Group Blog
 
All Blogs
 
เรื่องพระเถระผู้เกือบเสียท่า

เรื่องพระสุนทรสมุทรเถระ

               ข้อความเบื้องต้น พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระสุนทรสมุทรเถระตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "โยธ กาเม" เป็นต้น.

กุลบุตรออกบวช 

               ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี กุลบุตรคนหนึ่งชื่อสุนทรสมุทรกุมารเกิดในตระกูลใหญ่อันมีสมบัติ ๔๐ โกฏิ.
               วันหนึ่ง เขาเห็นมหาชนมีของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้นในมือไปสู่พระเชตวันเพื่อต้องการฟังธรรม ในเวลาภายหลังภัตจึงถามว่า "พวกท่านจะไปไหนกัน?"เมื่อมหาชนนั้นบอกว่า "พวกฉันจะไปสู่สำนักพระศาสดา เพื่อประโยชน์แก่การฟังธรรม"กล่าวว่า "ฉันก็จักไป" แล้วไปกับมหาชนนั้น นั่ง ณ ที่สุดบริษัท.
               พระศาสดาทรงทราบอัธยาศัยของเขา จึงทรงแสดงอนุปุพพีกถา.เขาคิดว่า "บุคคลผู้อยู่ครองเรือน ไม่อาจประพฤติพรหมจรรย์ให้เป็นดุจสังข์ที่ขัดแล้วได้."อาศัยพระกถาของพระศาสดา มีความอุตสาหะเกิดแล้วในบรรพชาเมื่อบริษัทหลีกไปแล้ว จึงทูลขอบรรพชากะพระศาสดา
               ได้สดับว่า "พระตถาคตทั้งหลายไม่ยังกุลบุตรที่มารดาบิดายังไม่อนุญาตให้บรรพชา"จึงไปสู่เรือนแล้ว ยังมารดาบิดาให้อนุญาตด้วยความพยายามมากเหมือนกุลบุตรชื่อรัฏฐบาลเป็นต้นได้บรรพชาอุปสมบทในสำนักพระศาสดาแล้ว
               คิดว่า "ประโยชน์
อะไรของเรา ด้วยการอยู่ในที่นี้"จึงออกจากกรุงสาวัตถีนั้นไปสู่กรุงราชคฤห์ เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ยังกาลให้ล่วงไปแล้ว.

หญิงแพศยารับอาสาจะให้พระเถระสึกให้ได้   

               ต่อมาวันหนึ่ง มารดาบิดาของพระสุนทรสมุทรเถระนั้น เห็นพวกกุมารที่เป็นสหายของท่านกำลังเล่นอยู่ด้วยสิริโสภาคย์๑- อันใหญ่ในวันมหรสพวันหนึ่งในกรุงสาวัตถี คร่ำครวญว่า "การเล่นชนิดนี้ บุตรของเราได้โดยยาก."
____________________________
๑- ความเป็นผู้มีส่วนงามด้วยสิริ.

               ในขณะนั้น หญิงแพศยาคนหนึ่งไปสู่ตระกูลนั้นเห็นมารดาของพระสุนทรสมุทรเถระนั้นกำลังนั่งร้องไห้อยู่ จึงถามว่า"คุณแม่ เพราะเหตุไร? คุณแม่จึงร้องไห้."
               มารดาพระสุนทรสมุทร. ฉันคิดถึงลูก จึงร้องไห้.
               หญิงแพศยา. ก็บุตรนั้นไปที่ไหนเล่า? คุณแม่.
               มารดาพระสุนทรสมุทร. บวชใน (สำนัก ) ภิกษุทั้งหลาย.
               หญิงแพศยา. การให้ท่านสึกเสีย ไม่ควรหรือ?
               มารดาพระสุนทรสมุทร. ควร แต่เธอไม่ปรารถนา, เธอออกจากกรุงสาวัตถีนี้ ไปสู่กรุงราชคฤห์.
               หญิงแพศยา. ถ้าดิฉันพึงให้ท่านสึกได้ไซร้, คุณแม่พึงทำอะไร? แก่ดิฉัน.
               มารดาพระสุนทรสมุทร. พวกฉันพึงทำเจ้าให้เป็นเจ้าของแห่งขุมทรัพย์ตระกูลนี้.
               หญิงแพศยากล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้น คุณแม่จงให้สินจ้างแก่ดิฉัน"ถือเอาสินจ้างแล้ว ไปสู่กรุงราชคฤห์ด้วยบริวารหมู่ใหญ่ กำหนดถนนที่เที่ยวบิณฑบาตของท่านได้แล้วยึดเอาเรือนเป็นที่พักหลังหนึ่งในที่นั้นตกแต่งอาหารที่ประณีตไว้แต่เช้าตรู่ แล้วถวายภิกษาในเวลาพระเถระเข้าไปบิณฑบาตโดยกาลล่วงไป ๒-๓ วัน นิมนต์ว่า "ท่านเจ้าข้า ขอท่านจงนั่งในที่นี้นี่แหละ ทำภัตกิจ" แล้วรับเอาบาตร.ท่านได้ให้บาตรแล้ว.

หญิงแพศยาออกอุบายเกลี้ยกล่อมพระเถระ

               ครั้งนั้น หญิงแพศยานั้นเลี้ยงพระเถระนั้นด้วยอาหารอันประณีตเรียนว่า "ท่านเจ้าข้า การเที่ยวบิณฑบาตในที่นี้นี่แหละสะดวกดี"นิมนต์ให้พระเถระนั่งฉันที่ระเบียง ๒-๓ วันแล้ว เอาขนมเกลี้ยกล่อมพวกเด็กแล้วพูดว่า "พวกเจ้าจงมา ในเวลาพระเถระมาแล้ว แม้ฉันห้ามอยู่,พวกเจ้าพึงมาในที่นี้แล้ว (คุ้ย) ธุลีให้ฟุ้งขึ้น."
               ในวันรุ่งขึ้น เวลาพระเถระฉันพวกเด็กเหล่านั้น แม้ถูกหญิงแพศยานั้นห้ามอยู่ ก็ (คุ้ย) ธุลีให้ฟุ้งขึ้นแล้ว.
               ในวันรุ่งขึ้น หญิงแพศยานั้นเรียนว่า "พวกเด็ก แม้ดิฉันห้ามอยู่ก็ไม่ฟังคำของดิฉัน ยัง (คุ้ย) ธุลีให้ฟุ้งขึ้นในที่นี้ได้ขอท่านจงนั่งภายในเรือนเถิด"ให้ท่านนั่งภายในแล้ว นิมนต์ให้ฉันสิ้น ๒-๓ วัน,นางเกลี้ยกล่อมเด็กอีก พูดว่า "พวกเจ้า แม้ถูกฉันห้ามอยู่ พึงทำเสียงอึกทึก ในเวลาพระเถระฉัน."เด็กเหล่านั้นทำอย่างนั้นแล้ว.
               ในวันรุ่งขึ้น นางกล่าวว่า "ท่านเจ้าข้า ในที่นี้มีเสียงอึกทึกเหลือเกินพวกเด็กแม้ดิฉันห้ามอยู่ ก็ไม่เชื่อถือถ้อยคำของดิฉันนิมนต์ท่านนั่งเสียในปราสาทเบื้องบนเถิด"
               เมื่อพระเถระรับนิมนต์แล้ว ทำพระเถระไว้ข้างหน้า เมื่อจะขึ้นไปสู่ปราสาท ปิดประตูทั้งหลายเสีย จึงขึ้นไปสู่ปราสาท.
               พระเถระ แม้เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอกเป็นวัตรอย่างอุกฤษฏ์ถูกความอยากในรสพัวพันแล้ว จึงขึ้นไปสู่ปราสาท ๗ ชั้นตามคำของนาง.

หญิงแพศยาแสดงอาการ ๔๐ อย่างเกี้ยวพระเถระ

               นางให้พระเถระนั่งแล้ว แสดงแง่งอนของหญิง ลีลาของหญิงซึ่งมาแล้วอย่างนี้ว่า
 "เพื่อนผู้มีหน้าเอิบอิ่ม ได้ยินว่า หญิงย่อมเกี้ยวชายด้วยฐานะ ๔๐#- อย่างคือ
                         สะบัดสะบิ้ง ๑ ก้มลง ๑ กรีดกราย ๑ ชมดชม้อย ๑
                         เอาเล็บดีดเล็บ ๑ เอาเท้าเหยียบเท้า ๑ เอาไม้ขีดแผ่นดิน ๑
                         ชูเด็กขึ้น ๑ ลดเด็กลง ๑ เล่นเอง ๑ ให้เด็กเล่น ๑ จูบเอง ๑
                         ให้เด็กจูบ ๑ รับประทานเอง ๑ ให้เด็กรับประทาน ๑
                         ให้ของเด็ก ๑ ขอของคืน ๑ ล้อเลียนเด็ก##- ๑ พูดดัง ๑
                         พูดค่อย ๑ พูดคำเปิดเผย ๑ พูดลี้ลับ ๑
                         (ทำนิมิต) ด้วยการฟ้อน ด้วยการขับ ด้วยการประโคม
                         ด้วยการร้องไห้ ด้วยการเยื้องกราย ด้วยการแต่งตัว ๑
                         ซิกซี้ ๑ จ้องมองดู ๑ สั่นสะเอว ๑ ยังของลับให้ไหว ๑
                         ถ่างขา ๑ หุบขา ๑ แสดงถัน ๑ แสดงรักแร้ ๑ แสดงสะดือ ๑
                         ขยิบตา ๑ ยักคิ้ว ๑ เม้มริมฝีปาก ๑ แลบลิ้น ๑ เปลื้องผ้า ๑
                         นุ่งผ้า ๑ สยายผม ๑ เกล้าผม ๑"

               ยืนข้างหน้าของพระเถระนั้น แล้วกล่าวคาถานี้ว่า :-
                                   "หญิงแพศยาผู้มีเท้าย้อมแล้วด้วยน้ำครั่ง สวม
                         เขียงเท้า (กล่าวแล้วว่า) แม้ท่านก็เป็นชายหนุ่มสำหรับ
                         ดิฉัน และแม้ดิฉันก็เป็นหญิงสาวสำหรับท่าน, แม้เรา
                         ทั้งสองแก่แล้ว มีไม้เท้ากรานไปข้างหน้าจึงจักบวช."
____________________________
#- มาในอัฏฐกถาชาดก กุณาลชาดก. กุณาลชาดก
##- กตมนุกโรติ ย่อมทำตามซึ่งกรรมอันเด็กทำแล้ว.

พระเถระชนะหญิงแพศยาเพราะอาศัยพระศาสดา

               ครั้งนั้น ความสังเวชใหญ่ได้เกิดขึ้นแก่พระเถระว่า "โอหนอ! กรรมที่เราไม่ใคร่ครวญแล้วทำ หนัก."ในขณะนั้น พระศาสดาประทับนั่งอยู่ในพระเชตวัน ณ ที่ไกลประมาณ ๔๕ โยชน์นั่นแลทรงเห็นเหตุนั้นแล้ว ได้ทรงทำความยิ้มแย้มให้ปรากฏ.
               ลำดับนั้น พระอานนทเถระทูลถามพระองค์ว่า"พระเจ้าข้า อะไรหนอแล? เป็นเหตุ,อะไร? เป็นปัจจัยแห่งการทรงทำความยิ้มแย้มให้ปรากฏ."
               พระศาสดาตรัสว่า. อานนท์ สงครามของภิกษุชื่อสุนทรสมุทรและของหญิงแพศยา กำลังเป็นไปอยู่ บนพื้นปราสาท ๗ ชั้น ในกรุงราชคฤห์.
               พระอานนท์ทูลถามว่า พระเจ้าข้า ความชนะจักมีแก่ใครหนอแล? ความปราชัยจักมีแก่ใคร?
               พระศาสดาตรัสว่า "อานนท์ ความชนะจักมีแก่สุนทรสมุทร,ความปราชัยจักมีแก่หญิงแพศยา" ดังนี้แล้ว ทรงประกาศความชนะของพระเถระประทับนั่งในพระเชตวันนั้นนั่นเอง ทรงแผ่พระรัศมีไป ตรัสว่า "ภิกษุ เธอจงหมดอาลัย ละกามแม้ทั้งสองเสีย"
ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-

                         ๓๒.   โยธ กาเม ปหนฺตฺวาน     อนาคาโร ปริพฺพเช
กามภวปริกฺขีณํ     ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
 บุคคลใด ละกามทั้งหลายในโลกนี้แล้ว เป็น
ผู้ไม่มีเรือน งดเว้นเสียได้, เราเรียกบุคคลนั้น ผู้มี
กามและภพสิ้นแล้วว่า เป็นพราหมณ์.

แก้อรรถ               
               พึงทราบเนื้อความแห่งพระคาถานั้น (ดังนี้) :-
               ความว่า บุคคลใด ละกามแม้ทั้งสองในโลกนี้แล้ว เป็นผู้ไม่มีเรือน งดเว้นเสียได้เราเรียกผู้นั้น ผู้มีกามสิ้นแล้ว และผู้มีภพสิ้นแล้ว ว่าเป็นพราหมณ์.
               ในกาลจบเทศนา พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว เหาะขึ้นไปสู่เวหาสด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ทะลุมณฑลช่อฟ้าออกไปแล้ว ชมเชยพระสรีระพระศาสดาอยู่นั่นเทียว มาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว.

พระศาสดาเป็นที่พึ่งของพระเถระ               
               ภิกษุทั้งหลายสนทนากันแม้ในโรงธรรมว่า"ผู้มีอายุทั้งหลาย พระสุนทรสมุทรเถระอาศัยรสที่พึงรู้ด้วยลิ้น เกือบเสียท่า.แต่พระศาสดาเป็นที่พึ่งของเธอ."
               พระศาสดาทรงสดับกถานั้นแล้ว ตรัสว่า"ภิกษุทั้งหลาย เราเป็นที่พึ่งของสุนทรสมุทรนั่น แต่ในบัดนี้เท่านั้นหามิได้,แม้ในกาลก่อน เราก็เป็นที่พึ่งของสุนทรสมุทรนั่น ผู้ติดอยู่ในรสตัณหาแล้วเหมือนกัน"
               อันภิกษุเหล่านั้นทูลอ้อนวอนแล้ว ทรงนำอดีตนิทานมาเพื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น ทรงยังวาตมิคชาดก๑- นี้ให้พิสดารว่า :-
                                   "ได้ยินว่า สภาพอื่นที่เลวกว่ารสทั้งหลาย คือ
                         การเคยชินกัน หรือการสนิทสนมกัน ย่อมไม่มี,
                         คนรักษาอุทยานชื่อสญชัย ย่อมนำเนื้อสมันตัวอาศัย
                         อยู่ในรกชัฏ มาสู่อำนาจได้ ก็เพราะรสทั้งหลาย."


 ดังนี้แล้ว ทรงประมวลชาดกว่า
               "ในกาลนั้น สุนทรสมุทรได้เป็นเนื้อสมัน,ส่วนมหาอำมาตย์ของพระราชาผู้กล่าวคาถานี้แล้ว ให้ปล่อยเนื้อนั้นไป ได้เป็นเรานี้เอง."
____________________________
๑- ขุ. ชา. เอก. เล่ม ๒๗/ข้อ ๑๔. อรรถกถา ขุ. ชา. เอก. เล่ม ๒๗/ข้อ ๑๔.

               เรื่องพระสุนทรสมุทรเถระ จบ.



Create Date : 28 ธันวาคม 2556
Last Update : 28 ธันวาคม 2556 22:31:23 น. 0 comments
Counter : 714 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.