"ใส่ชุดอะไรไปสมัครแอร์ดีคะ?"
วันนี้นั่งอัพบล๊อครัวๆ หลังจากดองไว้จนเกลือขึ้นบล๊อคไปละ มาต่อกันดีกว่า

"จะไปสมัครแอร์ใส่ชุดไรดีคะ?"
"สูทสมัครแอร์ซื้อที่ไหนดีคะ?"
"จะไปสมัครสาย..... นี้ใส่ชุดอะไรดี?"

Smiley คำถามสำหรับมือใหม่ที่จะสมัครแอร์ค่ะ สมัยเราสมัครใหม่ก็แบบนี้แหละ ตอนนั้นปรึกษาเพื่อนคนนึงให้ไปซื้อซอยละลายทรัพย์ ในพลาซ่าหลังธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่จะมี 2 ร้านค่ะ คือ
1. ร้าน Long Collection
2. ร้าน ธิดา Collection
2 ร้านนี้เป็นพี่น้องกันค่ะ คุณป้าบอกมา 5555 ราคาไม่แพงตอนนั้น 2,200 บาท คิดว่าตอนนี้น่าจะราคาเดิมมั๊งนะ ลองไปสอบถามดูค่ะ มีทั้งแบบสำเร็จ ลองแล้วชอบซื้อเลย กับสั่งตัดค่ะ ต้องรอนิดนึง ลูกค้าของทั้งสองร้านเยอะมากกกก ^^ ตอนนั้นเราได้สูทสีเทามา 1 ชุดค่ะ แต่ใส่ไม่นานก็เปลี่ยนมาใส่สีแดงเลือดนก เพราะแฟนเราบอกว่า เราใส่มันเหมาะกว่า 

Smiley  การเลือกชุดไปสมัครแอร์นั้น ส่วนใหญ่เขาจะระบุว่า "Business Attire" ก็คือมีเสื้อสุภาพกับกระโปรง/กางเกง อาจจะสวมแจ๊คเก็ตด้วยก็ได้ ดังนั้นใส่อะไรก็ได้ค่ะ แต่ต้องสุภาพ เหมาะกับบุคลิก และเหมาะสมสำหรับการสมัครงาน จะใส่แค่สวยๆ กับกระโปรงก็ได้ จะเสื้อแขนยาวหรือแขนสั้นก็ได้ 
         เอาจริงๆ มันไม่มีกฏตายตัวนะ ว่าเราต้องใส่ "สูท" ไปสมัครงาน ใส่อะไรก็ได้ เรียบร้อยและถูกกาละเทศะเป็นพอค่ะ เราเคยไปสมัครแอร์เอเชียครั้งนึง เจอน้องผู้หญิงใส่เดรสแขนกุด แต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยอะค่ะ พี่ลูกเรือที่ตรวจเอกสารเลยพูดขึ้นมาว่า "น้องแต่งตัวแบบนี้มาสมัครงานหรอคะ?" เราได้ฟังนี่สะพรึงเลยค่ะ เข้าใจว่าแอร์เอเชียไม่ต้องใส่สูท รวมผมตึง แต่ก็ต้องแต่งให้ถูกกาละเทศะนะ 
       เราขอแปะไอเดียการแต่งตัวไปสมัครแอร์ให้ดูละกัน ซึ่งมีทั้งเซฟมาจากการค้นๆ ในกูเกิ้ลและใน Pinterest 







นี่เป็นภาพคร่าวๆ นะคะ เราชอบเก็บรูปที่ชอบไว้ที่ pinterest ค่ะ ลองตามไปดูกันนะคะ >> https://www.pinterest.com/belltuba/business-attire/

สำหรับบางสายการบินจะระบุ dress code มาเลยค่ะว่าให้ใส่เสื้อแขนสั้นหรือยาวสีอะไร กระโปรงสีอะไร ก็ใส่ตามที่สายการบินเขาระบุไว้นะคะ ^^ 

จากภาพจะเห็นว่ามีเดรสแขนกุดด้วยเนอะ เราว่าใส่ได้นะ แต่น่าจะเป็นสายอินเตอร์ๆ แขกๆ ไรงี้ ถ้าจะให้ดีใส่เสื้อคลุมทับอีกตัวนึงเพื่อความปลอดภัยค่ะ ^^"

ปล. เวลาใส่สูท ระวังเสื้อตัวในด้วยนะคะ อย่าให้คอลึกเกินไป โป๊เกินไปนะคะ เวลาไปสมัครสายการบินแทบเอเชียหรือของไทย เพื่อความสุภาพค่ะ ^^" 

Smiley นาฬิกา ใส่แบบสุภาพ เรียบร้อย จะสายหนังหรือสายสแตนเลสก็ได้ค่ะ แต่อย่าแฟชั่นสีส้ม สีชมพูไรงี้ก็พอ 

Smiley ต่างหู เลือกแบบมุกเม็ดเดี่ยว เพชรเม็ดเดี่ยว หรืออะไรก็ได้ที่ขนาดกำลังดี และเรียบร้อยค่ะ 

Smiley ว่ากันด้วยเรื่องถุงน่อง.... เราเคยทะลึ่งใส่ถุงน่องดำไปสัมภาษณ์ China Airlines ครั้งล่าสุดมาค่ะ ใส่อยู่คนเดียว กรรมการคนไทยเลยมาแอบกระซิบหลังไมค์ว่า วันที่ต่อไปให้ใส่สีเนื้อมานะคะ ^^" คือบางทีเรามองว่ายูนิฟอร์มเขาใส่สีดำ ก็เลยจะใส่บ้างอะ 5555 เอาเป็นว่า ใส่สีเนื้อไปปลอดภัยสุดค่ะ 5555 ส่วนเรื่องของยูนิฟอร์มของเขาก็อีกเรื่องนึงเนอะ ^^"

Smiley รองเท้า  แนะนำให้ซื้อแบบที่ตัวเองใส่แล้วสบายที่สุด ใส่แล้วไม่กัด ยืนทั้งวันได้แบบไม่เมื่อย แต่ต้องเป็นแบบปิดหัว ปิดท้ายนะคะ สุภาพสุด จะใส่สีอะไรก็ได้ แต่ให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ก็พอค่ะ 

Smiley  สำหรับร้านที่ขายชุดไปสมัครแอร์นะคะ มีร้าน V-Sign สยาม รุ่นน้องเราว่าดีงามค่ะ เจ้าของร้านเทคแคร์ดีมาก งานละเอียดมาก และดีไซด์ล้ำค่ะ ไม่ค่อยซ้ำใคร แต่ราคาก็จะแพงกว่าร้านป้าๆ ที่ซอยละลายทรัพย์ ลองไปดู ไปลองได้ค่ะ ใต้โรงหนังลิโด้ จริงๆ แล้วเราไม่ค่อยมีข้อมูลร้านขายสูท ขายชุดนะ คือตัวเราเองก็ใช้ชุดเดิมมานาน ถ้าคิดจะเปลี่ยนก็คงไปเลือกผ้า เลือกแบบเอง ตัดเองค่ะ 5555 
      ที่สยาม มีร้านขายสูทหลายร้านค่ะ ลองเดินดูทั่วๆ ค่ะ 555 
      ยูเนี่ยนมอลนี่ หาซื้อเสื้อสวยๆ ได้ไม่ยากเลยจริๆ 555 เดินเพลินๆ ให้ครบทุกชั้นค่ะ จะได้ทั้งเสื้อ กระโปรง รองเท้า กระเป๋า ต่างหู ครบ!!! 

สำหรับตอนนี้เราว่าน่าจะพอครอบคลุมละเนอะ... ยาวมากแล้วเดี๋ยวจะเบื่ออ่านกันไปซะก่อน แค่นี้ก่อนละกันค่ะ Smiley Smiley

arr. by BelLTuba




Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 22:14:42 น.
Counter : 10485 Pageviews.

0 comment
"ถ่ายรูปสมัครแอร์ที่ไหนดี?"
Smiley "ถ่ายรูปสมัครแอร์ที่ไหนดีนะ?" Smiley

สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มสมัครแอร์ คงกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่แน่นอน วันนี้เราเลยจะรีวิว(รูปน้อย) ของร้านที่เราถ่ายมาครั้งล่าสุดค่ะ ^^

Smiley IMPRESS STUDIO Smiley
https://www.facebook.com/impressstudio.net
http://www.impressstudio.net/

ร้านนี้อยู่ใกล้กับ BTS สนามเป้า หาไม่ยากเลยค่ะ ไปตามแผนที่เลย ทางเข้าร้านอยู่ข้างๆ คลีนิคหมอ.... อะไรสักอย่าง จากนั้นเดินขึ้นไปชั้น 2 เลยจ้า http://www.impressstudio.net/contact/ เราแนะนำว่าก่อนไปถ่าย โทรไปจองคิวก่อนก็ดีนะคะ เผื่อคนเยอะ ^^

              พอไปถึงนะคะ ก็แต่งหน้าได้เลย พี่ช่างแต่งหน้าที่แต่งให้เราชื่อพี่เกิ้ลค่ะ พี่เขาน่ารักและเป็นกันเองมากๆ ^^ ก่อนหน้าบอกพี่เขาด้วยนะคะ ว่าได้ทารองพื้นหรืออะไรมาก่อนออกจากบ้านบ้าง พี่เขาจะได้ทำงานสะดวกๆ ง่ายๆ ค่ะ แต่งหน้าเสร็จก็ทำผมต่อเลย แต่ถ้าใครใส่เสื้อแบบที่ต้องทางหัว คงต้องเปลี่ยนเป็นชุดของที่ร้านก่อนนะ หน้ากับผมจะได้ไม่พัง ผมพี่เขาทำง่ายๆ ค่ะ เพราะเราถ่ายรูปแต่ด้านหน้า 
               แต่งหน้าทำผมเสร็จ ก็มาเลือกชุด เลือกรองเท้า ทางร้านจะมีไว้ให้บริการทั้งหมดเลยค่ะ รวมทั้งต่างหูด้วย เรียบร้อยจากแผนกนี้ก็ไปถ่ายรูปกันเลยจ้า
               ร้านนี้จะถ่ายรูปด้วยฉากหลังเป็นสีๆ นั้นจริงๆ ไม่มีการเอามาตัดแปะในโฟโต้ช้อป เพราะฉะนั้นรูปที่ออกมาสวยแน่นอนจ้า ถ่ายรูปต่อ 1 สีฉากไม่นานค่ะ ใครถ่าย 2 ฉากจะเปลี่ยนชุดหรือจะไม่เปลี่ยนชุดก็ได้ค่ะ ถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยพี่ช่างภาพจะให้เรามาเลือกรูปค่ะ ว่าจะเอารูปไหน พอเลือกรูปเสร็จแล้วก็ไปต่ออีกแผนกนึงเลยจ้า
                ไปต่อกันที่พี่แผนกกราฟฟิค พี่เขาจะปรับให้เราดูก่อยคราวๆ ว่าจะแก้ตรงไหน ลบรอยตีนกาจุดไหนบ้าง แล้วเราอยากให้แก้ตรงไหนเพิ่มมั๊ย ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย นัดวันรับรูปได้เลย เราไม่แน่ใจนะว่าทางร้านมีส่งไปรษณีย์ให้รึเปล่า ยังไงก็ลองสอบถามดูจ้ะ 
                ก่อนวันรับรูปทางร้านจะส่งเมลรูปไว้ให้เราไว้สมัครออนไลน์ก่อนค่ะ วันที่ไปรับรูปเราจะได้มาใน Package แบบนี้ สวยงาม หรูหรา หยิบใช้สะดวกสบาย พร้อมทั้ง CD file ภาพ ค่ะ


Smiley ราคาที่เราถ่ายก็ 2,990 บาท/2 ฉาก
http://www.impressstudio.net/packages/%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AA-2/  ถามว่าแพงมั๊ย ก็แพงนะ แต่เราว่าคุ้มดีอ่า เราได้รูปเช็ตละ 1 โหล ทั้งหมดก็ 48 ภาพ ใช้ได้นานดีนะ 55555 และเราพอใจกับภาพที่ออกมาเป็นธรรมชาติ สวยแบบไม่เกินไป ไม่ต่างจากตัวจริงมากนัก 5555 โดยรวมแล้วเราว่าโอเคเลยนะ ((ปล.ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ 555))

ตัวอย่างค่ะ >>>  <<<<

     แต่ถ้าใครมองว่าราคามันแพงเกินไปก็ลองถ่ายร้านนี้ดูค่ะ -
https://www.facebook.com/photomaniaTJ?fref=ts  ถูกและดี ภาพสวยราคาไม่แพง แต่....ต้องแต่งหน้าทำผม เตรียมเสื้อผ้ามาเองนะคะ พี่เขาเป็นช่างภาพถ่ายรูปอย่างเดียว 55555 
     นอกจากนี้ก็มี....
http://www.photolistastudio.com/index.php ร้านนี้เคยถ่ายเมื่อสองปีที่แล้วค่ะ ดีเหมือนกัน ^^
http://www.studioroombangkok.com/ ร้านนี้เปิดใหม่ เห็นอยู่แค่ราชเทวีเอง ไม่เคยถ่ายค่ะ ^^
https://www.facebook.com/AirmadeStudio ร้านนี้ก็เปิดมานาน เคยถ่ายแล้ว ก็โอเคนะคะ
  และร้านที่อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าวอีกหลายร้าน ลองเลือกกันดูนะคะ ^^

ขอจบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้..... ตอนหน้ามาคุยกันเรื่องชุดไว้ไปสมัครแอร์กันค่ะ Smiley

arr. by BelLTuba





Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 12:59:58 น.
Counter : 3710 Pageviews.

3 comment
****.......สถาบันติวแอร์ฯ นั้น สำคัญมั๊ย????.......******
"จำเป็นมั๊ยที่ต้องเรียนพิเศษที่สถาบันติวฯเพื่อสมัครแอร์?" 

เป็นคำถามที่เราเห็นบ่อยตามหน้า FB และเวบบอร์ดอื่นๆ และคำตอบนั้น ขึ้นอยู่กับตัวของคนถามเองค่ะว่า "จำเป็นหรือเปล่า?"

บอกก่อนตรงนี้เลยว่า เราเป็นคนนึงที่เรียนพิเศษเพื่อพัฒนาบุคคลิกภาพและภาษาสำหรับสมัครแอร์ฯโดยเฉพาะกับสำนักแห่งหนึ่ง "ถ้าถามว่าทำไมถึงเรียน?" เพราะเราไม่รู้เลยค่ะว่าตัวเองบกพร่องเรื่องอะไร ทำไมถึงตกรอบ 3 วิ(Pre-Screen)ของ Qatar Airways ถึง 3 ครั้งติดกันในช่วงที่สมัครใหม่ๆ เลยเดินเข้าไปที่สำนักแห่งนั้น เพื่อขอคำปรึกษาและพัฒนาตัวเราค่ะ

"ตกลงมันจำเป็นมั๊ย?" 
"ไม่จำเป็นค่ะ" อันนี้คือความคิดเห็นของเรานะ ความคิดเห็นจากคนที่เคยเรียนมา ไม่ใช่ว่าการเรียนพิเศษมันไม่ดี มัน "ดี" ค่ะ ดีมากๆ เลยด้วย แต่ที่เราบอกว่าไม่จำเป็น เพราะเพื่อนเราในบริษัทปัจจุบันหลายคนก็สามารถเป็นแอร์ฯได้ โดยไม่ต้องเรียนอะไรเลย เพื่อนเราพัฒนาตัวของพวกเขาเองค่ะ ทั้งภาษา บุคคลิก การตอบคำถาม กรูมมิ่ง 

"เพื่อนเราเขาทำยังไง?"
แต่ละคนวิธีพัฒนาแตกต่างกันไปค่ะ ขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจของเขา ณ ตอนนั้นด้วย 
- การฝึก "ภาษา" ไม่ยาก ถ้าตั้งใจและพยายามมากพอ ฝึกกับเพื่อน ฝึกกับตัวเอง ฝึกกับแฟน หรือใครก็ได้ทั้งนั้น
- "การพัฒนาบุคคลิก" ให้ไปลองนั่งสังเกตดูลูกเรือเอมิเรตส์ กาต้าร์ เอธิฮัด โคเรี่ยนแอร์ เอเชียน่า ที่สนามบินสักวันนึงค่ะ เผื่อจะเห็นแนวทาง หรือ บางคนเลือกที่จะทำงานเป็น 'พริตตี้,MC' ค่ะ งานพวกนี้เป็นงานที่ฝึกบุคคลิกของเราได้ดีมากๆ เลยทีเดียวนะ ไม่ใช่แค่เรื่องบุคคลิก รวมถึงเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยค่ะ หรือ ไปทำงานโรงแรมในแผนก Front/Reception อันนี้เราก็ว่าช่วยได้นะ 
- "กรูมมิ่ง" ฝึกค่ะ หัดแต่งหน้า-ทำผมเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้หา How-To ได้ง่ายมากๆๆ ก.ไก่ล้านๆ ตัว ทำทุกวัน ทำบ่อยๆ ให้เกิดความเคยชินก็จะทำได้ค่ะ หรือ.... ลงคอร์สเรียนแต่งหน้าเลยค่ะ (เราแนะนำคนนี้เลยไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆ แนะนำจากใจจริงๆ https://www.facebook.com/MsRoseQuartzBlog?fref=ts  ปัจจุบันเป็นแอร์กาต้าร์ค่ะ พี่เขาแต่งหน้าเป๊ะเว่อร์วังมากกกก กรูมมิ่งเป๊ะสุดๆ ตัวเราเองยังอยากเรียนเลย 55555) คือลงเรียนหนึ่งครั้งสามารถนำเทคนิคมาใช้ได้ตลอดนะ 

"ข้อดีของการเรียนพิเศษติวแอร์ฯ" (ตามความคิดของเรานะ)
1. มีที่ปรึกษาคอยชี้แนะว่าเราควรปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรตรงไหนบ้าง เหมือนมีกระจกมาสะท้อนตัวเราอะค่ะ อย่างน้อยเราจะได้เดินถูกทางเนาะ
2. เป็นการบังคับตัวเองให้ขยัน ตั้งใจเรียน เพราะค่าใช้จ่ายแพง 5555 
3. เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราเองเวลาไปสมัครสายการบินต่างๆ ค่ะ
4. มีติวเข้มก่อนไปสัมภาษณ์สายการบินต่างๆ เพื่อสร้างความพร้อมแบบสุดๆ
5. ได้เพื่อนใหม่ๆ ที่มีความฝันเดียวกัน และพร้อมจะช่วยเหลือกันค่ะ อันนี้จากประสบการณ์ตรงของตัวเองเลย เพื่อนๆ จะให้กำลังใจกันตลอด ช่วยเหลือกัน เป็นที่ปรึกษากัน จนทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ค่ะ ^^
6. ทักษะภาษาพัฒนาได้เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้นนะ

"ข้อเสียละ?"
1. ราคาสูงค่ะ สูงมากๆ ตอนเราเรียนก็ปาดเหงื่อไปหลายที
2. บางทีอาจจะสูญเสียความเป็นตัวเราค่ะ เพราะการท่องๆ บทตามสคริปต์ที่คิดมาทั้งหมด กรรมการบางคนดูออกค่ะ 
3. เวลาอาจจะไม่ตรงกับเวลาของเรา ทำให้ไม่สะดวกเข้าไปเรียนบ้าง 

ข้อดี ข้อเสีย ที่นึกออกก็จะมีประมาณนี้ค่ะ ตัวเราเองเรียนพิเศษจริง แต่ก็เหมือนไม่เรียน เคยคุยกับพี่ๆเพอร์เซอร์ กับพี่ครูว์เมเนเจอร์บอกว่า "เราไม่เหมือนคนเรียนมาค่ะ" เพราะดูไม่เฟค ไม่เป๊ะเว่อร์ มีความเป๊ะในแบบของตัวเอง ประกอบกับว่า เราโชคดีที่มีคนข้างกาย(แฟน)ดีค่ะ ฮีคอยแนะนำอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งการพูดจา บุคคลิก การเลือกเสื้อผ้าไปสัมภาษณ์ ทัศนคติก็เคยปรับกันมาแล้วค่ะ ฮีจะสอนให้คิดบวกๆ อยู่เสมอๆ และอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล แถมยังสอนให้มโนด้วยค่ะ 5555 เทคนิคเวลาสัมภาษณ์อีกอย่างหนึ่งคือการมโน ใส่โน่นนี่นั่นเพิ่มลงไปนิดหน่อยให้พอดีๆ ให้เราดูน่าสนใจค่ะ (((**แต่ต้องไม่เว่อร์จนเกินไปนะ)) 

ดังนั้น..... การที่เราได้มาทำงานลูกเรือ ณ ตอนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากตัวเราเองบวกกับสิ่งที่ได้จากการเรียนพิเศษ

ทีนี้..... หลายๆ คนน่าจะพอนึกออกแล้วเนอะว่า สำหรับตัวคุณเอง "จำเป็นมั๊ย?" ถ้ายังนึกไม่ออกก็คิดไปเรื่อยๆพร้อมกับพัฒนาตัวเองค่ะ ^^ 

ปล. "แต่" ถ้าอยากเรียนจริงจริ๊ง แนะนำให้ลงคอร์สสั้นๆ แบบเรียน 1-2 วัน หรือแบบติวฟรีของสำนักต่างๆ ก่อนค่ะ จะได้นึกภาพออกว่าต้องเรียนมั๊ย? 

สำหรับวันนี้ขอบคุณและสวัสดีก่อนนะคะ วันหลังจะมาแชร์เรื่องการเตรียมตัวก่อนลงสนาม/อัพเดทเรื่องการถ่ายรูปสมัครแอร์/ร้านตัดสูทสมัครแอร์ และอีกมากมายยยย นะคะ ^^

arr. by BelLTuBa





























#สมัครแอร์ #cabincrew #flightattendant #แอร์โฮสเตส #ติวแอร์



Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 13:00:24 น.
Counter : 474 Pageviews.

0 comment
ว่ากันด้วยเรื่องการสัมภาษณ์ Cabin Crew/Air Hostess
สวัสดีค่าาา หายไปหลายวันโน๊ะ วันนี้มีเรื่องอยากแชร์ อยากบอกต่อค่ะ :)

ว่ากันด้วยเรื่องการเข้าไปสัมภาษณ์ Cabin Crew/Air Hostess ไม่ว่าจะเป็นรอบ Pre-Screen, Final หรือรอบไหนก็ตามแต่....

"Grooming" 
_เป็นสิ่งสำคัญนะคะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปจ้างช่างทำผมหมวยสิบแปดชั้น หรือกล้วยหอมอเมซอนอะไรนะ เราเชื่อว่าสาวๆ ทำเองได้ค่ะ ฝึกบ่อยๆ ทำทรงง่ายๆ อย่างทรงบันธรรมดาก็พอค่ะ เพียงแค่เก็บผมให้เรียบร้อย ไม่ให้มีลูกผมร่วงลงมาปรกหน้าตา ซึ่งจะเก็บผมข้างหน้ากันยังไงแล้วแต่เลยค่ะ อ้อ...แนะนำค่ะว่าทำมวยต่ำจะสวยกว่าทำมวยสูงค่ะ อันนี้อาจารย์สอนแต่งหน้าของ PG บอกมา ^__^ 
_สำหรับ Make-Up นั้น จะปากแดงสด แดงเลือดนก หรือชมพูกลีบบัวก็ได้ทั้งนั้นค่ะ แต่...ต้องเหมาะกับตัวเรานะและให้เหมาะสมกับสไตล์ของแต่ละสายการบินที่ไปสมัครด้วย ส่วนตาจะฟาดบล๊อคดำ น้ำตาล ได้หมดจ้ะ แต่อย่าให้มันแฟชั่นมากเกินไป ทำทุกอย่างให้พอดี แล้วมันจะออกมากดีเองจ้ะ ..... ตัวเราเองแต่ก่อนแต่งหน้าไม่เป็นนะ เวลาไปสมัครทีนึงจ้างช่างที ครั้งละ 700-800 ว่ากันไป คิดๆแล้วก็เสียดายเงินอยู่เหมือนกัน จนมาถึงตอนนี้แต่งหน้าเองเป็นละ เพราะฉะนั้น ถ้าแต่งไม่เป็น "ฝึก" ค่ะ การฝึกฝนทำทุกๆวัน จะทำให้เราชำนาญขึ้น ยิ่งตอนนี้ Guru Beauty มีเยอะมากๆ ลองดูและทำตามค่ะ ช่วยได้เยอะจริงๆ นะ ((ต้องขอขอบขุ่นพี่โมเมพาเพลิน, คุณป่านศรี, คุณชินามอลเกิล และอีกหลายๆ ท่านมา ณ ที่นี้จริงๆ ค่ะ (^/^) ))
_เสื้อผ้า .... อันนี้ก็แล้วแต่จริงๆ จะใส่สูท เดรส เสื้อสวยๆกับกระโปรง ได้ทั้งนั้น ขอให้ใส่แล้วมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพของเราให้ดูโดดเด่นออกมา แค่นั้นพอค่ะ แต่.....อยากฝากไว้เรื่องนึง เรื่องการจับคู่สีค่ะ เคยเจอเสื้อสีชมพูบานเย็นกับกระโปรงสีเขียว อันนี้มิโอเคจริงๆ นะ Smiley จับคู่สีให้เข้ากันนะคะ อย่าตัดกันเกินไปแบบที่เราเจอมา ูSmiley ช่วงนี้เทรนสีแดงมาแรงค่ะ คือตัวเราเองมีสีแดงเลือดนกอยู่ชุดนึง สมัยประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว สีแดงยังไม่ฮิตมาก ช่วงนั้นฮิตสีเทา สีชมพู สีฟ้า สีครีม ประมาณนี้ ก็เลยเลือกตัดสีแดง แต่ล่าสุดที่เข้าไป Emirate Assessment Day 2 ครั้ง เจอแต่สีแดงทั้งนั้นเลยค่าาาาาา Smiley ตามมาด้วยสีดำ สีครีม ..... อันนี้ใครมีสูทสีแดงอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปตัดใหม่นะ เปลืองเงิน 5555
_รองเท้า .... สุภาพ ปิดหัว+ท้าย สีเข้ากับชุด ใส่สบาย สูงกำลังดี จบค่ะ ^___^

เรื่อง Grooming ผ่านไป มาต่อกันเลยการสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับกรรมการค่ะ ...... ขอออกตัวก่อนว่าตัวเราเองไม่ได้เก่งนะ ทักษะภาษาอังกฤษบ้านมากๆ สมัครแต่ละครั้งก็ไม่ได้เข้ารอบทุกครั้ง แต่เรามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำค่ะ//

"การท่องบทพูด" คือ กรรมการเขาทราบนะ ว่าใครท่องมาหรือไม่ท่องมา เพราะคำตอบมันจะเป็นแพทเทิร์นคล้ายๆ กันไปหมดเลย และทีนี้กรรมการบางคนฟังแล้วก็จะเบื่อ ยิ่งฟังเป็นร้อยๆ คนยิ่งน่าเบื่อเข้าไปใหญ่ เราอยากให้จำเป็นคีย์เวิร์ดมากกว่าค่ะ เช่น คุณมีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง? แทนที่จะตอบเป็นแพทเทิร์นแบบที่ท่องๆ มา ให้จำเป็นคำๆ และพอเวลาตอบค่อยๆ ปล่อยมันออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด เชื่อสิ...ว่ากรรมการจะสนใจตัวเรามากขึ้นนะ ไม่ได้บอกนะว่าการท่องๆ บทที่เรียนมาเป็นสิ่งที่ไม่ดี.....ท่องได้ค่ะ แต่ต้องเป็นธรรมชาติ และดูเป็นตัวเรามากที่สุด บอกเลยว่าเราเองก็ผ่านการติวมา แต่วันที่สัมภาษณ์ไฟนอลของบริษัทที่ทำงานอยู่อะ ไม่ได้พูดตามบทเลย วันนั้นตื่นเต้นมาก จำได้แค่เป็นคำๆ กรรมการถามอะไรก็ตอบไปเท่าที่จะพูดออกมาได้ แกรมม่าแทบไม่ได้สนใจ แต่เราก็ผ่านมาได้ ((**วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผลกับการสัมภาษณ์กับสายตะวันออกกลางหรือสายยุโรปนะ**)) และจากการคุยกับพี่ๆ ที่นั่งเป็นกรรมการคัดเลือกมา คือ พี่เขาบอกว่า พี่เขารู้อะว่าคนไหน Fake คนไหนท่องมา ....อย่าลืม ว่ากรรมการเขานั่งฟังมาเป็นพันๆ คนละอ่าาา 

แฟนเราเคยบอกว่า การที่จะทำให้เราเป็นจุดเด่น น่าสนใจ สำหรับกรรมการ นอกจากทักษะและความสามารถแล้ว ยังมี "ออร่า" อีกนึงอย่างที่จะช่วยให้เราโดนใจกรรมการได้ -ออร่า- สร้างได้โดยการทำสิ่งที่ดีๆ ที่เหมาะกับตัวเราอยู่เป็นประจำๆๆๆ ทำซ้ำๆๆๆ เดิมๆๆๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำเสียงที่พูด การเดิน การยืน เป็นต้น ถ้าเราทำทุกๆ วัน มันจะกลายเป็นความเคยชิน > นิสัย > และจะเกิด -ออร่า- ขึ้นมา ยกตัวอย่างวันนี้.... เราเจอน้องคนนึงไปสัมภาษณ์สายการบินนกกระเรียนแดง กรูมมิ่งน้องเขาถือว่าโอเคนะ เรียบร้อย แต่งหน้าพอเหมาะกับจะไปสัมภาษณ์กับเขา แต่...น้องเขาขาดออร่า นั่งแล้วดูกลืนไปกับผู้คน ในขณะที่ วัน Assessment ของ EK เราเจอหลายคน ที่มีออร่า ดูโดดเด่น ถึงแม้จะะไม่ได้ใส่สูทแดง ทำผมเป๊ะเว่อร์วัง แต่ผู้หญิงคนนั้นดูโดดเด่นจริงๆ และสุดท้ายเขาก็ผ่านรอบ Pre-Screen ไปอย่างไม่ต้องสงสัย 

----เราขอฝากไว้เท่านี้ละกันค่ะ อย่างที่บอก.....ว่าเราไม่ได้เป็นคนเก่งกาจ มากความสามารถ โทอิค 900 แต่อย่างใด... เราแค่อยากแชร์สิ่งที่พบเจอมา จากประสบการณ์อันน้อยนิดของเรา ให้กับทุกคนๆ ที่อยากเป็นแอร์ อยากเป็นลูกเรือ ได้รู้ บางคนอาจจะไม่มีโอกาสได้เรียนติวแอร์ หรือกำลังเตรียมตัวจะสมัครงานด้านนี้ เราเชื่อว่าทุกๆ วันจะต้องมีมือใหม่มาล่าฝันเกิดขึ้นทุกๆ วัน จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้จ้ะ แต่อย่างน้อยก็มีข้อมูลไว้บ้างก็ดีเนอะ----

**ขอให้หนุ่มสาว ผู้มีความฝัน ทำความฝันให้เป็นจริงๆ ไวๆ นะคะ SmileySmiley

arr.by BelLTuBa



Create Date : 24 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2557 21:29:02 น.
Counter : 766 Pageviews.

0 comment
Finally !!! I can do it !!!
สวัสดีค่า Smiley

จากเดือนสิงหาคม 2555 จนถึง ณ วันนี้ เป็นระยะเวลา 1 ปี 2 เดือนกว่าๆ สำหรับการสมัครกว่า 12 ครั้ง 7 สายการบิน .... ความพยายามของเรา "สำเร็จ" แล้วค่ะ Smiley  ถึงแม้จะเป็นความสำเร็จเล็กๆ กับสายการบินเปิดใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยเราก็มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำไปต่อยอดกับจุดหมายที่ตั้งเป้าไว้ในอนาคตได้ 

กว่าเราจะเดินทางมาถึง ณ จุดนี้ บอกเลยว่าไม่ง่าย สายการบินของเราเปิดใหม่จริง แต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ทุกอย่างเป็นมาตรฐานในทุกๆ รอบ ตั้งแต่รอบยื่นเอกสาร(Pre-Screen), Group Interview และ Final Interview เราเองก็ยังงงๆ ว่าผ่านมาได้ยังไง Smiley

**First Round : Pre-Screen 
เดินทางไปถึงบริษัทแต่เช้า เป็นคนแรกที่ไปยื่นเอกสารของวันนั้น ไปแบบไม่เกร็งไม่เครียดอะไร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ทำ Attitude Test สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยกับ HR Director และ Purser ประมาณ 5-10 นาที และก็กลับบ้านเลย รอประกาศผลอย่างเดียว 

**Second Round : Group Interview
หลังจากประกาศผลรอบแรก (เราเองก็ยังงงๆ ว่าผ่านมาได้ไงวะ ^^") ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปทำกรุ๊ปมาก แค่ตามอ่านใน Blog ต่างๆ ว่าเขามีเทคนิคในการทำกรุ๊ปยังไง และก็เตรียมใจไปก็พอ 
วันทำกรุ๊ปก็แบ่งกรุ๊ปละ 8 คน รุ้สึกว่าเราโชคดีที่เจอเพื่อนๆ ในกรุ๊ปดี มานั่งทำความรู้จักกันก่อนทำกรุ๊ป มีคนช่วยเปิด มีคนช่วยเชียร์ให้เพื่อนพูด ต่างคนต่างช่วยเหลือกันในกลุ่ม ทำให้เรารู้สึกไม่เกร็งอะไร และวันนั้นก็ผ่านไปด้วยดี เราเองก็ไม่ได้หวังอะไรมาก ถ้าผ่านก็กำไร ถ้าไม่ผ่านก็ถือว่าเป็นประสบการณ์

**Final Round : Final Interview
วันรุ่งขึ้นสายการบินประกาศผลผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายอย่างรวดเร็ว 555 ตอนเห็นรายชื่อบอกเลยว่า "งง" เออฉันก็ไม่ได้พูดเยอะนะ แต่ผ่านมาได้งัยยยยย แต่ก็เอาเถอะๆ เตรียมตัวไปสัมภาษณ์ไฟนอลกันดีกว่า .... เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ แอบตื่นเต้นเบาเบา เพราะเป็นครั้งแรกที่ผ่านเข้ามารอบสุดท้าย ใจเต้นแรงมาก แต่ก็พยายามนึกคำตอบในใจ เผื่อกรรมการถาม และวินาทีนั้นก็มาถึง เข้าห้องไปสัมภาษณ์ต่อหน้ากรรมการ 6 คน !! มาเริ่มนั่งเก้าอี้เท่านั้นแหละจ้า กรรมการยิงคำถาม "รัวๆๆๆๆๆ" แบบตอบยังไม่จบก็เปลี่ยนคำถาม !! Smiley ถามเสร็จก็ให้อ่าน P.A. ทั้ง TH/EN ตอนอ่านก็พยายามมโนๆ ไปว่าตัวเองกำลังนั่งอ่าน P.A. อยู่บนเครื่อง 5555 เสร็จสิ้นก็กลับบ้านเลยจ้าาา

**Final Interview Result !! 
นั่งรอผลไฟนอลอย่างใจจดจ่อ ไม่เป็นอันทำงานหลายวัน และวันนั้นก็มาถึง "วันที่เห็นชื่อตัวเองเป็น 1 ในผู้รอดชีวิต 24 คนสุดท้ายที่จะได้เป็น Cabin Crew ของสายการบินนี้"  วินาทีนั้นบอกเลยว่าดีใจมากนะ เพราะเราก็เหนื่อยมาประมาณนึง ท้อมาก็บ่อย แต่ก็ยังพยายามจนมาถึงตรงนี้ หลังจากรอบนี้ก็ไม่มีอะไรให้กังวลมาก เหลือว่ายน้ำและตรวจสุขภาพแค่นั้นก็เซ็นสัญญาได้เลย

**Finally I Can Do It!!**
สุดท้ายแล้ว เราก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับสายการบินนี้ ได้มีโอกาสเรียกตัวเองว่า "Cabin Crew" สักที ตอนนี้รู้สึกคุ้มกับสิ่งที่ทุ่มเทไป ความสำเร็จที่ได้มาจากความพยายามมันช่างหอมหวานจริงๆ จากนี้ต่อไป "ของจริง" ได้เริ่มขึ้นแล้วล่ะ.... Smiley

ถึงเพื่อนๆ ทุกคน ขอบคุณที่เข้ามาแวะอ่าน Blog เล็กๆ แห่งนี้ ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และอีเมลที่ส่งมาให้กำลังใจและทักทายนะคะ 

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังล่าฝันอยู่ ขอให้เดินทางถึงความฝันเร็วๆ มันอาจจะมีล้มบ้าง ท้อบ้าง แต่อย่าหมดกำลังใจนะคะ ความสำเร็จที่สวยงามรอเราอยู่ที่ปลายทางค่ะ สู้ๆๆ ^_^






Create Date : 08 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2556 17:57:16 น.
Counter : 1352 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

btb
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



Bell Tuba

Create your badge