Group Blog
 
All Blogs
 
อานิสงส์ถวายมาลัย

มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน ปภัสสรวิมาน ความว่า

"ทวยเทพผู้มีศรัทธา คือ เชื่อในพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ ย่อมรุ่งโรจน์กว่าดิฉัน โดยอายุ ยศ สิริ ทวยเทพเหล่าอื่นผู้มีศรัทธาก็ยิ่งยวดกว่า โดยอำนาจ วรรณะ และมีฤทธิ์มากกว่าดิฉัน”



ถ้อยคำที่หลวงพ่อนำมากล่าวอันปรากฏอยู่ในพระคาถานี้ ไม่ใช่ถ้อยคำของบุคคลธรรมดา แต่เป็นคำกล่าวของนักสร้างบารมีท่านหนึ่ง ซึ่งกล่าวออกมาในทำนองที่แสดงความเสียดายอยู่ในใจลึกๆ ที่เมื่อครั้งตนเองมีโอกาสสร้างบารมีอยู่นั้น ไม่ได้เพิ่มพูนบารมีให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ ได้ปล่อยโอกาสให้ผ่านไปแล้วก็มาเปล่งถ้อยคำแสดงความเสียดายในภายหลัง แต่ก็เป็นคำกล่าวที่ยืนยันหนักแน่นเช่นเดียวกันว่า ใครก็ตามที่มีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัยแล้ว ผู้นั้นก็ย่อมจะรุ่งเรืองด้วยบุญบารมีอย่างไม่มีประมาณ


* เหตุการณ์ที่หลวงพ่อกล่าวถึงนี้ ได้เกิดขึ้นเมื่อครั้งสมัยพุทธกาล ตอนนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยพระอริยสาวกเป็นจำนวนมาก ก็ได้อาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์พร้อมกับพระบรมศาสดา ประชาชนในกรุงราชคฤห์ ตั้งแต่พระเจ้าพิมพิสารตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมกับเหล่าข้าราชบริพารทั้งหลายที่มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ต่างก็ถือโอกาสที่เนื้อนาบุญอันประเสริฐมีอยู่เป็นจำนวนมาก สร้างบุญกันอย่างเต็มที่ ในแต่ละวัน อุบาสกอุบาสิกาและสาธุชนก็จะไปทำทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนากันอย่างไม่ขาดสายที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นอริยสาวก เป็นพระโสดาบันบุคคลสร้างถวายให้เป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาและพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง


ในสมัยนั้น ได้มีอุบาสกท่านหนึ่งในกรุงราชคฤห์นั้น เป็นผู้มีศรัทธามาก อุบาสกท่านนี้เคารพรักในพระมหาโมคคัลลานะเถระเป็นอย่างมาก ท่านมักจะนิมนต์พระเถระมาโปรดที่บ้านเป็นประจำสมํ่าเสมอ อุบาสกนั้นมีธิดาอยู่คนหนึ่ง ธิดาก็สืบเชื้อสายแห่งความศรัทธาเหมือนบิดาเช่นกัน เพราะบิดามักจะพาเธอไปฟังธรรมสร้างบุญเสมอ ยิ่งมีโอกาสได้ฟังธรรมในสมัยนั้น ศรัทธาก็ยิ่งเพิ่มพูนและหนักแน่นมากขึ้น ตัวของเธอเองก็มีความรักเคารพในพระเถระเฉกเช่นบิดาเหมือนกัน


อยู่มาวันหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานะเถระเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ได้เข้าไปยังตระกูลนั้น กุมารีเห็นพระเถระแล้วก็เกิดความปีติยินดีคิดว่า วันนี้ โอกาสทองของเรามาแล้ว เราจะขอเอาบุญก่อนทำอย่างอื่น เมื่อคิดอย่างนี้แล้วก็ปูลาดอาสนะถวาย พอพระมหาโมคคัลลานะนั่งบนอาสนะ เธอก็บูชาพระเถรเจ้าด้วยดอกมะลิอันหอมกรุ่น แล้วก็เอานํ้าอ้อยงบที่มีรสชาติหวานหอมใส่ลงในบาตรของพระเถระเจ้า พระเถระประสงค์จะกล่าวคำอนุโมทนาแล้วแสดงธรรมพอเป็นเครื่องประดับสติปัญญาจึงได้นั่งลงอีกครั้งหนึ่ง


ธิดาของอุบาสกเห็นอย่างนั้น ก็รู้ว่าพระเถระประสงค์จะแสดงธรรม แม้จะเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส แต่ก็ยังเป็นผู้ที่ดูเบาในเรื่องของการฟังธรรมอยู่ คิดว่าวันนี้เราก็ได้เอาบุญกับพระเถระแล้ว และงานของเราก็ยังมีอีกเยอะที่ทำค้างเอาไว้ อย่ากระนั้นเลย เอาไว้โอกาสต่อไปจะดีกว่า จึงกล่าวกับพระเถระว่า “ข้าแต่พระคุณเจ้า วันนี้โยมยังมีงานที่ต้องสะสางอีกมากมาย ไว้คราวหน้าโยมจะหาโอกาสไปฟังธรรมที่วัด” พระเถระพอได้ฟังอย่างนั้นท่านก็นิ่งๆ ไม่ได้แสดงอาการอะไร พอนางกล่าวจบก็ได้ส่งพระเถระกลับ


ในเย็นวันนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นางเกิดป่วยขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วไม่สามารถที่จะเยียวยาได้ทันท่วงที นางผู้มีความปรารถนาจะฟังธรรม เพื่อยังจิตให้เบิกบานผ่องใสยิ่งๆ ขึ้นไป ก็ไม่มีโอกาสอย่างนั้นแล้ว เธอได้เสียชีวิตลงในเย็นวันนั้นเอง พอละจากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งการทำความดี ทำให้ไปเกิดเป็นเทพนารีอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีมหาสมบัติอันเป็นทิพย์ที่ยิ่งใหญ่โอฬาร สิ่งที่แปลกกว่าเทพธิดาองค์อื่นๆ ก็คือว่า รัศมีของนางมีแสงสว่างมาก ส่องแสงไปทั่วทุกทิศเกินกว่าเทพเหล่าอื่น มีวรรณะเป็นประภัสสรแผ่ซ่านออกจากเรือนร่างทีเดียว แม้มหาวิมานของเทพนารีก็มีรัศมีอย่างนั้น วิมานของเธอจึงได้นามว่า ปภัสสรวิมาน ซึ่งแปลว่า วิมานที่มีรัศมีแผ่ซ่านออกไป


วรรณะของเทพธิดานี้ผ่องใสสว่างมาก ไม่มีมลทิลของผิวพรรณเลย มีองค์งามเหมือนลูบไล้ด้วยจุณไม้จันทน์อันเป็นทิพย์ ทุกๆส่วนแห่งเรือนร่างก็น่ารักน่าปรารถนาของผู้พบเห็น มีอยู่วันหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานเถรเจ้า ได้จาริกไปในเทวโลก เมื่อเทพนารีมองเห็นพระเถรเจ้าผู้ที่ตนเองเคารพบูชาผ่านมาทางมหาวิมานของตัวก็ดีใจ รีบลงจากวิมานเข้าไปไหว้พระเถระ พระมหาโมคคัลลานะเห็นเทพธิดานี้ยืนไหว้อยู่อย่างนั้น ท่านมองไปเห็นแสงสว่างที่ออกจากเรือนร่าง และมหาปภัสสรวิมานของนางพร้อมๆกับมหาทิพยสมบัติทั้งปวง จึงเข้าไปถามถึงบุพกรรมของเทพธิดาว่า


“ดูก่อนเทพนารีผู้มีอานุภาพมาก ท่านดูงดงาม มีรัศมีผุดผ่องยิ่งนัก นุ่งอาภรณ์ปภัสสร มีฤทธิ์มาก มีร่างกายลูบไล้ด้วยจุณจันทน์อันเป็นทิพย์ ท่านเป็นใครกันหนอ จึงมายืนไหว้อาตมาอย่างนี้ อนึ่ง ยามท่านนั่งบนบัลลังก์ ย่อมไพโรจน์ดังท้าวสักกะ บัลลังก์ทิพย์ของท่านล้วนสำเร็จด้วยรัตนะทั้งหลาย ดูก่อนเทพนารี เมื่อชาติก่อนท่านได้สร้างบุญพิเศษอะไรไว้ จึงส่งผลให้มีอานุภาพเห็นปานนี้ “


เทพนารีจึงตอบว่า “ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อครั้งที่ยังเป็นมนุษย์ ดิฉันได้ถวายพวงมาลัยดอกมะลิและนํ้าอ้อยแด่พระคุณเจ้า ดิฉันจึงได้เสวยผลแห่งบุญนั้น ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ดิฉันเป็นผู้ที่ดูเบาในการฟังธรรม จึงไม่ได้ฟังธรรมที่พระคุณเจ้าตั้งใจจะแสดงให้ดิฉัน ดิฉันจึงมากราบเรียนให้พระคุณเจ้าทราบ ขอพระคุณเจ้าโปรดชักชวนและอนุเคราะห์ผู้ที่ควรอนุเคราะห์ด้วยธรรมที่พระบรมศาสดาแสดงไว้ดีแล้วเถิด ที่พระคุณเจ้าบอกดิฉันว่า ดิฉันมีอานุภาพมากนั้น ดิฉันรู้สึกละอายเหลือเกิน เพราะยังมีทวยเทพอีกจำนวนมาก ที่ไม่ดูเบาเรื่องบุญเหมือนที่ดิฉันดูเบา ทวยเทพเหล่านั้นมีอานุภาพ มีอายุ ยศ สิริ วรรณะรุ่งเรืองกว่าดิฉันมากมายนัก” เมื่อเทพธิดากล่าวถึงการกระทำของตนอย่างนั้น ก็รู้สึกเสียดายและปรารถนาจะให้ชนรุ่นหลังอย่าดูเบาอย่างนั้น แล้วก็ไหว้พระเถระกลับเข้าสู่วิมานของตน


เราจะเห็นว่า การดูเบาในการสร้างบารมีอย่างเรื่องการฟังธรรมเป็นต้น ทำให้พลาดโอกาสบุญที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งทีเดียว เพราะบุญเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสำคัญมาก โอกาสแห่งการสร้างบุญให้ครบถ้วนทุกอย่างโดยไม่ให้ตกให้หล่นเลยนั้น เป็นโอกาสทองของชีวิต ใครก็ตามที่เห็นคุณค่าตรงนี้ ชีวิตต่อไปภายภาคหน้า ก็หมดโอกาสที่จะมารำพึงรำพันด้วยความเสียอกเสียใจอย่างเทพธิดาตนนี้ มีแต่จะระลึกนึกถึงบุญที่ได้ทำไปด้วยความปีติเบิกบานไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อรับทราบอย่างนี้แล้ว ก็ให้ตั้งใจเอาบุญกันให้เต็มที่ อย่าให้หกหล่นแม้แต่บุญเล็กบุญน้อย ทำกันไปอย่างเต็มที่เพื่อบารมีที่แก่กล้ายิ่งๆขึ้นไป



พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์



Create Date : 29 กรกฎาคม 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 9:07:40 น. 1 comments
Counter : 2616 Pageviews.

 



โดย: nangjai1 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:29:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.