาแก่งแย่งชิงดี ชิงเด่น อะไรกัน อายุคนแสนสั้น รักกันไว้นะครับชาวโลก เริ่มต้นเอาใจใส่ ต่อสิ่งที่มีชีวิต ผลกระทบที่จะเกิดกับโลกเรา ลดภาวะโลกร้อน สงครามยาเสพติด มลพิษ ป่าไม้ สัตว์ป่า ควรดูแลเอาใจใส่ จักเกิดขึ้นได้ ก็คือเราต้องรู้จักรักกัน “ ...บอกรักกันทั่วโลกครับ.... ”

................................................................................................
Web link billy&chalee ภูมิใจนำเสนอ ประโยชน์และเนื้อหาสาระ คลิก link สีทองด้านล่าง
BILLY & CHALEE 1 - 9 ตัวย่างคลิ๊ก ที่ข้อความ..สีทอง..ได้เลย ไม่มีสัญลักษณ์ที่ Mouse ครับ Photobucket
1.ลงชื่อ ร่วมแสดงความยินดีกับ 37 ปีรามคำแหง คลิก link
BILLY & CHALEE 1
2.ใส่ข้อมูล หางาน หาอนาคต คลิก link
BILLY & CHALEE 2
3.โทรศัพท์สายด่วนประจำบ้าน คลิก link
BILLY & CHALEE 3
4.แค่ใส่ชื่อเรา เขาจะทำนายดวง คลิก link
BILLY & CHALEE 4
? ? ? ? ?
Photobucket
5.เรื่องน่ารู้ ดูสิ ! อัศจรรย์จริง ๆ ในโลกเรา คลิก link
BILLY & CHALEE 5
6.ใส่ชื่อ ระบบการตรวจสอบทะเบียนชื่อสกุล คลิก link
BILLY & CHALEE 6
[0][1][2][3][4][5][6][7][8][9]
Photobucket Photobucket
7.ผลฟุตบอลทั่วโลก คลิก link
BILLY & CHALEE 7
8.สะเทือนใจ คนไทยทำร้ายกันเอง คลิก link
BILLY & CHALEE 8
9.ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ลุ้นผลรางวัล คลิก link
BILLY & CHALEE 9
อื่นๆ อีกมากมาย !
Photobucket
999.Web link เนื้อหาสาระ และความบรรเทิง ต้องเปิดครับ !
BILLY & CHALE 999
Hot News Update ! ! ! ! !
วัน By One. Hot Issue ข่าวเด่นประเด็นร้อน UPDATE News Monitor By Matichon และอื่น ๆ โปรดติดตาม
****BILLY& CHALE วัน By One*****
5959.มารู้จัก.นายบิลลี ชาคริต เมืองนาม ผ่าน Blogger
BILLY & CHALE 5959.เขานี่แหละแมงมุม เส้นใยแห่งการเชื่อมโยงองค์ความรู้ KM.

อบรมโครงการ คลิก Link Training By Chakrit.swf Photobucket
download บทความ เอกสาร และ Presentation ได้ใน Blog ท้ายบทความ billy & chalee





Photobucket
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ และกับทุกเทศกาลวัฒนธรรมอันดีงามของไทยในปีนี้ครับ
Photobucket
ขอให้โชคดี และปลอดภัยจากการเดินทาง
Photobucket
เมาไม่กลับ ด้วยความปรารถนาดีจาก...
บิลลี่ แอนด์ ชาลี , บิลลี่ เดอะ ชาคริต 2010
Good bye ...So Lucky to you

Photobucket

Photobucket ร่วมแสดงความคิดหาทางออกให้กับการเมือง กับเมืองนาม สิ่งแวดล้อม และเศรฐกิจไทย คลิ๊กLink Comment การเมือง กับเมืองนาม

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add billy&chalee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.