Group Blog
 
All Blogs
 
อุบาสิกาผู้หาภรรยาใหม่ให้สามี เพราะไม่ยอมเสียโอกาสการปฏิบัติธรรม [เชิญศึกษาแนวคิด]




เป็นผู้หญิงนี่แสนลำบาก เพราะด้วยกรรมหนึ่ง ความไม่รู้หรืออวิชชาหนึ่ง ส่วนใหญ่จึงมักฝากตัวฝากใจให้ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า “คนรัก” หรือ”สามี” ให้เป็นที่พึ่งทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ โดยคิดเพียงว่าความสุขของชีวิตทั้งหมด ขึ้นอยู่กับชายคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น


โลกของผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เหมือนกับในละครที่เราดูกัน เพราะเฝ้ารอคอยแต่ความสุขจากผู้ที่เป็นคนรักหรือสามี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ศึกษาธรรมะ และไม่ได้พิจารณาความเป็นจริงว่า ชีวิตนั้นจะมีความสุขและสงบร่มเย็นได้ก็เพราะการมีธรรมะเป็นที่พึ่ง เป็นหลัก

พวกเธอจึงมอบใจให้คนๆหนึ่งดูแลทั้งหมด เพราะเข้าใจว่า คนๆนี้เท่านั้นจึงจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้

หลายครั้งจึงพบโศกนาฏกกรรม ที่ไม่ต่างกับละครสักเท่าใดนัก เพราะการวนเวียนคิดหาความสุขแต่จากสามี และ ลูกๆ จึงทำให้ลืมไปว่าสิ่งต่างๆ ก็เหมือนฟองสบู่ คืออยู่แค่ชั่วคราวก็หายไป ดังนั้นเมื่อประสบกับความพลัดพรากบ้าง ความไม่ได้ดังใจ ไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ ความเปลี่ยนแปลง ความไม่สมบูรณ์แบบของคู่ชีวิต จึงต้องรู้สึกทุกข์ทน จนหาที่พึ่งและทางออกอื่นไม่ได้


ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป เชื่อได้ว่าพวกเธอจะรู้สึกไม่สมหวัง ต่อไป เพราะพวกเธอไม่เข้าใจว่า ทุกๆสิ่งในโลกนี้เปลี่ยนแปลงตลอด และไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปอย่างที่เธอหวังทุกประการได้

----
Smiley


อย่างไรก็ตาม มีผู้หญิงอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนน้อยในโลกนี้ เข้าใจตัวเองว่าเธอเกิดมาเพื่ออะไร จะอยู่อย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์ สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตคืออะไร

เรามาฟังเรื่องเล่าโดยย่อ ของนางอุตตราธิดาของนายปุณณะ เธอเลือกที่จะมีความสุขอย่างแท้จริงโดยมีธรรมะเป็นที่พึ่ง และเข้าใจว่าความสุขของคนๆหนึ่งไม่ได้ขึ้นกับ บุคคล สิ่งของ หรือทรัพย์สินใดๆ แต่ขึ้นกับความสุข สงบภายในอันเกิดจากการปฏิบัติธรรมและสร้างบุญกุศลซึ่งเธอสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเธอเองค่ะ



อุ่นอาวรณ์-

SmileySmileySmiley

 

นางอุตตราอุบาสิกา

เรื่องโดยย่อเล่าโดย : อุ่นอาวรณ์

Smiley-----------Smiley

 

นางอุตตรา ธิดาของนายปุณณะเป็นหญิงงาม ทั้งยังเป็นธิดาของเศรษฐี ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิและความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา วันหนึ่งบิดาจำต้องยกนางให้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐีคนหนึ่งเพราะทนการรบเร้าไม่ได้ทั้งๆ ที่รู้ว่าตระกูลที่นางต้องแต่งด้วย ไม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นมิจฉาทิฏฐิ

เมื่อนางแต่งงานแล้ว ด้วยความที่ความศรัทธาแตกต่างกันกับสามี ก็มีเรื่องระหองระแหง และนางไม่เคยมีโอกาส ทำบุญกับพระภิกษุ ไม่มีโอกาสปฏิบัติธรรม และไม่มีโอกาสรักษาอุโบสถศีล เนื่องจากสามีไม่อนุญาต นางทุกข์มากจนต้องเล่าให้บิดาของนางฟัง


บิดาได้ยินดังนั้นก็สงสารธิดาจับใจ ออกอุบายให้จ้างหญิงงามเมือง คือนางสิริมาผู้เลอโฉม ทำหน้าที่ภรรยาแทนลูกสาว


ตอนแรกสามีไม่ยอม แต่เนื่องด้วยนางสิริมานั้นสวยมีเสน่ห์มาก ภายหลังจึงยอมให้นางอุตตราปฏิบัติธรรมได้ นางอุตตราขวนขวายจัดแจงภัตตาหารไปถวายพระภิกษุอยู่เป็นเนื่องนิจด้วยความเลื่อมใส จนบางครั้งต้องเหนื่อยล้าไปกับพวกนางทาสี

วันหนึ่งสามีมาเห็นนางง่วนกับการทำอาหารนั้นจึงคิดว่า“นางอัตตราหญิงโง่คนนี้ คงจะเกิดมาจากสัตว์นรก ชอบทำการงานสกปรกเหมือนทาสีทั้งหลาย ทรัพย์สมบัติก็มีอยู่มากมายแต่กลับไม่ยินดี นางทำอย่างนี้ไม่สมควรเลย” แล้วจึงยิ้มแย้ม เชิงเยาะและขบขัน


ส่วนนางอุตตราผู้เป็นภริยาก็คิดว่า “บุตรเศรษฐีผู้เป็นสามีของเรานี้ มีปกติประมาท โง่เขลา สำคัญว่าทรัพย์สมบัติของตนเหล่านี้เป็นของยั่งยืนถาวรตลอดไป” แล้วนางก็แสดงอาการแย้มยิ้มบ้าง


นางสิริมาผ่านมาเห็นนึกว่า สองคนนี้ยิ้มแย้มด้วยจิตปฏิพัทธ์ต่อกัน
ก็หึงหวงอย่างรุนแรง

เมื่อสามีเดินจากไป จึงเดินเข้ามาด่าทอนางอุตตราด้วยความลืมตัว และจะเอาเนยใสในกระทะร้อนๆ ราดรดนางอุตตรา

นางอุตตราตั้งจิตเมตตาทำสัจจอธิษฐานว่า นางสิริมานั้นมีคุณกับตนมาก ช่วยมาทำหน้าที่ภรรยาอีกคน ให้นางได้มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม  เนยร้อนนั้นกลับเย็นไม่เป็นอันตรายใดๆ


เหล่านางทาสี เมื่อหายตะลึงก็กรูเข้ารุมทำร้ายนางสิริมา นางอุตตราก็ช่วยไว้และกล่าวประโลม ด้วยคำพูดไพเราะ เรียกน้องรัก เรียกเพื่อนรักเป็นต้น

นางสิริมาเห็นนางอุตตราไม่ได้รับอันตรายสักนิด ก็ตกใจ กลับได้สติสำนึกตัวว่าเป็นผู้มาอยู่เพียงชั่วคราว จึงกราบลงแทบเท้านางอุตตราวิงวอนขอให้ยกโทษให้แต่นางอุตตรากล่าวว่า


“ฉันจะยกโทษให้ ก็ต่อเมื่อบิดาของฉันคือพระบรมศาสดายกโทษให้เธอก่อนเท่านั้น”

เมื่อพบพระบรมศาสดา ท่านจึงตรัสพระคาถาภาษิตว่า:-

พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี
พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
พึงชนะคนพูดเท็จด้วยคำจริง ฯ

เมื่อจบพระธรรมเทศนา นางสิริมาได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล และนางอุตตราได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ในฝ่าย ผู้เพ่งด้วยฌาน หรือผู้เข้าฌาน


*******************Smiley****************




Create Date : 05 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2555 22:20:50 น. 2 comments
Counter : 1024 Pageviews.

 

อุตตราอุบาสิกา เป็นหญิงผุ้มีบุญญาและมีปัญญามาก จากการศึกษาประวัตของนาง ทำให้ค้นพบว่านางไม่หลงใหลใดอื่นไปมากกว่าการได้ปฏิบัติธรรมะ ซึ่งเป็นตัวอย่างของอุบาสิกาพระชินสีห์ผู้อย่างแท้จริงค่ะ

......ตามที่เราทราบ ผู้หญิงอาจหึงหวงแย่งยื้อผู้ชายกัน ถึงกลับยอมทำผิดทำบาปทุกอย่าง เพียงเพื่อจะรักษาผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปทุกวันเป็นปรกติ ...แก่หง่อมโดยไม่มีคุณธรรมที่เพิ่มขึ้น บ้างออกลวดลายแห่งกิเลสประจำตัวยามเมื่ออยู่กันนานมากขึ้น สุดท้ายก็ขอแยกทาง หรือยังตาย จากเราไปอีก แยกกันไปตามทางแห่งบุญและบาปซึ่งได้กระทำ


ผู้หญิง....ถ้าไปหวังฝากชีวิต/ความหวัง หรือติดสามีแจมากไป จนลืมและไม่ใคร่ครวญธรรมะ สักวันต้องเสียใจอย่างหนัก และจะมองหาความสุขที่แท้จริงไม่เจอ


การยึดติดกับคน/ สิ่งของ ที่ไม่จีรังเช่นนั้น
แล้วชีวิตเบื้องหลังจากนั้น จะถือสิ่งใดเป็นที่พึ่ง ?

--------

นางอุตตรายอมละเรื่องกามารมณ์และความยึดถือเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่างๆ เพื่อให้ตนเองมีโอกาสปฏิบัติธรรมะ อันเป็นที่พึ่งที่แท้จริงกว่า


แม่นางอุตตราผู้มีปัญญาธรรมงาม ทั้งยังไม่หลงโง่งม ทำในสิ่งที่ผู้หญิงอื่นทำได้ยาก มีแนวคิดอย่างที่หญิงอื่นคิดได้ยาก.....อุ่นอาวรณ์ขอกราบไหว้ค่ะ



โดย: อุ่นอาวรณ์ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:39:23 น.  

 
อ่านแล้ว ซาบซึ้ง ตาสว่าง(ขึ้น)ค่ะ


คนมีบุญ ยอมละทิ้งสิ่งจอมปลอมที่ชาวโลกยึดถือ เพื่อได้รับความสุขทางใจที่มั่นคงยั่งยืน

แต่คนปัญญาน้อย พยายามครอบครองสะสม หวงแหน
ยึดถือ แย่งชิงทุกๆอย่าง ที่เป็นของปลอม เที่ยวพูดว่า "ของข้าๆ" แต่สุดท้าย ไม่ได้อะไรไปสักอย่าง


....สวนทางกันเลย


โดย: ตาสว่าง (อุ่นอาวรณ์ ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:05:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.