Group Blog
 
All blogs
 

ลำนำรักสีรุ้ง Extra Episode : ยามเช้ากับอาการเมาค้าง

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


ลำนำรักสีรุ้ง Extra Episode : ยามเช้ากับอาการเมาค้าง


เช้าแล้วสิ... ผมรู้สึกได้ถึงแสงแดดอุ่นๆ ที่ลอดผ้าม่านเข้ามาส่องอยู่บนแผ่นหลัง แต่เพราะยังงัวเงียเนื่องจากเมื่อคืนไปกินเลี้ยงฉลองวันเกิดเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานจนดึกดื่น แถมวันนี้ยังเป็นวันหยุดอีกจึงยังไม่ค่อยอยากตื่นสักเท่าไหร่

ผมยื่นมือออกไปอีกด้านและพบว่าคนที่นอนร่วมเตียงลุกไปแล้ว ผมจึงขยับหนีแสงแดดไปตรงที่ว่างฝั่งนั้นแล้วก็ดึงผ้าห่มที่ร่นอยู่ตรงเอวให้ขึ้นมาคลุมไหล่เพื่อบังแสง แม้จะรู้สึกร้อนนิดๆ ก็ต้องยอม เพราะไม่อย่างนั้นคงเหงื่อซึมเพราะแสงแดดที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นแน่

ทั้งที่ความจริงแล้วผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้

เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบาแต่ก็กระฉับกระเฉงดึงความสนใจของผมที่กำลังจะหลับต่อ ผมได้ยินเสียงผ้าม่านทึบถูกรูดปิดจนภายในห้องสลัวขึ้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงกดรีโมทเปิดแอร์เบาๆ ก่อนที่ลมเย็นๆ จะไหลลงมาจากเครื่องปรับอากาศ ไอเย็นเริ่มเข้ามาจับฝ่าเท้าที่โผล่พ้นผ้าห่มจนรู้สึกหนาว คราวนี้ผมเลยตะแคงตัวไปอีกด้านแล้วดึงผ้าขึ้นมาคลุมโปงทั้งตัวแทน

ผมได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง คราวนี้เจ้าของฝีเท้าเดินอ้อมปลายเตียงมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้า ผมจึงพยายามฝืนความง่วงหรี่ตาขึ้น ความสลัวในห้องบวกกับอาการเมาค้างทำให้เห็นหน้าคนที่ยืนอยู่ไม่ชัดนัก แต่ก็มั่นใจจากท่าทางของคนที่กำลังก้มลงมามองว่าอีกฝ่ายต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ เป็นยิ้มแบบที่ยกมุมปากโค้งขึ้นนิดๆ แต่ไม่เห็นฟันแบบที่เจ้าตัวมักจะทำจนติดเป็นนิสัย

"ขอนอนอีกแป๊บนะ แล้วเดี๋ยวเป้จะพาออกไปกินข้าวข้างนอก"

"ง่วงก็นอนไปเถอะเป้ เดี๋ยวตื่นแล้วค่อยโทรสั่งอะไรขึ้นมากินที่ห้องก็ได้"

น้ำเสียงรื่นหูที่ได้ยินเมื่อไหร่ก็สบายใจทำให้ผมยิ้มออกมา ผมจึงยอมฝืนความขี้เกียจ ยื่นมือออกจากใต้ผ้าห่มไปดึงมือของวิวมาแตะริมฝีปากแล้วก็อ้อนเสียงแหบ

"แอร์หนาวจัง วิวมานอนเป็นเพื่อนหน่อยสิ"

มีเสียงหัวเราะในคอดังมาจากคนที่ยืนอยู่ แต่วิวก็แค่ดึงมือออกแล้วยีผมของผมเบาๆ

"ไม่เอาหรอก ขืนนอนด้วยวันนี้คงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี เดี๋ยววิวจะไปซักผ้า ถ้าเป้ตื่นแล้วอยากกินอะไรค่อยมาบอกนะ"

"อื้อ"

ผมยอมปล่อยมือแต่โดยดีก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าเริ่มดังห่างออกไป แต่ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มเจียนจะหลับรอบสอง เสียงฝีเท้านั้นก็ดังใกล้เข้ามาใหม่ ก่อนที่ผมจะรับรู้ถึงลมเย็นๆ บนแขนเพราะผ้าห่มถูกเลิกขึ้น จากนั้นเตียงก็ยวบลงด้วยน้ำหนักของคนที่นอนซ้อนเข้ามาทางด้านหลัง

"คิดอีกที เดี๋ยวค่อยซักพรุ่งนี้ก็ได้ ยังไงก็ยังมีวันหยุดอีกหลายวัน"

วิวเอ่ยก่อนจะแนบหน้าผากลงบนแผ่นหลังของผม ขณะเดียวกันมือข้างหนึ่งก็พาดมาบนเอว ผมจึงยิ้มก่อนจะดึงมือข้างนั้นให้โอบเอวผมแน่นขึ้น แรงสั่นที่ส่งผ่านมาทางแผ่นหลังทำให้รู้ว่าวิวกำลังหัวเราะก่อนที่เจ้าตัวจะระบายลมหายใจยาว ไม่นานเสียงหายใจสม่ำเสมอที่ลอยเข้าหูก็กล่อมให้ผมหลับใหล และครั้งนี้มีรอยยิ้มติดอยู่บนมุมปากของผมตลอด

แค่การเอาใจเล็กๆ น้อยๆ จากคนที่รักในเวลาที่เราอยู่กันสองคน...ก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นจากอาการเมาค้างในเช้าวันนี้ได้แล้ว...



++---End---++




 

Create Date : 26 กันยายน 2557    
Last Update : 26 กันยายน 2557 15:16:30 น.
Counter : 547 Pageviews.  

ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร [3]

ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร หรือ เมื่อเป้เจอกับวิวตอนสี่ขวบ (3)


ตลอดเวลาเรียนช่วงเช้าที่เหลือ คุณครูใช้วิธีแยกเด็กชายเป้ไปนั่งโต๊ะที่ไกลเด็กชายวิวที่สุด ตอนแรกเธอก็กลัวเด็กชายเป้จะร้องไห้งอแงอยู่เหมือนกัน แต่โชคดีว่านอกจากโดนทำหน้ามุ่ยใส่ เด็กชายก็เชื่อฟังและยอมสลับที่นั่งกับเพื่อนอีกคนแต่โดยดี

ในที่สุดก็ถึงเวลาพักกลางวัน

คุณครูให้เด็กๆ จูงมือกันเป็นแถวยาวเพื่อเดินไปที่โรงอาหาร หลังจากแต่ละคนได้ถาดอาหารแล้วก็นั่งทานตามโต๊ะที่ติดหมายเลขห้องเรียนไว้ เมื่อกินเสร็จก็ไปวิ่งเล่นช่วงพักกลางวันได้

หลังกินข้าวเสร็จแล้วเด็กชายวิวก็ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ แต่ผ่านไปได้ครู่หนึ่งก็ปวดฉี่เลยวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างๆ ตึก พอเดินออกมาล้างมือก็ตกใจที่เห็นเด็กชายเป้ยืนรออยู่

"น้องวิว ไหนสัญญาว่าจะเล่นชิงช้ากับน้องเป้ไง"

"อ๊ะ...เอ่อ"

เด็กชายวิวไม่ได้ลืมสัญญา เด็กชายวิวจำได้ แต่ว่า...พอโดนจุ๊บปากเมื่อเช้าก็เลยตกใจ ไม่กล้าเล่นกับเด็กชายเป้อีก

"น้องวิวไม่ชอบน้องเป้เหรอ?"

สีหน้าหงอยๆ ของคนถามทำให้เด็กชายวิวตกใจ เขาเป็นเด็กที่ยังไม่รู้จักว่าการเกลียดเป็นยังไง ดังนั้นใครมาคุยมาเล่นด้วยเขาก็ชอบทั้งนั้นแหละ

แต่เพื่อนๆ คนอื่นก็แค่มาชวนเล่นด้วย แต่ไม่มีใครมาจุ๊บปากเขาแบบเด็กชายเป้นี่นา

พอเห็นเด็กชายวิวไม่ตอบ เด็กชายเป้ก็ยิ่งหน้าหงอยมากขึ้น

"งั้นไม่เป็นไร น้องเป้ไปละ"

พอเห็นหน้าเศร้าๆ ของเด็กชายเป้ เด็กชายวิวก็ใจไม่ดี จึงรีบดึงชายเสื้อของเด็กชายเป้ที่กำลังจะเดินหนีไว้ พอเด็กชายเป้หันมาก็รีบอธิบาย

"น้องวิวไม่ได้ไม่ชอบน้องเป้นะ แต่น้องวิวไม่เคยโดนจุ๊บ แล้วคนอื่นก็เห็นเต็มเลย น้องวิวไม่ชอบนี่นา"

"น้องวิวไม่ชอบที่น้องเป้จุ๊บ หรือไม่ชอบที่คนอื่นเห็นอะ?"

เด็กชายเป้ถามอย่างมีความหวัง เด็กชายวิวฟังแล้วก็งงเพราะตอนแรกแค่คิดว่าไม่ชอบที่โดนจุ๊บ แต่พอโดนถามว่าไม่ชอบที่คนเห็นรึเปล่า เขาก็ชักสับสน

"เอ..."

"เอางี้ น้องวิวให้น้องเป้จุ๊บอีกที ตรงนี้ไม่มีใครเห็นด้วย จะได้รู้ว่าไม่ชอบที่โดนจุ๊บรึเปล่า"

"หา?"

เด็กชายวิวยังไม่ทันหายงง เด็กชายเป้ก็จูงเขาเข้าไปในห้องน้ำแล้วดันหลังให้พิงผนัง จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บปากเด็กชายวิวเบาๆ อีกที

"เป็นไงมั่งน้องวิว?"

"เอ่อ...เอ่อ..."

เด็กชายวิวตอบไม่ถูก รู้แต่ว่าพอโดนจุ๊บคราวนี้ไม่ตกใจมากเท่าครั้งแรก คงเพราะเด็กชายเป้บอกล่วงหน้าก่อน แล้วตรงนี้ก็ไม่มีใครเห็น เขาเลยไม่ได้อยากร้องไห้งอแงเหมือนเมื่อเช้า

"สงสัย...น้องวิวคงไม่ชอบที่มีคนเห็นมากกว่า"

"ถ้างั้นก็ชอบที่น้องเป้จุ๊บใช่มะ"

เด็กปายเป้ฉีกยิ้มดีใจ ขณะที่สมองเล็กๆ ของเด็กชายวิวปั่นป่วนเพราะพยายามคิดว่าตกลงชอบหรือไม่ชอบที่โดนจุ๊บ ความจริงเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ชอบ ความรู้สึกที่ตรงข้ามกับไม่ชอบคือชอบ ถ้างั้นก็แปลว่าชอบละมั้ง

"อื้อ น้องวิวชอบ"

เด็กชายวิวดีใจที่ตัวเองหาคำตอบได้แล้วจึงยิ้มแฉ่ง แก้มกลมยุ้ยเรื่อสีเลือดฝาดจนเด็กชายเป้ทนไม่ไหว เอามือประคองหน้าเด็กชายวิวแล้วก็หอมแก้มซ้ายขวาอย่างมันเขี้ยว

"น้องวิวน่ารักที่สุดเลย งั้นออกไปเล่นชิงช้ากันนะ"

"อื้อ ไปๆ"

เด็กชายเป้จูงมือเด็กชายวิวแล้ววิ่งกลับไปที่สนามเด็กเล่นด้วยกัน ขณะที่คุณครูสาวซึ่งบังเอิญเดินผ่านมาได้ยินทุกอย่างได้แต่ยืนกุมท้องที่ปวดแปล๊บๆ

สงสัยยาดมจะเอาไม่อยู่...คงต้องพึ่งยาแก้โรคกระเพาะอีกขนานเสียแล้ว


++------++


A/N: เขียนตอนนี้ไปก็สงสารคุณครูไป หวังว่าคุณครูจะปรับตัวได้ไวๆ นะคะ 555+




 

Create Date : 29 กันยายน 2556    
Last Update : 29 กันยายน 2556 14:28:53 น.
Counter : 527 Pageviews.  

ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร [2]

ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร หรือ เมื่อเป้เจอกับวิวตอนสี่ขวบ (2)

หลังจากเรียนวิชาแรกกันเสร็จแล้ว คุณครูก็ให้เด็กๆ ได้พักด้วยการปล่อยให้เล่นในสนามเด็กเล่น เด็กชายโอ๊คจูงเด็กชายวิวไปเล่นก่อกองทรายด้วยกัน พลันเด็กชายเป้ก็เดินดุ่มๆ เข้ามา

"น้องเป้เล่นด้วย"

"เอาสิๆ น้องวิว ให้น้องเป้เล่นด้วยเนอะ"

"อื้อ"

เด็กชายวิวไม่แปลกใจที่มีเพื่อนอีกคนมาขอเล่นด้วย แต่ก็งงๆ ว่าทำไมเด็กชายเป้จะต้องมานั่งเบียดข้างๆ แล้วพอเขาเอามือตบๆ ภูเขาทราย เด็กชายเป้ก็ต้องเอามือมาตบๆ ทับบนมือเขาด้วย เลยขยับตัวไปนั่งอีกด้านให้ไกลจากเด็กชายเป้หน่อย

"น้องเป้ มาช่วยน้องโอ๊ควาดรูปบนภูเขาตรงนี้หน่อยสิ"

"หือ ก็ได้"

เด็กชายเป้มองเด็กชายวิวที่ขยับหนีไปนั่งห่าง แล้วก็ลุกไปนั่งข้างๆ เด็กชายโอ๊คตามที่ขอ เด็กชายวิวได้ยินเด็กชายโอ๊คชวนเด็กชายเป้คุยนั่นนี่อย่างกับตัวเองไม่ได้อยู่ด้วย แล้วก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆ เลยลุกขึ้นแล้วเดินออกมา

เด็กชายวิวไม่รู้เหมือนกันว่ามีใครสนใจเขาหรือเปล่า แต่ก็เดินเงียบๆ ไปที่ตู้กดน้ำดื่มใต้หลังคาตึกเรียนข้างสนามเด็กเล่น ยังไม่ทันจะหยิบแก้วกระดาษที่วางเรียงบนถาดก็มีมือเล็กๆ ฉวยแก้วกระดาษใบหนึ่งไปกดน้ำแล้วยื่นส่งให้

"อ้ะ"

เด็กชายเป้พูดพลางยื่นแก้วน้ำกระดาษให้เด็กชายวิว เด็กชายวิวมองอย่างประหลาดใจ แต่ก็รับแก้วน้ำมาแล้วดื่มอึกใหญ่

"เอาอีกมะ?"

"อื้อ"

เด็กชายเป้ยิ้มกว้างแล้วก็รับแก้วน้ำกระดาษใบเดิมมากดน้ำเติมให้อีกรอบ เด็กชายวิวรับแก้วไปแล้วก็ดื่มจนหมด

"ขอบคุณนะ"

"ไม่เป็นไร กลับไปเล่นต่อกัน"

"หวา"

เด็กชายวิวส่งเสียงอย่างตกใจเพราะเด็กชายเป้เล่นจูงมือแล้วก็พาวิ่งกลับไปที่สนามเด็กเล่นโดยไม่รอคำตอบ แต่ยังไม่ทันจะพาไปนั่งชิงช้า คุณครูก็ประกาศหมดเวลาพักและให้กลับไปเรียนวิชาต่อไป

เด็กชายเป้ทำหน้ามุ่ยเพราะกะว่าจะช่วยโล้ชิงช้าให้เพื่อนนั่ง เลยบ่นกระปอดกระแปดระหว่างที่จูงมือเด็กชายวิวกลับเข้าไปในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนๆ

"แย่จัง น้องเป้กะผลักชิงช้าให้น้องวิวเล่นสูงๆ เลยนะ ทำไมคุณครูต้องหมดเวลาด้วยเนี่ย"

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเด็กชายเป้ถึงอยากเอาใจตัวเองนัก แต่เด็กชายวิวก็มองในแง่ดีว่าเด็กชายเป้คงอยากเป็นเพื่อนด้วย จึงกระตุกมือเด็กชายเป้ที่จูงตัวเองอยู่แล้วยิ้มให้

"เดี๋ยวตอนพักรอบต่อไปค่อยเล่นกันใหม่ คราวนี้น้องวิวจะให้น้องเป้ผลักชิงช้าให้"

"จริงๆ นะ?"

"จริงๆ สิ"

เด็กชายเป้มองเด็กชายวิวอย่างตื่นเต้นดีใจ เด็กชายวิวเห็นหน้าเด็กชายเป้ที่ยิ้มแฉ่งแล้วก็หัวเราะ แก้มกลมยุ้ยอมสีเลือดฝาดดูแล้วน่ารักถูกใจเด็กชายเป้เป็นที่สุด

จุ๊บ...

"อ๊ะ น้องเป้ น้องเป้ทำอะไรอะ แงงงงงง"

คุณครูสาวได้ยินเสียงร้องไห้ก็วิ่งหน้าเริดมาดูด้วยความตกใจ และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อพบว่าคนที่ร้องคือนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาวันนี้ แถมคนที่จูงมือเจ้าตัวอยู่คือเด็กชายเป้จอมป่วนอีกแล้ว

"โอ๋ๆ น้องวิวไม่ร้องนะครับลูก ใครทำอะไรหนูครับ ไหนบอกคุณครูมาซิ"

คุณครูสาวถามขึ้นหลังจากแกะมือเด็กชายเป้จากมือเด็กชายวิวได้สำเร็จ และจูงเด็กชายวิวออกมานอกห้องเรียนจนพ้นรัศมีการได้ยินของเพื่อนๆ เด็กชายวิวเบ้ปากแล้วเหลือบมองไปทางเด็กชายเป้ที่ยืนเกาะประตูมองตัวเองอย่างกระวนกระวาย จากนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอีก

คราวนี้คุณครูได้คำตอบที่ทำให้เธอคิดว่าต้องเริ่มพกยาดมติดตัวเสียที

"ก็น้องเป้...น้องเป้มาจุ๊บปากน้องวิว ฮึก...แล้วก็บอกว่าโตขึ้นจะให้น้องวิวเป็นเจ้าสาว แต่น้องวิวเป็นเด็กผู้ชาย น้องวิวไม่อยากเป็นเจ้าสาว แงงงงง"


++------++


A/N: ความแก่แดดแก่ลมของเด็กชายเป้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ติดตามกันในตอนต่อไปได้ค่า




 

Create Date : 22 กันยายน 2556    
Last Update : 22 กันยายน 2556 10:17:25 น.
Counter : 512 Pageviews.  

ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร [1]

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


ลำนำรักสีรุ้ง ภาคพิสดาร หรือ เมื่อเป้เจอกับวิวตอนสี่ขวบ (1)

ณ โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง หลังเคารพธงชาติแล้วคุณครูสาวก็จูงมือนักเรียนใหม่ซึ่งเป็นเด็กชายตัวน้อย แก้มกลมยุ้ยมีเลือดฝาดในเครื่องแบบเสื้อเชิ้ตปล่อยชายกับกางเกงขาสั้นเข้าไปในห้องเรียน หลังจากเด็กคนอื่นๆ นั่งที่กันแล้วจึงเอ่ยแนะนำ

"เอาล่ะเด็กๆ วันนี้มีเพื่อนใหม่มาเรียนกับเรานะจ๊ะ เพื่อนชื่อน้องวิว ไหนน้องวิวหวัดดีเพื่อนๆ ซิครับ"

"หวัดดีคับ วิวคับ"

"เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวน้องวิวไปนั่งตรงเก้าอี้ข้างๆ น้องโอ๊คนะลูก ตรงนี้จ้ะ"

เด็กชายตัวน้อยเดินตามคุณครูสาวที่จูงไปยังโต๊ะด้านหลังห้อง จากนั้นคุณครูก็เดินกลับไปที่หน้าชั้นแล้วหยิบปากกามาวาดรูปตัวการ์ตูนบนไวท์บอร์ด

"เอาล่ะ วิชาแรกเราจะวาดภาพกันนะจ๊ะ ใครนั่งข้างใครก็จับคู่กับเพื่อนคนนั้น แล้ววาดหน้าเพื่อนด้วยสีที่ครูจะแจกให้นะ"

หลังจากบอกโจทย์แล้วคุณครูสาวก็เดินแจกกระดาษโดยมีคุณครูผู้ช่วยอีกคนช่วยแจกสีเทียน เด็กชายโอ๊คหันไปยิ้มให้เด็กชายวิวแล้วก็บอกว่า "งั้นเราจะวาดรูปวิวล่ะนะ" ส่วนเด็กชายวิวก็ยิ้มแล้วตอบว่า "อื้อ"

ขณะที่เด็กชายวิวก้มลงใช้สีเทียนวาดรูปหน้าเพื่อนบนกระดาษอย่างขะมักเขม้น เขาก็รู้สึกเหมือนมีคนมองเลยเงยหน้าขึ้น และพบว่าเด็กที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกำลังจ้องตัวเองอยู่

เด็กชายวิวขมวดคิ้วแต่ไม่สนใจและก้มลงวาดรูปต่อ สักพักก็ได้ยินเสียงร้องไห้จ้าจากอีกฟากของโต๊ะ พอเขาเงยหน้าขึ้นดูอย่างตกใจเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมห้องทุกคน ก็พบว่าคนที่กำลังร้องคือเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กที่มองหน้าเขาเมื่อกี้

คุณครูสาวตกใจ รีบวิ่งเข้ามาดูเพราะกลัวว่าเด็กหญิงเผลอกลืนสีลงไปหรือไม่สบาย เธอรีบเอาทิชชู่มาเช็ดน้ำมูกน้ำตาให้เด็กน้อยพลางโอบกอดอย่างปลอบประโลม

"โอ๋ๆ น้องเชอร์รี่เป็นอะไรคะลูก? หนูร้องไห้ทำไม?"

"ฮึกๆ คุณครูขา คุณครูบอกให้วาดรูปเพื่อนที่นั่งข้างๆ แต่ว่า...ฮึก...น้องเป้ไม่ยอมวาดรูปเชอร์รี่ค่ะ แงงงงงง"

คราวนี้สายตาทุกคู่ในห้องขยับจากเด็กหญิงเชอร์รี่ไปยังเด็กชายเป้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นตาเดียว คนที่กลายเป็นเป้าสายตาจึงทำหน้ามุ่ย คุณครูเองก็มองเด็กชายเป้อย่างตำหนิ

"น้องเป้ครับ น้องเชอร์รี่เขายังวาดรูปน้องเป้ตามที่ครูบอกเลย ทำไมน้องเป้ไม่ยอมวาดรูปน้องเชอร์รี่ล่ะครับ?"

คุณครูสาวถามพลางหยิบกระดาษที่เด็กหญิงเชอร์รี่วาดวงกลมวงใหญ่ ด้านบนมีเส้นสามเส้นยื่นออกมา ส่วนด้านในมีวงกลมซ้อนกันสองวงกับเส้นโย้ๆ เย้ๆ ที่ดูรวมๆ เหมือนก้อนมันเทศ สำหรับคนอื่นคงยากจะบอกว่านั่นคือรูปใครหรือรูปอะไร แต่สำหรับเด็กหญิงเชอร์รี่แล้วนั่นคือผลงานมาสเตอร์พีซทีเดียว

เด็กชายเป้เหลือบมองเด็กชายวิวนิดหนึ่งจนเด็กชายวิวแปลกใจ จากนั้นเด็กชายเป้ก็เดินเตาะแตะเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูคุณครู คุณครูสาวถึงกับทำตาโตแล้วหันมามองเด็กชายวิว ทำเอาเด็กชายวิวยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่ามันเรื่องอะไรกัน

คุณครูสาวอยากจะเป็นลม

เพราะสิ่งที่เด็กชายเป้เพิ่งกระซิบใส่หูคุณครูสาวก็คือ

"น้องวิวน่ารักกว่าน้องเชอร์รี่ น้องเป้เลยอยากวาดรูปน้องวิวมากกว่า"



++------++



A/N:มีอะไรขำๆ สำหรับแฟนๆ เป้-วิวจากลำนำรักสีรุ้งมาให้อ่านกันค่ะ พอดีคิดเรื่องนี้ได้ตอนกำลังอาบน้ำแล้วรู้สึกมันน่ารักดี อ่านแล้วห้ามคิดอะไรมากนะ เพราะคนเขียนเอาขำอย่างเดียวจริงๆ ค่า




 

Create Date : 15 กันยายน 2556    
Last Update : 15 กันยายน 2556 19:13:46 น.
Counter : 614 Pageviews.  

ลำนำรักสีรุ้ง Extra Episode: อีกวันของกันและกัน

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


ลำนำรักสีรุ้ง Extra Episode : อีกวันของกันและกัน


“ฮัดชิ่ว!”

เสียงจามของคนที่กำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียงดึงความสนใจผมให้ยื่นหน้าเข้าไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ตรงระเบียงให้เสร็จเพราะสัมผัสได้ถึงเค้าลางของพายุฝนที่กำลังจะมา

“เป็นหวัดเหรอเป้?”

ผมถามขณะวางตะกร้าผ้าซึ่งซักสะอาดแล้วแต่ยังไม่แห้งดีลงบนพื้นห้อง จากนั้นก็หยิบผ้าที่ยังชื้นเหล่านั้นมาผึ่งกับราวในห้องและตามเก้าอี้เพื่อไล่ความชื้นออกไป ถึงแม้วิธีนี้จะไม่ช่วยให้เสื้อผ้าแห้งสนิท แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เหม็นอับเพราะความชื้นอยู่ในตะกร้า

“ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยเพราะฝนจะตกเป้ก็เลยคันจมูก”

พ่อคุณชายตอบพลางใช้หลังมือขยี้ปลายจมูก ผมหันไปมองคนที่ใส่เสื้อยืดบางๆ กับกางเกงบอลขาสั้นบนเตียงแล้วก็สังเกตได้ว่าเป้หน้าแดงกว่าปกติ เลยละมือที่กำลังผึ่งเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปเอามือทาบบนหน้าผาก อุณหภูมิที่สัมผัสได้ทำให้ผมมุ่นคิ้วเข้าหากัน

“ตัวอุ่นๆ เหมือนกันนะ สงสัยจะไม่สบายแล้วล่ะ เดี๋ยววิวเอายามาให้ดีกว่า ”

“ไม่ต้องกินยาหรอก นิดหน่อยแค่นี้นอนหนุนตักวิวสักตื่นก็หายแล้ว”

ผมยังไม่ทันได้ลุกก็โดนรั้งเอวให้กลับไปนั่งท่าเดิม แต่คราวนี้คนพูดไถลตัวลงไปนอนเหยียดยาวบนเตียงโดยวางศีรษะพาดมาบนตัก ผมเลยได้แต่ทักท้วง

“ยังเอาเสื้อผ้าออกมาผึ่งไม่หมดเลยเป้ รออีกแป๊บนึงไม่ได้หรือไง?”

“ไม่เอา อีกอย่างถึงวิวผึ่งตอนนี้มันก็ไม่แห้งหรอก เดี๋ยวเป้ตื่นแล้วค่อยเอาไปอบที่ร้านซักรีดหน้าปากซอยก็ได้”

เป้ย่นจมูกแล้วก็พูดอย่างเอาแต่ใจ ทำเอาผมร่ำๆ อยากจะหยิกคนพูดขึ้นมา แต่ดูแล้วท่าทางเจ้าหมอนี่จะไข้ขึ้นจริงๆ เลยได้แต่ต้องพยายามขยับหาท่านั่งที่เมื่อยน้อยที่สุดด้วยการเอาหมอนมาตั้งพิงไว้ด้านหลัง

“ยกหัวก่อนเป้ หนุนหมอนดีกว่าจะได้ไม่เมื่อยคอ”

ผมเอ่ยพลางหยิบหมอนขึ้นมาวางบนตัก ซึ่งคราวนี้พ่อคุณชายให้ความร่วมมือแต่โดยดี หลังจากหามุมที่นอนได้สบายตัวแล้วก็หลับตาลง ผมจึงลูบผมเป้เบาๆ แล้วถามอย่างเป็นกังวล

“แบบนี้ตอนเย็นจะขับรถไปส่งที่หมอชิตไหวเหรอเป้? เดี๋ยววิวนั่งแท็กซี่ไปเองดีกว่า ส่วนพรุ่งนี้ถ้ายังมีไข้ก็โทรไปบอกอาจารย์ว่าของดไปช่วยสอนยูโดสักวันก็ได้”

เนื่องจากวันอาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของหว้า และวันจันทร์ผมก็ไม่มีเรียน เลยสัญญากับแม่ไว้ว่าจะกลับบ้านที่สกลนครไปร่วมฉลองวันเกิดครบสิบห้าปีให้น้องชายพร้อมหน้าทั้งครอบครัว แต่เป้ไปด้วยไม่ได้เนื่องจากติดสอนยูโดให้รุ่นน้องวันเสาร์ แถมวันจันทร์ก็ยังมีเรียนตอนเช้าอีก พ่อคุณชายเลยบอกว่าจะไปส่งผมที่สถานีขนส่งเนื่องจากผมซื้อตั๋วไว้แล้ว แต่ในเมื่อเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่สบาย ผมก็เลยคิดว่าควรให้นอนพักเฉยๆ จะดีกว่า

“แค่นี้นอนตื่นเดียวก็หาย เดี๋ยวตอนเย็นเราแวะเอาผ้าเปียกไปส่งร้านซักรีด แล้วเป้ก็ไปส่งวิวที่หมอชิตแล้วค่อยกลับบ้าน ไม่มีปัญหาหรอก”

เป้พูดพลางพลิกตัวนอนคว่ำแล้วกอดเอวผมไว้ ผมเลยคร้านจะตักเตือนเมื่อเห็นความดื้อแพ่งแถมยังเล่นวางเส้นทางไว้ให้หมดแล้วอีก ได้แต่คิดในใจว่าขอให้หมอนี่ไม่ได้เป็นไข้หนักหนาจริงๆ อย่างที่ปากเก่งก็แล้วกัน

“อืม...”

“อะไรเป้? คันจมูกอีกแล้วรึไง?”

ผมถามเมื่อเป้ไม่ยอมหลับแต่ดันผงกหัวขึ้นแล้วเอาจมูกมาดุนๆ ตรงหน้าท้อง เจ้าคนที่กำลังอาศัยตักผมต่างหมอนเลยเงยหน้าขึ้นมายิ้มเจ้าเล่ห์

“ในนี้มีลูกเป้อยู่กี่คนแล้วเนี่ย? ทำไมมันไม่ป่องขึ้นมามั่งเลยล่ะ?”

“ไอ้ทะลึ่ง! ตกลงจะนอนมั้ย!? ถ้าไม่นอนจะได้ลุกไปตากผ้า!”

ผมรู้สึกว่าเลือดฉีดขึ้นหน้าด้วยความเขินจนตีไหล่เป้ไปทีนึง พ่อคุณชายเลยหัวเราะเสียงดังก่อนจะก้มมาจูบท้องผมแล้วก็เอนหน้าลงหนุนหมอน มือใหญ่สองข้างที่โอบอยู่รอบเอวลูบหลังผมขึ้นลงช้าๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะกะจะอ้อนหรือจะง้อกันแน่ เมื่อคืนนี้ผมก็ไม่น่ายอมให้หมอนี่มัดจำส่วนของสามวันที่จะไม่ได้เจอกันเลย เลยโดนเอาเรื่องนี้มาแซวไปซะฉิบ

“ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง แต่ถ้าเรามีลูกด้วยกันแล้วออกมาหน้าเหมือนวิวนะ ลูกเราต้องน่ารักมากแน่ๆ เลย โอ๊ยๆๆ”

“นอน! เดี๋ยวนี้เลย!”

คราวนี้ผมหนีบหูเป้แบบไม่เบามือขณะทำเสียงดุใส่ เป้เหลือบตาขึ้นมองผมนิดนึงก่อนจะหัวเราะเบาๆ และคราวนี้ยอมปิดปากแต่โดยดี ไม่นานก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอที่บอกให้รู้ว่าเจ้าเด็กโข่งหลับไปแล้ว ผมจึงค่อยดึงผ้าห่มที่โดนเจ้าตัวเตะไปข้างๆ ขึ้นมาคลุมให้จนถึงไหล่ เพราะอากาศทั้งเย็นทั้งชื้นแบบนี้ ถึงยังไงการรักษาร่างกายให้อบอุ่นไว้ก่อนก็ดีที่สุด

ผมลูบหน้าตัวเองด้วยหวังว่าอาการเห่อร้อนเพราะโดนแซวจะหายไป แล้วก็อดจะเหลือบตามองเจ้าคนที่นอนหนุนตักด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ บางทีหมอนี่ก็ช่างพูดเรื่องไร้สาระได้เป็นคุ้งแควจริงๆ แถมยังขยันหามุกใหม่ๆ มาแหย่ผมตลอดซะด้วยสิ พอได้ฟังอะไรเหนือความคาดหมายก็เลยรับมือไม่ถูกทุกที

แต่เดี๋ยวจะไม่ได้เจอกันสามวัน...ก็คงจะเหงาหูนิดๆ เหมือนกันล่ะนะ

พอคิดเรื่องนี้แล้วผมก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะเจ้าเด็กโข่งนี่นอกจากจะชอบแหย่แล้วยังขี้อ้อนอย่างร้ายกาจด้วย ไม่อย่างนั้นแค่ไข้ขึ้น ‘นิดหน่อย’ อย่างที่ว่าจริงจะมาขอรุ่มร่ามกับตักผมหรือ แต่ผมก็ผิดเองที่พอโดนอ้อนทีไรก็ไม่ค่อยบ่ายเบี่ยงจริงจัง เป้เลยได้ใจที่จะหาเศษหาเลยกับผมทุกที ดังนั้นอยู่ห่างกันบ้างให้ตานี่หาคนอ้อนไม่ได้ก็สมควรแล้ว

ผมยกมุมปากขึ้นเมื่อเห็นเป้ละเมอยกนิ้วขึ้นถูจมูก เลยหันไปกดรีโมทปิดพัดลมเพื่อไม่ให้คนที่กำลังมีไข้หนาวยิ่งไปกว่านี้ เวลาปกติเป้อาจจะแข็งแรง แต่พอไม่สบายทีก็ชอบเป็นหนักแล้วไม่ประมาณตัวเอง เลยตกเป็นภาระของผมที่ต้องคอยช่วยดูแลอยู่เรื่อย แต่อย่างน้อยการได้รับความไว้วางใจเช่นนี้ก็เป็นแรงขับชั้นดีให้ผมเต็มใจทำ

เสียงหยาดฝนที่ตกกระทบหน้าต่างดังถี่ขึ้นเป็นระยะจนกระทั่งกลายเป็นเสียงซ่า ทัศนียภาพนอกกระจกหน้าต่างถูกพายุฝนบดบังจนพร่าเลือน ผมนั่งมองกระถางต้นไม้ด้านนอกที่กำลังรับน้ำฝนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยืดตัวไปหยิบหนังสืออ่านเล่นมาจากหัวเตียงโดยระวังไม่ขยับตัวให้กระเทือนคนที่กำลังหลับ เพราะดูแล้วผมคงต้องทนเมื่อยขาให้เจ้าเด็กโข่งตัวโตยืมตักหนุนนอนไปอีกพักใหญ่ๆ

วันนี้...ก็ยังคงเป็นอีกวันอันสงบสุขที่ผมพอใจกับการมีเป้อยู่ข้างๆ เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา...



++---END---++



A/N: ไม่ได้อัพเดทบล็อกมานานมาก ยิ่งถ้าพูดถึงเวลาที่ทิ้งช่วงจากตอนล่าสุดของเรื่องนี้ก็ลืมนับไปได้เลย เพราะว่ากำลังหัวหมุนกับการเตรียมรวมเล่มให้ "แค่สบตา ก็รู้ว่ารัก" (ตอนนี้ใกล้ปิดจองแล้ว เลยยิ่งต้องรีบปรูฟก่อนส่งพิมพ์) สำหรับเนื้อหาในตอนนี้ก็จะไม่ค่อยมีอะไรมาก เหมือนเขียนสนองนี้ดตัวเอง + ตั้งใจให้เป็นของขวัญพี่สาวที่บ่นคิดถึงเป้กับวิว เลยหาเหตุมายำจนได้ตอนสั้นๆ นี้ออกมาจนได้ และเช่นเคยค่ะ เขียนคู่นี้ทีไรคนเขียนอยากเข้าไปนัวเนียวิวแทนตาเป้ซะเองทุกที หวังว่าจะเป็นของขวัญให้ทุกคนที่คิดถึงเป้กับวิวในบรรยากาศฝนพรำๆ ได้บ้างนะคะ




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2556 20:28:40 น.
Counter : 943 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.