Group Blog
 
All Blogs
 
Super Big Cleaning ในครั้งพุทธกาล

Super Big Cleaning ในครั้งพุทธกาล
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา




Super Big Cleaning ในสมัยพุทธกาลในช่วงที่พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า


สำหรับเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ที่ลูกๆ ว่าที่สมภารพุทธบุตรกว่าหนึ่งพันรูป กำลังจะสถาปนาในวันที่ 2 มกราคมที่จะถึงนี้มันทำให้คุณครูไม่ใหญ่นึกถึงเรื่องราว Super Big Cleaning ที่เคยเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาลในช่วงที่พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้นำเหล่าภิกษุสงฆ์สาวกกว่า 500 รูป เดินทางไปโปรดชาวเมืองไพศาลีเมื่อครั้งที่เมืองแห่งนี้ ได้ประสบพบเจอกับภัยร้ายแรงถึง 3 อย่างในเวลาไร่เรี่ยกัน



เมืองไพศาลีเกิดภาวะทุพภิกขภัยจนทำให้ชาวเมืองต่างพากันล้มตายกันเป็นจำนวนมากเพราะความหิว


เรื่องก็มีอยู่ว่า ในสมัยหนึ่งเมืองไพศาลี ซึ่งอยู่ในแคว้นวัชชี ได้เกิดภาวะทุพภิกขภัย จนเป็นเหตุทำให้พวกชาวเมืองต่างพากันล้มตายกันเป็นจำนวนมากเพราะความหิว และด้วยกลิ่นซากศพของพวกชาวเมืองที่ถูกทิ้งไว้ในเมืองแห่งนี้ จึงทำให้พวกอมนุษย์ได้เฮโลพากันเข้ามาอยู่ในเมืองไพศาลี ภายหลังจากที่พวกอมนุษย์ได้เข้ามาอยู่ในเมืองแล้ว พวกอมนุษย์ก็ได้ทำร้ายพวกชาวเมืองจนทำให้พวกชาวเมืองได้ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนตายมากเข้าๆ ซากศพของพวกชาวเมืองจึงกลายเป็นบ่อเกิดของโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งก็คือ อหิวาตกโรค



ชาวเมืองบางส่วนคิดว่าภัยทั้งหลายเกิดจากมนุษย์เสื่อมจากศีลธรรม
บางส่วนคิดว่าถ้าพวกเรากระทำการบวงสรวงหรือพลีกรรมภัยทั้งหลายก็น่าจะสงบลง


เมื่อภัยร้ายแรงทั้ง 3 อย่างเกิดขึ้นในเมืองไพศาลีแล้ว ชาวเมืองทั้งหลายจึงได้ประชุมกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ โดยชาวเมืองบางส่วนก็คิดว่า ภัยทั้งหลายเกิดจากมนุษย์เสื่อมจากศีลธรรม บางส่วนก็คิดว่าถ้าพวกเรากระทำการบวงสรวงหรือพลีกรรมแล้ว ภัยทั้งหลายก็น่าจะสงบลง แต่เมื่อพวกชาวเมืองเหล่านั้นทำการบวงสรวงและพลีกรรมแล้ว ภัยทั้งหลายก็ยังไม่สงบดังที่คิดเอาไว้



ชาวเมืองที่เป็นสัมมาทิฏฐิได้กล่าวว่าพระองค์เสด็จมาในที่นี้แล้ว
ภัยทั้งหลายเหล่านี้ก็คงจะสงบลงเป็นแน่


จนในที่สุดพวกชาวเมืองที่เป็นสัมมาทิฏฐิก็ได้กล่าวกันในทำนองที่ว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว พระองค์ทรงมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก และทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อพระองค์เสด็จมาในที่นี้แล้ว ภัยทั้งหลายเหล่านี้ก็คงจะสงบลงเป็นแน่ ” ด้วยเหตุนี้เอง พวกชาวเมืองไพศาลีจึงได้เดินทางจากแคว้นของตน ไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร เพื่อจะกราบบังคมทูลเชิญพระพุทธองค์เสด็จมาโปรดชาวเมืองไพศาลี เมื่อพระพุทธองค์ทรงฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองไพศาลีแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงรับอาราธนาที่จะเสด็จเดินทางไปยังเมืองไพศาลี พร้อมกับเหล่าพระภิกษุสงฆ์กว่า 500 รูป



พระเจ้าพิมพิสารทรงมีรับสั่งให้ปรับพื้นที่ใช้เป็นเส้นทางเสด็จให้สม่ำเสมอ และสร้างวิหารซึ่งใช้เป็นที่ประทับในทุกๆ 1 โยชน์



และก่อนที่พระพุทธองค์และคณะสงฆ์กว่า 500 รูปจะเสด็จเดินทางจากวัดเวฬุวันมหาวิหาร ไปยังเมืองไพศาลีนั้น พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงมีรับสั่งให้ปรับพื้นที่ซึ่งจะใช้เป็นเส้นทางเสด็จให้สม่ำเสมอ และสั่งให้สร้างวิหารซึ่งใช้เป็นที่ประทับในทุกๆ 1 โยชน์



เมื่อถึงวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเดินทาง
พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงรับสั่งให้ตั้งขบวนรับเสด็จในทุกๆ 1 โยชน์



เมื่อถึงวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเดินทางไปพร้อมกับพระภิกษุสงฆ์สาวกกว่า 500 รูป พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงรับสั่งให้ตั้งขบวนรับเสด็จในทุกๆ 1 โยชน์ เพื่อบูชาธรรมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กว่า 500 รูปด้วยดอกไม้และของหอม โดยจัดให้มีการโปรยดอกไม้ 5 สีในระหว่างเส้นทางที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จผ่าน แล้วก็ทรงรับสั่งให้จัดขบวนธงชัย, ธงแผ่นผ้าและต้นกล้วย รวมถึงให้กั้นเศวตฉัตร 2 คันซ้อนกันแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และให้กั้นเศวตฉัตร 1 คันแด่พระภิกษุสงฆ์สาวกแต่ละรูป เมื่อขบวนเสด็จเดินจนครบ 1 โยชน์ พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงอาราธนาให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กว่า 500 รูป ประทับอยู่ในวิหารและถวายมหาทานด้วยความเคารพ



พระเจ้าพิมพิสารตามส่งเสด็จโดยการลุยลงไปในน้ำจนระดับน้ำลึกประมาณพระศอ


เมื่อขบวนเสด็จของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กว่า 500 รูปเดินทางมาถึงฝั่งของแม่น้ำคงคา พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงรับสั่งให้ขนานเรือ 2 ลำและสั่งให้ทำพลับพลา ซึ่งประดับประดาไปด้วยพวงดอกไม้และปูลาดอาสนะอันประณีตงดงาม จากนั้นพระเจ้าพิมพิสารก็จะตามส่งเสด็จโดยการลุยลงไปในน้ำจนระดับน้ำลึกประมาณพระศอ เมื่อขบวนเสด็จของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กว่า500 รูป เดินทางเข้าสู่เขตของเมืองไพศาลีแคว้นวัชชีแล้ว คณะของเจ้าลิจฉวีทั้งหลาย ก็จะทรงมารอรับเสด็จด้วยการลุยลงไปในน้ำที่ลึกประมาณพระศอ เช่นเดียวกัน หลังจากนั้น คณะของเจ้าลิจฉวีทั้งหลายก็จะทรงนำเรือเข้าสู่ฝั่ง



ทันทีที่พระพุทธองค์ทรงเหยียบฝั่งของแคว้นวัชชีมหาเมฆก็ตั้งขึ้นฝนโบกขรพรรษ ก็พลันตกลงมาพัดพาเอาซากศพทั้งหมดไหลลงสู่แม่น้ำคงคา



และในทันทีที่พระพุทธองค์ทรงเหยียบฝั่งของแคว้นวัชชี มหาเมฆก็ตั้งขึ้น ฝนโบกขรพรรษ ก็พลันตกลงมา แล้วน้ำก็ได้พัดพาเอาซากศพทั้งหมดไหลลงสู่แม่น้ำคงคา ซึ่งก็ทำให้พื้นที่ภายในเมืองไพศาลีสะอาดสะอ้านขึ้นมาในทันที เมื่อคณะของเจ้าลิจฉวีทั้งหลายได้เห็นเหตุอัศจรรย์เช่นนั้น คณะของเจ้าลิจฉวีจึงได้ถวายการสักการะแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์เพิ่มมากกว่าที่พระเจ้าพิมพิสาร ได้ทรงกระทำถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็น 2 เท่า



ทันทีที่ท้าวสักกะเทวราชและเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาถึง
พวกอมนุษย์ต่างก็ได้พากันอพยพหนีกันแบบจ้าล่ะหวั่น


ซึ่งการเสด็จเข้าไปสู่เมืองไพศาลีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กว่า 500 รูปนั้น ก็ทำให้ท้าวสักกะเทวราชและหมู่เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่อดใจไม่ไหวได้ลงมาตามเสด็จไปด้วย และในทันทีที่ท้าวสักกะเทวราชและเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาถึง พวกอมนุษย์ที่เข้ามาสิงอยู่ภายในเมืองต่างก็ได้พากันอพยพหนีกันแบบจ้าล่ะหวั่น



พระพุทธองค์ทรงรับสั่งให้พระอานนท์เรียนรัตนสูตร
แล้วพรมน้ำพระพุทธมนต์ในระหว่างกำแพงเมืองทั้ง 3 ชั้น


เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับยืนอยู่ที่บริเวณประตูเมืองไพศาลีแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงรับสั่งให้พระอานนท์เรียนรัตนสูตร จากนั้นก็ทรงรับสั่งให้พระอานนท์ไปกับคณะเจ้าลิจฉวีเพื่อทำพระปริตร แล้วพรมน้ำพระพุทธมนต์ในระหว่างกำแพงเมืองทั้ง 3 ชั้น หลังจากที่พระอานนท์เรียนรัตนสูตรและรับเอาบาตรศิลาจากพระพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแล้ว พระอานนท์ก็ได้ระลึกถึงพระพุทธคุณ แล้วก็ได้ทำพระปริตรในระหว่างกำแพงทั้ง 3 ชั้น ในทันทีที่พระอานนท์เริ่มกล่าวคาถาว่า “ ยานีธะ ภูตานิ ” หยาดน้ำพระพุทธมนต์ที่พระอานนท์ได้ประพรมลงไป ก็ได้เป็นเหมือนเทริดเงิน หรือชฎาปลายแหลม ที่พุ่งขึ้นไปบนอากาศแล้วก็ตกลงมาโดนตัวของพวกชาวเมืองที่ล้มป่วยด้วยโรคอหิวาตกโรค




น้ำพระพุทธมนต์ที่พระอานนท์ประพรมลงไปได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศแล้วก็ตกลงมาโดนตัวพวกอมนุษย์ที่ยังไม่ยอมหนี


และในทันใดนั้นเอง พวกชาวเมืองที่ล้มป่วยต่างก็หายจากอหิวาตกโรคในทันที และเมื่อพระอานนท์ได้กล่าวไปจนถึงบท “ ยังกิญจิ ” น้ำพระพุทธมนต์ที่พระอานนท์ประพรมลงไป ก็ได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศแล้วก็ตกลงมาโดนตัวพวกอมนุษย์ที่ยังไม่ยอมหนี ซึ่งส่วนใหญ่จะหลบอยู่ตามกองหยากเยื่อและฝาเรือน ทันทีที่หยาดน้ำพระพุทธมนต์สัมผัสโดนตัวพวกอมนุษย์เหล่านี้ พวกอมนุษย์ที่ยังเหลืออยู่ต่างก็ทนไม่ไหวและได้พาหนีออกจากเมืองกันไปจนหมด




เมื่อพระธรรมเทศนาจบลงชาวเมืองไพศาลีกว่า 84,000 คนก็ได้มีดวงตาเห็นธรรม


ภายหลังจากที่พวกอมนุษย์ได้หนีกันไปหมดแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงรัตนสูตรด้วยตัวของพระองค์เอง และเมื่อพระธรรมเทศนาจบลงชาวเมืองไพศาลีกว่า 84,000 คนก็ได้มีดวงตาเห็นธรรม ในครั้งนั้น จากเรื่องราวที่คุณครูไม่ใหญ่นำมาเล่าให้ฟังนี้ จะเห็นได้ว่า คุณของพระพุทธ , พระธรรมและพระสงฆ์ มีอานุภาพไม่มีประมาณจริงๆ เพราะฉะนั้นการเดินธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโครงการที่จะจุดประกายให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ส่วนสิ่งที่ไม่ดีก็จะถูกขจัดให้เบาบางและหมดไปจากโลก





Create Date : 24 ธันวาคม 2554
Last Update : 24 ธันวาคม 2554 11:04:09 น. 1 comments
Counter : 930 Pageviews.

 
ธุงดงควัตรของพระภิกษุนี่เป็นบุญใหญ่จริงๆค่ะ เนื่องจากเป็นองค์คุณกำจัดกิเลส ถูกต้องตามแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าอนุญาตไว้

การไปต้อนรับพระคุณเจ้า จำนวนนับพันรูป ผู้มีความเพียรเป็นเครื่องเผากิเลส ย่อมได้อานุภาพมาก เรียนเชิญไปต้อนรับพระธุดงค์ด้วยกันนะคร๊


โดย: อุ่นอาวรณ์ วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:11:11:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.