The Labyrinth of Perfumnista!
Group Blog
 
All Blogs
 

แนะนำน้ำหอมที่เหมาะกับหน้าร้อน 2008

สวัสดีครับ ช่วงนี้อากาศร้อนจริง ๆ นะครับ ขนาดแดดยังไม่ออก ลมที่โชยมาก็เล่นเอาเหงื่อจะโผล่ออกมาจากรูขุมขนซะแล้ว ช่วงนี้ผมงดน้ำหอมกลิ่นแนว gourmand ทั้งหมด เพราะยังไม่อยากวูบลงกับพื้น

จากน้ำหอมที่ผมมี โดยมากก็เหมาะกับหน้าร้อนอยู่แล้ว เพราะก่อนจะซื้อจะคำนึงถึงสภาพอากาศเป็นหลัก แต่ก็มีพวก Winter Fragrance บ้าง เพราะเอาไว้ใช้ช่วงอากาศเย็น หรือรู้ว่าวันนั้นจะอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน


จาก SET 1

1. Azzaro Chrome มีหลายรุ่นพยายามเลียนแบบ แต่ไม่มีตัวไหนทำให้ความสดชื่นแรงได้ขนาดนี้ ขายดีมากครับ เป็นตัวชูโรงจากค่ายนี้

2. Bvlgari Aqva ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ กลิ่นแนว marine ตัวนี้ดูเหมือนจะไปได้ไกลกว่า Givenchy Blue Label ที่ออกมาก่อน แต่ขายได้ไม่มากเท่าเจ้าขวดกลมเขียว คงเป็นเพราะ Aqva ไปทางสดชื่นอย่างเดียว แต่ Blue Label มีความซับซ้อนมากกว่าและมีกลิ่นอาย woody มากไปนิด จึงกึ่ง ๆ ว่าเป็นแนวสดชื่นจริงเหรอไม่

3. Bvlgari Extreme โดดเด่นด้วยกลิ่นองุ่นอ่อน ๆ ในช่วงต้น และติดทนนานทั้งวัน เป็นน้ำหอมที่ versatile มาก ๆ ครับใช้ได้ในทุกโอกาสจริง ๆ ตั้งแต่ออกงานไฮโซยันใส่ไปตีแบด

4. Bvlgari Soir ออกจะ sensual นิด ๆ ด้วยกลิ่นชาและดอกไม้อ่อน ๆ แต่ยังจัดให้อยู่ในแนว Summer scent ได้ เพียงแต่เหมาะกับตอนเย็นครับ ใส่ไปดินเนอร์ หรือไปเที่ยวกับแฟนก็ได้

5. Caron The 3rd Man เข้าขั้นคลาสสิคเรียบร้อยแล้ว และใช้ได้ดีในหน้าร้อน กลิ่นไม่โดดมากนักในอากาศเย็น ๆ อยากดูเป็นคนมีระดับ มีความป็นผู้ใหญ่ ใช้ตัวนี้ได้เลย ไม่แก่ครับ ยังทันสมัยอยู่

6. Casran by Chopard หอมมากมาย ติดทน กลิ่น sensual แนว Bvlgari Soir แต่ romantic น้อยกว่า และเด่นกว่าด้วย fruity note แบบคม ๆ มีระดับ ใส่ได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นครับ

7. Chevignon น้ำหอมหายาก เปิดมาก็สดชื่นอย่างแรง แต่พอไปถึง base note จะได้กลิ่นอายใบยาสูบแบบแมน ๆ เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศครับ โดนอากาศร้อนได้ ไม่มีปัญหา

8. Corinto Rouge สบาย ๆ ครับ ใส่ไปเที่ยว เล่นกีฬา ยังไงก็หอมครับ เด่นด้วย fruity note ที่ปนด้วย floral note แบบอ่อน ๆ

9. Dunhill Pursuit ตัวนี้โฆษณาด้วยผู้ชายขี่มอไซค์กลางแดด แน่นอน...ทำมาเพื่อหน้าร้อนครับ และก็จริง ๆ เป็นน้ำหอมที่ผมชอบมาก ๆ อีกตัวหนึ่ง เพราะสดชื่นแบบไฮโซยังไงไม่รู้ หาลองกันได้ตามห้างครับ

10. Dune by Dior หอมแบบ sensual นิด ๆ แต่ไม่หนักเกินที่จะใช้ในหน้าร้อน เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศมาก ๆ ครับตัวนี้

11. F by Salvatore Ferragamo หอมด้วย apple นำในช่วงแรก จากนั้นจะมีกลิ่นหนังออกมา และอยู่จนกลิ่นหายไป บ่งบอกถึงความหรูหรา + ทันสมัย

12. Gucci pour homme เป็นกลิ่นวู๊ดดี้ที่ใช้ในหน้าร้อนได้ แปลกแต่จริง คงเป็นเพราะการทำให้ woody note ที่หนัก ๆ แป้ง ๆ ให้กลายเป็นไม้ที่โชยมาแบบอ่อน ๆ อยากให้ลองตัวนี้กันครับ ผมว่าหอมมาก และเหมาะกับคนที่ทำงานออฟฟิศ และต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ

13. Mambo by Liz Claiborne หอมสัปปะรดจริง ๆ แค่ขวดก็บ่งบอกถึง concept ฮาวายแล้วครับ รวมถึงการเต้น mambo อะไรทำนองนั้นด้วย แนว Tropical มาก ๆ หอมจริง ๆ เหมาะกับเมืองไทยสุด ๆ

14. Mont Blanc Presence Cool หอมแบบสดชื่น ๆ แนวเดียวกับพวก Z Zegna ครับ

15. Polo Blue คงไม่ต้องพูดถึงมากนะครับ นำด้วย cucumber แบบสบายจมูก และขายดีมาก ๆ ในอเมริกาครับ

16. Romance Silver ถือเป็นน้ำหอมสุดยอดกับการออกเดทในหน้าร้อนแบบนี้ ไม่หนัก ไม่ฉุนเลยครับ ผู้หญิงก็ชอบใช้ ซื้อไป 3-4 คนแล้วครับ

17. Sander for men หอมสดชื่น ติดทนนาน กลิ่นเปิดจะแปลกนิด ๆ แต่รอไม่นานครับ อาณุภาพความสดชื่นจะเผยตัวออกมา

18. Sean John Unforgivable ขายดีที่สุดก็ตัวนี้ครับ ผมเหลือไม่เท่าไหร่แล้ว หมดแล้วหมดเลยนะครับ หอมด้วยกลิ่นเปิดแตงโมแบบหรู ๆ ลองได้ที่ห้างครับ ขนาด 125ml ราคา 3,900 ครับ

19. Yang น้ำหอมหายากอีกตัว กลิ่นชาเขียวแบบแรง ๆ สดชื่นได้ใจมาก ๆ ใช้ไปครั้งเดียวหลายวันก่อน คนทักประมาณ 3 คนครับ ทำออกมาคู่รุ่นผู้หญิง ชื่อ Yin ครับ ซึ่งรวมกันก็คือหยินหยางนั่นเอง เข้าใจถูกแล้วครับ อิ ๆ

20. YSL L’Homme ยังไม่มีใครสั่งตัวนี้เลยครับ แปลกใจจัง ขวดก็สวยมาก ๆ และเพิ่งออกปี 06 นี่เองครับ หอมสดชื่น ใกล้ ๆ กับ Dune by Dior ครับ

21. Z Zegna ครับ หอมสดชื่น ชวนนึกถึงของที่ชุบโครเมี่ยมเงา ๆ ครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นกลิ่นสดชื่น 21 กลิ่นจาก SET 1 ที่ผมว่าเหมาะกับอากาศช่วงนี้จริง ๆ

จาก SET 2

1. Aramis Always หอมด้วย cucumber + melon ทำนองนี้ครับ แต่แบบอ่อน ๆ ไม่หวานจนฉุนหรือเอียน เหมาะกับหน้าร้อนนี้ โดยเฉพาะคนที่มีความรัก

2. Bvlgari pour homme หอมหรูด้วยชา กลิ่นอ่อนกว่ารุ่น Extreme ครับ

3. Cool Water Deep Limited Edition (sea, scents and sun) ของ Davidoff จะออกแนว Cool Water ครับ คือหอมสะอาด สดชื่น แบบทันสมัย ตัวนี้จะไม่ซับซ้อนนัก กลิ่นเปิดถึงกลิ่นสุดท้ายคล้าย ๆ กันใช้ง่ายครับ

4. Claiborne Sport ช่วงนี้ขายตัวนี้ได้เยอะครับ หอมสดชื่นแนว Eternity + Cool Water และกลิ่นไม่เปลี่ยนหลังโดนเหงื่อ อันนี้ทดสอบเองครับ เพราะเคยใส่ไปตีแบด น้ำหอมแนว Sport จะทำมาไม่ให้กลิ่นเปลี่ยนเวลาโดนเหงื่อ แต่ไม่ work กับทุกคนนะครับ ต้องบอกไว้ก่อน

5. Cool Water Frozen ไม่ซับซ้อนเหมือนรุ่นแรกครับ ใช้ง่ายกว่า เพราะรุ่นแรก กลิ่นเปิดบาดจมูกมาก ๆ

6. DKNY New York อยากรู้ว่าความทันสมัยใน New York เป็นไงต้องตัวนี้ครับ ที่เขาทำขวดสูง ๆ ยาว ๆ ก็เพราะต้องการสื่อถึงตึกใน NYC ครับ หอมสดชื่น ติดทนดีจริง ๆ

7. Escada Sentiment กลิ่นขี้เล่นแนวคอกเทลครับ เหมาะกับวัยใสและคนชอบเที่ยวกลางคืน

8. Guess Man กลิ่นเปิดด้วยแอปเปิ้ล สดชื่น แนวเดียวกับ Z Zegna ครับ

9. Hugo Boss สดชื่นด้วยสัปปะรด แต่คมว่า Mambo ครับ

10. Issey Miyake L’Eau D’Issey จะเข้าขั้นคลาสสิคแล้วครับตัวนี้ หอมสดชื่น ปนด้วยกลิ่นอาย floral note แบบอ่อน ๆ ติดทนด้วยครับ

11. Jaguar Performance ตัววนี้แบ่งได้ 10ml นะครับ เพราะเป็นขวดขนาด 30ml หอมสดชื่น ชวนนึกทันความทันสมัย โครเมี่ยมเงา ๆ รถแรง ๆ

12. Kenneth Cole Reaction น้ำหอมขายดีมาก ๆ ในอเมริกา Mr. Cole ต่อสู้ชีวิตมากครับกว่าจะมาถึงวันนี้ เคยไปขายรองเท้าที่ข้างถนนด้วย น้ำหอมตัวนี้เปิดด้วยกลิ่นแอปเปิ้ลที่ผมชอบที่สุด! คือดมแล้วนึกถึงสวรรค์น่ะครับ แต่หลังจากนั้นความเด่นตรงนี้จะหายไป แต่ก็ยังหอมอยู่ดีครับ

13. Kenneth Cole Signature จากค่ายเดียวกัน หอมวู๊ดดี้แบบบาง ๆ และยังจับกลิ่นผลไม้ได้ด้วย คาดว่าจะเป็นแอปเปิ้ลน่ะครับ

14. Kenzo Air เหลือ 20ml เท่านั้นครับ ชอบจนซื้อมาตุน 2 ขวด ขายขวดเต็ม ๆ ไปเมื่อปลายปี 2007 หอมแบบไม่เหมือนใครดี

15. Lanvin L’Homme หอมมะนาว สะอาด ๆ และออก sensual นิด ๆ ด้วย

16. Lanvin Vetyver หอมสะอาดแบบธรรมชาติด้วยกลิ่นหญ้าแฝก

17. Lucky Number 6 by Liz Claiborne หอมจริง ๆ ครับตัวนี้ กลิ่นอาจจะไม่บาง ๆ เย็น ๆ แต่ใช้กับหน้าร้อนได้ครับ มีกลิ่น plum เป็นตัวชูโรง

18. Pierre Cardin BLACK หอมสะอาด ได้กลิ่นอาย Unforgivable ติดมานิด ๆ 3 อาทิตย์ก่อนใส่ไปตีแบด กลิ่นไม่เปลี่ยนครับ ถือว่าใช้ได้เลย

19. Solo Loewe น้ำหอมจากค่ายดังสัญชาติสเปน หอมไม่เหมือนใคร สะอาด ๆ แต่แอบแน่น ๆ ติดหรูนิด ๆ ที่สำคัญ ทนมาก ๆ ครับ

20. XS by Paco Rabanne หอมสะอาด sensual และคล้ายกับ Himalaya จากค่ายสุดหรู Creed เพียงแต่ XS จะแรงกว่า เด่นชัดกว่า

21. Versace Man Eau Fraiche คล้าย D & G Light Blue ของผู้หญิง จริง ๆ D & G Light Blue for men น่าจะเป็นกลิ่นนี้มากกว่าครับ กลายเป็น Versace เอาไปทำซะ น้ำหอมจาก Versace ติดทนทุกกลิ่นครับ

22. X Limited by Aigner เหลือนิดเดียวครับ หอมใกล้ ๆ CK One แต่สดชื่นกว่า หวานน้อยกว่า

จาก SET 3

1. Armani He หอมสะอาดแนวหนุ่มออฟฟิศ เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือครับ มันชวนให้นึกถึงคนจบนอก คนทำงานแบงค์ หรือบริษัทใหญ่ ๆ น่ะครับ

2. Burberry Weekend ชื่อก็บ่งบอกแล้วนะครับ ประมาณสบาย ๆ ไร้ภาระ สนุกสนาน กลิ่นแปลกดีครับ ไปลองกันก่อนได้ตามห้าง

3. Davidoff Echo Summer Fizz ก็แนว Davidoff อีกเช่นเคย หอมสดชื่น ทันสมัย รุ่นนี้มีกลิ่นมะนาวเสริมในช่วงต้นกลิ่นครับ

4. Givenchy Greenergy หอมสะอาดแบบเรียบร้อย ผู้ดี

5. Halston Unbound ตัวแทน Acqua di Gio ครับ แต่มี fruity note ที่เด่นก็เท่านั้นเอง

6. Lacoste Cool Play สดชื่น ได้ใจ

7. Paris Hilton HEIR หอมสดชื่น มะนาว ๆ แต่อ่อนกว่า Lanvin L'Homme ครับ

8. Rykiel Homme อาจจะติดหวาน แต่หวานแบบใส ๆ ไม่ฉุน ลองนึกถึงไอติมหวานเย็น vs. ไอติมกะทิสิครับ มันมาแบบหวานเย็น ไม่ฉุนแบบหนัก ๆ หรือออกไปทาง woody

9. Rykiel Homme GREY แนวเดียวกับ Corinto Rouge และ Escada Sentiment คือออกแนวคอกเทล สนุกสนาน

จาก SET 4

1. Of a Man by The Body Shop สดชื่นและติดทน ลองก่อนได้ครับ แต่บางสาขาไม่มีนะครับ

2. Preferred Stock by Coty หอมแบบ Drakkar Noir คือสะอาด แมน ๆ นึกถึงเสื้อหนัง

จาก SET 5

ทุกกลิ่นเลยครับ มาในแนวสดชื่น บาง ๆ ใช้กับหน้าร้อนได้ แต่ถ้าให้ตัดออก คงเป็น John Player Special Be Red (unisex) เพราะหวานนม ๆ ไปนิด

สนใจตัวไหน สั่งได้ครับ ดูในโซน "Collection น้ำหอมของผม" พร้อม review เพิ่มจากส่วนนี้




 

Create Date : 23 มีนาคม 2551    
Last Update : 23 มีนาคม 2551 16:01:26 น.
Counter : 4699 Pageviews.  

Sillage scent & Skin scent

ผมว่าคนส่วนมากยังไม่เคยได้ยินคำว่า Sillage ใช่เปล่าครับ อ่านยังไงผมก็ไม่ทราบครับ เพราะเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่มาดูความหมายในภาษาอังกฤษก่อนครับ ซึ่งจริง ๆ มีหลายความหมาย แต่ผมจะตัดเฉพาะความหมายที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำหอมนะครับ

1. to follow in sb's footsteps (เดินตามรอยเท้าของใครสักคน)
2. to remain in sb's shadow (ยังคงอยู่ในเงาของใครบางคน)
3. to pull sb/sth along in one's wake (ดึงความสนใจใครบางคนเข้าสู่การมาของใครบางคน)

ตามความหมาย จะเห็นว่ามีบุคคล 2 คนเสมอ ซึ่งแน่นอน คน ๆ นึงจะต้องมีอะไรบางอย่างให้อีกคนเกิดความสนใจ ในโลกน้ำหอม คำว่า Sillage จริง ๆ แล้วคือกลิ่นที่กระจายออกไปในอากาศและคงค้างอยู่ตามทางที่เราปรากฏกายขึ้น ตามความหมายที่ 1 ก็เกิดในลักษณะที่เราเดินตามคนข้างหน้า แล้วน้ำหอมเขาโชยมาตลอดทางที่เราเดินตามเขาไป ในกรณีที่ 2 จะฮานิด ๆ เช่นคุณเดินเข้ามาในห้องที่ว่างเปล่า แต่กลับได้กลิ่นน้ำหอมเพื่อนร่วมงานที่ฝากทิ้งไว้ (กรณีนี้ ใส่มากไปแล้วครับ ไม่ต้องนึกถึงตอนขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าเลยครับ ถ้ากลิ่นหอมมาก ๆ ก็โอเคครับ) และกรณีที่ 3 - sillage มีอณุภาพทำให้คนหันมามองคุณได้ทีเดียวยามที่คุณปรากฏกายขึ้น พูดง่าย ๆ กลิ่นเดินนำหน้ามาเลย

น้ำหอมที่มี Sillage แรง ๆ ในท้องตลาดมีเยอะครับ แต่ส่วนมาก จะเป็นพวกรุ่นเก่า ๆ หรือน้ำหอมที่ออกแบบมาให้ใช้กับฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว เพราะความเย็นจะทำให้น้ำหอมไม่กระจายกลิ่นนัก จึงเพิ่มจุดนี้เข้าไป ดังนั้น ใครเอาพวก Winter fragrace มาใช้ในหน้าร้อน ต้องระวังนิดครับ เพราะกลิ่นจะฉุนมาก

Sillage scents ก็มีข้อเสียครับ บางตัวจะหอมมาก ๆ ยามที่เราได้กลิ่นมันลอยในอากาศ แต่หากดมบนผิว กลิ่นมันจะแปลก ๆ ออกไปทาง synthetic มาก ๆ ยกตัวอย่าง Dior's Fahrenheit ครับ น้ำหอมผู้ชายรุ่นนี้ถือเป็นกลิ่นที่มี sillage เป็นอาวุธเลยทีเดียว กลิ่นตลบขึ้นอากาศไปไกล และคงค้างอยู่ค่อนข้างนาน แถวบ้านผมมีฝรั่งคนนึง ใช้กลิ่นนี้ครับ ผมไม่รู้ว่าเขาฉีดกี่ครั้งนะ แต่กลิ่นลอยตามหลังเขาไกลถึง 30-40 เมตรเลยทีเดียว ขนาดเลี้ยวไปทางอื่น กลิ่นยังลอยอยู่บนทางที่เขาเดินผ่านไป อาจจะเป็นเพราะอากาศบ้านเราร้อนด้วยไงครับ กลิ่นเลยตลบคูณสอง กลิ่นถัดไปก็ Equipage ของ Hermes ครับ ตัวนี้หอมไฮโซ sillage หอมมาก แต่ดมบนผิว กลิ่นมันจะหนักไปนิด และที่ห้ามพลาด คือ Joop! ครับ น้ำสีชมพู ตัวนี้ดังมาก และเลือกคนใส่ (ไม่ใช่เราเลือกมัน) กลิ่นนี้ขึ้นอยู่กับผิวคนจริง ๆ ครับ แถวบ้านคนมีคนผิวสีใช้ หอมมากมายครับ แต่ผมใช้แล้วไม่เข้ากันเลยขายทิ้งไปแล้ว กลิ่นเย็น ๆ สดชื่น แต่ค่อนข้างแรง ทำให้เสื้อเป็นรอยและผิวแสบได้หากผิวคุณอ่อนบางมาก ๆ เรื่อง sillage ไม่ต้องห่วงครับ กระจายไกลพอ ๆ กับ Fahrenheit นอกจากนี้ ก็เป็นพวก EDP ทั้งหลายครับ จะหอมกระจายไกลหมื่นลี้ (เว่อร์ไปนิด อิ ๆ)

ในทางกลับกัน หากใช้ Summer Fragrance ในฤดูหนาว (เมืองนอก) ก็คงต้องเติมกันทุก ๆ 2 ช.ม. ครับ เพราะกลิ่นจะกลายเป็นแมวเชื่องไปเลย เขาไม่ทำให้มันแรงอยู่แล้ว เพราะอากาศอุ่น ๆ ในหน้าร้อนจะช่วยกระจายกลิ่นเอง




มาพูดถึง Skin Scent บ้างครับ น้ำหอมแนวนี้เหมาะกับการออกเดทเป็นที่สุด sillage แทบไม่มี แต่อาจจะมีบ้างยามร่างกายผลิตความร้อน หรือขี่มอเตอร์ไซค์ตากแดดมา น้ำหอม skin scent หอมมาก ๆ ยามเราดมที่ผิว ไม่ฉุนบาดจมูกเหมือนพวกกลิ่นที่มี sillage แรง ๆ ที่มาล่าสุดเลยก็ Cuba Black ครับ กลิ่นไม่กระจายไกลนัก อยู่แค่รอบ ๆ ตัว รวมถึง Dune by Dior, FCUK for men (ของผู้หญิงไม่แน่ใจครับ) ตัวนี้ผมแค้นมาก ใช้ไป 70ml (ฉีด 3 ครั้งรอบคอ) เพื่อนร่วมงานไม่เคยทักครับ พอวันนึง ใส่ Cool Water ที่เก็บมา 6-7 ปีไปทำงาน แซวกันใหญ่หาว่ามีเดทตอนเย็นเหรอ ซึมไปเลยครับ ซื้อเต็มราคาด้วยตอนนั้น 2,200 ครับ แต่กลิ่นก็หอมดี จะว่ากันไปแล้ว ไปตำหนิเขาก็ไม่ได้ เพราะ concept เขาคือ Scent to Bed ครับ พร้อมรูปผู้ชายและผู้หญิงนั่งคลอเคลียอยู่บนเตียง + กับชื่อที่ล่อแหลม ในต่างประเทศ มีคนออกมาประท้วงโฆษณาตัวนี้ด้วยครับ

สรุปนะครับ จะซื้อน้ำหอมขวดแพง ๆ ใช้ ต้องถามจุดประสงค์ตัวเองก่อนครับ ว่าต้องการ sillage แรง ๆ ไหม และเวลาเทสต์ ก็เทสต์กับผิวตัวเองเท่านั้นนะครับ แนะนำบริเวณข้อพับแขน 1 ครั้ง และข้อมือ 1 ครั้ง จากนั้นเดินเล่นก่อนครับ ไปดูของ เวลาหยิบจับสิ่งของแขนก็จะเคลื่อนขึ้นลงใช่เปล่าครับ นั่นล่ะครับ ดูว่ากลิ่นตีขึ้นไหม ถ้าได้กลิ่นเฉพาะตอนยกแขนขึ้นลง แสดงว่า sillage อยู่ระดับปานกลาง แต่ถ้าเดินเฉย ๆ แขนแนบลำตัว แล้วกลิ่นตีขึ้น ให้ 5 ดาวไปเลยครับ

* ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดด้วย BA บางคนกดหัวสเปรย์แค่ครึ่งเดียวครับ บางคนไม่มียั้ง ขอให้สนุกกับการเลือกซื้อครับ




 

Create Date : 04 มีนาคม 2551    
Last Update : 4 มีนาคม 2551 16:15:20 น.
Counter : 1951 Pageviews.  

REVIEW - Cool Water Frozen by Davidoff

ความคลาสสิคของ Cool Water (original) คงไม่ต้องพูดถึงแล้วนะครับ ขายมาได้ 20 ปี แถมคนใช้ยังครอบคลุมตั้งแต่รุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงวัย 10 ปลาย ๆ เนี่ย บ่งบอกได้อย่างดีว่ามันไม่มีวันตาย เพราะมันมีกลิ่นอายของความทันสมัยอยู่ ผมเชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้า (หากโลกไม่แตกก่อน) ก็น่าจะยังขายดีอยู่



จริง ๆ แล้ว Cool Water ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำหอมฝรั่งเศสชื่อดังจากค่าย Creed ที่มาในชื่อ Green Irish Tweed ซึ่งตัวนี้ผมก็มี แต่เป็นแบบขนาดทดลอง ผมไม่แปลกใจเลย เพราะมันคล้ายกันมาก (ในบางวูบที่ได้กลิ่น) หากทว่า...ของดีและแพงอย่าง Creed นั้นเหนือชั้นกว่าแบบตามไม่ทัน นั่นเพราะส่วนผสมที่มีคุณภาพกว่ามากนั่นเอง GIT นี่หอมตั้งแต่ต้นจนจบ และติดทนมาก อยากให้ไปลองกันที่ ZEN ครับ



กลับมาที่ Cool Water ผมไม่ชอบตรง top note มันนี่แหละครับ ฉีดออกมา มันจะ sharp มาก บาดจมูก ต้องรอสัก 30 นาทีถึงจะพัฒนาไป base note ซึ่งหอมพอต่อการรอคอย แต่กลิ่นนี้ค่อนข้าง sensitive นะครับ ผิวบางคนไม่เหมาะเลย ใส่แล้วไม่หอม

รุ่น original เพิ่งหมดไปเองครับ เป็นขวดที่ 2 ของผม ทีแรกว่าจะซื้อขวดที่ 3 แต่เปลี่ยนใจขอลอง Limited Edition ที่มาในชื่อ Frozen ดีกว่า เพราะอยากรู้ว่าจะเย็นสดชื่นแค่ไหน

มาถึงเมื่อวาน ก็ test เลยครับ สิ่งที่ผมชอบมากคือ...top note มันไม่คมบาดจมูกเหมือนรุ่นพี่ หากแต่หอมสดชื่นเลย และก็พัฒนาไปถึง base note ค่อนข้างเร็ว ซึ่งจะว่าไปแล้ว ตัวนี้มีความ "ซับซ้อน" น้อยกว่ารุ่นดั้งเดิม การที่น้ำหอมซับซ้อนน้อย มีทั้งข้อดีและเสียครับ ในกรณีนี้ ถือว่าดี เพราะมันหอมตั้งแต่ต้นจนจบ หากแต่รุ่นดั้งเดิมมีการเปลี่ยนของกลิ่นช้า และ top note ไม่ค่อยน่าพิสมัยเท่าไหร่ ดังนั้น ถือว่าเป็นความซับซ้อนในเชิงลบนิด ๆ สำหรับผม

หากให้สรุป ถือว่าตัวนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจากรุ่นดั้งเดิมนัก ก็อย่างที่บอกข้างต้นแล้วนะครับ ผมชอบมากกว่าเพราะหอมเร็ว ไม่บาดจมูก



ความทนก็พอ ๆ กับรุ่นพี่ของเขา ให้ 3.5 ส่วนความชอบ 4 ครับ




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2551 22:09:23 น.
Counter : 697 Pageviews.  

REVIEW - Azzaro Visit

บกันอีกรอบหลังตรุษจีนครับ ปีนี้อะไร ๆ ก็ดูเงียบ ๆ ไปหมดเลยนะครับ ช่วงตรุษจีนเหงามากมายครับ ว่าแล้ว...ก็ดู ๆ ว่ากลิ่นไหนใน collection จะเหมาะกับความรู้สึกแบบนี้ เหงาแบบกำลังดี ไม่เศร้าใจหรือหดหู่ มองแต่ละขวดไป ก็นึกถึงกลิ่นมันไป จนมาสะดุดที่ Azzaro Visit น้ำหอมในขวดสวย ๆ จาก Loris Azzaro ที่ออกมาในปี 2003 ส่วนตัว Mr. Azzaro เองก็เสียชีวิตลงในปีเดียวกัน

Mr. Azzaro เป็นชาวฝรั่งเศส ดังขึ้นมาด้วยการออกแบบชุดหรูให้คนกลุ่มสังคมชั้นสูงของฝรั่งเศส ดาราดังอย่าง Nicole Kidman ก็เป็นลูกค้าของเขาด้วย จนมายุค 70s เขาได้ออกน้ำหอมออกมา และถือว่าประสบความสำเร็จมาก จวบจนทุกวันนี้ น้ำหอมของเขามีชื่อเสียงมากกว่าเสื้อผ้าเสียอีก สีที่ Mr. Azzaro ชอบคือสีฟ้า ซึ่งสะท้อนออกมากับน้ำหอมอย่าง Chrome, Visit และ Bright Visit ตัวล่าสุด

Visit ทำให้ผมนึกถึงฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นพอประมาณ เลยต้องการน้ำหอมที่มีความอบอุ่นเล็กน้อย แต่ไม่หนักเกินไป ภาพที่เห็นก็เป็นสวนสาธารณะอีกแล้ว มีใบไม้ร่วงเกลื่อนอยู่เต็มพื้น ผู้ชายใส่เสื้อ Jacket ทำด้วยขนสัตว์ เดินอยู่เพียงลำพัง พระอาทิตย์กำลังตกลงต่ำกว่าขอบฟ้าสุดสายตา ความรู้สึกเดียวดายเกาะกุมหัวใจ นึกถึงใครบางคนท่ามกลางชีวิตในเมืองอย่างนิวยอร์ค

Top Note: Cerdamom, Nutmeg, Pink Pepper
Middle Note: Blue Cedar, Gaiacwood, Incense
Base Note: Musk, Amber

ช่วงต้นกลิ่น หอมมากมายไปกับ nutmeg และ cerdamom ที่ว่ากันว่าปลุกอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง (คนตั้งครรภ์ควรอยู่ให้ห่างจากเตาอโรมาที่ใส่กลิ่น cerdamom ไม่ใช่ Visit นะครับ เพราะไม่ได้มี note เดียว) ช่วงต้นนี่บ่งบอกถึงความทันสมัยได้ดีมาก ๆ ภาพพวกตึกออฟฟิศหรู ๆ ผุดขึ้นมาเลยครับ พอเข้าช่วงกลาง จะเริ่ม spicy มากขึ้น และ sexy หน่อย ๆ ซึ่งผมชอบช่วงนี้ที่สุด เพราะชวนให้เห็นภาพที่พรรณาไว้ข้างต้น ส่วนช่วงท้าย จะหอมสะอาด ๆ ตามแบบฉบับพวก musk ทั้งหลาย ทว่า...ยังมีกลิ่นอายของความอบอุ่นอยู่บาง ๆ ซึ่งแน่นอน...เป็นกลิ่น amber นั่นเอง

กลิ่นนี้เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศมาก ๆ ไม่เหมาะกับคนอยู่นอกห้องแอร์ทั้งวัน ด้วยความที่มัน spicy และอบอุ่นนิด ๆ นั่นเอง

Mr. Azzaro เยี่ยมมากในการทำกลิ่นนี้ออกมา เพราะเป็นกลิ่นอบอุ่นที่มีภาพสีฟ้าตาม concept ประกอบอยู่ในฉากหลัง เพราะว่าไม่ได้อบอุ่นแบบชวนนอนใต้ผ้าห่ม แต่อบอุ่นแบบโมเดิร์นสุด ๆ กลิ่นที่ใกล้เคียงกับ Visit คือ Gucci Rush ครับ เชิญลองได้ตามเคาน์เตอร์แล้วเทียบกันดูครับ โน้ต nutmeg ใน Rush อ่อนกว่า Visit ซึ่งทำให้อบอุ่นน้อยกว่า ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่อยู่นอกห้องแอร์บ่อย ๆ หรือทั้งวัน

ความชอบต่อ Azzaro Visit ผมให้ 4.5 ส่วนความทน 4.5 เช่นกันครับ ค่ายนี้ทำน้ำหอมติดทนทุกกลิ่น ยกเว้นพวกรุ่น Pure Vetiver, Pure Lavender และ Pure Cedrat ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2551 19:38:41 น.
Counter : 457 Pageviews.  

REVIEW - F by Salvatore Ferragamo



F (Fascination) น้ำหอมจากดีไซเนอร์อิตาเลียนชื่อดัง ที่มาในขวดเรียบง่าย แต่ทันสมัย ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังเลย แม้ว่า Subtil ขวดเบี้ยวสีน้ำเงิน น้ำหอมสำหรับผู้ชายตัวก่อนหน้านี้จะไม่สามารถรักษาพื้นที่ใน collection ของผมได้

แต่ด้วยชื่อเสียงของ Olivier Polge มีหรือที่จะไม่ดี น้ำหอมอย่าง Flower Bomb, Dior Homme, Pure Poison และ Moschino Friends นี่ผมชอบทั้งนั้น


และมากไปกว่านั้น พ่อของเขาคือ Jacques Polge คนที่เป็นคนปรุงน้ำหอมให้ค่าย Chanel ชื่อดัง ฝีมือคงไม่ทิ้งกันเท่าไหร่


F เปิดด้วย fresh accord สดชื่นแบบทันสมัย และดูมีความมั่นใจ ทว่าไม่แมนเกินไปและไม่วัยรุ่นเกินไป อยู่พอดี ๆ ในระดับ 28-35 หากให้เทียบกับอายุ

Top Note: Apple, Lavender
Middle Note: Black Pepper
Base Note: Labdanum

ผมจับกลิ่นของ Incanto (อีกรุ่นของ Ferragamo) ได้นิดนึงในช่วงกลาง แต่ไม่มี woody note เป็น Incanto แบบใส ๆ ลองนึกถึงไอติมหวานเย็นแบบไม่มีนมดูครับ ประมาณนั้นเลย ไม่ใช่ไอศครีมแบบนมถึง ครีมถึง ดังนั้น กลิ่นแบบนี้จะเหมาะกับหน้าร้อนมากกว่าตัว Incanto แต่พอกลิ่นพลิกไปถึง base note จะเริ่มได้กลิ่นหนัง และ note ที่บ่งบอกถึงความรู้หรา มีระดับ ภาพที่ผมนึกถึงคือคอนโดที่ตกแต่งแบบทันสมัย ใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ชุบโครเมียม รวมถึงย่านสุขุมวิท อโศก พูดง่าย ๆ กลิ่นมันบ่งบอกถึงความทันสมัย ตามโลกทัน

น่าเสียดายที่กลิ่นนี้ไม่ดังมากนัก แม้แต่เวบทางการยังไม่มีกลิ่นนี้โชว์อยู่เลย แต่ผมมองว่าเป็นกลิ่นที่เยี่ยมที่สุดจากค่ายนี้ ด้วยความที่ทันสมัย กลิ่นติดทน และ sillage แรงทีเดียว โดยปกติ น้ำหอมจากค่ายนี้จะไม่ทนนัก ถ้าให้เรท ก็แค่ 3 ดาว แต่ F ผมให้ 4 ดาว ส่วนความชอบ ให้ 4.5 ครับ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 18:04:31 น.
Counter : 1005 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Benzac
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




สวัสดีครับ Benzac เองครับ จบด้านวรรณคดีอังกฤษมาครับ เคยทำงานด้านการท่องเที่ยวมา 4 ปี เป็นครูและนักเขียน freelance ด้วยครับ แต่ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัวครับ มาคุยเรื่องน้ำหอมกันนะครับ

Bangkok

Friends' blogs
[Add Benzac's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.