Eastern Redbud (Cercis canadensis L.)
Eastern Redbud
(Cercis 
canadensis L.)





ขณะกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์ไม้บนอินเตอร์เน็ตเพื่อเขียนบล็อค
ก็ไปเจอต้นไม้ต้นหนึ่งเข้า 
สวยแปลกตาเป็นอย่างมาก
ออกดอกสีชมพูเข้มเล็กๆ หนาแน่นเต็มต้นไปหมด
แปลกตรงที่ดอกออกตามลำต้น และกิ่งก้าน เสมือนออกมาจากเปลือกไม้  
จึงได้ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมดูก็พบว่า
เป็นไม้ในเขตอบอุ่น 
มีทั้งความงดงามทั้งทรงต้น ใบรูปหัวใจ ดอก และสรรพคุณ 
และแล้วก็เก็บสะสมข้อมูลไว้ในบล็อคอีกเช่นเคย
เพื่อแบ่งปันกันให้ได้อ่านครับ!








ชื่อวิทยาศาสตร์: Cercis canadensis L.
ชื่อสามัญ: Eastern Redbud
ชื่อวงศ์: Fabaceae
ชื่ออื่นๆ: Redbud, Judas tree


Redbud เป็นพืชในวงศ์ Fabaceae (ถั่ว Legume, Pea) มีสายพันธุ์ (Species) และสายพันธุ์ย่อย (Subspecies) ชัดเจน 22 สายพันธุ์ พบในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเซีย ในบล็อคนี้จะนำเสนอเฉพาะ Eastern redbud (Cercis canadensis L.) ซึ่งมีหลายพันธุ์ รายละเอียดแต่ละพันธุ์ในตอนท้าย

สายพันธุ์บางส่วนของ Redbud :
1. Cercis canadensis L. (Eastern Redbud)
2. Cercis chinensis (Chinese Redbud)
3. Cercis occidentalis (Western Redbud, California Redbud) - พบในรัฐยูท่า, เนวาด้า, แคริฟอเนีย และอาริโซน่า
4. Cercis siliquastrum (Judas Tree, Mediterranean Redbud, European Redbud)
5. Cercis racemosa (Chain-flowered Redbud)






Eastern redbud  มีสายพันธุ์ย่อย (Subspecies) คือ
  • Cercis canadensis var. canadensis (Eastern Redbud) 
  • Cercis canadensis var. alba (Whiteflowered Redbud)
  • Cercis canadensis var. mexicana (Mexican Redbud)
  • Cercis canadensis var. texensis (Texas Redbud) - พบได้ใน ทางตอนใต้ของรัฐโอกลาโฮม่า, ทรานส์เพคอสเท็กซัส, และตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิว แม็กซิโก





Eastern redbud เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือไม้พุ่มใหญ่ผลัดใบ  เจริญเติบโตช้า  มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ทางฝั่งตะวันออก จากทางใต้ของรัฐออนทาริโอ, ทางใต้ของประเทศแคนาดา, รัฐฟลอริด้าทางเหนือ ไปจนถึงภาคกลางของประเทศแม็กซิโก สามารถเจริญเติบโตได้ทางฝั่งตะวันตกอย่างรัฐแคริฟอเนีย  Eastern redbud ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา และเป็นสายพันธุ์หลักของต้น Redbud ที่แพร่หลายในเชิงพานิชย์  จึงมีการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาหลายพันธุ์  เพื่อใช้ในการประดับตกแต่งสวน  Redbud เป็นต้นไม้ที่มีความทนทานต่อความหนาวเย็น สภาพแวดล้อม และทนแล้งเป็นอย่างมาก  ที่พบตามธรรมชาติสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมและดินหลากหลายแบบ เช่น ป่าอุดมสมบูรณ์ หุบเขา หน้าผา ทุ่งนา ริมน้ำ 




ลักษณะโดดเด่นของ Eastern redbud  ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมในการประดับตกแต่งสวน อยู่ที่ใบรูปหัวใจกลมๆ น่ารัก สามารถปลูกประดับใบได้  และดอกสีชมพูอ่อน ไปจนถึงชมพูเข้มสดออกแดงหรือม่วง และสีขาว แล้วแต่พันธุ์ ที่บานสะพรั่งเต็มต้นในต้นฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน  (มีนาคม-พฤษภาคม) ดอกลักษณะเหมือนพืชตระกูลถั่วช่อละหลายร้อยดอกออกตามลำต้นและกิ่งก้านแก่ๆ  ก่อนจะแตกใบ  ช่อดอกขนาดประมาณ 9-12 cm ออกดอกเมื่อต้นอายุ 3-6 ปี ใบรูปหัวใจอ้วนกลมบนก้านใบผอมยาว  Eastern redbud มีทรงต้นและกิ่งก้านที่สวยงาม  และยังมีสรรพคุณทางยา เปลือกสามารถลดไข้ แก้ไอและอาเจียนได้ ดอกซึ่งอุดมด้วยวิตามินซีสามารถรับประทานพร้อมสลัด หรือนำไปผัดก็ได้ เมล็ดและใบเป็นอาหารของนก กระรอก และสัตว์หลายชนิด  และผึ้งชอบดอกมาก นอกจากนี้ใบของ Eastern redbud ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว อันอุดมด้วยธาตุไนโตรเจน สามารถหมักเป็นปุ๋ยได้อย่างดี 


ต้นใหญ่มีลักษณะลำต้นสั้น แต่กิ่งก้านกว้าง สวยมาก

ประดับหน้าอาคาร


สีชมพูตัดสีเขียวทำให้ดูเด่นตาขึ้นมาก


กิ่งก้านเรียวเล็กบิดไปมาทำให้ต้นดูอ่อนช้อยสวยงาม

ปลูกเป็นแนวริมสวน หรือถนนก็สวยดี



ปลูกประดับกลางสวนก็สวย

รูปทรงและความสูงมีความหลากหลาย มีตั้งแต่ทรงพุ่มเล็กๆ สูงประมาณ 6-9 เมตร กว้าง 8-10 เมตร ไปจนถึงทรงต้นไม้แตกกิ่งก้านกว้าง สูงประมาณ 12 เมตร  ต้นอายุ 10 ปีมีความสูงประมาณ 5 เมตร  ความกว้างของพุ่มมีหลายขนาด มักกว้างกว่าความสูง ความกว้างสุดอาจกว้างได้ถึงประมาณ 2 เท่าของความสูง ลำต้นมีทั้งลำต้นเดียว และหลายลำต้นที่แตกออกมาใกล้พื้นดิน เมื่อต้นยังเล็กเจริญเติบโตเร็ว มีรูปทรงเหมือนแจกัน  เจริญเติบโตขึ้นสูง เมื่อโตแล้วจะเจริญเติบโตขยายออกด้านข้าง รูปทรงจะเป็นทรงต้นไม้ต้นสั้นๆ พุ่มกว้างๆ กลมหรือรี ลักษณะพุ่มจะเอียงๆ หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง กิ่งก้านต่ำใกล้พื้นดิน



ต้นเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มแบบนี้ (Appalachian Redbud)

ต้นไม่ใหญ่มากก็ออกดอกเต็มต้น




นอกจากนี้ยังมีหลายพันธุ์ที่เป็นไม้พุ่มย้อย (Weeping: แปลเองโดยผู้เขียน) เช่น Lavender Twist  (Covey), Whitewater หรือ Ruby Falls มีลักษณะพุ่มไม่สูง และกิ่งก้านห้อยลงด้านล่าง

Lavender Twist  (Covey) ภาพโดย Michael Pachis



ลำต้นมักมีหลายลำต้นแตกออกมาใกล้พื้นดิน  ขนาดสั้นๆ ลำต้นมักจะบิดงอ  เมื่อเล็กเปลือกมีสีน้ำตาลเทาผิวเรียบ โตขึ้นแล้วเปลือกมีสีเทาเข้ม และจะแตกเป็นร่องเหมือนรอยย่นหรือเป็นเกล็ด แผ่นเปลือกที่หลุดออกจะเผยให้เห็นเนื้อเปลือกด้านในมีสีส้ม 

กิ่งก้านสาขามีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีลายจุดสีอ่อนๆ ขนาดผอมเรียวเล็ก แตกแขนงออกกว้าง และบิดไปมาแบบฟันปลา ทำให้ทรงพุ่มดูอ่อนช้อย และพริ้วไหว ระบบรากตื้น ควรคลุมด้วยเศษฟางหรือหญ้าเมื่อต้นยังเล็ก ปลูกใหม่ หรือในฤดูร้อน

Eastern redbud เป็นพืชที่ทนแล้งมากๆ เจริญเติบโตได้ดีในที่ได้รับแสงแดดเต็มวันหรือกลางแจ้ง และสามารถเติบโตได้ในที่มีร่มเงา ชอบดินชื้น อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรีย์วัตถุ และระบายน้ำได้ดี  แต่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินหลายสภาพแม้ในที่แห้งแล้ง ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในที่น้ำท่วมขัง ในธรรมชาติพบเติบโตอุดมสมบูรณ์ทางเนินเขาทิศใต้ เนื่องจากได้รับแสงแดดมากกว่า เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่าความเป็นกรดด่าง pH มากกว่า 7.5 แต่สามารถทนได้ในดินที่มีค่าความเป็นกรดด่างหลายแบบ รดน้ำตามปกติ









ต้นยังไม่พลัดใบเป็นแบบนี้



Cercis canadensis 'Alba' พันธุ์ดอกขาว

Forest Pansy พันธุ์ใบสีแดงอมม่วง


Heart of Gold ใบสีเขียวอ่อนและเหลือง


Silver Cloud ใบด่าง


Ruby Falls พันธุ์พุ่มย้อย (Weeping) ใบมีสีแดงอมม่วง


Whitewater Redbud พันธุ์พุ่มย้อย (Weeping)ใบด่าง


Lavender Twist  (Covey) พันธุ์พุ่มย้อย (Weeping) ดอกสีชมพูอมม่วง


The Rising Sun

ใบ
ใบเดี่ยวออกสลับกันรูปหัวใจอ้วนกลมบนก้านใบผอมยาวอันเป็นเอกลักษณ์ขนาดกว้างและยาวประมาณ 5-10 cm มีเส้นใบ 5-9 เส้นออกจากโคนใบ ใบบางสากเหมือนกระดาษ และอาจมีขนเล็กน้อยใต้ใบ ใบออกใหม่สีเขียวอ่อนปนแดงเล็กน้อย เมื่อโตสีเขียวเข้มขึ้น และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง

พันธุ์ Forest Pansy และ Ruby Falls ใบมีสีแดงอมม่วง พันธุ์ Whitewater และ Silver Cloud ใบมีสีด่างเขียวขาว และพันธุ์ Heart of Gold ใบมีสีเขียวอ่อนออกเหลือง บางพันธุ์ใบเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ ทำให้ใบเปลี่ยนสีใปในแต่ละฤดู และบางพันธุ์ใบเป็นสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง








Heart of Gold


Forest Pansy

Alba


Silver Cloud


The Rising Sun


Flame


Forest Pansy ใบเปลี่ยนสีเป็นแดง สวยมาก



ดอก
ดอกมีตั้งแต่สีชมพูอ่อน ไปจนถึงสีชมพูเข้มสด อมม่วงหรือแดง และสีขาว แล้วแต่พันธุ์ ลักษณะดอกเหมือนดอกของพืชตระกูลถั่วหลายร้อยดอกบานสะพรั่งเต็มต้นในต้นฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน  (มีนาคม-พฤษภาคม) ก่อนจะแตกใบ มีขนาด 1.5 cm (1/2 นิ้ว) ออกเป็นช่อๆ ตามลำต้นและกิ่งก้านแก่ๆ  ขนาดช่อประมาณ 5-10 cm ตาดอกมีขนาดเล็กๆ เป็นช่อสีแดงเข้มออกในฤดูหนาว  ต้นอายุ 3-6 ปีจึงให้ดอก ดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมียในดอกเดียวกัน สามารถผสมเกษรได้เอง แต่ส่วนใหญ่ถูกผสมเกสรโดยผึ้งพันธุ์ที่มีลิ้นยาว
















Cercis canadensis Appalachian Red  พันธุ์ดอกสีชมพูเข้มอมแดง

Cercis canadensis Flame พันธุ์กลีบดอกซ้อน


Tennessee Pink Princess Redbud

Cercis canadensis 'Alba'


ผล
ผลเป็นฝักแบบถั่ว มีลักษณะแบนสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ขนาดยาวประมาณ 2-4 นิ้ว กว้างประมาณ 0.5 นิ้ว ภายในมีเมล็ดรูปรีแบนคล้ายถั่ว สีน้ำตาลเปลือกแข็งมาก จำนวน 4-10 เมล็ด ขนาดยาวประมาณ 6 mm (1/4 นิ้ว) เมล็ดโตเต็มที่ประมาณเดือน สิงหาคม - ตุลาคม ฝักแก่ๆ สีน้ำตาลจะห้อยอยู่เต็มต้นทำให้ดูไม่ค่อยสวยงามนัก






โรคและแมลง
  • โรค - แคงเกอร์, ใบจุด
  • แมลง - หนอนม้วนใบ, เพลี้ยจั๊กจั่นเขา, เพลี้ยหอย, เพลี้ยจั๊กจั่น , เพลี้ยอ่อน, ไรแมงมุม, หนอนเจาะลำต้นและเปลือกไม้, แมลงปีกแข็งในเมล็ด

การขยายพันธุ์
  • เมล็ด
  • การปักชำ - ใช้กิ่งอ่อนจากต้นกล้าจะให้ผลสำเร็จมาก บางพันธุ์สามารถใช้กิ่งกึ่งอ่อนแก่จากต้นเล็กๆ ได้ การชำจากต้นใหญ่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ 
  • ติดตา
  • ต่อกิ่ง
  • เพาะเนื้อเยื่อ

Eastern redbud (Cercis canadensis L.) มีหลายพันธุ์ ดังนี้







Reference:








Create Date : 04 สิงหาคม 2556
Last Update : 16 สิงหาคม 2556 18:58:45 น.
Counter : 1106 Pageviews.

2 comments
  
สวยมากค่ะ ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ท่ีไหนค่ะ
โดย: สรรสิริ ประภาพยืนยง IP: 49.230.93.203 วันที่: 28 มิถุนายน 2557 เวลา:19:27:00 น.
  
ไม่ทราบเลยครับ อาจต้องสั่งซื้อเป็นเมล็ดจากตปท. เข้ามาปลูก ลองหาในกูเกิ้ล หรืออีเบย์ดูครับ ^__^
โดย: Big (หงส์ฟู่ ) วันที่: 29 มิถุนายน 2557 เวลา:14:58:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
หงส์ฟู่
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



New Comments